แมนยูปาดเหงื่อ!หงส์,เสือเล็งปาดหน้าสอย “ซานโช่”

สองยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรป เตรียมเร่งเครื่องเต็มสปีดเพื่อหวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หลังแผนการซบตัก "ผีแดง" ล้มเหลวไม่เป็นท่าในตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรกปี 2020
              บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล สองสโมสรยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป เตรียมปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระชากตัว เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 จากการเปิดเผยของ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังระดับโลก

            "ปีศาจแดง" ไม่เคยปกปิดว่าพวกเขาอยากได้ ซานโช่ จากทัพ "เสือเหลือง" อย่างมาก แต่ติดอยู่แค่ต้นสังกัดของนักเตะต้องการค่าตัวสูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเยอะมากเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินแมนฯ ยูไนเต็ด

             อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" ยังคาดหวังที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เนื่องจากมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ซึ่งประทับใจในผลงานของ ซานโช่ มานานแล้ว พร้อมที่จะกระชากนักเตะมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

            ส่วนรายละเอียดในรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นตัวเลือกที่นักเตะชื่นชอบมาตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ซานโช่ ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มใจที่จะย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากการเจรจาสามารถตกลงกันได้

            ขณะที่ บาเยิร์น เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากมีสตาร์ดังหลายคนของทัพ "เสือเหลือง" มักจะย้ายข้ามฝากไปเล่นให้กับ "เสือใต้" มาแล้วหลายคน โดยเจ้าของทริปเบิลแชมป์ฤดูกาล 2019/2020 เพิ่งจะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ และ ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส แต่ ซานโช่ เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งของเขาแถมอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

ไม่ขายเลิกตื๊อ!เผยแมนยูเตรียมยื่นซื้อซานโช่ครั้งสุดท้าย

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ในสัปดาห์หน้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยื่นขอซื้อ เจดอน ซานโช่ เป็นครั้งสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาจะให้ข้อเสนอเป็นเงินรวม 90 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์กับค่าโบนัสตามเงื่อนไขอีก 15 ล้านปอนด์
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนรวม 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพในสัปดาห์หน้า และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขายื่นข้อเสนอขอซื้อ ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งว่ากันว่าส่วนตัวแล้วแข้งวัย 20 ปีอยากย้ายทีมมากๆ แถมดาวเตะชาวอังกฤษกับเอเยนต์ของเขาก็บรรลุเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งนานแล้วด้วย แต่การย้ายทีมมันติดปัญหาจากการที่ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวได้ โดยที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่ามันสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับการเงินของทีมฟุตบอลทุกทีม

    สำหรับข้อเสนอ 90 ล้านปอนด์ในครั้งนี้นั้น จะแบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ส่วนอีก 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จะเป็นโบนัสถ้าหาก ซานโช่ ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ โดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะแจ้งให้ ดอร์ทมุนด์ รู้ด้วยว่าเขาไม่คิดที่จะต่อรองใดๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องค่าตัวหรือรูปแบบของข้อเสนอ

พระเจ้าก็ไม่รอด!เอซีมิลานยันซลาตันติดโควิด

พระเจ้าติดโควิด! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์รายล่าสุดที่ติดโควิด ทั้งๆ ที่กำลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่
    เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อิตาลี ประกาศยืนยันว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสวีดิช มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกก่อนที่จะลงเตะกับ โบโด กลิมท์ ในถ้วย ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบสาม คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้

    หัวหอกวัย 38 ปี กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดของ "ปีศาจแดง-ดำ" ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อจาก ลีโอ ดูอาร์ต กองหลังชาวบราซิเลียน ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องแยกไปกักตัว หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเจอ โบโด กลิมท์ และยังจะพลาดเกม เซเรีย อา นัดที่สองของฤดูกาล ที่จะบุกไปเยือน โครโตเน่ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้ ด้วย

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน หลังย้ายกลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" ด้วยสัญญาระยะสั้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป10 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 18 นัด จนช่วย เอซี มิลาน จบอันดับหกในลีก
 
    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ยังได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 21 มาเป็น 11 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นเบอร์เดิมที่เจ้าตัวเคยใช้สมัยเล่นให้ มิลาน ช่วงแรกระหว่างปี 2010-2012 และในเกมเปิดซีซั่นก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา

ซลาตันเผยโควิดกล้ามากที่มาท้าสู้กับตน!

หลังจากมีการตรวจพบว่าเขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนั้น ล่าสุด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็บอกเองว่าไม่ได้ตั้งตัวกับเรื่องนี้ เพราะ 1 วันก่อนที่จะถูกตรวจพบว่าติดเชื้อนั้นผลตรวจยังเป็นลบอยู่เลย แต่ก็ระบุเช่นกันว่า โควิด-19 คิดผิดที่ท้าสู้กับตน พร้อมบอกเช่นกันว่าที่จริงตอนนี้ยังไม่มีอาการที่แสดงถึงการติดเชื้อเลย
    ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกคนดังของ เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่าตนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบกะทันหัน เพราะ 1 วันก่อนผลตรวจยังแสดงให้เห็นว่าไม่ติดเชื้ออยู่เลย พร้อมกับบอกว่า โควิด-19 คิดผิดแล้วที่มาหาเรื่องกับตน

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งเปิดฉากการเล่นเกมลีกในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างสวยหรูด้วยการเหมา 2 ประตูจนช่วยให้ทีมเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา แต่เขาก็มาติดเชื้อร้ายแบบกะทันหัน โดยที่จริงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เลโอ ดูอาร์ต เซนเตอร์แบ็ก "รอสโซเนรี่" ก็ติดเชื้อนี้เหมือนกัน

    ดาวเตะชาวสวีดิชเผยผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ที่จริงเมื่อวานนี้ผมมีผลตรวจเชื้อโควิดเป็นลบ (หมายถึงไม่ติดเชื้อ) แต่วันนี้ผลตรวจกลับเป็นบวก (หมายถึงติดเชื้อ) ถึงกระนั้นผมก็ไม่มีอาการของโรคเลยนะ ผมบอกเลยว่า โควิด กล้ามากที่มาท้าสู้กับผม พวกมันคิดผิดแล้ว"

น่าเป็นห่วง!เจนัวเผยนักเตะ-สตาฟฟ์ติดโควิดเพิ่มเป็น14ราย

เจนัว ประกาศเอง ตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ภายในทีมติดเชื้อโควิด-19 รวมกันเป็น 14 คน โดยถึงแม้จะไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก แต่มีข่าวลือว่าในจำนวนนั้นเป็นนักเตะ 8-10 รายด้วยกัน

เจนัว สโมสรในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมาว่าตอนนี้นักเตะกับสตาฟฟ์ในทีมชุดใหญ่ของพวกเขาติดเชื้อโควิด-19 รวมกันเพิ่มเป็น 14 คนแล้ว

ก่อนเกมที่ เจนัว ออกไปแพ้ นาโปลี 0-6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมานั้น "กริโฟเน่" ก็เจอกับข่าวร้ายไปแล้วจากการที่ มัตเตีย เปริน กับ ลาสเซ่ โชน ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งพอจบเกมนั้นแล้ว เจนัว ก็ทำการตรวจหาเชื้อภายในทีมอีกรอบตามมาตรการปกติ จนทำให้พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น

เจนัว แถลงการณ์บนเว็บไซต์ของสโมสรว่า "เจนัว ซีเอฟซี ขอประกาศว่าหลังจากทำการตรวจในวันนี้ (วันจันทร์ที่ 28 กันยายน) แล้วนั้น จำนวนนักเตะในทีมและสตาฟฟ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ก็เพิ่มเป็น 14 คน ทางสโมสรได้ใช้ทุกมาตรการตามระเบียบการที่กำหนดเอาไว้ และแจ้งไปยังผู้ที่มีอำนาจในเรื่องนี้แล้ว ถ้าหากสถานการณ์มีความคืบหน้าแล้วนั้นสโมสรจะแจ้งให้ทราบต่อไป"

ถึงแม้ เจนัว จะไม่ได้ระบุว่าในจำนวน 14 คนที่ติดเชื้อมีนักเตะรวมอยู่ด้วยกี่คน แต่เป็นที่เชื่อกันว่าแข้งของ เจนัว ที่ตอนนี้ติดเชื้ออยู่มี 8-10 รายเลยทีเดียว และเรื่องในครั้งนี้ก็ทำให้ นาโปลี จำเป็นต้องทำการตรวจหาเชื้อคนภายในทีมให้เข้มงวดมากกว่าเดิมก่อนถึงนัดต่อไปด้วย เพราะพวกเขาเพิ่งเตะกับ เจนัว มาหมาดๆ ซึ่งเกมต่อไปของ นาโปลี เป็นการไปเยือน ยูเวนตุส ในลีก วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้

 

 

 

ไม่ต้องเดาให้เหนื่อย!ลิเวอร์พูลยันติอาโก้ติดโควิด-19

ลิเวอร์พูล ประกาศยืนยัน ติอาโก้ อัลกันตาร่า ห้องเครื่องตัวเก่ง ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยนักเตะแสดงอาการป่วยเพียงเล็กน้อย โดยสุขภาพร่างกายในเวลานี้ยังแข็งแรง และดีวันดีคืน แต่ยังต้องเข้ารับการกักตัวตามคำแนะนำทางการแพทย์
    ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูงชาวสแปนิช มีผลการทดสอบเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตอนนี้นักเตะได้เข้ารับการกักตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ดาวเตะวัย 29 ปี ซึ่งพลาดลงสนามในแมตช์ที่ "หงส์แดง" เปิดรังแอนฟิลด์ไล่ถลุง "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 3-1 เกมลีกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ถูกตรวจว่าติดเชื้อไวรัสมรณะ และนักเตะมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามสุขภาพของเขายังคงแข็งแรงที่สำคัญอาการก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ยังคงเฝ้าติดตามอาการของ อัลกันตาร่า อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน จะยังคงอยู่ในช่วงกักตัวตามกำหนดระยะเวลา และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดภายในสโมสร

    แถลงการณ์ของลิเวอร์พูล ระบุว่า "ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางลิเวอร์พูล มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และตอนนี้นักเตะได้เข้ารับการกักตัวตามคำแนะนำที่จำเป็นแล้ว ดาวเตะวัย 29 ปี ซึ่งพลาดลงสนามในเกมพบกับอาร์เซน่อลเมื่อวันจันทร์แสดงอาการป่วยเล็กน้อย แต่สุขภาพร่างกายของเขาแข็งแรง และค่อยๆ ดีขึ้น"

    "สโมสรจะยังคงเฝ้าติดตามและทำตามกฎระเบียบทุกอย่างในการติดเชื้อโควิด-19 โดย ติอาโก้ จะยังคงอยู่ในช่วงกักตัวตามระยะเวลาที่กำหนด ขณะที่แพทย์ประจำทีมชุดใหญ่ ดอกเตอร์จิม โมซอน กล่าวว่า -มันเป็นการเลือกส่วนบุคคลว่าพวกเขาจะเปิดเผยผลการตรวจโควิด-19 ต่อสาธารณชนหรือไม่-"

    "เราได้ทำตามกฎระเบียบทุกอย่างที่ระบุเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และ ติอาโก้ ก็รู้สึกโอเค ตอนนี้เขายังคงอยู่ในช่วงเวลากักตัวตามคำแนะนำ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะกลับมาร่วมทีมกับเราในเร็วๆ นี้-" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

    ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีก เพิ่งมีการประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ได้ตรวจพบบุคลากรในลีกติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" เพิ่มอีก 10 ราย หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองบรรดานักเตะและสต๊าฟฟ์รอบล่าสุดจำนวน 1,595 คน และผู้ที่ติดเชื้อต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ไม่มีการลงลึกในรายละเอียดว่าเป็นใครและมาจากสโมสรใดบ้าง

เปลี่ยนตัวเร็วสถิติโลกแบบนี้ จิตใจโค้ชทำด้วยอะไร

ศึกลูกหนังเมสตราลีกา ลีกของเอสโตเนีย สร้างปรากฎการณ์ระดับโลกด้วยการเปลี่ยนตัวผู้เล่นออกจากสนามเร็วที่สุดในโลก โดยให้เวลาผู้เล่นออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในสนามเพียงแค่ 13 วินาทีเท่านั้น ซึ่งสื่อของอังกฤษอย่างเดอะซัน ได้มห้ความสนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก จนได้หยิบยกมานำเสนอเพราะกฎระเบียบการแข่งขันของลีกดังกล่าวมีช่องโหว่ทำให้เกิดการเปลี่ยนตัวที่รวดเร็ว
    เกมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.ย.63 ที่ผ่านมา เลวาเดียร์ ทัลลิน เฉือนเอาชนะ นอลเม คาลจู 2-1 ซึ่งเกมนี้ นอมเม คาลจู ส่งรายชื่อผู้เล่น 15 คน เนื่องจากบรรดาผู้เล่นต่างๆติดปัญหาเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกฎการแข่งขันฟุตบอลลีกของเอสโตเยีน ต้องใส่ชื่อผู้เล่นท้องถิ่นอายุน้อยลงสนาม 2 คนในการออกสตาร์ทเป็น 11 ผู้เล่นในสนาม

    ซึ่งทางด้านของ นอลเม คาลจู  ใช้เวลาเพียง 13 วินาที จากเสียงนกหวีดเริ่มเกมในการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นเมื่อฟุตบอลออกนอกสนาม ทางทีมได้ถอดเอาผู้เล่นท้องถิ่นวัย 16 ปี อย่าง เลารี ซาปป์ พร้อมกับส่ง  วลารี่สลาฟ โคมาตอฟ กองกลางชาวยูเครนลงไปเล่นแทนอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ผู้เล่นท้องถิ่นรายดังกล่าวเหงื่อยังไม่ทันหยด

    โดยก่อนหน้านี้มีสถิติการเปลี่ยนตัวเร็วที่สุดจากข้อมูลคือการแข่งขันในลีกโรมาเนียเกมนั้นใช้เวลาเพียง  24 วินาทีหลังจากเริ่มสตาร์ทเกม  สื่ออังกฤษเจ้าดังกล่าวเพิ่มเติมรายละเอียดว่าแม้ว่าจะไม่ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในห้วงเวลา 13 วินาทีที่เกิดขึ้น  แต่ก็น่าจะเป็นเวลาที่เปลี่ยนตัวเร็วที่สุดในโลกสำหรับการแข่งขันฟุตบอล

อยู่หรือไป?สื่อดังแฉอนาคตเกปาหลังเชลซีได้เมนดี้

หลังจากที่ เชลซี ได้ตัว เอดูอาร์ เมนดี้ นายด่านชาวเซเนกัลมาเสริมแกร่งแล้วนั้น ตอนนี้พวกเขาก็พร้อมปล่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ไปเล่นกับทีมอื่นแบบยืมตัว ไม่ได้คิดที่จะเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อมากนัก โดยเดิมที "สิงโตน้ำเงินคราม" กะจะขายให้ได้สัก 40 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์นี้เลยด้วยซ้ำ ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ
    เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะปล่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชออกจากทีมในรูปแบบยืมตัว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    เกปา ถูกตำหนิมานานแล้วว่าเล่นผิดพลาดหลายครั้งจนไม่สมกับที่มีค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,840 ล้านบาท) พร้อมกับทำให้กระแสการเรียกร้องให้ดร็อปเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดมันก็มีการตั้งประเด็นกันมากขึ้นว่าเขาจะยังได้เป็นตัวจริงต่อไปหรือไม่หลังจากที่ เชลซี คว้าตัว เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารชาวเซเนกัลมาจาก แรนส์ ได้แล้ว

    กระทั่งล่าสุด เดอะ ซัน ก็แฉว่า เชลซี พร้อมที่จะปล่อย เกปา ไปเล่นให้ทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัวภายในตลาดรอบนี้ โดยคนใหญ่คนโตของทีมหวังว่าเขาจะไปหาฟอร์มเก่งกับที่อื่นเจอจนช่วยทำให้ทีมสามารถขายเขาในราคาที่น่าพอใจได้เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าที่จริงก่อนหน้านี้ เชลซี อยากขาย เกปา ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้เลย โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากได้ค่าตัวสัก 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่พวกเขาก็ยอมรับว่ามันคงเป็นไปไม่ได้เมื่อพิจารณาถึงการที่แต่ละทีมได้รับผลกระทบด้านการเงินอย่างรุนแรงจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

คล็อปป์ตอบเรื่องเสริมทัพ-แอบพาดพิง2ทีมคู่แข่ง

หลังจากมีบางส่วนกังวลกับการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ทำการเสริมทัพมากเท่าไหร่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ตอบว่า "หงส์แดง" ไม่สามารถเทเงินก้อนโตไปกับการซื้อนักเตะได้ เพราะแนวทางของทีมไม่ใช่แบบนั้น รวมถึงยังพาดพิง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี นิดหน่อย พร้อมบอกว่าการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทัพมันไม่ได้แปลว่าคนเหล่านั้นจะเล่นได้ดีในทันที เพราะมันต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นปรับตัวเข้ากับทีมได้ด้วย
   

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตอนนี้ทีมของตนไม่สามารถทุ่มเงินเสริมทัพได้เหมือนกับหลายทีม เพราะ "หงส์แดง" กำหนดแนวทางการทำทีมเอาไว้แล้ว และแนวทางที่ว่าก็ช่วยให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แถมยังพาดพิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี 2 ทีมร่วมลีกนิดๆ ด้วยว่าให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล

จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้นักเตะแบบที่พร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพเพียงคนเดียว นั่นคือ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายชาวกรีซ ซึ่งก็เป็นเพียงการดึงมาให้เป็นอะไหล่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เท่านั้น โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมาทีมของ คล็อปป์ มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหนักเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดดีลได้เลยจนทำให้ "เดอะ ค็อป" บางส่วนกังวลไม่น้อย เพราะพวกเขามองว่าทีมรักควรจะต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอดเพื่อเป็นการสานต่อผลงานในช่วงนี้

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ บีบีซี สื่อชื่อดังว่า "ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายต่อหลายอย่าง (อย่างเช่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สำหรับบางสโมสรแล้วมันดูเหมือนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่าเรา บางสโมสรมีประเทศเป็นเจ้าของทีม (สื่อถึง แมนฯ ซิตี้ ที่มี ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่นำโดยบริษัทของ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน สมาชิกในราชวงศ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าของทีม) บางสโมสรมีผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของทีม (คล็อปป์ ใช้คำว่า oligarch ซึ่งเป็นคำที่บางครั้งคนใช้พาดพิงถึง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี) นั่นเป็นเรื่องจริง แต่เราน่ะเป็นสโมสรที่ต่างออกไป"

"2 ปีก่อนเราไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ส่วนปีก่อนก็ได้แชมป์รายการนั้น และฤดูกาลล่าสุดเราก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เราทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยการเป็นสโมสรอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำอย่างนั้นได้ด้วยการเดินตามแนวทางที่เราได้รับการชี้นำ"

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางในชั่วข้ามคืนแล้วบอกว่า -ตอนนี้เราอยากทำเรื่องต่างๆ ให้เหมือน เชลซี ตอนนี้เราอยากทำเหมือนกับพวกเขา- ได้หรอก ตอนนี้พวกเขาซื้อนักเตะหลายคนมาร่วมทัพ ซึ่งแน่นอนว่านั่นสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นเข้ากับทีมได้โดยเร็วด้วย เรื่องที่สำคัญน่ะไม่ได้มีแค่การดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหรอกนะ"

"คุณไม่สามารถดึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก 11 คนมาร่วมทีมแล้วหวังว่าในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในสนามซ้อม นั่นอาจจะเป็นข้อได้เปรียบของเรา เพราะเราทำงานด้วยกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามีบางคนที่ไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้น่ะนะ"

พรีเมียร์ฯมาสอง!5สโมสรมีหนี้ท่วมหัวเยอะสุด

เปิดรายชื่อ 5 สโมสรฟุตบอลที่มีหนี้เยอะสุด โดยสองทีมใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดโผด้วย

นับเป็นเรื่องธรรมดาที่การทำธุรกิจนั้นจะมีหนี้ติดตัวบ้าง เพราะบางครั้งก็ต้องมีการไปกู้ยืมเงินมาดำเนินธุรกิจ แต่การมีหนี้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ซึ่งในวงการฟุตบอลการมีหนี้ก้อนโตอาจส่งผลเสียหลายอย่างอาทิ การต้องขายนักเตะคนสำคัญของทีม เป็นต้น

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้ทีมฟุตบอลทั่วโลกได้รับผลเสียอย่างมาก เพราะพวกเขาจะขาดรายได้ไปหลายทาง และทำให้หลายทีมมีหนี้เยอะตามไปด้วย ซึ่งวันนี้เรามี 5 อันดับทีมที่มีหนี้ติดตัวมากสุดมาให้ได้ชมกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละทีมมีหนี้มากแค่ไหน

1. แมนฯ ยูไนเต็ด

แม้ว่าบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของตระกูลเกลเซอร์ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด จะยังทำให้ทีมเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ แต่ในขณะเดียวกันบัญชีของ "ปีศาจแดง" ก็ยังน่าเป็นห่วงสุดๆ เพราะมีหนี้ท่วมหัวถึง 568 ล้านยูโร (ประมาณ 21,016 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แน่นอนเรื่องนี้ไม่ได้มาจากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีหนี้มากขนาดนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกเขามีผลงานในสนามที่ไม่ดีเท่าไหร่นักจนทำให้รายได้หลายส่วนหดลงตามไปด้วย ซ้ำร้ายพวกเขายังช็อปไปมากมายก่ายกองอีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีหนี้บางส่วนที่ติดมาจากการที่ตระกูลเกลเซอร์กู้เงินมาเทกโอเวอร์ทีมด้วย แม้ว่าในฤดูกาลใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ไม่น่าจะช่วยลดภาระหนี้ของทีมได้เยอะเท่าไหร่นัก นอกจากว่าพวกเขาจะมีแชมป์รายการใหญ่ๆ ติดมือบ้าง

2. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

83 ล้านยูโร (ประมาณ 17,871 ล้านบาท) คือจำนวนหนี้ที่ สเปอร์ส ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ ซึ่งที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะที่ผ่านมาพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตไปกับการสร้าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าแห่งใหม่ที่หวังว่าจะทำให้ทีมมีออร่าสู้กับบรรดาพี่เบิ้มของลีกได้ โดยว่ากันว่าพวกเขากู้เงินมาถึง 637 ล้านปอนด์เพื่อสร้างสนามแห่งนี้ด้วย

เดิมที สเปอร์ส หวังว่าค่าตั๋วจากสนามแห่งใหม่จะช่วยทำให้หนี้ลดลงได้บ้าง แต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้ฝันนั้นไม่เป็นจริง เพราะส่งผลให้แฟนบอลไม่สามารถเข้ามาเชียร์ในสนามได้ และก็อาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องขายดาวดังบางคนเพื่อผ่อนปรนตัวแดงที่เจออยู่

 3. อินเตอร์ มิลาน

ที่จริง อินเตอร์ มีปัญหาเรื่องหนี้มาตั้งแต่ก่อนที่เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเล่นงานทุกประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำ โดยฤดูกาลก่อนพวกเขายังต้องผ่อนจ่ายเงินกู้ที่กู้ยืมมาอยู่เลย และถึงแม้จะทำอย่างนั้นไปบ้างแล้วพวกเขาก็ยังติดหนี้อยู่ถึง 464 ล้านยูโร (ประมาณ 17,168 ล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่าการกู้ยืมเงินก่อนหน้านี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมา เพราะซีซั่น 2019/20 พวกเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเป็นรองแชมป์ลีกกับรองแชมป์ ยูโรปา ลีก ถ้าเกิดในซีซั่นที่จะถึงนี้ทีมของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังพัฒนาต่อไปจนขึ้นไปเป็นแชมป์ได้ก็น่าจะช่วยลดหนี้ได้เป็นจำนวนมาก

4. แอตเลติโก มาดริด

เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แอต.มาดริด ยอมทำลายสถิติการจ่ายเงินช็อปสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร นั่นคือการทุ่มเงินสูงถึง 126 ล้านยูโร (ประมาณ 4,662 ล้านบาท) เพื่อกระชาก ชูเอา เฟลิกซ์ คนที่ว่ากันว่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ของวงการฟุตบอลโปรตุเกสมาร่วมทัพ

ที่จริงนอกจาก เฟลิกซ์ ทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังควักเงินดึงนักเตะอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ และ มาร์กอส ยอเรนเต้ ไปเสริมแกร่งด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้ทีมมีผลงานที่น่าประทับใจได้ โดยพวกเขาไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือเลย ซึ่งผลกระทบจากเรื่องนั้นก็ทำให้ตอนนี้ทีมมีหนี้ติดตัวถึง 384 ล้านยูโร (ประมาณ 14,208 ล้านบาท) ด้วยกัน

5. ยูเวนตุส

 

แม้ว่า ยูเวนตุส จะครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลีมานานหลายปี และถึงขั้นได้แชมป์ลีกสูงสุด 8 สมัยติดต่อกน แต่พวกเขากลับไม่เคยไปถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สักที ทั้งที่พวกเขาทุ่มเงินไปมากมายก่ายกองตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่นการดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,700 ล้านบาท) เป็นต้น

การไม่ประสบความสำเร็จในรายการระดับนั้นทั้งที่ใช้เงินไปเยอะส่งผลให้ทีมขาดรายได้ที่ควรจะเป็นตามไปด้วย และทำให้ตอนนี้พวกเขามีหนี้ท่วมหัวถึง 372 ล้านยูโร (ประมาณ 13,764 ล้านบาท) ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้พวกเขาจะขอให้บรรดานักเตะชื่อดังของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เปาโล ดีบาล่า ยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อช่วยให้ทีมรอดตายท่ามกลางผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19