หนักหรือไม่?คล็อปป์เผยอาการบาดเจ็บของมาเน่

หลังจากที่ ซาดิโอ มาเน่ ปีก ลิเวอร์พูล มีชอตเอาถุงน้ำแข็งประคบขาจนทำให้สาวก "หงส์แดง" กลัวว่าเขาจะเจ็บหนักนั้น ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็บอกเองว่าช่วงที่ผ่านมา มาเน่ มีอาการฟกช้ำนิดหน่อย และไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วง พร้อมบอกว่าที่เปลี่ยน เคอร์ติส โจนส์ ออกจากสนามในช่วงพักครึ่งมันเป็นแผนที่เตรียมเอาไว้อยู่แล้ว
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของทีมไม่ได้มีอาการบาดเจ็บร้ายแรงแต่อย่างใด

    ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น กล้องจับภาพได้ว่า มาเน่ เอาถุงน้ำแข็งมาประคบตรงขาหลังจากที่โดนเปลี่ยนตัวออกไปในนาทีที่ 60 ซึ่งมันก็ทำให้ "เดอะ ค็อป" หลายคนกลัวว่าแข้งชาวเซเนกัลจะได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องพักนาน

    "ซาดิโอ มีอาการฟกช้ำต้นขานิดหน่อยมาพักหนึ่งแล้ว และก็กำลังรักษาตรงจุดนั้นอยู่ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขายังปวดอยู่ แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเลย ตอนที่เขาไม่ได้เล่นเขาก็จะเอาน้ำแข็งมาประคบเป็นธรรมดา" คล็อปป์ ระบุ

    กุนซือชาวเยอรมันเสริมว่าที่เปลี่ยน เคอร์ติส โจนส์ ปีกดาวรุ่งกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในตอนพักครึ่งมันเป็นแผนที่วางเอาไว้อยู่แล้ว เพราะคิดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นว่าจะให้ เฮนเดอร์สัน ลงเล่นในครึ่งหลัง "กรณีของ เคอร์ติส มันเป็นการทำตามแท็กติก ทีมแพทย์บอกกับเราว่า เฮนโด้ ลงเป็นตัวจริงไม่ไหว และน่าจะพอเล่นได้ 45 นาที นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ เฮนโด้ ถูกเปลี่ยนลงไปเล่น เราอยากได้นักเตะที่มีประสบการณ์ลงไปช่วยทีม รวมถึงอยากได้แผงกลางเป็นชุดที่เคยเล่นร่วมกันมาบ้าง มันเป็นสิ่งที่ช่วยในเกมแบบนี้ได้เป็นอย่างดี"

ลิเวอร์พูลไร้ “ฟานไดค์-ติอาโก้”!มี “ซาลาห์” นำ3หน้าซัดถิ่นอาแจ็กซ์ศึก ชปล.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สองตัวจักรสำคัญที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงเป็นแกนหลักนำ 3 แผงหน้าล่าสกอร์เช่นเคย เกมบุกถิ่น อาแจ็กซ์ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี) วันพุธที่ 21 ต.ค. ศกนี้ เวลา : 02.00 น.
ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี)
วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
อาแจ็กซ์   –   ลิเวอร์พูล

สนาม :  โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า

 อาแจ็กซ์ :
     อาแจ็กซ์ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ฮีเรนวีน 5-1 ในเกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมทำให้เจ้าบ้านคว้าชัยได้ถึง 4 จาก 5 นัดล่าสุด

     เอริค เทน ฮาก กุนซือของทีม ไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บและจะได้ตัว ควินซี่ โปรเมส และ แอนโธนี่ สองนักเตะในแดนหน้ากลับมาสู่ทีมตัวจริงอีกครั้งหลังทั้งคู่ได้พักในเกมที่แล้ว

     โดยมี ดูซาน ทาดิช ดาวเตะทีมชาติเซอร์เบีย ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า หลังจากที่ อดีตแข้ง เซาธ์แฮมป์ตัน ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 18 เกม ยิงได้ 13 ประตูซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นของเจ้าถิ่น ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นหน้าที่ของ อ็องเดร โอนาน่า นายทวารฝีมือดีชาวแคเมอรูน

     ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้, ดาวี่ คลาสเซ่น และ ดาวิด เนเรส พร้อมลงสนาม

 ลิเวอร์พูล :
     ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ในศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์" ทำให้ หงส์แดง ไม่ชนะใครมา 3 นัดแล้วรวมทุกรายการ

     สภาพทีมในเกมนี้ แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะไม่สามารถใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่ต้องขึ้นเขียงผ่าเอ็นหัวเข่า หลังเซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์  มีปัญหาอาการบาดเจ็บอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดจากเกมที่แล้ว จนเล่นต่อไม่ไหวและต้องเปลี่ยนให้ โจ โกเมซ ลงสนามมาแทน

     เช่นเดียวกันกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็คงจะพลาดการลงสนามช่วยทีมด้วยเช่นกันหลังโดนโรคเดี้ยงบริเวณหัวเข่าเล่นงานจากจังหวะที่ปะทะกับ ริชาร์ลิซอน จนผู้ตัดสินต้องควักใบแดงไล่ดาวยิงเลือดแซมบ้า ออกจากสนาม

     นอกจากนี้ โฌแอล มาติป ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่า กองหลังทีมชาติแคเมอรูน จะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไรมากมาย แต่ก็ต้องลุ้นว่า อดีตแข้ง ชาลเก้ 04 จะฟิตทันลงสนามในเกมนี้หรือไม่ หากไม่ทัน นายใหญ่เลือดเบียร์ อาจจะถอย ฟาบินโญ่ ลงมายืนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแทน

     ทั้งนี้ อลีสซง เบ็คเกอร์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าในรายแรกจะกลับมาเฝ้าเสาได้ก่อนสิ้นเดือนนี้ แต่ในรายหลังยังคงต้องพักอีกนาน แต่มีข่าวดี คือ นาบี เกอิต้า กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแล้วหลังผลการเชื้อโควิด-19 รอบสองนั้นเป็นลบ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

     อาแจ็กซ์ (4-3-3) : อ็องเดร โอนาน่า – นูส์แซร์ มาซราอูย, แปร์ ชูร์ส์,  ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้ –  ดาวี่ คลาสเซ่น, โมฮัมเหม็ด คูดาส, ควินซี่ โปรเมส – ดาวิด เนเรส, ดูซาน ทาดิช, แอนโธนี่
     ผู้จัดการทีม : เอริค เทน ฮาก

     ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
     ผู้จัดการทีม :  เจอร์เก้น คล็อปป์

     ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

 

ไม่เหลือหลังแล้ว?เผยภาพ “มาติป” เข้าโรงหมอสแกนเจ็บ

สื่อดังรายงาน โฌแอล มาติป กองหลังลิเวอร์พูล เข้ารับการตรวจหาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้้ต้องลุ้นว่านักเตะจะฟิตทันช่วยทีมในแมตช์ดวล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หรือไม่
   
โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กชาวแคเมอรูนของ ลิเวอร์พูล ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บหลังจบเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์เสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่สนามกูดิสัน พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังในประเทศอังกฤษ

"หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติเกมรับอย่างหนักเมื่อพวกเขาจะไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในแผงแบ็กโฟร์เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวเข่าหลังจากได้รับบาดเจ็บหนักในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือนเลยทีเดียว

กรณีของ ฟาน ไดค์ ยังไม่ทันหาย ลิเวอร์พูล ต้องมาเจอความเซ็งเข้ามาแทรกอีกเมื่อ มาติป ซึ่งเพิ่งจะกลับลงสนามในเกมล่าสุด ก็มีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีคลิปวีดิโอว่อนไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า กองหลังวัย 29 ปี เข้าไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังจบแมตช์กับเพื่อนบ้านสุดที่รัก ซึ่ง ฟาน ไดค์ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็เข้ารับการสแกนที่นั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม "เดอะ ไทม์ส" รายงานว่า มาติป เข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" น่าจะสบายใจอยู่ได้บ้างเนื่องจากทีมแพทย์ระบุว่าไม่พบปัญหาบาดเจ็บที่รุนแรงอะไร แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะตัดสินใจเสี่ยงส่ง มาติป ลงสนามในเกมพบ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่

ทั้งนี้หาก มาติป ไม่สามารถลงสนามได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ฟาบินโญ่ จะถูกเลือกให้ลงมาทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็นคู่กับ โจ โกเมซ แต่ คล็อปป์ ยังมีทางเลือกอื่นด้วยการส่ง นาธานเนี่ยล ฟิลลิปส์, ไรส์ วิลเลี่ยมส์, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ บิลลี่ คูเมติโอ ลงสนามก็เป็นได้

 

ฟาบินโญ่ติดโผ,ไร้แข้งแมนยู!เว็บดังจัดทีมยอดเยี่ยมชปล.วีกแรก

 

การแข่งขันศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สัปดาห์แรก ประจำฤดูกาล 2020/21 ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารและพุธที่ผ่านมา ซึ่งสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า รวมถึงแชมป์เก่าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ต่างสามารถเก็บชัยชนะกันได้อย่างพร้อมหน้า และก็มีนักเตะหลายคนเลยทีเดียว ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และนี่คือโฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมจากวีกแรก ที่จัดทัพโดยเว็บไซต์ดังอย่าง whoscored.com (ระบบ 4-4-2)
 – ผู้รักษาประตู : มัตเวย์ ซาโฟนอฟ (เอฟซี คราสโนดาร์, เรตติ้ง 7.67)
  เป็นนายทวารที่เรตติ้งดีสุดในวีกแรก โดยนายด่านวัย 21 ปี ออกแรงเซฟถึง 6 ครั้งในเกมที่ช่วยต้นสังกัดบุกไปเสมอ แรนส์ 1-1 เมื่อคืนวันอังคาร

 – แบ็กขวา : ฮวน กวาดราโด้ (ยูเวนตุส, เรตติ้ง 7.76)
  ฟูลแบ็กชาวโคลอมเบียวัย 32 ปี โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในเกมที่ ยูเว่ บุกสอย ดินาโม เคียฟ 2-0 เมื่อวันอังคาร โดยเป็นคนแอสซิสต์ให้ อัลบาโร่ โมราต้า ทำประตูปิดท้ายในนาทีที่ 84

 – เซนเตอร์แบ็ก : ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล, เรตติ้ง 8.71)
  โชว์ฟอร์มได้สุดยอดมากๆ กับการยืนเซนเตอร์แบ็กจำเป็นแทน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่พักยาว โดยเกมเมื่อคืนวันพุธที่ "หงส์แดง" บุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 นั้น แข้งเลือดแซมบ้าวัย 26 ปี มีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันได้ถึง 8 ครั้ง แถมเคลียร์บอลทิ้งถึง 9 หน ซึ่งก็รวมถึงจังหวะเคลียร์บอลจากเส้นประตูช่วงท้ายครึ่งแรก ที่เจ้าตัวได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก

 – เซนเตอร์แบ็ก : คริสเตียน โรเมโร่ (อตาลันต้า, เรตติ้ง 8.52)
  แนวรับชาวอาร์เจนไตน์วัย 22 ปี คุมแนวรับได้แข็งแกร่งสุดๆ ในเกมที่ช่วยต้นสังกัดบุกยำ มิดทิลแลนด์ 4-0 เมื่อคืนวันพุธ โดยชนะดวลลูกกลางอากาศถึง 5 หน แถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ ดูวาน ซาปาต้า ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ด้วย

 – แบ็กซ้าย : ดานิโล่ (ยูเวนตุส, เรตติ้ง 8.27)
  ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งของ ยูเวนตุส ต่างมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของ whoscored.com โดย ดานิโล่ เล่นได้แจ่มทั้งรับและรุกในเกมที่ "ม้าลาย" บุกพิชิต ดินาโม เคียฟ 2-0 ซึ่งเจ้าตัวมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันถึง 6 ครั้ง แถมเลี้ยงบอลได้พลิ้วสุดๆ ด้วยสถิติพาบอลผ่านนักเตะคู่แข่งได้ 5 หน

 – กองกลาง : โยซัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 8.36)
  เป็นอีกหนึ่งแข้ง "เสือใต้" ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหน โดยเกมเมื่อคืนวันพุธที่ บาเยิร์น เปิดบ้านกระซวก แอตเลติโก มาดริด 4-0 นั้น คิมมิช เล่นได้โดดเด่นสุดๆ ในแผงมิดฟิลด์ เพราะนอกจากมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกันได้ถึง 5 ครั้งแล้ว ยังเป็นคนแอสซิสต์สุดแม่นให้ คิงส์ลี่ย์ โกมัน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ด้วย

 – กองกลาง : ลีออน โกเร็ตซ์ก้า (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 8.16)
  เล่นได้โดดเด่นเคียงข้างกับ คิมมิช โดยเกมที่ บาเยิร์น ไล่ทุบ "ตราหมี" 4-0 นั้น นอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว โกเร็ตซ์ก้า ยังมีเปอร์เซนต์ผ่านบอลเข้าเป้าสูงถึง 95.7% แถมมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะและแย่งบอลรวมกัน 3 ครั้ง


 

 – ปีกขวา : เตเต้ (ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค, เรตติ้ง 8.54)
  แข้งเลือดแซมบ้าวัย 20 ปี เล่นได้เข้าตามากๆ ในเกมที่ช่วย ชัคตาร์ บุกไปพลิกล็อกเอาชนะ เรอัล มาดริด 3-2 เมื่อคืนวันพุธ โดยนอกจากทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ แล้ว ยังโชว์พลิ้วพาบอลผ่านนักเตะทีมคู่แข่งได้ถึง 3 หน

 – ปีกซ้าย : คิงส์ลี่ย์ โกมัน (บาเยิร์น มิวนิค, เรตติ้ง 9.57)
  เป็นแข้ง "เสือใต้" รายที่สามที่มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม โดยเกมเมื่้อคืนวันพุธ โกมัน ซึ่งเป็นฮีโร่นัดชิงฯ ซีซั่นที่แล้ว โชว์ฟอร์มได้สุดยอดมากๆ เพราะนอกจากทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์แล้ว เจ้าตัวยังสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูรวมกันได้ถึง 4 หน

 – กองหน้า : ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า, เรตติ้ง 10)
  แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี เล่นได้โดดเด่นเหลือเกินในเกมเมื่อวันอังคารที่ บาร์ซ่า เปิดบ้านยำ เฟเรนซ์วารอส 5-1 เพราะนอกจากทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์แล้ว เจ้าตัวยังมีสถิติเด่นๆ อีกเพียบ เช่น สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมลุ้นทำประตู 4 หน และเลี้ยงบอลผ่านนักเตะคู่แข่งถึง 7 ครั้ง
 
 – กองหน้า : ดูวาน ซาปาต้า (อตาลันต้า, เรตติ้ง 8.60)
  เป็นอีกหนึ่งแข้ง อตาลันต้า ที่เล่นได้ดีมากๆ ในเกมบุกต้อน มิดทิลแลนด์ 4-0 โดย หัวหอกร่างยักษ์ทีมชาติโคลอมเบียวัย 29 ปี ทำ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ซึ่งทั้งเกมเจ้าตัวมีโอกาสลุ้นทำประตูถึง 5 หน และเป็นการส่องตรงกรอบ 3 ครั้ง

ถึงเวลาโชต้า?คาดการณ์11ตัวจริงลิเวอร์พูลเกมดวลเชฟฯยูไนเต็ด

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่า มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลังแพ้ 1 เสมอ 1 ในสองเกมล่าสุด และคืนวันเสาร์นี้ พวกเขาจะได้กลับมาเล่นที่ แอนฟิลด์ โดยมีคิวดวลกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วย ที่ยังไม่ชนะใครจากการลงเตะ 5 นัด (เสมอ 1 แพ้ 4) ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การจัดทัพของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมนี้ เพราะด้วยการที่เจอกับทีมที่ไม่หนักมากอย่าง "ดาบคู่" มันก็มีความเป็นไปได้ที่ ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี อาจจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแนวรุก และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริง ลิเวอร์พูล 2 รูปแบบ ที่ คล็อปป์ อาจเลือกมาใช้ดวลกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด
– จัดเต็มเหมือนเดิม (4-3-3)
    ด้วยการที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ยังคงไม่ฟิต ทำให้นายทวารมือสองอย่าง อาเดรียน จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป ส่วนแนวรับสี่คนยังไงก็ยังต้องยึดชุดที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ โดย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยืนแบ็กขวา ส่วนทางซ้ายเป็น แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กนั้น ฟาบินโญ่ จะยืนคู่กับ โจ โกเมซ แน่นอน หลังทั้งสองเล่นได้อย่างแข็งแกร่งในเกมบุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 เมื่อคืนวันพุธ


 

    แดนกลางสามคน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในบทบาทกลางรับ หลังจากที่ลงสำรองในเกมเจอกับ อาแจ็กซ์ ส่วนสองมิดฟิลด์ที่จะยืนอยู่ข้างๆ น่าจะเป็น จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ นาบี เกอิต้า ขณะที่แนวรุกจะเป็นสามประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เหมือนเดิม

 

– โชต้า ได้เวลาโชว์
    สำหรับทีมชุดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับ คล็อปป์ โดยตำแหน่งผู้รักษาประตูและแผงกองหลังยังเป็นชุดเดิม แต่แดนกลางจะให้ดาวรุ่งคนเก่งของทีมอย่าง เคอร์ติส โจนส์ ลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และ ไวจ์นัลดุม

 

    ไฮไลต์ของทีม 11 ตัวจริงชุดนี้อยู่ที่แนวรุกสามตัว เพราะระยะหลังๆ มานี้เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" เริ่มมีการเรียกร้องให้ คล็อปป์ ลองดร็อป ฟีร์มีโน่ เป็นตัวสำรองบ้าง หลังจากที่ กองหน้าจอมลีลาชาวบราซิเลียนวัย 29 ปี ยังทำประตูไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ ประกอบกับการที่ ดิโอโก้ โชต้า ปีกตัวใหม่ชาวโปรตุกีส ทำผลงานได้เข้าตาทุกครั้งที่ได้ลงเล่น ซึ่งนั่นทำให้เกมนี้ คล็อปป์ อาจจะให้โอกาส โชต้า สตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรุกทางฝั่งซ้ายตามถนัด โดยจะโยก มาเน่ ไปเล่นทางขวา ส่วน ซาลาห์ ยืนหน้าเป้า

สื่อเผย4แข้งดังที่ “โซลชา” อดได้ร่วมทัพแมนยู

เล็งเอาไว้เพียบ แต่ได้อะไรมา?… อีเอสพีเอ็น เผยรายชื่อ 4 นักเตะดังที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดได้ตัวมาร่วมทีมซัมเมอร์นี้ ซึ่งก็รวมถึง 2 แข้งระดับสตาร์ในเวที พรีเมียร์ลีก ด้วย
               แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประสบความล้มเหลวในการปิดดีล 4 แข้งเป้าหมายหลักที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากได้ตัวมาร่วมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งประกอบไปด้วย เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม แอสตัน วิลล่า, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็ก แอร์เบ ไลป์ซิก และ นาธาน อาเค่ กองหลังชาวดัตช์ ที่เพิ่งย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมคู่ปรับร่วมเมือง เมื่อสองเดือนก่อน ตามรายงานจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำระดับโลก เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

              ตลาดซื้อ-ขายนักเตะซัมเมอร์นี้ เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ซึ่งรวมแล้ว "ปีศาจแดง" ได้แข้งใหม่มาร่วมทีม 6 ราย ได้แก่ เอดินสัน คาวานี่ (ฟรี), อเล็กซ์ เตลลิส (จาก ปอร์โต้), ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ (จาก เปนญารอล), อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ (จะย้ายจาก อตาลันต้า ช่วงเดือนมกราคม) , วิลลี่ ก็อมบวาล่า (จาก โซโชซ์) และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ดึงมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้สำเร็จก่อนหน้านี้

             อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อีเอสพีเอ็น ระบุว่า กลุ่มนักเตะที่ได้มาไม่ได้อยู่ในลิสต์ที่ โซลชา ต้องการแม้แต่รายเดียว เพราะความจริงแล้ว กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยนวัย 47 ปี อยากได้ ซานโช และ กรีลิช มาช่วยยกระดับเกมรุก และต้องการที่จะดึง อูปาเมกาโน่ กับ อาเค่ มาเสริมแนวรับ โดยเฉพาะในรายหลังสุดนั้น สุดท้ายถูกอริร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ซิตี้ ฉกตัวไปจาก บอร์นมัธ ด้วย

            กระนั้น อีเอสพีเอ็น รายงานเพิ่มเติมว่า โซลชา ได้มีการปรึกษาหารือกับบอร์ดบริหารเกี่ยวกับบรรดานักเตะทั้ง 6 คนที่ย้ายมาร่วมทีมเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวก็โอเคกับทุกรายที่ตบเท้าเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

เจดอน ซานโช

แจ็ค กรีลิช

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่

นาธาน อาเค่

เด็กผีพอยิ้มได้ ! คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนยู หลังได้ คาวานี่, เตลเลส

สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงพอใจในระดับหนึ่งที่เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ ก็เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่เพื่อเติมเต็มเกมรุกให้ดุดันมากยิ่งขึ้น โดยงานนี้ "ปีศาจแดง" น่าจะระเบิดฟอร์เก่งเรียกศรัทธากลับคืนมาจากแฟนบอล
    ฤดูกาล 2020/2021 ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ "ผีแดง" เปิดบ้านโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ถลุงยับไม่นับญาติด้วยสกอร์ 1-6 ทำให้แฟนบอลเริ่มหมดศรัทธาในการคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และการบริหารงานของบอร์ด

    สิ่งสำคัญก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบไม่มีการลงทุนซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ นอกจากคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างไรก็ตามในช่วงเส้นตายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้  "ผีแดง" เดินเครื่องเต็มสูบในการคว้านักเตะใหม่มาเสริมทัพ

    หนึ่งในจุดสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสริมก็คือกองหลัง เพราะทีมโดนวิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเสียถึง 6 ประตูในเกมเดียว ส่งผลให้ตอนนี้ทีมเสียประตูรวมไปแล้วถึง 11 ลูกทั้งๆ ที่เพิ่มจะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้ไม่กี่เกมเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาคว้าตัว เตลเลส เพื่อเข้ามาเติมเต็มเกมบุกทางตำแหน่งฟูลแบ็กซ้าย เพราะช่วงที่ผ่านมา ลุค ชอว์ กับแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ผลงานไม่เข้าตา ในขณะที่แนวรุกพวกเขาใร คาวานี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าฝีเกือกคมในวงการฟุตบอล มาไล่ล่าตาข่ายคู่แข่งด้วยเช่นกัน รวมทั้ง อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง จาก อตาลันต้า (ซึ่งจะย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เดือนมกราคม ปีหน้า)

    ฉะนั้นเมื่อทีมได้นักเตะทั้งสองคนมาเสริมทัพในช่วงเวลานี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้ที่จะส่ง เตลเลส และ คาวานี่ ลงสนามในเกมเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งจะลงดวลกันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เนื่องจากสองสัปดาห์จากนี้เป็นช่วงพักเบรกทีมชาติพอดิบพอดี

    โซลชา เตรียมที่จะจัดทีมแบบเต็มสูบเพื่อเรียกศรัทธาคืนมาจาก "เด็กผี" ทั่วโลก โดยพร้อมที่จะส่งแข้งใหม่ทั้งสองคนลงสนามทันที สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม เพราะ "น้าลูกอม" ยังไว้วางใจ โกลทีมชาติสเปน ต่อไปแม้ล่าสุดจะถูกกระซวกไปครึ่งโหลก็ตาม

    ขณะที่แบ็กขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ยังคงยึดตำแหน่งของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับ โดย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งโดน เอริก ไบยี่ แย่งตำแหน่งในเกมพบ สเปอร์ส จะได้รับความไว้วางใจจาก โซลชา ให้กลับมายื่นคู่กับ แม็กไกวร์ อีกครั้ง

    ส่วน ชอว์ ตอนนี้เจ้าตัวคงรู้สถานภาพของตัวเองว่าไม่น่าจะได้เล่นตัวจริงแล้ว เพราะ เตลเลส ซึ่งย้ายจาก ปอร์โต้ จะได้ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่แผนกองกลางงานนี้ โซลชา ยังไม่เลือก ฟาน เดอ เบ็ค ลงเป็น 11 ตัวจริง และตัดสินใจใช้งาน ปอล ป็อกบา ยืนคู่กับ เนมานย่า มาติช

    ด้าน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะได้ทำหน้าที่ในฐานะเพลย์เมกเกอร์ ส่วน เมสัน กรีนวู้ด หัวหอกลูกรักของ โซลชา กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะถูกจับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้น ด้านหน้าเป้างานนี้ทีมต้องเสีย อองโตนี่ มาร์กซิยาล เนื่องจากติดโทษใบแดง ฉะนั้น คาวานี่ คงจะได้ลงไปทำหน้าที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นเกมแรกของเขานับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม

    ทั้งนี้ กองหน้าชาวอุรุวัย วัย 33 ปี ไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ที่ลงเล่นตัวจริงให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกมชนะ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แฟน "ปีศาจแดง" ไม่ต้องกังวลเพราะนักเตะพยายามฝึกซ้อมส่วนตัวเพื่อรักษาความฟิตอยู่ตลอด

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา

กองหลัง : อเล็กซ์ เตลเลส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า

กองกลาง : เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส

กองหน้า :  มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, เอดินสัน คาวานี่

ใครหลุด-ใครติด!ลิเวอร์พูลส่งรายชื่อนักเตะบู๊ชปล.

เปิดโผรายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล ชุดลงเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ขาดแค่ แฮร์รี่ วิลสัน คนเดียวเท่านั้น
    ลิเวอร์พูล ส่งรายชื่อนักเตะชุดที่จะลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ให้กับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยดาวดังมากันครบครัน

    "หงส์แดง" อยู่ในกลุ่ม ดี ร่วมกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี) และ มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก) โดยรอบแบ่งกลุ่มจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

รายชื่อนักเตะ ลิเวอร์พูล ลิสต์ เอ ชุดลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์, อาเดรียน, ควีวิน เคลเลเฮอร์

กองหลัง : เฟอร์จิล ฟานไดค์, โจ โกเมซ, โฌแอล มาติป, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, คอสตาส ชิมิกาส

กองกลาง : ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ทาคูมิ มานามิโนะ, ดิโอโก้ โชต้า, ดิว็อค โอริกี้, เซอร์ดาน ชากิรี่, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

ลิสต์ บี (อายุต่ำกว่า 21 ปี) : เคอร์ติส โจนส์, เนโก วิลเลี่ยมส์ และ รีส วิลเลี่ยมส์

แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 
 

ส่อแววกรุ๊ปออฟเดธ!เปิดลิสต์แบ่งโถจับติ้วรอบแบ่งกลุ่มชปล.2020-21

ตอนนี้ได้บทสรุปแล้วว่าโถการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นยังไงบ้าง โดยทีมจากสเปนอยู่ในโถ 1 กับ โถ 2 ถึงโถละ 2 ทีมเลย ส่วนของอังกฤษนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่จองโถแรกเอาไว้แล้วนั้น ที่เหลือก็อยู่ในโถ 2 ทั้งหมด ขณะที่โถ 3 มีทีมจาก อิตาลี ถึง 3 ทีมด้วยกัน

หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ได้บทสรุปไปครบถ้วนเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ตอนนี้สามารถจัดแจงโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย โดยการจับสลากจะมีขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ โถ 1 จะมีทีมจากสเปนถึง 2 ทีม นั่นคือ เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า เพราะโถนี้จะเว้นให้เฉพาะทีมแชมป์เก่าของ แชมเปี้ยนส์ ลีก,  ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และแชมป์ลีกของชาติที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น ซึ่ง เซบีย่า เป็นแชมป์เก่าของ ยูโรปา ลีก ทำให้พวกเขาได้ขึ้นมาอยู่โถ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้อยู่ในโถนี้เช่นกันหลังจากซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง

สำหรับโถ 2 นั้นเต็มไปด้วยทีมหินๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งเป็นตัวแทนจากอังกฤษ, 2 ทีมจาก สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังของเยอรมนี ในขณะที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่โถนี้เช่นกัน

ส่วนในโถ 3 ที่เด่นๆ คงจะหนีไม่พ้น 3 ทีมจากอิตาลีที่อยู่ในโถนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ และ อตาลันต้า นอกจากนี้ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก็อยู่ในโถนี้ด้วย ขณะที่ในโถสุดท้ายนั้นมีทีมอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิมปิก มาร์กเซย รวมทั้ง แรนส์ ที่ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ กราสโนดาร์, มิดทิลแลนด์, อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ แรนส์ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพิธีจับสลากจะเริ่มขึ้นตอนราว 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปตอนกลาง หรือก็คือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สรุปโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21

โถ 1 : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

โถ 2 : บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถ 3 : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โอลิมเปียกอส (กรีซ), ลาซิโอ (อิตาลี), กราสโนดาร์ (รัสเซีย), อตาลันต้า (อิตาลี)

โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก), แรนส์ (ฝรั่งเศส), เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

    *เงื่อนไขการแบ่งกลุ่ม
    – ทีมจากโถเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากชาติเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากรัสเซียและยูเครนจะไม่ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ตามการตัดสินของคณะกรรมการฉุกเฉินของ ยูฟ่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2014 โดยกฎนี้จะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าในทางที่ดี