ประเดิมบิ๊กแมตช์! บุรีรัมย์รับเมืองทอง แฟนบอลเข้าชม 50%

สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเกมในสนามได้แล้ว 50% ตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเริ่มจากเกมบิ๊กแมตช์รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในสุดสัปดาห์นี้
 
ช่วงก่อนหน้านี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ให้ทุกสนามแข่งขันฟุตบอลกลางแจ้งที่มีการเชียร์เสียงดังอนุญาติให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเพียง 25% แต่ไม่เกิน 4000 คน ล่าสุดมีคำสั่งประกาศใหม่หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสามารถให้สนามฟุตบอลมีความจุผู้ชมเพิ่มขึ้นที่ 50% ของความจุสนาม และทีมปราสาทสายฟ้าประกาศอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วว่า เกมบิ๊กแม็ตช์ไทยลีก ที่เปิดสนามช้างอารีน่า รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ จะเริ่มทำตามนโยบายของ ศบค. ทันที

สำหรับความจุของสนามช้างอารีน่า อยู่ที่จำนวน 32,600 ที่นั่ง คิดเป็น 50% จะเหลือ 16,300 ที่นั่ง

ภาพจาก : เพจ BURIRAM UNITED

5 ข้อดีที่เมืองทองใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี้

หลังจากที่ กาม่า ทำทีม เมืองทอง แพ้ตราด ในเกมไทยลีกนัดล่าสุด กุนซือชาวบราซิล ก็ได้แยกทางจากทีมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานอย่างเดียวที่เขาตองรับผิดชอบ แต่ด้วยเรื่องของ สัญญาที่กำลังจะหมดลง ทำให้การลงจากตำแหน่งน่าจะดีกว่า 

ทันทีที่ กาม่า แยกทาง เมืองทอง ก็ได้ตั้ง มาราโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีมแทนทันที แน่นอนว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่า มาริโอ เหมาะสมไหม เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างที่เป็นขอดีของ การเลือก "อดีตเพลย์เมกเกอร์เลือดกิเลนของทีม" รายนี้คุมทัพ

1. มาริโอ มีความเป็นเมืองทอง

นับตั้งแต่เขาย้ายจาก เมทาลุช โดเนกส์ ในลีก ยูเครน มาสวมเสื้อกิเลนผยอง ตั้งแต่ปี 2012ยูรอฟสกี้ ก็แสดงให้เห้นถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม พาทีม เมืองทอง เป็นแชมป์มากมาย ทำให้ภาพจำของเขาที่มีกับแฟนบอลคือตอนที่ สวมเสื้อกิเลน แม้ว่าในช่วงปลายกาารค้าแข้ง จะโยกไปอยู่กับ ทรู แบงค๊อก แต่"ภาพจำ" ของเขาก็คือเมืองทอง อยู่ดี การตัดสินใจรับหน้าที่คุมทีมชุด ยู19 กิเลน จูเนียร์ หลังจาก แขวนสตั๊ด ร่วมกับ อดีตเพื่อนร่วมทีมหลายๆคน ที่เคยค้าแข้งกับเมืองทอง  ยิ่งทำให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ เมืองทองไปแล้ว

2. มาริโอ มีความทุ่มเท และรู้จักฟุตบอลไทย

ยามที่เป็นนักเตะเขาเล่นอย่างเต็มร้อยทุกนัด ทุ่มเทเพื่อสโมสร จนเป็นแบบอย่างของผู้เล่นไทย และต่างชาติภายในทีม ซึ่งคุณสมบัตินี้ ถูกนำมาชดเชยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิดในการคุมทีมในระดับสูง แต่ในเมื่อเมืองทอง เลือกที่จะใช้เลือดใหม่ในการสู้ศึกไทยลีก โค้ชรุ่นใหม่ที่ทุ่มเท ก็จำเป็นเหมือนกัน  และแฟนบอลเคยเห็นเขาทุ่มเทในสนามยังไง การคุมทีมก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เขาอยู่เมืองไทย มาประมาน 8 ปีแล้ว ซึ่งประสบการณ์ตอนเล่นไทยลีกสมัยค้าแข้ง น่าจะช่วยให้เขาไม่ต้องปรับตัวเยอะกับการคุมทีมในไทยลีก

3. มาริโอ รู้เรื่องราวของ เมืองทอง

การจะเลือกโค้ชสักคนเข้ามาคุมทีม หากไม่รู้แนวทางบิรหารของ สโมสร ต่อให้มีฝีมือก็ยากที่จะได้รับแรงซัพพอร์ต หนำซ้ำยังก่อให้เกิดความบาดหมางเกิดขึ้นได้ แต่ มาริโอ "ไม่ใช่" ในตอนที่เขาเป็นนักเตะ ก็ถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีม การทำงานกับผู้บริหารผ่านมาหลายคน โค้ชหลายคน และเพื่อนร่วมทีมอีกหลายกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องราวภายในสโมสรแห่งนี้ เขาเข้าใจไม่น้อยหน้าคนไหน และทำให้เป็นการดีที่จะเลือกใช้งาน นักเตะ วางแทกติค ให้เข้ากับขุมกำลังที่มี น่าจะทำให้เมืองทอง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้

4. มาริโอ ค่าเหนื่อยไม่สูงเกินไป

ในยุคที่ฟุตบอลไม่สามารถทำรายได้จากการเข้าสสนามได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ สโมสรจึงจำเป็นที่จะต้องเซฟรายจ่ายบางอย่าง ซึ่งหากเมืองทอง เลือกกุนซือใหม่เป็นชาวต่างชาติตามนโยบายของทีม น่าจะต้องเสี่ยงกับผลงานที่ไม่รู้จะดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงค่าเหนื่อยที่อาจจะแพงมากเกินไป ซึ่งการเลือกกุนซือหน้าใหม่ อย่าง ยูรอฟสกี้ ไม่ใช่เพียงแค่ค่าเหนื่อยไม่แพง แต่เขาทำงานในชุดเยาวชนของเมืองทอง อยู่แล้วถ้าผลงานในปีนี้ออกมาน่าพอใจ ติดท๊อปโฟร์ในเลกแรก เท่ากับว่า ทีมได้กุนซือเก่ง ที่ไม่ต้องจ่ายแพง นับเป็น "โชคสองชั้น"

5. มาริโอ จะทำให้ดาวรุ่งในทีมพัฒนา

ในการทำงานกับทีมชุดเล็กของเมืองทอง มาริโอ นำประสบการณ์ที่มีในสมัยเป็นนักเตะถ่ายทอดสู่รุ่นน้อง ซึ่งตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของทีมก็มีดาวรุ่งเล่นอยุ่หลายคน น่าจะทำให้เขาสามารถถ่ายทอดและเกิดการรับฟังได้ง่ายขึ้น โดยจะส่งผลดีกับเมืองทอง เองที่นักเตะพร้อมจะเรียนรู้ และโค้ชเองก็เพิ่มประสบการณ์ไปในตัว นับได้ว่าเป็น "เมืองทองนิวเจนเนอร์เรชั่น"ของจริง

นั่นเป็นข้อดีที่พอจะประเมินได้ว่า การที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีม มีข้อดีพอสมควร แม้ว่าประสการณ์จะยังไม่มี แต่ได้รับแรงซัพพอร์ตจากบอร์ดบริหาร ทีนี้ก็เหลือแค่ผลงานที่จะทำออกมาในตอนแข่งขันจริงเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

กางกฎไทยลีก หากเกิดเหตุสุดวิสัยก่อนเกมการแข่งขัน

เปิดกฎไทยลีกว่าไง หากเกิดเหตุสุดวิสัยก่อนเกมการแข่งขัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อไฟฟ้าสนาม แพท สเตเดี้ยม ดับก่อนเกมราว 20 นาที และไม่สามารถแก้ไขให้ทันเวลาเตะ 18.00 น. กระทั่งมีคำสั่งยุติ และให้รอการประกาศจากทางไทยลีกอีกครั้ง
  
จากเหตุการเกมการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 1  ฤดูกาล 2020 ที่สนามแพท สเตเดี้ยม ระหว่างทีม ”’สิงห์เจ้าท่า”’ การท่าเรือ เอฟซี อันดับ 6 ของตารางที่มี 13 แต้มจาก 7 นัด เปิดบ้านรับมือ ”’กิเลนผยอง”’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ ผ่านมา และเกิดเหตุหม้อแปลงไฟระเบิด ทำให้ไฟสนามได้ดับลง จนเลยเวลาแข่งไปจนถึง 19.00 น. ไฟสนามยังไม่ติด จึงต่อยุติเกมการแข่งขันนี้และรอไทยลีกแจ้งบทสรุปอีกครั้ง

โดยตามกฤไทยลีก บทที่4 : กฎกติกาและระเบียบที่ใช้ควบคุมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการไทยลีก1

20.3. ในกรณีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นก่อนทําการแข่งขัน โดยมิใช่การกระทําความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ไฟฟ้าส่องสนามดับ เพราะฟ้าผ่าทําให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย หรือฝนตกหนักทําให้มีน้ําท่วมขังสนามมากเป็นต้น ซึ่งแต่ละกรณีท่ีเกิดขึ้นได้ ล่วงเลยเวลาเริ่มการแข่งขันไปนานกว่า 60 นาทีแล้ว ซึ่งผู้ตัดสิน เห็นว่าแต่ละกรณีไม่สามารถทําการแข่งขันได้ และแจ้ง ให้ผู้ควบคุมการแข่งขันเลื่อนการแข่งขันออกไป โดยให้ทําการแข่งขันในวันกลางสัปดาห์ถัดไปที่เหมาะสม หรือวันเวลาอื่นตามที่ ฝ่ายจัดการแข่งขัน กําหนด ส่วนค่าใช้จ่ายให้เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

โปลิศ เทโรยิ้มได้แข้งต่างชาติฟูลทีมบู๊กิเลนปลายตุลาคม

หลังจากทัพ "มังกรโล่งิน " โปลิศ เทโร เอฟซี คว้าตัว โมฮามาดู ซูมาเรห์ กองหน้าทีมชาติ" เสือเหลือง" มาเลเซีย มาร่วมทัพ และตอนนี้อยู่ในช่วงของการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสของทางศบค. ซึ่งจะสามารถมาร่วมทีมได้หลังจากพ้นช่วงฟีฟ่าเดย์และจะประเดิมพร้อมลงสนามเกมแรกในศึกไทยลีกได้ในนัดที่เปิดบ้านรับ" กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

"แมน" ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมได้ออกมาเผยว่า "จากการคำนวนระยะเวลาแล้ว ทางซูมาเรห์ จะพ้นการกักตัวในช่วงหลังฟีฟ่าเดย์เล็กน้อยและน่าจะพร้อมลงสนามพอดีในเกมที่เราจะเปิดบ้านรับทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกทั้งจะเป็นเกมที่เราจะมีผู้เล่นต่างชาติครบอีกด้วยในนัดนั้นไม่ว่าจะเป็น ไอแซค ฮอนนี่ , เกร็ก ฮูล่า , โดมินิค ตัน , ตวาม แต ฮี, บาโบ้ มาร์ค แลนดรี้ และโมฮามาดู ซูมาเรห์"

"ทว่าอย่างไรก็คงต้องอยู่ในดุลพินิจของ"โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค และทีมงานสตาฟว่าจะใช้งานเขาหรือไม่เท่านั้น เพราะอาจจะเพิ่งได้มาร่วมซ้อมกับทีม เมื่อถึงตอนนั้น เราได้ผู้เล่านต่างชาติครบ ก็น่าจะทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อยากให้แฟนบอลรอชมและเป็นกำลงใจให้กับการทำงานนักของทุกคนในทีมต่อไป"

สำหรับเกมที่ โปลิศ เทโร เอฟซี จะเปิดบ้านสนามบุญญะจินดารับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเป็นเกมนัดที่ 10 ของศึกไทยลัก 1 วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น.

 

แชมป์เก่าฟอร์มโหดส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่6

ศึกฟุตบอลไทยลีกแมตช์ที่ 6 จบลงเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับฟอร์มอันสวยหรูของทัพกว่างโซ้งที่ส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยม แต่ละตำแหน่งจะมีใครบ้างมาดูกัน

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ในเกมที่ กิเลนผยอง เปิดรังเจ๊า เขี้ยวสมุทร แบบไร้สกอร์ ส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ ดัง วาน ลัม ที่มีจังหวะได้โชว์ซูเปอร์เซฟช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่หลายจังหวะจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : อิรฟาน ฟานดี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งมากสำหรับ อิรฟาน ฟานดี้ สามารถหยุดเกมรุกทางฝั่งซ้ายของเจ้าถิ่น การท่าเรือ ได้อย่างอยู่หมัด จังหวะปะทะตัวต่อตัวก็ทำได้ดี ผู้เล่นตัวรุกผ่านได้ยาก ที่สำคัญการยืนแผงหลังร่วมกับ วิคเตอร์ กาโดโซ่ และอันเดรส ตูเญส ทำให้หลังบ้าน บีจี กลายเป็นปราการหินที่แกร่งเอามากๆ

กองหลัง : ยู จุน ซู (พีที ประจวบ เอฟซี)

ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ยืนปักหลักแนวรับให้ พีที ประจวบ ได้อย่างยอดเยี่ยม คอยประกบดาวยิงตัวเก่ง บอสโควิช ไม่ให้หาโอกาสยิงได้ง่ายๆ แถมจังหวะเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดี ช่วยให้ พีที ประจวบ เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล พร้อมกับทำคลีนชีตได้สำเร็จ

กองหลัง : ศราวุธ อินทร์แป้น (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ยืนคุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่งในเกมที่ต้องรับมือกับเกมรุกของเจ้าถิ่นอย่าง นครราชสีมา มาสด้า แต่ทว่าทาง ศราวุธ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมช่วย กว่างโซ้ง เก็บชัยชนะ พร้อมคลีนชีตได้สำเร็จ

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นต่อเนื่องจากเกมที่แล้วสำหรับ โชติภัทร ทั้งจังหวะการขึ้นเกมทางฝั่งขวาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุทะลวงเข้าเขตโทษลุ้นยิงประตูก็มีให้เห็นในเกมนี้ ก่อนที่สุดท้ายแล้วสามารถทำแอสซิสต์ให้กับ อัครวินท์ สวัสดี ทำประตูได้อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มเด่นมาตั้งแต่นัดที่แล้วกับ การท่าเรือ สำหรับ ปฐมพล เป็นนักเตะที่มีความเร็ว และคล่องตัว บวกกับความกล้าเลี้ยง กล้าลุย ช่วยป่วนแนวรับ ราชบุรี อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมาทำแอสซิสต์ช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ ราชันมังกร ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1

 กองกลาง : สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การเล่นของ สารัช ทำให้แดนกลางของ บีจี ปทุม แน่นขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นร่วมกับ สุมัญญา และฐิติพันธ์ นอกจากนี้การขึ้นเกมของ เจ้าตังค์ ก็ทำได้โดดเด่นเลยทีเดียวมีจังหวะวางบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนหลายครั้ง ส่วนเกมรับก็ช่วยทีมเอาไว้ได้หลายครั้ง ช่วยให้ เดอะ แรบบิท บุกเอาชนะ การท่าเรือได้ 1-0

กองกลาง : อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

หากจะหานักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทัพ แข้งเทพ ในเกมกับ สุพรรณบุรี หนึ่งในนั้นก็คงต้องยกให้ อานนท์ ที่เป็นผู้ยิงประตูชัยช่วย ทรู แบงค็อก เก็บสามแต้มสำคัญ แถมการกลับมาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และที่ยังคงไว้คือความคล่องตัว พร้อมกับสกิลการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ

กองหน้า : อัครวินท์ สวัสดี (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

 ในเกมนี้ถือว่า อัครวินท์ เป็นอีกหนึ่งแข้งของ สิงห์ เชียงราย ที่โดดเด่นไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะเกมบุกที่มีการเปิดบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนได้อย่างยอดเยี่ยมหลายครั้ง แถมเกมนี้เจ้าตัวก็ยังก็ยังทำได้ 1 ประตูอีกด้วย

กองหน้า : เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การมาของ เจนรบ แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ลงสนามเล่นไทยลีกเกมแรกให้กับ บีจี ปทุม ก็สามารถยิงประตูแรก และเป็นประตูชัยได้ทันที แถมการเล่นร่วมกับเพื่อนในทีมก็ทำออกมายอดเยี่ยมเอามากๆ

กองหน้า : บิลล์ โรซิมาร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ด้วยผลงานการซัดแฮตทริกช่วยทัพ กว่างโซ้ง บุกเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า 4-0 โดยที่เกมนี้ บิลล์ โรซิมาร์ อาศัยทั้งความแข่งแกร่ง การจบสกอร์ที่เฉียบคม และไหวพริบของการเป็นศูนย์หน้าได้อย่างครบถ้วน แถมลูกสุดท้ายจังชิงจังหวะแย่งบอลจากเท้า แซมมวล เข้าไปยิงประตูช่วงทดเจ็บได้อีกด้วย

“วีระเทพ”สุดปลื้มเมืองทองฯคว้าชัยเก็บสามแต้มล้ำค่า

ควันหลงหลังเกมที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-1 โดยได้ประตูจาก แดร์เล และ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

หลังเกมทางด้าน วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางจอมเทคนิคของทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ได้ออกมาเผยว่า "มันเป็นเกมที่ยาก ราชบุรี คือทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราเองช่วยกันเล่น ช่วยกันสู้ และได้ 3 คะแนน ที่ล้ำค่า ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ทั้งที่มาเชียร์ในสนาม รวมไปถึงจากทางบ้าน หวังว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้เห็น เมืองทองฯ กลับมาชนะอีกครั้ง"

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ เอสซีจี เมืองทอง จะบุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 เวลา18.00 น.

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

“โค้ชอั๋น”เชื่อ “ค้างคาวไฟ” ดีพอล้ม “กิเลนผยอง”

"โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เชื่อ "ค้างคาวไฟ" มีดีพอเปิดบ้านล้ม "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ประเดิม3แต้ม แม้ขาด"บาจโจ้" แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ที่เตรียมเปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

ล่าสุด "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดถึงความพร้อมของทีมว่า ในส่วนของตัวผู้เล่นจะขาดเพียง จอห์น บาจโจ้ ปีกตัวจี๊ดและกัปตันทีมเพียงรายเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้หมด ซึ่งแม้จะขาดตัวหลักอย่างบาจโจ้ไป แต่ตนเชื่อว่าคนอื่นๆสามารถที่จะลงมาทดแทนกันได้

 "แน่นอนว่า บาจโจ้ เป็นกำลังสำคัญของทีม การขาดเขาไปทีมอาจจลดประสิทธิภาพในเกมรุกไปบ้าง แต่เชื่อว่าคนอื่นทดแทนได้ เพราะเราเน้นระบบทีมเวิร์คมากกว่าตัวบุคคล และในช่วงเก็บตัวก่อนหน้านี้ เราได้ทดลองระบบการเล่นเพื่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทุกคนทำได้ดีและน่าพอใจ"

ส่วนเป้าหมายในเกมนี้ เฮดโค้ชค้างคาวไฟ กล่าวว่า "แน่นอนว่าการกลับมาของไทยลีกอีกครั้งหลังหยุดพักไปนาน รวมทั้งการได้เล่นในบ้าน เราตั้งเป้าที่ 3 คะแนนเพื่อประเดิมขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งแม้ว่า เมืองทอง จะเป็นทีมที่ดี แต่ตนเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมเรา รวมถึงผลงานในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ทุกคนเข้าใจในแท็กติก และทำได้ดี เชื่อว่าเราจะคว้า 3 แต้มได้"

เมืองทองซ้อมเข้มที่กิเลนวัลเลย์ ‘กามา’ เคี่ยวหนักเร่งฟิตเช้า-เย็น

ภายหลังจากที่พลพรรค ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเก็บตัวที่ แคมป์กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยจะทำการเก็บตัวไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 นี้

อเล็กซานเดร กามา กุนซือใหญ่ของทีม ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมแบบเคี่ยวหนักแบ่งซ้อมเป็น 2 เวลาเช้า-เย็น โดยช่วงเช้าจะเป็นการเข้าฟิตเนสเวทเทรนนิ่ง ส่วนในช่วงเย็นจะลงฝึกซ้อมในสนาม นอกจากนี้ยังมีการให้แข้งกิเลนผยอง ลงว่ายน้ำเพื่อคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย

ในส่วนของ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางดีกรีทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังได้เดินทางมาเก็บตัวที่กิเลนวัลเลย์ เป็นครั้งแรกของตัวเองว่า "หลังจากเดินทางมาเก็บตัวที่นี่ก็รู้สึกสบาย บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นด้วย แม้จะมีล้านิดหน่อยจากการเดินทางมาเก็บตัว แต่พอมาแล้วได้พัก กินข้าวนิดหน่อยก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนที่โค้ชกามาจะให้โปรแกรมซ้อมเรียกว่าหนักอยู่ครับ (หัวเราะ)"

"อย่างไรก็ตามการมาเข้าแคมป์ที่นี่ถึง 7 วันก็ถือว่าได้มาเหมือนอยู่กันแบบครอบครัว และก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย ซึ่งผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายของทีม และหวังให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก่อนไทยลีกกลับมาแข่งในเดือนหน้า"

สำหรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 6 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของตาราง โดยโปรแกรมนัดที่ 5 ของศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น.

เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"