“ฟลิค” ชี้บาเยิร์นฟอร์มไม่แจ่มแม้ซิวถ้วยซูเปอร์คัพ

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ชี้ "เสือใต้" ฟอร์มยังไม่แจ่ม แม้โค่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-2 ซิวแชมป์ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ รับไม่ง่ายเลยสำหรับเกมนี้

ฮันซี่ ฟลิค เฮดโค้ชคนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค เผยว่า ทีมตนยังมีหลายอย่างที่จะต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น ถึงแม้ล่าสุดคว้าแชมป์ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ หลังเบียดเอาชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-2 ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา

บาเยิร์น ดูเหมือนจะคว้าชัยชนะได้ไม่ยาก หลังขึ้นนำก่อน 2-0 จากการทำประตูของ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ นาทีที่ 18 และ โธมัส มุลเลอร์ นาทีที่ 32 ทว่าหลังจากนั้นแค่ 7 นาที ดอร์ทมุนด์ ตีไข่แตกได้ จากการยิงสุดเฉียบของ ยูเลียน บรันด์ท

เริ่มครึ่งหลังมาได้แค่ 10 นาที "เสือเหลือง" มาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากการหลุดเข้าไปยิงของ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 82 "เสือใต้" มาได้ประตูชัยจาก โยชัว คิมมิช ทำให้ บาเยิร์น คว้าแชมป์ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 8 และถือเป็นแชมป์รายการที่ 5 (ต่อจาก บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ-โพคาล, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ) ของสโมสรภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

 "มันไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยจริงๆ โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลัง" ฟลิค เปิดใจหลังเกม "เราขึ้นนำก่อน 2-0 ก็จริง แต่หลังจากนั้นเราก็เจองานสุดหินเลย แต่สิ่งสำคัญสุดคือเราได้ชัยชนะ นอกนั้นเราจำเป็นต้องทำให้ดีขึ้นอีกในเกมวันอาทิตย์นี้ (เจอ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน)"

 

ไม่ทันเวลา!บิ๊กยูเวนตุสลั่นล้มแผนดึงซัวเรซร่วมทัพแล้ว

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผอ.กีฬา ยูเวนตุส ระบุเอง ล้มแผนที่จะดึง หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทัพแล้ว พร้อมบอกว่ากองหน้าที่เล็งเอาไว้ไม่ได้มีแค่ เอดิน เชโก้ เท่านั้นด้วย

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าทีมของตนล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิง บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว

ยูเวนตุส ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ ซัวเรซ ไปเสริมทัพตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า บอกกับดาวเตะชาวอุรุกวัยเองว่าจะไม่ได้เป็นกำลังหลักของทีมอีกต่อไป ซึ่งตอนแรกอดีตดาวยิง ลิเวอร์พูล ก็บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "เบียงโคเนรี่" ได้แล้วด้วย

ทั้งนี้ ซัวเรซ ถึงขั้นเดินทางไปประเทศอิตาลีเพื่อทำการสอบภาษาอิตาเลียนอีกต่างหาก โดยมันเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำหรับการทำพาสปอร์ตซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการไปเล่นที่แดนมะกะโรนี อย่างไรก็ตาม กระบวนการต่างๆ กลับใช้เวลานานเกินไป และล่าสุด ปาราติชี่ ก็บอกว่าพวกเขาตัดสินใจยุติการล่าตัว ซัวเรซ แล้ว เพราะตอนนี้มันไม่สามารถปิดดีลให้ทันเส้นตายได้ และยังไม่สามารถลงทะเบียนชื่อเขาสำหรับการทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทันเวลาด้วย

ปาราติชี่ ให้สัมภาษณ์กับ สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาของอิตาลีว่า "คุณสามารถเอาชื่อของ ซัวเรซ ออกจากลิสต์นั้น (ลิสต์นักเตะที่อาจย้ายมาอยู่กับ ยูเวนตุส) ได้เลย เพราะเวลาที่ต้องใช้ในการได้พาสปอร์ตน่ะมันจะเลยเส้นตายการเสริมทัพหรือการลงทะเบียนรายชื่อนักเตะสำหรับการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก เราประเมินความเป็นไปได้ในดีลของ ซัวเรซ ก็ตอนที่โอกาสมันมาถึงเรา ก่อนหน้านี้เขาอยู่ระหว่างการขอสัญชาติอิตาเลียน ดังนั้นเราเลยประเมินกันว่าจะสามารถลงทะเบียนเขาได้ทันรึเปล่า แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นได้ ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าเขาไม่เคยใกล้ที่จะย้ายมาอยู่กับเราหรอก"

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ยูเวนตุส มีข่าวกับ เอดิน เชโก้ หัวหอก อาแอส โรม่า ด้วย ซึ่ง ปาราติชี่ ก็บอกว่า เชโก้ ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของทีม "เอาเป็นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า สถานการณ์ของ เชโก้ แต่มันเป็นสถานการณ์ในด้านกองหน้า เพราะตอนนี้ ยูเวนตุส ต้องการกองหน้าตัวเป้า ตอนนี้เราคิดแค่การดึงกองหน้ามาร่วมทัพเพียง 1 คนเท่านั้น เราไม่ได้ถึงขั้นตั้งเป้าที่จะเซ็นสัญญากับกองหน้าถึง 2 คนหรอก เรารู้ดีว่าเราต้องการอะไร และเราก็กำลังทำงานในประเด็นนั้นอย่างใจเย็น ตลาดมันยังเหลือเวลาอีก 15 วัน และเราก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด มันมีตัวเลือกอื่นๆ อีก ไม่ใช่ว่ามีแค่ เชโก้ เพียงคนเดียวเท่านั้น"

 

ไม่เชื่อน้ำยาแมนยู!บ่อนชูทีมเต็ง1แชมป์ชปล.หลังรู้ผลรอบแบ่งกลุ่ม

soccer="1"

หลังจากมีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วนั้น วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายแห่งหนึ่งก็ชูให้ บาเยิร์น กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์ร่วมกัน ส่วน ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ร่วมสำหรับการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครอง ด้วยราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตามราคาที่้เปิดโดย วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายชื่อดังของเมืองผู้ดี

บาเยิร์น มีดีกรีเป็นแชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อน แถมขุมกำลังโดยรวมก็ยังแข็งแกร่งอยู่ ภายหลังนักเตะระดับทีมชุดใหญ่ที่บอกลาทีมไปหลังจบซีซั่นที่แล้วมีเพียง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อิวาน เปริซิช เท่านั้น แถมยังได้ ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาร่วมทัพด้วย ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็เสริมทัพเต็มที่ด้วยการเซ็นทั้ง เฟร์ราน ตอร์เรส, นาธาน อาเค่ และ รูเบน ดิอาส แถม โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังก็ยังอยู่กับทีมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่มทั้งคู่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งมากนักจนไม่น่าจะหลุดจากการเป็น 2 อันดับแรกของกลุ่มไปได้ โดย บาเยิร์น อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ แอตเลติโก มาดริด, เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ โลโคโมทีฟ มอสโก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ที่อยู่ในกลุ่ม ซี นั้น งานเบากว่าด้วยซ้ำเพราะเพื่อนร่วมกลุ่มประกอบไปด้วย เอฟซี ปอร์โต้, โอลิมเปียกอส และ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดก็ทำให้ทั้ง 2 ทีมถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ร่วมกันในตอนนี้

สำหรับเต็ง 3 ในสายตาของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) หลังจากที่ตัวหลักของ "หงส์แดง" ยังอยู่กันพร้อมหน้า แถมยังมีแข้งระดับ ติอาโก้ มาเสริมแกร่งอีก ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มนั้นงานของพวกเขาก็ไม่ถือว่าหนักมากเกินไป แม้ว่า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ อตาลันต้า จะมีชื่อชั้นดีก็ตาม ขณะที่ มิดทิลแลนด์ ถูกมองว่าน่าจะเป็นเพียงทีมไม้ประดับเท่านั้น

ทั้งนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นเต็ง 4 ในราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน) โดยที่ เรอัล มาดริด ตามมาเป็นเต็ง 5 ด้วยราคา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน) ส่วน บาร์เซโลน่า กับ ยูเวนตุส เป็นเต็ง 6 ร่วมกันที่ราคา 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

สำหรับอัตราต่อรองที่น่าสนใจอื่นๆ นั้น มีอย่างเช่น แอตเลติโก มาดริด กับ เชลซี ที่เป็นเต็ง 8 ร่วมด้วยราคา 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 10 ที่ราคา 25/1 (แทง 1 จ่าย 25 ไม่รวมทุน) และ อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง อตาลันต้า ที่เป็นเต็ง 11 ร่วมกันด้วยราคา 33/1 (แทง 1 จ่าย 33 ไม่รวมทุน) เป็นต้น

อัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ 10 อันดับแรก หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว

    1. บาเยิร์น, แมนฯ ซิตี้ 4/1
    3. ลิเวอร์พูล 5/1
    4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 10/1
    5. เรอัล มาดริด 12/1
    6. บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส 16/1
    8. แอต. มาดริด, เชลซี 20/1
    10. แมนฯ ยูไนเต็ด 25/1

คาร์ร่าชูมาเน่มีโอกาสถูกยอมรับเหนือ1ตำนานลิเวอร์พูล

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ระบุ ในมุมมองของตนแล้วนั้น ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะได้รับการยอมรับว่าเหนือกว่า จอห์น บาร์นส์ ตำนานตัวริมเส้นของ "หงส์แดง" โดยบอกว่า มาเน่ เป็นหนึ่งในปีกซ้ายที่เก่งที่สุดของโลกด้วย

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัล อาจถึงขั้นได้รับการยอมรับจากหลายฝ่ายว่าเหนือกว่า จอห์น บาร์นส์ ตำนานปีกของ "หงส์แดง" ได้เลยเมื่อถึงเวลาที่เขาบอกลาทีมไปแล้ว

มาเน่ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กำลังทำผลงานได้สุดยอดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเขาก็เพิ่งเหมาคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ทีมบุกไปชนะ เชลซี 2-0 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา แถมยังเป็นคนทำให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น กองหลัง "สิงโตน้ำเงินคราม" โดนใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย

คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ผมคิดว่า มาเน่ เป็นหนึ่งในตัวรุกฝั่งซ้ายที่เก่งที่สุดในโลกฟุตบอล ผมชอบเขามากๆ เขาเป็นการเสริมทัพรายแรกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และนั่นก็ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม (หมายถึงซีซั้นแรกที่ คล็อปป์ ได้คุมทีมแบบเต็มตัว) เขาทำผลงานได้ดีแบบคงเส้นคงวา และเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง"

"เราทุกคนต่างก็รัก จอห์น บาร์นส์ เขามักจะได้เป็นปีกซ้ายในชุด 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดตลอดกาลของ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ แต่ผมคิดว่าเมื่อ มาเน่ บอกลาทีมไปแล้วน่ะ เขาก็น่าจะมีลุ้นแย่งตำแหน่งนี้มาจาก บาร์นส์ เลยล่ะ"

 

แมนยูอ้วกแตกเจอทั้งปารีสฯ-ไลป์ซิก หงส์ไม่ยาก โด้วัดเมสซี่ ผลจับชปล.สุดซี้ด!

เปิดโผจับติ้ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลิเวอร์พูล เจองานไม่ยากมากนัก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกเจอทั้ง เปแอสเช ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

กลุ่ม เอ : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม บี :  เรอัล มาดริด (สเปน), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี),

กลุ่ม ซี : เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ),โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม ดี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)

กลุ่ม อี : เซบีย่า (สเปน), เชลซี (อังกฤษ), คราสโนดาร์ (รัสเซีย), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม เอฟ : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), ลาซิโอ (อิตาลี), คลับ บรูช (เบลเยียม)

กลุ่ม จี : ยูเวนตุส (อิตาลี), บาร์เซโลน่า (สเปน), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน),  เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

กลุ่ม เอช : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)

แววเด่นมานาน! สถิติน่าสนใจที่ผ่านมาของ ดีโอโก้ โชต้า

นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล เพราะเขาทำประตูได้ตั้งแต่การลงเล่นในลีกเป็นนัดแรกให้ทีม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเขาทำประตูได้ในนาทีที่ 88 หรือก็คือหลังจากโดนเปลี่ยนตัวลงมาเพียง 8 นาทีเท่านั้น

ที่จริง โชต้า เป็นนักเตะชาวโปรตุกีสที่ได้รับการจับตามองมานานแล้ว เพราะเขาเคยทำสถิติที่โดดเด่นเอาไว้กับการเล่นที่ โปรตุเกส ในตอนที่เจ้าตัวยังอายุน้อยอยู่ และวันนี้เราก็มีเกร็ดสถิติที่น่าสนใจของเขามาให้ได้ชม 3 อย่าง โดยหนึ่งในนั้นคือการที่เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกของลีกสูงสุดโปรตุเกสด้วย

– แข้งประวัติศาสตร์ของ ปากอส เด แฟร์เรยร่า
โชต้า อยู่กับ ปากอส มาตั้งแต่ในระดับอะคาเดมี่แล้ว โดยเขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในต้นฤดูกาล 2014-15 ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในเกม โปรตุกีส คัพ กับ อัตเลติโก เอส.ซี. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี 2014 อย่างไรก็ตาม กว่าที่เขาจะทำประตูแรกกับ ปากอส ได้นั้น ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ปี 2015 โดยวันนั้นเขาทำได้ 2 ประตูจนช่วยให้ ปากอส ชนะ อคาเดมิก้า เด โคอิมบร้า ในเกมลีก 3-2

แม้ว่าจะรอประตูแรกมาเนิ่นนาน แต่มันก็เป็นประตูที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับเขา เพราะมันทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ปากอส ที่ทำประตูใน พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ได้ ด้วยวัยเพียงราว 18 ปีเท่านั้น แถมการทำ 2 ประตูในเกมกับ โคอิมบร้า ยังทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในรอบราว 13 ปีที่ทำได้ 2 ประตูในเกมเดียวของวงการฟุตบอลโปรตุเกสด้วย

– คนแรกของลีก
ในฤดูกาล 2015-16 โชต้า ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำซีซั่นของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับรางวัลนั้น เพราะเขาสามารถทำประตูในลีกได้ถึง 12 ลูกด้วยกัน จนช่วยให้ ปากอส ได้อันดับ 7 ในลีกสูงสุด

ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุ 19 ปีคนแรกในประวัติศาสตร์ของ พรีเมยร่า ลีกา ที่สามารถทำประตูได้อย่างน้อย 12 ลูก โดยในลีกประจำฤดูกาลนั้นเขายังทำแอสซิสต์ได้ 8 ครั้งด้วย ซึ่งฟอร์มในฤดูกาลนั้นก็มีส่วนทำให้ แอตเลติโก มาดริด คว้าตัวเขาไปร่วมทัพ แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่ได้ลงเล่นให้ "ตราหมี" เลย เมื่อโดนปล่อยให้ทั้ง เอฟซี ปอร์โต้ และ วูล์ฟส์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ "หมาป่า" แบบถาวรในปี 2018

– สร้างสถิติกับ ปอร์โต้
ด้วยความที่ ปอร์โต้ เป็นทีมดังอันดับต้นๆ ของประเทศทำให้มันไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะมีนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีอยู่ในทีมหลายราย แต่ถึงอย่างนั้น โชต้า ก็ยังสร้างชื่อให้ติดอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของ ปอร์โต้ ด้วยการเป็นนักเตะชาวโปรตุกีสอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ ปอร์โต้

ลูกยิงที่ว่าเกิดขึ้นในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี ที่ ปอร์โต้ เปิดบ้านเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2016 โดยวันนั้นเขาเป็นคนทำประตูปิดท้ายให้กับทีมในนาทีที่ 77 ก่อนที่ ปอร์โต้ จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่ในรอบนั้นพวกเขาไปชนตออย่าง ยูเวนตุส ก่อนที่ ปอร์โต้ จะแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 0-3

คล็อปป์ตอบเรื่องเสริมทัพ-แอบพาดพิง2ทีมคู่แข่ง

หลังจากมีบางส่วนกังวลกับการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ทำการเสริมทัพมากเท่าไหร่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ตอบว่า "หงส์แดง" ไม่สามารถเทเงินก้อนโตไปกับการซื้อนักเตะได้ เพราะแนวทางของทีมไม่ใช่แบบนั้น รวมถึงยังพาดพิง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี นิดหน่อย พร้อมบอกว่าการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทัพมันไม่ได้แปลว่าคนเหล่านั้นจะเล่นได้ดีในทันที เพราะมันต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นปรับตัวเข้ากับทีมได้ด้วย
   

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตอนนี้ทีมของตนไม่สามารถทุ่มเงินเสริมทัพได้เหมือนกับหลายทีม เพราะ "หงส์แดง" กำหนดแนวทางการทำทีมเอาไว้แล้ว และแนวทางที่ว่าก็ช่วยให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แถมยังพาดพิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี 2 ทีมร่วมลีกนิดๆ ด้วยว่าให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล

จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้นักเตะแบบที่พร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพเพียงคนเดียว นั่นคือ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายชาวกรีซ ซึ่งก็เป็นเพียงการดึงมาให้เป็นอะไหล่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เท่านั้น โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมาทีมของ คล็อปป์ มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหนักเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดดีลได้เลยจนทำให้ "เดอะ ค็อป" บางส่วนกังวลไม่น้อย เพราะพวกเขามองว่าทีมรักควรจะต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอดเพื่อเป็นการสานต่อผลงานในช่วงนี้

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ บีบีซี สื่อชื่อดังว่า "ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายต่อหลายอย่าง (อย่างเช่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สำหรับบางสโมสรแล้วมันดูเหมือนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่าเรา บางสโมสรมีประเทศเป็นเจ้าของทีม (สื่อถึง แมนฯ ซิตี้ ที่มี ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่นำโดยบริษัทของ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน สมาชิกในราชวงศ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าของทีม) บางสโมสรมีผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของทีม (คล็อปป์ ใช้คำว่า oligarch ซึ่งเป็นคำที่บางครั้งคนใช้พาดพิงถึง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี) นั่นเป็นเรื่องจริง แต่เราน่ะเป็นสโมสรที่ต่างออกไป"

"2 ปีก่อนเราไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ส่วนปีก่อนก็ได้แชมป์รายการนั้น และฤดูกาลล่าสุดเราก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เราทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยการเป็นสโมสรอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำอย่างนั้นได้ด้วยการเดินตามแนวทางที่เราได้รับการชี้นำ"

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางในชั่วข้ามคืนแล้วบอกว่า -ตอนนี้เราอยากทำเรื่องต่างๆ ให้เหมือน เชลซี ตอนนี้เราอยากทำเหมือนกับพวกเขา- ได้หรอก ตอนนี้พวกเขาซื้อนักเตะหลายคนมาร่วมทัพ ซึ่งแน่นอนว่านั่นสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นเข้ากับทีมได้โดยเร็วด้วย เรื่องที่สำคัญน่ะไม่ได้มีแค่การดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหรอกนะ"

"คุณไม่สามารถดึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก 11 คนมาร่วมทีมแล้วหวังว่าในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในสนามซ้อม นั่นอาจจะเป็นข้อได้เปรียบของเรา เพราะเราทำงานด้วยกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามีบางคนที่ไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้น่ะนะ"

ดอร์ทมุนด์เปิดลีกบู๊กลัดบัค,เบรเมนฉะแฮร์ธ่าPPTVยิงสด

"เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ได้ฤกษ์เปิดลีกเมืองเบียร์ เกมนี้ เจดอน ซานโช่ สวมบทจอมทัพนำลุยทีมเยือน "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ที่คาดหวังสามแต้มเช่นกัน ขณะที่อีกคู่ "นกนางนวล" เบรเมน ที่ซีซั่นก่อนรอดตกชั้นหวุดหวิด มีคิวรอดวล "หญิงชรา" แฮร์ธ่า เบอร์ลิน โดยคู่นี้ถ่ายทอดสดทาง พีพีทีวี คืนวันเสารที่ 19 กันยายน ตั้งแต่เวลา 20.30 น.เป็นต้นไป

ปรีวิวฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน 
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
ดอร์ทมุนด์ – มึนเช่นกลัดบัค 
เวลา : 23.30 น. 

สนาม : ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค 

      ”เสือเหลือง” ของเทรนเนอร์ ลูเซียง ฟาฟร์ ที่จบรองแชมป์บุนเดสลีกา 2019/20 ประเดิมเกมเป็นทางการด้วยการบุกถล่มดุ๊ยส์บวร์ก 5-0 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สภาพทีมยังไม่สมารถใช้งาน ดาน-อักเซล ซากาดู (เรียกความฟิต), นิโค่ ชูลซ์ (เรียกความฟิต) และ มาร์เซล ชเมลเซอร์ (เข่า) ได้ตามเดิม

   แต่จะได้ โรมัน เบือร์กี้ กับ ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ฟิตกลับสู่ทีม โดยเบือร์กี้จะกลับลงมาเฝ้าเสา ขณะที่ เกร์เรยโร่ ต้องแย่งวิงแบ็กซ้ายตัวจริงกับ ธอร์กกาน อาซาร์ 

    ตำแหน่งที่เหลือยึดชุดเดิมแนวรุกวางใจใช้เจ้าหนู โจวานนี่ เรย์น่า ลงตัวจริงลงประสานงานแนวรุกร่วมกับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ และ เจดอน ซานโช่ มิดฟิดล์คู่กลางให้ จู๊ด เบลลิงแฮม ดาวรุ่งที่ซื้อจากเบอร์มิงแฮม ลงคุมเกมร่วมกับ อักเซล วิตเซล วิงแบ็กขวาใช้ โธมัส เมอนิเย่ร์ ที่ได้มาจากเปแอสเชลงประจำการ
 
    ด้านทัพ ”สิงห์หนุ่ม” ของเทรนเนอร์ มาร์คุส โรเซ่ ที่ทำผลงานแจ่มจบอันดับ 4 จนได้โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สภาพทีมทีมยังชวดใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บ บรีล เอ็มโบโล่ (ข้อเท้า), วาเลนติโน่ ลาซาโร่ (กล้ามเนื้อน่อง), อันเดรียส โพลเซ่น (ไหล่) และ ลาสซ์โล่ เบเนส (ข้อเท้า) ทั้งหมด แต่ข่าวดีจะได้ อเลสซาน เพลอา, มาร์คุส ตูราม และ เดนิส ซากาเรีย ฟิตกลับคืนทีม

    อย่างไรก็ตามคาดว่า 11 คนแรก โรเซ่จะยึดชุดเดิมจากเกมบุกถล่มโอเบอร์นอยลันด์ 8-0 ต่อไป แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็ก นิโค่ เอลเวดี้ ยืนคู่ มัทธีอัส กินเทอร์ มิดฟิลด์คู่กลาง โฟลเรียน นอยเฮาส์ จับคู่ คริสโตฟ คราเมอร์ แนวรุกให้ ฮันเนส โวล์ฟ, ลาร์ส ชตินเดิ้ล และ โยนาส โฮฟมันน์ คอยปั้นเกม หน้าเป้าดัน พาทริค แฮร์มันน์ มาประจำการ 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    
    
    ดอร์ทมุนด์ (3-4-3) : โรมัน เบือร์กี้ – เอ็มเร่ ชาน, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – โธมัส เมอนิเย่ร์, จู๊ด เบลลิงแฮม, อักเซล วิตเซล, ธอร์กกาน อาซาร์ (ราฟาแอล เกร์เรยโร่) – โจวานนี่ เรย์น่า, เออร์ลิง ฮาแลนด์, เจดอน ซานโช่ 

    เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์

    มึนเช่นกลัดบัค (4-2-3-1) : ยาน ซอมเมอร์ – สเตฟาน ไลเนอร์, นิโค่ เอลเวดี้, มัทธิอัส กินเทอร์, รามี่ เบนเซไบนี่ – โฟลเรียน นอยเฮาส์, คริสโตฟ คราเมอร์ – ฮันเนส โวล์ฟ, ลาร์ส ชตินเดิล, โยนาส โฮฟมันน์ – พาทริค แฮร์มันน์

    เทรนเนอร์ : มาร์คุส โรเซ่

แวร์เดอร์ เบรเมน – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน
เวลา : 20.30 น. ถ่ายทอดสด : พีพีทีวี

สนาม :  เวเซอร์ สตาดิโอน

     ”นกนางนวล” ภายใต้การคุมทีมของเทรนเนอร์ โฟลเรียน โคห์เฟลด์ ที่อยู่รอดในลีกสูงสุดได้แบบหวุดหวิดฤดูกาลล่าสุด สภาพทีมมีปัญหาหมดสิทธิ์ใช้งาน มิลอต ราชิชา (ข้อเท้า) กับ โอเมอร์ โทปรัค (น่อง) ทั้งคู่ 

    การจัดทัพยึดระบบ 4-1-2-1-2 คาดว่าปรับจุดเดียวจากนัดล่าสุดส่ง ดาวี่ คลาสเซ่น คุมเกมร่วมกับ มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ ส่งผลให้ เลโอนาร์ดโด้ บิทเท่นคอร์ท หลุดเป็นสำรอง 

    แผงหลังกับแนวรุกวางใจยึคชุดเดิม สามประสานแนวรุกใช้ ยูยะ โอซาโกะ รับบทหน้าต่ำ คู่กองหน้าวาง ดาวี่ เซลเค่ จับคู่ล่าตาข่ายกับ โยชัว ซาร์เกนท์ แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็กให้ เดดริก โบยาต้า ยืนคู่ ยอร์ดาน โตรูนาริห์กาจริง 


    ข้ามมาดู ”หญิงชรา” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่ปัจจุบันมี บรูโน่ ลาบบาเดีย เป็นเทรนเนอร์ สภาพทีมตอนนี้เหลือแค่ ซานติอาโก้ อัสกาซิบาร์ (กระดูกเท้า) กับ และ ยาไวโร ดิลโรซุน (กล้ามเนื้อต้นขา) ที่ชวด 

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ข่าวดีคือคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริง เดดริก โบยาต้า จะกลับมายืนคู่ ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา สามประสานแนวรุกให้ โดดี ลูเกบากิโอ, มาเธอุส คุนญ่า และ  มักซิมิเลี่ยน มิทเทิ่ลชตัดท์ คอยปั้นเกม หน้าเป้าจัด คริสตอฟ ปิออนเต็ก ดาวยิงโปแลนด์ประจำการ 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม    
    
    เบรเมน (4-1-2-1-2) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, ลุดวิก ออกุสตินสัน – พาทริค เออร์ราส – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – ยูยะ โอซาโกะ – ดาวี่ เซลเค่,โยชัว ซาร์เกนท์

    เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์ 

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (4-2-3-1) : อเล็กซานเดอร์ ชโวลอฟ – ปีเตอร์ เปคาริก, เดดริก โบยาต้า, ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา, มาร์วิน พลัทเท่นฮาร์ดท์ – วลาดิเมียร์  ดาริด้า, ลูก้าส์ ตูซาร์ – โดดี ลูเกบากิโอ, มาเธอุส คุนญ่า, มักซิมิเลี่ยน มิทเทิ่ลชตัดท์ – คริสตอฟ ปิออนเต็ก

    เทรนเนอร์ : บรูโน่ ลาบบาเดีย 

 

พรีเมียร์ฯมาสอง!5สโมสรมีหนี้ท่วมหัวเยอะสุด

เปิดรายชื่อ 5 สโมสรฟุตบอลที่มีหนี้เยอะสุด โดยสองทีมใหญ่จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดโผด้วย

นับเป็นเรื่องธรรมดาที่การทำธุรกิจนั้นจะมีหนี้ติดตัวบ้าง เพราะบางครั้งก็ต้องมีการไปกู้ยืมเงินมาดำเนินธุรกิจ แต่การมีหนี้มากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ซึ่งในวงการฟุตบอลการมีหนี้ก้อนโตอาจส่งผลเสียหลายอย่างอาทิ การต้องขายนักเตะคนสำคัญของทีม เป็นต้น

ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้ทีมฟุตบอลทั่วโลกได้รับผลเสียอย่างมาก เพราะพวกเขาจะขาดรายได้ไปหลายทาง และทำให้หลายทีมมีหนี้เยอะตามไปด้วย ซึ่งวันนี้เรามี 5 อันดับทีมที่มีหนี้ติดตัวมากสุดมาให้ได้ชมกัน ลองไปดูกันดีกว่าว่าแต่ละทีมมีหนี้มากแค่ไหน

1. แมนฯ ยูไนเต็ด

แม้ว่าบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของตระกูลเกลเซอร์ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด จะยังทำให้ทีมเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ได้ แต่ในขณะเดียวกันบัญชีของ "ปีศาจแดง" ก็ยังน่าเป็นห่วงสุดๆ เพราะมีหนี้ท่วมหัวถึง 568 ล้านยูโร (ประมาณ 21,016 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แน่นอนเรื่องนี้ไม่ได้มาจากผลกระทบของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงอย่างเดียว ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีหนี้มากขนาดนี้เป็นเพราะก่อนหน้านี้พวกเขามีผลงานในสนามที่ไม่ดีเท่าไหร่นักจนทำให้รายได้หลายส่วนหดลงตามไปด้วย ซ้ำร้ายพวกเขายังช็อปไปมากมายก่ายกองอีกต่างหาก

นอกจากนี้ยังมีหนี้บางส่วนที่ติดมาจากการที่ตระกูลเกลเซอร์กู้เงินมาเทกโอเวอร์ทีมด้วย แม้ว่าในฤดูกาลใหม่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้กลับไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ไม่น่าจะช่วยลดภาระหนี้ของทีมได้เยอะเท่าไหร่นัก นอกจากว่าพวกเขาจะมีแชมป์รายการใหญ่ๆ ติดมือบ้าง

2. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

83 ล้านยูโร (ประมาณ 17,871 ล้านบาท) คือจำนวนหนี้ที่ สเปอร์ส ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ ซึ่งที่จริงก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะที่ผ่านมาพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินก้อนโตไปกับการสร้าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม รังเหย้าแห่งใหม่ที่หวังว่าจะทำให้ทีมมีออร่าสู้กับบรรดาพี่เบิ้มของลีกได้ โดยว่ากันว่าพวกเขากู้เงินมาถึง 637 ล้านปอนด์เพื่อสร้างสนามแห่งนี้ด้วย

เดิมที สเปอร์ส หวังว่าค่าตั๋วจากสนามแห่งใหม่จะช่วยทำให้หนี้ลดลงได้บ้าง แต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้ฝันนั้นไม่เป็นจริง เพราะส่งผลให้แฟนบอลไม่สามารถเข้ามาเชียร์ในสนามได้ และก็อาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องขายดาวดังบางคนเพื่อผ่อนปรนตัวแดงที่เจออยู่

 3. อินเตอร์ มิลาน

ที่จริง อินเตอร์ มีปัญหาเรื่องหนี้มาตั้งแต่ก่อนที่เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเล่นงานทุกประเทศทั่วโลกด้วยซ้ำ โดยฤดูกาลก่อนพวกเขายังต้องผ่อนจ่ายเงินกู้ที่กู้ยืมมาอยู่เลย และถึงแม้จะทำอย่างนั้นไปบ้างแล้วพวกเขาก็ยังติดหนี้อยู่ถึง 464 ล้านยูโร (ประมาณ 17,168 ล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม มันดูเหมือนว่าการกู้ยืมเงินก่อนหน้านี้จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมา เพราะซีซั่น 2019/20 พวกเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้นจนเป็นรองแชมป์ลีกกับรองแชมป์ ยูโรปา ลีก ถ้าเกิดในซีซั่นที่จะถึงนี้ทีมของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังพัฒนาต่อไปจนขึ้นไปเป็นแชมป์ได้ก็น่าจะช่วยลดหนี้ได้เป็นจำนวนมาก

4. แอตเลติโก มาดริด

เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แอต.มาดริด ยอมทำลายสถิติการจ่ายเงินช็อปสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสร นั่นคือการทุ่มเงินสูงถึง 126 ล้านยูโร (ประมาณ 4,662 ล้านบาท) เพื่อกระชาก ชูเอา เฟลิกซ์ คนที่ว่ากันว่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่ของวงการฟุตบอลโปรตุเกสมาร่วมทัพ

ที่จริงนอกจาก เฟลิกซ์ ทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยังควักเงินดึงนักเตะอย่าง คีแรน ทริปเปียร์ และ มาร์กอส ยอเรนเต้ ไปเสริมแกร่งด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำให้ทีมมีผลงานที่น่าประทับใจได้ โดยพวกเขาไม่มีแชมป์รายการใดๆ ติดมือเลย ซึ่งผลกระทบจากเรื่องนั้นก็ทำให้ตอนนี้ทีมมีหนี้ติดตัวถึง 384 ล้านยูโร (ประมาณ 14,208 ล้านบาท) ด้วยกัน

5. ยูเวนตุส

 

แม้ว่า ยูเวนตุส จะครองความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลีมานานหลายปี และถึงขั้นได้แชมป์ลีกสูงสุด 8 สมัยติดต่อกน แต่พวกเขากลับไม่เคยไปถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สักที ทั้งที่พวกเขาทุ่มเงินไปมากมายก่ายกองตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่นการดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,700 ล้านบาท) เป็นต้น

การไม่ประสบความสำเร็จในรายการระดับนั้นทั้งที่ใช้เงินไปเยอะส่งผลให้ทีมขาดรายได้ที่ควรจะเป็นตามไปด้วย และทำให้ตอนนี้พวกเขามีหนี้ท่วมหัวถึง 372 ล้านยูโร (ประมาณ 13,764 ล้านบาท) ดังนั้นอย่าแปลกใจที่ก่อนหน้านี้พวกเขาจะขอให้บรรดานักเตะชื่อดังของทีมอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เปาโล ดีบาล่า ยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อช่วยให้ทีมรอดตายท่ามกลางผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์