เปิดก่อนเลย! “แลมพาร์ด” ลั่นแข้งสิงห์บลูส์พร้อมดวลหงส์แดงอาทิตย์นี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี มั่นใจว่าทีมของเขาสามารถเอาชนะลิเวอร์พูล แชมป์เก่าศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้ได้

"ผมตื่นเต้นมาก มันชัดเจนที่ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ทุกเกมที่พวกเราเจอกับพวกเขา พวกเราก็ต่อสู้ได้ดีจริงๆ พวกเราเคยเอาชนะพวกเขามาแล้วในเอฟเอ คัพ แต่ก็แพ้ในเกมลีกทั้งสองนัด ซึ่งเราก็ทำได้ดีในการต่อกรกับพวกเขา"

"ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นพวกเราสู้กับพวกเขาอีก และดูว่าเราจะอยู่ในจุดไหน เรามีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในตอนนี้โดยมีเวลาเรียกความฟิตแค่สั้นๆ ผมคิดว่าปรีซีซั่นของพวกเราคือหนึ่งในลีกที่หนักที่สุดในโลกแล้ว"

"ลิเวอร์พูลได้ซ้อมมากกว่าพวกเรา 2 สัปดาห์ แต่มันก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับพวกเขาแต่เนิ่นๆ และดูว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเราต้องมั่นใจ เราไม่กลัวลิเวอร์พูล แต่พวกเราให้ความเคารพพวกเขา พร้อมเชื่อมั่นในตัวเองด้วย"

ฮาแวร์ทซ์เงียบ-แวร์เนอร์เรียกโทษ! เชลซีบุกอัดไบรท์ตัน-ลัลลาน่าเจ็บอีก

"สิงห์บลูส์" ประเดิมสามแต้มแรกฤดูกาลใหม่ได้สำเร็จ หลังบุกไปคว้าชัยเหนือ ไบรท์ตัน 3-1 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เกมนี้สตาร์ป้ายแดงทั้ง ติโม แวร์เนอร์ และไค ฮาแวร์ทซ์ ต่างได้ออกสตาร์ทตัวจริงทั้งคู่ กระนั้นข่าวร้ายของไบรท์ตันคือต้องเสีย อดัม ลัลลาน่า ที่บาดเจ็บเล่นได้แค่ครึ่งเดียว

    เกมที่ เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม เป็นเกมประเดิมสนามนัดแรกของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่น 2020-21 ระหว่างเจ้าถิ่น ไบรท์ตัน เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เชลซี

    แกรม พ็อตเตอร์ เกมนี้มาพร้อมเต็มสูบแนวรุกวางหน้าคู่เป็น เลอันโดร ทรอสซาร์ และนีล โมเปย์ โดยใช้ อดัม ลัลลาน่า มิดฟิลด์ที่เพิ่งคว้ามาจาก "หงส์แดง" คอยขับเคลื่อนเกมกลางสนาม

    ขณะที่ฝั่งของ "สิงห์บลูส์" ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ประเดิมแข้งหน้าใหม่ทั้ง  ไค ฮาแวร์ทซ์ และติโม แวร์เนอร์ ลงเป็นตัวจริงเกมแรก โดยมี เมสัน เมาน์ท สนับสนุนร่วมกับ รูเบน ลอฟตัน-ชีค และเอ็นโกโล่ ก็องเต้

    เปิดฉากมาครึ่งแรก นาทีที่ 5 เจ้าถิ่นไบรท์ตันทักทายก่อนเลยหลัง อดัม เว็บสเตอร์ เติมขึ้นสูงก่อนส่องด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งเหินคานออกไปไกล

    โอกาสลุ้นหนแรกของทีมเยือน ต้องรอถึงนาที 19 เมสัน เมาน์ท เปิดเข้ากลางให้ ติโม แวร์เนอร์ พยายามเช็ดบอลไปเสาสองแต่ไปแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นก่อนเข้ามือ แม็ทธิว ไรอัน

    กระนั้นอีก 2 นาทีต่อมา "สิงห์บลูส์" มาได้ลูกที่จุดโทษ หลังเจ้าถิ่นทำเสียบอลกลางสนามโดน จอร์จินโญ่ แทงบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปแตะหลบ แม็ทธิว ไรอัน ก่อนโดนนายด่านเจ้าถิ่นขวางล้มลงในกรอบ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่
จอร์จินโญ่ จะเป็นมือสังหารซัดจุดโทษเข้าไปไม่พลาดในนาที 23 ให้ เชลซี บุกมานำไบรท์ตัน 1-0

    เจ้าถิ่นหลังเสียประตูพยายามโหมบุกเพื่อทวงตีเสมอให้ได้ นาที 26 ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ทาริก แลมป์ตีย์ ครอสบอลไปเสาแรกให้ นีล โมเปย์ โฉบมาโขกแต่บอลไปโดนหัวไหลสุดท้ายไปเข้ามือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

    นาที 35 สตีเว่น อัลซาเต้ กระชากเข้าหน้ากรอบก่อนตะบันด้วยซ้ายบอลพุ่งไปเสียบเสาไกลแล้ว แต่ยังโดน เกป้า พุ่งปัดออกไป บอลมาเข้าทางปืน ซอลลี่ มาร์ช ซ้ำด้วยซ้ายไปติดบล็อค อันเดรียส คริสเตนเซ่น

    นาที 45 ไบรท์ตัน ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง อดัม ลัลลาน่า ห้องเครื่องคนใหม่มีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง อารอน คอนนอลลี่ ลงมาเล่นแทน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 ติโม แวร์เนอร์ เกือบเบิกสกอร์แรกให้ต้นสังกัดใหม่อย่างเป็นทางการ หลังกระชากหนีแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปซัดมุมแคบ แต่ยังไปติดเซฟของ เกป้า ที่ปัดออกหลังหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ไบรท์ตัน ตามหลัง เชลซี 0-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 47 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นตีเสมอ ซอลลี่ มาร์ช กระชากหลบแข้งสิงห์บลูส์ก่อนหนีตัวประกบถึงเส้นหลังแล้วครอสไปเสาแรกให้ คอนนอลลี่ เข้าชาร์ทเสาแรกหลุดกรอบไป

    เกมรุกของไบรท์ตันเกือบแผลงฤทธิ์อีก อีก 2 นาทีต่อมา ทาริก แลมป์ตีย์ อดีตเด็กปั้นของเชลซีเองกระชากบอลแหวกอลอนโซ่ และเมสัน เมาน์ท เข้าไปซัดด้วยขวาเสาแรกบอลพุ่งแรกไปติด คูร์ท ซูม่า ออกหลัง

    แต่แล้ว นาที 54 ความพยายามของ ไบรท์ตัน มาประสบผลสำเร็จไล่ตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ทาริก แลมป์ตีย์ ที่เล่นได้โดดเด่นไหลบอลเข้ากลางให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงนอกกรอบ บอลพุ่งหนีมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า เสียบ
โคนเสาสองไปอย่างสวยงาม

    ทว่าอีก 2 นาทีถัดมา นาที 56 ลูกทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากความยอดเยี่ยมของ รีซ เจมส์ แบ็กขวาดาวรุ่งของ เชลซี ที่ซัดเต็มข้อด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งติดไซด์หนีมือ แม็ทธิว ไรอัน เสียบมุมสามเหลี่ยมชนิดงามหยด
ย้อย

    นาที 66 เชลซี มาได้ประตูนำห่างเจ้าบ้าน 3-1 บอลต่อเนื่องจากจังหวะเตะมุม รีซ เจมส์ เปิดมาให้ คูร์ท ซูม่า ตวัดยิงด้วยขวาหน้ากรอบไปแฉลบ อดัม เว็บสเตอร์ เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป ก่อนจะให้เครดิต ซูม่า เป็นผู้ทำประตู

    นาที 80 ไบรท์ตันได้ลุ้นจากจังหวะที่ อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์ แข้งสำรองที่เพิ่งลง ผ่านบอลให้ อารอน คอนนอลลี่ แต่บอลยังไม่ผ่านมือ  เกปา อาร์รีซาบาลาก้า

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านไล่ไม่ทัน จบเกม ไบรท์ตัน แพ้คาบ้านให้ เชลซี 1-3

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        ไบรท์ตัน (3-4-1-2): แม็ทธิว ไรอัน – เบน ไวท์ (ปาสกาล กรอสส์ น.79), ลูอิส ดังค์, อดัม เว็บสเตอร์ – ทาริก แลมป์ตีย์, สตีเว่น อัลซาเต้ (อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์ น.79), อีฟส์ บิสซูม่า, ซอลลี่ มาร์ช – อดัม ลัลลาน่า (อารอน คอนนอลลี่ น.45) – เลอัน
โดร ทรอสซาร์, นีล โมเปย์

        เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

        เชลซี (4-3-3): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์, คูร์ท ซูม่า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่ – รูเบน ลอฟตัน-ชีค (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.61), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า น.85) – ไค ฮาแวร์ทซ์ (คัลลัม ฮัดสัน-โอดอน
น.80),  ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาน์ท

ติโม่ แวร์เนอร์ คำราม เชลซี พร้อมท้าชน ลิเวอร์พูล แย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก

       ติโม่ แวร์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนีสุดมั่น สิงห์บลูส์ เชลซี พร้อมแล้วที่จะแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่กับ ลิเวอร์พูล และ แมนซิตี้ แล้ว จากการรายงานของ Mirror สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2563

        อดีตศูนย์หน้า แอร์เบไลป์ซิก ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่การที่ต้องใช้จ่ายอย่างระมัดระวังเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID 19 ทำให้ทีมหงส์แดงลังเลที่จะยื่นข้อเสนอซื้อตัวนักเตะ สุดท้ายกลายเป็น เชลซี ที่ปาดหน้าคว้าตัวดาวยิงเนื้อหอมไปร่วมทีมได้สำเร็จ

    Learn more
        ดาวยิงวัย 24 ปี กำลังมีความสุขกับสโมสรใหม่ของเขา และการทำงานภายใต้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่กำลังเตรียมทีมสู้ศึกโปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก ที่เป็นฤดููกาลแรกของเขาในประเทศอังกฤษอีกด้วย "การทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมเมื่อเร็ว ๆ นี้มันดีมากจริง ๆ" แวร์เนอร์ กล่าวกับ chelseafc.com

        "เขาอธิบายและทำให้ทั้งทีมเห็น ถึงสิ่งที่เราทำได้ในสนาม และสิ่งที่ต้องปรับปรุงจากฤดูกาลที่แล้ว มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ร่วมงานกับเขา เขาอธิบายถึงแผนการในอนาคตข้างหน้า และวิธีที่เราจะใช้ต่อสู้กับ ลิเวอร์พูล และ แมนซิตี้ ผมคิดว่า เชลซี เป็นทีมที่ใหญ่ และด้วยผู้เล่นที่เรามีผมคิดว่าเราสามารถก้าวไปสู้ระดับที่ดีกว่านี้ได้"

        ทั้งนี้ ติโม่ แวร์เนอร์ ที่กำลังมีความสุขกับการค้าแข้งนอกประเทศเยอรมันครั้งแรกของเขา ทำประตูแรกให้กับ เชลซี ได้สำเร็จในเกมอุ่นเครื่องกับ ไบร์ทตัน หลังเริ่มเกมการแข่งขันได้เพียง 5 นาทีเท่านั้น

ชอบตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว! ฮาแวร์ตซ์ยกแลมพาร์ดมีส่วนเลือกซบเชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ป้ายแดง เชลซี ชี้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีส่วนไม่น้อย กับการเลือกซบ "สิงห์บลูส์" มั่นใจตนจะเก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ภายใต้การทำทีมของ "แลมพ์ส"

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเลือดผู้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเลือกมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งนี้  "สิงห์บลูส์" เพิ่งประกาศคว้าตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันแบบยาวๆ ถึงปี 2025

"เขามีส่วนอย่างมากเลยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมชอบเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักเตะแล้ว และผมก็ดูเขาเล่นบ่อยมาก ผมคิดว่า ตอนนี้ผมสามารถเรียนรู้จากเขาในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างมากมาย เขาเป็นคนถ่อมตัวและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขาและได้เรียนรู้จากเขา"

 "เขาเป็นคนที่ชอบเกมรุกและทำประตูมากๆ เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า เขาจะช่วยผมได้อย่างมหาศาลแน่นอน กับการเล่นในตำแหน่งของผม และก็อาจจะรวมถึงการเล่นในด้านอื่นๆ ที่ผมสามารถพัฒนาได้อีกด้วย" ฮาแวร์ตซ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

เปลืองค่าเหนื่อย! 7 แข้งเชลซีส่อถูกเขี่ยทิ้งเปิดทางนักเตะใหม่

ตลาดซัมเมอร์ปีนี้นับว่า เชลซี ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการคว้าตัวผู้เล่นเป้าหมาย โดยพวกเขาเซ็นสัญญานักเตะมาแล้วถึง 6 คนด้วยกัน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถลุงเงินไปทั้งสิ้น 231 ล้านปอนด์และคาดว่าพวกเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ในทางกลับกันเมื่อมีนักเตะเข้ามาเยอะคงต้องมีผู้เล่นจำนวนหนึ่งเดินออกจากสโมสรไป แข้งส่วนเกินเชลซีในลิสต์เหล่านี้มีค่าเหนื่อยรวมกันมากถึง 559,000 ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว พวกเขาจำเป็นต้องถูกเขี่ยพ้นทีมไม่อย่างนั้นจะเสียเงินโดยสูญเปล่า

1.มิชี่ บาตชูอายี่

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 90,000 ต่อสัปดาห์

เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีศักยภาพมากที่สุดในบรรดาลิสต์ที่จะโดนขายทิ้ง บาตชูอายี่ ยิงประตูทั้งหมด 6 ลูกในฤดูกาลที่ผ่านมาและปัจจุบันเขารับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 90,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่การมาของ ติโม แวร์เนอร์ ทำให้กองหน้าในทีมค่อนข้างล้นทีเดียว ลำพังแค่ แทมมี่ อับราฮัม และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็เบียดตัวจริงยากแล้ว

เขาเคยถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้กับ คริสตัล พาเลซ, บาเลนเซีย และ ดอร์ทมุนด์ คาดว่าซัมเมอร์นี้จะถึงเวลาที่เขาได้ออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบถาวรและมันจะเป็นการเซฟค่าเหนื่อยของทีมไปอีกราวเกือบแสนปอนด์เลยทีเดียว

2.มาร์โก ฟาน กิงเคล

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 28,000 ต่อสัปดาห์

ไม่น่าเชื่อว่า ฟาน กิงเคล ยังคงมีสัญญาอยู่กับ เชลซี หลังจากย้ายจาก วิเทสส์ มาร่วมทีมเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ความจริงแล้วมิดฟิลด์วัย 27 ปีถูกคาดหมายว่าจะโดนขายในซัมเมอร์นี้เนื่องจากไม่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เลยแต่กลายเป็นเขาต่อสัญญากับทีมออกไปอีกหนึ่งปีแบบเหนือความคาดหมาย

นับตั้งแต่เขาจรดปากกาเซ็นสัญญากับทีมเมื่อ 7 ปีก่อน ฟาน กิงเคล ใช้เวลาค้าแข้งทีมอื่นมากกว่าต้นสังกัดแม่เสียอีก ไม่ว่าจะเป็นกับ เอซี มิลาน (2014-15), สโต๊ค ซิตี้ (2015-16) หรือ พีเอสวี (2016-2018) อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ของเขาคืออาการบาเดเจ็บที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นั่นทำให้แทบจะไม่มีชื่อทีมที่สนใจมาซื้อต่อเลยในซัมเมอร์นี้ ดังนั้นมีโอกาสที่เขาจะถูกปล่อยยืมตัวมากกว่า

3.วิคเตอร์ โมเซส

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2021

ค่าเหนื่อย: 75,000 ต่อสัปดาห์

วิคเตอร์ โมเซส เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2016-17 และอันโตนิโอ คอนเต้ ก็มองว่าเขาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในตำแหน่งวิ่งแบ็กในแผนของกุนซือรายนี้ เมื่อ คอนเต้ ออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาก็ตามไปเล่นกับนายใหญ่คู่ใจที่อินเตอร์ มิลานในฤดูกาลที่ผ่านมา

เขายังคงเป็นนักเตะของเชลซีอยู่แต่ แลมพาร์ด ไม่ได้สนใจใช้งานมากนักเนื่องจากตำแหน่งมี เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่เป็นตัวจริงรวมถึง รีซ เจมส์ ที่ก้าวขึ้นมาทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว เชื่อว่าดาวเตะไนจีเรียวัย 29 ปีมีโอกาสสูงที่จะถูกขายดีกว่าเดินไปเดินมาเฉยๆอีกหนึ่งฤดูกาล

4.ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 70,000 ต่อสัปดาห์

แบ็กขวาวัย 28 ปีย้ายมา เชลซี ในปี 2017 แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงได้ ดังนั้นทางออกจึงไม่ต่างจาก โมเซส มากนัก ฤดูกาลที่แล้วเขาย้ายไปร่วมทัพ โรม่า แบบยืมตัวแต่ได้รับบาดเจ็บช่วงเดือนตุลาคมจึงทำให้เขาไม่ได้ทำผลงานอะไรที่อิตาลีเลยโดยลงเล่นแค่ 7 นัดเท่านั้น

แต่เชื่อว่ายังมีทีมในอิตาลีน่าจะสนใจเขาอยู่โดยเฉพาะ อตาลันต้า ที่เป็นข่าว เชลซี คงต้องใช้พลังการโน้มน้าวใจกุนซือกาสเปรินี่ให้รีบมาซื้อ ซัปปาคอสต้า ออกจากทีมไปให้ได้ในซัมเมอร์นี้

5.ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 110,000 ต่อสัปดาห์

กองกลางวัย 26 ปีเดินเข้ามาสวมเสื้อ “สิงห์บลูส์” ในปี 2017 ด้วยค่าตัวมากถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียวแต่ผลงานของเขากลับทำแฟนเชลซีผิดหวังจนสองซีซั่นหลังสุดถูกปล่อยให้ไปเล่นกับ เอซี มิลาน และ โมนาโก

ในสถานการณ์แบบนี้ เชลซี คงต้องจำใจขาย บากาโยโก้ แบบขาดทุนเพื่อเขี่ยนักเตะให้พ้นทีมออกไป ซึ่งล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชื่อดัง คอนเฟอร์มว่า เอซี มิลาน ใกล้บรรลุข้อตกลงกับทางเชลซีแล้วแต่เป็นการยืมตัวอีกครั้งโดยมีค่ายืมทั้งหมด 3 ล้านปอนด์พร้อมอ็อปชั่นซื้อขาด 30 ล้านยูโร น่าจะเป็นนักเตะคนแรกในลิสต์นี้ที่จะออกจากทีม

6.แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 100,000 ต่อสัปดาห์

ดริ๊งค์วอเตอร์ ถือเป็นส่วนเกินของทีมตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อ 3 ปีที่แล้วด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เขาลงเล่นให้กับทีมทั้งหมด 19 นัดก่อนจะถูกปล่อยยืมไปให้กับ เบิร์นลี่ย์ และ แอสตัน วิลล่า

แทนที่จะทำผลงานให้ดีเพื่อได้ลงเล่นมากขึ้นในช่วงยืมตัว ดริ๊งค์วอเตอร์ กลับไปทะเลาะกับเพื่อนร่วมทีมแอสตัน วิลล่าจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายเลยทีเดียว สุดท้ายมิดฟิลด์วัย 30 ปีกลับมายังเชลซีและตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าทีมไหนสนใจซื้อเลยแถมเขากินค่าเหนื่อยเป็นแสนปอนด์ด้วย การเหลือสัญญาอีก 2 ปีก็ดูยากที่จะได้ราคาถูก ดังนั้นการปล่อยยืมตัวอีกครั้งอาจจะเป็นคำตอบ

7.บาบ้า ราห์มาน

สัญญาถึงเดือนมิถุนายน 2022

ค่าเหนื่อย: 86,000 ต่อสัปดาห์

อีกหนึ่งนักเตะที่เหลือสัญญากับเชลซีอีก 2 ปีแต่คาดว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เขาถูกปล่อยยืมตัวไปถึง 3 สโมสร ได้แก่ ชาลเก้, แร็งส์ และมายอร์ก้า แต่เจ้าตัวเพิ่งเข้าผ่าตัดเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเมื่อเดือนมกราคมทำให้การยืมตัวกับ มายอร์ก้า ไปราบรื่นเท่าไหร่นัก

การมาของ เบน ชิลเวลล์ ทำให้แบ็กซ้ายแทบจะหมดโอกาสชิงพื้นที่จึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะอยู่กับทีมต่อไป อาชีพของเขาเหมือนหยุดอยู่กับที่นับตั้งแต่ย้ายมาเชลซีปี 2015 สโมสรคงต้องหาทางให้เขาเดินออกจากสโมสรไป

เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

จับตา!เชลซีจ่อได้ “ชิลเวลล์” ร่วมก๊วน

"สิงห์บลูส์" เชลซี จ่อได้แข้งดาวดังอีกคนแล้ว โดยล่าสุดมีข่าวใกล้ที่จะปิดดีลในรายของ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เผยค่าตัวถูกกว่าที่ตั้งไว้ตอนแรกเยอะมาก
     เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงกับ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก ได้แล้ว สำหรับการขอซื้อตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ชิลเวลล์ ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม "สิงห์บลูส์" มาอย่างยาวนาน โดยที่ตอนแรก เลสเตอร์ ตั้งค่าหัวนักเตะไว้ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,280 ล้านบาท) ทว่าล่าสุด ดิ แอธเลติก ระบุว่า ทั้งสองสโมสรจ่อที่จะตกลงกันได้แล้ว ซึ่งค่าตัวของ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี น่าจะลดลงมาอยู่ที่ราว 45-50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845-2,050 ล้านบาท)

     ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ชิลเวลล์ ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายแล้ว และถ้าหากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เจ้าตัวก็จะกลายเป็นแข้งใหม่ของ เชลซี รายที่สามในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก ฮาคิม ซิเยค และ ติโม แวร์เนอร์ พร้อมกับจะทำให้ "สิงห์บลูส์" ใช้เงินเสริมทัพไปแล้วมากกว่า 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,510 ล้านบาท)

เลสค็อตต์ชี้เดอบรอยน์ยังไม่เทียบชั้นยาย่า

โจลีออน เลสค็อตต์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ว่าผลงานของ เควิน เดอ บรอยน์ ในฤดูกาลนี้ยังไม่เทียบซีซั่นที่พีคที่สุดของ ยาย่า ตูเร่ เมื่อปี 2013/14

 เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีม 33 ลูกในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นการทำประตู 13 ลูกและแอสซิสต์อีก 20 หน ในการลงเล่น 35 เกมในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 แต่ทาง เลสค็อตต์ มองว่ายังเทียบไม่ได้กับความยอดเยี่ยมของ ตูเร่

 "ยัง, เขาต้องทำมันให้ยาวนานมากกว่านี้อีกหน่อย" เลสค็อตต์ กล่าวเมื่อถูกถามว่า เดอ บรอยน์ เทียบได้กับ ตูเร่ หรือยัง

 "ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ ยาย่า นั้นยอดเยี่ยมมากกว่า เขาทำ 20 ประตูในซีซั่นนี้, ปี 2013/14"

 นอกจากนี้ เลสค็อตต์ ยังกระตุ้น เดอ บรอยน์ ให้รักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจารึกชื่อเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก

 "สิ่งที่เขาทำและผลในแต่ละเกมนั้นน่าทึ่งมาก เขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่"

 "ยุคของ เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด – ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมบางคนในพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ เควิน ทำก็สุดยอดมาก ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้แบบนี้อีกสัก 3-4 ปี เขาจะอยู่ในการพูดถึง (ว่าคือยอดนักเตะของพรีเมียร์ลีก)"

สิงห์ยังมีงบให้เสริมทัพอีก200ล้านปอนด์

แดนนี่ ฮิ๊กกิ้นบ็อทแธม อดีตเด็กเก่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าทีมจะต้องเก็บตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เอาไว้กับทีมต่อไปให้ได้เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า เชลซี ยังมีงบให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เสริมทีมอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างน่าสนใจด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดด้วยค่าตัวรวมกันร่วม 90 ล้านปอนด์ แต่ยังมีนักเตะที่ยังต้องเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง

 เชลซี ยังมีนักเตะอีกอย่างน้อย 3 คนที่ต้องการตัวมาร่วมทีมและเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ของ เลเวอร์คูเซ่น, เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ซึ่งอาจจะรวมถึงผู้รักษาประตูอีกตำแน่งด้วย

 ล่าสุดสื่อแดนผู้ดีเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมที่จะทุ่มเงินอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อดึงเป้าหมายของกุนซือมาร่วมทีม ซึ่งโดยรวมแล้วสามเป้าหมายค่าตัวรวมถึงก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์อยู่แล้ว

แฉ! “ชิลเวลล์” อาจเป็นกองหลังแพงสุดในโลกหากซบเชลซี

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี อาจจะต้องควักกระเป๋าจำนวนมหาศาลในการกระชากตัว เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มฮอต มาร่วมทีม เพราะ เลสเตอร์ แจ้งกับ "สิงห์บูลส์" ไปแล้วถ้าอยากได้นักเตะจริงๆ ต้องกล้าจ่ายหนัก เนื่องจากดาวเตะเลือดผู้ดี มีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์
               "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องควักกระเป๋าเป็นสถิติโลกหากต้องการคว้าตัว เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มร้อนแรงของ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำในเมืองผู้ดี

              แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ แสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ตัว แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษจาก "เดอะ ฟ็อกซ์" มาเสริมแกร่งเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม เลสเตอร์ ได้แจ้งไปยัง "สิงห์บูลส์" แล้วว่าหากอยากได้ ชิลเวลล์ คงต้องจ่ายเงินมหาศาล เพราะนักเตะมีมูลค่าสูงกว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ อดีตเซนเตอร์แบ็กของทีม

              สำหรับ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี กลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในโลกเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายออกจากถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท)

              ฉะนั้นหาก เชลซี อยากได้ ฟูลแบ็กวัย 23 ปีซึ่งอยู่กับ เลสเตอร์ มาตั้งแต่อายุ 12 ปีและผ่านการติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 11 เกม ไปร่วมทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินค่าตัวสูงมากๆ ขณะที่นักเตะก็ดูเหมือนอยากจะอำลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้เชลซี ซึ่งเขามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใสรออยู่