เลสเตอร์หวังยึดฝูงคืน! “วาร์ดี้” ประจำการลั่นไกรับเวสต์แฮม PPTV ยิงสด

"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ หากคว้าชัยมีโอกาสแซงกลับขึ้นไปนำจ่าฝูงอีกครั้งโดย เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งยังคงลงตัวจริงล่าสกอร์เหมือนเดิม เกมรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้   –   เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด
 :  PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)


สนาม : คิง เพาเออร์ สเตเดี้ยม

    เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ออกสตาร์ตด้วยการชนะ 3 เกมรวด โดยเกมล่าสุดพวกเขาบุกไปถล่ม แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 5-2 โดยเกมนั้น เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเก่ง สามารถทำแฮตทริก ใส่ทัพเรือใบสีฟ้าอีกด้วย 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทัพจิ้งจอกสยามจะยังไม่สามารถใช้งาน ริคาร์โด้ เปเรยร่า, วิลเฟรด เอ็นดิดี้ และ ฟิลิป เบนโควิช ที่ยังเดี้ยงอยู่ ส่วนในรายของ จอนนี่ อีแวนส์ เจ็บน่อง, เดนนิส ปราต เจ็บเข่า, เดมาไร เกรย์ มีอาการป่วย และ เจมี่ วาร์ดี้ เจ็บสะโพก นั้นต้องรอเช็กสภาพความฟิตว่าจะพร้อมสำหรับเกมพรุ่งนี้ไหม ส่วนแข้งใหม่ล่าสุดอย่าง เวสเล่ย์ โฟฟาน่า กองหลังที่เพิ่งมาจากแซงต์-เอเตียน เมื่อวันศุกร์ ก็พร้อมประเดิมเช่นกัน 

    การจัดทัพ บีร็อดน่าจะมาในระบบ (4-1-4-1) โดยมี แคเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนเฝ้าเสา คู่เซนเตอร์ใช้งานทาง จอนนี่ อีแวนส์ จับคู่กับทาง คักลาร์ โซยุนชู แบ็กขวาเป็นทาง ติโมธี คาสตานเญ่ แบ็กซ้ายใช้งาน เจมส์ จัสติน ขยับมาที่แดนกลาง ใช้ น็อมปาลิส เมนดี้ เป็นตัวตัดเกม โดยมี ยูริ ตีเลอมันส์ และ เจมส์ แมดดิสัน เป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง ริมเส้นฝั่งขวาใช้ เดนนิส ปราต ริมเส้นฝั่งซ้ายใช้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ เป็นหัวหอกตัวเป้า

    ด้านเวสต์แฮมที่ตอนนี้ใช้ อลัน เออร์ไวน์ เป็นคนดูแลข้างสนามแทน เดวิด มอยส์ ที่ติดโควิด-19 เพิ่งพาทีมถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนโดนเอฟเวอร์ตันถล่มเละ 4-1 ในลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทีมขุนค้อนจะขาด อิสซ่า ดิย็อป และ จอช คัลเลน 2 แข้งที่ติดโควิดพร้อมกับมอยส์ ส่วนผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บมีเพียงเเค่ ไรอัน เฟรเดอริคส์ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ขณะที่ วลาดิเมียร์ ซูฟัล แบ็กขวาตัวใหม่ที่ย้ายมาจากสลาเวีย ปราก มีลุ้นประเดิมลงสนามให้ต้นสังกัดใหม่เช่นกัน 

    การจัดทัพ เวสต์แฮมน่าจะมาในระบบ 5-4-1 มี ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังมี ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า และ อารอน เครสส์เวลล์ เป็นสามเซนเตอร์ แบ็กขวาใช้ทาง เบนจามิน จอห์นสัน ทางซ้ายเป็น อาร์กตูร์ มาซูอากู แดนกลางใช้ โทมัส ซูเช็ค กัล เดแคลน ไรซ์ ยืมคุมเกม ส่วนตัวริมเส้นทำเกมฝั่งขวา-ซ้ายใช้ จาร์ร็อด โบเว่น กับ ปาโบล ฟอร์นัลส์ โดยมี มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้า


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เจมส์ จัสติน-น็อมปาลิส เมนดี้-เดนนิส ปราต, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์-เจมี่ วาร์ดี้ 
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส     

    เวสต์แฮม (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้-เบนจามิน จอห์นสัน, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู-จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ 
    ผู้จัดการทีม : อลัน เออร์ไวน์ (รักษาการ)
 
    ผู้ตัดสิน : แอนดี้ แมดลี่ย์ 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

23/01/20    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 4 – 1 เวสต์แฮม 
29/12/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 1 – 2 เลสเตอร์
20/04/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 2 – 2 เลสเตอร์
27/10/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 1 – 1 เวสต์แฮม 
05/05/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 0 – 2 เวสต์แฮม 


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์

27/09/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) ลีก คัพ 
21/09/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
13/09/20 ชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ แบล็คเบิร์น 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 

เวสต์แฮม
30/09/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-4 (เยือน) ลีก คัพ
27/09/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23/09/20 ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 5-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
20/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
16/09/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) ลีก คัพ 

เต็มสิบ3ราย!สื่อดังตัดเกรด25แข้งที่”เจอร์เก้น คล็อปป์”เซ็นร่วมทัพลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดโค้ชชาวเยอรมัน ก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015… นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วม 5 ปีแล้ว ที่ คล็อปป์ เป็นกุนซือใหญ่ในถิ่น แอนฟิลด์ โดยในทัพ "หงส์แดง" ชุดปัจจุบัน มีเพียงแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดิว็อค โอริกี้ เท่านั้น ที่อยู่กับสโมสรก่อนที่ โค้ชเลือดเบียร์วัย 53 กะรัต จะเข้ามา
           ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีนักเตะ 25 รายที่ถูก คล็อปป์ คว้าตัวเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีหลายคนที่ไปได้สวยมากๆ แถมเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ก็มีบางรายเช่นกันที่ล้มเหลว และไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้ และล่าสุด เดลี่ สตาร์ สื่อดังเมืองผู้ดี ได้มีการตัดเกรด 25 ผู้เล่นที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์

 – คามิล กราบาร่า (ค่าตัว 250,000 ปอนด์, จาก รุค คอร์ซอฟ ปี 2016) : 4
  นายประตูเลือดโปล เข้ามาร่วมก๊วน ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ยังคงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ (ปัจจุบันถูก อาร์ฮุส ยืมตัวไปใช้งาน)

 – ลอริส คาริอุส (ค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์, จาก ไมนซ์ 05 ปี 2016) : 4
  นายด่านหน้าหล่อชาวเยอรมัน ถูกคาดหวังไว้สูงไม่น้อยตอนย้ายมาใหม่ๆ แต่สุดท้ายกลับมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำทั้งสำหรับ ลิเวอร์พูล และ คาริอุส ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กัน เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ เมื่อปี 2018 (ปัจจุบันถูก อูนิโอน เบอร์ลิน ยืมตัวไปใช้งาน)

 – มาร์โค กรูยิช (ค่าตัว 5.1 ล้านปอนด์, จาก เร้ดสตาร์ เบลเกรด ปี 2016) : 5
  ทรงบอลดีเลยทีเดียว แต่จนถึงตอนนี้ยังแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ไม่ได้ และถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวตลอด นับตั้งแต่ย้ายเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2016 (ปัจจุบันถูก ปอร์โต้ ยืมตัวไปใช้งาน)

 – สตีเว่น คอลเกอร์ (ยืมจาก ควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส, ปี 2016) : 5
  ถูกเซ็นเข้ามาในฐานะเซนเตอร์แบ็กสำรอง แต่ 3 จาก 4 เกมที่ลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" เขากลับถูกใช้งานเป็นกองหน้าจำเป็นซะงั้น (ปัจจุบันค้าแข้งในลีกตุรกีกับ อลันยาสปอร์)

 – อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ (ฟรี, ปี 2016) : 5
  โดนเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล แม้แต่นัดเดียว!!!

 – โดมินิค โซลันกี้ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก เชลซี ปี 2017) : 5
  เป็นกองหน้าที่มีแววดีเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแจ้งเกิดไม่ได้ และถูกขายให้กับ บอร์นมัธ เมื่อปีที่แล้ว

 – เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ค่าตัว 1.3 ล้านปอนด์, จาก ซโวลล์ ปี 2019) : 5
  ปราการหลังดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ถูกคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อปีก่อน และเพิ่งได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าแค่ 4 นัดเท่านั้น (เกมบอลถ้วยล้วนๆ) ส่วนอนาคตของเจ้าตัวก็ต้องลุ้นกันต่อไป

 – อาเดรียน (ฟรี, ปี 2019) : 5
  เปิดตัวได้สวยด้วยการช่วย ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 มาครอง แต่หลังจากนั้นมีชอตผิดพลาดง่ายๆ ให้เห็นตลอด ซึ่งก็รวมถึงเกมล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่ "หงส์แดง" บุกไปพ่ายยับต่อ แอสตัน วิลล่า 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 – ทาคุมิ มินามิโนะ (ค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์, จาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2020) : 5
  ผลงานโดยส่วนตัวของ สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปี ซึ่งถูกคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพช่วงกลางซีซั่นที่แล้ว ถือว่าดีขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาลนี้ แต่ยังคงรอคอยประตูแรกในเกม พรีเมียร์ลีก อยู่

 – ดิโอโก้ โชต้า (ค่าตัว 45 ล้านปอนด์, จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ปี 2020) : 5
  ปีกทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี เพิ่งถูกเซ็นเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และก็ทำได้แล้ว 1 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด ดูทรงแล้วคะแนนน่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต

 – คอสตาส ซิมิคาส (ค่าตัว 11.75 ล้านปอนด์, จาก โอลิมเปียกอส ปี 2020) : 5
  เป็นอีกคนที่ถูกดึงมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และเพิ่งลงเล่นไปแค่นัดเดียวเท่านั้น

 – รักนาร์ คลาวาน (ค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์, จาก เอาก์สบวร์ก ปี 2016) : 6
  ผลงานและฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่น แต่ ปราการหลังทีมชาติเอสโตเนียวัย 34 ปี ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปถึง 53 นัด ทำได้ 2 ประตู ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลในถิ่น แอนฟิลด์ (ปัจจุบันค้าแข้งกับ กายารี่)

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ (ค่าตัว 12.85 ล้านปอนด์, จาก สโต๊ค ซิตี้ ปี 2018) : 6
  ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์วัย 28 ปี มีผลงานที่ขึ้นๆ ลงๆ แม้มีโมเมนต์ที่น่าจดใจ แต่ก็มีช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาบาดเจ็บที่รุมเร้า จนลงเล่นแค่ 11 นัดเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก ฟูแล่ม ปี 2019) : 6
  เจ้าหนูวัย 17 ปี ถูกซิวตัวมาร่วมก๊วนเมื่อปีที่แล้ว แม้รวมๆ แล้วเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 9 นัด แต่ดูมีอนาคตที่ดีไม่น้อย

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก บาเยิร์น มิวนิค ปี 2020) : 6
  แม้เพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่นัดเดียวก่อนติด "โควิด-19" แต่ดูทรงบอลแล้ว น่าจะไปได้สวยทีเดียวกับ ลิเวอร์พูล

 – โฌแอล มาติป (ฟรี, ปี 2016) : 7
  อาจมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปราการหลังร่างโย่งชาวแคเมอรูนวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญไม่น้อยกับความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ค่าตัว 35 ล้านปอนด์, จาก อาร์เซน่อล ปี 2017) : 7
  คล้ายๆ กับในรายของ มาติป ที่มีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ แต่ก็มีความสำคัญต่อทีมไม่น้อย ซึ่งก็เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าตัวคงจะถูก คล็อปป์ ส่งลงเล่นสม่ำเสมอกว่านี้ หากร่างกายฟิตสมบูรณ์

 – นาบี เกอิต้า (ค่าตัว 52.75 ล้านปอนด์, จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ปี 2018) : 7
  ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานพอสมควร แถมเจอปัญหาบาดเจ็บกวนใจ แต่ก็มีหลายเกมที่ กองกลางทีมชาติกีนีวัย 25 ปี ทำผลงานได้ดี ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งแฟนบอล ลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ต่างคาดหวังผลงานที่ดีกว่านี้อีกจากเจ้าตัว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ปี 2016) : 9
  บางเกมอาจเล่นไม่โดดเด่น แต่โดยรวมแล้ว มิดฟิลด์ชาวดัตช์วัย 29 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อน และด้วยค่าตัวแค่ 25 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับ "หงส์แดง"

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (ค่าตัว 10 ล้านปอนด์, จาก ฮัลล์ ซิตี้ ปี 2017) : 9
  น้อยคนนักที่จะรู้จักเขาตอนย้ายมาใหม่ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ผลงานตลอดช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์วัย 26 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายตัวท็อปๆ ของโลกเรียบร้อย

 – ฟาบินโญ่ (ค่าตัว 39.3 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โมนาโก ปี 2018) : 9
  ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม แถมบางเกมลงไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กด้วย และแน่นอนว่า มิดฟิลด์ตัวรับเลือดแซมบ้าวัย 26 ปีคนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนที่นำความสำเร็จกลับสู่รัง แอนฟิลด์
 
 – อลีสซง เบ็คเกอร์ (ค่าตัว 65 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2018) : 9
  เขาได้นำความเยือกเย็นและความเหนียวแน่นกลับสู่หน้าประตู มีชอตเซฟยากๆ ให้เห็นเป็นประจำ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตอนนี้ อลีสซง คือหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับโลก 

 – ซาดิโอ มาเน่ (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2016) : 10
  นี่คือแข้งบิ๊กเนมรายแรกที่ ลิเวอร์พูล ดึงเข้ามาในยุค คล็อปป์ และถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สุดคุ้มค่าสำหรับสโมสรด้วย เพราะ มาเน่ เป็นกำลังหลักในแนวรุกที่ทีมขาดไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งผลงานกระทุ้ง 84 ประตู จาก 174 เกม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นอย่างดี

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2017) : 10
  อาจมีบางเกมที่เล่นขัดใจแฟนบอลไปบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสุดยอดของ ซาลาห์ เพราะผลงานทำ 99 ประตู จาก 158 เกม ได้ยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า เขาคือดาวยิงความหวังสูงสุดของทีม
 
 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ค่าตัว 75 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2018) : 10
  ตอนแรกหลายๆ คนมองว่า ดีลของ ฟาน ไดค์ เป็นการลงทุนที่ฟุ่มเฟือย แต่ผลงานตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จแบบต่อเนื่องของ ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของสโมสร ขณะที่ ปราการหลังชาวดัตช์วัย 29 ปี ก็ได้รับการซูฮกให้เป็นสุดยอดเซนเตอร์แบ็กคนหนึ่งของโลกลูกหนังยุคนี้

แมนยูปาดเหงื่อ!หงส์,เสือเล็งปาดหน้าสอย “ซานโช่”

สองยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรป เตรียมเร่งเครื่องเต็มสปีดเพื่อหวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หลังแผนการซบตัก "ผีแดง" ล้มเหลวไม่เป็นท่าในตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรกปี 2020
              บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล สองสโมสรยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป เตรียมปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระชากตัว เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 จากการเปิดเผยของ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังระดับโลก

            "ปีศาจแดง" ไม่เคยปกปิดว่าพวกเขาอยากได้ ซานโช่ จากทัพ "เสือเหลือง" อย่างมาก แต่ติดอยู่แค่ต้นสังกัดของนักเตะต้องการค่าตัวสูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเยอะมากเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินแมนฯ ยูไนเต็ด

             อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" ยังคาดหวังที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เนื่องจากมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ซึ่งประทับใจในผลงานของ ซานโช่ มานานแล้ว พร้อมที่จะกระชากนักเตะมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

            ส่วนรายละเอียดในรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นตัวเลือกที่นักเตะชื่นชอบมาตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ซานโช่ ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มใจที่จะย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากการเจรจาสามารถตกลงกันได้

            ขณะที่ บาเยิร์น เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากมีสตาร์ดังหลายคนของทัพ "เสือเหลือง" มักจะย้ายข้ามฝากไปเล่นให้กับ "เสือใต้" มาแล้วหลายคน โดยเจ้าของทริปเบิลแชมป์ฤดูกาล 2019/2020 เพิ่งจะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ และ ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส แต่ ซานโช่ เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งของเขาแถมอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

ใครนะ? ทำ “หญิงเป๋อ” ช้ำใจได้ลงคอ

เธอผู้นี้เคยสร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียล ที่มาพร้อมๆกับช่วง โควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ที่ทีมงานฟุตบอลสยาม ,สยามสปอร์ต ได้เคยนำภาพและประวัติของเธอมานำเสนอ ถือว่าปัง เอาเรื่องทีเดียว กับการเปิดวาร์ป ของเธอ
    วันนี้ทีมงานทราบมาว่า เปาสาวนามว่า "หญิงเป๋อ" ครองขวัญ สาขา จากจ.สกลนคร ส่อแววอกหักซะแล้ว ตามแคปชั่นในแอปไลน์ของเธอ ที่ ระบุว่า "ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ"

    ใครกันนะทำให้หัวใจสาวสวยดีกรีผู้ตัดสินหญิง รายนี้เศร้าได้ บอกใบ้ให้ละกันว่าเป็นนักฟุตบอลด้วยนะ แถมเป็นนักบอลที่เป็นพี่น้องนักบอลอีกต่างหาก บอกใบ้แค่นี้พอ

    ใครจะอาสาดามอกให้ "หญิงเป๋อ" ลองไปดักเจอเธอตามสนามฟุตบอลก็แล้วกัน ล่าสุดเห็นเธอไปตัดสินในรายการ MOL ลีกที่สนามหนึ่งด้วย

 

ไม่ขายเลิกตื๊อ!เผยแมนยูเตรียมยื่นซื้อซานโช่ครั้งสุดท้าย

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ในสัปดาห์หน้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยื่นขอซื้อ เจดอน ซานโช่ เป็นครั้งสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาจะให้ข้อเสนอเป็นเงินรวม 90 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์กับค่าโบนัสตามเงื่อนไขอีก 15 ล้านปอนด์
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนรวม 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพในสัปดาห์หน้า และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขายื่นข้อเสนอขอซื้อ ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งว่ากันว่าส่วนตัวแล้วแข้งวัย 20 ปีอยากย้ายทีมมากๆ แถมดาวเตะชาวอังกฤษกับเอเยนต์ของเขาก็บรรลุเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งนานแล้วด้วย แต่การย้ายทีมมันติดปัญหาจากการที่ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวได้ โดยที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่ามันสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับการเงินของทีมฟุตบอลทุกทีม

    สำหรับข้อเสนอ 90 ล้านปอนด์ในครั้งนี้นั้น จะแบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ส่วนอีก 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จะเป็นโบนัสถ้าหาก ซานโช่ ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ โดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะแจ้งให้ ดอร์ทมุนด์ รู้ด้วยว่าเขาไม่คิดที่จะต่อรองใดๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องค่าตัวหรือรูปแบบของข้อเสนอ

พระเจ้าก็ไม่รอด!เอซีมิลานยันซลาตันติดโควิด

พระเจ้าติดโควิด! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์รายล่าสุดที่ติดโควิด ทั้งๆ ที่กำลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่
    เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อิตาลี ประกาศยืนยันว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสวีดิช มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกก่อนที่จะลงเตะกับ โบโด กลิมท์ ในถ้วย ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบสาม คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้

    หัวหอกวัย 38 ปี กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดของ "ปีศาจแดง-ดำ" ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อจาก ลีโอ ดูอาร์ต กองหลังชาวบราซิเลียน ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องแยกไปกักตัว หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเจอ โบโด กลิมท์ และยังจะพลาดเกม เซเรีย อา นัดที่สองของฤดูกาล ที่จะบุกไปเยือน โครโตเน่ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้ ด้วย

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน หลังย้ายกลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" ด้วยสัญญาระยะสั้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป10 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 18 นัด จนช่วย เอซี มิลาน จบอันดับหกในลีก
 
    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ยังได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 21 มาเป็น 11 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นเบอร์เดิมที่เจ้าตัวเคยใช้สมัยเล่นให้ มิลาน ช่วงแรกระหว่างปี 2010-2012 และในเกมเปิดซีซั่นก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา

ไม่ดีแล้ว!พรีเมียร์ลีกยันพบผู้ติด”โควิด-19″ เพิ่ม10ราย

ถือเป็นข่าวไม่ดีนักสำหรับศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก เพราะล่าสุดพบผู้ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" เพิ่มถึง 10 ราย ซึ่งถือว่ามากสุดนับตั้งแต่เปิดซีซั่นนี้มา

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมาว่า พบบุคลากรในลีกติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" เพิ่มอีก 10 ราย หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองบรรดานักเตะและสต๊าฟฟ์รอบล่าสุดจำนวน 1,595 คน

สำหรับการตรวจหาเชื้อรอบล่าสุดนี้ มีขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ถึง วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ซึ่งปรากฏว่า พบถึง 10 คนที่มีผลออกมาเป็นบวก และต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ไม่มีการลงลึกในรายละเอียดว่าเป็นใครและมาจากสโมสรใดบ้าง

ทั้งนี้ การตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ในฤดูกาลนี้ ผ่านพ้นมาแล้ว 4 รอบ ซึ่งมีผลออกมาดังนี้
 – รอบที่ 1 (31 ส.ค.-6 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,605 คน
 – รอบที่ 2 (7-13 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย จากการตรวจ 2,131 คน
 – รอบที่ 3 (14-20 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,574 คน
 – รอบที่ 4 (21-27 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย จากการตรวจ 1,595 คน

 

ลุ้นประเดิมชัย! แมนซิตี้ขาดเพียบ “สเตอร์ลิง” ตัวจริงลุ้นยิงวูล์ฟส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ ”เรือใบสีฟ้า” ทีมรองแชมป์จะลงเล่นเกมทางการนัดแรกตั้งแต่ร่วงตกรอบ ชปล. ความพร้อมมีปัญหาไม่น้อยหลังตัวหลักหลายรายยังไม่พร้อมลงสนาม แนวรุกส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง นำทัพ ทางด้าน นูโน่ เอสปิริโต้ กุนซือ "หมาป่า" ได้ ราอูล ฮิเมเนซ คืนตัวจริงล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. นี้

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
วูล์ฟแฮมป์ตัน (7) – แมนฯ ซิตี้ (13)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.) 

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์ 

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน ประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บุกไปอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ถึงถิ่นเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ แต่ล่าสุด โดน สโต๊ค ซิตี้ จาก แชมเปี้ยนชิพ เขี่ยตกรอบในศึก คาราบาว คัพ หลังเปิดบ้านพ่าย 0-1

 สภาพทีมในเกมนี้ที่แน่ๆ จะอดใช้งาน ดีเอโก้ โชต้า ที่ย้ายไปซบ ลิเวอร์พูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในรายของ จอนนี่ อ็อตโต้ แบ็กซ้ายที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ทีมได้ แฟร์นานโด มาร์ชาล ที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง มาแทน

    ส่วนกำลังหลักรายอื่นๆ ทั้ง คอนอร์ เคาดี้ เซนเตอร์แบ็ก, อดาม่า ตราโอเร่ ปีกขวา พร้อมทั้ง ราอูล ฮิเมเนซ กลับมาลงตัวจริงรอล่าตาข่าย

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ของ แมนฯ ซิตี้ พาทีมจบอันดับ 2 มาในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”เรือใบสีฟ้า” โดน โอลิมปิก ลียง เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาด้วยสกอร์ 1-3

    ความพร้อมของทีมในเวลานี้ เป๊ป มีปัญหาในการจัดทัพอยู่พอสมควร โดยจะอดใช้งาน กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บที่เข่าตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ส่วน ริยาด มาห์เรซ และ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ หายจากการติดเชื้อโควิด-19 และมาร่วมซ้อมกับทีมแล้ว แต่ยังคงต้องลุ้นดูความฟิตกันต่อไป เช่นเดียวกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ได้รับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อขาจากการใช้ทีมชาติ

    แกนหลักรายอื่น อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์เบลเยียมตัวเก่ง, กาเบรียล เชซุส หอกบราซิล รวมไปถึงแข้งป้ายแดงอย่าง นาธาน อาเก้ปราการหลังที่คว้าตัวมาจาก บอร์นมัธ และ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกจาก บาเลนเซีย ต่างฟิตพร้อมลงช่วยทีมด้วยกันทั้งนั้น

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, แฟร์นานโด มาร์ชาล – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต     

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค การ์เซีย, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – เฟร์ราน ตอร์เรส, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
28/12/19    พรีเมียร์ลีกวูล์ฟแฮมป์ตัน 3 – 2 แมนฯ ซิตี้
06/10/19    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ซิตี้ 0 – 2 วูล์ฟแฮมป์ตัน
20/07/19    กระชับมิตรวูล์ฟแฮมป์ตัน 0 – 0 แมนฯ ซิตี้
15/01/19    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ซิตี้ 3 – 0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
25/08/18    พรีเมียร์ลีกวูล์ฟแฮมป์ตัน 1 – 1 แมนฯ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

วูล์ฟแฮมป์ตัน

18/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
15/09/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/08/20 แพ้ เซบีย่า 0-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
07/08/20 ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
26/07/20 แพ้ เชลซี 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ 

16/08/20 แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-3 (สนามกลาง) ชปล.
08/08/20 ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 (เหย้า) ชปล.
26/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก 
22/07/20 ชนะ วัตฟอร์ด 4-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 

ปรับยกชุด! ลิเวอร์พูลบู๊แน่ “มินามิโนะ” ตัวจริงยิงอาร์เซน่อลคาราบาว คัพ

เพิ่งเจอกันในเกมลีกวันจันทร์และมาดวลกันต่อในฟุตบอลถ้วยโดย เจอร์เก้น คล็อปป์ เตรียมเปลี่ยนทีมแบบยกแผงเหมือนรอบที่ผ่านมาแดนหน้านำโดย ทาคูมิ มินามิโนะ ส่วนทาง "ปืนใหญ่" ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ปรับทัพเช่นกันวาง นิโกล่าส์ เปเป้ ลงเป็นตัวทีเด็ด ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 4 คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ต.ค.

ปรีวิวฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 4
วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563
ลิเวอร์พูล (2, พรีเมียร์ลีก) – อาร์เซน่อล (5, พรีเมียร์ลีก)
(เวลา : 01.45 น.)

สนาม : แอนฟิลด์ 

    คู่นี้เพิ่งเจอกันมาในพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันจันทร์ โดย "หงส์แดง" เข่นเอาชนะไป 3-1 แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เตรียมเปลี่ยนทีมแบบยกแผงในบอลถ้วยเหมือนรอบที่ผ่านๆ มา นำโดย อาเดรียน นายประตูมือสองเฝ้าเสาแทน อลีสซง เบ็คเกอร์ 

แนวรับมีกองหลังดาวรุ่ง รีส วิลเลี่ยมส์ เช่นเดียวกับ เคอร์ติส โจนส์ ในแดนกลาง แนวรุกที่มี ทาคูมิ มินามิโนะ, ดีโอโก้ โชต้า หัวหอกใหม่ที่ยิงอาร์เซน่อลมาแล้วเมื่อวันจันทร์ แต่ยังคงไม่มี ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่ติดโควิด-19 ต้องกักตัวถึงกลางเดือน ต.ค. หรือหลังสัปดาห์ทีมชาติทีเดียว 

    รวมถึง คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายตัวใหม่ ที่ เปปิน ลินเดอร์ส มือขวาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมายันว่าฟูลแบ็กทีมชาติกรีซ มีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา และยังไม่พร้อมในเกมนี้

    ฟาก "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า เตรียมปรับทัพเช่นกัน โดยให้ ดานี่ เซบายอส, นิโกล่าส์ เปเป้, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ และ บูคาโย่ ซาก้า ลงเป็นตัวจริงพร้อม เซอัด โคลาซินัช และ วิลเลี่ยน ซาลิบา กองหลังตัวใหม่ ด่านสุดท้ายเปลี่ยนเป็น อเล็กซ์ รูนาร์สสัน นายทวารคนใหม่ชาวไอซ์แลนด์ จะได้ประเดิมสนามหลังย้ายจาก ดิฌง มาแทน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ที่้โยกไปแอสตัน วิลล่า แล้ว

    สองทีมนี้เคยพบกันหนล่าสุดในรอบ 16 ทีมของรายการนี้ เมื่อเดือน ต.ค. 2019 ซึ่งเสมอกันมโหฬาร 5-5 ที่แอนฟิลด์ ก่อนลิเวอร์พูล แม่นโทษกว่าและเข้ารอบไปด้วยสกอร์ 5-4

รายชื่อนักเตะที่คาด

    ลิเวอร์พูล : อาเดรียน – เนโก้ วิลเลี่ยมส์, รีส วิลเลี่ยมส์, ฟาบินโญ่, เจมส์ มิลเนอร์ – นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์, เซอร์ดาน ชากิรี่ – ดีโอโก้ โชต้า, ทาคูมิ มินามิโนะ, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

    อาร์เซน่อล : อเล็กซ์ รูนาร์สสัน, วิลเลี่ยม ซาลิบา, ร็อบ โฮลดิ้ง, เซอัด โคลาซินัช – เซดริก โซอาเรส, ดานี่ เซบายอส, โจ วิลล็อค, บูคาโย่ ซาก้า, นิโกล่าส์ เปเป้ – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, รีสส์ เนลสัน

เทรนเนอร์ : มิเกล อาร์เตต้า

ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
20/09/20     พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3 – 1 อาร์เซน่อล 
29/08/20    คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อาร์เซน่อล 1 – 1 ลิเวอร์พูล 
16/07/20    พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 2 – 1 ลิเวอร์พูล 
31/10/19    ลีก คัพ ลิเวอร์พูล  5 – 5 อาร์เซน่อล
24/08/19    พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3 – 1 อาร์เซน่อล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล

28/09/20 ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ ลินคอล์น 7-2 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 ชนะ แบล็คพูล 7-2 (เหย้า) กระชับมิตร

อาร์เซน่อล 

28/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/09/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ฟูแล่ม 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
29/08/20 เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (สนามกลาง) คอมมิวนิตี้ ชิลด์
(ชนะจุดโทษ 5-4) 

 

ซลาตันเผยโควิดกล้ามากที่มาท้าสู้กับตน!

หลังจากมีการตรวจพบว่าเขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนั้น ล่าสุด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็บอกเองว่าไม่ได้ตั้งตัวกับเรื่องนี้ เพราะ 1 วันก่อนที่จะถูกตรวจพบว่าติดเชื้อนั้นผลตรวจยังเป็นลบอยู่เลย แต่ก็ระบุเช่นกันว่า โควิด-19 คิดผิดที่ท้าสู้กับตน พร้อมบอกเช่นกันว่าที่จริงตอนนี้ยังไม่มีอาการที่แสดงถึงการติดเชื้อเลย
    ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกคนดังของ เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่าตนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบกะทันหัน เพราะ 1 วันก่อนผลตรวจยังแสดงให้เห็นว่าไม่ติดเชื้ออยู่เลย พร้อมกับบอกว่า โควิด-19 คิดผิดแล้วที่มาหาเรื่องกับตน

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งเปิดฉากการเล่นเกมลีกในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างสวยหรูด้วยการเหมา 2 ประตูจนช่วยให้ทีมเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา แต่เขาก็มาติดเชื้อร้ายแบบกะทันหัน โดยที่จริงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เลโอ ดูอาร์ต เซนเตอร์แบ็ก "รอสโซเนรี่" ก็ติดเชื้อนี้เหมือนกัน

    ดาวเตะชาวสวีดิชเผยผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ที่จริงเมื่อวานนี้ผมมีผลตรวจเชื้อโควิดเป็นลบ (หมายถึงไม่ติดเชื้อ) แต่วันนี้ผลตรวจกลับเป็นบวก (หมายถึงติดเชื้อ) ถึงกระนั้นผมก็ไม่มีอาการของโรคเลยนะ ผมบอกเลยว่า โควิด กล้ามากที่มาท้าสู้กับผม พวกมันคิดผิดแล้ว"