ด่วน! “ซิเมโอเน่” ถูกตรวจพบติดเชื้อ “โควิด-19”

แคมป์ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ป่วนหนัก เพราะล่าสุดกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ก็โดนด้วยเช่นกัน หลังถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัส "โควิด-19"

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เฮดโค้ชคนเก่งของ แอตเลติโก มาดริด สโมสรดังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ได้รับผลการตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ออกมาเป็นบวก เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 50 ปี ไม่ได้แสดงอาการป่วยออกมา และตอนนี้ได้กักตัวเองที่บ้านเรียบร้อย โดย "ตราหมี" ไม่มีโปรแกรมลงเตะช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากเกมเปิดฤดูกาล 2020/21 ของพวกเขาคือการเจอกับ กรานาด้า วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ที่ประเทศสเปน กำลังพุ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อเพิ่มถึง 12,183 คน และเสียชีวิต 48 ราย

รำลึกถึงโบสแมน!ย้อนชมชอต”วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์”ของเหล่านักกีฬา

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ แชดวิค โบสแมน นักแสดงผิวสีฝีมือดีสร้างความตกใจให้กับหลายคน เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีภาพหลุดที่เขามีสภาพร่างกายน่าเป็นห่วง แต่มันก็แทบไม่มีข่าวเลยว่าเขามีอาการป่วยอย่างหนักจนอาจจะพรากชีวิตของเขาไป
    ครอบครัวของ โบสแมน เพิ่งเปิดเผยหลังจากที่เจ้าตัวเสียชีวิตแล้วว่าที่จริง โบสแมน มีอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ตั้งแต่เมื่อปี 2016 แต่ไม่เคยเปิดเผยในที่สาธารณะมาก่อน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ยังถ่ายทำภาพยนตร์ไปตามปกติ ก่อนที่จะสิ้นใจลงด้วยวัยเพียง 43 ปีเท่านั้น

    บทบาทของ โบสแมน ที่หลายคนจำขึ้นใจมากที่สุดคือบท "ทีชาล่า" จากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ยอดฮิต "Black Panther" โดยในหนังเรื่องนั้นมีประโยคที่เขาพูดว่า "วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" พร้อมกับทำท่าไขว้แขนด้วย ซึ่งมันก็กลายเป็นท่าและบทพูดยอดฮิตที่คนทำกันอย่างกว้างขวาง

    ทั้งนี้ นักกีฬาหลายคนเองก็เคยพูดและทำท่าแบบนั้นเหมือนกัน โดยในวงการฟุตบอลที่เด่นที่สุดคงจะไม่พ้น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้า อาร์เซน่อล ที่เคยทำท่านั้นตอนฉลองประตู แถมยังถึงขั้นใส่หน้ากากของซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีด้วย เพราะเขาเป็นคนที่ชอบการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มากๆ ส่วน เจสซี่ ลินการ์ด กับ ปอล ป็อกบา 2 ดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยทำท่านี้ให้กันและกันในตอนที่ ลินการ์ด ทำประตูได้

    นอกจากนี้ นักกีฬาคนอื่นๆ ที่เคยทำท่านี้มีอย่างเช่น ซาเชีย วิคเกอรี่ นักเทนนิสหญิงผิวสี, คอลลินส์ อินเยร่า นักรักบี้ทีมชาติเคนยา, กาแอล มงฟิลส์ นักเทนนิสชาวฝรั่งเศส และ วิคเตอร์ โอลาดิโป นักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน โดยรายของ โอลาดิโป เคยทำท่านั้นต่อหน้า โบสแมน ในตอนที่อีกฝ่ายมาดูช่วงการแข่งดั๊งค์ในสัปดาห์เกมออลสตาร์ของ เอ็นบีเอ เลย แถม โอลาดิโป ยังใส่หน้ากากตอนแข่งดั๊งค์ด้วย


 

    วันนี้เราจึงขอถือโอกาสนี้นำคลิปที่เหล่านักกีฬาเคยทำท่า "วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" มาให้ทุกท่านได้รับชม เพื่อเป็นการรำลึกและไว้อาลัยต่อ โบสแมน ยอดนักแสดงผิวสีผู้ที่ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรกัน

 

ข่าวเศร้า! อดีตแข้งสุโขทัยผูกคอตายในสนามบอล

อดีตนักฟุตบอล "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ยุคแรกปี2010 สุรเชษฐ์ มงคลทิพย์ แขวนคอตายที่สนามบอล
    ข่าวเศร้าของบุคลากรวงการฟุตบอลไทยเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อต้องสูญเสียอดีตนักเตะในยุคแรกของลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 อย่าง "สุรเชษฐ์ มงคลทิพย์" อดีตผู้เล่น "ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ในยุคบุกเบิกของการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 2010 ที่คิดสั้นแขวนคอตายที่สนามฟุตบอลภายในโรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ จ.สุโขทัย

    เรื่องเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ส.ค.63 เมื่อ ร.ต.อ.คนึง อินสุนทร รองสว.สส.สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตกับอัฒจันทร์สนามกีฬาฟุตบอล ภายในโรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ ต.เมืองสวรรคโลก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสวรรคโลก เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์ประชากู้ภัยสวรรคโลก ที่เกิดเหตุพบรถจยย.ยี่ห้อ ZONGSHEN RYUKA รุ่นคลาสสิก สีเขียว หมายเลขทะเบียน ขคฉ 60 สุโขทัย จอดอยู่

    ใกล้กับพบศพผู้ตายทราบชื่อนายสุรเชษฐ์ มงคลทิพย์ อายุ 39 ปี เป็นครูสอนพละอยู่ที่โรงเรียนเทศบาลสวรรคโลกประชาสรรค์ สภาพศพใช้เชือกไนลอนสีแดง มัดกับเสาอัฒจันทร์สูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร จากนั้นห้อยตัวลงมาโดยสวมเสื้อโปโลคอปกสีฟ้า สวมกางเกงกีฬา ขายาวสีเทา เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพลงมาชัณสูตรด้านล่าง เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย

    สำหรับ สุรเชษฐ์ มงคลทิพย์ ถือเป็นอดีตนักเตะทีม "ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ในยุคแรกที่ส่งทีมแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ เมื่อปี 2010 ด้วย

ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย เสียชีวิต

ข่าวเศร้าวงการลูกหนังไทย เมื่อต้องศูนย์เสียอดีตนักเตะทีมชาติไทยและอดีตศูนย์หน้าไทยลีก อย่าง "เจ้าโทน"ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ปี 2546 และอดีตศูนย์หน้าไทยลีกที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนตร์เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

   สำหรับ "เจ้าโทน"ประวิทย์ วสุนทรา ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้ามากประสบการณ์ โดยติดทีมชาติไทยชุดสู้ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ปี 2546 โดยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรทหารอากาศ , ราชวิถี , นครปฐม เอฟซี , โอสถสภา เอ็ม150 , เชียงใหม่ เอฟซี , หนองคาย เอฟที , แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ซึ่งสโมสรล่าสุดเจ้าตัวได้เซ็นสัญญากับ สโมสรไอดิน เอฟซี ในศึกไทยลีกอเมเจอร์เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

เหมือนมาเชียร์ที่สนาม!แมนยูโชว์ภาพโมเสกแฟนบอลขนาดใหญ่

แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเผยคลิปที่แสดงให้เห็นถึงภาพแฟนบอลที่พวกเขาติดตั้งบนอัฒจันทร์เพื่อชดเชยการที่หลังจากนี้ต้องเล่นแบบไร้คนดูใสนาม โดยภาพแฟนบอลที่พวกเขาเอามาใช้ในครั้งนี้มีมากกว่า 40,000 รายเลย
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ภาพแฟนบอลที่พวกเขาติดตั้งบนอัฒจันทร์ส่วนหนึ่งของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อให้รู้สึกเหมือนกับว่าแฟนบอลเหล่านั้นมาเชียร์ทีมในสนาม และเป็นการชดเชยที่หลังจากนี้จะต้องลงเล่นเกมเหย้าแบบที่ไม่มีคนเข้ามาดูในสนาม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ในวันพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ลงเล่นเกมเหย้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ฟุตบอลกลับมาเตะกัน โดยจะเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่มันก็มีการออกกฎว่าทีมฟุตบอลทุกทีมจำเป็นต้องลงเล่นในแบบที่ไร้คนดูในสนาม ซึ่งมันก็ทำให้ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" เปิดกิจกรรมให้แฟนบอลส่งรูปของพวกเขาไปยังสโมสร เพื่อที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เอาไปทำเป็นรูปแล้วแปะบนอัฒจันทร์

    ท้ายที่สุดแล้วมันก็มีแฟนบอลมากกว่า 40,000 คน จากทั้งหมด 193 ประเทศที่ส่งรูปไปให้พวกเขา ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอาไปทำแบบภาพโมเสกขนาดใหญ่ โดยด้านล่างยังมีป้ายที่เป็นข้อความต่อกันด้วยว่า "รวมพลังเพื่อเหล่าฮีโร่" (United For The Heroes)

    นอกจากนี้ ในสนามมันก็จะมีการติดตั้งป้ายที่เป็นข้อความยกย่องเหล่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่สู้กับเชื้อร้าย และข้อความสนับสนุนต่อต้านการเหยียดผิวด้วย ขณะเดียวกันก็จะมีการติดตั้งป้ายที่มีข้อความ "ฟุตบอลมันไร้ค่าหากไร้แฟนบอล" (Football is nothing without fans) เอาไว้เช่นกัน โดยข้อความดังกล่างเป็นคำพูดในอดีตของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนตรงอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกก็จะมีการติดตั้งป้ายที่เป็นข้อความไว้อาลัยให้กับ โทนี่ ดันน์ อดีตกองหลังของทีมที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา

 

เศร้า! ‘อภินันท์ แก้วปีลา’ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตแล้ว

"อภินันท์ แก้วปีลา" อดีตแบ็กขวาปลาทูคะนองชุดประวัติศาสตร์ไทยลีก 2008 ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดนรถใหญ่ปาดหน้า เบรกไม่อยู่ พุ่งชนท้ายอย่างจัง ต้องนำตัวเข้าไอซียู รพ.ปทุมธานี เสียชีวิตแล้ว

    รถยนตร์ของ "อภินันท์ แก้วปีลา" ถูกรถบรรทุกปาดหน้า ทำให้รถยนต์ของอดีตแบ็กขวาไทยลีกพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอย่างจัง ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถบรรทุกได้ขับรถหลบหนีไปเลย

    โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. "ตี๋" นพพล ผลอุดม นักเตะเพื่อนร่วมอาชีพที่ไปเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ รพ.ปทุมธานีเผยถึงอาการล่าสุดว่า "คุณหมอที่ดูแลอาการของนันท์บอกว่าอาการล่าสุดตอนนี้ที่พบคือกะโหลกร้าว และต้องเตรียมผ่าตัดกระดูกบนใบหน้าอีกที เพื่อรักษาอาการกะโหลกร้าว"

    ล่าสุดมีรายงานว่า  "อภินันท์ แก้วปีลา" ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยเตรียมนำศพทำพิธีรดน้ำศพในวันนี้เวลา 15.00 น.ที่วัดผาสุกมณีจักร เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน

   ทั้งนี้"อภินันท์ แก้วปีลา" วัย 35 ปี เป็นแบ๊กขวาตัวหลักของ สมุทรสงคราม เอฟซี ยุคทอง ที่คุมโดย "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม รวมทั้งกับ ทีโอที เอสซี เคยติดทีมชาติไทยชุดกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่เซอร์เบีย ปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอนของบางบัวทอง เอฟซี อคาเดมี

ร่วมอาลัย”น้องเปรม”นักฟุตซอลวัย14ปีถูกใบพัดเรือฟันร่างเสียชีวิต

สุดเศร้า! นักฟุตซอล ราชวินิตมัธยม โดดน้ำคลองผดุงกรุงเกษม โชคร้ายโดนใบพัดเรือฟันร่างเสียชีวิต ครอบครัวสุดเศร้า เพิ่งได้โควต้าไปเรียนเทพศิรินทร์ และมีกำหนดมอบตัววันเสาร์ ที่ 13 มิ.ย.นี้ด้วย

    ข่าวเศร้าของวงการโต๊ะเล็กเยาวชนไทย เมื่อนักเตะอนาคตไกลที่เป็นนักกีฬาโรงเรียนอย่าง ด.ช.อัจฉริยะ วิสยาคม หรือ "น้องเปรม" อายุ 14 ปี นักฟุตซอลของโรงเรียนราชวินิต มัธยม ประสบอุบัติเหตุ หลังกระโดดเล่นน้ำในคลองผดุงกรุงเกษม แต่โชคร้ายดันมาโดนเรือโดยสารแล่นผ่านมาพอดี ทำให้ถูกใบพัดฟันร่างจนเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

    ครอบครัว "น้องเปรม"ผู้เสียชีวิต ได้ระบุด้วยว่า น้องเรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 โรงเรียนราชวินิต มัธยม เป็นนักกีฬาฟุตซอล เพิ่งสอบติดกีฬากำลังจะโอนย้ายไปเรียนที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เตรียมจะเดินทางไปมอบตัวที่โรงเรียน แต่ต้องมาพบข่าวเศร้าก่อน โดยแวดวงฟุตซอลโรงเรียนมัธยมต่างร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ"น้องเปรม"ในครั้งนี้

    โดยทั้งนี้ชมรมฟุตซอลโรงเรียนราชวินิต มัธยม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัววิสยาคม กับการจากไปจองเปรม เด็กชายอัจฉริยะ วิสยาคม ขณะที่ ฟุตซอล ราชวินิตบางแก้ว ได้โพสข้อความไว้อาลัยว่า "ฟุตซอลราชวินิตบางแก้ว ขอร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ ด.ช.อัจฉริยะ วิสยาคม นักฟุตซอลของโรงเรียนราชวินิต มัธยม จากอุบัติเหตุ หลังโดดเล่นน้ำในคลองผดุงกรุงเกษม โชคร้ายโดนเรือโดยสารแล่นผ่านมาพอดี ทำให้ถูกใบพัดฟันร่างจนเสียชีวิต"

เสี่ยงผิดกฎ! เดเอฟเบเตรียมพิจารณาสามแข้งบุนเดสฯ ประท้วงในสนาม

สมาคมฟุตบอลเยอรมันยืนยันว่าจะมีการพิจารณาการกระทำของนักเตะสามรายในการแข่งขันบุนเดสลีกาช่วงสุดสัปดาห์ ที่แสดงออกว่าสนับสนุนการประท้วงในอเมริกา
คณะกรรมการวินัยของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมจะพิจารณากรณีของ จาดอน ซานโช, มาร์คัส ตูราม และเวสตัน แม็คเคนนี ที่แสดงออกถึงการประท้วงในสนามสำหรับเกมบุนเดสลีกาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแสดงออกของนักเตะทั้งสามคนเป็นการสนับสนุนการประท้วงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้การประท้วงเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในครั้งนี้ได้รับความสนใจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ทำประตูแรกของตัวเอง ในเกมที่ยิงแฮตทริคใส่พาเดอร์บอร์นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จาดอน ซานโช ก็แสดงให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่มีข้อความว่า "ความยุติธรรมแต่ จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนจะโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ

จากนั้น มาร์คัส ตูราม กองหน้าโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ก็แสดงออกด้วยการคุกเข่าลงกับพื้น หลังจากที่ยิงประตูยูเนียน เบอร์ลิน ส่วนเวสตัน แม็คเคนนี ผู้เล่นทีมชาติสหรัฐอเมริกาของชาลเก้ ได้สวมปลอกแขนที่มีข้อความเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์ ลงสนาม

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมพิจารณาว่าการกระทำของผู้เล่นทั้งสามคนนั้นผิดต่อระเบียบของบุนเดสลีกาที่ห้ามมีการแสดงออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในสนามหรือไม่

 

เมื่อความบ้า ชนะความกลัว ติดเชื้อครึ่งหมื่นแล้วไง

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกทำให้เกิดผลกระทบทุกภาคส่วนในโลกใบนี้ เช่นเดียกวันวงการฟุตบอลต้องหยุดทำการแข่งขันชั่วคราวหรือบางประเทศสามารถทำการแข่งขันกันได้ แต่ก็มีกฎระเบียบเข้มข้น การห้ามแฟนบอลเข้าสนามแข่งขันเพื่อชมเกมฟุตบอลจึงเป็นมาตรการสำคัญในการดูแลการแพร่ขยายของเชื้อไวรัสร้ายที่ยังไม่สามารถหาวัคซีนป้องกันได้ในเวลานี้ กลับกันกีฬาฟุตบอลคือกีฬายอดฮิตของโลกใบนี้ที่ผู้ชมเข้าใจรายละเอียดได้โดยง่ายทำให้ช่วงของการเว้นว่างแฟนบอลหลายคนตั้งตารอคอยที่ฟุตบอลจะกลับมาแข่งขันกันใหม่

    ที่ประเทศอิรักกิจกรรมด้านฟุตบอลก็หยุดชะงักเช่นกัน แต่ประชาชนที่อิรักมีความคลั่งไคล้ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ iraqfootball รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ในเมืองราดามาน ประเทศอิรักได้จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการ ราดามาน แชมป์เปี้ยนชิพ รายการนี้ไม่ใช่รายการใหญ่อะไรและไม่มีสตาร์ทีมชาติหรือนักเตะแถวหน้าลีกชั้นนำของประเทศลงทำการแข่งขันเป็นรายการที่จัดการแข่งขันของคนในพื้นที่ สิ่งที่เห็นจากการแข่งขันคือเรื่องของแฟนบอลที่แห่แหนเข้าไปชมเกมการแข่งขันกันจนเต็มพื้นที่แบบมืดฟ้ามัวดิน หลังจากก่อนหน้านี้เกมฟุตบอลในประเทศหยุดไปอย่างยาวนาน

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบรรดาแฟนบอลที่เข้าชมเกมการแข่งขันต่างเกาะรั่วดูอย่างเนืองแน่นแบบไม่สวมหน้ากากอนามัย  บางกลุ่มนั่งเชียร์อยู่บนรถจักรยานยนต์,บนตึก,กำแพง ฯ ทุกคนล้วนมีความสุขจากการแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว สำหรับอิรัก มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 4,469 ราย  เสียชีวิต 160 ราย   รักษาหาย 2,738 ราย

คนที่ถูกลืม! กูเกิ้ลร่วมรำลึกแข้งเชื้อสายเอเชียคนแรกติดทีมชาติอังกฤษ

แฟร้งค์ ซู เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูของใครหลายคนก็จริง แต่ทำไมเสิร์ชเอ็นจิ้นระดับโลก อย่าง กูเกิ้ล(Google) ถึงต้องรำลึกถึงบุคคลคนนี้เนื่องในโอกาสวันครบรอบการลงสนามครั้งแรกให้กับทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    แน่นอนล่ะ ชื่อของเขา ฟังแล้วดูไม่ใช่คนอังกฤษแท้ 100% แฟร้งค์ ซู มีคุณพ่อเป็นจีน และเป็นผู้เล่นเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ลงเล่นให้ทัพสิงโตคำราม ในเกมที่เจอกับ เวลส์ ตอนช่วงสงครามโลก ในปี 1942

 

    โดยในวันครอบรอบเมื่อ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กูเกิล จับมือกับ มูลนิธิ แฟร้งค์ ซู ด้วยการนำรูปของ อดีตแข้งรายนี้ ขึ้นหน้าโฮมเพจของเว็บไซต์ Google เพื่อเป็นการตระหนักถึงเรื่องแรงบันดาลใจของเขา

    แฟร้งค์ ซู เป็นนักเตะของ สโต๊ค ซิตี้ และเป็นเพื่อนร่วมทีมของดาวเตะระดับตำนาน อย่าง เซอร์สแตนลี่ย์ แม็ทธิวส์  โดยลงสนามในนามทีมชาติอังกฤษ ไปทั้งหมด 8 นัดในช่วงระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ ลูตัน จากนั้นก็ข้ามน้ำข้ามทะเลไปประกอบอาชีพโค้ชที่แถบสแกนดิเนเวีย

 

    ซู เคยทำงานในอิตาลี และถึงขั้นก้าวขึ้นเป็นกุนซือทีมชาตินอร์เวย์ ชุดตะลุยศึก โอลิมปิก เกมส์ ปี 1952 ก่อนจะกลับมาเกาะอังกฤษ ในช่วงปลายทศวรรษนั้น ด้วยการเป็นผู้จัดการทีมสคันธอร์ป โดยมี เกรแฮม เทย์เลอร์ ซึ่งต่อมาเป็นนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ เป็นนักเตะในอะคาเดมี่ของทีม

    นอกจากนี้ เขายังรับงานอีกหลายอย่าง ใน สวีเดน จนท้ายที่สุดก็กลับมายังแผ่นดินเกิดอีกครั้ง และเสียชีวิตในปี 1991 ด้วยวัย 76 ปี

    เท่าที่ดูแล้ว ชีวิตของ แฟร้งค์ ซู ไม่ธรรมดาจริง ๆ

    แจ็กกี้ ซู ซึ่งเป็นหลานสาว และเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิ แฟร้งค์ ซู ภูมิใจในตัวคุณลุงของเธอมาก ๆ และหวังเป็นที่สุดว่าการรำลึกครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนหันมาสนใจ แฟร้งค์ ซู มากขึ้น

 

    "ท่านอยู่ที่ สวีเดน ตอนฉันยังเด็ก ๆ การเติบโตขึ้นมาเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ ฉันเคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ลุงของฉันน่ะ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ เลยนะ"

    "ฉันเจอคุณลุง ตอนที่ท่านอายุ 66 ปีเข้าไปแล้วแต่ยังดูแข็งแรงอยู่เลย"

    "เพื่อน ๆ ของฉันทุกคน อยู่ข้างนอกบ้านแล้วมองผ่านกระจกเข้ามา เพราะพวกเขาเห็นรถของท่าน ฉันเลยบอกกับผู้คนว่านี่คือลุงของฉันที่เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ"

    "ท่านไม่เคยดื่มเหล้าและไม่เคยสูบบุหรี่เลย ท่านเล่าให้เราฟังถึงความสำคัญในการทำแบบนั้น แล้วจู่ ๆ ท่านก็ลงไปนอนแนบพื้น ตามด้วยทำการวิดพื้นหลายครั้ง ท่านปรบมือระหว่างลอยตัวในระหว่างการทำแบบนั้นด้วย แถมยังวิดพื้นด้วยมือข้างเดียวอีก มันน่าทึ่งมาก ๆ ทุกวันนี้เพื่อน ๆ ของฉันยังพูดถึงเรื่องนั้นกันอยู่เลย"

    "เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ ที่ตอนนี้ กูเกิล เลือกระลึกถึงท่าน ฉันหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในความน่าสนใจในตัวท่าน และให้ท่านกลับมาอยู่ในสายตาต่อสาธารณชน เพราะเด็ก ๆ ต้องการแบบอย่างที่ดี"

 

    เรื่องที่ทำให้เกิดการตระหนักถึง แฟร้งค์ ซู มากขึ้นก็ตอนที่ ซูซาน การ์ดิเนอร์ เริ่มทำการค้นคว้าเพื่อทำหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการกล่าวถึงตอนที่ ซู รับใช้กองทัพอากาศในช่วงสงคราม

    ความหวังในตอนนี้คือ เมื่อทุกคนเห็นคุณค่าของเขามากขึ้น มันก็จะกลายเป็นการทำให้เรื่องราวของ ซู เป็นเหมือนการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากขึ้นตามไปด้วย

    "มูลนิธิ แฟร้งค์ ซู เกิดขึ้นหลังจากที่หนังสือของ การ์ดิเนอร์ วางขาย" หลานสาวของ ซู เผย

    "นับตั้งแต่ที่หนังสือเล่มนั้นวางขายในปี 2016  เราก็หวังว่าหลายคนจะให้การยอมรับในตัวท่านมากขึ้น"

    "เรามีส่วนร่วมมากขึ้นกับชุมชนคนจีน เพราะพวกเขากำลังหาทางที่จะพัฒนาเรื่องกีฬากับเด็กเยาวชน"

    "พวกเด็ก ๆ มีลงแข่งทัวร์นาเมนต์ประจำปี และชื่อคุณลุงของฉันก็เป็นหนึ่งในชื่อของถ้วยรางวัลประจำรายการ เราพยายามอย่างมากที่จะให้เยาวชนคนจีนมุ่งมั่นเล่นกีฬา"

    "มันก็เป็นเหมือนกันทุกเรื่องแหละ ไม่ว่ากีฬาหรือการเมือง ก่อนที่คุณจะมีส่วนร่วมกับอะไร คุณก็ต้องตระหนักถึงแนวทางชีวิตของใครสักคน"

    "สมัยก่อนท่านโดนตำหนิเยอะมาก ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะ ไอ้เจ๊ก แฟร้งค์ ซู แต่พอเขาเริ่มเล่นให้ อังกฤษ แล้วน่ะ เขาก็เป็นแค่ แฟร้งค์ ซู หรือไม่ก็ แฟร้งค์ ซู แห่งกองทัพอากาศ"

 

 

    นอกจากจะเป็นนักเตะที่ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแล้ว ซู ยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่งเช่นกัน สแตน มอร์เตนเซ่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงเขาว่า "ดูเหมือนว่าเขาไม่มีทางที่จะเคลื่อนที่แบบซุ่มซ่ามได้เลย"

    ตอนอยู่ สโต๊ค ซู ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมทีมของ แม็ทธิวส์ เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ "ช่างปั้นหม้อ" ที่จบอันดับ 4 บนลีกสูงสุดในปี 1936 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ สโต๊ค มาจนถึงทุกวันนี้
 
    ผลงานส่วนตัวของ แฟร้งค์ ซู ที่ทำให้กับสโมสร ได้รับการยอมรับจากคนในเมืองอย่างมาก

 

    "พวกเขาได้สร้างบ้านบนพื้นที่ของสนามวิตอเรีย กราวด์(สนามเก่า) และภายหลังเปลี่ยนชื่อถนนเป็น แฟร้งค์ ซู"

    แล้วถึงตอนนี้ มีคำถามว่า การที่ กูเกิ้ล จัดการฉลองให้ ซู จะทำให้เขาได้รับการยอมรับมากขึ้นหรือไม่? แจ็กกี้ เผยว่าจริง ๆ แล้ว สมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) ควรให้ความสำคัญถึง ซู มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ภูมิใจแล้วที่หลายคนยอมรับในตัวคุณลุงของเธอเอง

    "มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาก เพราะท่านเป็นคนที่มีเชื้อสายจีนคนแรกที่เล่นให้ อังกฤษ และฉันคิดว่าผู้คนควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนของ เอฟเอ"

    "ถ้าพวกเขาอยากกระตุ้นให้คนมีส่วนร่วมกับฟุตบอลมากกว่านี้แล้วล่ะก็ ท่านนี่แหละถือเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องนั้น"

    "ทำไมไม่ลองให้ท่านได้เข้าหอเกียรติยศ(Hall of Fame) ดูล่ะ ?"

 

    นี่เป็นแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับในอนาคต แต่ตอนนี้แค่หลายคนยอมรับความสำเร็จของคุณลุงของเธอ มันก็เพียงพอที่จะทำให้ แจ็กกี้ อิ่มใจแล้ว

    "ชื่อของท่านจะถูกพูดถึงอีกครั้ง เราภูมิใจในตัวท่านมากๆ " หลานสาว แฟร้งค์ ซู กล่าวปิดท้าย