“ช้างศึก” เข้าแคมป์ฝึกซ้อม เตรียมลับแข้ง นครปฐม ยูไนเต็ด

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรมซัมมิท วิลด์มิลล์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563

โดยทัพ “ช้างศึก” จะลงฝึกซ้อมที่สนาม วิลด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ ทันทีในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงอุ่นเครื่องกับสโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ถ่ายทอดสดทางFacebook และ Youtube ไทยรัฐทีวี

ทั้งนี้การแข่งขันจะเปิดให้แฟนบอลเข้าชม ตามข้อกำหนดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด (25 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

ไม่ถูกใจเด็กผี!เปิดคำพูดแม็กไกวร์เถียงแรชฟอร์ด

เปิดคำพูด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เถียงกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใบแดงในเกมพ่าย สเปอร์ส เละเทะคาบ้าน เล่นเอาแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายรายอยากให้เปลี่ยนกัปตันทันที
   
แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางส่วน ไม่พอใจ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ และอยากให้ถอดจากตำแหน่งกัปตัน หลังได้ฟังคำพูดที่เถียงกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในเกมแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    ในนัดดังกล่าว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าเจ้าถิ่นโดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังไปตบหน้า เอริค ลาเมล่า ดาวเตะ สเปอร์ส ภายหลังไม่พอใจที่อีกฝ่ายใช้ศอกดันใส่บริเวณคอก่อน และล่าสุดได้มีการเปิดเผยเสียงที่บันทึกจากไมโครโฟนในสนามระหว่าง แม็กไกวร์ กับ แรชฟอร์ด ที่เถียงกันหลังเห็นเพื่อนร่วมทีมโดนไล่ออก

    หลังจาก แอนโธนี่ เทย์เลอร์ กรรมการในเกมดังกล่าวให้แค่ใบเหลืองกับ ลาเมล่า นั้น แรชฟอร์ด ก็ระเบิดอารมณ์พูดออกมาว่า "ทำไม มันก็เหมือนกันนี่ (ทำฟาวล์)"

    จากนั้น แม็กไกวร์ ก็ตอบกลับทันทีว่า "มันไม่ได้รุนแรง พวกเขาตรวจสอบแล้ว"

    ขณะที่ แรชฟอร์ด ไม่เห็นด้วยกับกัปตัน และบอกว่า "เขา (ลาเมล่า) ศอกใส่เขา (มาร์กซิยาล) นะ!"

    ก่อนที่ แม็กไกวร์ จะสวนกลับว่า "พวกเขาเช็กมันแล้วและบอกว่าไม่" แต่ แรชฟอร์ด ก็เถียงส่งท้ายว่า "เป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไรวะ!"

    ด้านแฟนบอล "ปีศาจแดง" หลายรายที่ได้ฟังคำพูดโต้เถียงกันระหว่างนักเตะต่างมองว่า แม็กไกว์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความดุดันในการทำหน้าที่กัปตันทีมเหมือนอย่างสตาร์ในอดีตทั้ง รอย คีน, เนมานย่า วิดิช หรือ เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งจะปกป้องเพื่อนร่วมทีม และทวงความยุติธรรมให้ทีมเสมอ

    แฟนบอลรายหนึ่งทวีตข้อความว่า "เขาควรจะโดนรับปลอกแขนกัปตันทีมทันที แต่โชคร้ายที่ไม่เกิดขึ้น นี่คือกัปตันทีมที่แย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร"

    ขณะที่แฟนบอลอีกรายเสริมว่า "ปลดเขาจากตำแหน่งกัปตันเดี๋ยวนี้เลย"

แบมฟอร์ดสร้างสถิติลีดส์-แฟนหวังเลียนแบบ1ทีม

แพทริค แบมฟอร์ด ทำสถิติใหม่ให้กับ ลีดส์ หลังเกมบดเอาชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด ขณะที่แฟนบอล "ยูงทอง" หวังไกลถึงขั้นสร้างปาฎิหาริย์เหมือน 1 ทีมที่เคยทำไว้

แพทริค แบมฟอร์ด กองหน้า ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรน้องใหม่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างสถิติเป็นนักเตะของทีม "ยูงทอง" คนแรกที่สามารถทำประตูได้ทุกนัดใน 3 เกมแรกของฤดูกาลลีกสูงสุดเมืองผู้ดี หลังโหม่งให้ต้นสังกัดบุกไปเฉือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ หัวหอกวัย 27 ปี  ซึ่งเคยค้าแข้งกับ เชลซี และ มิดเดิ้ลสโบรช์ นั้น ทำประตูได้ทั้งในนัดออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 และเกมชนะ ฟูแล่ม 4-3 ส่งผลให้เวลานี้ซัดไปแล้วรวม 3 ลูก พร้อมกับช่วยให้ ลีดส์ เก็บชัย 2 นัดติด มี 6 คะแนน ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 ของตารางชั่วคราว

แบมฟอร์ด เผยหลังจบเกมว่า "มันเป็นเกมที่หนัก ผมคิดว่า มันมีความสำคัญอย่างมากสำหรับพวกเรา เราไม่เสียประตูหลังจากเสียมาใน 2 นัดแรก"

ขณะที่แฟนบอลในโลกออนไลน์หลายรายประทับใจผลงานการทำทีมของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ และมองไปไกลถึงขั้นที่ว่า "ยูงทอง" จะสามารถสร้างปาฎิหาริย์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เหมือนกับที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เคยทำได้เมื่อฤดูกาล 2015/16

 แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @bodziak16 แสดงความเห็นว่า "ลีดส์ ยูไนเต็ด คือ นิว เลสเตอร์?"

ด้าน @kanaXwavboy ทวีตข้อความว่า "จะเป็นอย่างไรถ้า ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำได้แบบ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2015/16"

ขณะที่ @bantu_bhungane แสดงความเห็นว่า "ลีดส์ ยูไนเต็ด สามารถทำได้เหมือนกับที่ เลสเตอร์ ทำในปี 2016 หากพวกเขารักษาโมเมนตัมแบบนี้เอาไว้ต่อไป"

ส่วน @PaulWillyfox บอกว่า "พวกเรากำลังจะคว้าแชมป์ลีก!"

แรง!เอเยนต์ลั่นมาดริดควรจูบพื้นที่เบลเดินผ่าน

โจนาธาน บาร์เน็ตต์ นายหน้าของ แกเร็ธ เบล ระบุ เรอัล มาดริด ควรจะสำนึกถึงสิ่งที่ เบล เคยทำให้ทีมมากกว่านี้ จนถึงขั้นที่ควรจะจูบพื้นที่ เบล เดินผ่าน พร้อมบอกว่าแข้งชาวเวลส์ยังรักฟุตบอลเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม
   
โจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเยนต์ของ แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด ที่ตอนนี้มาเล่นกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยสัญญายืมตัว กล่าวว่าที่จริง "ราชันชุดขาว" ควรจะสำนึกถึงความสำเร็จที่ เบล ทำให้กับทีมให้มากกว่านี้ โดยเปรียบเปรยว่า มาดริด ควรจะถึงขั้นจูบพื้นที่ เบล เดินผ่านด้วยซ้ำ

    เบล กลายเป็นส่วนเกินของ มาดริด อย่างเต็มตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่มีปัญหาหลายอย่าง อาทิเช่น การที่ว่ากันว่าเขาผิดใจกับ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ของทีม, มีปัญหากับแฟนบอลและสื่อ, โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก, ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่ และมีอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น จนทำให้เขาโดนปล่อยกลับมาเล่นแบบยืมตัวกับ สเปอร์ส 1 ฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เบล ก็ประสบความสำเร็จกับ มาดริด อย่างมากในเรื่องของแชมป์ อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 2 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ครั้ง

    บาร์เน็ตต์ กล่าวระหว่างออกรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาของอังกฤษว่า "มันเป็นการสั่งสมเรื่อยๆ ของทั้งการที่นิสัยไม่ตรงกัน, การที่ไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ มันมีความไม่ลงรอยกันหลายอย่าง สำหรับคนที่ทำผลงานให้กับ เรอัล มาดริด ได้อย่างสุดยอดนั้น เขากลับไม่ได้รับความเคารพตามที่ควรจะเป็น และนั่นก็เป็นปัญหาใหญ่ เป็นเวลา 7 ปีที่คนพร่ำบอกว่า แกเร็ธ เบล ไม่พูดภาษาสแปนิช แต่ที่จริง แกเร็ธ เบล พูดภาษาสแปนิชได้! ทุกคนบอกด้วยว่า แกเร็ธ เบล ไม่สนเรื่องฟุตบอลเลบ แต่ที่จริง แกเร็ธ เบล รักฟุตบอล เขาไม่เคยหมดความรักที่มีให้กับฟุตบอลแม้แต่นิดเดียว เขาอาจจะมีปัญหากับหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ใช่กับการเล่นฟุตบอลแน่นอน และผมหวังว่าคนที่ ท็อตแน่ม จะเข้าใจถึงเรื่องนั้น รวมถึงหยุดพูดเรื่องไร้สาระสักที"

    "ประเทศนี้ควรจะภูมิใจในตัวเขาให้มากๆ สหราชอาณาจักร ควรจะต้องภูมิใจในตัวเขา มันถึงเวลาที่ต้องเลิกพูดจาว่าร้ายใส่เขาแล้วหันไปเขียนว่าเขาทำอะไรมาบ้าง รวมถึงเรื่องที่ว่าเขาประสบความสำเร็จอะไรมาบ้างจะดีกว่า มันน่าหงุดหงิดมากๆ กรณีของ เรอัล มาดริด ก็เป็นกรณีเดียวกัน พวกเขาควรจะภูมิใจกับความสำเร็จที่เขาทำให้กับทีม ที่จริงพวกเขาควรจะก้มลงไปจูบกับพื้นที่เขาใช้เดินด้วยซ้ำ"

“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020

เกปาหมดอนาคต?เชลซียันได้โกลคนใหม่

แฟนบอล เชลซี อุ่นใจได้ หลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยันได้โกลคนใหม่มาเฝ้าเสาแล้ว ส่งผลให้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า น่าจะหมดอนาคตในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์
    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ประกาศยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมาว่า "สิงห์บลูส์" ได้ เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัล ของ แรนส์ มาเฝ้าเสาแน่นอนแล้ว โดยเหลือเพียงแค่ขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น

    แลมพาร์ด เผยว่า "ใช่ เมนดี้ กำลังเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างที่เราพูด หากทุกอย่างเรียบร้อยเขาจะกลายเป็นนักเตะใหม่ของเราอย่างเป็นทางการทันที"

    สำหรับค่าตัวบวกโบนัสตามเงื่อนไขของ เมนดี้ วัย 28 ปี อยู่ที่ราว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) และจะเข้ามาแย่งมือ 1 กับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ผลงานย่ำแย่จนมีโอกาสสูงที่จะหลุดไปเป็นตัวสำรอง

    ในช่วงซัมเมอร์นี้ เชลซี ใช้เงินเสริมทัพทะลุ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท)  ไปแล้วกับการดึงนักเตะอย่าง ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, เมนดี้ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาเสริมแกร่ง
 

มือขวาคล็อปป์จวกแฟนลิเวอร์พูลด่าวิลเลี่ยมส์รุนแรง

ตำหนิแฟนบอลของทีมบางส่วนที่เคยพูดจาร้ายๆ ใส่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กขวาดาวรุ่ง พร้อมบอกว่ารุ่นพี่ภายในทีมอย่างเช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คอยพูดให้กำลังใจ วิลเลี่ยมส์ ตลอดช่วงที่ผ่านมาด้วย

ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม ลูตัน ทาวน์ 7-2 นั้น มีจังหวะหนึ่งที่ วิลเลี่ยมส์ เสียการครองบอลจนนำไปสู่ประตูของ ลูตัน ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นเพียงประตูที่ทำให้เจ้าถิ่นตีไข่แตกได้พร้อมกับทำให้สกอร์กลายเป็น 5-1 แต่แข้งวัย 19 ปีก็โดน "เดอะ ค็อป" บางส่วนตำหนิอย่างหนักบนโลกออนไลน์ และเขาก็เหมือนจะเสียขวัญจากคำด่าเหล่านั้นเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์กับรูปหัวเพจ ทวิตเตอร์ ของตัวเองเป็นสีดำเลย

ลินเดอร์ส เผยว่า "มันไม่ใช่ธุระกงการของผมที่จะมาแสดงความเห็นเรื่องโซเชียลมีเดีย สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือการด่ากันแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิด ส่วนข้อสองน่ะนะ ถ้าคุณไม่หนุนหลังคนในทีมน่ะมันก็ไม่ถือว่าคุณเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล หรอก ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมันก็หมายความว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากน่ะคุณต้องคอยอยู่เคียงข้างคนอื่นๆ ด้วย"

 "สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็คือพวกเขา (นักเตะ) ต้องได้รับความรู้สึกว่าพวกเขายังได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่นแบบเต็มเปี่ยมถ้าหากมีคนมาพูดเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือพูดแบบผิดๆ เกี่ยวกับพวกเขา ที่จริงบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาเป็นคำพูดก็ได้ แต่สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากก็คือ เทรนท์ ได้พูดกับเขา, เฟอร์กิล ได้พูดกับเขา, ร็อบโบ้ ได้พูดกับเขา"

"นั่นคือวิธีที่เราคอยช่วยเหลือกันและกัน นั่นทำให้เราแตกต่างไปจากคนอื่น เราให้นักเตะในทีมไปคุยกับเขา เรามีผู้จัดการทีมที่คอยคุยกับเขา นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่าคุณไม่ควรหมกมุ่นกับทั้งคำชมหรือคำตำหนิมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำตำหนิมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะดาวรุ่งเลย (ถ้าหมกมุ่นกับมันมากเกินไป)"

แผนบันได 3 ขั้น ลิเวอร์พูล ก่อนตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ปิดตัว

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกตกตะลึงกันเป็นทิวแถวที่เห็น ลิเวอร์พูล ทีมรักจัดการคว้าตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมแกร่งแบบชุดใหญ่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ "หงส์แดง" ไม่มีความเคลื่อนไหวในการซื้อนักเตะในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้
 
หลังจากที่คว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาจาก โอลิมเปียกอส ช่วงต้นเดือนกันยายนี้ "เดอะ เร้ดส์" ก็ไม่ค่อยมีการขยับซื้อนักเตะเพิ่ม มีแค่ข่าวว่าสนใจ หรือกำลังเล็งคนโน้นคนนี้ แต่บทสรุปสุดท้ายก็ไม่ได้จริงจังกับผู้เล่นเหล่านั้นมากนัก

อย่างไรก็ตามช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลตาต้องลุกวาวเมื่อจัดการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูงมาจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันศุกร์จากนั้นแค่ 1 วันพวกเขาก็ประกาศเซ็นสัญญากับ ดีโอโก้ โชต้า ปีกชาวโปรตุกีส ซึ่งนั่นทำให้ขุมกำลังในเชิงลึกของทีมแข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็น

 

เดอะค็อปยิ้ม!คล็อปป์แย้มอนาคตกับลิเวอร์พูล

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงยิ้มแก้มปริ หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่ง เปิดใจถึงอนาคตระยะยาวกับ "หงส์แดง"

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ปิดโอกาสที่จะต่อสัญญาคุมทัพ "หงส์แดง" หลังสัญญาฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ยืนยันถ้าถึงเวลาอำลาถิ่น แอนฟิลด์ จะยังไม่รับงานที่อื่นทันที โดยจะขอพักเป็นเวลา 1 ปี

กุนซือชาวเยอรมัน วัย 53 ปี ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องยูทูบของ ลีรอย มาตาต้า เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมาว่า "ผู้คนมากมายถามผมถึงเรื่องนี้ ผมไม่เห็นเคยได้ยินคนถาม เป็ป กวาร์ดิโอล่า (ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้) แบบนี้เลยทั้งที่สัญญาของเขาจะหมดในปีหน้า"

"ผมยังเหลือสัญญาอีกถึง 4 ปี หลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นไม่มีสิ่งใดเป็นนิรันดร์ ผมคิดว่าอีก 4 ปี ผมถึงจะค่อยคิดว่า จะต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญา หากผมไม่ต่อ ผมก็จะไปพักร้อน"

"เมื่อผมอำลา ลิเวอร์พูล ไป แน่นอนว่า ผมจะไม่ทำงานใหม่ทันทีในวันรุ่งขึ้น ผมจะขอพักเบรกเป็นเวลา 1 ปีหลังลาจาก ลิเวอร์พูล" คล็อปป์ ที่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 และพาทีมได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ สโมสรโลก กล่าวทิ้งท้าย

“น้าชัช&ปีกปลาร้า”ให้ผมได้เล่นไทยลีก

เขาคือใครกัน ที่ สามารถ มอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้คนที่เรียกได้ว่าสุดเฮี้ยบในการเป็นโค้ชจนได้รับฉายาว่า "โค้ชจอมฟิต" อดีตทีมชาติ,กุนซือทีมชาติไทย อย่าง "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ ให้โอกาสได้เล่นลีกสูงสุดทั้งๆที่เป็นนักเตะมาจากดินแดนที่ราบสูง ไม่ได้เคยมีโปร์ไฟล์อะไรมากมาย ให้ได้มาเล่นไทยลีกกับทีม "ห้างขายยา" โอสถสภา ในวันวาน

เขาผู้นี้คือ "เจ้าสังกะสี" นั่นเอง เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมาแฟนบอลไทยพันธ์แท้โดยเฉพาะที่ติดตามข่าวสารทางสยามกีฬา,ฟุตบอลสยาม มาตลอดย่อมต้องเคยได้ยินนักเตะชื่อแปลก รายนี้ แน่นอน

จริงแล้วชื่อที่เพื่อนร่วมทีมรวมถึงบรรดาโค้ชเรียกเขาว่า" สังกะสี" นั้นมาจาก นามสกุล ของเขานั่นเอง

ส่วนชื่อจริงก็คือ วุฒิกร นักเตะจากเมืองย่าโม คนนี้ใช้ความสามารถด้านกีฬาลูกหนังของตัวเองล้วนๆกรุยทางสู่การได้เป็นพ่อค้าแข้งที่เคยเล่นระดับลีกสูงสุดของไทยอย่างไทยลีกมาแล้ว รวมถึงได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคง รับราชการทหาร เป็นรั้วของชาติได้ก็เพราะการเป็นนักฟุตบอลนี่เอง

ชื่อเล่นจริงๆของ เขาคือ "เจ้าวุฒิ" พยางค์แรกของชื่อจริงนั่นเองเขา เกิดเมื่อ 17ส.ค. 2519 เรียนระดับประถมศึกษาที่ ร.ร.บ้านสะสีเหลี่ยม ,ม.ปลายที่ ร.ร.บ้านเหลื่อมพิทยาสรรพ์ ก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ มรภ.นครราชสีมา ปัจจุบันรับราชการทหารบก สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยศจ่าสิบเอก

ดีกรี ด้านลูกหนัง"สังกะสี" เคยติดทีมเยาวชนของ โคราช เล่นมาทั้งกีฬาเขต,กีฬาเยาวชน ,ไทยแลนด์คัพ ,ฟุตบอลถ้วย ง,ค.ข. ,โปรวินเชียลลีก เล่น ให้สกลนคร , ธ.ทหารไทย

ที่เป็นเกียรติประวัติสูงสุดก็เห็นจะเป็นการเล่นไทยลีกให้กับโอสถสภาฯ ในยุคที่มี"น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นกุนซือใหญ่ นั่นเองโดยผู้ชักนำเขาให้ได้มาเล่นกับทีม"ห้างขายยา"ไม่ใช่ใคร เป็นรุ่นพี่คนบ้านเดียวกันอย่างนักเตะเจ้าของฉายา "ปีกปลาร้า" สมาน ดีสันเที๊ยะ นักเตะดังยุคดรีมทีมรุ่นพี่สมัยมัธยมศึกษาที่มองเห็นความมุ่งมั่นรวมถึงฝีเท้าที่ไม่ธรรมเลยแนะนำให้กับ"น้าชัช"

ท้ายที่สุดด้วยสเปคของการเป็นนักเตะลูกอีสาน มีน้ำอดน้ำทน มีวินัยเยี่ยม ขยันฝึกซ้อม จากการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี จาก อ.ราเชนทร์ พรประสิทธิ์ กุนซือคนแรก จึงทำให้ "น้าชัช" ตัดสินใจอ้าแขนรับมาอยู่กับทีม "ห้างขายยา" โดยได้เล่นสีเสื้อโอสถฯ 2 ปี
 
ชีวิตวันนี้เจ้าตัวสมรสแล้วกับ ภรรยาสาว อย่าง ศนิ วิริยะพันโชติกุล นอกเหนือจากจะรับราชการทหารที่ได้เป็นรั้วแห่งชาติก็เพราะเป็นนักเตะแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นโค้ชฟุตซอลให้กับทีม กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงเป็นโค้ชให้กับทีมเยาวชน อันอัน เอฟซี ที่มี คุณปิศนา ดวงตั้ง เป็นประธานสโมสร อะคาเดมี่ลูกหนังดังเมือง "ย่าโม" อีกด้วย