ส.ฟุตบอลมาเลย์ ปฏิเสธอนุมัติใบโอนย้าย “ซูมาเร่ห์”

Astro Arena สื่อมาเลเซีย ออกมารายงานว่า สมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซีย(FAM)  ออกมาปฏิเสธรับรองการย้ายทีมระหว่างประเทศให้กับ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ กองหน้าโอนสัญชาติทีมชาติมาเลเซีย ชาวแกมเบีย แต่นักเตะคนใหม่หมายเลข 13 ของสโมสรโปลิศ เทโรฯ ในศึกฟุตบอลไทยลีก 1 จะยังคงเดินหน้าลงสนามแข่งขันได้ตามวิถีนักเตะอาชีพทั่วไปหลังจากที่มีการร้องขอให้ไอทีซี (International Transfer Certificate) ชั่วคราวจากปลายทาง ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียยังไม่สามารถจัดการใบโอนย้ายถาวรให้กับนักเตะและสโมสรปลายทางได้เนื่องจากต้องดูรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างสโมสรต้นกัดเดิมของนักเตะคือปาหังกับตัวนักเตะว่ามีข้อผูกมัดอะไรบ้าง?
  
ก่อนหน้านี้ทางด้านของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ ดาวเตะป้ายแดงหมายเลข 13 ของโปลิศ เทโรฯ ออกมาให้เหตุผลที่ตัวเขาเองสามารถย้ายทีมได้เนื่องจากสโมสรปาหังไม่ทำตามสัญญาในเรื่องของการจ่ายเงินเดือนตรงตามข้อกำหนด 8.7 จึงสามารถย้ายทีมได้ตามอิสระ ขณะเดียวกันสโมสรปาหังก็ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องกรณีของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์  ไปยังฟ่าและเอเอฟซี

โดยทางสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียออกมาเผยถึงเรื่องนี้ว่า การปฏิเสธการโอนย้ายผู้เล่นไปเล่นยังประเทศไทยเป็นไปตามกฎระเบียบภาคผนวก 3 ข้อ 8.2 ข้อบังคับเกี่ยวกับสถานะและการโอนย้ายผู้เล่นของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) สมาพันธ์ฯมีหน้าที่ทำตามกระบวนการจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความถูกต้องทั้งสองฝ่ายโดยมีเวลา 7 วัน ในการตรวจสอบสัญญาของทั้งคู่ระหว่างผู้เล่นกับสโมสร ซึ่งเมื่อมีการฟ้องร้องของสโมสรเข้ามาสมาพันธ์ฯจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ณ เวลานี้จึงไม่สามารถอนุมัติไอทีซีไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลไทยได้

สำหรับ โมฮามาดู ซูมาเรห์ แข้งวัย 25 ปี โอนสัญชาติมาเล่นทีมชาติมาเลเซีย เดิมทีมีสัญชาติแกมเบีย ลงรับใช้ทีมชาติมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2018 ลงเล่นแมตซ์อย่างเป็นทางการไปแล้ว 19 นัด ยิงไป 6 ประตู เกมล่าสุดที่ทำประตูได้ในนามทีมชาติลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม จี วันที่ 14 พ.ย.63 ที่สนามบูกิต จารีล ลงสนามพบกับทีมชาติไทย ช่วยยิงประตูให้ทีมเอาชนะไทย 2-1 พาทีมชาติมาเลเซียกลับมาอยู่บนเส้นทางความหวังในการลุ้นเข้ารอบต่อไป

 ที่มาของข่าว : Astro Arena

“น้าชัช&ปีกปลาร้า”ให้ผมได้เล่นไทยลีก

เขาคือใครกัน ที่ สามารถ มอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้คนที่เรียกได้ว่าสุดเฮี้ยบในการเป็นโค้ชจนได้รับฉายาว่า "โค้ชจอมฟิต" อดีตทีมชาติ,กุนซือทีมชาติไทย อย่าง "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ ให้โอกาสได้เล่นลีกสูงสุดทั้งๆที่เป็นนักเตะมาจากดินแดนที่ราบสูง ไม่ได้เคยมีโปร์ไฟล์อะไรมากมาย ให้ได้มาเล่นไทยลีกกับทีม "ห้างขายยา" โอสถสภา ในวันวาน

เขาผู้นี้คือ "เจ้าสังกะสี" นั่นเอง เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมาแฟนบอลไทยพันธ์แท้โดยเฉพาะที่ติดตามข่าวสารทางสยามกีฬา,ฟุตบอลสยาม มาตลอดย่อมต้องเคยได้ยินนักเตะชื่อแปลก รายนี้ แน่นอน

จริงแล้วชื่อที่เพื่อนร่วมทีมรวมถึงบรรดาโค้ชเรียกเขาว่า" สังกะสี" นั้นมาจาก นามสกุล ของเขานั่นเอง

ส่วนชื่อจริงก็คือ วุฒิกร นักเตะจากเมืองย่าโม คนนี้ใช้ความสามารถด้านกีฬาลูกหนังของตัวเองล้วนๆกรุยทางสู่การได้เป็นพ่อค้าแข้งที่เคยเล่นระดับลีกสูงสุดของไทยอย่างไทยลีกมาแล้ว รวมถึงได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคง รับราชการทหาร เป็นรั้วของชาติได้ก็เพราะการเป็นนักฟุตบอลนี่เอง

ชื่อเล่นจริงๆของ เขาคือ "เจ้าวุฒิ" พยางค์แรกของชื่อจริงนั่นเองเขา เกิดเมื่อ 17ส.ค. 2519 เรียนระดับประถมศึกษาที่ ร.ร.บ้านสะสีเหลี่ยม ,ม.ปลายที่ ร.ร.บ้านเหลื่อมพิทยาสรรพ์ ก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ มรภ.นครราชสีมา ปัจจุบันรับราชการทหารบก สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยศจ่าสิบเอก

ดีกรี ด้านลูกหนัง"สังกะสี" เคยติดทีมเยาวชนของ โคราช เล่นมาทั้งกีฬาเขต,กีฬาเยาวชน ,ไทยแลนด์คัพ ,ฟุตบอลถ้วย ง,ค.ข. ,โปรวินเชียลลีก เล่น ให้สกลนคร , ธ.ทหารไทย

ที่เป็นเกียรติประวัติสูงสุดก็เห็นจะเป็นการเล่นไทยลีกให้กับโอสถสภาฯ ในยุคที่มี"น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นกุนซือใหญ่ นั่นเองโดยผู้ชักนำเขาให้ได้มาเล่นกับทีม"ห้างขายยา"ไม่ใช่ใคร เป็นรุ่นพี่คนบ้านเดียวกันอย่างนักเตะเจ้าของฉายา "ปีกปลาร้า" สมาน ดีสันเที๊ยะ นักเตะดังยุคดรีมทีมรุ่นพี่สมัยมัธยมศึกษาที่มองเห็นความมุ่งมั่นรวมถึงฝีเท้าที่ไม่ธรรมเลยแนะนำให้กับ"น้าชัช"

ท้ายที่สุดด้วยสเปคของการเป็นนักเตะลูกอีสาน มีน้ำอดน้ำทน มีวินัยเยี่ยม ขยันฝึกซ้อม จากการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี จาก อ.ราเชนทร์ พรประสิทธิ์ กุนซือคนแรก จึงทำให้ "น้าชัช" ตัดสินใจอ้าแขนรับมาอยู่กับทีม "ห้างขายยา" โดยได้เล่นสีเสื้อโอสถฯ 2 ปี
 
ชีวิตวันนี้เจ้าตัวสมรสแล้วกับ ภรรยาสาว อย่าง ศนิ วิริยะพันโชติกุล นอกเหนือจากจะรับราชการทหารที่ได้เป็นรั้วแห่งชาติก็เพราะเป็นนักเตะแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นโค้ชฟุตซอลให้กับทีม กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงเป็นโค้ชให้กับทีมเยาวชน อันอัน เอฟซี ที่มี คุณปิศนา ดวงตั้ง เป็นประธานสโมสร อะคาเดมี่ลูกหนังดังเมือง "ย่าโม" อีกด้วย

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

คิง เพาเวอร์สานพลังบอลไทยไป เลสเตอร์ ซิตี้

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดงานแถลงข่าว "สานพลังบอลไทย ไป เลสเตอร์ ซิตี้" เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพนักเตะไทย โดยเปิดโอกาสให้ 3 นักเตะดาวรุ่งอย่าง "เช็ค" สุภโชค สารชาติ, "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด และ "แบงค์" ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา  เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังฟุตบอลไทยลีกจบการแข่งขันฤดูกาล 2020 เป็นเวลา 1 เดือน

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และความตั้งใจแรกของเราที่เข้าบริหารสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คือเราจะสนับสนุนความสามารถของนักเตะไทย เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสำคัญกับบุคลากรและการพัฒนาศักยภาพของนักเตะรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาพัฒนาทักษะ ซึ่งเรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลงทุนด้านฟุตบอลระยะยาว ปัจจุบันเรามีศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป และมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุดเพื่อให้นักเตะทุกคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในทุกช่วงเวลา"

"การที่ 3 นักเตะดาวรุ่งได้ไปทดสอบฝีเท้าที่เลสเตอร์ ซิตี้ นับว่าเป็นโอกาสที่นักเตะจะได้โชว์ฝีเท้าและความสามารถของตัวเองในระดับยุโรป ถ้าผลการทดสอบออกมาตามเกณฑ์ จะสนับสนุนให้ไปเล่นต่อที่สโมสรในยุโรป อาทิสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ประเทศเบลเยียม ในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้ง 3 คน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากการทดสอบไม่ประสบความสาเร็จอย่างน้อยก็มีรายชื่ออยู่ในฐานระบบ Scouting ของยุโรป ที่ผ่านมาเลสเตอร์ ซิตี้ เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยในด้านกีฬามาโดยตลอด โครงการต่างๆ ที่เลสเตอร์ และคิง เพาเวอร์ ทำมาเพื่อตอบโจทย์ว่าเราอยากเห็นคนไทยไปเล่นในสโมสรในยุโรป"

ด้านนักเตะทั้ง 3 รายดังกล่าวต่างมีการให้สัมภาษณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมจะเดินทางไปทำหน้าที่และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อโอกาสที่จะได้เล่นในลีกยุโรป และเพื่อเป็นการเปิดประตูให้กับน้องๆรุ่นหลัง รวมถึงจะได้นำมาพัฒนาฝีเท้าเองเพื่อช่วยทีมชาติไทยต่อไปอีกด้วย

“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

“โค้ชอั๋น”เชื่อ “ค้างคาวไฟ” ดีพอล้ม “กิเลนผยอง”

"โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เชื่อ "ค้างคาวไฟ" มีดีพอเปิดบ้านล้ม "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ประเดิม3แต้ม แม้ขาด"บาจโจ้" แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ที่เตรียมเปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

ล่าสุด "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดถึงความพร้อมของทีมว่า ในส่วนของตัวผู้เล่นจะขาดเพียง จอห์น บาจโจ้ ปีกตัวจี๊ดและกัปตันทีมเพียงรายเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้หมด ซึ่งแม้จะขาดตัวหลักอย่างบาจโจ้ไป แต่ตนเชื่อว่าคนอื่นๆสามารถที่จะลงมาทดแทนกันได้

 "แน่นอนว่า บาจโจ้ เป็นกำลังสำคัญของทีม การขาดเขาไปทีมอาจจลดประสิทธิภาพในเกมรุกไปบ้าง แต่เชื่อว่าคนอื่นทดแทนได้ เพราะเราเน้นระบบทีมเวิร์คมากกว่าตัวบุคคล และในช่วงเก็บตัวก่อนหน้านี้ เราได้ทดลองระบบการเล่นเพื่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทุกคนทำได้ดีและน่าพอใจ"

ส่วนเป้าหมายในเกมนี้ เฮดโค้ชค้างคาวไฟ กล่าวว่า "แน่นอนว่าการกลับมาของไทยลีกอีกครั้งหลังหยุดพักไปนาน รวมทั้งการได้เล่นในบ้าน เราตั้งเป้าที่ 3 คะแนนเพื่อประเดิมขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งแม้ว่า เมืองทอง จะเป็นทีมที่ดี แต่ตนเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมเรา รวมถึงผลงานในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ทุกคนเข้าใจในแท็กติก และทำได้ดี เชื่อว่าเราจะคว้า 3 แต้มได้"

ธีรศิลป์ยิงได้! เช็คคะแนนแข้งไทยจากสื่อญี่ปุ่น

เว็บไซต์ ชื่อดัง soccerdigestweb ให้คะแนนของผู้เล่นไทยในศึกเจลีกในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแข้งไทยได้รับโอกาสลงสนามทั้ง3 คน แต่ต้นสังกัดของทุกคนไร้แต้มติดมือ

"มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองในนาที 76 ในเกมพ่าย คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 1-2 โดยเจ้าตัวยิงประตูหลังจากลงสนามได้เพียง 3 นาที ได้ 6.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "สามนาทีหลังจากลงสนาม เขาทำประตูด้วยสัมผัสแรกที่ชำนาญและยิงเข้ามุม เป็นเวลานานแล้วที่เขายิงไม่ได้ แต่เขาใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีค่อนข้างจำกัด และทำประตูได้"

"เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นตัวจริงในรอบ3เกมให้กับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ก่อนถูกเปลี่ยนออกนาที 64 ในเกมเปิดบ้านพ่าย อูราวะ เรดส์ ไดมอนส์ 3-4  ได้ 6 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "จะพูดได้ว่า มีการพัฒนาขึ้นหลังจากพักรักษาตัวเอง และการพาบอลแทรกผ่านผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทำได้ดี แต่เป็นเกมที่ทีมพ่ายแพ้"

"อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส และเล่นเต็มเกมในนัดโดน เซเรโซ โอซาก้า บุกยิงคาบ้าน 2-1 ได้  5.5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "มีทำเกมบุกโจมตีคู่แข่งอยู่เรื่อยๆแต่ตอนท้ายเกมไม่สามารถสกัดการบุกของซากาโมโตะได้ จนนำมาสู่การเสียประตู"

สื่อญี่ปุ่นตัดเกรด!เช็คคะแนนแข้งไทยนัดกลางสัปดาห์

เว็บไซต์ ชื่อดังอย่าง soccerdigestweb ได้มีการออกมาให้คะแนนของผู้เล่นไทยในศึกเจลีกในนัดกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะไทยได้รับโอกาสลงสนามสองคน
    "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าชิมิสึ เอส พัลส์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาที75 เกมบุกเยือน โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ก่อนพ่ายไป 0-3 ได้ 5 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "ในเกมแดนหน้า เป็นเรื่องยากที่จะทำประตูได้หลังมีการสร้างเกมบุกได้เป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง"

    ขณะที่ "เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร นัดบุกชนะ ซางัน โทสุ 2-0 เกมนี้ ชนาธิป เล่นได้เพียง45 นาทีแรกเท่านั้น ได้ 6 คะแนน พร้อมคำอธิบายว่า "แสดงพลังขับเคลื่อนบอลไปด้านหน้าและเข้าโจมตีทีมคู่ต่อสู้ ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บขาในช่วงกลางครึ่งแรก ดังนั้นเขาจึงมีส่วนร่วมในครึ่งแรกเท่านั้น"

 

แข้งใหม่ตราด!โจนาธาน เฮสถึงไทยกักตัว14วันก่อนสมทบซ้อม

แข้งใหม่ "ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี โจนาธาน เฮส เดินทางถึงไทยแล้ว พร้อมเข้ารับการกักตัว 14 วัน

หลังจากมีข่าวทางนายกวิเชียร ทรัพย์เจริญ ประธานที่ปรึกษาสโมสรตราด เอฟซี  เผยทางสโมสรได้การปิดดีลคว้าตัว โจนาธาน เฮส อดีตดาวเตะที่เคยร่วมเล่นกับเกษตรศาสตร์ เอฟซี ,สุพรรณบุรี เอฟซี ,พีที ประจวบ เอฟซี และบีจี ปทุม ยูไนเต็ด จากสโมสรบูซาน ไอพาร์ค ทีมดังในศึกเคลีก เกาหลีใต้ มาร่วมทัพแล้วนั้น

ล่าสุดทาง โจนาธาน เฮส ได้เดินทางเข้าประเทศไทยมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 14 วันทันที หากไม่มีอาการของการติดเชื้อไวรัส โควิด -19  จะเข้าร่วมฝึกซ้อมและแข่งขันกับทีมต่อไป  ซึ่งจะเป็นเกมวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 63 ซึ่งตราด เอฟซี จะต้องออกไปเยือนสุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

กุนซือเชียงรายฯปลื้มผลงาน”โชติภัทร”เผยยืนตัวจริงยาวๆ

มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชื่นชม "โชติภัทร พุ่มแก้ว" บอกตัวจริงยาวๆ ส่วนเรื่อง "ชาช่า" จะลงเมื่อไหร่ ขอเก็บไว้เป็นความลับ!

ภายหลังจากที่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชัยเหนือ พีที ประจวบ 1-0 ในศึกไทยลีก2020-21 นัดที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 โดยได้ประตูชัยจากลูกโขกของ โชติภัทร พุ่มแก้ว น.31 นั้น

ล่าสุด มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ สิงห์ เชียงราย เปิดเผยหลังเกมว่า "เกมนี้เป็นเกมที่เรารวมตัวกันมา 2 เดือน ในการเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับมาเล่น ซึ่งทุกคนตั้งใจเล่น ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ตามเป้า
พร้อมกันนั้น มาซามิ ทากิ ยังได้พูดถึงผลงานของ โชติภัทร พุ่มแก้ว ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ว่า

"เขาพัฒนาขึ้นในทุกๆวันในการมาซ้อม และเกมกับพีที ประจวบ ทำให้เรามั่นใจว่า เขาจะสามารถขยับมาเป็นผู้เล่นตัวจริงได้เรื่อยๆ และเชื่อว่าเขาจะทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ"

"โดยเกมต่อไปที่จะบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า  คงไม่ใช่งานง่าย เขาเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ดีทีมหนึ่ง  ต้องมาดูว่าจะวางแผนอย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่า จาจ้า กองหน้าตัวใหม่ของเราจะลงสนามเมื่อไหร่ เรื่องนี้ขอเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดของเรา จริงๆถ้ารูปเกมกับ พีที ประจวบ เป็นอย่างที่หวังไว้ เราอาจจะได้เห็น ชาช่า แน่นอน"