ฮาแลนด์เผยทำอาชีพอะไรหากไม่ได้เป็นนักเตะ

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ ระบุ ถ้าเกิดไม่ได้เป็นนักเตะแล้วนั้นตนคงจะหันไปเอาดีด้านการเป็นแร็พเปอร์กับชาวนา พร้อมบอกว่าประตูที่ 2 ในเกมกับ ปารีสฯ เป็นประตูโปรดของตน

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าตนคงจะไปเป็นนักร้องเพลงแร็พหรือไม่ก็ชาวนา ถ้าหากไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

แม้ว่าจะเพิ่งมีอายุ 20 ปี แต่ ฮาแลนด์ ก็เป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก หลังจากทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาล 2019-20 เริ่มจากการยิง 28 ประตูจากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการให้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วทำไป 16 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการ 18 เกม

ทั้งนี้ ฮาแลนด์ เพิ่งเปิดช่วงถามตอบกับแฟนบอลใน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งมีคนหนึ่งที่ถามว่าถ้าไม่ได้เป็นนักเตะแล้วเขาจะทำอาชีพอะไร และเจ้าตัวก็ตอบว่า "คงเป็นแร็พเปอร์ไม่ก็ชาวนาล่ะมั้ง"

ดาวเตะชาวนอร์เวย์ยังตอบแฟนบอลคนหนึ่งด้วยว่าประตูที่ตนชื่นชอบมากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งคือประตูที่ 2 ของตัวเองในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกที่ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมันเป็นจังหวะที่เขายิงจากแถวริมกรอบเขตโทษ

เปแอสเชเศร้า! “เมสซี่” มีสโมสรในใจเรียบร้อย

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คงผิดหวังไม่น้อยกับการพยายามล่าตัว ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า หลังได้รับรู้ว่าตัวนักเตะมีสโมสรที่อยากจะไปร่วมงานด้วยอยู่ในใจเรียบร้อย
     ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ได้แจ้งไปยัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ว่า ลูกชายของตนได้ตัดสินแล้ว ที่จะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตามรายงานจาก เลกิ๊ป สื่อกีฬาชั้นนำเมืองน้ำหอม เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชื่อกันว่า เปแอสเช เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ให้ความสนใจในตัว เมสซี่ อย่างจริงจัง หลังนักเตะต้องการที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย เลกิ๊ป อ้างว่า เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ได้มีการติดต่อไปสอบถาม ฮอร์เก้ ถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการคว้าตัว เมสซี่ มาร่วมทีม ทว่าอีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่สุภาพว่า ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี ได้ตัดสินใจเรียบร้อย ที่จะย้ายไปร่วมงานกับกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม 

     ทั้งนี้ เมสซี่ กับ กวาร์ดิโอล่า เคยร่วมงานกันมาแล้ว และประสบความสำเร็จด้วยกันอย่างมากมาย สมัยที่ กวาร์ดิโอล่า คุมทัพ บาร์ซ่า ช่วงระหว่างปี 2008-2012

 

พอไหวไหม ? 5 นักเตะที่ บาร์ซ่า เล็งดึงทดแทน เมสซี่

สถานการณ์ของ บาร์เซโลน่า กับ ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเลย ฉะนั้นตอนนี้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนสำรอง หากไม่สามารถเกลี่ยกล่อม สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ให้อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมได้อีกต่อไป

    ในเวลานี้มีโอกาสสูงมากๆ ที่ เมสซี่ จะโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู แม้จะมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องจาก โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสร หาก ดาวเตะวัย 33 ปี ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ช่วยกู้วิฤกติทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ก็ตาม

    ฉะนั้น โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ จึงต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ให้พร้อมโดยมีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมาหานักเตะที่มีศักยภาพที่สามารถทดแทนการขาดหายไปของ เมสซี่ ให้ได้ โดยผู้เล่นเหล่านั้นต้องเป็นที่ยอมรับของแฟนบอล "เจ้าบุญทุ่ม" ด้วย

    อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้ได้ งานนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สโมสรอาจจะให้โอกาส อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 17 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีพัฒนาการที่โดดเด่น และเป็นว่าที่ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังในอนาคต ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก หรือให้ อองตวน กรีซมันน์ มีบทบาทกับทีมมากยิ่งขึ้น

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (อายุ 23 ปี จาก อินเตอร์ มิลาน)

 

    จะว่าไปแล้ว บาร์เซโลน่า สนใจอยากได้ตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าฟอร์มฮอตจาก "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน มานานแล้ว แม้ว่าพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในมหาศาลเนื่องจากต้องขับเคี่ยวกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้แข้งรายนี้เช่นกัน

    อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณีที่ เมสซี่ ที่ปัจจุบันอายุ 33 ปี ย้ายไปเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ หรือ อินเตอร์ มิลาน ก็น่าจะเป็นการเปิดประตูให้กับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ในการควักกระเป๋าจำนวน 81 ล้านปอนด์ (ราว 3,078 ล้านบาท) เพื่อกระชากตัว หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ มาร่วมทัพ

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัว มาร์ติเนซ ซึ่งซัดไป 21 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการให้ทัพ "เนรัซซูรี่" ในฤดูกาลล่าสุด เนื่องจากเชื่อว่าศักยภาพของเขาสามารถที่จะทดแทนการจากไปของ เมสซี่ ได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์หุ่นบึ้ก ว่าอยากได้แข้งเลือดอาร์เจนไตน์มาร่วมทีมไหม

เนย์มาร์ (อายุ 28 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    จะว่าไปแล้วดีลนี้น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การที่ เมสซี่ กำลังจะย้ายทีม ทำให้แนวคิดที่จะดึง เนย์มาร์ มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากนักเตะก็เคยเล่นที่นี่อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก

    หากมองจากความเป็นจริง สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับไปสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน" อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการพยายามย้ายทีมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ เนย์มาร์ ต้องเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป

    สำหรับตอนนี้ชื่อของ เนย์มาร์ กลับมาอยู่ในความคิดของบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" อีกครั้ง เพราะหากพูดถึงเรื่องศักยภาพ และคุณภาพแน่นอนว่า เนย์มาร์ ก็มีดีไม่แพ้ เมสซี่ แต่จะต่างกันก็ตรงเรื่องความมีอิทธิพลกับทีม เพราะ ดาวยิงชาวบราซิเลียน ไม่ได้เป็นจุดศูนย์ร่วมจิตใจของแข้ง บาร์ซ่า เหมือนกับ เมสซี่
 
เจดอน ซานโช่ (อายุ 20 ปี จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

 

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่ บาร์เซโลน่า มักจะเข้าไปพัวพันด้วย เพราะตอนที่ต้องปล่อยตัว เนย์มาร์ ไปให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาหันไปเล็งนักเตะฝีเท้าจัดจ้านจากทัพ "เสือเหลือง" ก่อนจะกระชากมาร่วมทีมได้สำเร็จ ซึ่งทำเอาแฟนบอลดอร์ทมุนด์ เซ็งไปตามๆ กัน

    นักเตะคนนั้นก็คือ อุสมาน เดมเบเล่ โดยในตอนนั้น บาร์ซ่า ยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับ ดอร์มุนด์ จำนวนถึง 130 ล้านปอนด์ (ราว 4,940 ล้านบาท) และคาดหวังว่า นักเตะจะผลิตผลงานดีมีคุณภาพเหมือนที่เล่นให้กับ "เสือเหลือง" แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้

    อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า ยังไม่เข็ดกับการเล็งนักเตะจาก ดอร์ทมุนด์ โดยงานนี้พวกเขามั่นใจว่าหากทีมต้องขาย เมสซี่ ออกไปจริงๆ ก็อยากได้ เจดอน ซานโช่ มาทดแทน เพราะเรื่องคุณภาพและอายุที่ยังน้อย ทำให้พวกเขามั่นใจว่าในอนาคต ดาวเตะชาวอังกฤษ จะไปได้สวยกับทีม

    กระนั้นคงจะต้องใช้กำลังภายในเยอะพอสมควร เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็อยากเซ็นสัญญากับ ปีกวัย 20 ปีเช่นกัน แต่ด้วยชื่อ, ศักดิ์ศรี และความท้าทายในถิ่นคัมป์ นู น่าจะมีเสน่ห์ที่ยั่วยวนใจให้ อดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยากย้ายมาที่นี่
   
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (อายุ 21 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    ชื่อของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ตกเป็นข่าวมาได้สักพักใหญ่ๆ เพราะไม่ใช่แค่ บาร์เซโลน่า ที่สนใจอยากได้นักเตะไปร่วมทีม ยังมีสโมสรชั้นนำในยุโรปที่แสดงเจตจำนงอยากให้บริการนักเตะเช่นกัน โดยเฉพาะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อดึงนักเตะมาร่วมทัพ

    ลองคิดดูถ้าหากคุณมีนักเตะที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในยุคนี้ และเขากำลังจะย้ายทีม คุณจะไม่มองหาผู้เล่นที่ได้รับการเชิดชูว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในโลก และเป็นว่าที่นักเตะที่เก่งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังในยุคปัจจุบัน มาทดแทนเหรอ ? แน่นอนว่า บาร์ซ่า ก็กำลังคิดเช่นนั้น

    เอ็มบัปเป้ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความสามารถอย่างแท้จริง ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปีเขาประสบความสำเร็จทั้งกับทีมชาติฝรั่งเศส และ "เปแอสเช" ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือว่าที่พ่อค้าแข้งที่จะได้รับรางวัล "บอลทองคำ" หรือ "บัลลง ดอร์" ในอนาคต

    ถึงแม้ว่า หัวหอกเลือดเฟร้นช์ จะมีความฝันอยากย้ายไปเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" ซึ่งเป็นทีมที่ตามเชียร์มาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ถ้าหาก บาร์เซโลน่า ได้รับค่าตัวจากการขาย เมสซี่ จำนวนมหาศาลอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ การที่จะทุ่มเงินเพื่อซื้อ เอ็มบัปเป้ จาก "เปแอสเช" ทำไมจะไม่ได้ละ ?
 
ซาดิโอ มาเน่ (อายุ 28 ปี จาก ลิเวอร์พูล)

 

    ชื่อของ ซาดิโอ มาเน่ กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างว่า บาร์เซโลน่า ได้ล็อกเป้าเขาเอาไว้แล้ว เนื่องจากนักเตะมีคุณภาพทุกอย่างที่ เมสซี่ มี และถ้าหาก บาร์เซโลน่า อยากได้ผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนบอลของพวกเขาในกรณีที่ เมสซี่ ย้ายไปจริงๆ ชื่อของ สตาร์ชาวเซเนกัล น่าจะพอทำให้สาวก "เจ้าบุญทุ่ม" ยอมรับได้บ้าง

    จริงๆ แล้ว บาร์ซ่า เคยแสดงความสนใจอยากได้ สตาร์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากการที่พวกเขาเคยกระชากตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาจากรั้งแอนฟิลด์ จึงเป็นเรื่องยากมากที่ต้นสังกัดของนักเตะจะปล่อยตัวเขามาสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน"

    ยกเว้นก็แต่ว่า บาร์ซ่า พร้อมจ่ายเงินจำนวน 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) งานนี้ ลิเวอร์พูล อาจยอมใจอ่อน แน่นอนว่าบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" มองแล้วว่า มาเน่ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และมีศักยภาพในการยิงประตูได้อย่างน่าเหลือเชื่อทำให้พวกเขาพร้อมที่จะจ่ายเงินตามที่ "เดอะ เร้ดส์" ต้องการ

    แต่ในกรณีนี้ สาวก "เดอะ ค็อป" จะยอมเห็นสตาร์ของทีมย้ายออกไปไหมละ ?….

ใครจ่ายไหวบ้าง?เจาะเงินที่เมสซี่ได้จากบาร์เซโลน่า

หากอ้างอิงจากตัวเลขของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์เปิดเผยข้อมูลในโลกฟุตบอลแล้วนั้น ลิโอเนล เมสซี่ ได้เงินจาก บาร์เซโลน่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาเยอะสุดๆ อย่างเช่นเรื่องค่าเหนื่อยเบื้องต้นที่ 988,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ที่แตะหลัก 9.1 ล้านปอนด์ต่อปี

    ตลอดช่วงที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ต้องจ่ายเงินให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังเป็นจำนวนมากในสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา ตามการเปิดเผยของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์แนวแฉเรื่องลับของวงการฟุตบอล

    ช่วงไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังว่า เมสซี่ ส่งแฟ็กซ์ไปบอกกับต้นสังกัดว่าตนต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที และต้องการยกเลิกสัญญาเพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย หลังจากตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หลายทีมทั่วโลกมีข่าวกับ เมสซี่ ตามไปด้วย อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อินเตอร์ มิลาน เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ทีมที่จะได้ เมสซี่ ไปร่วมทัพก็ยังต้องยอมจ่ายค่าเงินก้อนโตให้ เมสซี่ อยู่ดี ถ้าหากหวังที่จะได้แข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่าจะมีทีมไหนที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่กฎควบคุมการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีมอย่างมาก

    This is Messi’s wage package at Barcelona according to Football Leaks: 60.395.769 euro basic yearly wages (£988.000 a week), £9.100.000 per year on image rights, £13.000.000 a year on possible bonuses plus signing on & loyalty fee (£120.000.000 over 5 years).

    Quite a load. pic.twitter.com/LOaUoogZuq
    — Kristof Terreur (@HLNinEngeland) August 25, 2020

    ทั้งนี้ สัญญาฉบับปัจจุบันของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า เซ็นกันเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 และจะหมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ซึ่งหากอ้างอิงตาม ฟุตบอล ลีคส์ แล้วนั้น เมสซี่ ได้รับค่าเหนื่อยแบบไม่รวมโบนัสต่างๆ สูงถึงปีละราว 54.32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,172.8 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 988,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.95 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยที่ เมสซี่ ยังได้ค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์จากทีมอีกปีละ 9.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 364 ล้านบาท) ด้วย

    นอกจากนี้ มันยังมีเงื่อนไขค่าโบนัสที่ เมสซี่ จะได้รับหากทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างเช่นการทำประตูถึงหลักจำนวนหนึ่ง หรือการพาทีมได้แชมป์ เป็นต้น ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็อยู่ที่รวมแล้ว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) ต่อปี แถมยังมีค่าเงินกินเปล่าในตอนที่เซ็นสัญญา และค่าความภักดีที่ บาร์เซโลน่า ต้องจ่ายรวม 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) ตลอดช่วงระยะเวลาของสัญญาด้วย นั่นหมายความว่ามันน่าจะมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่พอจะจ่ายเงินทั้งหมดนี้ให้กับ เมสซี่ ไหว จนทำให้เขาอาจจะต้องยอมลดเงินด้านต่างๆ หากหวังที่จะได้ย้ายทีม

ทริปเบิ้ลแชมป์ยังไม่พอ! เปิดค่าจ้าง ฮันซี่ ฟลิค ได้น้อยแต่ผลงานมหาศาล

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์มือทอง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งนำสโมสรผงาดคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาล 2019/2020 ทั้งๆ ที่กุมบังเหียนไม่ถึงปี ได้รับเงินค่าจ้างเพียงแค่ 7.2 ล้านปอนด์ (ราว 273.6 ล้านบาท) ต่อปี เท่านั้น น้อยกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ


กุนซือชาวเยอรมัน ถูกตั้งแต่งให้เป็นมือขวาของ นิโก้ โควัช ในเดือนกรกฎาคมปี 2019 ก่อนที่เขาจะเข้ามาคุมทัพแทนหลังจากที่ต้นสังกัดแยกทางกับ โค้ชชาวโครแอต ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และเพียงไม่ถึงปีก็สามารถพลิกสถานการณ์ของทีมจากที่ไม่มีลุ้นแชมป์กลับมาประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ซึ่งเป็นสมัยที่ 2 ของ บาเยิร์น

ฟลิค ที่ทำงานเป็นมือขวาของ โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี มานานถึง 8 ปี ได้รับข้อเสนอเซ็นสัญญาถาวร 3 ปีกับ บาเยิร์น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย "บิลด์" สื่อดังในเมืองเบียร์ ระบุว่าเจ้าตัวได้รับค่าจ้างประมาณ 7.2 ล้านปอนด์

ผลงานของ ฟลิค ถือว่าสุดยอดมากๆ เพราะเขานำทีมสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นนับตั้งแต่ที่พ่ายให้กับ "สิงห์หนุ่ม" โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมปีที่ผ่านมา และสามารถเก็บชัยชนะ 13 เกมรวดจนทำให้ทีมเข้าวินซิวแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์อย่างยิ่งใหญ่

จากนั้นก็นำยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรีย ปราบ "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ตามด้วยผลงานชั้นยอดในการปราบ เชลซี (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) ไล่ถลุง บาร์เซโลน่า (รอบก่อนรองชนะเลิศ) สอย โอลิมปิก ลียง (รอบรองชนะเลิศ) และเฉือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในนัดชิง คว้าโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์" มาครอบครอง

สำหรับค่าจ้างของ ฟลิค ต้องบอกเลยว่ายังห่างไกลจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตกุนซือบาเยิร์น ที่ปัจจุบันทำงานให้กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งได้รับค่าจ้างสูงถึง 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) ต่อปี ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่สร้างประวัติศาสตร์นำ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรกในรอบ 30 ปี รับทรัพย์ 15 ล้านปอนด์ (ราว 570 ล้านบาท) ต่อปีเท่ากับที่ สเปอร์ส จ่ายให้กุนซือโชเซ่ มูรินโญ่

ความสำเร็จของ ฟลิค ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่เกินคำบรรยายแต่สำหรับค่าจ้างของเขายังน้อยกว่าที่ เอฟเวอร์ตัน จ่ายให้กับ คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน ที่ได้ค่ามันสมองจำนวน 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 437 ล้านบาท) ต่อปี ส่วน เบรนแดน ร็อดเจอร์ส รับเงินจำนวน 10 ล้านปอนด์ (ราว 380 ล้านบาท) ต่อปีจาก เลสเตอร์ ซิตี้

ขณะที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ยินดีปรีดาที่จะทุ่มเงินค่าจ้างเพื่อตอบแทนความสุดยอดของ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ผู้จัดการทีมประสบการณ์สูงที่นำ "ยูงทอง" เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่พรีเมียร์ลีก  ด้วยเม็ดเงินจำนวน 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) ต่อปี

สำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซึ่งนำ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทะลุรอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วย 3 รายการในซีซั่นนี้ (คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก) ได้รับค่าจ้างจำนวน 7.5 ล้านปอนด์ (ราว 285 ล้านบาท) ต่อปี

พี่เสือกลับถ้ำ!ทัพแข้งบาเยิร์นถึงรังฉลองแชมป์ยุโรป (ภาพ+คลิป)

กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่… ก๊วนนักเตะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เดินทางถึงเมืองมิวนิค พร้อมกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" เรียบร้อย หลังผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ประเทศโปรตุเกส เมื่อคืนวันอาทิตย์

บรรดานักเตะ บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค และสต๊าฟฟ์โค้ช ได้เดินทางกลับถึงเมืองมิวนิค พร้อมมุ่งหน้าไปฉลอง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เรียบร้อย หลังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ตลอดเส้นทางมีบรรดาแฟนบอล "เสือใต้" ให้การต้อนรับเป็นระยะ และเมื่อถึงสังเวียนแข้ง อัลลิอันซ์ อารีน่า ก็ได้มีการนำโทรฟี่แชมป์ยุโรป มาตั้งบนแท่นร่วมกับถาดแชมป์บุนเดสลีกา และถ้วยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ที่พวกเขาได้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนการฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบริหารสโมสร และ มานูเอล นอยเออร์ กัปตันทีม ก็ได้มีการกล่าวสุนทรพจน์เล็กๆ น้อยๆ 

ทั้งนี้ ทัพนักเตะ "เสือใต้" จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน (ยกเว้นในรายของ นิคลาส ซือเล่ และ ลีรอย ซาเน่ ที่ต้องไปเก็บตัวกับทีมชาติเยอรมนี ซึ่งเตรียมลงเตะศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับ สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 3 และ 6 กันยายน ตามลำดับ) ก่อนกลับมาซ้อมในวันที่ 7 กันยายน โดยศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาล 2020/21 มีกำหนดรูดม่านเปิดฉากในวันที่ 18 กันยายน

 

เต็งหนึ่ง! สื่อเผย เชลซี จ่อคว้า “ติอาโก้ ซิลวา” เสริมแกร่งแนวรับแบบฟรีๆ

"สิงห์บลูส์" เชลซี สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทัพแบบฟรีๆ จากการรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อดังของเกาะอังกฤษ

โดยสื่อเจ้าดังเผยว่า ทีมดังจากกรุงลอนดอน ใกล้ที่จะได้ตัวของแข้งวัย 35 ปี มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว หลังสัญญาของเจ้าตัวกับ เปแอสเช ทีมแชมป์ลีกเอิง จะหมดลงในวันที่ 31 สิงหาคม นี้

แม้ก่อนหน้านี้ ปราการหลังแซมบ้าจะตกเป็นข่าวโยงกับ ฟิออเรนติน่า ทีมดังในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แต่ล่าสุดเจ้าตัวออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวว่า "ผมยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอจากสโมสรใด ข่าวที่บอกว่าผมเซ็นสัญญากับ ฟิออเรนติน่า แล้วไม่เป็นความจริง"

"เอเยนต์ส่วนตัวของผมกำลังเจรจากับ ฟิออเรนติน่า รวมถึงกับสโมสรอื่นๆ อีกหลายทีม ซึ่งผมจะตัดสินใจเรื่องของอนาคตร่วมกับครอบครัวภายในไม่อีกไม่กี่วันต่อจากนี้" แข้งจอมเก๋าเปิดใจ

ทั้งนี้ สกายสปอร์ตส์ ยังเผยต่อว่า เชลซี ได้ยื่นสัญญาค้าแข้งให้กับ ติอาโก้ ซิลวา เป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจเพราะจะได้ลงเล่นในเกมระดับสูง รวมถึงยังได้ลงแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ที่เจ้าตัวเพิ่งพลาดแชมป์มาหมาดๆ อีกด้วย

ชัดเลย! บิ๊กบาร์เซโลน่าตอบแล้วเรื่อง เนย์มาร์ รีเทิร์น

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า ออกมาเคลียร์ชัดๆ อีกรอบ เกี่ยวกับเรื่องล่าตัว เนย์มาร์ กลับสู่ถิ่น คัมป์ นู พร้อมระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีจุดยืนชัดเจนกับดาวยิงเลือดแซมบ้า

     โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนยันอีกครั้งว่า มันเป็นไปไม่ได้กับการคว้าตัว เนย์มาร์ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวบราซิเลียน กลับมาจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ช่วงซัมเมอร์นี้

     เนย์มาร์ ย้ายจาก บาร์ซ่า ไปร่วนก๊วน เปแอสเช ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก 222 ล้านยูโร (ประมาณ 8,214 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ซึ่งถึงแม้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับยอดทีมแห่งกรุงปารีส แต่เจ้าตัวก็มีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องรีเทิร์นถิ่น คัมป์ นู มาตลอด

     อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์โตเมว เคลียร์ชัดแล้วว่า ซัมเมอร์นี้ บาร์ซ่า จะไม่ออกล่าตัว เนย์มาร์ แน่นอน ขณะที่ เปแอสเช ก็ไม่มีแผนที่จะขาย ดาวยิงทีมชาติบราซิลวัย 28 ปี ด้วย

         "การจะออกล่าตัวนักเตะที่สโมสรเขาไม่อยากจะขายนั้น มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราเคยพยายามในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้เราเจอปัญหาจากเรื่องไวรัสระบาด ขณะที่สโมสรของเขาก็ไม่ได้ใส่ชื่อเขาในตลาดด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพราะบรรดาสโมสรใหญ่ต่างก็อยากจะเก็บนักเตะเก่งๆ ไว้กับทีม" บอสใหญ่ บาร์ซ่า กล่าว

     ทั้งนี้ เนย์มาร์ ลงเล่นให้ เปแอสเช ไปแล้วทั้งสิ้น 84 นัด ทำได้ 70 ประตู

                                               เนย์มาร์ ย้ายมาร่วมทัพ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013

นาบรี้จัดเบิ้ล! บาเยิร์นมาตามนัดอัดลียงชิงชปล.ลุ้นแชมป์สมัยที่6

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ได้สองประตูของ แซร์ช นาบรี้ นำทีมอัด โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศส อย่างสบาย 2-0 ตีตั๋วเข้าชิงถ้วยบิ๊กเอียร์ลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร โดยจะปะทะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

     ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค รอบก่อนโชว์ฟอร์มโหดถล่ม บาร์เซโลน่า 8 เม็ดฉลุยเข้ารอบมา ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์แชมป์ลีกเยอรมัน จัดผู้เล่นแบบไม่มีกั๊กใส่แนวรุกทั้ง "มุลเลอร์-เลวานดอฟสกี้" ทะลวงเกมรับ โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศสที่พลิกล็อกช็อกโลกเขี่ยเต็งแชมป์อย่าง แมนซิตี้ รูดี้ การ์เซีย โค้ชคนเก่งขอสร้างผลงานโบว์แดงทะลุชิงดำให้ได้ ใส่ดาวเตะ "เมมฟิส เดอปาย" เป็นตัวเดินเกม ใครชนะจะดวล เปแอสเช นัดชิงในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมศกนี้

     ลียงทักทายนาทีที่ 4 มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดักบอลได้กลางสนามแดนตนเองจ่ายเรียดพื้นขึ้นหน้าให้ เมมฟิส เดอปาย รับบอลกระชากหนีทั้ง มานูเอล นอยเออร์ นายด่านและสองแนวรับเสือใต้เข้าเขตโทษด้านขวาแต่ทว่ายิงไม่ตรงกรอบชนข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

     เสือใต้บุกนาทีที่ 11 เลออน โกเร็ทซ์ก้า แปะบอลหน้ากรอบเขตโทษทำชิ่งกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เข้าในเขตโทษก่อนเป็นมิดฟิลด์เสือใต้หลุดไปยิงคนเดียวแต่ไม่เต็มเท้าบอลกระดอนมาหากรอบประตูจะกลิ้งเข้าไปแต่ว่า แอนโธนี่ โลเปส นายทวารลียงตามมาปัดพ้นออกหลังทันเวลา

     ทีมดังฝรั่งเศสเกือบนำนาทีที่ 17 เลโอ ดูบัวส์ ทิ่มบอลขนานเส้นให้ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี วิ่งมารับบอลเลี้ยงมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาแตะบอลไปติดตัว อัลฟอนโซ่ เดวิส กนะเด้งกลับมาหาศูนย์หน้าลียงแตะเข้าเหลี่ยมยิงไปถูกเสาแรกกระดอนกลับมาที่ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี อีกครั้งแต่ซัดซ้ำอีกจังหวะบอลไม่ตรงกรอบก่อนถูกเคลียร์ออกมา

     กลายเป็นบาเยิร์นนำนาทีที่ 18 โยชัว คิมมิช หยอดบอลโด่งทิ้งมาที่ แซร์ช นาบรี้ เกี่ยวบอลลงลากจากริมสนามทางขวามาตรงเส้นหน้ากรอบเขตโทษแล้วบรรจงปั่นบอลลอยผ่านมือนายทวารลียงเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม

     แชมป์บุนเดสชวดทิ้งห่างนาทีที่ 25 อิวาน เปริชิช วางบอลยาวข้ามฟากเข้ากลางเขตโทษ แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังลียงโหม่งสกัดไม่ขาดบอลมาเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนโล่งไร้ตัวประกอบจับบอลแต่งหนึ่งครั้งแล้วหวดทันทีบอลพุ่งถูกนายด่านคู่แข่งล้มตัวทุบออกไปได้

     พี่เสือออกนำอีกนาทีที่ 33 แซร์ช นาบรี้ ฉกบอลจากความผิดพลาดของผู้เล่นลียงเลี้ยงบอลก่อนแทงต่อให้ อิวาน เปริชิช เขตโทษทางซ้ายจ่ายปาดมาหน้าปากประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สไลด์ยิงจังหวะแรกบอลยังไม่เข้าถูกนายทวารลียงหยุดไว้ได้แต่กลายเป็น แซร์ช นาบรี้ ตามมาซ้ำบอลระยะเผาขนเข้าไปเป็นลูกที่สองของเจ้าตัวเกมนี้

     เสือใต้เล่นดุดันนาทีที่ 38 โยชัว คิมมิช ส่งบอลออกข้างไปที่ แซร์ช นาบรี้ เปิดบอลกึ่งยิงทางเขตโทษด้านขวา บอลโค้งผ่าน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่พยายามแหย่ขาชาร์จออกข้างเสาสองไปแบบได้ลุ้นเม็ดที่สามอย่างมาก จบ 45 นาทีแรก บาเยิร์น นำอยู่ 2-0

     ยังเป็นบาเยิร์นเกือบได้อีกนาทีที่ 51 อิวาน เปริชิช สปีดมารับบอลจากเพื่อน ก่อนกระชากหลุดมาทางเขตโทษด้านซ้าย ก่อนซัดบอลเรียดพื้นเข้ามือ แอนโธนี่ โลเปส ผู้รักษาประตูลียงล้มตัวรับอยู่มือ

     ลียงสร้างโอกาสนาทีที่ 56 เมมฟิส เดอปาย เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลโด่งมาตกบริเวณกลางเขตโทษ มาร์เซโล่ กองหลังเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาโขกเต็มศีรษะแต่บอลไม่ห่างตัวนายทวารเสือใต้รับไว้ได้สบาย

     ต่อมานาทีที่ 58 แฟร์นานโด มาร์ซาล โยนบอลโด่งจากแดนหลังมาถูก นิคลาส ซูเล่ ครองบอลได้ทว่าแนวรับสำรองเสือใต้ไปเตะติดตัว มุสซ่า เดมเบเล่ จ่ายสั้นให้ อูสเซ็ม อาอูอาร์ ลากบอลมาทางเขตโทษด้านซ้ายไหลบอลมาที่อีกฝั่งก่อนเป็น คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ได้โอกาสซัดคนเดียวแต่ยังติดขา มานูเอล นอยเออร์ ที่ออกมาบล็อกทันช่วยทีมไว้

     เสือใต้ชวดได้อีกลูกนาทีที่ 80 โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลจากนอกกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเข้ามาถูกเท้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยื่นมาสะกิดบอลเล็กน้อยก่อนเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สปีดมาเกี่ยวบอลแล้วจิ้มเข้าประตูไป แต่ว่ากรรมการเป่าเป็นลุกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

     ยังไม่พอนาทีที่ 88 โยชัว คิมมิช หยอดลูกฟรีคิกเกือบถึงเส้นหลังด้านขวามาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดโถมตัวโหม่งเต็มแรงไร้ตัวประกบบอลเสียบเข้าประตุเข้าไปอย่างแม่นยำ จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 ผ่านเข้าไปชิงดำชปล.กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล (มาติส ไรอัน แชร์กี น.73),เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.67),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาไรช์ (ติอาโก้ เมนเดส น.46),อูสเซ็ม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์เน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซ่า เดมเบเล่ น.58),คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67)

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,โยชัว คิมมิช,เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.46),ดาวิด อลาบา,อัลฟอนโซ่ เดวิส,ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.82),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ น.82),อิวาน เปริชิช (คิงสเล่ย์ โกมัน น.63),โธมัส มุลเลอร์,แซร์ช นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ริโอชูเอ็มบั๊ปเป้พัฒนาการโดดเด่นเหมือน1ตำนาน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนคล้ายกับตอนที่ โรนัลโด้ แจ้งเกิดได้ไม่มีผิด พร้อมบอกว่า เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ทันเตะบอลด้วย

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังชาวอังกฤษ กล่าวยกย่อง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยทำได้ในสมัยที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อใหม่ๆ

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับคำชมมาโดยตลอดว่าเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนทำให้ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ลงเล่นเป็นเพียงตัวสำรอง และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ทีมชนะไป 3-0 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

    "ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่เราเคยได้เห็นจากนักเตะระดับ โรนัลโด้ แล้วนั้น เขา (เอ็มบั๊ปเป้) ก็คือคนที่ใกล้เคียงกับการทำเรื่องแบบเดียวกันได้มากที่สุด ถ้ามองเฉพาะผลกระทบที่มีต่อโลกฟุตบอลในฐานะดาวรุ่งแล้วน่ะเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น เลย เวลาดูเขาเล่นมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่นั่งดูฟุตบอลอีกครั้ง เขาทำให้คุณตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เตะบอลด้วยซ้ำไป" เฟอร์ดินานด์ ระบุ