ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชื่อก้องแฉผ่านหนังสือของตัวเองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย
  
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ "แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้" (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจกับรัฐบาลของแดนกระทิงดุมากๆ จนต้องการไปใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน แถมเขายังสนใจที่จะไปเล่นให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในตอนนั้นด้วย

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง "เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย"

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กับ มูรินโญ่ มุ่งมั่นกับการทำดีลนี้ให้ได้มากๆ แต่การเจรจาทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่ ฮอร์เก้ คุณพ่อกับเอเยนต์ของ เมสซี่ ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมบอกว่า เดโก้ ฝากมาบอกถึงเรื่องนี้กับ มูรินโญ่ เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสไม่ได้รับสายของ เดโก้ เลย แต่ มูรินโญ่ ตอบไปว่า "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว วันก่อนฉันถึงขั้นได้คุยกับ เมสซี่ ด้วยซ้ำ"

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า "ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย" และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

 

หวั่นจะผิดกฏ!ระยองขอถก ส.บอลประเด็นแข้งหมดสัญญาต.ค.นี้

"ระยอง เอฟซี" ขอถก ส.บอลฯ กรณีจะมีนักเตะ 2-3 รายในทีม หมดสัญญาสิ้นเดือน ต.ค.63 แต่เดือนต่อไป พ.ย.63 หากการต่อสัญญายังไม่แล้วเสร็จ จะยังมีชื่ออยู่ในทีมต่อไปจะเป็นไรไหม หวั่นจะผิดกฏคลับไลเซนซิ่งหรือไม่ พร้อมเผย เรื่องเงินเดือนนักเตะ ยังไม่ครบก็จริง แต่จะทะยอยจ่ายให้ครบ แจงชัดตอนนี้ก็แย่เหมือนกัน

"ม้านิลมังกร"ระยอง เอฟซี น้องใหม่แห่งไทยลีก2020-21 ที่ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดฤดูกาลแรกก็เจอปัญหาจากวิกฤต โควิด-19 จนทำให้ทีมมีปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องทางการเงินทันที ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถาม "สจ.อดุลย์ นิยมสมาน" รองประธานสโมสรระยอง เอฟซี ที่เผยถึงเรื่องนักเตะในทีมว่า

"ตอนนี้ทางสโมสรกำลังเร่งคุยกับทาง ส.บอลฯ เกี่ยวกับเรื่องนักเตะในทีม ซึ่งจะมีประมาณ 2-3 รายที่สัญญาเขาจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเราก็เกรงว่าหากการต่อสัญญายังไม่คืบหน้า หรือยังไม่มีการต่อสัญญาในช่วงที่เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ไทยลีกยังไม่ปิดเลก ยังไม่เข้าสู่ตลาดเปิดช่วงพักเลก หากชื่อพวกเขายังอยู่ในทีม หากกรณีที่เขาจะลงเล่นให้กับระยอง เอฟซี จะผิดเรื่องกฏกติกาคลับไลเซนซิ่งด้วยหรือไม่ โดยเราจะขอความชัดเจนจาก ส.บอลฯ อีกครั้ง"

ทั้งนี้ สจ.อดุลย์ นิยมสมาน รองประธาน ระยอง เอฟซี ยังได้เผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า "ทีมยังมีปัญหาเรื่องสปอนเซอร์ เรื่องงบประมาณทำทีมอยู่ในตอนนี้ เรื่องเงินเดือนนักเตะในทีมที่เป็นข่าว ซึ่งเงินเดือนเงินอาจจะยังไม่ครบ แต่ขอยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะแก้ไขเรื่องนี้ และจะทะยอยจ่ายให้ครบ"

โอเว่น-พ่อมดฟันธงสกอร์เกมเอฟเวอร์ตันปะทะลิเวอร์พูล

ไมเคิ่ล โอเว่น และ แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ฟันธงเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ ลิเวอร์พูล ชัยชนะจะตกเป็นของฝั่งสีน้ำเงินหรือสีแดง

แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ตำนานนักเตะพ่อมดของ เซาธ์แฮมป์ตัน เชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน จะสู้กับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างสนุกในเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ (18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เนื่องจากนักเตะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" กำลังอยู่ในช่วงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในฤดูกาลนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน พา เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าชัยชนะในลีก 4 นัดติดมี 12 คะแนนเต็มขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า รั้งอันดับ 5 มี 9 คะแนน ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีโอกาสคว้าชัยเหนือคู่แข่งร่วมเมือง หลังชนะหนสุดท้ายต้องย้อนไปถึงเดือนตุลาคม ปี 2010

เลอ ทิสซิเอร์ แสดงความเห็นผ่านรายการ แกรี่ นิวบอน สปอร์ตส์ โชว์ ว่า "ผมคิดว่า นี่จะเป็นเกมที่สวยงามมากสุดในรอบหลายปีหลังจาก เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ ผมคิดว่า พวกเขาจะลงเล่นด้วยความเชื่อมั่นมากกว่าครั้งไหนในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ของพวกเขา"

"ขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังไม่ได้อยู่ในช่วงมีความมั่นใจหลังจากพวกเขาโดน แอสตัน วิลล่า ถล่มยับ ผมคิดว่า เกมนี้จะมีการทำประตูกันหลายลูก และคิดว่า สกอร์น่าจะจบลงอย่างการเสมอกันไป 2-2" ตำนานแข้ง "นักบุญ" เผย

ด้าน ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้า ลิเวอร์พูล เชื่อว่า "หงส์แดง" จะบุกไปเก็บชัยชนะได้อย่างเฉียดฉิว และน่าจะเป็นเกมที่เล่นกันได้อย่างสนุกสูสี หลังเจ้าถิ่นเปิดฉากซีซั่นยอดเยี่ยม

"นี่จะเป็นเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้ที่เราตั้งตารอคอยมากสุดในรอบหลายปี เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตได้เยี่ยม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอความเจ็บปวดหลังแพ้ แอสตัน วิลล่า ถึง 2-7 มันมีโอกาสเป็นเกมคลาสสิก อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผมเชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะเฉือนได้อย่างหวุดหวิด 2-1" โอเว่น ให้ความเห็นผ่าน เบต วิคเตอร์

เกมมันส์แต่..?!กล้องจับภาพแข้งลิเวอร์พูลหลับคาม้านั่งสำรอง

เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ เกมล่าสุดถือว่าความมันส์อยู่ในระดับ 5 ดาว มีประตูเกิดขึ้นถึง 4 ลูกและมีใบแดงในช่วงท้าย อย่างไรก็ตาม ในความมันส์นั้นกลับมีผู้เล่นตัวสำรองของฝั่งทีมเยือนหนึ่งรายถูกจับภาพได้ว่าหลับคาม้านั่งสำรอง

ในขณะที่สกอร์การแข่งขันอยู่ที่ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายนำ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ในนาทีที่ 79 ทว่ากล้องถ่ายทอดของ บีที สปอร์ต จับภาพไปทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ’หงส์แดง’ แล้วดันติดภาพของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูดาวรุ่งวัย 21 ปีแอบงีบหลับอยู่ด้านหลัง

ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่นาที ‘ทอฟฟี่สีน้ำเงิน’ มาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากลูกโขกของ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ในนาทีที่ 81

โดยทาง บีที สปอร์ต ได้โพสต์ทวิตเตอร์อำนายด่านดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล พร้อมแคปชั่นว่า "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ หนนี้มันน่าเบื่อไปนิดๆ จน ควีวีน เคลเลเฮอร์ ทนไม่ไหว"

ธุรกิจพัง!อดีตแข้งลิเวอร์พูลขายเหรียญแชมป์ชปล.

หลังจากมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมาทำให้ สตีฟ ฟินแน่น จำเป็นต้องขายของต่างๆ จากสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ อย่างเช่นเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05 โดยเขาเปิดให้ประมูลในราคา 12,000-15,000 ปอนด์

สตีฟ ฟินแน่น อดีตแบ็กขวาชาวไอริช กำลังเร่ขายบรรดาเหรียญแชมป์และชุดแข่งของตัวเอง อย่างเช่นเหรียญแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ที่คว้ามาครองได้ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟินแน่น แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2010 และที่ผ่านมาเขาก็เจอปัญหาทางการเงินเยอะมาก โดยก่อนหน้านี้ เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังระบุว่าธุรกิจด้านพัฒนาที่ดินของเขาพังทลาย แถมเขายังผิดใจกับคนในครอบครัวเรื่องหนี้จำนวนเกิน 4.03 ล้านปอนด์ (ประมาณ 161.2 ล้านบาท) อีก

สำหรับการขายบรรดาสมบัติของ ฟินแน่น นั้น เป็นการทำในรูปแบบเปิดให้คนมาประมูลสู้ราคากัน โดยเขาขายในเว็บไซต์ชื่อ Graham Budd Auctions ซึ่งเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเขาเปิดให้ประมูลอยู่ที่ราคา 12,000-15,000 ปอนด์ (ประมาณ 480,000-600,000 บาท) ส่วนเสื้อที่อดีตแข้งวัย 44 ปีใส่ในนัดชิงดำของปีนั้นเปิดขายที่ราคา 2,000-2,500 ปอนด์ (ประมาณ 80,000-100,000 บาท)

อาเดรียน ยังเฝ้าเสา !? คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล เยือน เอฟเวอร์ตัน

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกหวาดหวั่นใจกันพอสมควรเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ประกาศชัดเจนว่าพร้อมให้โอกาส อาเดรียน ทำหน้าที่เฝ้าเสาในช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะแมตช์ต่อไปของพวกเขาต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จ่าฝูงลีกในเวลานี้
    ฟอร์มการเล่นของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ โดดเด่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่เหนียวแน่น และเกมรุกที่ดุดัน โดยเฉพาะผลงานของ ฮาเมส โรดริเกซ ที่สวมบทเพลย์เมกเกอร์ช่วยสร้างมิติที่แตกต่างในเกมของ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก

    ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ "อันเช่" สามารถปรับจูนฟอร์มของทีม จนพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อลงสนาม 4 แมตช์ในลีก และคว้าชัยแบบเรียบวุธ ส่งผลให้ทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ ลิเวอร์พูล มีอาการเครื่องสะดุดจากเกมที่โดน แอสตัน วิลล่า สอนเชิงด้วยสกอร์ 2-7

    ปัญหาของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้ก็คือเกมรับที่ค่อนข้างหละหลวมโดยในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คล็อปป์ จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ไขเป็นการด่วน เพราะหากทีมต้องเจอกับแนวรุกที่ดุดันของคู่รักคู่แค้นร่วมเมือง มีสิทธิ์ได้น้ำตาตกอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล อุ่นใจได้บ้างนั่นก็คือสถิติในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก เอฟเวอร์ตัน ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้เลยในเกมดาร์บี้แมตช์นับตั้งแต่เมื่อปี 2010 ซึ่งก็ผ่านมา 1 ทศวรรษแล้ว โดยล่าสุดทีมของคล็อปป์ ออกไปเสมอ 0-0 ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    กระนั้นในแมตช์นี้สถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะไม่เอื้ออำนวยให้ "หงส์แดง" ไล่บี้ เอฟเวอร์ตัน ได้ง่ายๆ เพราะทีมชุดนี้จำเป็นต้องใช้ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เป็นนายด่านปราการสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายไม่น้อย เพราะยังหลอนกับฟอร์มสุดบรรเจิดในเกมแพ้ยับ วิลล่า

    ขณะที่แผงแบ็กโฟร์แน่นอนว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังคงไว้วางใจ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงทำหน้าที่แบ็กขวา-ซ้าย ตามลำดับ ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นหัวใจหลักในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม

    ส่วนคู่ขาของ ฟาน ไดค์ มีโอกาสสูงที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม จะเลือก โจ โกเมซ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็น ถ้าหาก คล็อปป์ อยากได้กองหลังที่สามารถทำหน้าที่เติมเกมในแดนกลางได้

    หากในกรณีที่ โกเมซ ได้ลงเล่นตัวจริง ฟาบินโญ่ น่าจะได้ลงคุมเกมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์หลังจากที่หายจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว    

     ในส่วนของแนวรุกแน่นอนว่า คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้ 3 ประสานที่ไว้วางใจได้ลงเล่นพร้อมกัน โดย ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งหายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จะได้กลับมาประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง หลังจากพลาดช่วยทีมในแมตช์เยือน วิลล่า ส่วนคู่ขาของเขาก็ยังคงเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมือนเดิม

    สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ที่อาจจะถูกนำมาใช้งานเพื่อปรับเปลี่ยนแท็คติกระหว่างเกม โดยมีทั้ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ ดีโอโก้ โชต้า รวมไปถึง ทาคุมิ มินามิโนะ เช่นเดียวกับ โฌแอล มาติป ที่ตอนนี้หายเจ็บแล้ว และกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้อีกครั้ง

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ผู้รักษาประตู : อาเดรียน

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!เผยรายได้ผู้ตัดสินศึกไทยลีก3

จากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่แวดวงผู้ตัดสินไทยที่ถูกสั่งปรับลดเงินค่าทำหน้าที่ไปตลอดทั้งฤดูกาล แบบที่เรียกว่า โดนหักแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์
   
โดยผู้ตัดสินลีกรากหญ้า อย่าง ไทยลีก3 ที่ดูจะได้รับผลกระทบแบบปฎิเสธไม่ได้กับยอดรายได้ของผู้ตัดสินในแต่ละตำแหน่งที่ทำหน้าที่

    สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ตัดสินในไทยลีก3ฤดูกาล2020ที่ดำเนินการแข่งขันมาแล้วนั้น จะไม่มีเงินรายได้จาก กกท. มาช่วย เป็นเงินรายได้จาก ส.บอลฯ ล้วนๆ ที่แบ่งเป็นค่าตอบแทน และ ค่าที่พักเหมาจ่าย(รวมถึงค่าเดินทาง , ค่าน้ำมัน)ประกอดด้วย

    ผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 700 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,200 บาท , ยอดสุทธิ  (1,140 บาท )

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ตัดสินที่ 4 – ค่าตอบแทน 350 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 850 บาท , ยอดสุทธิ ( 807.50 บาท )

    ผู้ประเมินผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ (1,187.50 บาท)

    ผู้ควบคุมการแข่งขัน –  ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ ( 1,187.50 บาท)

    ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้กำชับผู้ตัดสินไทยลีก3 จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของ ส.บอลฯ ทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังสั่งห้ามรับงานนอก , ห้ามรับงานสโมสรในเกมอุ่นเครื่องด้วย เพื่อให้ทิศทางการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ถูกเกิน!เผยแมนยูยื่น1ล.ยูโรหวังยืมแข้งดอร์ทมุนด์วันตลาดปิด

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อไปหา ดอร์ทมุนด์ เพื่อที่จะขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันไปร่วมทัพ แต่ก็โดนบอกปัดไปหลังเสนอจ่ายค่ายืมตัวแค่ 1 ล้านยูโร ทำเอา "เสือเหลือง" กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ "ปีศาจแดง" ตามไปด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นข้อเสนอขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพ โดยที่ตั้งใจจะจ่ายค่ายืมตัวเพียง 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งมันก็ทำให้ "เสือเหลือง" งงสุดๆ ที่ทีมระดับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอแบบนี้ ก่อนที่จะปฏิเสธไป ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวตามล่าแบ็กซ้ายหนักพอตัวในตลาดรอบล่าสุด โดยพวกเขาเคยมีข่าวกับ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายชาวสแปนิชด้วย ก่อนที่แข้งรายดังกล่าวจะไปซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอรื ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหันไปถึง อเล็กซ์ เตลลิส ฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ แทน

อย่างไรก็ตาม อีเอสพีเอ็น แฉว่าที่จริงในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด คิดที่จะเอา ชูลซ์ มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว โดยนอกจากจะให้ค่ายืมตัว 1 ล้านยูโรแล้วนั้น พวกเขาเสนอที่จะจ่ายค่าเหนื่อยทุกบาททุกสตางค์ของแข้งวัย 27 ปีตลอดทั้งซีซั่นด้วย อย่างไรก็ตาม ดอร์ทมุนด์ ก็ปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าแทบจะทันที เพราะค่ายืมตัวมันน้อยสุดๆ เมื่อเทียบกับเรื่องที่ว่าทีมดังแห่งถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เคยควักเงินราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าข้อเสนอในครั้งนี้ทำให้ ดอร์ทมุนด์ กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย โดยที่จริงในตลาดรอบล่าสุดทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พยายามที่จะเอา เจดอน ซานโช่ ไปจาก ดอร์ทมุนด์ เหมือนกัน แต่ทีมดังของเกาะอังกฤษไม่กล้าสู้ค่าตัว 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ที่ทาง ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้

เป้าหมายชัดเจน! แมนฯ ซิตี้ พร้อมกระชาก “เมสซี่” ร่วมทัพหลังหมดสัญญา

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก ยังคงให้ความสนใจเซ็นสัญญากับ ลีโอเนล เมสซี่ กองหน้าตัวเก่งของ บาร์เซโลน่า หลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญากับสโมสรในช่วงซัมเมอร์หน้า ตามรายงานจาก footballespana.com

"เรือใบสีฟ้า" ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับดาวยิงอาร์เจนไตน์ เมื่อตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่ผ่านมาหลังจากที่เจ้าตัวประกาศต้องการย้ายออกจากถิ่น คัมป์นู หลังจบฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม โฆเซป บาร์โตเมว ประธานสโมสรก็ออกมายับยั้งการย้ายทีมของ ลีโอเนล เมสซี่ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขายังมีค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร ซึ่งหากสโมสรใดต้องการตัวจะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้เท่านั้น นั่นทำให้นักเตะต้องอยู่กับทีมต่อไปแต่เขาก็ยืนยันว่าจะอยู่กับ บาร์ซ่า จนหมดสัญญาที่เหลืออยู่อีกเพียง 12 เดือนเท่านั้น

ในขณะเดียวกันทางทีมงานของ "เรือใบสีฟ้า" ก็ยืนยันว่าสโมสรยังไม่หมดหวังในการดึงสตาร์วัย 33 ปีมาร่วมทีม โดยมีการอ้างว่าพวกเขาพร้อมที่จะหาทางเลือกที่ดีที่สุดในการเซ็นสัญญากับ เมสซี่ ทันทีหลังจากที่หมดสัญญากับทีม อาซูลกรานา

นอกจาก แมนฯ ซิตี้ แล้วยังมีทีมจาก เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ ในสหรัฐอเมริกาที่ให้ความสนใจพร้อมทุ่มเงินค่าเหนื่อยมหาศาลดึงตัวกองหน้าทีมเลือดหมู-น้ำเงินไปเสริมทัพเช่นกัน

มากัธเหน็บเป๊ป-คล็อปป์ไม่ได้เก่งอย่างที่คนสรรเสริญ

เฟลิกซ์ มากัธ ระบุ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้เก่งกาจเเหมือนที่คนสรรเสริญกัน โดยที่เขาประสบความสำเร็จอย่างมากตอนคุม บาร์เซโลน่า มันเป็นเพราะเขามี ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ในทีมต่างหาก แถมยังบอกอีกว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้ดีแค่เพราะการเสริมทัพ ไม่ใช่เพราะแท็กติก
    เฟลิกซ์ มากัธ อดีตเทรนเนอร์ชาวเยอรมัน กล่าวว่าที่จริง โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้เก่งกาจจนถึงระดับที่หลายคนยกย่อง โดยบอกว่าสไตล์ ติกี้-ตาก้า อันเลื่องชื่อของ กวาร์ดิโอล่า เป็นระบบที่น่าเบื่อสุดๆ

    กวาร์ดิโอล่า สร้างชื่อได้เป็นอย่างมากในตอนที่คุม บาร์เซโลน่า หลังจากพาทีมครองได้แชมป์ได้หลายรายการ อย่างเช่นแชมป์ ลา ลีกา 3 สมัย, โกปา เดล เรย์ 2 ครั้ง และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 หน เป็นต้น ซึ่งในช่วงนั้นเขาก็ให้ทีมเล่นสไตล์ครองบอลเป็นหลักแล้วค่อยๆ ต่อบอลขึ้นเกมหรือที่รู้จักกันในชื่อ ติกี้-ตาก้า

    มากัธ เผยว่า "คนที่ทำให้ทีม (บาร์เซโลน่า) ได้แชมป์คือ (ลิโอเนล) เมสซี่ ไม่ใช่ กวาร์ดิโอล่า ถ้าเกิดไม่มี เมสซี่ แล้วล่ะก็ ระบบนี้ก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จสำหรับ กวาร์ดิโอล่า หรอก ถ้าระบบของเขามันดีจริงๆ เขาก็ต้องได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับ บาเยิร์น หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งนานแล้วสิ ติกี้-ตาก้า มันจะได้ผลก็ต่อเมื่อนักเตะของคุณมีเทคนิคเหนือกว่านักเตะของคู่แข่ง"

    "สำหรับคนที่นั่งดูเกมการแข่งขันแล้วน่ะการครองบอลไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสิ้นดี และทีมชั้นนำเขาไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นกันหรอก ในความคิดของผมนั้น กวาร์ดิโอล่า หมกมุ่นกับการพยายามที่จะเอาชนะตั้งแต่ก่อนลงเล่นมากเกินไป แท็กติกแบบนั้นมันมักจะทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งมันก็ส่งผลให้ทีมไม่ประสบความสำเร็จตามที่ควรจะเป็นด้วย"

    อดีตนายใหญ่ บาเยิร์น มิวนิค ชุดแชมป์ บุนเดสลีกา กับ เดเอฟเบ-โพคาล รายการละ 2 สมัย ยังบอกด้วยว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะมีแท็กติกดี แต่เป็นเพราะการเสริมทัพ หลังจากช่วงที่ผ่านมาหลายคนชื่นชมกับระบบ เกเก้นเพรสซิ่ง ของ คล็อปป์ อย่างมาก "หลักๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้ระบบของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ประสบความสำเร็จได้มันเป็นเพราะการตัดสินใจในเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่ใช่เพราะแท็กติก"

    "ถ้าเกิด ลิเวอร์พูล ไม่ควักเงินซื้อผู้รักษาประตูอย่าง อลีสซง ด้วยราคา 60 ล้านยูโร และไม่จ่ายเงิน 85 ล้านยูโรเพื่อซื้อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ แล้วล่ะก็ ระบบนี้ก็ไม่น่าจะประสบความสำเร็จอย่างมากเหมือนกัน สมัยก่อนผมเรียกระบบนี้ด้วยคำทั่วไปว่าการสวนกลับเร็ว แต่เดี๋ยวนี้มันกลับถูกเรียกว่า -เกเก้นเพรสซิ่ง- ไปซะแล้ว (สื่อว่าระบบของ คล็อปป์ เป็นแค่การสวนกลับเร็วทั่วไป แต่คนเอามาตั้งชื่อเฉพาะให้ดูเก๋ไก๋)"