ลงตัว!แกรี่เผยโซลชาอาจเลือกถูก3หนุ่ม3มุมแผงมิดฟิลด์

แกรี่ เนวิลล์ ระบุ การจับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด เป็นตัวจริงร่วมกันอาจจะเป็นการเลือกที่ถูกต้องของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะมันทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นจนเสียเพียง 2 ลูกใน 3 นัดหลังสุด ต่างกับ 5 เกมแรกที่เสียไปถึง 11 ประตู พร้อมชี้ว่าแท็คติกแบบนี้ก็เคยส่งผลดีกับ โซลชา มาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน
    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะทำถูกแล้วที่จัดให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกัน เพราะมันทำให้เกมรับของทีมดีขึ้น

    โซลชา โดนตั้งคำถามถึงเรื่องการจัดทีมเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ไม่ส่งทั้ง ปอล ป็อกบา กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นตัวจริง และเลือกใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมถึง เฟร็ด เป็น 3 ประสานในแดนกลางตั้งแต่ต้นเกมในช่วง 3 นัดหลังสุด แต่มันก็ทำให้พวกเขาชนะ 2 เกมกับเสมอ 1 นัด รวมถึงเสียเพียง 2 ประตูเท่านั้น ต่างกับ 5 เกมก่อนหน้านั้นที่เสียไปถึง 11 ประตูและแพ้ 2 เกมแบบฟ้ากับเหว

    เนวิลล์ เผยว่า "ถ้าคุณลองดูเกมนัดเปิดฤดูกาลของ แมนฯ ยูไนเต็ด (แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3) แล้วล่ะก็ คุณก็จะเห็นว่าพวกเขาเคยให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนคู่กับ ป็อกบา ในตำแหน่งกลางสนาม ประเด็นคือ ป็อกบา เป็นนักเตะที่สไตล์การเล่นต่างจากทั้ง เฟร็ด, แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช อย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาโดนเล่นงานได้ง่ายตามไปด้วย"

    "ป็อกบา กับ แฟร์นันด์ส ต่างก็เป็นพวกที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก ทั้งคู่ต่างก็คิดถึงการสร้างโอกาสทำประตูรวมถึงการยิงประตูเองมากกว่าการเล่นเกมรับ มันทำให้แนวตรงหน้าแผงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือกองกลางที่ช่วยเกมรับแค่คนเดียว ซึ่งมันก็ทำให้วันนั้น พาเลซ ฉีก แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นชิ้นๆ แนวรุกของคู่แข่งไปถึงแผงแบ็กโฟร์ง่ายเกินกว่าที่ควรจะเป็นมากๆ แถมยังเกิดชอตแบบนั้นเยอะเกินไปด้วย ซึ่งเดิมที 2 เซนเตอร์แบ็กของพวกเขาก็ไม่ใช่พวกที่เก่งในเรื่องการดวลตัวต่อตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ไม่มีความเร็วตั้งแต่แรก"

    "หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีเกมที่ปล่อยให้คู่แข่ง (หมายถึงเกมลีกที่ชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2) ได้ยิงหลายหน ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะเจอวันที่เลวร้ายในเกมกับ ท็อตแน่ม  ที่พวกเขาแพ้แบบขาดลอย 1-6"

    "คำถามคืออะไรที่มันแตกต่างออกไปหลังจากพ้นโปรแกรมเกมทีมชาติไปแล้ว ? นั่นก็คือ โอเล่ กลับไปจัดทีมตามแบบที่ช่วยให้เขาทำผลงานได้ดีเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งได้แก่การทำให้เกิดกรอบสี่เหลี่ยมในด้านเกมรับอันประกอบไปด้วย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แม็กไกวร์, เฟร็ด, แม็คโทมิเนย์ ทั้งหมดต่างก็เป็นนักเตะประเภทที่เน้นเกมรับเป็นหลัก พวกเขาต่างก็เข้าหาบอลได้เร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 กองกลาง (หมายถึง เฟร็ด กับ แม็คโทมิเนย์) ที่ยืนอยู่หน้าคู่เซนเตอร์แบ็ก"

    "ดังนั้นทุกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนคู่แข่งบุกใส่ และบอลไปถึงแผงกลางของ เชลซี แล้วน่ะ พวกเขาเหล่านั้นต่างก็พุ่งเข้าใส่นักเตะของ เชลซี อย่างรวดเร็ว การใช้แท็กติกนี้ยังช่วยทำให้ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ลุค ชอว์ ฟูลแบ็กทั้ง 2 ข้างของ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นแบบดุดันได้ด้วย โดยที่กองกลางทั้ง 2 คนก็เล่นแบบดุดันในพื้นที่ของพวกเขา พวกเขาทำงานร่วมกันได้ดี และมันก็ทำให้ ลินเดอเลิฟ กับ แม็กไกวร์ ซึ่งเป็น 2 กองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดนเล่นงานน้อยลงเช่นกัน"

    "สำหรับผมแล้วมันแทบจะเหมือนกับว่า โอเล่ คิดว่า -ฉันต้องกลับไปสู่พื้นฐานที่ดีซะแล้ว ฉันจะเสียประตูมากมายก่ายกองต่อไปไม่ได้- แน่นอนว่าเขามีปัญหากับเรื่องการจัดทีมในกรณีของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กับ ป็อกบา (ที่ไม่ได้เป็นตัวจริง) แต่สัปดาห์นี้เขากลับไปสู่พื้นฐานของตัวเอง และมันทำให้คู่แข่งเล่นงานพวกเขาได้ยาก พร้อมกับส่งผลให้ทีมเสียประตูน้อยลง และโดนคู่แข่งยิงใส่น้อยกว่าเดิมตามไปด้วย"

เอวร่าขอแจงหลังบอกแมนยูไม่ต้องมีฟานเดอเบ็ค

ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้ายคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้แจง ที่บอกว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่ใช่คนที่ "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องมีอยู่ในทีมนั้น ตนหมายถึงเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น แต่ก็บอกว่าแข้งชาวดัตช์ยังสู้ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้เหมือนกัน
    ปาทริซ เอวร่า อดีตยอดแบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้แจงว่าที่ก่อนหน้านี้บอกว่า "ปีศาจแดง" ไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตนหมายความเพียงว่า ฟาน เดอ เบ็ค ไม่จำเป็นกับทีมในตอนนี้เท่านั้น

    ชีวิตของ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่คนพูดถึงกันในช่วงที่ผ่านมา เพราะทั้งที่เขาย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกแม้แต่นัดเดียว และถ้านับเป็นนาทีเขาก็ลงเล่นในลีกไปเพียง 60 นาทีเท่านั้น จนหลายคนมองว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจพลาดที่ไม่ใช้งานเขามากเท่าที่ควร

    ทั้งนี้ ในเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ เชลซี 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นไม่ถูกเปลี่ยนลงสนามด้วยซ้ำ ซึ่ง เอวร่า กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ ว่าไม่เข้าใจเลยว่าอดีตทีมของตัวเองจะซื้อ ฟาน เดอ เบ็ค ทำไม พร้อมบอกว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักเตะแบบเขาเลย และมันก็ทำให้ "เร้ด อาร์มี่" บางส่วนไม่พอใจกับคำพูดของเขา

    เอวร่า เผยผ่านคลิปที่โพสต์ใน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ถึงแฟนบอล ยูไนเต็ด ที่รักของผม ไม่นานมานี้ผมได้แสดงความเห็นผ่านทาง สกาย ว่าที่จริงเราไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เลย เอาล่ะ ผมจะยกตัวอย่างสักหน่อยแล้วกันว่าทำไมผมบอกว่าเรายังไม่จำเป็นต้องมีคนแบบเขา ฟังนะ เรามี เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช อยู่ในทีม ซึ่งไม่ว่าพวกคุณจะรักพวกเขาหรือเกลียดพวกเขาน่ะ คุณก็ต้องยอมรับว่าเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเล่นเกมใหญ่แล้วนั้นพวกเขามักจะทำผลงานได้ดีอยู่เสมอ นั่นคือมุมมองของผม"

    "ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เก่งกว่า ปอล ป็อกบา รึเปล่า ? ไม่เลย เขาเก่งกว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ หรือเปล่า ? ก็ไม่อีกนั่นแหละ แน่นอนว่าผมอยากเห็นเขาเล่นให้กับ ยูไนเต็ด ด้วยฟอร์มเหมือนตอนที่เขาเล่นกับ อาแจ็กซ์ แต่เรามีปัญหาอยู่ 1 อย่าง นั่นคือฤดูกาลนี้เขาได้เป็นตัวจริงไปแล้วกี่นัดกัน ? นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอย่างเขา ผมพูดแบบนั้นเพราะเขาไม่ใช่คนที่จำเป็นกับทีมแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างเช่นในตอนนี้"

    "ผมไม่พอใจกับเรื่องนั้น และผมก็เห็นใจเด็กคนนั้นด้วย เพราะเมื่อคุณย้ายทีมด้วยค่าตัวระดับ 40 ล้านปอนด์ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณย่อมคาดหวังว่าจะได้เล่นมากกว่านี้ แต่ผมเชื่อมั่นในตัว โอเล่ คนเป็นนักเตะก็ต้องเชื่อมั่นในตัว โอเล่ เขาต้องใจเย็นเข้าไว้ แล้วเดี๋ยวเขาก็จะได้รับโอกาสของเขาเองนั่นแหละ ดังนั้นอย่าดัดแปลงคำพูดของผมไปในทางที่ผิดๆ เพราะผมบอกไปเพียงว่า ดอนนี่ ไม่ใช่คนที่ทีมจำเป็นต้องมีแบบปัจจุบันทันด่วน"

ห่วยทุกตำแหน่ง! ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมสปอร์สยำใหญ่คาบ้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สเปอร์ส ถึง 6-1 เกมนี้แข้ง "ผีแดง" ครบสูตรคำว่า "ย่ำแย่" โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งถลุงตาข่ายง่ายอีกแล้ว นอกจากนี้แนวรุกยังมาโดนใบแดงตอกย้ำอีกด้วย และนี่คือผลสอบของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้

ดาบิด เด เคอา 4

ไม่ได้แย่เหมือนแผงหลังที่อยู่หน้าเขาแต่ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการเสีย 6 ประตูจากการยิงตรงกรอบ 8 ครั้งในเกมนี้ โดยเฉพาะลูกที่โดน ซน ฮึง-มิน ยิงลอดขา

อารอน วาน-บิสซาก้า 4

อาจจะเป็นคนที่ผิดพลาดน้อยที่สุดในแผงหลัง มีการทำถึง 4 แท็กเกิ้ล แต่ก็เจองานหนักในการประกบ ซน ที่มีความเร็วในลูกสวนกลับ ไม่ได้ทำประโยชน์มากนักเมื่อมีบอลอยู่กับตัว

เอริก ไบยี่ 2

มีโอกาสได้ลงเล่นตัวจริงแทนที่ ลินเดอเลิฟ แล้วแต่คว้าโอกาสไม่ได้ ลูกที่ 2 เขามัวแต่เหม่อจนตาม ซน ฮึง-มิน ไม่ทัน ขณะที่ลูกที่สามรับไปเต็มเนื่องจากจ่ายพลาดหน้าปากประตู

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 3

ความผิดพลาดของเขาทำให้ทีมเสียประตูตีเสมอเร็วจนโมเมนตัมเปลี่ยน ยังเป็นคนที่เข้าบอลโฉ่งฉ่างจนเสียฟรีคิกและเสียประตูที่สองด้วย

ลุค ชอว์ 2

กลายเป็นบ่อน้ำมันรูเบ้อเร่อของเกมนี้ ทั้งการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดไปหมดจน สเปอร์ส ขึ้นเกมรุกแบบขวาผ่านตลอด รวมถึงมีส่วนกับการเสียประตูทั้งหลายลูก

ปอล ป็อกบา 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คกับเกมรุกเลยแถมยังทำเสียบอลถึง 13 ครั้งเลยทีเดียว เข้าแท็กเกิ้ลพลาดจนทำเสียจุดโทษแบบง่ายๆ

เนมานย่า มาติช 3

แทบจะตามเกมรุกของสเปอร์สไม่ทัน ไม่ได้ทำแท็กเกิ้ลหรือตัดบอลแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก

เมสัน กรีนวู้ด 4

ทำสุดความสามารถของเขา แต่ช่วยเกมรุกได้น้อย โอกาสง้างเท้านับครั้งได้

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 5.5

    อุตส่าห์ยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำเร็วแท้ๆ แต่พอทีมเสียประตูตีเสมอและเสียโมเมนตัมบทบาทก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 4

มีโอกาสหลุดไปยิงชนเสาแต่เป็นจังหวะล้ำหน้าและก็แทบไม่มีบทบาทกับเกมเนื่องจากบอลไปไม่ถึงเขามากนักโดยเฉพาะครึ่งหลังที่โดนจับโยกไปเล่นกองหน้า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 3

เรียกจุดโทษให้กับทีมได้สำเร็จแต่เรื่องดีของเขาทั้งเกมมีแค่นั้น อาจจะไม่แฟร์นักที่โดนใบแดงอยู่คนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นบทเรียนสำคัญของเจ้าตัวไม่ให้ใช้อารมณ์มากเกินไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เฟร็ด 4 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.46)

ถูกส่งมาเพื่อให้แดนกลางเข้าที่มากขึ้นแต่สุดท้ายไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แถมจ่ายขึ้นหน้าพลาดหลายครั้ง

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 4 (ลงมาแทน เนมานย่า มาติช น.46)

ไม่ต่างจาก เฟร็ด เนื่องจากไม่ได้ช่วยแดนกลางให้ดีขึ้น

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค 5 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.68)

ลงมาเล่นทางฝั่งขวาแต่ได้บอลค่อนข้างน้อย

 

3ตัวสำรองโชว์ทีเด็ด!ตัดเกรดแข้งแมนยูหลังอัดลูตันถ้วยคาราบาวคัพ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีปัญหาในการตบเท้าเข้าสู่รอบสี่ในศึก คาราบาว คัพ หลังบุกไปสอย ลูตัน ทาวน์ สโมสรระดับ แชมเปี้ยนชิพ 3-0 ในเกมรอบสาม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่า โดยรวมไม่ใช่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนกระทั่งมาได้สามตัวสำรองมาช่วยยกระดับเกมในช่วง 10 นาทีสุดท้าย และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง

 – ดีน เฮนเดอร์สัน : 7
  ตลอดทั้งเกมอาจจะออกแรงเซฟแค่หนเดียว แต่เป็นการเซฟที่สำคัญมากในช่วงนาทีที่ 81 แถมมีความมั่นใจในการออกมาตัดบอล ซึ่งงานนี้มือหนึ่งอย่าง ดาบิด เด เคอา คงกดดันไม่น้อย

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6.5
  ฟอร์มยังไม่โดดเด่น แถมสภาพร่างกายยังไม่ฟิตเต็มร้อย แต่ช่วยประคองเกมรับของทีมได้พอสมควร

 – เอริก ไบยี่ : 7
  โดดเด่นทีเดียวในแมตช์นี้ แถมมีการยืนตำแหน่งที่ดีในการรับมือกับลูกครอส

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (C) : 6.5
  เกมนี้อาจไม่เด่นเท่า ไบยี่ แต่ยังพอไว้ใจได้เรื่องลูกกลางอากาศ กระนั้นก็มีลูกลังเลให้เห็นหลายครั้งในการตัดสินใจเข้าแท็กเกิ้ล โดยรวมถือว่าฟอร์มยังไม่ได้ตามมาตรฐาน

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ : 7
  ทำได้ดีพอสมควรทั้งเกมรับและรุก แถมเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม

 – เฟร็ด : 7
  อาจไม่เด่นมาก แต่ช่วยเกมรับได้ดีเยี่ยม ด้วยสถิติแท็กเกิ้ลชนะ 4 ครั้ง ซึ่งมากสุดในทีม "ปีศาจแดง" เกมนี้

 – เนมานย่า มาติช : 7
  อาจจะดูช้าไปในหลายจังหวะ แต่ช่วยได้เยอะเลยทีเดียวในแดนกลาง แถมมีการผ่านบอลแม่นยำถึง 93%

 – ฆวน มาต้า : 7.5
  ถือว่าโดดเด่นทีเดียว โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก ประสานงานในแดนกลางกับ ฟาน เดอ เบ็ค ได้ดี และเป็นคนสังหารลูกจุดโทษช่วยให้ทีมขึ้นนำ 1-0

 – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค : 7
  โดยรวมค่อนข้างน่าประทับใจ มีพลังในการเล่น หาพื้นที่เก่ง โดยเฉพาะการวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเกือบทำประตูได้ด้วย

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 6
  มีความมุ่งมั่นดี แต่ยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายครั้ง แถมยังขาดคุณภาพในจังหวะเข้าทำ

 – โอเดียน อิกาโล่ : 5
  มีส่วนร่วมกับเกมน้อย ไม่มีจังหวะอันตรายให้เห็น ทั้งเกมได้ลุ้นยิงแค่หนเดียว 

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แทน ฟาน เดอ เบ็ค น. 78) : 7
  ลงมาทำให้แดนกลางน่ากลัวขึ้นทันตาเห็น และเป็นคนแอสซิสต์ให้ กรีนวู้ด จบสกอร์ลูกปิดท้าย 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน อิกาโล่ น. 78) : 8
  เป็นคนช่วยพลิกเกมได้อย่างแท้จริง แม้มีเวลาอยู่ในสนามแค่สิบกว่านาที โดยเป็นคนแอสซิสต์สวยๆ ให้ แรชฟอร์ด ยิงประตู 2-0 ก่อนจบสกอร์เองในลูก 3-0

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน มาต้า น. 79) : 7
  เหมือนกับ กรีนวู้ด ที่ลงมาช่วยให้เกมรุกของทีมเฉียบขาดมากขึ้น แถมจบสกอร์ได้สุดเฉียบในประตู 2-0

“วีบีพี” ใครหลุดโผ?ร็อบสันแนะแผงกลางตัวจริงแมนยู

ไบรอัน ร็อบสัน อดีตยอดมิดฟิลด์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ แผงกองกลางตัวจริงของ "ปีศาจแดง" ในตอนนี้ควรจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เนมานย่า มาติช และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค โดยสาเหตุที่มองว่า ปอล ป็อกบา ควรหลุดโผนั้น เป็นเพราะเขาออกสตาร์ตซีซั่นนี้ได้น่าผิดหวัง

ไบรอัน ร็อบสัน ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าแผงกลางตัวจริงในตอนนี้ของ "ปีศาจแดง" ควรจะประกอบไปด้วย บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เนมานย่า มาติช และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

หลังจากได้ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพแล้วนั้น มันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะจัดแผงกลางยังไงดี เพราะทั้ง ฟาน เดอ เบ็ค, บรูโน่ และ ปอล ป็อกบา ต่างก็ไม่มีใครเป็นมิดฟิลด์ตัวรับตามธรรมชาติเลย โดยในนัดแรกของฤดูกาลนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้ ป็อกบา, บรูโน่ และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวจริง แต่พวกเขาก็พ่าย คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

แมนยูทัพสำรอง! “อิกาโล่-ฟานเดอเบ็ค” ลงยิงลูตันทาวน์ศึกคาราบาวคัพ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดจะพักแข้งหลังเกือบยกทีมโดยเตรียมส่ง โอเดียน อิกาโล่ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงล่าตาข่ายเกมพบ ลูตัน ทาวน์  ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 วันอังคารที่ 22 ก.ย. ศกนี้  เวลา 02.15 น.

ปรีวิวฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 
วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563
ลูตัน ทาวน์ (แชมเปี้ยนชิพ)   –   แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

สนาม : เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    ลูตัน ทาวน์ ทีมจากเวทีเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ผ่านเข้ามาโม่แข้งในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 3 ด้วยการเอาชนะ เร้ดดิ้ง 1-0 ในรอบก่อน เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน รวมทั้งเกมลีกนัดล่าสุดเพิ่งเฉือน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 2-1 ในอีก 4 วันถัดมา 

    เกมนี้คาดว่า นาธาน โจนส์ กุนซือชาวอังกฤษ จะใช้งานผู้เล่นชุดเดิมกับรอบที่แล้ว โดยไม่สามารถใช้งาน แดน พ็อตต์ส ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวน เช่นเเดียวกันกับ เบรนแดน กัลโลเวย์ และ ยูแนน โอเคน ที่ยังไม่พร้อมช่วยทีม ส่วน ทอม ล็อคเยอร์ คงจะพร้อมลงเล่นหลังจากที่ก่อนหน้านี้เป็นตะคริว

    ทำให้ผู้เล่นสำรองอย่าง จอร์จ มอนเคอร์, จอร์แดน คล้าร์ก ที่ยิงประตูชัยได้ในเกมที่เจอกับ เร้ดดิ้ง, แอนดรูว์ ชินนี่ และ แดนนี่ ฮิลตัน จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าบ้างซึ่งรวมไปถึง อดีตมิดฟิลด์ดาวรุ่ง แมนฯยูไนเต็ด อย่าง ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ ที่จะได้แสดงศักยภาพต่อหน้าต้นสังกัดเก่า 

    ทางด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดหัวในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ได้ไม่ดีนักหลังพ่ายให้กับ คริสตัล พาเลซ 1-3 คา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ คงจะเปลี่ยนทีมยกชุดจากเกมลีกนัดแรก โดยที่ ดีน เฮนเดอร์สัน, เอริก ไบยี่, เบรนดอน วิลเลี่ยมส์, โอเดี่ยน อิกาโล่ คงจะได้สลับมาออกสตาร์ทในเกมบอลถ้วย 

    ส่วน อารอน วาน-บิสซาก้า และ เนมานย่า มาติช อาจได้โอกาสลงเล่นเพื่อเรียกความฟิตกลับมา เช่นเดียวกันกับในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายเป็นสัมปทานของ แดเนียล เจมส์ และ เมสัน กรีนวู้ด จองฝั่งขวา

    ในแผงหลัง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คงจะปักหลักเป็นหัวใจในเกมรับของทีมอย่างต่อเนื่อง โดยมี เอริก ไบยี่ เป็นคู่หูในเกมรับ เนื่องจาก ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ยังคงพักรักษาตัวจาอาการบาดเจ็บ ขณะที่ คริส สมอลลิ่ง ก็คงจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมหลังจากที่เจ้าตัวยังคงตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในเวลานี้ ส่วน เทเดน เมนกี้ ที่ถูกดึงขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ ปีศาจแดง และโชว์ฟอร์มได้ประทับใจ โซลชา ก็อาจมีชื่อติดทีม 


รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

    ลูตัน ทาวน์ (4-3-3) : เจมส์ เช – เจมส์ บรี, ทอม ล็อคเยอร์, ซอนนี่ แบร็ดลี่ย์, รีส นอร์ริงตัน-เดวี่ส์ – แอนดรูว์ ชินนี่, จอร์จ มอนเคอร์, ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ – จอร์แดน คล้าร์ก, แดนนี่ ฮิลตัน, คาเซนก้า ลัวลัว
    ผู้จัดการทีม : นาธาน โจนส์

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่,  แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เนมานย่า มาติช, เฟร็ด – เมสัน กรีนวู้ด, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, แดเนียล เจมส์, โอเดียน อิกาโล่
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    ผู้ตัดสิน : ทิม โรบินสัน 

 

ผีกู้ศรัทธา! แมนยูรัวท้ายเกมถล่มลูตันลิ่วรอบ4คาราบาว คัพ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เรียกศรัทธาคืนสู่ทัพ "ปีศาจแดง" สำเร็จหลังบุกถล่ม ลูตัน ทาวน์ 3-0 จากตัวสำรองทีเด็ดลงมารัวประตูช่วงท้ายเกม พาทีมผ่านเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง เปรสตัน หรือ ไบรท์ตัน รอบ 4 ต่อไป ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 วันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    ลูตัน ทาวน์ ทีมจากเวทีเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ผ่านเข้ามาโม่แข้งในฟุตบอลคาราบาว คัพ รอบ 3 ด้วยการเอาชนะ เร้ดดิ้ง 1-0 ในรอบก่อน เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน รวมทั้งเกมลีกนัดล่าสุดเพิ่งเฉือน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 2-1 ในอีก 4 วันถัดมา

    ทางด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปิดหัวในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ได้ไม่ดีนักหลังพ่ายให้กับ คริสตัล พาเลซ 1-3 คา โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน

    5 นาทีผ่าน "ปีศาจแดง" ทักทายก่อนจากจังหวะลุยของ เจสซี่ ลินการ์ด พาบอลแหวกจากครึ่งสนามก่อนดีดออกขวาให้ ฆวน มาต้า แต่งหาช่องตะบันด้วยซ้ายไปติดเซฟ เจมส์ เช ล้มตัวรับไว้ได้

    ต่อมานาทีที่ 10 แมนยู พยายามขึงเกมรุกคราวนี้เป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ดันขึ้นสูงก่อนได้ช่องซัดด้วยขวาหน้าหัวกะโหลกบอลติดไซค์ก้อยหลุดออกหลังไปไม่ได้ลุ้น

    4 นาทีต่อมา "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสทอง เจสซี่ ลินการ์ด สอดมารับบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนหักเข้าในให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ข้ามหลอกมาถึง ฆวน มาต้า สอดมาตามน้ำด้วยซ้ายติดปลายมือ เจมส์ เช ผวาปัดทิ้งหวุดหวิด

    นาทีที่ 17 โอกาสครั้งแรกของ ลูตัน ทาวน์ เป็นบอลสวนเร็วของ ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ ลากจี้เข้าเขตโทษก่อนแทงออกซ้ายให้ แดนนี่ ฮิลตัน อัดด้วยซ้ายยัดเสาแรกเข้าข้างหน้าต่างอย่างน่าผิดหวัง

    ครึ่งทางผ่าน เจ้าถิ่น มาได้ลุ้นจากลูกเตะมุมทางซ้ายบอลลึกมาเสาไกลเข้าหัว ซอนนี่ แบร็ดลี่ย์ โขกไปติด เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ไหลมาเข้าทาง แอนดรูว์ ชินนี่ ตามซ้ำอีกทีก็ยังไม่ผ่านบล็อค

    นาทีที่ 35 กลายเป็น เจ้าถิ่น เริ่มตอบโต้ได้ดีกว่ามีลุ้นประตูจากจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ จอร์แดน คลาร์ก ถึง 2 ครั้งแต่ยังไม่ตรงกรอบทั้งหมด

    สุดท้ายนาทีที่ 44 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูขึ้นนำจากความผิพลาดของ จอร์จ มอนเคอร์ ไปเสียเหลี่ยมทิ่มข้อเท้า เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ร่วงลงไปในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน ชี้เป็นจุดโทษทันทีก่อน ฆวน มาต้า รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

    หมดครึ่งเวลาแรก ลูตัน ทาวน์ 0 แมนฯ ยูไนเต็ด 1

    ครึ่งหลังผ่าน 5 นาที "ปีศาจแดง" เปิดฉากลุยต่อเนื่อง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เก็บบอลทางซ้ายก่อนแทงต่อให้ เจสซี่ ลินการ์ด สอดมาอัดด้วยขวาเหินข้ามคานออกไปไกล

    นาทีที่ 63 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบบวกสกอร์เพิ่มจากลูกหยอดของ ฆวน มาต้า วางข้ามแนวรับ ลูตัน ทาวน์ ลึกไปถึง เจสซี่ ลินการ์ด ตวัดผ่าน เจมส์ เช ไปติดขา ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ สกัดทิ้งจากบนเส้น

    นาทีต่อมายังคงเป็น ฆวน มาต้า ที่เกมนี้โดดเด่นเหลือเกินจ่ายเข้ากลางให้ เนมานย่า มาติช ตั้งป้อมซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเรียดเกือบเบียดเสาแรกแต่ เจมส์ เช ยังตามมาปัดทิ้งได้ทัน

    15 นาทีสุดท้าย "ปีศาจแดง" เร่งเครื่องหาประตูปิดกล่องได้ลุ้นทั้งจากลูกซัดของ เจสซี่ ลินการ์ด และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แต่ยังไม่ผ่านมือ เจมส์ เช ช่วยเจ้าถิ่นเอาไว้ได้หมด

    นาทีที่ 82 ลูตัน ทาวน์ มาพลาดโอกาสทองบ้างจากลูกฟรีคิกทางขวาครอสมาเสาไกลถึงหัว ทอม ล็อคเยอร์ ขึ้นเอาชนะ เนมานย่า มาติช โขกยัดเสาแรกไปติด ดีน เฮนเดอร์สัน เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    ท้ายเกม "ปีศาจแดง" ทิ้งห่างออกไปจนได้จากจังหวะประสานงานของตัวสำรอง  เมสัน กรีนวูด พักบอลก่อนดีดต่อให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดขึ้นมาหลุดเข้าไปซัดผ่าน เจมส์ เช เข้าไปไม่เหลือ

    ยังไม่หนำใจช่วงทดเจ็บ แมนยู บวกประตูปิดกล่องจากความสามารถเฉพาะตัวของ เมสัน กรีนวูด รับบอลจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลากเข้าไปสับขาหลอกก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลเลียดกระดอนผ่านตัว เจมส์ เช งามหยด

    จบเกม ลูตัน ทาวน์ 0 แมนฯ ยูไนเต็ด 3

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    ลูตัน ทาวน์ (4-3-3) : เจมส์ เช – ปีเตอร์ คิโอโซ, ทอม ล็อคเยอร์, ซอนนี่ แบร็ดลี่ย์, รีส นอร์ริงตัน-เดวี่ส์ – จอร์แดน คลาร์ก, จอร์จ มอนเคอร์, ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ – แอนดรูว์ ชินนี่, แดนนี่ ฮิลตัน, คาเซนก้า ลัวลัว

ผู้จัดการทีม : นาธาน โจนส์

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่,  แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เนมานย่า มาติช, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, เจสซี่ ลินการ์ด, โอเดียน อิกาโล่

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : ทิม โรบินสัน

 

ส่วนเกินหรือไม่?แมนยูชี้ชัดอนาคตเฟร็ดหลังจ่อคว้าฟานเดอเบ็ค

ท่ามกลางกระแสข่าวที่บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จ่อได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพนั้น ล่าสุด แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ก็แฉว่า "ปีศาจแดง" ยังไม่คิดที่จะปล่อย เฟร็ด แต่อย่างใด ส่วนมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็พร้อมอยู่สู้กับทีมต่อไปด้วย
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่คิดที่จะปล่อย เฟร็ด กองกลางชาวบราซิเลียนแต่อย่างใด ตามรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นชั้นนำประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    "ปีศาจแดง" กำลังจะได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพ โดยเขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวรุกและมิดฟิลด์ตัวพักบอลที่คอยคุมจังหวะการเล่น ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงอนาคตของ เฟร็ด, เนมานย่า มาติช และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตามไปด้วย เพราะเชื่อกันว่า 3 แผงกลางตัวจริงชุดใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะประกอบไปด้วย บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และ ฟาน เดอ เบ็ค

    อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ แฉว่าจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้บอกกับ เฟร็ด เลยว่าเขากลายเป็นส่วนเกินของทีมแล้ว ขณะที่มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็ยังมีความสุขกับทีม และไม่มีความตั้งใจที่จะย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เหมือนกัน

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่า เฟร็ด เป็นตัวเลือกที่เขาจะใช้งานก่อนหน้า มาติช ถ้าหากถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจว่าจะใช้ใครคนใดคนหนึ่ง และ เฟร็ด ก็รู้สึกดีมากๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก โซลชา อย่างเต็มที่

แซงรุ่นพี่หลายคน!อัพเดตค่าเหนื่อยนักเตะแมนยูหลังเฮนเดอร์สันต่อสัญญา

เปิดค่าเหนื่อยนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ต่อสัญญายาวเรียบร้อย ส่งผลให้แซงรุ่นพี่หลายราย ขณะที่เบอร์ 1 ยังเป็นของ ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูฝีมือดี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 พร้อมรับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าไปเป็นสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.92 ล้านบาท)

    นายด่านวัย 23 ปี ขึ้นไปรั้งอันดับ 9 ค่าเหนื่อยนักเตะ "ปีศาจแดง" ร่วมกับผู้เล่นอย่าง เฟร็ด, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เนมานย่า มาติช ส่วนคนรับมากสุดในเวลานี้คือ ดาบิด เด เคอา โกลทีมชาติสเปน ที่ได้สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.35 ล้านบาท)

อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                              ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                350,000
2. ปอล ป็อกบา                   290,000
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล           250,000 
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด               200,000
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                    189,000
6.  ฆวน มาต้า                        160,000
7. ลุค ชอว์                            150,000
8. โอเดียน อิกาโล่                   120,000
9. เฟร็ด                                 120,000
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ                120,000
9. เนมานย่า มาติช                    120,000
9. ดีน เฮนเดอร์สัน  120,000
13. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                 100,000
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          90,000
15. เอริก ไบยี่                         80,000
15. มาร์กอส โรโฮ                  80,000
17. ฟิล โจนส์                        75,000
17. เจสซี่ ลินการ์ด                     75,000
19. คริส สมอลลิ่ง                     70,000
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                     70,000
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์           60,000
22. แดเนียล เจมส์                  45,000
23. เมสัน กรีนวู้ด                     40,000
24. ลี แกรนท์                           30,000
24. อันเดรส เปเรยร่า                  30,000
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                  25,000
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์               15,000
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    15,000

ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ