2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ออกแถลงหลังกรีนวู้ด-โฟเด้นโดนทีมชาติตะเพิด

2ทีมเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯยูไนเต็ด พร้อมใจออกโรงแถลงการณ์ หลัง2แข้งดาวรุ่งในสังกัดอย่าง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด โดนเด้งกลับบ้าน ไม่ได้เดินทางไปเล่นในเกมกับ เดนมาร์ก หลังตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรม

แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ 2ทีมดังพรีเมียร์ลีก ออกโรงแถลงการณ์หลัง ฟิล โฟเด้น และ เมสัน กรีนวู้ด 2แข้งดังของตัวเอง ถูกส่งกลับไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับทีมชาติอังกฤษ ในเกมเนชั่นส์ลีก กับ ทีมชาติเดนมาร์ก หลังแข้งทั้งสองราย ตกเป็นข่าวฉาวแหกมาตราการป้องกันเชื้อโควิด-19 ด้วยการพาสาวๆเข้าโรงแรมในไอซ์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ก.ย.63

โดยนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษอย่าง แกเร็ธ เซาธ์เกต ยืนยันว่าทั้งคู่จะไม่เดินทางจากไอซ์แลนด์ ไป เดนมาร์ก กับพี่ๆสิงโตคำราม ที่มีโปรแกรมการแข่งขัน เนชั่นส์ลีก  ในวันอังคารกับทีมชาติเดนมาร์ก “น่าเสียดายที่เมื่อเช้านี้ ผมทราบว่าเด็กทั้งสองได้ละเมิดหลักเกณฑ์การระวังป้องกันความปลอดภัยจาก โควิด-19 ของเรา – ทำให้เราต้องตัดสินใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถร่วมทีมกับคนอื่น ๆ ในทีมได้”

"เมื่อพิจารณาถึงขั้นตอนที่เราต้องปฏิบัติ พวกเขาจะต้องเดินทางกลับบ้าน"

นอกจากต้นสังกัดของ ฟิล โฟเด้น อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาขานรับพร้อมกล่าวว่าการกระทำของลูกทีมตัวเอง  "ไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

โดยแถลงการณ์จากทีมเรือใบกล่าวว่า “สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้จากแคมป์ทีมชาติอังกฤษ เกี่ยวกับพฤติกรรมของฟิล โฟเด้น ซึ่งเราได้เห็นพ้องกับเห็นจากผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ แกเร็ธ เซาธ์เกต ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการกระทำของ ฟิล นั้นไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง"

"พฤติกรรมของเขาไม่เพียง แต่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดที่เกี่ยวข้องกับโควิด -19 เท่านั้น แต่ยังถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สโมสรให้การสนับสนุนเอฟเอ เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสโมสรกำลังติดต่อเกี่ยวกับการบังคับให้ฟิลกลับอังกฤษก่อนกำหนด”

ทางด้าน ปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด กล่าวว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังติดต่อประสานงานกับสมาคมฟุตบอล และผิดหวังกับการกระทำของ เมสัน กรีนวู้ด ในสถานการณ์นี้”

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานว่านักเตะทั้งสองจะต้องถูกกักตัว เมื่อเดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรหรือไม่ รวมถึงยังไม่มีการเปิดเผยว่า สโมสรจะดำเนินการทางวินัยกับนักเตะของตนเองหรือไม่

 

จับตาดีลช็อกโลก! เปิด 7 ทีมเต็งลุ้นคว้า “เมสซี่” ร่วมทัพ

กลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาเมื่อสื่อหลายสำนักพร้อมใจกันลงข่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ แจ้งความประสงค์ต่อบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าว่าต้องการขอย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้และต้องการที่จะเจรจาขอยกเลิกสัญญาตอนนี้เลย งานนี้ทำเอาสโมสรต้องมีการประชุมด่วนกันทันที หากเป็นตามนี้จริงๆน่าสนใจว่าสถานีต่อไปของสตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 33 ปีจะเป็นที่ใด เรามาดู 7 ตัวเต็งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

    แน่นอนว่าเต็งหนึ่งตอนนี้คงหนีไม่พ้น แมนฯ ซิตี้ ซึ่งมี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตนายใหญ่ของ เมสซี่ คุมทัพอยู่ ทั้งสองยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและหลายคนก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับหนึ่งของ เมสซี่ ก็ต้องเป็นทีมนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19จะส่งผลกระทบต่อการเงินหลายทีมแต่เมื่อเป็น “เรือใบสีฟ้า” เรื่องเงินคงไม่ใช่ปัญหา

    การเซ็นสัญญา “เมสซี่” จะทำให้ยกระดับทีมมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ยิ่งขึ้นไปอีกรวมถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรารถนามานาน ความจริง แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้จำเป็นต้องมี เมสซี่ ในทีมตอนนี้แต่คุณคงไม่ได้ซื้อ เมสซี่ เพราะเขาเข้ากับทีมคุณหรอก คุณต้องการซื้อเขาเพราะเขาคือ “เมสซี่” นี่แหละและนี่จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้ “เรือใบ” ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป

อัตราต่อรอง: 6/4 (แทง 4 จ่าย 6)

2.ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

    อีกหนึ่งทีมที่น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่มากทีเดียวคือ เปแอสเช  ยิ่งปีนี้พวกเขาอกหักพลาด ชปล. ไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งทำให้ทีมต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยด่วน การเซ็นสัญญา เมสซี่ อาจจะทำให้ทีมกลับมามีบรรยากาศกลับมาดีขึ้น รวมถึงอาจทำให้ทีมการันตีเข้ารอบฟุตบอลยุโรปลึกๆเลยด้วย

    ลองจิตนาการแนวรุก เนย์มาร์-เอ็มบั๊ปเป้-เมสซี่ คงจะโหดไม่แพ้ตำนาน MSN เนย์มาร์-ซัวเรซ-เมสซี่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของ เมสซี่ และ เนย์มาร์ ไม่ได้ดีมาตั้งแต่อยู่บาร์ซ่า และเนย์มาร์ เองก็เคยมีข่าวว่าอยากกลับสเปนมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปปีที่แล้ว มีโอกาสที่ เนย์มาร์ จะเดินออกจากทีมไปเพื่อเปิดทางให้กับ เมสซี่ อยู่เหมือนกัน ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ลีกเอิง จะเป็นลีกที่เมสซี่อยากมาหรือไม่?

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

3.อินเตอร์ มิลาน

 

    ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมที่มีข่าวกับ เมสซี่ มากที่สุด ขนาดที่สื่ออิตาลีเล่นข่าวว่าพ่อของเมสซี่ซื้อบ้านในย่านปอร์ต้า โนวา ที่เมืองมิลานเพื่อเตรียมให้ลูกชายมาอยู่แล้วด้วย ด้าน มาสซิมิเลียโน่ มิราเบลลี่ อดีตผู้อำนวยการกีฬาอินเตอร์ ออกมยอมรับว่าสโมสรวางแผนที่จะนำเข้า เมสซี่ มาหลายปีซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสโมสรระบุตั้งแต่ครั้งแรกที่ประชุม

    หนึ่งในตัวแปรที่น่าสนใจคือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นเป้าหมายของ บาร์เซโลน่า มานานและตัวนักเตะดูจะแสดงออกว่าต้องการย้ายไปค้าแข้งกับทีมเจ้าบุญทุ่ม ดังนั้นไม่มีเหตุลที่จะต้องเก็บไว้ การแลกตัวกับ เมสซี่ ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด

    ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จบซีซั่นด้วยการตามหลัง ยูเวนตุส แต้มเดียว ส่วนยูโรปา ลีกก็พลาดท่าอีก หาก เมสซี่ ย้ายมาจริงเชื่อว่าพวกเขาสามารถยกระดับมาต่อกรกับ “ม้าลาย” ได้เลย

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

4.ยูเวนตุส

 

    ยูเวนตุส เคยสร้างดีลช็อกโลกด้วยการคว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จาก เรอัล มาดริด มาแล้ว ถ้ามีโอกาสเซ็นสัญญาอีกหนึ่งนักเตะระดับโลกทำไมพวกเขาจะไม่สนใจล่ะ? แม้ว่าทัพ “ม้าลาย” จะไม่ได้เป็นตัวเต็งลำดับต้นๆแต่พวกเขาเคยโชว์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าการปิดดีลระดับบิ๊กๆต้องทำอย่างไร

    หลายคนคงอยากเห็นสองแข้งที่ดีที่สุดในโลกมาอยู่ทีมเดียวกันและเชื่อว่า เมสซี่ ก็คงไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้จับคู่กับคู่ปรับตลอดกาล ดังนั้นประตูสำหรับยูเวนตุสยงคงเปิดกว้างอยู่เสมอ

อัตราต่อรอง: 4/1 (แทง 1 จ่าย 4)

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

    ทีมที่มูลค่าอันดับสามของโลกก็ต้องมีชื่อเข้ามาติดในนี้เช่นกัน ซัมเมอร์นี้พวกเขาตัดสินใจแน่วแน่มากว่าจะล่าตัว เจดอน ซานโช่ มาให้ได้แต่ปรากฎว่าทางดอร์มมุนด์ตั้งค่าตัวไว้มากจนจ่ายไม่ไหว แล้วทำไมไม่ลองหันมาทางเมสซี่บ้าง? เจ้าตัวมีสปอนเซอร์เป็นอดิดาสเหมือนกับเสื้อแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากการย้ายตัวเกิดขึ้น อดิดาส ก็น่าจะมีส่วนสำคัญทีเดียว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พูดถึงการลดช่องว่างระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล การซื้อ เมสซี่ นี่แหละคือคำตอบอย่างแท้จริง แม้จะดูเป็นไปได้ยากตามอัตราต่อรองที่ออกมา ยิ่ง โซลชา มีนโยบายซื้อนักเตะดาวรุ่งเข้าทีมยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ตอนนี้แฟนบอลผีแดงกำลังไม่พอใจบอร์ดบริหารโดยเฉพาะ เฮ้ด วู้ดเวิร์ด และตระกูล เกลเซอร์ อย่างหนักหลังจากซัมเมอร์นี้ยังไม่มีใครเดินเข้ามาในทีมเลย “เมสซี่” จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นหมดไป

อัตราต่อรอง: 13/2 (แทง 2 จ่าย 13)

6.ทีมในเมเจอร์ลีก และลีกจีน

 

    แล้วถ้าเป็นนอกยุโรปล่ะ? เมเจอร์ลีก ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเตะที่อยู่ช่วงบั้นปลายอาชีพนิยมมากัน หากเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปแดนลุงแซมจริงๆจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอเมริกาอย่างแท้จริง

    ตัวลีกอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักมากนัก แต่เป็นเรื่องเงินและคุณภาพชีวิตในอเมริกาที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่โน้มน้าวให้ เมสซี่ มาค้าแข้งที่นี่ ทีมอย่าง อินเตอร์ ไมอามี่ ซึ่งมีเจ้าของคือ เดวิด เบ็คแฮม คงไม่ปิดโอกาสที่จะคว้าตัวเมสซี่มาแน่นอน

อัตราต่อรอง: 12/1 (แทง 1 จ่าย 12)

7.นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

 

    นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ เป็นสโมสรในอาร์เจนติน่าที่ปลุกปั้นเขามาในช่วงระหว่างปี 1994-2000 ก่อนจะย้ายไปอคาเดมี่ของบาร์ซ่า หาก เมสซี่ เลือกที่จะวางมือจะการเล่นในยุโรปและกลับมาสโมสรบ้านเกิดถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันซึ่งเขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยาจะกลับไปค้าแข้งที่ นีเวลส์ สักครั้งก่อนแขวนสตั๊ด

อัตราต่อรอง: 20/1 (แทง 1 จ่าย 20)

มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก

 "งูใหญ่" ทะยานเข้าชิงดำได้สำเร็จหลังไล่ถล่มเอาชนะ  ชัคตาร์ โดเนตส์ค แบบเละเทะ 5-0 เกมนี้ โรเมลู ลูกากู ควงรุ่นน้อง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงคนละสองเม็ด ก่อนพา อินเตอร์ มิลาน ทะยานเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นหนแรกในรอบ 22 ปี ของรายการนี้ โดยจะเข้าไปพบ เซบีย่า วันศุกร์นี้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า, ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

    เกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่าน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 เข้ามาพบกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครน ซึ่งคว้าชัยเหนือ บาเซิ่ล มาแบบไม่ยาก 4-1 โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับ เซบีย่า ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    อันโตนิโอ คอนเต้  เกมนี้ยังใช้แข้งชุดเก่งวางหน้าคู่เป็น  โรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ โดยมี แอสชลี่ย์ ยัง ขับเคลื่อนริมเส้นร่วมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และโรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ขณะที่ อดีตแชมป์ปี 2009 จากยูเครน ที่มี หลุยส์ กาสโตร คุมทัพยังฝากความหวังไว้ที่แข้ง บราซิเลี่ยน ทั้ง มาร์ลอส, อลัน แพทริค และ ไทซอน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก นาที 19 โอกาสยิงหนแรกของเกมกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่ได้โอกาสแล้วส่งบอลซุกก้นตาข่ายทันที หลังฉกความผิดพลาดของ อังเดร เปียตอฟ ผู้รักษาประตูของชัคตาร์ฯ ที่ออกบอลพลาด กลายเป็นจ่ายเลียดเข้ากลางก่อนโดน นิโกโล่ บาเรลล่า ตัดบอลขึ้นมาด้านขวา แล้วครอสมาในกรอบสุดแม่นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    นาที 26 อินเตอร์ฯ เกือบได้เสียวอีก หลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ พุ่งชาร์จไม่ตรงกรอบบอลเลยไปเสาไกล แม้ว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะพุ่งมาตามซ้ำแต่ซัดไปเข้าข้างตาข่าย ก่อนผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ มาร์ติเนซ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    กลายเป็น "งูใหญ่" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เสียมากกว่า นาที 34 ได้โอกาสส่องเข้ากรอบอีกหลัง ลูกากู โขกเช็ดต่อให้ นิโกโล่ บาเรลล่า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาบอลพุ่งติดไซด์จน อังเดร เปียตอฟ นายด่านดีกรีทีมชาติยูเครนต้องปัดออกหลังไป

    นาที 43 ชัคตาห์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์กอส อันโตนิโอ รับบอลจาก มาร์ลอส ก่อนหวดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเฉียดคานออกไป

    จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ขึ้นนำ ชัคตาห์ โดเนตส์ค 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "งูใหญ่" พลาดได้เม็ดที่สองอย่างน่าเสียดายหลัง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ฉกบอลจากแนวรับชัคตาห์ฯ ก่อนพยายามกระดกบอลกว่า 30 หลา ข้ามหัว อังเดร เปียตอฟ ทว่านายด่านของชัคตาห์ยังเหินปัดปลายนิ้วออกหลังไปได้หวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา แอชลี่ย์ ยัง จ่ายให้ ลูกากู ก่อนที่อดีตดาวยิง "ผีแดง" จะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 62 ชัคตาห์ฯ พลาดโอกาสทองในการตีเสมอ หลัง มิโกล่า มัตวิเยนโก้ ครอสบอลมาให้ จูเนียร์ โมราเอส ได้โขกโล่งๆหน้ากรอบแต่บอลยังไปตรงตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูได้

    เมื่อทำไม่ได้ นาที 64 มาเสียประตูที่สองให้ "งูใหญ่" หลัง มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาไกลให้ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ โขกย้อนหนีมือ อังเดร เปียตอฟ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ อินเตอร์ มิลาน นำห่าง 2-0

    รูปเกมยังเป็นลูกทีมของ คอนเต้ ที่โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 72 เกือบได้เม็ดสาม หลัง มาร์ติเนซ จ่ายให้ ลูกากู หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปตรงตัวนายด่านชัคตาห์

    ทว่า นาที 74 ทัพเนรัสซูรี่ มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 จนได้ หลัง โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน เปียตอฟ เข้าไปไม่เหลือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "งูใหญ่" มาพังประตูที่สี่จากการประสานงานของสองหัวหอกเหมือนเดิม คราวนี้ มาร์ติเนซ จ่ายออกขวาให้ โรเมลู ลูกากู แปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 83 ทัพงูใหญ่มาได้ประตูนำห่าง 5-0 คราวนี้ สเตฟาน เดอ ฟราย จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู พลิกบอลก่อนควบเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อังเดร เปียตอฟ เข้าไปเป็นประตูที่สองของอดีตดาวยิงปีศาจแดง

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน ไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค เละเทะ 5-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ เซบีย่า ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.81), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.85), โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง (คริสเตียโน่ บิรากี้ น.66) – โรเมลู ลูกากู (เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต้ น.85), เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.81) 

    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

     ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, ดาวิต โคชาโลว่า, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส (เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า น.75), อลัน แพทริค (มาเนอร์ โซโลแมน น.59), ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

    เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

    ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

บรูโน่ซัดโทษ! แมนยูต่อเวลาฯเฉือนโคเปนเฮเก้น ทะลุตัดเชือกยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" ต้องเล่นถึง 120 นาที กว่าจะปราบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ทีมดังจากเดนมาร์กไปได้แบบหืดจับ 1-0 โดยได้ประตูชัยจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษฯ พาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง), โคโลญจน์ ประเทศเยอรมัน

    ศึกยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะแข่งขันกันที่ประเทศเยอรมัน ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 21 สิงหาคม นี้ เกมนี้เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ พบกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ยอดทีมจากเดนมาร์ก โดยผู้ชนะจะเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน หรือเซบีย่า

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยน 6 ตำแหน่งจากเกมที่เอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ ในเกมล่าสุด แนวรุกให้ ปอล ป็อกบา ปั้นเกมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สนับสนุน เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขณะที่ สตาเล่ โซลบัคเค่น ของโคเปนเฮเก้นฝากความหวังล่าตาข่ายไว้ที่ โยนาส วินด์ และราสมุส ฟัลค์

    เริ่มเกมมา นาทีที่ 9 "ผีแดง" ทักทายก่อนเลยหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เรียกฟรีคิกนอกกรอบให้กับทีมได้ ทว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด ตะบันด้วยขวาผ่านกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ไม่ถึงนาทีต่อมา กรีนวู้ด ได้หลุดไปจิ้มด้วยขวาแต่หลักไม่ดีบอลไปเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน นายด่านโคเปนเฮเก้น

    นาที 15 ทีมจากแดนโคนมต้องเปลี่ยนตัวเร็วคนแรกหลัง นิโคลาย โบเลเซ่น ห้องเครื่องตัวเก่งบาดเจ็บก่อนจะส่ง ปิแอร์ เบงก์สสัน ลงเล่นแทน

    กลายเป็น โคเปนเฮเก้น กดดันได้ดีกว่าและเกือบได้ลุ้นขึ้นนำ นาที 16 ราสมุส ฟัลค์ เปิดบอลมาให้ โมฮาเหม็ด ดารามี ซํดด้วยขวาออกข้างไป อีกนาทีถัดมา เยนส์ สเตจ ซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อค ไบยี่ ช่วยสกัดบอลออกหวุดหวิด

    นาที 20 ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษให้ แมนฯยูไนเต็ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนพลักล้มในกรอบ ทว่าหลังดูจาก วีเออาร์ แล้วกลับคำตัดสินไม่ให้จุดโทษ เนื่องจากก่อนหน้านั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

    นาที 28 "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นจากฟรีคิกหน้ากรอบกว่า 25 หลา แต่คราวนี้แม้จะเปลี่ยนเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่ก็ยังยิงข้ามกำแพงเหินโด่งออกไปไกล

    อีก 5 นาทีถัดมา วาน-บิสซาก้า ไหลบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด อัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งไปแฉลบ อันเดรียส บีเยลลันด์ ออกหลังเป็นเตะมุม

    นาที 45 มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้ซัดเต็มข้อเน้นๆนอกกรอบ บอลพุ่งอย่างได้ลุ้นแต่ไปตรงตัว คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน แม้จะรับไม่อยู่แต่ยังเคลียร์พ้นหน้าปากประตูไปได้

    ถัดมาอีกนาทีในช่วงทดเจ็บ เมสัน กรีนวู้ด ตะบันด้วยขวาเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างเฉียบขาดแล้ว แต่ผู้ตัดสินหลังเช็กจากสัญญาณ VAR ปฎิเสธไม่ให้ประตูแก่ "ผีแดง" เนื่องจาก กรีนวู้ด อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเสมอกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 55 แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ไหลสั้นเข้ากลางให้ เฟร็ด วิ่งมายิงแบบไม่จับด้วยซ้ายแต่บอลเบาไปก่อนพุ่งเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน

    อีกสองนาทีถัดมา มาร์คัส แรชฟอร์ด ชิ่งให้ให้ เมสัน กรีนวู้ด อัดด้วยขวาเน้นๆบอลพุ่งเลียดผ่านนายด่านโคเปนเฮเก้นไปแล้วแต่ไปชนเสาออกมา แม้ แรชฟอร์ด จะตามซ้ำเข้าไปแต่เป็นลูกล้ำหน้าอย่างน่าเสียดาย

    โคเปนเฮเก้น นานๆ จะได้ลุ้นที นาที 61 ไบรอัน โอเบียโด้ ที่เพิ่งลงมาไหลเข้ากลางให้ โยนาส วินด์ ยิงด้วยซ้ายแต่บอลไม่ห่างตัว โรเมโร่ ล้มตัวรับไว้ได้

    นาที 63 "ผีแดง" น่าจะได้ประตูขึ้นนำ หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตั้งป้อมยิงไกลนอกกรอบบอลพุ่งผ่านมือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน ไปแล้วแต่ไปชนเสาประตูอย่างน่าเสียดาย

    ลูกทีมของ โซลชา โหมกระหน่ำบุกมาอย่างต่อเนื่อง นาที 68 บรูโน่ แฟร์นันด์ส อัดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งติดไซด์ก้อยจนนายด่านโคเปนเฮเก้นต้องปัดออกมา ก่อนจังหวะต่อมา ปอล ป็อกบา จะปั่นนอกกรอบแต่บอลไม่แรงพอไปเข้ามือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน

    นาที 84 อีกครั้งที่ "ปีศาจแดง" ต้องพลาดโอกาสขึ้นนำ คราวนี้เป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลนอกกรอบก่อนปั่นด้วยขวากำลังจะเลี้ยวเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน นายด่านโคเปนเฮเก้นพุ่งปัดออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 โคเปนเฮเก้น ตอบโต้บ้างคราวนี้เป็น เยนส์ สเตจ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งเหินคานออกไปไกล ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบเกม แมนฯยูไนเต็ด ยังเสมอกับ โคเปนเฮเก้น 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

    โดยช่วงต่อเวลาฯ โซลชา ส่ง ฆวน มาต้า ลงไปปั้นเกมแทน เมสัน กรีนวู้ด
   
    นาที 92  อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล  เกือบยิงให้ทีมขึ้นนำหลังวิ่งไปซัดบอลมุมแคบไปติดเซฟของ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน ออกหลังไป

    อีกนาทีถัดมา มาร์กซิยาล พลิกบอลหลุดเข้าไปยิงด้วยขวาอีกที แต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโคเปนเฮเก้นที่เซฟได้หวุดหวิด

    กระนั้น นาที 93 "ปีศาจแดง" มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง มาร์กซิยาล โดน อันเดรียส บีเยลลันด์ ทำฟาวล์ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันทีก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดผ่านมือ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน เข้าไปให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    ทีมดังจากเดนมาร์กรุกไม่ขึ้นเลยกลายเป็นโดน แมนฯยูไนเต็ด โหมกระหน่ำรุกใส่ตลอด นาที 98 "ผีแดง" เกือบได้เม็ดที่สองเพิ่มหลัง มาร์กซิยาล โชว์โซโล่เดี่ยวเลี้ยงบอลแหวกแนวรับโคเปนเฮเก้นเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายยิงไม่ได้ ตอกส้นคืนหลังให้ ฆวน มาต้า ซัดไปติดบล็อค

    ทดเจ็บของต่อเวลาฯครึ่งแรก นาที 105+3 "ปีศาจแดง" เกือบได้เม็ดสองอีก คราวนี้บอลไหลมาเข้าทาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส หวดเต็มแรงบอลพุ่งไปติดเซฟของ ยอห์นส์สัน

    ถัดมาอีกนาที นายด่านของโคเปนเฮเก้นโชว์หนึบอีก หลัง ฆวน มาต้า ซัดด้วยซ้ายในกรอบแต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไปติดขาของ คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน อีกรอบ

     ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของต่อเวลาฯครึ่งหลัง โคเปนเฮเก้น โหมบุกอย่างหนักแต่ยังไม่สามารถทวงประตูตีเสมอได้ จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด เบียดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ไปแบบหวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก โดยจะพบกับผู้ชนะระหว่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน หรือเซบีย่า

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่ (วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ น.71), แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เฟร็ด (เนมานย่า มาติช น.70) – เมสัน กรีนวู้ด (ฆวน มาต้า น.91), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.113) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

        เอฟซี โคเปนเฮเกน (4-3-3) : คาร์ล-โยฮัน ยอห์นส์สัน – กีเยร์โม่ วาเรล่า (คาร์โล บาร์โตเล็ค น.105), อันเดรียส บีเยลลันด์, วิคเตอร์ เนลส์สัน, นิโคลาย โบเลเซ่น (ปิแอร์ เบงก์สสัน น.15) – เป๊ป บรีล (ไบรอัน โอเบียโด้ น.58), เยนส์ สเตจ (โรเบิร์ต มูดราซิย่า น.105), เซก้า – โมฮาเหม็ด ดารามี (มิคเคล เคาฟ์มันน์ น.57) ,โยนาส วินด์, ราสมุส ฟัลค์ (วิลเลี่ยม วิค น.111)

        เทรนเนอร์ : สตาเล่ โซลบัคเค่น 

มาร์กซัดชัย! ลินการ์ดก็ยิง-แมนยูแซงแอลเอเอสเค รวมลิ่ว8ทีมยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เล่นแบบไม่เน้นเท่าไหร่หลังเกมแรกตุนสกอร์ไว้เพียบ กระนั้นแข้งผีแดงหลังโดนนำไปก่อนมารัวสองประตูจาก เจสซี่ ลินการ์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พาทีมแซงเอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ จากออสเตรีย 2-1 รวมสองนัดเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในศึกยูโรปาลีก รอบ16ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอกาสเข้ารอบสดใสหลังนัดแรกบุกไปถล่ม แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 ทำให้เกมนี้กลับมาเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไม่กดดัน โดยผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปพบ เอฟซี โคเปนเฮเกน ซึ่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ แบบมินิทัวร์นาเมนท์ แบบน็อคเอาท์ ที่ประเทศเยอรมัน 

   โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเกือบยกทีมจากเกมลีกล่าสุด โดยมีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมและ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ คุมเกมรับ แนวรุกวาง ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด และแดเนียล เจมส์ สนับสนุน โอเดียน อิกาโล่ ที่เป็นหน้าเป้า ส่วน แอลเอเอสเค ลินซ์ ฝากความหวังไว้ที่

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก นาทีที่ 4 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนเลยหลัง ฆวน มาต้า เปิดเตะมุมเข้ามาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวโขกข้ามคานไป

    นาที 10 แอลเอเอสเค เกือบชิงขึ้นนำก่อนหลัง อันเดรส อันดราเด้ โขกบอลไปชนคาน ก่อนจังหวะต่อมา ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ จะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังแบบได้เสียว

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นหนที่สองจากจังหวะเตะมุมอีกครั้ง และเป็น ม้าต้า ที่เปิดมาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งหลุดกรอบออกไป

    ถัดมาอีกนาที ทีมเยือนได้ส่องเข้ากรอบเป็นครั้งแรก เจมส์ ฮอลแลนด์ แทงขึ้นหน้าให้ มาร์โก รากุซ ตะบันด้วยขวาแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เซร์คิโอ โรเมโร่

    นาที 33 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดายหลัง เจสซี่ ลินการ์ด ดีดบอลเร็วให้  โอเดียน อิกาโล่ หลุดเข้าไปในกรอบแต่จังหวะสุดท้ายโดนเบียดทำให้บอลทะลักไปเข้ามือ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังทำอะไร แอลเอเอสเค ลินซ์ ไม่ได้เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 50 "ผีแดง" ได้ส่องเข้ากรอบเป็นหนแรก หลัง ฆวน มาต้า แทงบอลเข้ากลางให้ โอเดียน อิกาโล่ พลิกตัวยิงแต่หลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือนายด่านทีมเยือน

    นาที 55 "ผีแดง" ต้องเป็นฝ่ายตามหลังก่อน หลัง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ สกัดบอลจากลูกคอนเนอร์ไม่ดีไปเข้าทาง ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ แนวรับทีมเยือนตั้งป้อมปั่นบอลด้วยขวาบอลพุ่งโค้งๆ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปชนิดที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ หมดสิทธิ์ป้องกันให้ แอลเอเอสเค ลินซ์ บุกมานำ 1-0 สกอร์รวมไล่มาห่าง 1-5

    กระนั้น ทีมเยือนดีใจได้แค่ 2 นาที คราวนี้ ฆวน มาต้า ออกบอลเร็วจากกลางสนามให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ เข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอทันควัน 1-1

    จากนั้น นาที 62 เจ้าบ้านเกือบแซงขึ้นนำหลัง ลินการ์ด จ่ายต่อให้ ฆวน มาต้า ซัดไปติดเซฟของนายด่านทีมเยือน บอลทะลักมาเข้าทาง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

    นาที 63 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนสองคนรวดถอดเอา เจสซี่ ลินการ์ด และเฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา และอันเดรียส เปเรยร่า ลงเล่นแทน

    นาที 72 โดมินิค ไรเตอร์ สำรองของแอลเอเอสเคเกือบส่องประตูให้ทีมเยือนหนีห่างอีกครั้งเมื่อหลุดเข้าไปซัดเต็มแรง ทว่าบอลพุ่งไปติดขา เซร์คิโอ โรเมโร่ ออกหลังไป

    นาที 88 เจ้าบ้าน "ผีแดง" มาแซงขึ้นนำ 2-1 ฆวน มาต้า จ่ายสั้นๆให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ลงมาสำรองหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ แบบเด็ดขาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด แซงเอาชนะแอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 รวมสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในวันที่ 10 สิงหาคม นี้ โดยจะจัดการแข่งแบบ มินิทัวร์นาเมนท์ ที่ประเทศเยอรมัน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ , เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ – โอเดียน อิกาโล่

        เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

        แอลเอเอสเค ลินซ์ (3-4-2-1) : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ – ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์, เกอร์โนต์ เทราเนอร์, อันเดรส อันดราเด้ – ไรน์โฮลด์ รานฟ์เทิ่ล, เจมส์ ฮอลแลนด์, ปีเตอร์ มิโชรล, เรเน่ เรนเนอร์ – โดมินิค ไฟรเซอร์, มาร์โก รากุซ, ฮูเซียน บาลิช

        เทรนเนอร์ : โดมินิค ธัลฮัมเมอร์

        ผู้ตัดสิน : ทาซอส ซิดิโรปูลอส (กรีซ)

 

120ล้านคุ้มหรือไม่? ผู้เชี่ยวชาญรวมหัววิเคราะห์ค่าตัวของ “ซานโช”

การเจรจาดีล เจดอน ซานโช ยังคงดำเนินต่อไปและต้นสังกัดอย่าง ดอร์ทมุนด์ ต้องการค่าตัวนักเตะถึง 108 ล้านปอนด์ หรือ 120 ล้านยูโร ทว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่คิดว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลนักทำให้ดีลนี้ชะงักลงชั่วครู่ น่าคิดเหลือเกินว่า นักเตะคนนี้กับค่าตัวมหาศาลนี้คุ้มค่าหรือไม่ สื่อชื่อดังอย่าง สกาย สปอร์ต จึงจับผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมานั่งถกกันเรื่องค่าตัวของ ซานโช

    ถ้าคุณต้องการรู้ว่าสิ่งนี้คุ้มค่าหรือไม่คุณก็ต้องถามผู้เชี่ยวชาญ ถูกต้องไหม?

    แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเซ็นสัญญา เจดอน ซานโช่ แนวรุกของ ดอร์ทมุนด์ แต่ทั้งสองสโมสรมีความเห็นต่างกันเมื่อพูดถึงเรื่องค่าตัว

    ทัพ “เสือเหลือง” คิดว่า ซานโช มีมูลค่า 120 ล้านปอนด์ (108 ล้านปอนด์) ขณะที่ฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เห็นด้วยที่จะจ่ายเงินมากขนาดนั้นเพื่อนักเตะคนเดียวในสถานการณ์ที่ตัวสโมสรกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินหลังจากวิกฤตไวรัสโคโรน่าระบาด

    แล้วใครเป็นฝ่ายถูกต้อง? ค่าตัวของ ซานโช ควรเป็นเท่าไหร่? ใครจะเป็นฝ่ายยอมถอยหลัง? ในโลกการเจรจาธุรกิจ ดีลจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อราคาเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย

    เพื่อที่จะรู้ว่าดีลนี้ควรเป็นอย่างไร สื่อชื่อดัง สกาย สปอร์ต จึงติดต่อพูดคุยกับคน 5 คนผู้ซึ่งรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับการเงินของตลาดยุโรป โดยถามพวกเขาว่าแต่ละคนคิดว่า ซานโช มีมูลค่าเท่าไหร่ในตลาดและพวกเขาคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยอมจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาร่วมทัพหรือไม่

    ค่าตัว ซานโช ที่ต่ำที่สุดในบรรดา 5 คนนี้คือ 60 ล้านปอนด์ และสูงที่สุดคือ 120 ล้านปอนด์ ส่วนค่าเฉลี่ยราคาจาก 5 คนดังกล่าวอยู่ที่ 85 ล้านปอนด์

1.นักเตะพรีเมียร์ลีก: คิดว่า 100 ล้านปอนด์

    “ไม่มีใครสงสัยความสามารถที่สุดยอดของ เจดอน ซานโช ผมดูฟุตบอลเยอรมันเมื่อผมว่างและเขาก็มีทุกอย่างตามที่บอก ผมเข้าใจทั้งสองฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องค่าตัว 100 ล้านปอนด์อาจเป็นตัวเลขที่มากเมื่อพิจารณาจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้แต่ผมคิดว่ามูลค่าของเขาจะมากขึ้นไปอีกในอนาคต”

    “เจดอน เป็นนักเตะที่ครบเครื่องมากกว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ในตอนที่มีอายุเท่ากันเสียอีกและเขากำลังเก่งขึ้นและเก่งขึ้นไปอีก นั่นเป็นความยอดเยี่ยมที่เขามี”

     “อย่าเข้าใจผมผิดนะ ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่อยากจ่ายค่าตัวเกินความจำเป็นแต่ ซานโช เป็นนักเตะที่พิเศษและพวกเขาควรจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้คว้าตัวมา”

    “เขาสามารถยิงประตูและสร้างสรรค์โอกาสซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อมีเขาอยู่ในทีมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ยืนอยู่กองหน้า”

    “ถ้าผมเป็น แมนฯ ​ยูไนเต็ด ผมจะยอมจ่ายเงิน 100 ล้านปอนด์ เขาเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้นและเขาจะแสดงให้เห็นว่าเงินมันคุ้มค่าตัวแน่นอนในเพียงไม่กี่ปี”

2.เจ้าของสโมสรพรีเมียร์ลีก: คิดว่า 60 ล้านปอนด์

    “ผมคงประหลาดใจมากถ้าสโมสรใดควักเงินเพื่อซื้อนักเตะในราคา 100 ล้านปอนด์ในตลาดซัมเมอร์นี้ มันไม่ควรจะมากขนาดนั้น”

    “ผู้คนควรจะต้องตื่นได้แล้ว ผมเข้าใจดีว่าแฟนบอลต้องการเซ็นสัญญานักเตะและสื่อต่างๆก็เขียนถึงดีลมูลค่ามหาศาลแต่เงินนั่นมันจะมาจากที่ไหนล่ะ?”

     “คนที่จะจ่ายขนาดนั้นได้ตอนนี้มีแค่ อเมซอน (Amazon), เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือคนที่สร้างรถยนต์ไฟฟ้า ผมจะอธิบายให้ฟังนะ พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่หนักหน่วงที่สุดที่เคยเจอมา แมนฯ​ ยูไนเต็ด ก็รู้ถึงเรื่องนี้เหมือนกับที่พวกเรารู้”

    “ส่วนหนึ่งของผมยังประหลาดใจเลยว่า ดอร์ทมุนด์ ต้องเงินมากขนาดนั้นเพื่อ ซานโช โมเดลธุรกิจของพวกเขาคือการซื้อนักเตะดาวรุ่ง, พัฒนานักเตะเหล่านี้ และ ขายออกไป ดอร์ทมุนด์ ต้องคิดถึงความเป็นจริง ทุกธุรกิจตอนนี้เจอวิกฤตและพวกเขาก็ไม่ต่างกัน”

    “ผมไม่รู้ว่าสัญญาของ ซานโช เหลืออีกนานแค่ไหนแต่มันถือว่าไม่นานมากนัก (สัญญาหมดปี 2022) พวกเขาก็คงตกลงขายในอีกไม่ช้า ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ต้องต่อสัญญานักเตะ”

    “ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่ขายนักเตะได้มีประสิทธิภาพ ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทำถูกต้องแล้ว ถ้าผมเป็นพวกเขา ผมจะยื่นข้อเสนอ 60 ล้านปอนด์บวกกับอ็อปชั่นเสริมต่างๆ และถอยกลับมา”

3.เอเจ้นท์: คิดว่า 75 ล้านปอนด์

    “สถานการณ์มันขึ้นอยู่คุณเป็นคนซื้อหรือเป็นคนขาย สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตอนนี้ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับทุกคน มันส่งผลกระทบถึงเราเหมือนกับที่ส่งผลถึงทุกคนๆ แต่ในกรณีนี้ ไม่มีใครรู้สึกเสียใจกับเราหรอก”

    “ลองดูในมุมมองของ ดอร์ทมุนด์ สิ พวกเขามีหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในโลก และพวกเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องได้เงิน 100 ล้านปอนด์ ยังจำกันได้ไหมพวกเขาได้เงินมหาศาลมากจากการขาย อุสมาน เดมเบเล่ ไปให้กับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ซานโช ถือเป็นนักเตะที่ดีกว่าอีก”

    “สิ่งที่ผมได้ยินมาคือ ซานโช ไม่ใช่นักเตะประเภทที่จะพยายามหรือบีบบังคับให้การย้ายทีมเกิดขึ้น มันไม่ใช่จุดจบของโลกเสียหน่อยถ้าเขาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล มันจะมีสโมสรมากขึ้นแน่นอนที่พร้อมจะเซ็นสัญญาเขาในซัมเมอร์หน้า”

    “สำหรับผมแล้ว ซานโช เป็นนักเตะที่ดีแต่ผมคิดว่า ไค ฮาแวร์ตซ์ เก่งกว่าและไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เรียกค่าตัวเขาแค่ 75 ล้านปอนด์”

4.คนกลาง: คิดว่า 120 ล้านปอนด์

    “พวกคุณทุกคนคงต้องใจเย็นๆ ตลาดนักเตะเพิ่งจะเปิดเพียงแค่สัปดาห์เดียวและพวกคุณก็พูดถึง ซานโช เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเบื้องหลังนั้นเป็นอย่างไร ทำไมใครสักคนจะต้องให้คุณรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง?”

    “เจดอน เพิ่งอายุ 20 ปีและเขากำลังเล่นอยู่หนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก คุณจะมองว่าค่าตัวของเขาเท่าไหร่หรือสิ่งที่ใครก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องมอง มันไม่สำคัญเลย ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการจ่ายเงินตามมูลค่าของเขา นั่นไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวทีมอื่นๆก็จะจ่ายเอง”

5.ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล: คิดว่า 70 ล้านปอนด์

    “เมื่อเห็นตัวเลขแล้ว ผมยังมองไม่ออกเลยว่า แมนฯยูไนเต็ด จะสามารถจ่ายเงิน 100 ล้านปอนด์กับผู้เล่นคนเดียวได้อย่างไรในตอนนี้ ที่แน่ๆคือไม่ใช่เงินก้อนเดียว”

    “ทุกๆคนที่ผมพูดคุยด้วยและติดต่อด้วยกำลังค่อนข้างระมัดระวังกับสถานการณ์ตอนนี้ซึ่งมันก็ควรจะเป็นแบบนั้น มันอาจจะเป็นการส่งสาส์นที่ผิดถ้าคุณจะจ่ายเงินมากขนาดนั้นในสถานการณ์ที่หลายๆคนกำลังตกงาน”

    “ผมไม่ได้กูรูด้านฟุตบอล แต่แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องซื้อ ซานโช ขนาดนั้นเลยหรือ? พวกเขาดูมีนักเตะที่ดีมากในแนวรุกอยู่แล้ว และพวกเขาเพิ่งเซ็นสัญญา บรูโน่ ในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมาเอง”   

    “เว้นแต่ ดอร์ทมุนด์ เริ่มมองความจริงมากขึ้น ผมจะแนะนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เดินหนีจากดีลนี้และกลับมาใหม่อีกครั้งในช่วงมกราคมหรือซัมเมอร์ปีหน้า ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะผมไม่คิดว่าคนที่ทำงานกับยูไนเต็ดต้องการคำแนะนำของผมเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ”

 

ชูถ้วยแชมป์ทางการ! ลิเวอร์พูลอัดเชลซีส่งสิงห์ลุ้นตั๋วชปล.นัดสุดท้าย

"หงส์แดง" ไม่พลาดสามแต้มสุดท้ายในแอนฟิลด์ซีซั่นนี้ หลังไล่ถลุง เชลซี แบบสุดมันส์ 5-3 ส่งให้ "สิงห์บลูส์" ต้องไปลุ้นตั๋วชปล.ในเกมสุดท้ายที่จะกลับไปเล่นในบ้านรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ฉลองแชมป์อย่างเป็นทางการโดยมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมชูโทรฟี่แชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปี ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 37 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : แอนฟิลด์

    แชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ลงเล่นในรังเหย้าเป็นเกมสุดท้ายของซีซั่นรับการมาเยือนของ เชลซี ที่ก่อนแข่งหล่นมาอยู่อันดับ 4 หลังโดน "ปีศาจแดง" ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 โดยหลังจบเกมนี้จะมีพิธีมอบถ้วยแชมป์ให้ "หงส์แดง" อย่างเป็นทางการ

    เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดที่ดีที่สุดลงสนาม แนวรุกยังเป็นสามประสานเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ ขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ใช้11แข้งชุดเดิมที่ปราบ แมนฯยูไนเต็ด ลิ่วชิ่งเอฟเอ คัพ ส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หอกเป้า โดยมี เมสัน เมาน์ท และวิลเลี่ยน คอยสนับสนุน

    เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีที่ 8 "สิงห์บลูส์" เกือบเป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำก่อนหลัง วิลเลี่ยน ตบคืนหลังมาให้ รีซ เจมส์ ครอสไปเสาแรกให้ เมสัน เมาน์ท ขึ้นโขกหลุดคานออกไปแบบได้เสียว

    นาที 16 ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีก จอร์จินโญ่ ผ่านให้ รีซ เจมส์ ตะบันนอกกรอบด้วยขวาหลุดเสาออกไปแบบได้เสียว

    แต่แล้ว นาที 23 โอกาสแรกของ "หงส์แดง" กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที จากความผิดพลาดของ วิลเลี่ยน ที่เสียการครองบอลหน้ากรอบกลายเป็นส่งให้ นาบี เกอิต้า กระชากหลุดเข้าไปซัดเต็มแรงส่งบอลผ่านมือ เกป้า เช็ดใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 30 เจ้าบ้านเกือบได้เม็ดที่สองอีกหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ใช้ความเร็วเลี้ยงบอลถึงเส้นหลังก่อนซัดมุมแคบไปแฉลบ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ออกหลัง

    อีกสองนาทีถัดมา รีซ เจมส์ แทงบอลให้ เมสัน เมาน์ท หลุดเข้าไปซัดบอลซุกก้นตาข่าย ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ เมาน์ท ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    นาที 38 ซาดิโอ มาเน่ เรียกฟรีคิกให้ "หงส์แดง" หน้ากรอบก่อนที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะรับหน้าที่สังหารปั่นบอลกว่า 25 หลาข้ามกำแพงเบียดเสาแรกเข้าไปชนิดที่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ได้แต่ยืนมอง ให้ ลิเวอร์พูล นำห่าง 2-0

    นาที 40 เชลซีได้ลุ้นตีไข่แตกเหมือนกัน หลัง รีซ เจมส์ ครอสบอลมาหน้าประตูให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ขึ้นโขกแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ อลีสซง
 
    นาที 43 เมื่อทำไม่ได้มาโดนทีเด็ดของทีมแชมป์ หลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดเตะมุมมาในกรอบ ชิรูด์ พยายามโขกสกัดแต่ไปติด จอร์จินโญ่ ก่อนบอลตกหน้า จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ตะบันด้วยขวาส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปให้ "หงส์แดง" นำขาดลอย 3-0

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 ลูกทีมของ แลมพาร์ด มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลัง เมสัน เมาน์ท เปิดเข้าไปติด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บอลมาเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ดีดเข้ากลางให้ วิลเลี่ยน ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ อลีสซง แต่บอลลอยมาเข้าทาง  โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ตามซ้ำเข้าไปไม่พลาดให้ เชลซี ไล่เจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มาห่าง 1-3
   
    ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าจบครึ่งแรกให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ เชลซี 3-1

    ครึ่งหลัง นาที 50 ลิเวอร์พูล เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สี่นำห่างหลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปแต่ดันยิงด้วยซ้ายหนีมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า มากเกินไปจนหลุดกรอบออกไปไกล

    แต่แล้ว นาที 55 "หงส์แดง" มาได้ประตูนำโด่ง 4-1 จนได้ จากจังหวะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ครอสบอลยาวมากลางประตูให้ โรแบร์โต ฟีร์มีโน่ พุ่งมาโขกเต็มหัวส่งบอลซุกก้นตาข่ายอย่างงดงาม เป็นประตูที่ 9 ในลีกซีซั่นนี้ และเป็นประตูแรกในแอนฟิลด์ซีซั่นนี้อีกด้วย

    แลมพาร์ด อยู่ไม่ได้ นาที 59 เปลี่ยนรวดเดียว 3 คนเลยส่ง แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ลงมาเล่นแทน

    และแค่สัมพัสแรกในนาที 61 คริสเตียน พูลิซิช กระชากลากเลื้อยพาบอลเข้าไปในกรอบแล้วปาดมากลางประตูให้ แทมมี่ อบราฮัม ซัดให้ทีมไล่มาเป็น 2-4

    นาที 64 สิงห์บลูส์พลาดโอกาสได้ประตูที่สามไล่คืนหลัง รีซ เจมส์ แทงบอลให้ คริสเตียน พูลิซิช หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบเฉียดเสาไกลออกไป

    นาที 73 แนวรับของเจ้าถิ่นมาเล่นกันพลาดอีก ก่อนที่ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย จะครอสบอลมากลางประตูให้ คริสเตียน พูลิซิช พักบอลด้วยอกก่อนแต่งด้วยขวาแล้วอัดเต็มแรงเสยตาข่ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ เชลซี ไล่เจ้าบ้านมาเป็น 3-4

    นาที 85 "หงส์แดง" มาพังประตูนำห่างเป็น 5-3 จากจังหวะสวนกลับขึ้นมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กระชากบอลขึ้นมาทางซ้ายแล้วครอสมาเสาสองให้ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตัวสำรองที่เพิ่งลงมายิงผ่านมือ เกป้า เข้าไป

    จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์เฉือนเอาชนะ เชลซี ไปแบบสนุก 5-3 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 96 คะแนน ส่วน เชลซี หล่นมาอยู่อันดับ 4 มี 63 แต้มเท่ากับ "ปีศาจแดง" แต่ลูกได้เสียเป็นรอง โดยเกมสุดท้าย "สิงห์บลูส์" ต้องลุ้นจบท็อปโฟร์ด้วยการกลับมาเล่นในบ้านรับมือ วูล์ฟแฮมป์ตัน ขณะที่ทีมแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล จะบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ซึ่งนัดสุดท้ายจะเตะพร้อมกัน 10 คู่ ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 22.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า (เคอร์ติส โจนส์ น.67), ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม (เจมส์ มิลเนอร์ น.67) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์
(อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.79), โรแบร์โต ฟีร์มีโน่ (ทาคูมิ มินามิโนะ น.87), ซาดิโอ มาเน่ (ดิว็อค โอริกี้ น.87)
 
        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

         เชลซี (3-4-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คัวร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ (เอเมอร์สัน น.88) – วิลเลี่ยน (คริสเตียน พูลิซิช น.59), เมสัน เมาน์ท (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอ
ดอย น.59) – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อบราฮัม น.59)

        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด 

        ผู้ตัดสิน : อันเดร มาร์ริเนอร์

กรีนวู้ดซัดกู้ชีพ! แมนยูแค่เจ๊าขุนค้อน แซงสิงห์ขึ้นที่3ชี้ชะตาท็อปโฟร์นัดสุดท้าย

"ปีศาจแดง" ทำได้แค่เสมอกับ เวสต์แฮม 1-1 ปอล ป็อกบา ทำเสียจุดโทษก่อนที่ มิคาอิล อันโตนิโอ จะซัดขึ้นนำ กระนั้นครึ่งหลัง เมสัน กรีนวู้ด มาซัดไล่เจ๊าก่อนจบด้วยการแบ่งแต้ม ส่งให้ แมนฯยูไนเต็ด มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ซึ่งนัดสุดท้ายต้องไปชี้ชะตาลุ้นท็อปโฟร์กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 37 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งจะพาทีมพ่าย เชลซี ในรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ 1-3 ทำให้เสียสถิติไม่แพ้ทีมใดทุกรายการ 19 นัด เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับมือ เวสต์แฮม ที่รอดตกชั้นแล้ว ซึ่งหากเกมนี้ "ปีศาจแดง" ไม่แพ้จะแซงขึ้นอันดับ 3 ก่อนหน้า "สิงห์บลูส์" ที่มีคิวไปเยือนแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล

    เกมนี้ แมนฯยูไนเต็ด กลับมาใช้ผู้เล่นที่ดีที่สุด นำโดย เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ขณะที่ "ขุนค้อน" ของ เดวิด มอยส์ ยึด11แข้งชุดเก่งจากเกมล่าสุดที่ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 นำโดย มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้าและให้  จาร์ร็อด โบเว่น, มาร์ค โนเบิล และ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ปั้นเกมรุกสนับสนุน

    เปิดฉากมาไม่ถึง 3 นาที "ผีแดง" ทักทายก่อนเลยหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลทะลุให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบบอลพุ่งไปติดเซฟ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

    ถัดมาไม่ถึงนาที บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้จ่ายอีกหนคราวนี้ให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่วิ่งสอดขึ้นหน้าก่อนจะอัดด้วยซ้ายไปเสาไกลแต่บอลเบา ฟาเบียนสกี้ พุ่งรับไว้ได้

    แม้ทีมเยือนจะเริ่มตั้งเกมได้ แต่ "ปีศาจแดง" ยังครองเกมได้เหนือกว่า นาที 18 ได้โอกาสลุ้นอีกครั้ง เนมานย่า มาติช ไหลบอลให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้กดนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

    นาที 31 "ขุนค้อน" ได้ลุ้นเป็นหนแรกของเกมหลัง มาร์ค โนเบิล เล่นสั้นที่มุมธงให้ จาร์ร็อด โบเว่น ตักบอลเข้ากลางมาให้ อันเจโล อ็อกบอนน่า เทกตัวโขกหลุดเสาไกลออกไป

    นาที 37 เป็นโอกาสของ มาร์คัส แรชฟอร์ด บ้างคราวนี้ตั้งป้อมตะบันไกลกว่า 30 หลา บอลพุ่งแรงจนลูคัส ฟาเบียนสกี้ ต้องทุบออกไป ถัดมาไม่ถึงนาทีผีแดงเกือบขึ้นนำอีก แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ครอสมาเสาสองให้ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาแต่บอลโดนไม่เต็มปลิ้นหลุดกรอบออกไป

    เจ้าบ้านยังบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 39 ไอ้หนูวิลเลี่ยมส์ได้หลุดถึงเส้นหลังก่อนจะล็อคหนี จาร์ร็อด โบเว่น อย่างใจเย็นแล้วปาดเข้ากลางให้  เมสัน กรีนวู้ด หวดด้วยซ้ายหน้ากรอบไม่ถึง 12 หลาบอลพุ่งไปติดบล็อค อันเจโล อ็อกบอนน่า อย่างน่าเสียดาย

    นาที 45 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากฟรีคิก  อารอน เครสส์เวลล์ ยิงเต็มแรงไปติดตัวป็อกบาแต่ VAR ส่งสัญญาณ พอล เทียร์นี่ย์ ผู้ตัดสินว่าจังหวะที่ ป็อกบา ยกมือมาบังบอลกลายเป็นแฮนด์บอล ก่อนที่ผู้ตัดสินจะชี้เป็นจุดโทษให้ "ขุนค้อน" และเป็น มิคาอิล อันโตนิโอ ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เวสต์แฮม บุกมาขึ้นนำ 1-0 ในนาที 45+2

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง เวสต์แฮม 0-1

    ครึ่งหลัง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แก้เกมทันทีเลยด้วยการส่ง อารอน วาน-บิสซาก้า ลงไปเล่นแบ็กขวาแทน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

    นาที 51 "ผีแดง" มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะการประสานงานอันยอดเยี่ยมของ มาร์กซิยาล ที่จ่ายบอลสุดเนียนให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้บอลก่อนซัดเร็วด้วยซ้ายเสาแรกส่งบอลซุกก้นตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ 10 ในลีกของดาวยิงวัย 18 ปี

    นาที 62 ขุนค้อน ตอบโต้ขึ้นมาเกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง มาร์ค โนเบิล ป้ายบอลออกขวาให้ จาร์ร็อด โบเว่น กระชากเข้าไปซัดเต็มข้อบอลแฉลบ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก่อนที่ ดาบิด เด เคอา จะซูเปอร์เซฟปัดบอลข้ามคานออกไป

    นาที 75 เดวิด มอยส์ ต้องเปลี่ยนเอา อาร์ตูร์ มาซูอากู ลงไปเล่นแทน อารอน เครสส์เวลล์ ที่บาดเจ็บ ก่อนในนาที 78 จะส่ง เซบาสเตียง อัลแลร์ ลงไปเล่นแทน มิคาอิล อันโตนิโอ

    นาที 85 "ผีแดง" ส่ง โอเดียน อิกาโล่ ลงมาเล่นแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด และแค่สัมพัสแรกเกือบพังประตูให้ทีมขึ้นนำหลัง เมสัน กรีนวู้ด ครอสมาเสาแรกมาให้ หัวหอกชาวไนจีเรียซัดด้วยขวาหลุดกรอบไป

    ช่วงท้ายเกม เจ้าบ้านกดดันอย่างหนักเพื่อเอาประตูชัย แต่ทัพขุนค้อนยังช่วยกันได้ดีจนจบการแข่งขันเป็นอันว่า แมนฯยูไนเต็ด ทำได้แค่ไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 แบ่งแต้มกันไป "ปีศาจแดง" มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ชั่วคราว ส่วน "ขุนค้อน" รั้งอันดับ 15 มี 38 แต้ม

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (อารอน วาน-บิสซาก้า น.46), วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด (โอเดียน อิกาโล่ น.85) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        เวสต์แฮม (4-2-3-1-) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – เบน จอห์นสัน, อิสซ่า ดิย็อป, อันเจโล อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์ (อาร์ตูร์ มาซูอากู น.75) – เดแคลน ไรซ์, โทมัส ซูเช็ค – จาร์ร็อด โบเว่น (อังเดร ยาร์โมเลนโก้ น.90+1), มาร์ค โนเบิล, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ (เซบาสเตียง อัลแลร์ น.78)

ลินการ์ดขโมยซีนทดเจ็บ! แมนยูมีเฮงบุกอัดเลสเตอร์10ตัว จบที่3ตีตั๋วลุยชปล.

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเก็บชัยเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือผู้เล่น 10 คนช่วงท้ายเกม ด้วยสกอร์ 2-0 ทั้งที่รูปเกมเป็นรอง โดยได้ประตูจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงมาซัดปิดกล่องช่วงทดเจ็บ ส่งให้ "ปีศาจแดง" จบด้วยการคว้าอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าได้สำเร็จ ส่วนทีม "จิ้งจอก" จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่มซีซั่นหน้าแทน

    ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล แข่งขันพร้อมกัน 10 คู่ 10 สนาม โดยคู่ที่น่าสนใจอยู่ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าถิ่นทีมอันดับ 5 เปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตารางโดยเกมนี้เป็นการเดิมพันโควต้าลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอก พาทีมแพ้ 2 จาก 3 เกมล่าสุดโดยสัปดาห์ก่อนโดน สเปอร์ส สอยไป 3-0 ที่ ลอนดอน นี่คือนัดสำคัญสุดยอด ซึ่ง เลสเตอร์ ต้องการชัยชนะเพื่อจะการันตีการติดอันดับท็อปโฟร์ของพวกเขา เกมนี้ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายรายโดยฝากความหวังไว้ที่สองกองหน้าอย่าง คิเลชี่ อิเฮนาโช่ และ เจมี่ วาร์ดี้ ลงล่าตาข่าย

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะ 2 เกมติดต่อกัน โดยแพ้ เชลซี 1-3 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก ตามด้วยการไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 ในบ้านตัวเองนัดล่าสุด เกมนี้ขุนผู้เล่นชุดดีที่สุดลงสนามเช่นเคยแนวรุกนำมาโดย  เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    เปิดฉากครึ่งแรกมา แมนยู เดินหน้าบุกเข้าใส่ทันที ส่วน เลสเตอร์ หวังใช้โอกาสโต้กลับและมาเรียกใบเหลืองแรกได้ก่อนเมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ตามขึ้นมาพุ่งสกัดใส่ เคเลชี่ อิเฮนาโช่ บริเวณกลางสนามโดนใบเหลืองตั้งแต่ไม่ถึง 10 นาทีแรก

    จากนั้น เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสขึงบุกใส่อยู่พักใหญ่ และได้โอกาสใกล้เคียงที่จะขึ้นนำ ใน นาที 14 จากจังหวะที่ เนมันย่า มาติช พลาดเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้ซัดบอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    เจ้าถิ่นได้ลุ้นต่อเนื่องใน นาที 17 ลุค โธมัส ได้ครอสจากริมเส้นฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง มาร์ค อัลไบรท์ตัน เก็บตกได้ที่เสาไกลก่อนจะหวดด้วยขวาแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    ทีม "จิ้งจอก" ยังครองเกมได้เหนือกว่า นาที 25 เคเลชี่ อิเฮนาโช่ ได้โซโล่มาคนเดียวจากกลางสนาม ก่อนจะตัดสินใจยิงเองบริเวณหัวกระโหลกแต่โดนไม่เต็ม แต่ ดาบิด เดเคอา กลับโชว์ลูกหวาดเสียวพุ่งรับง่ายๆไม่อยู่บอลกระเฉาะออกมา เจมี่ วาร์ดี้ พยายามตามเข้ามาซ้ำแต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน

    จากนั้น นาที 33 แมนยู เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนเมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดไปยิงส่งบอลตุงตาข่ายไปแล้วแต่ผู้ช่วยยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน

    นาทีถัดมา เลสเตอร์ ได้สวนกลับมาทันควันเกือบขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ ยูริ ตีเลอมันส์ ได้วางเท้ายิงเล่นทางในเขตโทษบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ท้ายครึ่งแรก นาที 42 แมนยู ได้โอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้งสุดๆ มาคัส แรชฟอร์ด ได้บอลในเขตโทษพยายามแปเล่นทางไปเสาไกลแต่บอลออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

    ครึ่งหลังเกมกลายเป็นของ เลสเตอร์ ที่ได้ขึงบุกใส่ได้มากกว่า นาที 63 เจมี่ วาร์ดี้ เก็บตกจากจังหวะฟรีคิกที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งสกัดออกมาไม่ขาดฮวดสวนไปตูมเดียวบอลเหินข้ามคานออกไป

    อย่างไรก็ตาม แมนยู ที่เกมเป็นรองกลับได้จุดโทษจากจังหวะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเดี่ยวแล้ว เวส มอร์แกน และ จอนนี่ อีแวนส์ พุ่งเสียบสกัดจากด้านหลังไม่โดนบอลผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แมนยู ขึ้นนำ 1-0

    นาที 75 เลสเตอร์ หวิดตามตีเสมอ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ตัวสำรองกลับตัวซัดด้วยซ้ายระยะไม่กี่หลาแต่บอลไม่มีน้ำหนักเข้ามือ เด เคอา รับสบาย

    จากนั้น เลสเตอร์ กระหน่ำบุกใส่อย่างหนัก และเกือบตามตีเสมอ ใน นาที 83 เมื่อ เดเมอไร เกรย์ ลากตัดเข้าในแล้วกดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบแนวรับ แมนยู ออกหลังไปนิดเดียว

    สถานการณ์ของ เลสเตอร์ ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ในช่วงทดเจ็บ นาที 90+4

    แต่ถึงกระนั้นช่วงทดเจ็บ 90+8 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พยายามเลี้ยงหลบ เจสซี่ ลินการ์ด นอกเขตโทษ แต่พลาดโดนมิดฟิลด์ชาวอังกฤษฉกเข้าไปยิงง่ายๆให้ แมนยู นำ 2-0

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ส่งให้ "ปีศาจแดง" จบด้วยการคว้าอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าได้สำเร็จ ส่วนทีม "จิ้งจอก" จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่มซีซั่นหน้าแทน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน (เดเมอไร เกรย์ น.73), วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์ (ฮาร์วีย์ บาร์นส์ น.73), ฮัมซ่า เชาฮ์รี่ (ดาเนียล ปราท น.73), ลุค โธมัส – เคเลชี่ อิเฮนาโช่ (อโยเซ่ เปเรซ น.58), เจมี่ วาร์ดี้

แมนฯยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.77), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.86), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ชิงที่3!แมนยูบุกดวลเลสเตอร์จัด “มาร์กซิยาล-วาร์ดี้” วัดคมนัดปิดฤดูกาล PPTV ยิงสด

หากทีมใดคว้าชัยจะมีโอกาสยึดอันดับที่ 3 ของซีซั่นนี้…"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมยกพบบุก คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม พบ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ โดยนัดนี้อาจเป็นการวัดความคมปิดสกอร์ของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เจมี่ วาร์ดี้ ก็เป็นได้ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ True Premier HD 1  (เวลา : 22.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้ (5)   –   แมนฯยูฯ (3)
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ True Premier HD 1  (เวลา : 22.00 น.)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอก พาทีมแพ้ 2 จาก 3 เกมล่าสุดโดยสัปดาห์ก่อนโดน สเปอร์ส สอยไป 3-0 ที่ ลอนดอน นี่คือนัดสำคัญสุดยอด ซึ่ง เลสเตอร์ ต้องการชัยชนะเพื่อจะการันตีการติดอันดับท็อปโฟร์ของพวกเขา

    เลสเตอร์ จะขาดผู้เล่นเกมรับเยอะเช่นเคย คักลาร์ โซยุนคู ยังติดโทษแบน ขณะที่ ริคาร์โด้ เปไรร่า, เบน ชิลเวลล์ และ คริสเตียน ฟุ้คส์ พวกนี้เจ็บอยู่ทั้งหมด

    ในแดนกลาง เจมส์ แมดดิสัน ยังเจ็บสะโพกไม่พร้อมลงสนาม ส่วน มาร์ค อัลไบรท์ตัน ก็ต้องทดสอบความฟิตก่อน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะ 2 เกมติดต่อกัน โดยแพ้ เชลซี 1-3 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก ตามด้วยการไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 ในบ้านตัวเองนัดล่าสุด

    แมนฯยูฯ มีปัญหาที่เกมรับเมื่อ ลุค ชอว์, เอริก ไบยี่ และ อักเซล ตวนเซเบ้ เจ็บไม่น่าจะลงเล่นได้ทั้งหมด

    ขณะที่ แอรอน วาน-บิสซาก้า ที่นั่งสำรองเกมก่อน น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริง

    ตัวเข้าทำของ ปีศาจแดง ยังอยู่กันครบครันทั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เมสัน กรีนวู้ด

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-2-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไรอัน เบนเนตต์, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์ – เจมส์ จัสติน, วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, ลุค โธมัส – อโยเซ่ เปเรซ, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
14/09/19    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด1 – 0เลสเตอร์
03/02/19    พรีเมียร์ลีก  เลสเตอร์0 – 1แมนฯ ยูไนเต็ด
11/08/18    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด2 – 1เลสเตอร์
24/12/17    พรีเมียร์ลีก  เลสเตอร์2 – 2แมนฯ ยูไนเต็ด
26/08/17    พรีเมียร์ลีก  แมนฯ ยูไนเต็ด2 – 0เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์
19/07/20 แพ้ สเปอร์ส 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/07/20 แพ้ บอร์นมัธ 1-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/07/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด
22/07/20 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ เชลซี 1-3 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
16/07/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
09/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก