แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 
 

ส่อแววกรุ๊ปออฟเดธ!เปิดลิสต์แบ่งโถจับติ้วรอบแบ่งกลุ่มชปล.2020-21

ตอนนี้ได้บทสรุปแล้วว่าโถการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นยังไงบ้าง โดยทีมจากสเปนอยู่ในโถ 1 กับ โถ 2 ถึงโถละ 2 ทีมเลย ส่วนของอังกฤษนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่จองโถแรกเอาไว้แล้วนั้น ที่เหลือก็อยู่ในโถ 2 ทั้งหมด ขณะที่โถ 3 มีทีมจาก อิตาลี ถึง 3 ทีมด้วยกัน

หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ได้บทสรุปไปครบถ้วนเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ตอนนี้สามารถจัดแจงโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย โดยการจับสลากจะมีขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ โถ 1 จะมีทีมจากสเปนถึง 2 ทีม นั่นคือ เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า เพราะโถนี้จะเว้นให้เฉพาะทีมแชมป์เก่าของ แชมเปี้ยนส์ ลีก,  ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และแชมป์ลีกของชาติที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น ซึ่ง เซบีย่า เป็นแชมป์เก่าของ ยูโรปา ลีก ทำให้พวกเขาได้ขึ้นมาอยู่โถ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้อยู่ในโถนี้เช่นกันหลังจากซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง

สำหรับโถ 2 นั้นเต็มไปด้วยทีมหินๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งเป็นตัวแทนจากอังกฤษ, 2 ทีมจาก สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังของเยอรมนี ในขณะที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่โถนี้เช่นกัน

ส่วนในโถ 3 ที่เด่นๆ คงจะหนีไม่พ้น 3 ทีมจากอิตาลีที่อยู่ในโถนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ และ อตาลันต้า นอกจากนี้ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก็อยู่ในโถนี้ด้วย ขณะที่ในโถสุดท้ายนั้นมีทีมอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิมปิก มาร์กเซย รวมทั้ง แรนส์ ที่ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ กราสโนดาร์, มิดทิลแลนด์, อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ แรนส์ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพิธีจับสลากจะเริ่มขึ้นตอนราว 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปตอนกลาง หรือก็คือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สรุปโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21

โถ 1 : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

โถ 2 : บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถ 3 : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โอลิมเปียกอส (กรีซ), ลาซิโอ (อิตาลี), กราสโนดาร์ (รัสเซีย), อตาลันต้า (อิตาลี)

โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก), แรนส์ (ฝรั่งเศส), เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

    *เงื่อนไขการแบ่งกลุ่ม
    – ทีมจากโถเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากชาติเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากรัสเซียและยูเครนจะไม่ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ตามการตัดสินของคณะกรรมการฉุกเฉินของ ยูฟ่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2014 โดยกฎนี้จะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าในทางที่ดี

ฝุ่นตลบ !! แมนยู หวังปิดดีล เอดิสัน คาวานี่ ยืนหน้าเป้า แอบเหล่ ลูก้า โยวิช

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ให้ทันเส้นตายก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง โดยเริ่มพูดคุยกับ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงอุรุกกวัยแล้ว พร้อมแอบเหล่ ลูก้า โยวิช หัวหอก เรอัล มาดริด ด้วย จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563

        แมนยู ยังคงไม่สามารถคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพได้อีกหลังจากดึงตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเป้าหมายอันดับหนึ่งของพวกเขายังคงเป็น เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง ดอร์ทมุนด์ เช่นเดิม แต่ล่าสุดทีมปีศาจแดงที่บอลวันนี้มีคิวลงเล่นในถ้วย คาราบาว คัพ กับ ไบรท์ตัน หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ โดยเล็งไปที่ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงที่ว่างงานอยู่ในตอนนี้

          ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ Sky Sports จิอันลูก้า ดิ มาซิโอ รายงานว่า แมนยู กำลังมองหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้าสู่ทีมในซัมเมอร์นี้ โดยที่พวกเขาหวังว่าจะได้ตัวให้ทันก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง และพวกเขาก็ให้ความสนใจไปที่ เอดินสัน คาวานี่ อดีตดาวยิง เปแอสเช และกำลังมีการพูดคุยอยู่ในตอนนี้ และ ยูไนเต็ด ก็มองถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัว ลูก้า โยวิช ดาวยิง เรอัล มาดริด มาร่วมทีมแบบยืมตัวเช่นกัน

        ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นศูนย์หน้าตัวหลักเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยที่มี โอเดียน อิกาโล่ อดีตกองหน้า วัตฟอร์ด เป็นตัวสำรองอยู่ แต่ด้วยสัญญายืมตัวของดาวยิงไนจีเรียจะหมดลงในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ ยูไนเต็ด มีแผนเสริมทัพผู้เล่นในแนวรุกเพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระของดาวยิงชาวฝรั่งเศส และ คาวานี่ ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนที่พวกเขาให้ความสนใจ

        อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าดี หัวหอกอเมริกาใต้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แอตเลติโก มาดริด อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดทีมตราหมีกลับหันไปคว้าตัวเพื่อนร่วมชาติอุรุกกวัยอย่าง หลุยส์ ซัวเรส เข้ามาแทน   

ไม่เชื่อน้ำยาแมนยู!บ่อนชูทีมเต็ง1แชมป์ชปล.หลังรู้ผลรอบแบ่งกลุ่ม

soccer="1"

หลังจากมีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วนั้น วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายแห่งหนึ่งก็ชูให้ บาเยิร์น กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์ร่วมกัน ส่วน ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ร่วมสำหรับการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครอง ด้วยราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตามราคาที่้เปิดโดย วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายชื่อดังของเมืองผู้ดี

บาเยิร์น มีดีกรีเป็นแชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อน แถมขุมกำลังโดยรวมก็ยังแข็งแกร่งอยู่ ภายหลังนักเตะระดับทีมชุดใหญ่ที่บอกลาทีมไปหลังจบซีซั่นที่แล้วมีเพียง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อิวาน เปริซิช เท่านั้น แถมยังได้ ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาร่วมทัพด้วย ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็เสริมทัพเต็มที่ด้วยการเซ็นทั้ง เฟร์ราน ตอร์เรส, นาธาน อาเค่ และ รูเบน ดิอาส แถม โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังก็ยังอยู่กับทีมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่มทั้งคู่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งมากนักจนไม่น่าจะหลุดจากการเป็น 2 อันดับแรกของกลุ่มไปได้ โดย บาเยิร์น อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ แอตเลติโก มาดริด, เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ โลโคโมทีฟ มอสโก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ที่อยู่ในกลุ่ม ซี นั้น งานเบากว่าด้วยซ้ำเพราะเพื่อนร่วมกลุ่มประกอบไปด้วย เอฟซี ปอร์โต้, โอลิมเปียกอส และ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดก็ทำให้ทั้ง 2 ทีมถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ร่วมกันในตอนนี้

สำหรับเต็ง 3 ในสายตาของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) หลังจากที่ตัวหลักของ "หงส์แดง" ยังอยู่กันพร้อมหน้า แถมยังมีแข้งระดับ ติอาโก้ มาเสริมแกร่งอีก ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มนั้นงานของพวกเขาก็ไม่ถือว่าหนักมากเกินไป แม้ว่า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ อตาลันต้า จะมีชื่อชั้นดีก็ตาม ขณะที่ มิดทิลแลนด์ ถูกมองว่าน่าจะเป็นเพียงทีมไม้ประดับเท่านั้น

ทั้งนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นเต็ง 4 ในราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน) โดยที่ เรอัล มาดริด ตามมาเป็นเต็ง 5 ด้วยราคา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน) ส่วน บาร์เซโลน่า กับ ยูเวนตุส เป็นเต็ง 6 ร่วมกันที่ราคา 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

สำหรับอัตราต่อรองที่น่าสนใจอื่นๆ นั้น มีอย่างเช่น แอตเลติโก มาดริด กับ เชลซี ที่เป็นเต็ง 8 ร่วมด้วยราคา 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 10 ที่ราคา 25/1 (แทง 1 จ่าย 25 ไม่รวมทุน) และ อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง อตาลันต้า ที่เป็นเต็ง 11 ร่วมกันด้วยราคา 33/1 (แทง 1 จ่าย 33 ไม่รวมทุน) เป็นต้น

อัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ 10 อันดับแรก หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว

    1. บาเยิร์น, แมนฯ ซิตี้ 4/1
    3. ลิเวอร์พูล 5/1
    4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 10/1
    5. เรอัล มาดริด 12/1
    6. บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส 16/1
    8. แอต. มาดริด, เชลซี 20/1
    10. แมนฯ ยูไนเต็ด 25/1

กู้วิกฤติศรัทธา! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โชว์ฟอร์มสยบ ลูตัน ทาวน์

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเรียกสติได้อีกครั้งหลังพวกเขาบุกชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 ที่สนามเคนิลเวิร์ธ โร้ด ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเรียกศรัทธาคืนมาอีกครั้ง หลังเปิดฤดูกาลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แพ้ คริสตัล พาเลซ แบบไม่รูป
    เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 คนจากชุดที่พ่าย "ดิ อีเกิ้ลส์" 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเพียงแค่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ที่เหลือรอดจากชุดดังกล่าว และต้องทำหน้าที่บัญชาการเกมรับให้กับทัพ "ปีศาจแดง"

    สำหรับแมตช์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะฟอร์มฝืดไปบ้างในครึ่งแรก จนกระทั่ง จอร์จ มอนเคอร์ นักเตะเจ้าบ้านทำฟาวล์ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ จนทำให้ทีมเสียจุดโทษ และเป็น ฆวน มาต้า ที่ขันอาสาสังหารไม่เหลือซาก ส่งให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 1-0 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้จริงๆ

 

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูอนาคตไกล แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมสำหรับการเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากเจ้าตัวโชว์ซูเปอร์เซฟสุดสำคัญช่วยให้ทีมไม่โดนตีเสมอ ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด จะลงมาช่วยกันซัดคนละประตูปิดจ็อบที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด 
 
1. เฮนเดอร์สัน พร้อมเบียดมือ 1 เด เคอา
    ต้องบอกว่าแมตช์นี้เป็นค่ำคืนของ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เพราะเขาทำผลงานในการลงเล่นเปิดตัวให้กับ "ปีศาจแดง" ได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะในจังหวะการเซฟสำคัญๆ  ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู และน่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนกับชัยชนะที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    หากมองจากชื่อชั้นระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลูตัน ทาวน์ แน่นอนหลายคนคงรู้สึกว่า "ปีศาจแดง" คงไม่ต้องเจอกับงานหนักหนาสาหัสมากนัก ด้วยขุมกำลังเกมรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง กอปรกับฟอร์มการเล่นของ เฮนเดอร์สัน ที่ยอดเยี่ยมทำให้ทีมสามารถทะลุเข้ารอบ 4 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) การแข่งขันถ้วยใบเล็กในอังกฤษได้สำเร็จ

    ตลอดเกม เฮนเดอร์สัน ไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่ในช่วงนาทีที่ 82 เจ้าตัวแสดงให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าเขาพร้อมเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา หลังโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะที่ ทอม ล็อคเยอร์ โขกยัดเสาแรก แต่ "เฮนโด้" ปฎิกิริยารวดเร็ว และมือไวมากๆ สามารถล้มตัวปัดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


 

    แน่นอนว่าจังหวะนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหากเข้าประตูสกอร์จะเป็น 1-1 แต่เมื่อ อดีตนายด่านเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เซฟได้ ทำให้ทีมมีกำลังใจฮึกเหิม และเดินหน้ายิงอีก 2 ประตู เป็นการจบแมตช์ด้วยสกอร์สวยหรู 3-0 พร้อมกับตั๋วเข้าไปเล่นในรอบต่อไป

    ฉะนั้นในฐานะนายทวารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต้องเล่นอย่างมีสมาธิ และ เฮนเดอร์สัน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีสิ่งนี้เต็มเปี่ยม และผลงานแบบนี้ทำให้เจ้าตัวพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าในการชิงโกลตัวจริงจาก เด เคอา แล้ว

2. วิลเลี่ยมส์ ผลงานดีที่ โซลชา ห้ามมองข้าม
    เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแบ็กซ้ายเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเสริมแกร่งมากๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และนั่นทำให้พวกเขามีข่าวกับ  อเล็กซ์ เตลเลส ฟูลแบ็กจากสโมสรเอฟซี ปอร์โต้ ที่ดูแล้วว่าจะเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดหายไปได้

    ลุค ชอว์ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมลีก แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในเกมเยือน ลูตัน ทาวน์ ดูเหมือน โซลชา อยากลองให้ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ลับแข้ง เพื่อที่จะได้พัฒนาฝีเท้าให้มากยิ่งขึ้น และทำให้นักเตะได้สั่งสมประสบการณ์ไปในตัว

    จะว่าไปแล้ว วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้ดีพอสมควรในการเล่นให้ทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนในแมตช์นี้เจ้าตัวพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของ "น้าลูกอม" ซึ่งนักเตะก็ทำได้จริงๆ เพราะเขามีส่วนสำคัญทำให้ทีมได้จุดโทษ ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะสังหารให้ "ผีแดง" ขึ้นนำ

    อย่างไรก็ตาม วิลเลี่ยมส์ ยังขาดในเรื่องของการเข้าบอล และการควบคุมตัวเอง ส่งผลให้เจ้าตัวต้องโดนใบเหลืองในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่หากมองภาพรวมฟอร์มการเล่นในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่า โซลชา ควรให้โอกาส แข้งดาวรุ่งเลือดเวลส์ ลงสนามมากขึ้น เพราะฟอร์มนักเตะใช้ได้ส่วนหัวใจต้องบอกเลยว่าเกินร้อย

3. มาต้า พึ่งพาในยามยากได้เสมอ
    สำหรับศึกคาราบาว คัพ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นรายการเล็กๆ แต่สำหรับนักเตะดาวรุ่ง และผู้เล่นสำรองนี่คือการแข่งขันที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้โอกาสลงสนามถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

    การได้เห็นชื่อนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, โอเดียน อิกาโล่, เฟร็ด และ ฆวน มาต้า ลงสนามเป็นตัวจริง ต้องบอกเลยว่า โซลา เอาจริงในเกมนี้ เพราะถึงแม้นักเตะที่กล่าวมาจะเป็นผู้เล่นสำรองก็ตาม แต่ชื่อชั้นและศักยภาพของพวกเขาเหนือกว่าเจ้าบ้านหลายขุม

    แม้ว่า ลินการ์ด กับ อิกาโล่ ดูแล้วพึ่งพาไม่ค่อยได้ โดยในรายของ ปีกชาวอังกฤษ แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยกับการเล่นของทีม ส่วน หัวหอกเลือดไนจีเรีย ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้หากมีกองหน้าที่เคลื่อนที่หาตำแหน่งบ่อยๆ ซึ่ง อิกาโล่ ไม่มีตรงจุดนี้เลย

    ส่วน มาต้า ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้เล่น "เร้ด เดวิลส์" ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ โดยทำหน้าที่เชื่อมเกมตลอดที่อยู่ในสนามรวมทั้งผ่านบอลได้อย่างเฉียบคม และยังเป็นคนกดจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ฉะนั้น ดาวเตะชาวสแปนิช ยังคงเป็นยางอะไหล่ชั้นดี เพราะด้วยประสบการณ์และเทคนิคของเขา น่าจะช่วยทีมได้มากกว่าผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ ในเวลานี้

4. ฟาน เดอ เบ็ค ความหวังใหม่ที่เฝ้ารอ
    หากมีเรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดในเวลานี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการที่พวกเขาเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แต่ในขณะเดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของ "ผีแดง" อย่างแท้จริง

    ฟาน เดอ เบ็ค ได้มีโอกาสลงสัมผัสเกมลูกหนังเมืองผู้ดีไปแล้วในแมตช์พ่าย คริสตัล พาเลซ แม้ว่าเขาจะลงสนามเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่เจ้าตัวก็จัดการใส่ชื่อตัวเองในฐานะผู้ทำประตูให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในแมตช์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเกมลีกผู้ดีที่ดีเยี่ยมสำหรับเขาจริงๆ

    ดาวเตะชาวดัตช์ ย้ายจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเพียง 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท) เท่านั้น และค่อยๆ โชว์ศักยภาพให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เห็นแล้วว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวคุ้มค่ากับที่พวกเขาจ่ายออกไป

    ฟอร์มของ ฟาน เดอ เบ็ค ในเกมนี้เขาโชว์ทักษะไม่ว่าตอนที่มีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับตัวก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการสัมผัสบอลที่ชาญฉลาดในการเล่นชิงจังหวะหนึ่ง-สองกับเพื่อนร่วมทีม, การวิ่งหาช่องที่ว่างเพื่อเข้าไปในพื้นที่อันตราย และการสร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มีโอกาสทำประตู

    ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค สามารถปรับตัวกับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษได้ และเพื่อนร่วมทีมของเขาเรียนรู้เกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ สตาร์ชาวดัตช์ มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้เหมือนกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

5. เป้าหมายต่อไปเยือน ไบรท์ตัน
    ชัยชนะกับทีมสมันน้อยจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมายมากนักสำหรับทีมใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่คือสิ่งสำคัญในการเรียกขวัญกำลังใจให้กับนักเตะ หลังจากที่พวกเขาเปิดฤดูกาลได้น่าผิดหวังเพราะแพ้ คริสตัล พาเลซ คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แม้ "ปีศาจแดง" จะส่งนักเตะสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่แกนหลักของทีมอย่าง  ฟาน เดอ เบ็ค, เนมานย่า มาติช, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้ลงเล่นในแมตช์นี้ ฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า โซลชา ต้องการนำต้นสังกัดทุบ ลูตัน เพื่อเป็นการเรียกความฮึกเหิมกลับมา

    ประตูจากจุดโทษของ มาต้า ช่วงท้ายครึ่งแรกช่วยทำให้ทีมเล่นได้สบายยิ่งขึ้นในครึ่งหลัง แม้พวกเขาจะไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้ จนกระทั่งต้องรอนานถึงช่วงสองนาทีสุดท้ายกว่าจะมาได้ประตูที่ 2 กับ 3 จากฝีเท้าของ มาร์คัส แรชฟอรด์ และ เมสัน กรีนวู้ด ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองเกมนี้

    ชัยชนะด้วยสกอร์ 3-0 พร้อมได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยที่ดีมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเตรียมทีมเพื่อเดินทางไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เกมลีกแมตช์ต่อไปในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งแน่นอนว่านักเตะ "ผีแดง" คงเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เผยบาร์เซโลน่าจะประกาศคว้าเดสต์ทางการในสัปดาห์หน้า

กีเยม บาลาเก นักข่าวชื่อก้อง ระบุ บาร์เซโลน่า จะประกาศซิว แซร์จินโย่ เดสต์ มาเสริมแกร่งในต้นสัปดาห์หน้า โดยค่าตัวในเบื้องต้นจะอยู่ที่ 20 ล้านยูโร

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรแห่งเวที ลา ลีกา สเปน จะประกาศถึงการได้ตัว แซร์จินโย่ เดสต์ แบ็กขวา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ตามรายงานของ กีเยม บาลาเก นักข่าวชื่อดังชาวสแปนิช

"อาซูลกราน่า" จำเป็นต้องทำการเสริมทัพในตำแหน่งแบ็กขวาหลังจากก่อนหน้านี้ปล่อย เนลซอน เซเมโด้ ฟูลแบ็กชาวโปรตุกีสไปให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จนทำให้ตอนนี้มีเพียง เซร์กี้ โรเบร์โต้ เป็นแบ็กขวาตามธรรมชาติเพียงคนเดียว ซึ่ง เดสต์ คือเป้าหมายเบอร์ 1 ของพวกเขาในตำแหน่งนี้ตลอดช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บาลาเก บอกว่าค่าตัวในเบื้องต้นของดาวเตะดีกรีทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) โดยที บาร์เซโลน่า จะจ่ายเพิ่ม 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) ถ้าหากแข้งวัย 19 ปีทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า บาเยิร์น มิวนิค ให้ความสนใจในตัว เดสต์ เหมือนกัน

โซลชาว่ายังไงหลังโดนจี้ถามได้แข้งเสริมทีมแค่รายเดียว

หลังโดนยิงคำถามเรื่องที่เพิ่งได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาเสริมแกร่งแค่คนเดียว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สวนทันทีว่ามันเป็นคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ ฟาน เดอ เบ็ค นิดหน่อย เพราะมิดฟิลด์ชาวดัตช์เป็นนักเตะชั้นยอด ไม่ใช่แข้งธรรมดาๆ พร้อมบอกว่าถ้ามีความคืบหน้าอะไรแล้วล่ะก็ ทีมของตนก็จะแจ้งให้รู้เองแน่นอน

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความไม่พอใจกับการที่มีคนตั้งประเด็นว่าทีมของตนเพิ่งได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพเพียงคนเดียว เพราะมองว่ามันเป็นเหมือนการดูหมิ่นฝีเท้าของดาวเตะชาวดัตช์ทั้งที่จริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ

ในช่วงซัมเมอร์นี้ "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับนักเตะมากหน้าหลายตา แต่จนถึงตอนนี้มีเพียง ฟาน เดอ เบ็ค แค่คนเดียวที่เป็นแข้งรายใหม่ ซึ่งหลายคนมองว่าการได้อดีตมิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพแค่คนเดียวมันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นได้ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าพวกเขายังต้องปรับปรุงอีกหลายตำแหน่ง

หลังโดนถามถึงเรื่องการได้ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทีมแค่คนเดียวนั้น โซลชา ก็ตอบว่า "ผมคิดว่าคุณ (คนที่ถามคำถามนี้) ดูหมิ่น ดอนนี่ นิดหน่อยที่บอกว่าเขาอาจจะเป็นนักเตะแค่คนเดียวที่เราได้มาร่วมทีม เพราะที่จริงเขาเป็นนักเตะชั้นยอดและทำให้ทีมของเราแข็งแกร่งขึ้น แน่นอนว่าเราต้องมุ่งมั่นอยู่กับตัวเอง"

"แต่ละสโมสรจำเป็นต้องได้รับอนุญาตให้ทำอะไรก็ตามที่พวกเขาต้องการ และได้รับอนุญาตให้ทำสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าสามารถทำได้ เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้เรามีขุมกำลังกับทีมที่สามารถต่อกรกับทีมอื่นๆ ได้ ถ้ามันมีความคืบหน้าอะไรแล้วน่ะเราก็จะบอกพวกคุณเอง"

แมนยูอ้วกแตกเจอทั้งปารีสฯ-ไลป์ซิก หงส์ไม่ยาก โด้วัดเมสซี่ ผลจับชปล.สุดซี้ด!

เปิดโผจับติ้ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลิเวอร์พูล เจองานไม่ยากมากนัก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกเจอทั้ง เปแอสเช ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

กลุ่ม เอ : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม บี :  เรอัล มาดริด (สเปน), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี),

กลุ่ม ซี : เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ),โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม ดี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)

กลุ่ม อี : เซบีย่า (สเปน), เชลซี (อังกฤษ), คราสโนดาร์ (รัสเซีย), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม เอฟ : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), ลาซิโอ (อิตาลี), คลับ บรูช (เบลเยียม)

กลุ่ม จี : ยูเวนตุส (อิตาลี), บาร์เซโลน่า (สเปน), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน),  เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

กลุ่ม เอช : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)

เชลซีเน้นหนัก! “แวร์เนอร์” หน้าสังหาร,ไบรท์ตันมี “ลัลลาน่า” หนุนซัด

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเน้นหนักหวังเก็บชัยโดย ติโม แวร์เนอร์ พร้อมลงประเดิมเกมลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมบุกรัง ไบรท์ตัน ที่มี อดัม ลัลลาน่า ยืนหน้าต่ำประจำการจัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
ไบรท์ตัน   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)


สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

แกรม พ็อตเตอร์ เทรนเนอร์ไบรท์ตันพาทีมจบอันดับ 15 ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”ทีมนกนางนวล” ลงสนามเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปแบบไร้สกอร์

    ความพร้อมในเกมนี้ พ็อตเตอร์ พร้อมส่งนักเตะป้ายแดงอย่าง อดัม ลันลาน่า ที่ได้ฟรีมาจากลิเวอร์พูล รวมไปถึง โจเอล เฟลท์แมน ปราการหลังจากอาแจ็กซ์

    ประตูยังคงใช้ แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือ 1 เฝ้าเสา แผงหลังสี่คนส่ง โจเอล เฟลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์ และ แดน เบิร์น

    กลางสนามวาง ดาวี่ พร็อปเปอร์ ยืนคุมเกมคู่กับ อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมส่ง ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลันลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยประสานงานเกมรุก กับ นีล โมเปย์ หอกเลือดน้ำหอมที่ยืนหน้าเป้า

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซีพาทีมทำผลงานฤดูกาลที่แล้วมาได้อย่างยอดเยี่ยม เบียดแซง เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยนัดล่าสุด ”สิงโตน้ำเงินคราม” ลงฟาดแข้งกับไบรท์ตันจบกันไปที่ 1-1 

    หลังจากพ้นโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แลมพาร์ด ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมกำลังอย่างบ้าคลั่ง โดยรายแรกที่ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์, ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้, ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจากเปแอสเช และล่าสุด ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    ความพร้อมในเกมนี้ แลมพาร์ด มีข่าวร้ายอยู่หน่อย อดใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่ติดโทษแบนมาจากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิง ส่วนพวกแข้งป้ายแดงที่พึ่งได้มาอย่าง เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค ต่างยังไม่ฟิตลงสนาม

    การจัดทัพในเกมนี้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ พร้อม คูร์ท ซูม่า ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

    กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อเชลซีไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ไบรท์ตัน (4-2-3-1): แม็ทธิว ไรอัน – โจเอล เวลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น- ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า- ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ –  นีล โมเปย์
    เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

    เชลซี (4-2-3-1): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – ไค ฮาแวร์ทซ์,  เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – ติโม แวร์เนอร์
    เทรนเนอร์: แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
29/08/20    กระชับมิตร ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
01/01/20    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
28/09/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-0 ไบรท์ตัน
04/04/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-0 ไบรท์ตัน
16/12/18    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-2 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ไบรท์ตัน

05/09/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
29/08/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/07/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี
29/08/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชอตไหน?โซลชาเผยความประทับใจแรกกับฟานเดอเบ็ค

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ชอตแรกที่ทำให้ตนถูกใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คือตอนที่แข้งวัย 23 ปีกล้าขึ้นโขกเพื่อทำประตูให้ อาแจ็กซ์ ในตอนที่ตนนำ โมลด์ ไปเยือนทีมดังกล่าว เมื่อปี 2015 โดยชอตนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นได้เลือดเลย พร้อมบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะช่วยทีมได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำประตูจากแดนกลางที่ "ปีศาจแดง" กำลังต้องการอยู่พอดี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าความประทับใจในตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครั้งแรกของตนนั้น เกิดขึ้นในตอนที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์กล้าเล่นชอตเสี่ยงๆ เพื่อทำประตู ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2015-16 ที่ โมลด์ ทีมของตนในตอนนั้นบุกไปเสมอกับ อาแจ็กซ์ 1-1 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2015

เกมดังกล่าวเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โดยที่ อาแจ็กซ์ นำก่อนจากลูกโขกของ ฟาน เดอ เบ็ค ในนาทีที่ 14 ซึ่งจังหวะนั้นมิดฟิลด์ชาวดัตช์ถึงขั้นหัวชนกับผู้เล่นของ โมลด์ จนทำให้เลือดไหลออกมาด้วย โดยมันเป็นประตูแรกของ ฟาน เดอ เบ็ค กับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เช่นกัน

โซลชา เผยว่า "ผมตามดู ดอนนี่ มาโดยตลอด เขาทำประตูแรกของเขาได้ในเกมที่เจอกับ โมลด์ ในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2015 วันนั้นเราบุกไปเสมอที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า) 1-1 และเขาก็ทำประตูจากลูกโขกที่ยอดเยี่ยมได้ ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการโขกกับเซนเตอร์แบ็กของผมด้วยน่ะนะ ดังนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาเล่นด้วยความกล้าหาญสุดๆ เช่นกัน"

 "จังหวะนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเกมอยู่เลย ดังนั้นผมเลยชอบทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นมีผลต่อผู้อื่นด้วยแบบเขา ตอนนั้นเขายิ้มอย่างเริงร่า (ทั้งที่มีเลือดไหลออกมา) และเมื่อคุณเห็นนักเตะที่มีแรงผลักดันกับความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้สายตาของคุณต้องจับจ้องไปยงเขาเป็นธรรมดา ผมยังได้คุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยเล่นร่วมกับเขาด้วย คุณต้องใช้ประโยชน์จากคนที่คุณรู้จักและคนที่คุณเชื่อใจในการจับตาดูทัศนคติของนักเตะ"

"เขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์หลากหลาย, เป็นคนที่ฉลาด, มีเรี่ยวแรงล้นเหลือ และมีความกระตือรือร้นอย่างมากด้วย เขาพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย เขาสามารถทำประตูได้ และเราก็ต้องการให้แผงกลางของเราทำประตูให้มากกว่านี้พอดี จริงอยู่ว่าบรรดากองหน้าของเราพอจะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วน บรูโน่ (แฟร์นันด์ส) ที่ย้ายมาอยู่กับทีมก็ทำประตูได้หลายลูกเช่นกัน แต่เราต้องการให้ทุกคนในทีมทำประตูให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราทำประตูได้ไม่มากพอสำหรับการที่จะไปลุ้นแชมป์แข่งกับทีมอื่นๆ เขาจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในการเล่นให้เรา เขาอ่านเกมได้ดีและเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ เขาสามารถมองเห็นช่องว่างและเข้าไปยังพื้นที่นั้นแบบถูกที่ถูกเวลาได้ การกะจังหวะของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ"