เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

หายหน้าหายตาไปนาน จนแฟนๆ หลายคนบ่นคิดถึง สำหรับหนุ่มหน้าหวาน เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา พระเอกสายวายชื่อดัง ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค. เจอดาราหนุ่มในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง "วอน(เธอ)" ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เลยอัพเดตชีวิตและผลงาน

รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แพลนแฟนมีตติ้งต่างประเทศต้องเลื่อนออกไปทั้งหมด พร้อมแจงเหตุที่ตนเองไม่ได้กลับมาเล่นซีรีส์ บังเอิญรัก 2 ร่วมกับเพื่อนนักแสดงชุดเก่า จนกลายเป็นดราม่าเบาๆ

ก่อนหน้านี้หายหน้าหายตาไปเลย?
"ถ่ายละครครับ ใกล้ปิดกล้องแล้วเรื่อง Let’s Fight Ghost ทุ่มเทมากเพราะว่าเป็นละครบู๊ ต้องซ้อมคิวบู๊หรือว่าเรียนมวยต่างๆ เรียกว่าทุ่มเทให้กับเรื่องนี้เต็มที่ ด้วยความที่ช่วงนั้นปิดกล้องเรื่อง Why R U The Series พอดี ซึ่งสิ้นเดือนนี้ก็จะกล้องแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะมาเต็มที่กับหนังเรื่อง วอน(เธอ)"

รับทีละเรื่องเหรอ?
"ตอนนี้เรื่อยๆ ครับ แล้วแต่ว่าจะมีทางภาพยนตร์หรือว่าละครติดต่อมา ถ้าสามารถรับได้หลายเรื่องก็อยากรับเหมือนกัน"

เล่นคิวบู๊เป็นยังไงบ้าง?
"สนุกมากครับ แรกๆ บอกเลยว่าล้มลุกคลุกคลานมาก ด้วยความใหม่ด้วยก็มีต้องไปเรียนทั้งบู๊ทั้งมวย เพราะตัวละครที่รับเป็นมวยไทย ต้องผนวกทั้งบู๊และมวยไทย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนเลย แรกๆ อาจจะยังไม่เก่งมากรู้สึกว่ายังต้องฝึกฝน แต่พอได้ฝึกฝนอยู่กับมันมาประมาณปีนึงก็ชอบ มีละครบู๊มาก็ติดต่อได้นะครับ ชอบมากเลย"

มีผิดคิวบ้างไหม?
"มีครับ อย่างตอนนี้ถ้าเห็นก็จะมีรอยแดงๆ เพราะว่าใส่ซับบางทีต่อสู้แล้วแบบกระแทกจนเป็นรอย แรงสุดที่โดนคือเขียวเป็นแถบเพราะว่าเราต้องแอ๊กชั่นเตะแล้วลอยจริงเลย ส่วนใหญ่จะเล่นฉากบู๊เองทั้งหมด มีแค่คิวที่ต้องเข้าไปใกล้ๆ เป็นมีดแหลมก็จะมีพี่สตั๊นต์ช่วยเล่นให้ เรียกว่ามีรอยช้ำกลับบ้านทุกวันที่มีคิวบู๊"

รอยช้ำตามตัวกระทบต่อการทำงานไหม?
"ตอนนี้เรามีนวัตกรรมคือรองพื้นและคอนซีลเลอร์ครับ คือต้องใช้ตัวช่วย บางทีมันเป็นรอยแล้วเราต้องทำงานก็อาจจะต้องปกปิดหน่อย จริงๆ ที่ตั้งใจปิดเพราะเป็นห่วงแฟนคลับว่าเดี๋ยวเขาเห็นแล้วจะเป็นห่วงกัน"

เจ็บเนื้อเจ็บตัวขนาดนี้ก็ยังชอบเล่นบู๊เหรอ?
"ชอบครับ เหมือนเด็กผู้ชายเนอะเราก็ชอบเล่นอะไรที่มันใช้แรงมากๆ พิเรนทร์ๆ อยู่แล้ว พอมาเจอคิวบู๊ก็ถูกใจเลยครับ นี่ยังคุยอยู่เลยว่าเดี๋ยวถ้าจบเรื่องนี้ก็อยากจะไปเรียนมวยจริงจัง หรือว่าเรียนยิงปืน"

แอบคาดหวังบ้างไหมเพราะก่อนหน้านี้บทเราค่อนข้างใสๆ?
"คาดหวังครับ คาดหวังให้ออกมาดีที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะดีใจมาก"

ถามถึงประเด็นที่หลายคนจับตาว่าเราไม่ได้อยู่ในซีรีส์ บังเอิญรัก 2 แล้ว?
"อย่างที่บอกไปตั้งแต่ครั้งก่อนๆ ว่าด้วยเรื่องเวลา คิวงานเอง หรือว่าในหลายๆ เรื่อง เพราะการที่จะรับซีรีส์หรือละครเรื่องหนึ่งมันต้องมีความพร้อมด้วยทั้งเวลาถ่ายทำ อย่างที่เห็นว่า บังเอิญรัก กำลังถ่ายทำกันอยู่และใกล้จะจบแล้ว ส่วนผมก็ถ่าย Let’s Fight Ghost ซึ่งเต็มที่กับเรื่องคิวบู๊ในการถ่ายทำเรื่องนี้อย่างมาก เลยมีหลายเรื่องไม่ลงตัวทำให้ไม่ได้เล่น"

เสียดายไหม?
"ผมเชื่อว่าเมื่อเราเลือกอะไรแล้วเราจะไม่เสียดายในสิ่งที่เราตัดสินใจ แต่ถามว่าเรารักในตัวละครรักซีรีส์มั้ย แน่นอนครับ เราเกิดและโตมากับเขา ยิ่งตัวละครที่ได้รับเลือกผมจะรักมากเพราะเปรียบเสมือนเราสร้างงานศิลปะ สิ่งที่เราทำเราทำด้วยความรักอยู่แล้ว"

แฟนคลับค่อนข้างเสียใจที่ไม่มีเรา?
"เซ้นต์ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ อย่างที่บอกว่ามันเป็นหลายๆ เรื่องด้วย"

แอบเห็นดราม่าไหม?
"แอบอ่านอยู่ครับ แต่ว่าอย่างที่บอกคือมองให้เป็นความเข้าใจแหละ เหมือนกับความสัมพันธ์เวลาเรามีแฟนเราก็อยากให้แฟนเข้าใจเราที่สุด ผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนอยากให้ผมเข้าใจในมุมมองของเขา ซึ่งผมก็เข้าใจนะ สำหรับผมก็อยากอธิบายทุกคนฟังในมุมมองของผม"

ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทีมงานเก่าหรือว่าเพื่อนๆ นักแสดง?
"ไม่ได้มีปัญหากันครับ ยังเล่นยังคุยกับมีน(พีรวิชญ์)อยู่เลย อย่างที่เห็นกันว่ามีนก็เป็นนักแสดงนำของบังเอิญรักเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกันกับทางเพื่อนๆ ครับ"

ถามถึงแพลนงานที่ต่างประเทศ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศตลอด หลังจากเกิดโควิด-19 มันกระทบกับงานเราเยอะไหม?
"พอสมควรครับ จริงๆ ช่วงหลังจากที่จบซีรีส์ Why R U The Series วางไว้ว่าก็จะมีแฟนมีตของ Why R U The Series และแฟนมีตเดี่ยวของผมประมาณ 7-8 ประเทศ ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าต้องพักไว้ก่อน แต่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกนะครับ แค่พักคิวไว้ก่อนเฉยๆ รอว่าถ้าได้คิวแล้วบินไปได้จริงๆ สถานการณ์ดีขึ้นก็ค่อยไป"

เกิดความเสียหายกับตัวเรามากน้อยแค่ไหน?
"สำหรับผมการไปแฟนมีตคือความรักที่เราอยากจะไปมอบให้กับแฟนคลับ แล้วเราก็ไปรับพลังความรักจากแฟนคลับด้วย ผมเลยมองว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ในเรื่องของเงินทองสำหรับผมมันเป็นของที่ไม่ได้ซีเรียส แต่เป็นความรักมากกว่าเพราะหลายคนคาดหวังที่อยากจะเจอเรา แต่ว่าเขาไม่ได้เจอ"

ซัพพอร์ตยังไงกับการที่เขาผิดหวัง?
"หลายคนจะเห็นว่าสมัยก่อนผมไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยลขนาดนั้น หลังๆ ผมก็จะเริ่มฝึกมากขึ้น เล่นโซเชี่ยลมากขึ้น มีไลฟ์มากขึ้น อย่างน้อยที่ว่าเราไม่ได้เจอกัน ไปต่างประเทศ หรือว่าอีเวนต์ ก็ยังได้เจอกันผ่านโซเชี่ยลส่งความรู้สึกส่งความรักถึงกันและกันได้"

กังวลไหมว่าพอไม่ได้ไปเจอเขาบ่อยๆ หรือว่าห่างหายไป แล้วฐานแฟนคลับจะลดลง?
"ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักแหละครับ ถ้าเราเติมเต็มซึ่งกันและกันความรักที่มันหอมหวานมันก็จะหอมหวานอย่างนั้น ผมว่าความหอมหวานของมันมีเสน่ห์ยิ่งกว่าถึงแม้ว่าเราไม่อยู่ใกล้กันหรือเจอกัน แม้ไม่ได้เจอกันมันก็เป็นบททดสอบนะว่าเรายังคิดถึงเขา และเขาก็ยังคิดถึงเรา"

เปรียบแฟนคลับเหมือนแฟนเลยเนอะ?
"ผมมองว่าแฟนหรือคนในครอบครัว คือคนที่เราต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เช่นเดียวกันผมอยู่กับแฟนคลับเป้าหมายของผมอย่างหนึ่ง คือผมก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแฟนคลับเหมือนกันครับ"

เปิดเบื้องลึกรอยร้าว หนุ่ม กรรชัย VS. ช่อง 3 อะไรคือปมจริงๆ ที่แตกหัก

ระส่ำไปทั้งตึกมาลีนนท์ เมื่อมีข่าวหลุดเล็ดลอดออกมาว่าฝ่ายข่าวช่องหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกับผู้ประกาศคุณพ่อจอมโหน จนถึงขั้นต้องแยกทางกันเดิน

ซึ่งก็คงไม่ต้องสืบเสาะกันให้ยุ่งยากเพราะผู้ประกาศข่าวคนที่ว่าก็ชี้เป้าอยู่แล้ว “คุณพ่อจอมโหน” ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ยืนหนึ่งกับรายการโหนกระแส

น้ำ รพีภัทร ไม่หมิ่นเงินน้อย เก็บขยะขายได้เงินมาเกือบสองร้อยบาท
สามี น้ำหวาน เดอะเฟซ เปิดใจ “มีคนผิด 2 คน” มีข้อมูลแน่นมั่นใจไม่โง่
“ช่องวัน31” บวงสรวงละคร 4 เรื่อง 4 รส ขนนักแสดงนับร้อยชีวิตเข้าร่วมพิธี
งานนี้เกิดอะไรขึ้นกับ หนุ่ม กรรชัย และช่อง 3 งานนี้เบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ช่อง 3 ถึงได้มีข่าวแบบนี้กับ กรรชัย กำเนิดพลอย หลุดออกมา ทั้งที่ความเป็นจริงชื่อนี้ น่าจะเป็นชื่อขายของข่าวช่อง 3 ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

งานนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงปัญหา ว่ากันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเกิดจากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ไม่ได้เกี่ยวกับรายการ “โหนกระแส” อย่างที่หลายคนคาดเดากันไปแต่อย่างได้

ปัญหาเกิดขึ้นเกิดกับรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ที่อุดมคติในการทำข่าวของ หนุ่ม กรรชัย กับผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ไม่ตรงกัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ทำ หนุ่ม กรรชัย สับสน แม้แต่ทีมข่าวของช่อง 3 ก็ยังออกอาการเซโรงังกับนโยบายที่ปรับเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือของผู้บริหารช่อง

เพราะอยู่ๆ ช่อง 3 มีนโยบายปรับเนื้อหาข่าวใหม่ ไม่เอาข่าวเข้าถึงชาวบ้าน ไม่เน้นข่าวกระแส ตั้งเป้ากลยุทธ์ใหม่ ช่อง 3 ข่าวจะต้องมี value อยากให้ภาพของข่าวช่อง 3 คือ CNN ของเมืองไทย

ขณะที่ทีมข่าวช่อง 3 ตั้งคำถามว่าการที่มี หนุ่ม กรรชัย เข้ามาทำข่าวกระแส เข้าถึงชาวบ้าน เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ถูกทางแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลังการมาของ กรรชัย สามารถทำให้เรตติ้งขึ้นมาถึงแตะตัวเลข 1 ได้หลังข่าวช่อง 3 ฟุบไปนาน

โดยในยุคก่อนหน้าโน้นนนน ช่อง 3 ก็เคยใช้นโยบายทำข่าวแบบมี value มาแล้ว แต่สิ่งที่เจอคือไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเบนหัวรถจักรกลับมาเจาะตลาด mass ตามเดิม ซึ่งแนวทางช่วงที่ หนุ่ม กรรชัย เข้ามาก็ไปได้ด้วยดี และในเมื่อทุกอย่างกำลังดีๆ เหตุใด?? จึงเปลี่ยนกะทันหันอยากกลับมาปรับเป็นแนวข่าวมี value ที่ไม่ประสบความสำเร็จอีก

แถมล่าสุดว่ากันว่าเรื่องราว go so big ไปกันใหญ่มีการตั้งคณะทำงานดูแลโครงสร้างข่าวเที่ยง รายการที่ หนุ่ม กรรชัย นั่งแท่นผู้ประกาศข่าว งานนี้ก็ต้องจับตาดูว่าการเข้าไปล้วงปรับโครงสร้างข่าวเที่ยงครั้งนี้ ผู้บริหารต้องการเพียงแค่ขยับปรับรูปแบบการทำงาน หรือมีจุดประสงค์แฝงอื่น?

โดยหากลงรายละเอียดกันลงไปอีก ที่ผ่านมาการทำงานข่าวในช่วงรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ หนุ่ม กรรชัย ไม่ใช่คนเดียวที่เป็นคนกำหนดประเด็นข่าวในการนำเสนอแต่ละวัน ทุกอย่างเกิดจากการหารือกันกับทีม และคนที่เป็นหลักในการกำหนดประเด็นข่าวก็ยังคงเป็นบรรณาธิการข่าว

ส่วนในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หนุ่ม กรรชัย ไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจผู้บริหารใหม่ช่อง 3 เพราะเข้ามาทำงานผู้ประกาศข่าวในยุค บี๋ อริยะ พนมยงค์ ผู้บริหารคนก่อนที่ลาออกไปหรือเปล่า เรื่องนี้ได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน หนุ่ม กรรชัย เพียงเข้ามาในยุค บี๋ อริยะ แต่ไม่ได้เป็นคนของอดีตบอสใหญ่ช่องแต่อย่างใด

สำหรับบทสรุปตอนนี้ หลังจากเกิดความตึงเครียดในที่ประชุมข่าว หลังผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ต้องการแนวทางการทำข่าวแบบใหม่ ที่ไม่ตรงกับแนวทางของ หนุ่ม กรรชัย ตอนนี้ทุกอย่างยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ บทสรุปยังไม่แน่ชัด ทุกฝ่ายยังรอดูทิศทางคลื่นลมว่าจะเป็นอย่างไรต่อ จะมีแรงกระเพื่อมอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า กระแสที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เป้าหมายในการทำงานที่ต่างกัน หรือจริงๆ ลึกลงไปมันอาจมีอะไรมากกว่านั้น บางครั้งอาจไม่ใช่เก่าไปใหม่มาเสมอไป เพราะบางทีเมื่อเก่ากลับมาใหม่อาจจะต้องไป

“สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล”ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

แฟนกีฬาชาวไทยอาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยื่งกับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยในหลายๆแมตช์, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในหลายๆครั้ง และการชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในหลายๆไฟต์ ซึ่งปรากฏการณ์สนามแตก ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมจนล้นสนามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากจะเกิดกระแสฟีเวอร์หรือความนิยมต่อกีฬาชนิดนั้นจริงๆ
   อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว กับการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงปลายปี 2538 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงไทย ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมบาสเกตบอลหญิงจนล้นสนาม

    และปฏิเสธไม่ได้ว่า นักกีฬาผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ จนทำให้แฟนกีฬาต้องแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาเชียร์ทีมบาสเกตบอลสาวไทยในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "แว่น" สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

    แม้จะเกิดเป็นหญิง แต่จากการมีรูปร่างหน้าตาหล่อสมาร์ทโดนใจ ละม้ายคล้ายกับ ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกเบอร์ 1 แห่งวงการบันเทิงในยุคนั้น จึงทำให้เธอคนนี้ ได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่า "สาวหล่อ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งสื่อบางสำนัก ยังตั้งฉายาให้เธอว่า "ศรราม 2" อีกด้วย

    นอกจากรูปร่างหน้าตาจะหล่อโดนใจสาวๆทั้งประเทศแล้ว ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ที่ไม่ได้เป็น 2 รองใคร จึงทำให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เป็นตัวหลักให้กับทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยมาตลอด 9 ปีที่รับใช้ชาติ ก่อนที่ชื่อของเธอ จะกลายตำนานที่ยังอยู่ในใจของแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศตลอดมา

    ย้อนกลับไปในอดีต ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่แรกแต่อย่างใด โดยคุณพ่อและคุณแม่ สนับสนุนให้ลูกสาวคนนี้เล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

    จนกระทั่งอายุ 12 ขวบ เส้นทางชีวิตได้มาบรรจบกับเกมกีฬายัดห่วงจนได้ เมื่อโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ สถานศึกษาของเธอในเวลานั้น มีแผนการที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลหญิงขึ้นมา โดยมี อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่อาจารย์ท่านนี้ จะทาบทามให้ ด.ญ.สิริรัตน์ เข้ามาเป็นนักบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน

    นับจากนั้น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ได้เป็นนักบาสเกตบอลหญิงตัวหลักให้กับโรงเรียนวัดน้อยนพคุณมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลงแข่งขันหลายรายการ อาทิ รายการของกรมพลศึกษา, รายการของกรุงเทพมหานคร, กีฬากองทัพอากาศ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และอีกหลายๆทัวร์นาเมนต์ โดยยึดแบบอย่างจาก ไมเคิ่ล จอร์แดน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอในขณะนั้นเป็นไอดอล

     สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ได้เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 ในครั้งนั้น สิริรัตน์ เป็นตัวแทนของทีมยัดห่วงเขต 10 กรุงเทพมหานคร

 

    แม้จะได้เพียงรองแชมป์ ทว่าจากการโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น จึงทำให้เธอคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 นักกีฬาเยาวชนไทย ให้ได้รับโอกาสอันล้ำค่า กับการไปทัศนศึกษาดูงาน ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่นครฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายในปีเดียวกัน

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งดังกล่าว ได้ทำให้ชื่อของ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีต่อมา หรือปี 2538 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

    สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันในนามทีมชาติก็คือ ศึกชิงแชมป์เอเชีย 1995 ซึ่งเป็นระดับดิวิชั่น 2 ที่เมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2538 โดยเธอและเพื่อนร่วมทีม ผนึกกำลังพาทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์มาครอง และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

    จากนั้นในช่วงปลายปีเดียวกัน อีก 1 จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้มาถึง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ สิริรัตน์ ได้ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงหญิงไทยในเวลานั้น กับการเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้มากที่สุดคนหนึ่งในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จนเกิดปรากฏการณ์สนามแตกทุกแมตช์ที่ทีมยัดห่วงสาวไทยลงแข่งขัน เนื่องจากแฟนกีฬาต่างแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาชม “สาวหล่อ” ในสนาม เมื่อยามที่เธอได้บอลแต่ละครั้ง เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วโรงยิมทุกครั้งเลยทีเดียว

    ด้วยแรงเชียร์ที่ล้นหลาม กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญ ในการทำให้ทีมบาสเกตบอลหญิงไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 18 ได้สำเร็จ พร้อมกับพลิกชีวิตให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เปลี่ยนจากนักกีฬาธรรมดา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศไปในทันที
 
    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ซูเปอร์สตาร์ยัดห่วงสาวรายนี้ ยังใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยังคงนั่งรถเมล์ไปเรียนมหาวิทยาลัยเป็นประจำ พอเจอแฟนคลับทักทายก็ยิ้มและพูดคุยแบบเป็นกันเองทุกครั้ง โดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

    หลังจากนั้น สิริรัตน์ ได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมชาติไทยอีก 9 ปี ก่อนจะประกาศเลิกเล่นหลังจบศึกชิงแชมป์เอเชีย 2004 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

    เธอได้กล่าวถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับกีฬาที่เธอรักว่า ในช่วงนั้นนอกจากจะต้องซ้อมบาสเป็นประจำแล้ว ยังต้องเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังต้องทำงานประจำ กับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลิตรายการและละครทางโทรทัศน์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย ได้ทำงานที่เธอรักกับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตรายการและละครทางทีวีมาโดยตลอด

    เธอได้กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและหน้าตาดี จึงทำให้ช่วงที่ทำงานตอนแรก ครีเอทีฟเคยให้เธอทดลองเป็นนักแสดงหน้ากล้องเช่นกัน แต่ด้วยความเขินกล้อง และไม่ถนัดกับการแสดง จึงเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า

    สำหรับปัจจุบันแม้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล จะลาออกจากงานประจำแล้ว เพื่อหันมาทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งเธอยังเป็นฟรีแลนซ์ช่วยงาน "หม่ำ จ๊กมก" ศิลปินตลกชื่อดัง และยังเป็นผู้จัดการของ "อาร์ม" กรกันต์ สุทธิโกเศศ นักร้องและนักแสดงชื่อดังอีกด้วย

    ด้านร้าน "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่ง สิริรัตน์ ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ขายมาก่อน พอตนเองมาทำก็ได้ปรับปรุงให้รสชาติกลมกล่อมและอร่อยขึ้น โดยร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และได้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-20.30 น.

    แฟนกีฬาท่านใด ที่ยังคิดถึงตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ สามารถไปพบปะและอุดหนุนเธอได้ ตามสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ 0648269399 และยังสามารถติดตามรายละเอียดของร้านได้ที่เพจเฟสบุ๊ก "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" ได้อีก 1 ช่องทาง

 

เซ็กซี่ขึ้นแน่นอน น้องบลู โพสต์มีแพลนผ่าตัดหน้าอกใหม่ให้ปังสุด

ต้องบอกว่าถึงแม้หน้าจะหวานแต่ก็ผสานไปด้วยความเซ็กซี่ โดยปีนี้คาดว่า น้องบลู จิรารัตน์ คงมีผลงานเซ็กซี่มาให้หนุ่มๆ ได้ติดตามมากมายเช่นเคย แต่ก่อนจะไปถึงเรื่องผลงานใหม่ มาชมความแซ่บในลุคต่างๆ เพราะหลังจากนี้ หนุ่มๆ จะเห็นน้องบลูกับความเซ็กซี่ครั้งใหม่

 

เชื่อว่าชื่อของ น้องบลู คงเป็นหนึ่งในลิสต์รายชื่อที่หนุ่มๆ หลายคนตกหลุมรัก ยิ่งช่วงปลายปีที่ผ่านมา น้องบลู ควักกระเป๋าหลายล้านบาท บินศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี จนตอนนี้บอกเลยว่าเธอสวยเซ็กซี่มีเสน่ห์ขึ้นจนหลายคนบอกว่าหน้าคล้ายตุ๊กตาบาร์บี้สุด ซึ่งล่าสุดน้องบลูโพสต์ข้อความว่า “อัปเดตหน้าใหม่บลูครบ 8 เดือนค่ะ และบลูมีแพลนผ่าตัดหน้าอกใหม่ให้ปังสุดด้วย ฝากติดตามบลูด้วยนะ”

ด้านผลงานเซ็กซี่ของสาวสวยคนนี้ที่ผ่านมาก็มากมาย มีทั้งงานถ่ายแบบ งานรีวิวสินค้าต่างๆ นอกจากนี้ น้องบลู ยังนางแบบอิสระที่ช่างภาพหลายคนอยากร่วมงานด้วยเป็นที่สุด

น้องบลู หลังจากศัลยกรรมหน้าอกจะสวยเซ็กซี่ขนาดไหนหนุ่มๆ คงต้องรอติดตามกัน

 

หนุ่มๆ กระดี๊กระด๊า! “มิโฮ” นักมวยปล้ำสาวญี่ปุ่นผันตัวเล่นหนังอิโรติก

สร้างความฮือฮาทีเดียวสำหรับ อาเบะ มิโฮ หนึ่งใน Diva สาวของ ศึกมวยปล้ำ NJPW (นิวเจแปนโปรเรสต์ลิง) สมาคมมวยปล้ำอาชีพของญี่ปุ่น ที่ตัดสินใจหันมารับงานถ่ายแบบที่หวาบหวิวขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

โดยก่อนหน้านี้ นางแบบสาวจากฮอกไกโด เซ็นสัญญากับทางค่ายเมื่อปี 2013 และยึดอาชีพสาวข้างสังเวียนที่คอยสร้างสีสันนับแต่นั้นเป็นต้นมา ก่อนที่เมื่อเดือนที่ผ่านมาเธอตัดสินใจไม่ต่อสัญญา แต่เลือกที่จะเซ็นรับเป็นงานๆ ไป นั่นเท่ากับว่าเธอจะสามารถทำอะไรนอกเหนือจากบทบาทในสังเวียนได้

ล่าสุด สาววัย 31 ปี รายนี้ตัดสินใจถ่ายแบบกราเวียร์แบบใหม่ ที่บอกเลยมันไม่เหมือนกราเวียร์เดิมทั่วไป (ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ) เพราะมันมีทั้งฉากร่วมเพศ และฉากกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแบบโจ๋งครึ่ม จนแทบจะเรียกว่าหนังอิโรติก เลยก็ว่าได้

สำหรับ อาเบะ มิโฮ เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี 1988 ถือเป็นนางแบบที่ได้รับการจับตามองตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่ ฮอกไกโด ในบ้านเกิด จากนั้นเข้าร่วมประกวด มิส ยูนิเวิร์ส ญี่ปุ่น 2012 โดยสามารถผ่านเข้าถึงรอบสุดท้าย รวมถึงคว้าตำแหน่ง มิส FLASH 2015 (ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำ)

ก่อนผันตัวมาเป็นนางแบบอาชีพรับงานถ่ายแบบกราเวียร์ และเป็นเรซควีนตามงานโชว์รถต่างๆ นอกจากนี้เธอยังมีผลงานการถ่ายแบบโฆษณาอีกมากมาย ส่วนการตัดสินใจหันมาถ่ายแบบกราเวียร์แบบวาบหวิวครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของเธอหรือเปล่า

“ปุ๊กกี้” นิภาภรณ์…คัมแบ็กเขย่าสังเวียนซีเกมส์-เอเชียนเกมส์

ภาพนักตะกร้อสาว "ปุ๊กกี้" นิภาภรณ์ สลุบพล อยู่บนหลังของ วิภาดา จิตพรวน เพื่อนร่วมทีมประคองออกจากสังเวียนชิงชัยยังฝังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน
    รวมถึง "ปุ๊กกี้" นักหวดลูกพลาสติกดาวรุ่งพุ่งแรงด้วยเช่นกัน

    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ณ เมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย เจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ทีมตะกร้อสาวไทยลงแข่งขันเกมที่สองพบกับ เกาหลีใต้ หลังจากนัดแรกเอาชนะ ลาว มาได้ไม่ยาก 3 ทีมรวด "สวยสังหาร" นิภาภรณ์ สลุบพล ถูกส่งลงสนามเป็นทีมแรกร่วมกับสองจอมเก๋า มัสยา ดวงศรี กับ ศศิวิมล จันทสิทธิ์

    ดั่งฟ้ากลั่นแกล้งจอมเสิร์ฟดาวรุ่งปิดฉากเอเชียนเกมส์ลงในวันนี้ เมื่อได้รับบาดเจ็บที่ "เข่าซ้าย" จนเล่นต่อไปไม่ไหวและถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

    นับเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในชีวิตที่แสนสั้นและเจ็บปวด แม้ท้ายที่สุดแล้วเธอจะยังได้ฉลองแชมป์กับทีมก็ตาม

    หลังการตรวจอย่างละเอียดปรากฏว่า "เอ็นไขว้เข่าขวาขาด" หนักกว่าที่คาดคิด และเป็นอาการบาดเจ็บที่ในหมู่นักกีฬาหวาดกลัวที่สุด

    "เสียดายโอกาสแข่งขันจบลงเร็วไป ตอนที่เจ็บก็รู้สึกกังวลกลัวเช่นกัน คือคิดว่ารักษาหายแน่ แต่ที่กังวลคือเราจะกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า" จอมเสิร์ฟสาวเมืองบุรีรัมย์ กล่าว

    จากนั้นในเดือนถัดมาตุลาคมเธอขึ้นเขียงผ่าเข่ารักษาอาการบาดเจ็บ..

    แม้จะเปิดตัวไม่สวยแต่จอมเสิร์ฟสาวดาวรุ่งวัย 21 ปีขณะนั้นก็ไม่ท้อ ตั้งเป้าจะต้องกลับมาระเบิดฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้ได้อีกครั้ง ขณะที่ทีมตะกร้อสาวไทยนับว่าเสียหายไม่น้อยทีเดียว เมื่อขุนพลที่เตรียมไว้เป็นตัวหลักอาวุธเด็ดไว้ต่อกรกับคู่ต่อสู้ต้องเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง

    เกือบหนึ่งปี…เป็นเวลาแสนนานยิ่งนักที่เยียวยารักษาอาการบาดเจ็บเข่า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจไม่ท้อในที่สุด "สวยสังหาร" ได้โอกาสหวนคืนสังเวียนอีกคำรบในการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก หรือ คิงส์ คัพ ครั้งที่ 34 ในเดือนกันยายน ปี 2562

    วาดลวดลายให้แฟนๆ ตะกร้อไทยประจักษ์ความแข็งแกร่งกลับคืนมาอีกครั้งแม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณว่าอีกไม่นานฟอร์มเดิมๆ จะคืนมา

    "กลับมาเล่นได้อีกครั้ง ใจก็ไม่คาดหวังว่าจะต้องทำให้ได้ดีเท่าเดิม เพราะรู้ตัวว่าสภาพร่างกายของตัวเองนั้นไม่เหมือนเดิม คิดแค่ว่าจะกลับมาเล่นให้ได้เท่านั้น"

    "แรกๆ ก็รู้สึกแหยงๆ แต่คงเป็นเพราะไม่ตั้งความหวังไว้มาก ทำให้ไม่รู้สึกกดดัน และกลายเป็นผลดีกับตัวเอง คือ เราเล่นได้ดีเกินความคาดหมาย ผลที่ออกมาโอเคเลยค่ะ รู้สึกดีกว่าตอนที่เล่นทีมชาติครั้งแรกด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นบอกเลยว่ากดดันมากจนเล่นไม่ได้ดั่งที่คิด"

    อย่างไรก็ตามเนื่องจากพึ่งหายจากการบาดเจ็บไม่นาน ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปลายปีนั้นยังไม่มีชื่อติดทีมไปทำศึก

    แต่นั่นไม่ได้บั่นให้รู้สึกท้อแท้ท้อถอยแต่อย่างใด

    "แม้จะบาดเจ็บต้องผ่าเข่าพลาดโอกาสแข่งขันรายการสำคัญๆ ทั้งซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์  ไม่เคยรู้สึกท้อค่ะ ให้พยายามทำตามเป้าหมายตามฝันของเราเหมือนเดิม ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่ตั้งความหวังไว้สูง ก็ทำให้เต็มที่เท่านั้น เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดซึ่งจะส่งผลต่อสภาพจิตใจจะกังวนสับสนไปหมด ดังนั้นต้องไม่คิดมาก"

    หวนคืนสู่สังเวียนครานี้ "ปุ๊กกี้" พร้อมเดินสู่เส้นสายนี้ เป้าหมายคือ ทำให้ดีที่สุดและเต็มที่ ซึ่งเธอเชื่อว่าความมุ่งมั่น ฝึกฝน ตนเองอยู่เสมอ คือกุญแจทำให้เราเก่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งเธอยึดถือปฎิบัติมาตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์

    "ชอบเล่นกีฬาเล่นมาตั้งแต่ 10 ขวบ ตอนเด็กๆ ก็เล่นทั้งวอลเลย์บอล และ ตะกร้อ แต่เหมือนฟ้าลิขิตไว้แล้วมั้งคะ กลายเป็นตะกร้อที่ถูกเลือก และเพราะเป็นคนตัวสูงครูที่โรงเรียนก็ให้เล่นตำแหน่งเสิร์ฟตั้งแต่นั้นเลย ซึ่งตอนเด็กๆก็ไม่ได้เล่นเก่งอะไรแต่อาศัยขยันซ้อมทำให้พอเล่นได้"

    "พอจบป.6 พ่อกับแม่กำลังมองหาที่เรียนต่อ และมีอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนอาจารย์กมล ตันกิมหงษ์ ได้แนะนำให้ไปสอบเข้าที่รร.กีฬาจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็ไปสอบและอาจารย์อ๊อด-วีระชัย แสงสว่าง โค้ชตะกร้อรร.กีฬาชลบุรีก็มาดึงตัวไป และที่นี่เองที่เริ่มฝึกหัดตะกร้ออย่างจริงจัง"

    แม้จะห่างบ้านแต่โชคดีมีลูกพี่ลูกน้องอยู่ชลบุรี ทำให้ไม่รู้สึกว้าเหว่เท่าใดนัก ณ บ้านหลังใหม่ฝึกวิทยายุทธอยู่ร่วมๆ สองปีเลยทีเดียว กว่าฝีไม้ลายมือจะค่อยๆ กล้าแกร่งและเริ่มมีโอกาสท่องยุทธภพ

    กระทั่งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 "มหาสารคามเกมส์" ที่จ.มหาสารคาม ในปี 2556 มีโอกาสได้ร่วมทีมไปแข่งขันแสดงความสามารถ และกลับบ้านพร้อมกับความสำเร็จ "เหรียญทองทีมชุด" ความสำเร็จชิ้นแรกของเธอในเกมแข่งขันระดับชาติ

    และที่เมืองมหาสารคามนี่เองฟอร์มการเล่นของ "ปุ๊กกี้" ได้ไปโดนตาต้องใจกุนซือตะกร้อหญิงทีมชาติไทย "ซันชิโร่" วีรัส ณ หนองคาย

    "ตอนนั้นโค้ชโร่ได้เข้ามาถามชื่ออะไร สวนสูง น้ำหนักเท่าไหร่ แค่นั้นเอง รู้ว่าเป็นโค้ชทีมชาติแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าคงมาถามข้อมูลไปเฉยๆเท่านั้นเพราะเห็นไปถามหลายคน และเรื่องทีมชาติตอนนั้นไม่เคยคิดไม่เคยอยู่ในหัวเลย นั่นเพราะรู้ตัวว่าไม่ได้เก่งเลย แค่ตัวสูงเฉยๆ"

    แม้จะไม่ได้คิดไปไกลถึงทีมชาติ อย่างไรก็ตามอีกไม่กี่เดือนต่อมาในปีเดียวกันนั้นชื่อของ "นิภาภรณ์ สลุบพล" อยู่ในโผเรียกเข้าแค้มป์เก็บตัวทีมชาติไทย นับเป็นก้าวแรก

    "วันนั้นอาจารย์อ๊อดมาบอกก็ดีใจที่มีโอกาสพร้อมกับความรู้สึกสับสนคิดกังวลมองภาพไม่ออกว่าเราจะทำได้หรือเปล่า เข้าไปแล้วจะทำตัวอย่างไร กลัวทำให้อาจารย์และต้นสังกัดเราเสียชื่อ แต่ก็พยายามไม่คิดมาก พยายามทำให้ดีที่สุด และอยากทำให้พ่อกับแม่สมหวัง"

    "จากนั้นก็มีชื่อเก็บตัวฝึกซ้อมเรื่อยมา น่าจะสองปีก็ติดทีมคิงส์ คัพ ครั้งที่ 30 ในปี 2558 ตอนนั้นตื่นเต้นมากถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว คิดมากกลัวจะทำไม่ได้ พอลงแข่งขันกลายเป็นความกดดันที่ซ้อมๆ มาหายหมด แต่โชคดีมีพี่ๆ คอยแนะนำและให้กำลังใจ คลายความกดดันทำให้เล่นได้ดีขึ้น"

    นับเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า กับการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต "ปุ๊กกี้" ได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง นั่นคือ คิดมาก ความกลัว กดดัน จิตใจยังไม่แข็งแกร่งพอ ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้พร้อมกับก้าวข้ามผ่านมันไป

    แม้พร้อมที่จะกางปีกโบยบิน..ฟ้าอาจผู้ลิขิตให้เธอเดินสู่เส้นทางสายนี้ ทว่ากลับยังลิขิตโยนอุปสรรคให้ต้องฟันฝ่านั่นก็คือ "การบาดเจ็บ" ซึ่งหนักสาหัสทีเดียวต้องเยียวยาอยู่ร่วมปี

    อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต ความเจ็บปวดทำให้จิตใจแข็งแกร่ง สังเวียนการแข่งขันทั้งซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ถึงเวลาพิสูจน์ความสามารถประกาศศักดาให้วงการตะกร้อโลกได้ประจักษ์

    จอมเสิร์ฟ "นิภาภรณ์ สลุบพล" สวยสังหารแห่งเมืองสยาม..

 
ประวัติ

ชื่อ : นางสาว นิภาภรณ์ สลุบพล ชื่อเล่น ปุ๊กกี้

เกิด : 24 พ.ค.2540 อายุ 22 ปี

ภูมิลำเนา : บ้านแท่นพระ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

ส่วนสูง 171 น้ำหนัก 56

 การศึกษา

– กำลังศึกษาปริญญาตรี : มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตชลบุรี

คณะ : ศึกษาศาสตร์

สาขา: สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นปีที่ 4

 การทำงาน

– ทำงานอยู่สังกัดกองทัพอากาศ

– เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562-ปัจจุบัน

– หน่วยงาน : กกฬ.สก.ทอ.

– ตำแหน่ง : จนท.ส่งเสริมกีฬา

  ผลงานด้านกีฬาระดับนานาชาติ

1.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series

2014 (พม่า)

2.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series 2014 (เกาหลี)

3.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series

2015 (ไทย)

4.เหรียญทองทีมชุด ตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่30 – 32 ปี 2015 – 2017 (ไทย)

5.เหรียญทองทีมเดี่ยว ชิงแชมป์เอเชีย

ครั้งที่1 -2 ปี2016-2017(เกาหลี)

6.เหรียญทองทีมชุดหญิง เอเชี่ยนเกมส์

จากาต้า-ปาเลมบัง ณ อินโดนีเชีย ปี 2018

7.เหรียญทองทีมชุดหญิง ตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 34 ปี 2019

หนุ่มๆ ละลาย “ดิว อริสรา” ปล่อยภาพฟิล์มเช็ตใหม่

ไอจีระอุอีกรอบเมื่อสาวเจ้าเสน่ห์ ดิว อริสรา โพสต์ภาพเช็ตใหม่ งานนี้มาแบบเบาๆ ด้วยชุดนอนตัวเดียว แต่ดาเมจรุนแรงมากจนหนุ่มๆ ต้องยอมกดไลก์อย่างง่ายดาย

เรื่องของความมีเสน่ห์ต้องยอมให้กับสาว ดิว อริสรา เพราะไม่ว่าจะมาในลุคไหน นางร้ายคนนี้เอาอยู่ ล่าสุดขนาดมาแบบภาพฟิล์มยังเผยแรงดึงดูดมหาศาล ไม่แปลกใจที่เช็ตภาพล่าสุดมียอดกดถูกใจสูงกว่า 2.5 แสนคนแล้ว

 

สำหรับ ดิว อริสรา เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2533 เข้าวงการบันเทิงด้วยการถ่ายแบบลงนิตยสารแฟชั่น จนได้เป็นนักร้องคู่กับจีน่า ออกอัลบัมแนวเพลงป็อปแดนซ์ ชื่อ Sugar n’ Spice ในสังกัด Buzz Music และมีผลงานแจ้งเกิดคือละครชุด อุบัติรักข้ามขอบฟ้า 2 จากนั้นก็มีผลงานมากมายทั้งงานละครและงานถ่ายแบบ

ดิว อริสรา เวอร์ชั่น 2020 จะสวยแซ่บขนาดไหนไปชมด้วยตาคุณเอง

เตรียมออกท่วงท่า! FO4 เปิดตัว Volta Live สตรีทฟุตบอล 4v4



เกมฟุตบอลออนไลน์ของค่าย EA Sports เปิดตัวโหมดการเล่นใหม่ Volta Live สตรีทฟุตบอลแบบ 4 v 4 ให้เล่นแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย
EA Sports เปิดตัวโหมดการเล่นใหม่ของ FIFA Online 4 ในโหมด VOLTA LIVE ในรูปแบบสตรีทฟุตบอล 4 ปะทะ 4 แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

ก่อนหน้านี้เกม FIFA 20 เริ่มมีโหมด VOLTA Football นำร่องไปก่อนแล้วซึ่งตัวเกมได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี ในเกมเพลย์ที่สนุกเร้าใจด้วยการโชว์กดสกิลท่าทางต่าง  แบบสตรีทฟุตบอล

จนล่าสุดทาง EA  Sports ได้ประกาศเพิ่ม VOLTA LIVE โหมด 4V4 ในเกม FIFA ONLINE 4 ให้เล่นพร้อมกันในวันที่ 23 เมษายนนี้ อีกทั้งตัวเกมจะมีอัพเดทแพทช์ใหม่ "THE NEW ERA " ในวันที่ 21 เมษายนอีกด้วย