โฟเด้นซัดกู้ชีพ! แมนซิตี้ตามเจ๊าเวสต์แฮมหืดชวดขึ้นท็อปโฟร์-ฟาเบียนสกี้สุดเหนียว

ฟิล โฟเด้น สวมบทซูเปอร์ซัพลงมาซัดประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แบ่งแต้มไปด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" รั้งที่ 11 ของตาราง ชวดโอกาสเก็บ 3 แต้มเพื่อขยับขึ้นไปรั้งท็อปโฟร์ชั่วคราว ส่วนทีม "ขุนค้อน" ไร้พ่าย 3 นัดรวดรั้งที่ 10 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา

    การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แแรกประจำวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    เดวิด มอยส์ กุนซือเวสต์แฮม กำลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว เกมนี้ได้ มิคาอิล อันโตนิโอ  ผ่านความฟิตลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆพร้อมลงประจำการทั้งหมด ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ และ ปาโบล ฟอร์นัลส์

    ด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ใส่ชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นสำรองเท่านั้นหลังมีอาการเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ นาธาน อาเก้ ที่ไร้ชื่อ โดยสามแนวรุกวาง ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซร์คิโอ อเกวโร่

    เปิดฉากครึ่งแรกมา แมนซิตี้ เดินเกมบุกเข้าใส่ทันที ได้ขึงบุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 13 อิลคาย กุนโดกัน เติมขึ้นมาหน้าเขตโทษแล้วลองกดด้วยซ้ายแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ที่เกมเป็นรองมีโอกาสโต้กลับขึ้นมา และได้ประตูพลิกนำก่อน 1-0 ในนาที 18 จากจังหวะที่ วลาดิเมียร์ คูฟาล เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ มิคาอิล อันโตนิโอ แล้วจักรยานอากาศตามน้ำส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 

    หลังจากนั้น "เรือใบสีฟ้า" พยายามโหมบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียวแต่ยังเจาะเกมรับเจ้าถิ่นไม่ได้ และต้องลุ้นซัดไกลจากนอกกรอบของ เอริค การ์เซีย ที่เติมขึ้นมาลองส่องแต่บอลเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียว ในนาที 34  

    ท้ายครึ่งแรก เวสต์แฮม มีโอกาสตอบโต้บุกใส่เช่นกัน แต่สุดท้ายทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เวสต์แฮม นำอยู่ 1-0

    ครึ่งหลัง แมนซิตี้ เริ่มด้วยการถอด เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกจากสนามแล้วส่ง ฟิล โฟเด้น ลงเล่นแทน แล้วดัน ราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

    เกมดำเนินมาถึง นาที 51 แมนซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอป็น 1-1 ชูเอา กานเซโล่ เติมขึ้นมาแล้วจ่ายบอลยัดให้ ฟิล โฟเด้น ตัวสำรองเอี้ยวตัวซัดด้วยซ้ายจ่อๆบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไป

    ถัดมา นาที 68 "ขุนค้อน" มีโอกาสโต้กลับมาอีกครั้ง อังเดร ยาโมเลนโก้ ลากจากริมเส้นฝั่งขวาแล้วตัดเข้าในซัดด้วยซ้ายบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 84 ปาโบล ฟอร์นัลส์ มีโอกาสที่จะทำให้ เวสต์แฮม แซงนำอีกครั้งเมื่อหลุดเดี่ยวมาตั้งแต่กลางสนามพยายามจะชิพข้ามตัว เอแดร์ซอน ที่ออกมาปิดมุมแต่บอลไม่มีน้ำหนักไปเข้าซองนายด่านชาวบราซิลรับสบาย

    ท้ายเกมนาที 86 แมนซิตี้ พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวแต่ยิงไม่ผ่านมือของ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไป

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เวสต์แฮม เปิดบ้านเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1
   
   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – วลาดิเมียร์ คูฟาล, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ (อังเดร ยาโมเลนโก้ น.52)

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาซ, เอริค การ์เซีย, ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (เควิน เดอ บรอยน์ น.69), โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ (ฟิล โฟเด้น น.46), ราฮีม สเตอร์ลิง

แมนซิตี้รุกเต็มสูบ! “อเกวโร่-สเตอร์ลิง” ผนึกยิงถิ่นเวสต์แฮมที่ฟอร์มกำลังแจ่ม

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" กับ ราฮีม สเตอร์ลิง สองดาวยิงตัวเก่งลงผนึกปิดสกอร์เกมบุกถิ่น "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ผลงานกำลังดีวันดีคืนไม่แพ้มา 2 นัดติดแล้ว ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 24 ต.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 18.30 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด   –   แมนฯ ซิตี้
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 18.30 น.)

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม

 
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด :

    เดวิด มอยส์ กุนซือเวสต์แฮม พาทีมเสมอสเปอร์ส แบบเหลือเชื่อ 3-3 ทั้งที่โดนนำไปก่อนถึง 3-0 ทำให้ไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว

    ความพร้อมเกมนี้ "น้ามอยส์" ต้องรอทดสอบความฟิตของ มิคาอิล อันโตนิโอ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า และ เซบาสเตียง อาลแลร์ ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์

     นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เพราะทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง

    นำโดยแกนหลักขาประจำอย่าง ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ และ ปาโบล ฟอร์นัลส์

แมนฯ ซิตี้ :

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ พาทีมชนะอาร์เซน่อล 1-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนถล่มปอร์โต้ 3-1 ในเกมชปล. เมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้ไม่แพ้มา 4 เกมแล้ว

    ความพร้อมเกมนี้ "เป๊ป" จะไม่มีทั้ง แฟร์นันดินโญ่ ที่เจ็บเพิ่มเป็นรายล่าสุด รวมไปถึง เควิน เดอ บรอยน์, เบนฌาแม็ง เมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ และ กาเบรียล เชซุส ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

    ส่วน นาธาน อาเก้ ที่เจ็บโคนขาหนีบ ต้องรอทดสอบความฟิต ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง รูเบน ดิอาซ, โรดรี้ เอร์นานเดซ, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" และ ราฮีม สเตอร์ลิง ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – วลาดิเมียร์ คูฟาล, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ
    ผู้จัดการทีม : เดวิด มอยส์

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาซ, เอริค การ์เซีย, ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน", ราฮีม สเตอร์ลิง
    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า  
 
    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

แมนซิตี้มี”เดอ บรอยน์”บุกมาร์กเซยของ”โตแว็ง”ลุ้นยึดหัวฝูงชปล.

"เรือใบสีฟ้า" แมนซิตี้ จำเป็นต้องเค้นฟอร์มเก่งให้ได้ หลังนัดลีกล่าสุดพลาดเสมอ หากชนะเกมนี้จะยึดหัวฝูงกลุ่มต่อไป งานนี้ เควิน เดอ บรอยน์ ขับเคลื่อนเกมรุกบุกถิ่น โอลิมปิก มาร์กเซย ที่มี ฟลอริย็อง โตแว็ง เป็นทีเด็ดแมตช์นี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี คืนวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563
ปรีวิวยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี
คืนวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563
โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) – แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : ออเร้นจ์ เวโลโดรม

    โอแอ็ม สตาร์ตรอบแบ่งกลุ่ม ชปล. ด้วยการออกไปแพ้โอลิมเปียกอส 0-1 และบุกชนะลอริยองต์ 1-0 ในเกมลีก เอิง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    กุนซือ อันเดร วิลลาช-โบอาช ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บและติดโทษแบน หลังจากได้ ดิมิทรี ปาเยต มิดฟิลด์เชิงรุกพ้นโทษแบน 2 นัด ในลีก เอิง กลับมาพร้อมช่วยทีม ส่วนบูบาการ์ กามาร่า แข้งทีมชาติฝรั่งเศส ชุดยู-21 หายเจ็บที่หน้าแข้ง กลับคืนสนามแล้ว

    เกมนี้ สตีฟ ม็องด็องด้า นายทวารกัปตันทีมลงเฝ้าเสา แนวรับประกอบด้วย ฮิโรกิ ซากาอิ, อัลบาโร่ กอนซาเลซ, เลโอนาร์โด้ บาเลร์ดี้ และ จอร์ดาน อมาวี่

    แดนกลาง วาล็องแต็ง รงชิเย่ร์ ขับเคลื่อนเกมร่วมกับ บูบาการ์ กามาร่า และ มอร์กกาน ซ็องซง 

    แผงรุกจัดสามประสาน ฟลอริย็อง โตแว็ง, ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ และ ดิมิทรี ปาเยต ลงประสานงานกัน
       
    แมนฯ ซิตี้ เริ่มต้นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการพิชิตปอร์โต้ 3-1 และเสมอเวสต์แฮม 1-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุด

    กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขาดตัวเจ็บอย่าง แฟร์นันดินโญ่, เบนฌาแม็ง เมนดี้ และ กาเบรียล เชซุส 

    ส่วน เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าเพิ่มต้องรอทดสอบความฟิต ซึ่งโอกาสชวดสูงมาก เช่นเดียวกับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ และ นาธาน อาเก้ สองแนวรับที่ไม่สมบูรณ์

    ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ฟิตกลับมาเป็นสำรองได้ในเกมล่าสุด และน่าจะกลับมาออกสตาร์ตตัวจริง โดย ราฮีม สเตอร์ลิง จะยืนเป็นหน้าเป้า พร้อมเปิดโอกาสให้ เฟร์ราน ตอร์เรส และ ฟิล โฟเด้น สลับมาเป็น 11 คนแรก

    แดนกลาง โรดรี้ เอร์นานเดซ กับ อิลคาย กุนโดกัน คอยขับเคลื่อนเกม

    สำหรับแนวรับยึดชุดเดิม ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอริก การ์เซีย และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เช่นเดียวกับนายประตู เอแดร์ซอน โมราเอส
    

11 นักเตะตามคาด   

    โอลิมปิก มาร์กเซย (4-3-3) : สตีฟ ม็องด็องด้า – ฮิโรกิ ซากาอิ, อัลบาโร่ กอนซาเลซ, เลโอนาร์โด้ บาเลร์ดี้, จอร์ดาน อมาวี่ – วาล็องแต็ง รงชิเย่ร์, บูบาการ์ กามาร่า, มอร์กกาน ซ็องซง – ฟลอริย็อง โตแว็ง, ดาริโอ เบเนเด็ตโต้, ดิมิทรี ปาเยต

    เทรนเนอร์ : อันเดร วิลลาช-โบอาช

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอริก การ์เซีย, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน, เควิน เดอ บรอยน์ – เฟร์ราน ตอร์เรส, ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น

    เทรนเนอร์ : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 

    ผู้ตัดสิน : โทเบียส สตีเลอร์ (เยอรมัน)    

ลิเวอร์พูลเก่งกับดัตช์-มาดริดยับ3นัด! เปิดสถิติน่ารู้ศึก ชปล. คืนวันพุธ

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันพุธที่ผ่านมา มีการลงแข่งขันหลายสนามทีเดียว ไฮไลท์สำคัญคงอยู่ที่เกมระหว่าง อาแจ็กซ์ พบ ลิเวอร์พุล ที่สุดท้าย "หงส์แดง" บุกคว้าสามแต้มได้สำเร็จ ในขณะเดียวกันอีกหนึ่งทีมจากอังกฤษอย่าง "เรือใบสีฟ้า" ก็เก็บชัยชนะได้เช่นกัน แต่ผลการแข่งขันที่ช็อกที่สุดคงเป็นเกมปราชัยคาบ้านของ เรอัล มาดริด เรามาเก็บตกสถิติน่าสนใจแต่ละคู่ที่ลงสนามในคืนวันพุธนี้กัน
เรอัล มาดริด 2-3 ชัคตาร์ โดเนตส์ค

1 – ชัคตาร์ เป็นทีมจากยูเครนทีมแรกที่เอาชนะ เรอัล มาดริด ใน ชปล. นับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 1999 ที่ ไดนาโม เคียฟ เอาชนะไปได้ 2-0

3 – ราฟาเอล วาราน เป็นนักเตะเรอัล มาดริด คนที่สามที่ยิงเข้าประตูตัวเอง 2 ลูกใน ชปล. ต่อจาก อิบัน เอลเกร่า และ เซร์คิโอ รามอส

3 – เรอัล มาดริด พ่ายแพ้ในฟุตบอลยุโรป 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

3 – เรอัล มาดริด เสียประตูถึง 3 ลูกในครึ่งแรกในศึก ชปล. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2005 ในเกมพบ โอลิมปิก ลียง และยังเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในบ้านในรายการนี้นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 ในเกมพบ บาเยิร์น มิวนิค

15 – วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้เวลาเพียง 15 วินาทีลงสนามมาก็ยิงประตูได้เลย โดยนับตั้งแต่เว็บไซต์ optajoe เก็บสถิติมาตั้งแต่ฤดูกาล 2006-07 นี่เป็นประตูที่ยิงไวที่สุดในฐานะตัวสำรอง

35 – ลูก้า โมดริช เป็นนักเตะวัยตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเพียงคนที่ 4 ที่ยิงประตูให้กับ เรอัล มาดริด ในฟุตบอลยุโรป ต่อจาก อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, เฟเรนซ์ ปุสกัส และปาโก้ เกนโต้

แมนฯ ซิตี้ 3-1 ปอร์โต้

5 – เปเป้ กองหลังตัวเก๋าของ ปอร์โต้ ทำเสียจุดโทษถึง 5 ครั้งใน ชปล. มากกว่านักเตะทุกคนตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04

6 – ฟิล โฟเด้น มีส่วนร่วมกับประตูถึง 6 ลูกจาก 7 เกมหลังสุดของเขาใน ชปล. (3 ประตูกับ 3 แอสซิสต์) ทั้งที่ลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 4 เกมด้วยกัน

6 – นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2019-20 แมนฯ ซิตี้ ยิงประตูจากลูกฟรีคิกถึง 6 ลูก (ดาบิด ซิลบา 2, มาห์เรซ 2, เดอ บรอยน์ 2 และ กุนโดกัน 1)

20 – ราฮีม สเตอร์ลิง เรียกจุดโทษถึง 20 ครั้งให้กับ แมนฯ ซิตี้ นับตั้งแต่ เป๊ป เข้ามาคุมทีมเดือนสิงหาคมปี 2016

76 – นี่เป็นชัยชนะนัดที่ 76 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใน ชปล. นับตั้งแต่คุมทีมในฐานะกุนซือเต็มตัวเกมแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2008

231 – เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงประตูแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่เขายิงในเกมพบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือเมื่อ 231 วันที่แล้ว ซึ่งช่วงระยะห่างนี้เองเป็นระยะที่ยาวที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของเขากับสโมสรและทีมชาติ

บาเยิร์น มิวนิค 4-0 แอตเลติโก มาดริด

20 – นี่เป็นครั้งที่ 20 ที่ บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ยิงประตูตั้งแต่ 4 ลูกขึ้นไป ถือว่ามากกว่าทุกทีมในยุโรปนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมเดือนพฤศจิกายนปี 2019

อาแจ็กซ์ 0-1 ลิเวอร์พูล

1 – อาแจ็กซ์ ชนะเพียงแค่ครั้งเดียวจาก 7 ครั้งที่เจอกับทีมจากอังกฤษในฟุตบอลยุโรป (เสมอ 2 แพ้ 4)

2 – ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเก็บคลีนชีทได้เป็นครั้งที่ 2 ใน ชปล. นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว โดยอีกหนึ่งเกมเกิดขึ้นในแมตช์พบ ซัลซ์บวร์ก

5 – เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมกันสามคนในเกมเดียวเป็นครั้งที่ 5

7 – ลิเวอร์พูล ไร้พ่ายในการเยือนทีมจากดัตช์ 7 ครั้งหลังสุด ยังเก็บคลีนชีทถึง 5 นัด (ชนะ 4 เสมอ 3)

34 – เจมส์ มิลเนอร์ ในวัย 34 ปี 291 วัน กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่ลงเล่นในฟุตบอลยุโรป ต่อจาก แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ (37 ปี 84 วัน), เอียน คัลลาแกน (35 ปี 353 วัน)

5 – ในทางกลับกัน เคอร์ติส โจนส์ กลายเป็นนักเตะเอ๊าฟิลด์ของลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ที่ออกสตาร์ทตัวจริงใน ชปล. (19 วัน 265 วัน)

2010 – นิโกลัส ตายาฟิโก้ เป็นผู้เล่นอาแจ็กซ์คนแรกที่ยิงประตูตัวเองใน ชปล. นับตั้งแต่ เวอร์นอน อนิต้า เคยยิงประตูตัวเองในเกมพบ เรอัล มาดริด เมื่อเดือนกันยายนปี 2010

ปืนสะดุ้ง!เป๊ปแย้มอเกวโร่ฟิตทันฉะอาร์เซน่อล

แนวรับ อาร์เซน่อล มีหนาว… ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แย้มเอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงเลือด "ฟ้า-ขาว" มีแววฟิตทันช่วยทีมในเกมดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" คืนวันนี้ หลังพักแข้งมานานหลายเดือน
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนจะรอเช็คความฟิตของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่า จะใส่ชื่อ "เอล กุน" อยู่ในทีมหรือไม่ สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ดวลกับ อาร์เซน่อล คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 

อเกวโร่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ทว่าเจ้าตัวกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นสัปดาห์แล้ว และล่าสุด กวาร์ดิโอล่า แย้มว่า มีโอกาสทีเดียวที่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี จะฟิตทันเกมเจอกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

"วันพรุ่งนี้ เราจะมีการซ้อมช่วงเช้า และหลังจากนั้นก็จะตัดสินใจได้ว่า เขาฟิตหรือไม่ เขาซ้อมได้ดีมากๆ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้เล่นมานาน 3 หรือ 4 เดือนแล้ว ยังไงก็รอดูกันอีกทีแล้วกัน" กุนซือเลือดกระทิงดุวัย 49 ปี กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนเก่ง จะไม่ได้ช่วยทีมแน่นอน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียม เกมเจอกับ อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปาโดนพักงาน!เซ่นเมินเช็คจังหวะสำคัญเอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล

องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพ ไม่นิ่งนอนใจจับการสั่งห้าม เดวิด คูท ท่านเปาฉาว ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากไม่สนใจเช็คจังหวะสำคัญที่อาจมีผลทำให้เกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เปลี่ยนไป
    คณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพแห่งอังกฤษ (พีจีเอ็มโอแอล) ประกาศสั่ง เดวิด คูท ห้ามทำหน้าที่ในฐานะผู้ตัดสินหลัก และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ หลังเจ้าตัวเมินเฉยที่จะพิจารณาจังหวะสำคัญในแมตช์ เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  

    คูท โดนวิจารณ์อย่างหนักในการทำหน้าที่ผู้ตัดสินวีเออาร์ ที่มัวแต่ให้ความสำคัญการเช็คล้ำหน้าในจังหวะที่  จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ปะทะกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เท่านั้น โดยไม่สนเช็คจังหวะที่ โกลทีมชาติอังกฤษ เจตนาพุ่งเสียบหนักใส่ แนวรับเลือดดัตช์ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะทำให้ พิคฟอร์ด โดนใบแดงและเสียจุดโทษได้เลย

    อย่างไรก็ตาม องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพเมืองผู้ดี ไม่นิ่งนอนใจในกรณีนี้ โดยที่พวกเขาได้สั่งห้าม คูท ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และกรรมการห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่ให้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ตัดสินที่ 4 ในแมตช์ที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

    ทั้งนี้จังหวะที่ พิคฟอร์ด เสียบหนักใส่ ฟาน ไดค์ ส่งผลให้ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด โดย "หงส์แดง" ไม่สามารถระบุได้ว่านักเตะต้องพักนานแค่ไหน แต่สื่อคาดการณ์กันว่าอาจจะ 6 เดือน หรือทั้งฤดูกาล 2020/2021

ปาร์เตย์ลุ้นเดบิวต์? คาดการณ์ 11 ตัวจริงบิ๊กแมตช์แมนซิตี้ปะทะอาร์เซน่อล

คืนนี้พรีเมียร์ลีกมีบิ๊กแมตช์น่าสนใจที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เตรียมเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า แน่นอนว่าทั้งสองกุนซือเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องมาก่อน งานนี้ทำให้เพิ่มดีกรีความันส์ แต่ทั้งสองกุนซือจะจัดทัพอย่างไร เราลองมาคาดเดากัน
แมนฯ ซิตี้ (4-3-3)

ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน โมราเอส

    แน่นอนว่าผู้รักษาประตูยังคงใช้มือหนึ่ง เอแดร์ซอน ต่อไป แต่เจ้าของรางวัลถุงมือทองคำฤดูกาลที่แล้วยังไม่สามารถเก็บคลีนชีทได้เลยหลังจากผ่านมา 3 นัด

แนวรับ: ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้

    แผงหลังน่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดที่แล้ว โดยเซนเตอร์แบ็กตัวใหม่อย่าง รูเบน ดิอาส จะออกสตาร์ทตัวจริงนัดที่สองในลีกยืนคู่กับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ขณะที่แบ็กทั้งสองข้าง ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เบนฌาแม็ง เมนดี้ ยังลงสนามต่อเช่นเคย แม้รายหลังจะอยู่ในฟอร์มแย่ก็ตาม

กองกลาง: อิลคาย กุนโดกัน, โรดรี้ เอร์นานเดซ, ฟิล โฟเด้น

    “เรือใบสีฟ้า” เจอปัญหาใหญ่เมื่อจอมทัพของทีมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ บาดเจ็บจากเกมทีมชาติทำให้ อิลคาย กุนโดกัน จะรับหน้าที่คุมแดนกลางแทน โดยมี โรดรี้ และ ฟิล โฟเด้น ยึดตัวจริงต่อเนื่องจากนัดที่แล้ว

แนวรุก: แบร์นาโด้ ซิลวา, ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ

    อีกหนึ่งปัญหาของทีมในตอนนี้คือไม่มีกองหน้าธรรมชาติเหลืออยู่แล้วเนื่องจาก กาเบรียล เชซุส และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงบาดเจ็บอยู่ทั้งคู่แม้ในรายหลัง เป๊ป จะให้สัมภาษณ์ก่อนเกมว่ามีลุ้นฟิตกลับมาทันแต่เชื่อว่าเจ้าตัวจะไม่ออกสตาร์ทตัวจริง ทำให้ เป๊ป ต้องใช้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนหัวหอกเหมือนกับนัดที่แล้วแม้ว่าเจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บติดมาจากทีมชาติก็ตาม

    ส่วนริมเส้น เป๊ป มีตัวเลือกค่อนข้างเยอะ แบร์นาโด้ ซิลวา และ ริยาด มาห์เรซ  อาจได้ออกสตาร์ทตัวจริง แต่ในรายของ เฟร์ราน ตอร์เรส ก็มีลุ้นเช่นกัน

ระบาดไม่หยุด!แนวรับเป้าหมายแมนยูติดโควิด19

จูลส์ กุงเด้ กองหลังตัวเก่ง เซบีย่า มีผลการตรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้นักเตะต้องทำการกักตัวเป็นการด่วน และจะพลาดลงสนามหลายแมตช์ โดยเฉพาะเกมเยือน เชลซี ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก คาดนักเตะจะกลับมาได้ในเกมพบ แรนส์ อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
              
เซบีย่า สโมสรในศึกลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน จูลส์ กูงเด้ กองหลังชาวฝรั่งเศส ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากผลการตรวจเป็นบวก ส่งผลให้นักเตะหมดสิทธิ์ช่วยต้นสังกัดหลายเกม โดยเฉพาะแมตช์ที่จะต้องปะทะกับ เชลซี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี

กูงเด้ เดินทางกลับมาจากการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผลออกมานักเตะติดเชื้อ ทำให้ เซนเตอร์แบ็กวัย 21 ปี ต้องเข้ารับการกักตัวทันทีตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบายของสาธารณสุข

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เซบีย่า หมดสิทธิ์ใช้งาน กูงเด้ ในเกมลีกที่จะพบกับ กรานาด้า และ เออิบาร์ ขณะเดียวกันพวกเขายังไม่สามารถใช้งานแนวรับดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้ได้ในแมตช์ที่จะต้องไปเยือนทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมถ้วยใบโตยุโรป กลางสัปดาห์หน้าด้วย โดยคาดว่า กูงเด้ จะกลับมาลงสนามให้ต้นสังกัดในแมตช์พบกับ แรนส์ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ กูงเด้ ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพลสำคัญนำ เซบีย่า ดับซ่า อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เคยมีข่าวได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้าย  "เรือใบสีฟ้า" เลือกเซ็นสัญญากับ รูเบน ดิอาส แทน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามคว้าเซนเตอร์แบ็กใหม่ ก็อยากได้นักเตะรายนี้ไปเล่นคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ด้วย

 

แฟนผี,ปืนรอชม!จับตา5แข้งดังเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่สุดสัปดาห์นี้

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีนักเตะชื่อดังมากมายที่ตบเท้ามาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งก็มีหลายคนที่้เราได้ยลฝีเท้ากันไปแล้ว อาทิเช่น ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ดอนนี่ ฟาน เดอร์ เบ็ค และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่รอวันเปิดซิง เพราะดันมีโปรแกรมเกมทีมชาติมาขั้นกลางเสียก่อน ทว่าสุดสัปดาห์นี้เกม พรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และนี่คือ 5 นักเตะดาวดังที่อาจได้ลงเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

– โธมัส ปาร์เตย์ (อาร์เซน่อล)

นี่คือการเซ็นสัญญาที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปิดดีลคว้าตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ได้สำเร็จ ทันเดดไลน์ปิดตลาดพอดี เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม แน่นอนว่า ปาร์เตย์ ถูกคาดหวังไว้สูงมากๆ ในการเข้ามาช่วยยกระดับแดนกลางของทีม ซึ่งก็มีโอกาสไม่น้อยที่กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะเลือกใช้บริการฝีเท้าของเจ้าตัวทันที ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือส่งลงสำรอง ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ และด้วยการที่เจอกับทีมแกร่งอย่าง "เรือใบสีฟ้า" มันจึงน่าจะเป็นบททดสอบที่ดีไม่น้อยสำหรับนักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) 

 – อเล็กซ์ เตลลิส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

อาจเป็นซัมเมอร์ที่สโมสรเสริมทัพได้ไม่ค่อยโดนใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่ เตลลิส ถือเป็นนักเตะฝีเท้าดีที่น่าจะคาดหวังได้ หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ปอร์โต้ และเกมบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันเสาร์นี้ มีแนวโน้มสูงไม่น้อยเลยที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะส่งฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนวัย 27 ปี สู่ทีมตัวจริงทันที หลังจากที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมล่าสุดที่พ่ายยับต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

 – ริอาน บรูว์สเตอร์ (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

 บรูว์สเตอร์ ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในเวที พรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่เคยได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เลย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เพราะฉะนั้นการย้ายมาร่วมทีม เชฟฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง และด้วยค่าตัวระดับ 23.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 963.5 ล้านบาท) เขาคงไม่ถูกเซ็นมาเพื่อนั่งสำรองแน่ ดังนั้นกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ น่าจะให้โอกาส หัวหอกวัย 20 ปี ได้สร้างความมั่นใจในเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ทัพ "ดาบคู่" มีคิวเปิดรัง บรามอลล์ เลน รับมือทีมอันดับสุดท้ายอย่าง ฟูแล่ม

  – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (ฟูแล่ม)

ไม่ต่างกับ บรูว์สเตอร์ เพราะ ลอฟตัส-ชีค เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ฝีเท้าเช่นกัน หลังจากที่กลายเป็นแข้งส่วนเกินในทีม เชลซี ยุคกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แถมเจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ดังนั้นการย้ายมาร่วมก๊วน "เจ้าสัวน้อย" ภายใต้สัญญายืมตัวครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ มิดฟิลด์ร่างใหญ่วัย 24 ปี ที่จะได้ทำผลงาน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาไม่ใช่อีกหนึ่งแข้งที่เคยเป็นดาวรุ่งของอังกฤษ แต่กลับไปไม่สุด และเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ ฟูแล่ม มีคิวบุกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เขามีแววที่จะถูกส่งลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเลย

 – แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

หลังปิดดีลย้ายกลับมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า แฟนๆ "ไก่เดือยทอง" ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่จะได้เห็น เบล กลับมาลงสนามภายใต้ยูนิฟอร์มของ สเปอร์ส เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อม ทำให้ เบล ลงเล่นไม่ได้ตลอดช่วงหลายเกมที่ผ่านมา แต่เกมในวันอาทิตย์นี้ ที่ สเปอร์ส มีโปรแกรมเปิดบ้านทำศึกดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถือว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ ปีกจรวดชาวเวลส์วัย 31 ปี จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าจากกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากที่มุ่งมั่นฟิตร่างกายจนกลับมาพร้อมอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายอย่างมากคือ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราจะไม่ได้เห็นภาพ เบล ได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากแฟนบอล "ไก่เดือยทอง" หลายหมื่นชีวิตที่สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

เด็กเทพมะกันใฝ่ฝันอยากเล่นให้ลิเวอร์พูล

เบรนเดน อารอนสัน มิดฟิลด์อนาคตไกลของสหรัฐอเมริกา ระบุ ตนชื่นชอบ ลิเวอร์พูล มากๆ พร้อมอยากเล่นใน พรีเมียร์ลีก สุดๆ ด้วย
    เบรนเดน อารอนสัน กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกัน เปิดเผยว่าตนเป็นแฟนบอลตัวยงของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    แข้งวัย 19 ปี ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของวงการลูกหนังแดนลุงแซม โดยเขาเพิ่งได้ลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ แถมเขาก็เตรียมที่จะย้ายจาก ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน ทีมในบ้านเกิดไปอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก สโมสรแกร่งของออสเตรียในชาวงเดือนมกราคมนี้ด้วย ซึ่งว่ากันว่าค่าตัวโดยรวมของเขาจะอยู่ที่ 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 279 ล้านบาท) และจะทำให้เขาเป็นนักเตะเยาวชนชาวอเมริกันที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงที่สุดเลย

    อารอนสัน เผยว่า "คุณพ่อของผมทำให้ผมรู้จักเกมฟุตบอลตั้งแต่ตอนที่ผมยังอายุน้อย เพราะท่านเคยเล่นฟุตบอลในะดับวิทยาลัยที่อเมริกามาก่อน ท่านยังพาผมมานั่งดูเกมหน้าจอทีวีในบางครั้งด้วย และผมก็ได้ดูเกมของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เท่าที่ผมจำได้น่ะผมก็เป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล มาตลอดชีวิต ผมมีโปสเตอร์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส แปะอยู่ในห้องของผม ทั้งคู่เป็นไอดอลของผม ผมยังมีรูปตอน ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แปะอยู่เหนือเตียงของผมด้วย"

    "ตอนที่พวกเขาได้แชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อนถือเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากๆ สำหรับผม แน่นอนว่าถ้าลองนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ เจอร์ราร์ด ลื่นแล้วนั้นมันก็เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด แต่การที่พวกเขาเล่นได้เหนือชั้นกว่าคนอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก มันถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ และผมก็ดีใจสุดๆ กับเรื่องนั้นด้วย"

    แข้งอนาคตไกลเสริมว่าตนมีความฝันที่จะได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เช่นกัน โดยเขาอยากเล่นในลีกนั้นมากๆ จนพร้อมเล่นให้ทุกทีมด้วย "ผมคิดว่า พรีเมียร์ลีก เป็นลีกในันของผม มันเป็นลีกที่ยอดเยี่ยมจนน่าเหลือเชื่อ และยังยกระดับตัวเองได้เรือยๆ บรรดานักเตะของที่นั่นเก่งขึ้นเรื่อยๆ เลย และสำหรับผมแล้วมันคือลีกในฝันของผม ผมอยากมีส่วนร่วมกับลีกนั้นไม่ว่าจะเล่นกับทีมไหนก็ตาม!"