แชมป์เก่าฟอร์มโหดส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่6

ศึกฟุตบอลไทยลีกแมตช์ที่ 6 จบลงเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับฟอร์มอันสวยหรูของทัพกว่างโซ้งที่ส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยม แต่ละตำแหน่งจะมีใครบ้างมาดูกัน

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ในเกมที่ กิเลนผยอง เปิดรังเจ๊า เขี้ยวสมุทร แบบไร้สกอร์ ส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ ดัง วาน ลัม ที่มีจังหวะได้โชว์ซูเปอร์เซฟช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่หลายจังหวะจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : อิรฟาน ฟานดี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งมากสำหรับ อิรฟาน ฟานดี้ สามารถหยุดเกมรุกทางฝั่งซ้ายของเจ้าถิ่น การท่าเรือ ได้อย่างอยู่หมัด จังหวะปะทะตัวต่อตัวก็ทำได้ดี ผู้เล่นตัวรุกผ่านได้ยาก ที่สำคัญการยืนแผงหลังร่วมกับ วิคเตอร์ กาโดโซ่ และอันเดรส ตูเญส ทำให้หลังบ้าน บีจี กลายเป็นปราการหินที่แกร่งเอามากๆ

กองหลัง : ยู จุน ซู (พีที ประจวบ เอฟซี)

ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ยืนปักหลักแนวรับให้ พีที ประจวบ ได้อย่างยอดเยี่ยม คอยประกบดาวยิงตัวเก่ง บอสโควิช ไม่ให้หาโอกาสยิงได้ง่ายๆ แถมจังหวะเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดี ช่วยให้ พีที ประจวบ เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล พร้อมกับทำคลีนชีตได้สำเร็จ

กองหลัง : ศราวุธ อินทร์แป้น (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ยืนคุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่งในเกมที่ต้องรับมือกับเกมรุกของเจ้าถิ่นอย่าง นครราชสีมา มาสด้า แต่ทว่าทาง ศราวุธ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมช่วย กว่างโซ้ง เก็บชัยชนะ พร้อมคลีนชีตได้สำเร็จ

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นต่อเนื่องจากเกมที่แล้วสำหรับ โชติภัทร ทั้งจังหวะการขึ้นเกมทางฝั่งขวาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุทะลวงเข้าเขตโทษลุ้นยิงประตูก็มีให้เห็นในเกมนี้ ก่อนที่สุดท้ายแล้วสามารถทำแอสซิสต์ให้กับ อัครวินท์ สวัสดี ทำประตูได้อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มเด่นมาตั้งแต่นัดที่แล้วกับ การท่าเรือ สำหรับ ปฐมพล เป็นนักเตะที่มีความเร็ว และคล่องตัว บวกกับความกล้าเลี้ยง กล้าลุย ช่วยป่วนแนวรับ ราชบุรี อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมาทำแอสซิสต์ช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ ราชันมังกร ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1

 กองกลาง : สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การเล่นของ สารัช ทำให้แดนกลางของ บีจี ปทุม แน่นขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นร่วมกับ สุมัญญา และฐิติพันธ์ นอกจากนี้การขึ้นเกมของ เจ้าตังค์ ก็ทำได้โดดเด่นเลยทีเดียวมีจังหวะวางบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนหลายครั้ง ส่วนเกมรับก็ช่วยทีมเอาไว้ได้หลายครั้ง ช่วยให้ เดอะ แรบบิท บุกเอาชนะ การท่าเรือได้ 1-0

กองกลาง : อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

หากจะหานักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทัพ แข้งเทพ ในเกมกับ สุพรรณบุรี หนึ่งในนั้นก็คงต้องยกให้ อานนท์ ที่เป็นผู้ยิงประตูชัยช่วย ทรู แบงค็อก เก็บสามแต้มสำคัญ แถมการกลับมาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และที่ยังคงไว้คือความคล่องตัว พร้อมกับสกิลการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ

กองหน้า : อัครวินท์ สวัสดี (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

 ในเกมนี้ถือว่า อัครวินท์ เป็นอีกหนึ่งแข้งของ สิงห์ เชียงราย ที่โดดเด่นไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะเกมบุกที่มีการเปิดบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนได้อย่างยอดเยี่ยมหลายครั้ง แถมเกมนี้เจ้าตัวก็ยังก็ยังทำได้ 1 ประตูอีกด้วย

กองหน้า : เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การมาของ เจนรบ แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ลงสนามเล่นไทยลีกเกมแรกให้กับ บีจี ปทุม ก็สามารถยิงประตูแรก และเป็นประตูชัยได้ทันที แถมการเล่นร่วมกับเพื่อนในทีมก็ทำออกมายอดเยี่ยมเอามากๆ

กองหน้า : บิลล์ โรซิมาร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ด้วยผลงานการซัดแฮตทริกช่วยทัพ กว่างโซ้ง บุกเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า 4-0 โดยที่เกมนี้ บิลล์ โรซิมาร์ อาศัยทั้งความแข่งแกร่ง การจบสกอร์ที่เฉียบคม และไหวพริบของการเป็นศูนย์หน้าได้อย่างครบถ้วน แถมลูกสุดท้ายจังชิงจังหวะแย่งบอลจากเท้า แซมมวล เข้าไปยิงประตูช่วงทดเจ็บได้อีกด้วย

“วีระเทพ”สุดปลื้มเมืองทองฯคว้าชัยเก็บสามแต้มล้ำค่า

ควันหลงหลังเกมที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-1 โดยได้ประตูจาก แดร์เล และ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

หลังเกมทางด้าน วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางจอมเทคนิคของทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ได้ออกมาเผยว่า "มันเป็นเกมที่ยาก ราชบุรี คือทีมที่แข็งแกร่ง แต่เราเองช่วยกันเล่น ช่วยกันสู้ และได้ 3 คะแนน ที่ล้ำค่า ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ทั้งที่มาเชียร์ในสนาม รวมไปถึงจากทางบ้าน หวังว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้เห็น เมืองทองฯ กลับมาชนะอีกครั้ง"

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ เอสซีจี เมืองทอง จะบุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ในวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 เวลา18.00 น.

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

“โค้ชอั๋น”เชื่อ “ค้างคาวไฟ” ดีพอล้ม “กิเลนผยอง”

"โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เชื่อ "ค้างคาวไฟ" มีดีพอเปิดบ้านล้ม "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ประเดิม3แต้ม แม้ขาด"บาจโจ้" แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ที่เตรียมเปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

ล่าสุด "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดถึงความพร้อมของทีมว่า ในส่วนของตัวผู้เล่นจะขาดเพียง จอห์น บาจโจ้ ปีกตัวจี๊ดและกัปตันทีมเพียงรายเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้หมด ซึ่งแม้จะขาดตัวหลักอย่างบาจโจ้ไป แต่ตนเชื่อว่าคนอื่นๆสามารถที่จะลงมาทดแทนกันได้

 "แน่นอนว่า บาจโจ้ เป็นกำลังสำคัญของทีม การขาดเขาไปทีมอาจจลดประสิทธิภาพในเกมรุกไปบ้าง แต่เชื่อว่าคนอื่นทดแทนได้ เพราะเราเน้นระบบทีมเวิร์คมากกว่าตัวบุคคล และในช่วงเก็บตัวก่อนหน้านี้ เราได้ทดลองระบบการเล่นเพื่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทุกคนทำได้ดีและน่าพอใจ"

ส่วนเป้าหมายในเกมนี้ เฮดโค้ชค้างคาวไฟ กล่าวว่า "แน่นอนว่าการกลับมาของไทยลีกอีกครั้งหลังหยุดพักไปนาน รวมทั้งการได้เล่นในบ้าน เราตั้งเป้าที่ 3 คะแนนเพื่อประเดิมขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งแม้ว่า เมืองทอง จะเป็นทีมที่ดี แต่ตนเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมเรา รวมถึงผลงานในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ทุกคนเข้าใจในแท็กติก และทำได้ดี เชื่อว่าเราจะคว้า 3 แต้มได้"

เมืองทองซ้อมเข้มที่กิเลนวัลเลย์ ‘กามา’ เคี่ยวหนักเร่งฟิตเช้า-เย็น

ภายหลังจากที่พลพรรค ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเก็บตัวที่ แคมป์กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยจะทำการเก็บตัวไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 นี้

อเล็กซานเดร กามา กุนซือใหญ่ของทีม ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมแบบเคี่ยวหนักแบ่งซ้อมเป็น 2 เวลาเช้า-เย็น โดยช่วงเช้าจะเป็นการเข้าฟิตเนสเวทเทรนนิ่ง ส่วนในช่วงเย็นจะลงฝึกซ้อมในสนาม นอกจากนี้ยังมีการให้แข้งกิเลนผยอง ลงว่ายน้ำเพื่อคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย

ในส่วนของ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางดีกรีทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังได้เดินทางมาเก็บตัวที่กิเลนวัลเลย์ เป็นครั้งแรกของตัวเองว่า "หลังจากเดินทางมาเก็บตัวที่นี่ก็รู้สึกสบาย บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นด้วย แม้จะมีล้านิดหน่อยจากการเดินทางมาเก็บตัว แต่พอมาแล้วได้พัก กินข้าวนิดหน่อยก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนที่โค้ชกามาจะให้โปรแกรมซ้อมเรียกว่าหนักอยู่ครับ (หัวเราะ)"

"อย่างไรก็ตามการมาเข้าแคมป์ที่นี่ถึง 7 วันก็ถือว่าได้มาเหมือนอยู่กันแบบครอบครัว และก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย ซึ่งผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายของทีม และหวังให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก่อนไทยลีกกลับมาแข่งในเดือนหน้า"

สำหรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 6 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของตาราง โดยโปรแกรมนัดที่ 5 ของศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น.

เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

มาริโอ กับบทบาทใหม่ใน”กิเลนผยอง”

จัดเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะต่างชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของลีกไทย โดยเฉพาะการค้าแข้งให้กับทีม “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างชื่อให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้มากที่สุดในช่วงเวลาการเล่นอาชีพที่เมืองไทย

    แม้ยามนี้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “บิ๊กเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร ได้เปิดเผยว่า ด้วยความผูกพันที่มาริโอ มีกับเมืองทอง จึงได้ร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเจ้าตัวเลิกเล่น โดยตอนนี้ได้ให้เจ้าตัวดูแลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเยาวชน

 
    “มาริโอ จะรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน MTUTD SOCCER SCHOOL ซึ่งจะเป็นสถาบันสอนเด็ก ๆ ที่มาเรียนฟุตบอลกับสโมสรของเรา และยังให้ดูแลการสร้างเด็กเยาวชน 19 ปีของสโมสร ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ล้นเหลือของเขา เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กเยาวชนของสโมสรก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่อย่างมีคุณภาพตามแบบฉบับฝีเท้าของเขา”

ตัดสินใจยากสุดในชีวิต! “ตังค์- สารัช” ร่ายยาวหลังลาเมืองทองซบบีจี

"ตังค์ " สารัช อยู่เย็น โพสต์ข้อความความรู้สึกครั้งแรกหลังย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปซบรังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรรวมถึงขอบคุณแฟนบอล "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ แต่การย้ายทีมเป็นวิถีของฟุตบอล ก่อนกล่าวปิดท้ายคำสั้นๆ "ขอบคุณมากๆ​ ครับ"
    หลังจากที่ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น"  ได้ย้ายร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์ถึงความรู้สึกว่า "ถึงแฟนกิเลนผยอง 11 ปี ในสีเสื้อของเมืองทอง ยูไนเต็ด สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก จากน้องเล็กของบ้านในช่วงที่เป็นเยาวชนก้าวเข้ามาสู่ทีม จนมาเป็นพี่ใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมได้รับโอกาสดีๆ​ มากมายจากที่นี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ๆ​ น้องๆ​ นักฟุตบอล​,สต๊าฟฟ์โค้ช​ทีมงาน ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของฟุตบอล ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าแชมป์ไทยลีก การเล่นในระดับสโมสรเอเชีย ร่วมถึงโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย

    ถ้าไม่มีสโมสรแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ ผมขอกราบขอบคุณผู้มีพระคุณในสโมสรทุกท่านที่มีความเมตตากับผมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะคุณลุงระวิ โหลทอง ซึ่งมีความเมตตาผมและครอบครัวของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผมเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานในบริษัทสยามกีฬา คุณลุงได้ให้ความเมตตาอย่างมาก ทั้งคอยชี้แนะและผลักดันให้ตัวผมก้าวหน้าในเส้นทางฟุตบอลมาโดยตลอด

    และที่ขาดไม่ได้คือ​ แฟนบอลกิเลนผยอง​ ขอบคุณ​ที่ให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและยากลำบากมาด้วยกัน ทุกครั้งที่ทีมประสบความสำเร็จ​ ทุกๆ​ กำลังใจที่ส่งมาให้กับนักบอลเป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

    แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น​ คือช่วงเวลายากลำบาก​ แฟนบอลก็ไม่เคยทิ้งไปไหน​ คอยเป็นแรงผลักดัน​ เป็นกำลังใจสำคัญ​ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน

    การกล่าวคำลาต่อ ทุกๆ​ คน​ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของผมครั้งนี้ มันยากลำบากสำหรับผมมาก​ ผมไม่รู้จะสามารถบรรยายความรู้สึกออกมายังไงให้ดูสวยงามและครบถ้วนที่สุด การก้าวออกจากบ้านหลังนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้ แต่มันอาจจะเป็นวิถีของฟุตบอลอาชีพที่ผมต้องเผชิญอีกครั้ง ผมต้องไปเจอความท้าทายใหม่ๆ​ ในโลกของฟุตบอล ผมหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับที่อบอุ่นในเวลาที่ผมกลับมาเยือนยังบ้านหลังนี้

    สุดท้ายผมไม่สามารถเขียนบรรยายความรู้สึกให้ครบถ้วนสมบูรณ์แน่นอน แต่คงกล่าวเป็นคำสั้นๆให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดทุกคนว่า "ขอบคุณมากๆ​ ครับ" จาก สารัช อยู่เย็น

 

ลือ!ฝีเท้าเข้าตาทีมเจลีกสนดึง”ศุภนันท์”ร่วมทัพ

"เซฟ" ศุภนันท์ บุรีรัตน์ มีลุ้นไปค้าแข้งแดนอาทิตย์อุทัย หลังทำผลงานเข้าตามีทีมสโมสรเจลีก คอยติดตามฟอร์มการเล่นมาโดยตลอด คาดในอนาคตอาจจะเป็นแข้งไทยรายต่อที่ได้ไปค้าแข้งที่ญึ่ปุ่น
    "เซฟ" ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เด็กหนุ่มชาวจันทบุรี ของทัพ "เขี้ยวสมุทร" สมุทรปราการ ซิตี้ ถูกสโมสรในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น อยากได้ตัวของเขาไปร่วมทีมเป็นอย่างมาก หลังจากติดตามฟอร์มการเล่นมาตั้งแต่ฤดูกาล 2019 สมัยถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยืมตัวมาใช้งาน

    อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์โควิด-19 จะมาเล่นงานทำให้ไทยลีกต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปถึงเดือนกันยายน แต่ล่าสุดมีรายงายว่า ทีมงานสเก๊าท์จากแดนปลาดิบ เตรียมเร่งเครื่องชนิดร้อยแรงม้า เดินทางมายลฟอร์มการเล่นของแบ็คขวาวัย 26 ปีรายนี้อีกครั้ง ซึ่งหากว่าเจ้าเซฟยังคงรีดฟอร์มการเล่นให้เจ๋งกว่าเดิมขึ้นมา เราอาจจะได้เห็นแข้งไทยไปตะลุยเจลีกอีกคนก็เป็นได้

    ทั้งนี้ ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยสนใจเจ้าเซฟ ด้วยรูปแบบการเล่นของเขาที่เป็นแบ็คขวาจอมทุ่มเทตลอด 90 นาที วิ่งขึ้นวิ่งลงไม่มีหมด และการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาส ที่ค่อนข้างแม่นยำ รวมถึงจังหวะฉาบฉวยเมื่อมีโอกาสซัดไกล จนทำให้ไปเตะตาเหล่าบรรดาทีมสเก๊าท์จากญี่ปุ่นนั่นเอง

    สำหรับเจ้าเซฟ เริ่มเข้าสู่อะคาเดมี่จีเอ็มจีตั้งแต่อายุ 11 ปี กระทั่งได้เข้ามาเซ็นสัญญากับ  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2010 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ก่อนจะถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล , นครนายก เอฟซี , จันทบุรี เอฟซี , ทีเอ็มเอ็มฯ และพัทยา ยูไนเต็ด ตามลำดับ

ท่าเรือเสริมแกร่งดึง “เก่ง-อดิศร” แนวรับเมืองทอง

"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เดินหน้าเสริมทัพล่าแชมป์ไทยลีก ด้วยการคว้าตัว "เก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติไทยจาก "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

      มีรายงานจากแค้มป์ของทั้งสองสโมสรว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องย้ายทีมกันเรียบร้อยแล้ว โดย การท่าเรือฯ ซื้อขาด อดิศร เข้าไปเสริมทัพเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในไทยลีก และฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ หลังจากติดตามผลงานการเล่นมานาน

     สำหรับ เก่ง อดิศร ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ย้ายจาก บีอีซี เทโรศาสน สู่ถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ต้ั้งแต่ปี 2016 ก่อนเตรียมเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น แพท สเตดี้ยม ของทีมดังย่านคลองเตยต่อไป