เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

เชลซีเน้นหนัก! “แวร์เนอร์” หน้าสังหาร,ไบรท์ตันมี “ลัลลาน่า” หนุนซัด

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเน้นหนักหวังเก็บชัยโดย ติโม แวร์เนอร์ พร้อมลงประเดิมเกมลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมบุกรัง ไบรท์ตัน ที่มี อดัม ลัลลาน่า ยืนหน้าต่ำประจำการจัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
ไบรท์ตัน   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)


สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

แกรม พ็อตเตอร์ เทรนเนอร์ไบรท์ตันพาทีมจบอันดับ 15 ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”ทีมนกนางนวล” ลงสนามเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปแบบไร้สกอร์

    ความพร้อมในเกมนี้ พ็อตเตอร์ พร้อมส่งนักเตะป้ายแดงอย่าง อดัม ลันลาน่า ที่ได้ฟรีมาจากลิเวอร์พูล รวมไปถึง โจเอล เฟลท์แมน ปราการหลังจากอาแจ็กซ์

    ประตูยังคงใช้ แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือ 1 เฝ้าเสา แผงหลังสี่คนส่ง โจเอล เฟลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์ และ แดน เบิร์น

    กลางสนามวาง ดาวี่ พร็อปเปอร์ ยืนคุมเกมคู่กับ อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมส่ง ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลันลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยประสานงานเกมรุก กับ นีล โมเปย์ หอกเลือดน้ำหอมที่ยืนหน้าเป้า

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซีพาทีมทำผลงานฤดูกาลที่แล้วมาได้อย่างยอดเยี่ยม เบียดแซง เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยนัดล่าสุด ”สิงโตน้ำเงินคราม” ลงฟาดแข้งกับไบรท์ตันจบกันไปที่ 1-1 

    หลังจากพ้นโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แลมพาร์ด ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมกำลังอย่างบ้าคลั่ง โดยรายแรกที่ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์, ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้, ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจากเปแอสเช และล่าสุด ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    ความพร้อมในเกมนี้ แลมพาร์ด มีข่าวร้ายอยู่หน่อย อดใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่ติดโทษแบนมาจากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิง ส่วนพวกแข้งป้ายแดงที่พึ่งได้มาอย่าง เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค ต่างยังไม่ฟิตลงสนาม

    การจัดทัพในเกมนี้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ พร้อม คูร์ท ซูม่า ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

    กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อเชลซีไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ไบรท์ตัน (4-2-3-1): แม็ทธิว ไรอัน – โจเอล เวลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น- ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า- ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ –  นีล โมเปย์
    เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

    เชลซี (4-2-3-1): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – ไค ฮาแวร์ทซ์,  เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – ติโม แวร์เนอร์
    เทรนเนอร์: แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
29/08/20    กระชับมิตร ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
01/01/20    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
28/09/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-0 ไบรท์ตัน
04/04/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-0 ไบรท์ตัน
16/12/18    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-2 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ไบรท์ตัน

05/09/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
29/08/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/07/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี
29/08/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เพราะอะไร?ตอร์เรสเปิดใจสาเหตุที่ต้องอำลาลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกคนดัง เปิดอก สาเหตุที่ทำให้ตนบอกลา ลิเวอร์พูล ก็เพราะช่วงนั้นอยากได้แชมป์มากๆ และ "หงส์แดง" ก็อยู่ในสภาพที่เหมือนกับว่าต้องทำทีมหลายปีกว่าที่จะมีทีมที่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นแชมป์ พร้อมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกก็เพราะตอนนั้นต้องการคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากๆ

ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ลิเวอร์พุล เมื่อปี 2007 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำประตูให้ทีมไป 72 ประตูตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรกกับทีม ส่งผลให้เขาเป็นขวัญใจของ "เดอะ ค็อป" หลายคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 เขาตกเป็นข่าวว่าอยากบอกลา แอนฟิลด์ สุดๆ และในช่วงเดียวกันนั้น จอร์จ ยิลเล็ตต์ กับ ทอม ฮิคส์ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องขายทีมเหมือนกัน หลังจากที่ตอนนั้นพวกเขามีหนี้ก้อนโต

แม้ว่าเขาจะยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010-11 แต่สุดท้ายแล้ว ตอร์เรส ก็ย้ายไปซบ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่นั่น เพราะทำได้เพียง 45 ประตูจากการลงเล่น 172 นัดในทุกรายการ แต่เขาก็ยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" อย่างละ 1 สมัย ต่างกับตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้แชมป์เลย

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต สื่อรายหนึ่งว่า "ที่จริงตอนนั้นผมมีความสุขกับที่ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่ถ้าคุณจำกันได้น่ะตอนนั้นกำลังจะมีการขายสโมสร และพวกเขาก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาขายนักเตะชั้นยอดทุกคน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไป, ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป, ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย แล้วพวกเขาก็เริ่มเอาบรรดานักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่กับทีม นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะที่ผมบอกลา แอตเลติโก ซึ่งเป็นเหมือนบ้านของผมมันก็เพราะผมอยากได้แชมป์"

"น่าเศร้าที่ตอนนั้นเจ้าของทีมในช่วงนั้นของ ลิเวอร์พูล โกหกหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายแล้วผมก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเอง นั่นก็คือการไปอยู่กับ เชลซี พวกเขาเป็นสโมสรที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้ผมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครองแบบเป็นกอบเป็นกำได้"

ตอร์เรส เสริมว่ามันเป็นความผิดของตนเองที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เพราะตนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ แถมยังโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาอีก "มันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมให้เร็วกว่านี้ได้ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี น่ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำผลงานที่คงเส้นคงวาได้ รวมถึงไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ทุกสัปดาห์แล้วล่ะก็ คนอื่นก็จะเข้ามาและแย่งตำแหน่งของคุณไป"

12 แข้งเซ่นสังเวย บาร์เซโลน่า ถ่ายเลือดใหม่เพื่อฟื้นคืนชีพ

บาร์เซโลน่า เตรียมเดินเครื่องปรับขบวนทัพแบบยกแผง หลังจากความล้มเหลวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการถ่ายเลือดใหม่ และนั่นหมายความว่าสโมสรต้องตัดเนื้อส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งว่ากันว่ามีถึง 12 รายที่จะต้องเตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่นคัมป์ นู

นับตั้งแต่ที่ บาร์ซ่า ตัดสินใจแต่งตัว โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ เข้ามาทำงานแทนที่ กีเก้ เซเตียน ซึ่งโดนปลดออกจากตำแหน่งหลังทำเรื่องงามหน้าด้วยการนำต้นสังกัดแพ้ยับไม่นับญาติ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ร่วงตกรอง 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คูมัน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจะนำ บาร์ซ่า คืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่ายเลือดเสียออกไป และเติมเต็มเลือดใหม่เพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แม้แนวคิดนี้จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม

เนื่องจากมีผู้เล่นบางคนที่ต้องโดนเฉดหัวทิ้งมีความสนิทสนมกับเมสซี่ ทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยปลื้มกับวิธีของ คูมันน์ กอปรกับเรื่องบริหารงานของบอร์ดบริหารสโมสรที่ดูเหมือนไร้อนาคตทำให้เจ้าตัวประกาศก้องต้องการย้ายหนี บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตามบทสรุปสุดท้าย เมสซี่ จำใจต้องอยู่เล่นกับทีมต่อไปอย่างน้อย 1 ฤดูกาล แต่กระนั้น คูมัน ก็ยังคงเดินหน้าที่จะผ่าตัดทีมครั้งใหญ่เพราะสถานการณ์ของสโมสรเหมือนกับผู้ป่วยนอนพะงาบๆ อยู่ในห้องไอซียู และขืนทู่ซี้เอาไว้แบบนี้มีหวังซี้แหงแก๋

หลังจากที่ทำการพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว คูมัน ฟันธงฉับๆ ว่าทีมจำเป็นต้องขาย 12 นักเตะออกไปให้ได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ของตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ เพื่อจะได้มีเงินทุนในการซื้อนักเตะที่ตนต้องการสำหรับการก่อร่างสร้าง บาร์ซ่า ยุคใหม่

จากรายงานของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชั้นนำในประเทศสเปน ระบุว่าอีกเหตุผลที่ บาร์ซ่า ต้องปล่อย 12 แข้งดังกล่าวก็เพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายที่ตอนนี้เยอะเหลือเกิน เพราะทีมกำลังประสบปัญหาด้านการเงินเนื่องจากเป็นผลพ่วงของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สำหรับรายแรกที่ต้องกระเด็นแหงๆ นั่นก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตอนนี้มีรายงาน ยูเวนตุส อยากได้ตัวไปร่วมทัพ แต่กระนั้นก็ต้องแข่งกับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแสดงความสนใจหัวหอกชาวอุรุกวัยเช่นกัน แต่จากรายงานเชื่อว่านักเตะต้องการอยู่ในดินแดนกระทิงดุต่อไป เพราะครอบครัวปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ได้แล้ว

ตามด้วย มาร์ติน เบรธเวท, ซามูแอล อุมติตี้,  ฌอง-แคลร์ โตดิโบ, เนลสัน เซเมโด้, อาร์ตูโร่ วิดัล และ ราฟินโญ่ โดยในรายของ โตดิโบ ได้รับความสนใจจากสดมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลายทีมอย่างเช่น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้

ขณะที่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด แอบเล็ง ราฟินญ่า อยู่เช่นกัน ด้าน "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน สนใจจะเซ็นสัญญากับ วิดัล เนื่องจาก อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์จอมลีลา เป็นแฟนตัวยงนักเตะชาวชิลีรายนี้ ซึ่งพวกเขาเคยมีโอกาสร่วมงานกันมาแล้วสมัยที่คู่ยังอยู่กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส

ในส่วนของ อุมติตี้ มีรายงานว่านักเตะต้องการที่จะอยู่สู้กับต้นสังกัดต่อไป อย่างไรก็ตาม คูมัน ได้แจ้งกับแนวรับทีมชาติฝรั่งเศสว่าเขาไม่มีอนาคตกับสโมสรอีกต่อไปแล้ว และควรที่จะรีบหาโอกาสย้ายไปอยู่กับทีมอื่นดีกว่า เพื่อจะได้ลงสนามต่อไป

ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เคยมีข่าวสนใจอยากได้ เซนเตอร์แบ็กเลือดเฟร้นช์ มาเสริมแกร่ง แค่ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองทีมดังในลีกสูงสุดเมืองผู้ดียังคงสนใจอยากได้ อดีตกองหลัง โอลิมปิก ลียง ไปร่วมทัพอีกไหม

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ต้องเตรียมที่จะโบกมือลาทีมเช่นกัน อย่างเช่น จูเนียร์ ฟีร์โป กับ ฆวน มิรันด้า สองแบ็กซ้ายก็ต้องมองหาสโมสรใหม่เพื่อจะได้โอกาสลงสนาม ขณะที่ มอนชู, มุสซ่า วาเก้ และ โอริโอล บุสเก็ตส์ โดน วัตฟอร์ด เล็งที่จะสอยตัวไปร่วมทีม

การถ่ายเลือดเก่า เพื่อเติมเลือดใหม่เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในวงการลูกหนัง แต่กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า การปรับทัพยกแผง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ คูมัน เล็งเห็นแล้วว่าจำเป็นต้องทำ ถ้าอยากจะเห็นทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง

เอ็มบั๊ปเป้ขอลาเปแอสเช-2ยักษ์พรีเมียร์ฯมีลุ้น

สื่อเมืองผู้ดีตีข่าว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แจ้งกับ เปแอสเช ต้องการลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ ส่งผลให้สองยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก มีลุ้นได้ตัวไปเสริมทัพ

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส บอกกับบอร์ดบริหารสโมสรแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายสังกัดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ตามรายงานจาก เดอะ ไทม์ส สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี ต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ และยกระดับในอาชีพค้าแข้ง โดยหวังที่จะโยกไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลา ลีกา สเปน หลังย้ายจาก โมนาโก มาอยู่กับ เปแอสเช ตั้งแต่ปี 2017

 นอกจากนั้น รายงานยังระบุว่า ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ เอ็มบั๊ปเป้ อยากไปเล่นด้วยคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ "หงส์แดง" เพราะชื่นชอบ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนทีมใน ลา ลีกา ที่มีโอกาสได้ตัวคือ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด

ก่อนหน้านี้ เอ็มบั๊ปเป้ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับ เตเลฟุต สื่อวงการลูกหนังของฝรั่งเศส เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อยากให้ เปแอสเช ทำการเสริมทัพอีกในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อที่จะได้มีลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากซีซั่นก่อนพลาดท่าแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ ไปอย่างน่าเสียดาย

"แน่นอน ผมมีความเชื่อว่าเราจะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ เราต้องมีความเชื่อแบบนั้น เพราะถ้าเราไม่มีความเชื่อมั่นแบบนั้นมันก็จะไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเราเลย ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้ และคุณต้องลืมความผิดหวังไปให้ได้ มีหลายทีมที่แพ้นัดชิงชนะเลิศแต่ก็ได้แชมป์ในฤดูกาลต่อมา"

"เปแอสเช เติบโตขึ้นจากการเล่นนัดชิงชนะเลิศหนนี้ ก่อนหน้านี้เราเคยไปไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ตอนนี้เราทำลายกำแพงที่ว่าได้แล้ว คุณต้องทำการเสริมทัพให้ดี คุณต้องซื้อนักเตะมาร่วมทีม เราหวังว่าจะทำการเสริมทัพได้ดี และสามารถเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการตั้งเป้าที่จะทำให้ดีขึ้นได้" เอ็มบั๊ปเป้ ทิ้งท้าย

ได้โปรด!เรอัลยอมช่วยค่าเหนื่อยทีมที่ซื้อ “เบล”

สื่อเมืองผู้ดี ตีข่าว เรอัล มาดริด กระสันขาย แกเร็ธ เบล ออกจากทีมใจแทบขาดล่าสุดเพิ่มออปชั่นพิเศษยินดีช่วยจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับทีมไหนก็ตามที่ดึง สตาร์ชาวเวลส์ ไปร่วมทีม หลังก่อนหน้านี้ก็เพิ่มประกาศหั่นค่าตัวเหลือแค่ 22 ล้านปอนด์เท่านั้น

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ยินดีไม่มีปัญหาที่จะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้กับสโมสรไหนก็ตามที่ซื้อแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ไปร่วมทีม จากการเปิดเผยของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

เบล กลายเป็นส่วนเกินของ "ราชันชุดขาว" เนื่องจาก ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส ไม่ต้องการเขาอยู่ในแผนการสร้างทีมอีกต่อไป โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานักเตะแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ที่สำคัญเขาได้ลงเล่นแค่ 2 แมตช์นับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งใหม่ แถมยังโดนตัดชื่อออกจากทีมในเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่า เรอัล พร้อมที่จะลดราคาค่าตัว เบล เหลือเพียงแค่ 22 ล้านปอนด์ (ราว 836 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอทาบทามเนื่องจากติดปัญหาที่ค่าเหนื่อยของนักเตะที่ได้รับกับ "โลส บลังโกส" สูงถึง 600,000 ปอนด์ (ราว 22.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า  เรอัล มาดริด ตัดใจเพิ่มออปชั่นพิเศษเข้าไปอีกด้วยการช่วยเหลือเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ส่ง อดีตสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน สามารถตกลงเงื่อนไขกับสโมสรใหม่ได้ซะที

ทั้งนี้ เบล ซึ่งยังเหลือสัญญากับ เรอัล 2 ปี แทบไม่ได้มีส่วนกับทีมเลยโดยเขาได้ลงสนามในเกมลีกแค่ 12 แมตช์เท่านั้นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดมากมายทั้งคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

 

ปีร์โล่ลั่นอยากได้กองหน้าเสริมคมยูเวนตุสสัก1ราย

อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือ ยูเวนตุส ประกาศชัด อยากได้หัวหอกมาร่วมทีมสัก 1 คน พร้อมบอกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งคนดังของทีมกำลังมีสภาพความฟิตที่น่าประทับใจ

อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์คนใหม่ของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศชัดว่าตนอยากได้กองหน้าคนใหม่มาร่วมทีม หลังจากจนถึงตอนนี้ "เบียงโคเนรี่" ยังไม่ได้หัวหอกมาร่วมทีมแม้แต่คนเดียว

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายคนมองว่า ยูเวนตุส จำเป็นต้องดึงหัวหอกตัวเป้าชั้นยอดมาร่วมทีมเพื่อทำให้เกมรุกมีความดุดันมากขึ้น, ช่วยลดภาระของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และทำให้ทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่าเดิม ซึ่ง หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิง บาร์เซโลน่า คือคนที่มีข่าวกับทีมของ ปีร์โล่ มากที่สุด แถมข่าวยังมีมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่จนถึงตอนนี้คนที่ ยูเวนตุส ได้มาร่วมทีมมีแต่กองกลาง ไม่ว่าจะเป็น อาร์ตูร์, เวสตัน แม็คเคนนี่ และ เดยัน คูลูเซฟสกี้

"ผมต้องการได้กองหน้ามาร่วมทีมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ตลาดมันยังเปิดทำการอีกหลายวัน มันจะยังมีเวลาให้สามารถทำงานได้จนกว่าจะถึงวันที่ 4 ตุลาคม" ตำนานกองกลางชาวอิตาเลียน ระบุ

ปีร์โล่ เสริมว่าตอนนี้ โรนัลโด้ มีสภาพความฟิตที่ยอดเยี่ยม หลังจากล่าสุดดาวเตะชาวโปรตุกีสทำประตูให้ทีมได้ 1 ลูก ในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม โนวาร่า 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา  "คริสเตียโน่ สบายดี ก่อนหน้านี้เขาพิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องนั้นในตอนเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสไปแล้ว และในเกมนี้ก็ยังทำอย่างนั้นได้อีก"

บาร์ซ่าอยากได้-หงส์ไม่อยากเสีย!เจาะผลงานเด่น ไวจ์นัลดุม เกมยุโรปซีซั่นล่าสุด

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ผ่านมานอกเหนือจากข่าวลือกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่ออกมาไม่หยุดแล้วนั้น อนาคตของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็ถูกพูดถึงอย่างหนักเช่นกัน หลังจากที่เขาเหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่ยังไม่มีการต่อสัญญากันเลย ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่า บาร์เซโลน่า วางแผนที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ เพราะ โรนัลด์ คูมัน อยากร่วมงานกับแข้งรายนี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มองว่า ไวจ์นัลดุม เป็นคนที่มีความสำคัญกับทีมอย่างมากคนหนึ่งจนถึงขั้นลงมาคุยกับดาวเตะชาวดัตช์ด้วยตัวเองเลย ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ทีมเปิดศึกเรื่อง ไวจ์นัลดุม อาจจะเป็นเพราะเขาพัฒนาตัวเองได้ดี โดยเฉพาะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ฤดูกาลก่อนเขาทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่น 2018-19 แม้ว่าซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล จะไปถึงเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม ซึ่งเรามีตัวเลขเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาให้ได้ดูกัน

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล กำลังจะเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว ซึ่งถือว่านี่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากได้มาเสริมแกร่งให้ได้
    ดาวเตะเลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี ตกเป็นข่าวพร้อมที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่กับ "เสือใต้" มาตั้งแต่ปี 2013 และเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น  โดยในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในการย้ายทีมยังไม่แน่นอน เพราะติดแค่เรื่องค่าตัวนักเตะเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะได้บทสรุปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนึกที่ออกไปในทิศทางเดียวกันว่า "เดอะ เร้ดส์" ยินดีจ่ายค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) และเงื่อนไขพิเศษอีก 7 ล้านปอนด์ (ราว 266 ล้านบาท) ให้กับ บาเยิร์น ซึ่งยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียก็พอใจกับข้อเสนอนี้

    ฉะนั้นตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ "เดอะ เร้ดส์" เท่านั้น โดยหากนักเตะมาสวมชุด "หงส์แดง" นั่นจะทำให้ คล็อปป์ มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในการนำทีมเก็บชัยชนะทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ

    ด้วยเหตุนี้ เอ็กซ์เพรส สปอร์ต สื่อดังในอังกฤษ จึงได้ลองสวมบทเป็นกุนซือเลือดด๊อยท์ช ในการจัดแผนให้กับทีมเมื่อพวกเขาได้ ติอาโก้ มาเสริมแกร่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละแผน คงทำให้บรรดาคู่แข่งต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อมีคิวปะทะ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัย ในฤดูกาล 2020/2021

แผน 1 : โรเตชั่นแผงกองกลาง

    ทันทีที่ ติอาโก้ ย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ คงทำให้ คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นให้เหมาะกับระบบ 4-3-3 ซึ่งระบบนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาตลอดช่วงเวลาที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม อย่างไรก็ตามคาดว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะเลือกใช้แผงมิดฟิลด์แบบผสมผสานเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของ สตาร์ดังทีมชาติสเปน

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "หงส์แดง" ใช้แผงกลางได้แก่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ ฟาบินโญ่ ลงเล่นหลายเกม ส่วน นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คอยทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมได้อย่างดีเยี่ยม บางครั้งก็ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงเช่นกัน

    ดังนั้นหาก ติอาโก้ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ งานนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะได้ทำหน้าที่เป็นหัวใจในแดนกลางให้กับ "หงส์แดง" ซึ่งนั่นหมายความว่าหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงที่ได้รับโอกาสลงสนามมาตลอด อาจจะต้องโดนถอดออกไปนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

    เกอิต้า ซึ่งไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เพิ่งได้โอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมเฉือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 มีโอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ ให้ลงเล่นมากยิ่งขึ้นในฤดูกาลปัจจุบัน แต่กระนั้น ฟาบินโญ่ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ อยู่ดี ฉะนั้นนักเตะที่จะต้องไปนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรองก็คงเป็น ดาวเตะชาวกีนี และ ไวจ์นัลดุม ที่เหลือสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์เพียง 1 ปีเท่านั้น และมีข่าวลือมาตลอดว่า บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวไปร่วมทีม

    ในส่วนของ เฮนเดอร์สัน ที่ตอนนี้หายขาดจากอาการบาดเจ็บแล้ว ก็เพิ่งลงทำหน้าที่บัญชาการในแดนกลางให้กับทีมในแมตช์เปิดซีซั่นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และแน่นอนว่า "กัปตันเฮนโด้" ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ระบบ 4-3-3

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 2 : จับ ฟาบินโญ่ เล่นเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับออปชั่นที่สองที่ คล็อปป์ จะนำมาใช้ในกรณีที่ ติอาโก้ มาร่วมทีม นั่นก็คือการให้เขาทำหน้าที่บัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และโยก ฟาบินโญ่ ไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็เคยรับบทบาทนี้มาบ้างแล้วกับต้นสังกัด

    สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแบ็กขวา และปราการหลังตัวกลางมาแล้ว ที่สำคัญเขายังสามารถเล่นร่วมกับ แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่ถือเป็นออปชั่นในแนวรับให้กับทีม หลัง เดยัน ลอฟเรน แยกทางกับสโมสรเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วน เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเพื่อรอโอกาสของเขาในอนาคต

    ในส่วนของ โจ โกเมซ ที่มักจะเป็นตัวเลือกแรกของ คล็อปป์ ในการจับลงเล่นเซนเตอร์แบ็กกับ ฟาน ไดค์ แต่แน่นอนว่านักเตะอาจจะไม่สามารถลงเล่นได้ทุกเกม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีออปชั่นเสริมในแผงแนวรับเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

    จะว่าไปแล้วบทบาทแบบนี้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่เกิดมาจากตำแหน่งกองกลาง ก็เคยต้องไปเยือนเป็นกองหลังสมัยที่เล่นให้ บาร์เซโลน่า และ ฆาบี มาร์ติเนซ ตอนอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เช่นกันซึ่งทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบซะด้วย ส่วน ฟาบินโญ่ ก็เคยทำหน้าที่เซนเตอร์แบ็กจำเป็นในแมตช์ดวล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กับ บาเยิร์น เมื่อช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา

ระบบ 4-3-3

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 3 : จับ ติอาโก้ สวมบทบาทโฮลดิ้งมิดฟิลด์

    สำหรับออปชั่นนี้ต้องบอกเลยว่า คล็อปป์ คงคิดเอาไว้ในใจเช่นกัน เพราะการจับ ติอาโก้ มาสวมบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ เคียงข้าง เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล แผงกองกลางที่แข็งแกร่งเป็นทวีคูณ ที่สำคัญการคุมจังหวะเกมของ สตาร์ลูกหนังแดนกระทิงดุ คงมีประโยชน์กับ  "เดอะ เร้ดส์" มากๆ

    ติอาโก้ แสดงศักยภาพด้านนี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดช่วงที่เล่นให้กับ บาเยิร์น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสร้างผลงานที่โดดเด่นชนิด "เสือใต้" กลายเป็น "เสือติดปีก" บินฉิวคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงให้กับแฟนบอลแคว้นบาวาเรียได้เชยชมก่อนจากลา

     ฟอร์มของ ติอาโก้ ในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ระบุให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านจากสถิติที่เจ้าตัวทำได้โดยเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 85.5 เปอร์เซนต์ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ฉะนั้นหากนักเตะจับคู่กับ "เฮนโด้"  คงทำให้กองกลางของ "หงส์แดง" แน่นปึ้กสุดๆ

    ในขณะเดียวกับ คล็อปป์ คงจับ เกอิต้า ลงเล่นอยู่หน้า ติอาโก้ กับ เฮนเดอร์สัน โดยให้เขาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก คอยเป็นกำลังสนับสนุนในการป้อนบอลให้ ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ จะเป็นยางอะไหล่สำคัญที่ลงมาเปลี่ยนเกมในกรณีที่ เกอิต้า หรือ ฟีร์มีโน่ เกิดฟอร์มหลุด
 
ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โฮลดิ้งมิดฟิลด์  : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองกลาง :  โมฮาเหม็ด ซาลาห์,นาบี เกอิต้า, ซาดิโอ มาเน่

กองหน้า :  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

ลิเวอร์พูลมีเซ็ง!ฟลิคเผยอนาคตติอาโก้-เปริซิช

แฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องไปฟัง ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เปิดใจ ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ดาวิด อลาบา และ อิวาน เปริซิช ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองอยู่หรือไม่ก่อนจะเปิดซีซั่นใหม่

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ดาวิด อลาบา ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองก่อนเปิดฤดูกาล 2020/21 แต่จะปล่อย อิวาน เปริซิช กลับ อินเตอร์ มิลาน หลังหมดสัญญายืมตัว

ติอาโก้ มีข่าวจะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้ และ ฟลิค ก็เคยยอมรับว่า นักเตะคงสวมชุด "เสือใต้" เป็นครั้งสุดท้ายไปแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน อลาบา ก็มีข่าวอาจลาทีมเหมือนกัน หลัง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ฟลิค เผยในงานโชว์ถ้วย 3 แชมป์เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า "สถานการณ์ไม่ง่าย ตราบเท่าที่พวกเขา (ติอาโก้, อลาบา) ยังอยู่ในทีมของเรา ผมก็มีแผนใช้งานพวกเขาทั้งคู่"

ส่วนในรายของ เปริซิช ปีกโครแอต นั้น ฟลิค ยืนยัน "เสือใต้" จะส่งตัวกลับ "งูใหญ่" เช่นเดียวกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ที่กลับ บาร์เซโลน่า และ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็กขวาสแปนิช ที่กลับ เรอัล มาดริด พร้อมเสริมว่า "พวกเรากำลังทำงานเพื่อหานักเตะที่มีคุณภาพมาทดแทนในตำแหน่งเหล่านั้น"