แฟนปารีสเสียว! เนย์มาร์อาจชวดนัดชิงชปล.

เนย์มาร์ หัวหอกเลือดแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะพลาดลงสนามช่วยต้นสังกัดนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากดันทะลึ่งฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังจบเกมที่ถล่ม ไลป์ซิก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

     เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีสิทธิ์อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำเรื่องผิดกฎสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

    หัวหอกทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์ที่ "เปแอสเช" ไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจบเกมดันเกิดประเด็นดราม่า เมื่อ เนย์มาร์ แหกกฎยูฟ่า ด้วยการแลกเสื้อกับ มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก

    ตามระเบียบการในการกลับมาแข่งขันกันต่อหลังเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่าไม่อนุญาตให้นักเตะทำการแลกเสื้อแข่ง และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดอาจจะนำไปสู่การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการด้านระเบียบวินัยของยูฟ่า

 

    สอดคล้องกับรายงานที่อ้างเอาไว้ก่อนที่เกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปจะกลับมาแข่งขันกันต่อหลังต้องล็อกดาวน์จากเชื้อไวรัสมรณะว่าการแลกเสื้อระหว่างนักเตะในช่วงที่มีการจัดแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มีผลทำให้ผู้เล่นต้องทำการกักตัว 12 วัน อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระเบียบการนี้อย่างเป็นทางการ 

    ทั้งนี้เกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 5 วัน ฉะนั้นหาก ยูฟ่า มีบทลงโทษในกรณีนี้ และนักเตะต้องเข้ารับการกักตัว จะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทัพ "เปแอสเช" ในการชิงถ้วยใบโตยุโรปครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

บาเยิร์นยิ้ม! “ปาวาร์” ลงซ้อมได้เรียบร้อย

 

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ได้รับข่าวดีก่อนฟาดแข้งกับ โอลิมปิก ลียง วันพุธนี้ เพราะล่าสุดกองหลังตัวเก่งอย่าง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ คืนสนามซ้อมเรียบร้อย  
 แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังเฟร้นช์แมนของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ลงซ้อมร่วมกับทีมแบบเบาๆ ได้เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ปรากาหลังทีมชาติฝรั่งเศสวัย 24 ปี ได้รับบาดเจ็บที่เท้าเมื่อราวสามสัปดาห์ก่อน แต่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มลงซ้อมกับเพื่อนๆ ได้แล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คาดว่า เจ้าตัวยังไม่น่าจะพร้อมช่วยทัพ "เสือใต้" ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ กับ โอลิมปิก ลียง วันพุธที่ 19 สิงหาคมนี้ แต่กุนซือ ฮันซี่ ฟลิค อาจจะมอง ปาวาร์ เป็นทางเลือก หากทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะเตะในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

     ทั้งนี้ ปาวาร์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน ถือเป็นแข้งกำลังหลักของ บาเยิร์น โดยฤดูกาลนี้ลงเล่นไปแล้วรวมทุกรายการ 46 นัด ทำได้ 5 ประตู

 

ยกเครื่อง!บาร์ซ่าเล็งโละยกชุดเหลือ4รายเท่านั้น

สื่อสเปนตีข่าว บาร์เซโลน่า เตรียมทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการโละนักเตะออกไปแทบยกชุด โดยจะเลือกแค่ 4 ผู้เล่นที่ดูแล้วเป็นอนาคตของสโมสร พร้อมกันนี้ยังเล็งปล่อยแข้งสตาร์อายุเกิน 30 ปีออกไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้วย
               บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน เตรียมดำเนินงานการปรับทีมแบบยกเครื่องด้วยการโละนักเตะชุดปัจจุบันออกไปจนแทบเกลี้ยง โดยจะเหลือเพียงแค่ 4 ผู้เล่นซึ่งเป็นอนาคตของสโมสรเอาไว้เท่านั้น จากการเปิดเผยของ สปอร์ต สื่อดังในเมืองกระทิงดุ

              หลังจากที่ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" โดน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยำใหญ่ไม่นับญาติด้วยสกอร์ 2-8 ร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังจอมแกร่งถึงกับออกมาพูดด้วยตัวเองว่าถึงเวลาแล้วที่ บาร์ซ่า จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง

              สำหรับคำพูดของ ปิเก้ ดูเหมือนว่าเขายินดีที่จะอำลาสโมสรหากรู้สึกว่าตนไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป โดยเรื่องนี้เจ้าตัวสบายใจได้เพราะ อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ย้ายทีมสมใจอยากแน่นอน เนื่องจาก สปอร์ต ระบุว่าเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่จะโดนโละทิ้ง

              สื่อสเปนระบุอีกว่า โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทีมแบบยกเครื่อง แต่จะเก็บเอาไว้แค่ 4 คนเท่านั้นซึ่งเป็นอนาคตของทีมได้แก่ มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, แฟรงกี้ เดอ ยอง และ ลิโอเนล เมสซี่

              ขณะเดียวกับ บาร์เซโลน่า ก็พร้อมที่จะตอบรับข้อเสนอที่น่าสนใจจากทุกๆ สโมสรในการซื้อผู้เล่นทีมชุดใหญ่อย่างเช่น ซามูแอล อุมตีตี้, อิวาน ราคิติช และ อาร์ตูโร่ วิดัล นอกจากนี้ทีมยังเตรียมปล่อยนักเตะสตาร์ที่อายุเกิน 30 ปีออกไปเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของสโมสรด้วย

ลียงพิสูจน์แล้ว! เอ็มบัปเป้ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ “ลีกชาวนา”

กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกลีกเอิงว่าเป็นลีกชาวนา หลังโอลิมปิก ลียง เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกว่าลีกเอิงเป็นลีกชาวนา ซึ่งด้อยกว่าลีกใหญ่ในยุโรปลีกอื่นๆ

โอลิมปิก ลียง หนึ่งในตัวแทนสโมสรจากฝรั่งเศสในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่งหักปากกาเซียน เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 3-1 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเป็นเรือใบสีฟ้าที่ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศต่อไป

จากผลการแข่งขันดังกล่าว ไม่เพียงสร้างความดีใจให้แฟนบอลลียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอ็มบัปเป้ สตาร์ของเปแอสเช ที่รู้สึกยินดีกับสโมสรร่วมลีกเอิงที่ช่วยพิสูจน์ความแข็งแกร่งของฟุตบอลฝรั่งเศสให้โลกได้เห็น

ดาวยิงวัย 21 ปี โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์หลังเกมเพียงสั้นๆ ว่า "ลีกชาวนา" พร้อมรูปอิโมจิเป็นตัวตลก และรูปปรบมือ เพื่อตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มีคนเคยดูถูกลีกเอิงมาก่อน

หลังจากที่เอ็มบัปเป้ทวิตข้อความดังกล่าวออกไป ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของทางลียงก็เข้าร่วมสนุกด้วยการโพสต์ข้อความว่า "ไม่มีชาวนาที่นี่" พร้อมแสดงความยินดีกับชัยชนะที่ได้มา

ทั้งนี้ โอลิมปิก ลียง มีโปรแกรมต้องเข้าไปพบกับบาเยิร์น มิวนิค ในรอบรองชนะเลิศต่อไป หลังจากที่เคยเขี่ยยูเวนตุส และแมนฯ ซิตี้ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้วก่อนหน้านี้ตามลำดับ

ฟูลแบ็กอาการหนัก, แนวรุกไม่คม ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู พ่าย เซบีย่า อดชิงยูโรปา ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่สุดท้ายสู้ความช่ำชองของ เซบีย่า ไม่ได้ส่งผลให้ทีมแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ "ปีศาจแดง" ต้องเจ็บช้ำกับการตกรอบตัดเชือก 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้
    "ผีแดง" มีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่น่าเสียดายที่ทีมมาโดนตีเสมอ จากซูโซ่ และถูก ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยในครึ่งหลัง ส่งให้ เซบีย่า ได้เข้าชิงถ้วยใบเล็กยุโรปครั้งที่ 6

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องกลับไปเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องเสริมแกร่งทั้งในเกมรับ และเกมรุก ซึ่งในแมตช์นี้ขาดความเฉียบคมไปพอสมควร

1. ยิงทิ้งยิงขว้าง


    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงแทบอยากจะเปลี่ยนตัวเองลงไปเล่นแทน เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาลูกทีมได้เห็นว่าการจบสกอร์ที่เด็ดขาดและเฉียบคมเป็นยังไง หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมายโดยเฉพาะในครึ่งหลัง แต่ดันไม่เด็ดขาด

    แมตช์นี้ "เร้ด เดวิลส์" สร้างโอกาสบริเวณหน้าประตูได้ถึง 20 ครั้ง แต่พวกเขาไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้เลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยิงประตูของเหล่ากองหน้าตัวความหวังทั้ง อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด

    โดยเฉพาะในกรณีของ มาร์กซิยาล ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษ 2-3 ครั้งแต่ดันยิงไปติดผู้รักษาประตู และยิงแบบไม่มีลุ้น ซึ่งหาก หัวหอกชาวฝรั่งเศส เปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้เป็นประตู รูปเกมคงจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่นักเตะต้องกลับไปแก้ไข หากต้องการยึดตำแหน่ง "หน้าเป้า" ถาวร

    จะว่าไปแล้วโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างขึ้นมา และยิงไม่ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากความเหนียวหนึบของ ยาสซีน บูนู ที่สามารถป้องกันจังหวะเหล่านั้นได้หมด โดยเฉพาะในต้นครึ่งหลังเจ้าตัวเซฟเป็นพัลวัน ทำให้ทีมยังคงรักษาสกอร์เสมอ 1-1 เอาไว้ได้
 
2. มหัศจรรย์ แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหัวใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะเขาเป็นคนที่คอยปั้นเกมรุกให้กับทีม และยังสามารถปั่นเกมคู่แข่งได้ตลอดเวลา ที่สำคัญการยิงจุดโทษของนักเตะก็สุดฉมัง จนทำให้ทีมยกให้เป็นมือ 1 ในการสังหารจุดโทษไปแล้ว

    สำหรับประตูที่ทำให้ทีมขึ้นนำมาจากจังหวะจุดโทษซึ่งเป็นครั้งที่ 22 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยตอนนี้เขามีส่วนกับการที่ทีมได้ประตูถึง 20 ลูก โดยเป็นการตะบันเอง 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ ซึ่งมีแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่มีสถิติเหลือกว่าเขาจาก 5 ลีกชั้นนำในยุโรป

     จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส เป็นจุดศูนย์รวมในการเล่นเกมบุกของ "ปีศาจแดง" โดยมีหลายจังหวะที่ แฟร์นันด์ส ผ่านบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ผ่านบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้ซัดจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    อีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เปิดบอลสุดฉมังให้ มาร์กซิยาล ได้ซัด แต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู อีกตามเคย ขณะเดียวกัน ดาวเตะเลือดฝอยทอง ได้บอลจาก มาร์กซิยาล บริเวณเขตโทษ และซัดเต็มเหนี่ยว แต่น่าเสียดายที่แนวรับของ เซบีย่า วิ่งเข้ามาป้องกันได้ทัน

    ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้ เซบีย่า ไม่าสมารถจัดการกับ แฟร์นันด์ส ได้ เขาแสดงให้เห็นถึงพลังกำลังในการเล่น และเทคนิคชั้นยอดในการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่ใช่วันของ แมนฯ ยูฯ เพราะแนวรุกขาดความเฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. ฟูลแบ็กไร้ประสิทธิภาพ

    ปกติแล้วฟูลแบ็กของแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีแต่ในแมตช์นี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ โดยพวกเขาไม่สามารถเติมเกมบุกขึ้นมาสร้างความอันตรายให้เกมรับ เซบีย่า ได้เลย แถมเกมรับยังหลวมโคกอีกต่างหาก

    ในจังหวะที่ทีมเสียประตูตีเสมอเริ่มต้นจาก ลูกัส โอกัมโปส ตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน ขณะที่ วาน-บิสซาก้า วิ่งตามไม่ทัน ก่อนที่จะผ่านไปให้ ซูโซ่ ซึ่งได้ยืนโล่งๆ สบายๆ เพราะ วิลเลี่ยมส์ ดันหลุดตำแหน่ง ทำให้เขาจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ชนิดที่ ดาบิด เด เคอา หมดปัญญาป้องกันจริงๆ

    ต้องบอกเลยว่า วาน-บิสซาก้า ค่อนข้างจะเล่นแบบตื่นๆ ไม่เหมือนกันช่วงที่ผ่านมา ที่เขาจะมีอาการนิ่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะในจังหวะเสียประตูที่สองหากจะโทษว่าเป็นการประกบที่ผิดพลาดของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็ได้ แต่ แบ็กขวาดาวรุ่งเลือดผู้ดี ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่ไม่วิ่งเข้ามากดดัน ลุค เดอ ยอง ทำให้เขาซัดประตูได้สบายอุรา

    สำหรับ วิลเลี่ยมส์ ต้องบอกเลยว่านี่คือแมตช์ที่จะทำให้เขาจดจำไปอีกนาน เพราะเกมนี้เจ้าตัวเล่นไม่ออก และยังเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้ เซบีย่า บุกเข้าไปลุ้นทำประตู ที่สำคัญนักเตะยังเล่นออกแนวตื่นสนามทำให้งานนี้ก็เลยโดนแข้งประสบการณ์ของทีมดังจากสเปน จัดการปั่นป่วนจนเสียขบวน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งประตูตีเสมอ และประตูชัยของ เซบีย่า เริ่มต้นจากบริเวณฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง ซึ่งงาน โซลชา คงต้องทำการบ้านอย่างหนักในการแก้ไขปัญหานี้ หากไม่อยากที่จะต้องเจ็บช้ำในการลุ้นความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

4.  ลินเดอเลิฟ VS แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับเลยว่านี่คือค่ำคืนที่แสนน่าผิดหวังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ โดยเฉพาะในรายของ ลินเดอเลิฟ มีกรณีให้ต้องพูดถึงอย่างมาก

    จังหวะที่ "ปีศาจแดง" เสียประตูที่สอง หลายคนมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ลินเดอเลิฟ ยืนผิดตำแหน่ง ทำให้ ลุค เดอ ยอง มีโอกาสซัดโล่งๆ ขณะที่ วาน-บิสซาก้า ก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้คู่แข่งได้เล่นสบายๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสียประตูอารมณ์ก็ถาโถมเข้าใส่นักเตะทุกคน

    ด้วยความที่ แฟร์นันด์ส พยายามชี้ให้เห็นถึงการเล่นที่ผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู แต่ด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ทำให้ ลินเดอเลิฟ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดแถมยังจัดการด่ากลับด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนกลายเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นกันไปแล้ว

    แม้ว่าหลังจบเกม โซลชา จะไม่ได้ตำหนิ ลินเดอเลิฟ ที่ทำพลาดในจังหวะนั้น แต่ก็ยอมรับว่าทีมควรมีการป้องกันจังหวะการเปิดบอลจากบริเวณด้านข้างให้ดีกว่า ซึ่งการพูดแบบนี้ดูเหมือนว่า "น้าลูกอม" จะบอกเป็นนัยๆ ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องหาคู่หูคนใหม่มาเล่นกับ แม็กไกวร์ ซะแล้ว

5. พลาดเข้าชิง 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้

    โซลา ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างมาในฤดูกาลนี้เมื่อเขาค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาและทะลุเข้าไปลุ้นความสำเร็จถึง 3 รายการได้แก่ คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้ง 3 ทัวร์นาเมนต์ เพราะต้องโบกมือลารอบตัดเชือกเรียบวุธ

    สำหรับในเกม คาราบาว คัพ ต้องพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือน ในขณะที่การดวลเกมฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก็ต้องเจอทีเด็ดของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ส่วนในการชิงชัยถ้วยใบเล็กยุโรป ต้องพ่ายให้กับเจ้าพ่อของโทรฟี่รายการนี้

    อย่างไรก็ตามในเกมยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก สิ่งหนึ่งน่าจะทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" พอจะมีรอยยิ้มอยู่บ้างก็คือสไตล์การเล่นที่สนุกเร้าใจ และสามารถไล่กดบดขยี้ เซบีย่า จนแทบอยู่หมัด แต่น่าเสียดายที่ทีมขาดความเฉียบคมทำให้พลาดโอกาสสำคัญๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วน

บาร์ซ่า ไม่ทน!!! สั่งปลด “เซเตียน” พ้นกุนซือ คาด “คูมัน” โดดเสียบแทน

 

บาร์เซโลนา แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเรื่องการแยกทางกับกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน หลังล้มเหลวทุกภารกิจในฤดูกาลล่าสุด

ถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรดังจากกาตาลัน หลังมีข่าวลือหนาหูในช่วงที่ผ่านมาว่าทีมกำลังพิจารณาเกี่ยวกับอนาคตของกุนซือวัย 61 ปีที่พาทีมตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเละเทะด้วยการพ่ายแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อาซูลกราน่า ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าได้สั่งปลด เซเตียน ออกจากการทำหน้าที่เทรนเนอร์ใหญ่ของทีม แม้ว่าเพิ่งจะเข้ามารับงานกุนซือไปเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาก็ตาม

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ เจ้าบุญทุ่ม ยังได้เผยต่อไปว่าตอนนี้สโมสรกำลังพิจารณาและหารือถึงการเลือกตัวกุนซือคนใหม่ และน่าจะมีการประกาศในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้

สำหรับสถิติของ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมาเขาพาทีมลงเล่นไปทั้งหมด 25 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งออกเป็นชนะ 16 เสมอ 4 และแพ้ 5 นัด แต่สาเหตุสำคัญของการโดนปลดคือการพาทีมพลาดแชมป์ทุกรายการ โดยเฉพาะในลา ลีกา ที่โดน เรอัล มาดริด แซงเข้าวิน และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แพ้คู่แข่งแบบเละเทะ

ทั้งนี้ คนที่จะเข้าเป็นกุนซือคนใหม่ สื่อต่างประเทศคาดว่าคงหนีไม่พ้น โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังว่างเนื่องจากไม่มีโปรแกรมทีมชาติลงแข่งขัน และเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะในถิ่นคัมป์นูมาแล้วช่วงปี 1989-1995 ซึ่งการประกาศตัวกุนซือคนใหม่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าตามที่สโมสรแถลงการณ์

หน้ามืดแล้ว!แมนยูหวังปาดหน้าปืนคว้า “กาเบรียล”

สื่อผู้ดี รายงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมสวมบทนักซิ่งเหยียบมิดไมล์ปาดหน้า อาร์เซน่อล เพื่อคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส แนวรับเลือดแซมบ้าจาก ลีลล์ มาร่วมทัพ ทั้งๆ ที่นักเตะกำลังจะเข้ารับการตรวจร่างกายกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ก็ตาม

              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะปาดหน้า อาร์เซน่อล ในการคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส กองหลังชาวบราซิเลียนมาร่วมทีม แม้ว่า "เดอะ กันเนอร์ส" ก็ยังคงเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแข้งรายนี้ไปเสริมทัพ จากการเปิดเผยของ สกาย สปอร์ตส์ สื่อดังในอังกฤษ

             ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่า กาเบรียล กำลังอยู่ในช่วงการเจรจาขั้นสุดท้ายกับ อาร์เซน่อล และจะเข้ารับการตรวจร่างกายในวันนี้ (วันพฤหัสบดี) โดยหากทุกอย่างไม่มีปัญหานักเตะเลือดแซมบ้าจะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับทีมด้วยระยะเวลา 5 ปีเลยทีเดียว พร้อมกับค่าตัว 22.6 ล้านปอนด์ (ราว 858.8 ล้านบาท)

              อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรแรกๆ ที่สนใจอยากได้ กาเบรียล ซึ่งเป็นผู้เล่นตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟสมัยใหม่แถมยังถนัดเท้าซ้าย คาดหวังว่าจะใช้ช่วงเวลาประมาณ 11 ชั่วโมงนี้ทำการยื่นข้อเสนอเพื่อหวังให้นักเตะเปลี่ยนใจย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

              สำหรับไม้ตายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมใช้ยั่วใจ กาเบรียล ซึ่งทำผลงานได้น่าประทับใจกับสโมสรลีลล์ ในฤดูกาลล่าสุดและมีส่วนช่วยให้ทีมได้อันดับ 4 ในศึกลีก เอิง หวั่นไหวนั่นก็คือการมอบข้อเสนอจำนวนเงินค่าเหนื่อยสูงกว่าที่ทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า มอบให้ รวมทั้งโอกาสได้เล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ตัดเชือก UCL ไร้ทีมสเปน-อังกฤษครั้งแรกรอบ 24 ปี

รอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีทีมจากสเปนและอังกฤษเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ไม่มีทีมจากลีกสเปนหรืออังกฤษ ผ่านเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

บรรดายอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลาลีกาสเปน มักได้รับการยกเป็นสองลีกที่จะมีทีมเต็งคว้าแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นประจำทุกปี ซึ่งบรรดาสโมสรระดับท็อปจากสองลีกนี้มักจะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นบนเวทียุโรป

ทว่าในฤดูกาลน้ีรอบตัดเชือก UCL เหลือ 4 ทีมจาก 2 ประเทศอย่างฝรั่งเศสและเยอรมัน หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะ อตาลันต้า 2-1 และ แอร์เบ ไลป์ซิก เอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด 2-1

ขณะที่ในสองคืนที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม บาร์เซโลนา 8-2 ตามด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา โอลิมปิก ลียง เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีหรือตั้งแต่ฤดูกาล 1994-95 ที่ไม่มีทีมจากสเปนหรืออังกฤษผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกฯ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่มีทีมจากฝรั่งเศสและเยอรมันผ่านเข้ารอบรองฯทั้งคู่

กุลลิทเชียร์ผีรีบคว้าอูปาเมกาโน่เสริมทัพ

รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์เชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้รีบคว้าตัว ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวเก่งของ ไลป์ซิก มาร่วมทีมโดยด่วน

 แข้งวัย 21 ปีเล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ทีมเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ไปครองในขณะที่ทาง "ปีศาจแดง" ก็มีข่าวว่าต้องการเสริมทัพในตำแหน่งเซนเตอร์เพื่อมาจับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

 ทาง กุลลิท มั่นใจว่าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว อูปาเมกาโน่ ร่วมทีมได้สำเร็จ จะสร้างผลกระทบในแบบเดียวกับที่ตอน ลิเวอร์พูล ได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมเลย

 "สิ่งแรกที่ คล็อปป์ ทำกับ ลิเวอร์พูล คืออะไรล่ะ? เขาซื้อกองหลังชั้นดี, เขาซื้อผู้รักษาประตูฝีมือดีและกองหลังที่ดีเพราะทุกๆอย่างมันเริ่มต้นจากจุดนั้น" กุลลิท กล่าวผ่านบีอิน สปอร์ต

 "และผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเริ่มจากจุดนั้นเช่นกัน ผมมองเห็นบางอย่างที่มหัศจรรย์กับ ไลป์ซิก และ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ เขาโดดเด่นมาก (ในเกมกับ แอต.มาดริด)"

 "เขาเล่นกับบอลได้ เขาเข้าสกัดหนักหน่วง กองหลังคือจุดที่ผมจะเริ่มทำทีมหากผมเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด"

ใช้เงินตั้งเยอะ!ยาย่าชี้เป๊ปล้มเหลวกับแมนซิตี้

ยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ชาวไอวอรี่ โคสต์ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ล้มเหลวกับทีมอย่างสิ้นเชิงหลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเอาถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาให้ทีมได้สักที ชี้ เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณการทำทีมแล้วนั้น กวาร์ดิโอล่า ก็ควรจะต้องทำให้ทีมได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้แล้ว

   ยาย่า ตูเร่ กองกลางไร้สังกัดคนดัง กล่าวว่าจนถึงตอนนี้ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือว่าทำผลงานได้ล้มเหลวและน่าผิดหวัง หลังจากที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้เลย

    แมนฯ ซิตี้ ตัดสินใจดึง กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมในปี 2016 ด้วยเป้าหมายว่าเขาจะพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง หลังจากที่เจ้าตัวเคยได้แชมป์รายการดังกล่าวกับ บาร์เซดลน่า ในฐานะกุนซือ 2 สมัย และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านมา 4 ฤดูกาล กวาร์ดิโอล่า ก็ยังไม่สามารถนำถ้วย "บิ๊กเอียร์" มาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้เลย และที่จริงเขายังไม่เคยพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศได้ด้วยซ้ำ อย่างในฤดูกาล 2019-20 แมนฯ ซิตี้ ก็มาถึงเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ จากการแพ้ โอลิมปิก ลียง แบบสุดช็อก 1-3

    ตูเร่ คนน้อง ซึ่งเคยมีปัญหาบาดหมางกับ กวาร์ดิโอล่า ในช่วงหนึ่งนั้น เผยว่า "ผู้จัดการทีมถูกดึงมาก็เพื่อการนั้น เขาถูกจ้างมาเพื่อให้เอาถ้วยแชมป์นี้มาครองให้ได้ เมื่อคุณได้เห็นว่า ลิเวอร์พูล และบางทีมสามารถคว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้ทั้งที่ไม่ต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่างมากแล้วน่ะ มันก็ถือว่าค่อนข้างแปลกและน่าผิดหวังเลย"

    "แน่นอน เขาถูกดึงมาอยู่กับทีมเพื่อเป้าหมายว่าต้องคว้าแชมป์รายการใหญ่มาครองให้ได้ และตอนนี้เขาก็ยังไม่สามารถทำตามแบบที่พวกเขาต้องการได้ ทุกคนรู้ดีว่า เป๊ป เป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมากๆ แต่ตอนนี้หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามแบบที่พวกเขาต้องการ บางครั้งมันก็อาจจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแนวทางการทำงานของพวกเขาน่ะนะ เรามารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไง"

    "ถ้านี่เป็น บาร์เซโลน่า หรืออาจจะรวมถึง เรอัล มาดริด แล้วล่ะก็ เขาก็จะเจอปัญหาอย่างแน่นอน มันขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารและเรื่องที่ว่าพวกเขาจะตัดสินใจทำยังไงกับเขา สำหรับผมแล้วเขาอยู่ในระดับเดียวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ ซีเนดีน ซีดาน แต่มันขึ้นอยู่กับสโมสรด้วยว่าจะทำยังไง ผมรู้จัก ซิตี้ ดี พวกเขาสามารถเอากุนซือทุกคนที่พวกเขาต้องการมาทำงานให้กับพวกเขาได้แบบสบายๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าพวกเขามีเงินมากพอที่จะทำอย่างนั้นได้"

    "หลายคนพยายามหาข้ออ้างว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะคว้าแชมป์ลีกให้ได้ก็เท่านั้น แต่คุณไม่สามารถโกหกเกี่ยวกับเรื่องนั้น (การต้องคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองให้ได้สถานเดียว) ได้หรอก เพราะเมื่อพิจารณาถึงงบประมาณที่สโมสรมอบให้เขาแต่ละปีแล้วน่ะ มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นต้องทำให้ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น"