เปแอสเชคอนเฟิร์มนักเตะ 3 รายติดเชื้อโควิด-19

ทัพเปแอสเช แถลงพบนักเตะในทีมติดเชื้อโควิด-19 3 รายก่อนพวกเขากลับมาลงสนามเกมลีกเอิงสุดสัปดาห์หน้า
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แถลงพบนักเตะในทีมติดเชื้อโควิด-19 ถึง 3 ราย ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มกลับมาฝึกซ้อมเตรียมฤดูกาลใหม่

ทัพเปแอสเช เพิ่งเรียกนักเตะกลับมารวมพลเพื่อเตรียมฝึกซ้อมในวันพุธนี้ หลังจากพวกเขาได้เบรคเพิ่มจากการทะลุเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยคู่แข่งร่วมลีกของพวกเขาต่างออกสตาร์ทลีกเอิงไปเรียบร้อยแล้ว

โดยหลังจากกลับมารวมพลกันอีกครั้ง เปแอสเชทำการตรวจเชื้อโควิด-19ก่อนเริ่มทำการฝึกซ้อม แต่ปรากฎว่าพวกเขาพบนักเตะติดเชื้อโควิด-19 รวม 3 รายด้วยกัน โดยทั้งสามคนจะถูกส่งเข้ากักตัวเป็นเวลา 2 สัปดาห์  ซึ่งทางนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทุกคนจะทำการตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยมีรายงานจากฝรั่งเศสคาดว่านักเตะที่ติดเชื้อคือ เลอันโดร ปาเรเดส, อังเคล ดิ มาเรีย และ เนย์มาร์
ทั้งนี้ เปแอสเช จะกลับมาลงสนามในลีกเอิงนัดแรกในเกมบุกไปเยือนลองส์ในวันที่ 11 กันยายนนี้

เด็ดขาด!พรีเมียร์ลีกยกเลิกสัญญาถ่ายสดที่จีนหลังโดนเบี้ยวเงิน

 มีผลบังคับใช้ทันที… พรีเมียร์ลีก ประกาศยกเลิกการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของพวกเขาที่ประเทศจีนเรียบร้อย หลังสถานีโทรทัศน์แดนมังกรที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ยอมจ่ายเงินตามกำหนด
     พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ยกเลิกสัญญามูลค่า 564 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,124 ล้านบาท) กับ พีพีทีวี (PPTV) สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียบร้อย และจะมีผลบังคับใช้ทันที

     พรีเมียร์ลีก เซ็นสัญญากับ พีพีทีวี เป็นเวลา 3 ปี (2019-2022) ด้วยวงเงินสูงถึง 564 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นดีลถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในต่างแดนที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่า พีพีทีวี ซึ่งปัจจุบันถือครองโดย ซูหนิง โฮลดิ้ง กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมจ่ายค่างวด 160 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,560 ล้านบาท) ตามกำหนดชำระในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

     ล่าสุดทาง พรีเมียร์ลีก ตัดสินแยกทางกับ พีพีทีวี เรียบร้อย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสูญเงินก้อนโตร่วม 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,300 ล้านบาท) ทันที เนื่องจากทาง พีพีทีวี จ่ายก้อนแรกมาให้ก่อนแล้ว 265 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,865 ล้านบาท)

     "พรีเมียร์ลีก ขอยืนยันว่า วันนี้ได้มีการยกเลิกข้อตกลงการถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในจีน กับผู้ครองลิขสิทธิ์ในประเทศดังกล่าวเรียบร้อย ทาง พรีเมียร์ลีก จะไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมในตอนนี้" แถลงการณ์จาก พรีเมียร์ลีก ระบุ

     ทั้งนี้ การยกเลิกสัญญาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อทั้ง 20 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่จะได้เงินจากตรงส่วนนี้ด้วย

 

 

‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก’ สนาม 2 ส่งตรงสตาฟฟ์โค้ช และนักเตะ ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลฟรี! ที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์

‘เครื่องดื่มตราช้าง’ เดินหน้าสานฝันเยาวชนไทยต่อเนื่อง ชวนเหล่าสตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้กับน้องๆ อย่างใกล้ชิด ในโครงการ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก’ สนามที่ 2 ณ โรงเรียนโคกขามโนนสมบูรณ์ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พร้อมยกระดับความปลอดภัย ฝึกแบบใหม่สไตล์ New Normal
    โดยคลินิกฟุตบอลเคลื่อนที่ แห่งที่ 2 ได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนโคกขามโนนสมบูรณ์ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ นำโดยคุณสุรพล เศวตเศรนี ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณอุรเคนทร์ ช่วยพันธ์ ผู้จัดการอีเวนท์ภาคการขายที่ 3 บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมด้วยคุณสมศักดิ์ สวัสดี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เหล่าสตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าร่วมถ่ายทอดทักษะทางด้านฟุตบอลให้น้องๆ ในโครงการ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก 2020’ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกสอนในแบบฉบับ New Normal ที่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างรัดกุม

    ด้วยการเปิดรับสมัครเยาวชนไม่เกิน 150 คน มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสนามฟุตบอล หากเกิน 37.5 องศาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการฝึก ลงทะเบียนก่อนเข้าสนามทุกครั้งผ่านระบบไทยชนะ มีการเว้นระยะห่างระหว่างการฝึก โดยแบ่งกลุ่มการฝึกออกเป็น 5 ฐาน เพื่อลดความแออัดในสนาม และในการฝึกสอนทุกครั้งโค้ชต้องใส่ Face Shield เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

    และแม้ว่า ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก ปีที่ 9’ จะลดจำนวนกิจกรรมจาก 20 แห่ง เหลือ 7 แห่ง แต่ ‘ช้าง’ ยังนำทักษะฟุตบอลมาถ่ายทอดและอัดแน่นให้ความรู้กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทักษะของการรับส่งบอล การเลี้ยงบอล การครองบอล การทำประตู ผู้รักษาประตู การเล่นเป็นทีมแบบ Small Size Game รวมถึงหลักโภชนาการสำหรับนักกีฬาฟุตบอลโดยเฉพาะ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหลังจากเกิดอาการบาดเจ็บให้น้องๆ ได้เรียนรู้ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


    สำหรับ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก 2020’ ครั้งต่อไป จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 ณ โรงเรียนวัดลาดหญ้าไทร จ.นครปฐม น้องๆ เยาวชนอายุระหว่าง 6-16 ปี ที่สนใจสามารถเข้าร่วมคลินิกฟุตบอลฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่คุณธนศักดิ์ ทองแท่งใหญ่ (ผู้ใหญ่เบิร์ด) โทร.062-447-8945 รับจำนวนจำกัดเพียง 150 คนเท่านั้น!! ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ : ThaiBev ThaiTalent และ https://www.thaibevthaitalent.com

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

ลุ้นเป็นจริง!แฉ “พ่อเมสซี่” บุกอังกฤษเจรจาแมนซิตี้

สองสื่อดังในแดนกระทิงดุ รายงาน ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อเปิดการเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรื่องการย้ายไปเล่นในทัพ "เรือใบสีฟ้า" โดยงานนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่าทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะต้องจ่ายค่าตัวของนักเตะให้กับ บาร์เซโลน่า เท่าไหร่

               ฮอร์เก้ บิดาบังเกิดเกล้าของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า จัดการเปิดการเจรจากับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกี่ยวกับเรื่องการที่ลูกชายสุดที่รักจะย้ายไปเล่นในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม จากการเปิดเผยของ 2 สื่อชั้นนำในประเทศสเปน

               สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ได้แจ้งความจำนงในการขออำลาถิ่นคัมป์ นู เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม หลังจากที่เจ้าตัวอยู่รับใช้สโมสรนี้ตั้งแต่เป็นเด็กปั้น จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่แห่งทัพ "เลือดหมูน้ำเงิน" ในช่วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

               หลังจากนั้นไม่นานเริ่มมีการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคตสังกัดใหม่ของ ดาวเตะวัย 33 ปี ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่กุมบังเหียน กลายเป็นทีมเต็งหนึ่งในการคว้านักเตะรายนี้ไปร่วมทีม เพราะสโมสรแห่งนี้มีทั้งสถานะการเงินที่มั่นคง และมีกุนซือที่ เมสซี่ อยากร่วมงานด้วยเสมอ

              ล่าสุดเรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงเมื่อ RAC1และ TyC Sports สองสื่อดังในดินแดนกระทิงดุ รายงานว่า ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของนักเตะได้เดินทางไปยัง อังกฤษ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ในการที่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา จะย้ายไปค้าแข้งด้วย

              อย่างไรก็ตามยังไม่มีความแน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้ว่า แมนฯ ซิตี้ ต้องจ่ายเงินให้ บาร์ซ่า เท่าไหร่ โดย เมสซี่ จะหมดสัญญาในปี 2021 และมีเงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล ขณะที่ บาร์เซโลน่า ได้สวนกลับไปว่า เงื่อนไขนี้หมดอายุไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหากเป็นสถานการณ์ปกติจะเป็นเวลา 10 วันหลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  (30 พ.ค.)

              ขณะที่ทีมกฎหมายของ เมสซี่ สวนกลับไปว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติเนื่องจากเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เกมลูกหนังต้องขยายระยะเวลาการแข่งขันออกไป โดยนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่กระนั้น บาร์ซ่า ยังคงยืนกรานว่า เมสซี่ จะย้ายทีมได้ก็ต้องมีสโมสรกล้าจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ราว 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

แฉสนั่น!ติอาโก้เฝ้ารอลิเวอร์พูลอยากทำงานกับ “คล็อปป์”

ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเฝ้าคอยให้ ลิเวอร์พูล มากระชากตัวไปร่วมทีม เพราะอยากที่จะร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ตอนนี้ติดแค่เรื่องการเซ็นสัญญา เพราะ "เสือใต้" ต้องการค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่ง "หงส์แดง" ยังไม่ยอมจ่าย

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางประสบการณ์สูงชาวสแปนิช ยังคงเฝ้ารอที่จะได้ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าในเวลานี้ "หงส์แดง" ยังไม่สามารถตกลงค่าตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของนักเตะที่อยากได้เม็ดเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยตัวออกไป

"เดอะ เร้ดส์" หมายตา ติอาโก้ ซึ่งเหลือสัญญาอยู่กับ "เสือใต้" เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ บาเยิร์น ต้องการเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ หากสโมสรไหนก็ตามที่อยากได้ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ไปร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้
อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบด้านการเงินกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีรายงานว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอในราคาที่ต่ำกว่าที่ยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียต้องการ แต่มีเงื่อนไขพิเศษ และโบนัสที่เกี่ยวพันกับฟอร์มการเล่น กระนั้น บาเยิร์น ได้ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

กระนั้น ติอาโก้ ซึ่งลงเล่นให้ บาเยิร์น 235 เกมนับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 และช่วยทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้ ยังรอคอยที่จะได้ย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โดยเรื่องนี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง เผยว่า "ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังคงรอคอยเพราะเขาอยากย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้มากๆ"

"ลิเวอร์พูล ยังคงติดต่อกับเขา แต่ บาเยิร์น ย้ำชัดเมื่อ 2 วันก่อนว่าพวกเขาจะขายติอาโก้ ในราคา 30 ล้านยูโร (27 ล้านปอนด์)เท่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ มากๆ ฉะนั้นทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับทั้งสองสโมสรในการตกลงกัน" โรมาโน่ ระบุทิ้งท้ายในเว็บไซต์ทวิตเตอร์

 

ดาวซัลโวไทยลีก2020จะเป็นใคร?

แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นการเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่านักเตะคนไหนจะเป็นดาวซัลโวไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 นี้ แต่หากพิจารณาจาก 4 เกมแรกที่ผ่านมา ของ 16 ทีมก่อนที่ลีกบ้านเราจะโดนคุกคามจาก โควิด-19 จนต้องหยุดยาวและรอกลับมารีสตาร์ทกันใหม่ ตั้งแต่ 12 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป ก็คงไม่แคล้ว ที่ ดาวซัลโว ฤดูกาลนี้น่าจะมีชื่อของใครคนใดคนหนึ่ง ที่ ยิงไปแล้ว 4,3 และ 2 ประตู จาก 4 เกมที่ว่านี่ล่ะ

สรุปดาวซัลโวไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 จาก 4 เกมแรกที่ผ่านมา

4ประตู : เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ( การท่าเรือฯ )

3 ประตู : แซร์คิโอ ซัวเรซ ( การท่าเรือฯ ), แฮริสัน ไคออน ( ชลบุรีฯ), ยานนิค โบรี่ ( ราชบุรีฯ ), จอห์น บาจโจ้ ( สุโขทัยฯ ), แดร์เลย์ (เอสซีจี เมืองทองฯ ), สุภโชค สารชาติ ( บุรีรัมย์ฯ ) 

2 ประตู : อดิศักดิ์ ไกรษร ( การท่าเรือฯ), ริชาร์ด บรูโน่ ( บุรีรัมย์ฯ), กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ( สุพรรณบุรี ฯ ), ฟิลิป โรลเลอร์, ฮาเวียร์ ปาติญโญ่  ( ราชบุรีฯ ), ชญาวัต ศรีนาวงษ์ ( สมุทรปราการฯ ), เอวานโดร เปาลิสต้า ( สุโขทัยฯ ), วิลเลียม เอ็นริเก้ ( พีที ประจวบฯ ), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ( บีจีปทุมฯ ) 

1 ประตู : อาริส ซาริโฟวิช ( สมุทรปราการฯ ) ,ปิยะพล ผานิชกุล, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม , โชติภัทร พุ่มแก้ว , บิลล์ โรซิมาร์ , จอร์นาตา แวร์ซูร่า , อัครวินท์ สวัสดี , บรินเนอร์ เอ็นริเก้  (สิงห์เชียงรายฯ ),ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม, อดุลย์ หมื่นสมาน ( นักเตะพีทีประจวบฯทำเข้าเอง ), อานนท์ อมรเลิศศักดิ์,ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร , วานเดอร์ หลุยส์ , เอเวอร์ตัน กอนซาลเวซ  ,มานูเอล ทอมเบียร์ ,ฮาจิเมะ โอโซไก ,เบรนเนอร์ มารอส , สรรวัชร เดชมิตร  (แบงค็อกฯ ) , อิ๊บสัน เมโล่ ( สุโขทัยฯ ) , เอเวอร์ตัน กอนซาเวซ ( นักเตะแบงค็อกฯ ทำเข้าเอง )

สหรัฐ กันยะโรจน์ , ซันดี้ วงษ์เดอรี  (เอสซีจี เมืองทองฯ ) ,โก ซุล กิ , ดาบิด โรเชร่า ( การท่าเรือฯ ) , วิคเตอร์ คาโดโซ่ ,อิรฟาน ฟานดี้ , ดาเนียล การ์เซีย โรดริเกวซ , สิโรจน์ ฉัตรทอง   ( บีจีปทุม ยูไนเต็ด ),อมาดู ออตตาร่า , เลอันโดร อัสซัมเซา , เดนนิส มูริลโล่, วงศกร ชัยกุลเทวินทร์  ( นครราชสีมาฯ), ณรงค์ จันทร์เสวก, จตุรงค์ พิมพ์คูณ, กีรติ เขียวสมบัติ, เกร็ก ฮูล่า , อาทิตย์ บุตรจินดา ( โปลิศเทโรฯ ) , ปิยะราษฎร์ ลาจังหรัด ( นักเตะสุโขทัยฯ ทำเข้าเอง ) ,ลอสซามี่ การาบูเอ้ ( ราชบุรีฯ ) ,ดราแกน บอสโควิช ,คาร์ลี เด มูร์ก้า  ( ชลบุรีฯ ), อลงกรณ์ จรนาทอง ( ระยอง เอฟซี ), เอลิอันโดร , ทินกร อสุรินทร์ ( สุพรรณบุรี เอฟซี )ริชาร์ด บรูโน่,อันเดรซ ทูเนซ ,เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ( นักเตะราชบุรีฯ ทำเข้าเอง )  ( บุรีรัมย์ฯ ), คัง ซู อิล ( ตราดฯ )

ทำเนียบดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีก 23 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ไทยลีกครั้งที่ 1 อำพร อัมพันสุวรรณ (โทรศัพท์) 21 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 2 วรวุธ ศรีมะฆะ (บีอีซีเทโรศาสน) 17 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 3 รณชัย สยมชัย (การท่าเรือ) 23 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 4 สุธี สุขสมกิจ (ธ.กสิกรไทย) 13 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 5 สุธี สุขสมกิจ (ธ.กสิกรไทย) 16 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 6 วรวุธ ศรีมะฆะ (บีอีซี เทโรศาสน) / ปิติพงษ์ กุลดิลก (การท่าเรือ) 12 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 7 ศรายุทธ ชัยคำดี (การท่าเรือ) 12 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 8 วิมล จันทร์คำ (โอสถสภา เอ็ม 150) 15 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 9 ศรายุทธ ชัยคำดี (การท่าเรือ) / ศุภกิจ จินะใจ (การไฟฟ้าฯ) 10 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 10 พิพัฒน์ ต้นกันยา(บีอีซี เทโรศาสน) 12 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 11 เนย์ ฟาเบียโน่ (ยาสูบ) 18 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 12 อานนท์ สังสระน้อย (บีอีซี เทโรศาสน) 20 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 13 อานนท์ สังสระน้อย (บีอีซี เทโรศาสน) 18 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 14 ลูโดวิค ทาคาม (พัทยา ยูไนเต็ด) 17 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 15 แฟรงค์ โอฮันซ่า (บุรีรัมย์ฯ) 19 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 16 ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทองฯ) / คลีตัน ซิลวา (บีอีซี เทโรฯ) 24 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 17 คาเมลโล กอนซาเลซ (บุรีรัมย์ฯ) 23 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 18 เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส (ราชบุรี ฯ) 26 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 19 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ฯ) 33 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 20 คลีตัน ซิลวา (เอสซีจี เมืองทองฯ) 27 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 21 ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อกฯ) 38 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 22 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (บุรีรัมย์ฯ) 34 ประตู

ไทยลีกครั้งที่ 23 ลอนซาน่า ดูมบูญ่า (ตราด เอฟซี) 20 ประตู

 

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์

ฟอร์มเปรี้ยง!เลวานฯสุดมั่นซิวบัลลงดอร์ถ้าหากไม่ยกเลิก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น มั่นใจ ตนควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้ถ้าหากไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล เพราะตนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเชื่อว่าตัวเองควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2020 หากยังมีการมอบรางวัลกันอยู่ โดยบอกว่าถ้าตนมีอำนาจในการตัดสินคนที่จะได้รางวัล ตนก็จะมอบรางวัลให้ตัวเอง

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดมอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันส่งผลกับเรื่องในสนามตามไปด้วยจนทำให้ไม่สามารถตัดสินเรื่องผลงานอย่างแท้จริงได้ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เตะกันไม่จบซีซั่น เป็นต้น

 ทั้งนี้ บางคนมองว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะแทบทุกลีกก็ยังสามารถเล่นกันจนจบได้ อย่างเช่น คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธาน บาเยิร์น ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็มีโอกาสดีที่จะได้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลย ซึ่งล่าสุด เลวานดอฟสกี้ ก็มองว่าตัวเองคู่ควรกับการได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำเหมือนกัน

    หลังจากโดน สปอร์โตเว่ ฟ๊ากตี้ สื่อของโปแลนด์ถามว่าถ้าปีนี้เขามีสิทธิ์มอบรางวัล บัลลง ดอร์ เขาจะมอบรางวัลให้ใครนั้น เลวานดอฟสกี้ ก็ตอบว่า "ให้ผมเองไง ผมได้แชมป์ทุกรายการเท่าที่จะทำด้กับ บาเยิร์น เรากวาดแชมป์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เยอรมัน คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก และผมก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทั้ง 3 รายการนั้นด้วย ผมคิดว่านักเตะที่ทำแบบนั้นได้ก็ควรจะเป็นคนที่ได้ บัลลง ดอร์ ไปครอง"