แฟนผีมาชม!รวมประตูสุดสวยของฟานเดอเบ็ค ประจำซีซั่น 2019/20 (มีคลิป)

 

ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว สำหรับการคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยสื่อดังอย่างสกาย สปอร์ตส์ ออกมายืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
   
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่อง และเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ‘ปีศาจแดง’ เตรียมปิดจ๊อบแข้งดัตช์วัย 23 ปี ด้วยค่าตัว 39 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,443 ล้านบาท

ในคลิปด้านล่างนี้ เรารวบรวมผลงานการทำประตูสวยๆ ของ ฟาน เดอ เบ็ค มาให้แฟนๆ เร้ด เดวิลส์ เรียกน้ำย่อยกัน

 

 

 

เล่นคู่พี่โด้?! ยูเวนตุสยื่นข้อเสนอคว้าตัวซัวเรซ

ยูเวนตุส ตกเป็นข่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอให้แก่ หลุยส์ ซัวเรซ พิจารณา หลังจาก อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องการนำไปทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ที่สโมสรปล่อยตัวออกไป

โกล ดอท คอม เว็บไซต์กีฬา รายงานข่าวว่า ยูเวนตุส ที่นำโดย อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือป้ายแดง ต้องการ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าวัย 33 ปี จาก บาร์เซโลน่า เข้ามาร่วมทีมเพื่อทดแทน กอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ที่เก็บกระเป๋าออกจากทีม

ซัวเรซ เจอกับสถานการณ์ลำบากในถิ่น คัมป์ นู เมื่อ คูมัน โทรสายตรงไปหาพร้อมกับใช้เวลาพูดคุยเพียงสั้นๆ ไม่ถึงนาทีว่าเจ้าตัวต้องเก็บข้าวของออกจากสโมสร เพราะนักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมแห่งอนาคตอีกต่อไป

ล่าสุด ตามรายงานระบุว่า ยูเวนตุส เป็นอีกหนึ่งทีมที่ต้องการได้ตัว ซัวเรซ เช่นเดียวกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่เจ้าตัวมีกระแสพัวพันกับ อินเตอร์ ไมอามี่ ทีมจาก เมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ต้นสังกัดเก่าในศึก เอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์

ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์

ปูด! “โซลชา” สะกิดบอร์ดขออีก3ตำแหน่งนำแมนยูคืนชีพ

สื่อดังรายงาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่หยุดสร้างทีมหลังได้ตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์มาเสริมแกร่ง โดยงานนี้เล็งคว้าอีก 3 ตำแหน่งมาร่วมทัพ เพื่อหวังจะนำ "ปีศาจแดง" ก้าวขึ้นมาลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลใหม่
               โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สะกิดบอร์ดบริหารต้องการนักเตะเพิ่มอีก 3 รายเข้ามาร่วมทีม หลังจากที่พวกเขากำลังจะคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางเชิงสูงมาเสริมแกร่ง จากการเปิดเผยของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังระดับโลก

              "ปีศาจแดง" เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่มาร่วมทัพ หลังจากที่ ดาวเตะชาวดัตช์วัย 23 ปี กำลังจะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์ ด้วยสนนราคาสมน้ำสมเนื้อประมาณ 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,520 ล้านบาท)

              อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ ยังมีความต้องการที่จะคว้านักเตะเพิ่มอีกโดยหวังที่จะยกเครื่องขุมกำลังของทีม ด้วยการคว้าผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก, ปีกขวา และแนวรุก มาช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

               ในส่วนของแนวรับ "น้าลูกอม" อยากได้กองหลังตัวใหม่เพื่อที่จะมายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีม เนื่องจากไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ โดยมีรายงานว่าเล็ง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แนวรับจอมแกร่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก แต่งานนี้ "เร้ด เดวิลส์" ต้องทุ่มเงินพอสมควรเนื่องจากนักเตะยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดจนถึงปี 2023

              ขณะเดียวกัน โซลชา ตั้งเป้าที่จะสวมบทม้ามืดในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางมากศักยภาพวัย 29 ปี ที่เตรียมโบกมือลา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค โดยพวกเขาหวังจะปาดหน้า ลิเวอร์พูล ด้วยการทุ่มเงิน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) แต่ติดปัญหาที่นักเตะมีค่าเหนื่อยสูง

              ส่วนคนสุดท้ายที่ต้องการก็คือ เจดอน ซานโซ่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอด แต่ในกรณีนี้พวกเขาต้องทุ่มเงินมหาศาล เพราะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดของนักเตะประกาศจุดยืนชัดเจนหากไม่ได้ค่าตัวกว่า  108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ก็ไม่ปล่อยตัวไปไหนทั้งสิ้น

              ทั้งนี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย เจสซี่ ลินการ์ด และ อันเดรียส เปเรยร่า สองมิดฟิลด์ของทีม ออกไปจาก "โรงละครแห่งความฝัน" เพื่อนำเงินมาใช้ในการซื้อเป้าหมายที่ต้องการให้ได้

เสริมโหด!บ่อนปรับราคาแชมป์เชลซีถีบแมนยูร่วง

ร้านพูลเมืองผู้ดีเริ่มหวั่นกับการเสริมทีมของ เชลซี ล่าสุดดันให้เป็นเต็ง 3 แชมป์ พรีเมียร์ลีก แทน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังเป็นเต็ง 1 ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล
     สกาย เบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฏหมายของประเทศอังกฤษ ปรับราคาให้ เชลซี ขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 แล้ว หลังจาก "สิงห์บลูส์" เสริมทัพได้อย่างน่ากลัวในช่วงซัมเมอร์นี้

    ทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ มาร่วมทีมแล้ว แถมกำลังจะได้  ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นรายต่อไปอีกด้วย ทำให้ร้านพูลเมืองผู้ดีขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ที่อัตรารอง 11/1 (แทง 1 จ่าย 11 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นจากเต็ง 3 ไปเป็นเต็ง 4 หลังยังไม่ได้นักเตะมาเสริมทัพ โดยมีแค่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่น่าจะมาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็วๆ นี้ โดยมีอัตรารองล่าสุดอยู่ที่ 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน)

    ส่วนเต็ง 1 ยังเป็น แมนฯ ซิตี้ เหมือนเดิมที่ราคา 8/11 (แทง 11 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าที่อัตรารอง 2/1 (แทง 1 จ่าย 2ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้        8/11
2. ลิเวอร์พูล       2/1
3. เชลซี            11/1
4. แมนฯ ยูไนเต็ด         12/1
5. อาร์เซน่อล        40/1
6. สเปอร์ส            66/1
7. เลสเตอร์        100/1
7. วูล์ฟส์            100/1
9. เอฟเวอร์ตัน        150/1
10. ลีดส์             200/1
11. เชฟฯ ยูไนเต็ด        500/1
11. เซาธ์แฮมป์ตัน        500/1
11. นิวคาสเซิ่ล        500/1
11. เวสต์แฮม        500/1
11. คริสตัล พาเลซ        500/1
11. ไบรท์ตัน        500/1
11. เบิร์นลี่ย์        500/1
18. แอสตัน วิลล่า        1,000/1
18. ฟูแล่ม            1,000/1
18. เวสต์บรอมวิช        1,000/1
 

เพื่อนกันตลอดไป ! เหตุผลสำคัญ ฟาน เดอ เบ็ค เลือกใส่เบอร์ 34

"เพื่อนกันไม่ได้เป็นกันแค่วันสองวัน แต่มันคบกันจนวันตาย" นี่คือเหตุผลที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ เรียกร้องขอสวมเสื้อหมายเลข 34 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อับเดลฮัค นูริ เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย
    ฟาน เดอ เบ็ค กับ นูริ เป็นเพื่อนซี้ปึ้กกันตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยฝ่ายหลังต้องเจอกับช่วงเวลาที่สุดเลวร้ายเมื่อต้องอยู่ในอาการโคม่าหลับไป 2 ปี 8 เดือน กับอีก 19 วัน หลังมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนวูบลงคาสนามในเกมที่ตนสังกัด อุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017

    จากอาการป่วยดังกล่าวทำให้ นูริ ต้องตกอยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา ก่อนที่จะฟื้นตัวเริ่มกลับมาสื่อสาร และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาต้องจบลงอย่างรวดเร็ว

    แม้เส้นทางของลูกหนังของ นูริ จะสิ้นสุดไปแล้วแต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่เคยจางหายไป โดยตอนนี้เพื่อนรักของเจ้าตัวกำลังไปได้สวยกับอาชีพพ่อค้าแข้ง เพราะล่าสุดนักเตะจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก

    ช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวกำลังจะย้ายมาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" ฟาน เดอ เบ็ค ถูกคาดการณ์เกี่ยวกับหมายเลขเสื้อที่เขาจะใส่ให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยเสื้อเบอร์ 6 ที่เขาใส่ตอนที่เล่นให้ อาแจ็กซ์ คงหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะเป็นเบอร์เสื้อที่ ปอล ป็อกบา ใช้อยู่

    ขณะที่เสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ก็คงเก็บเอาไว้ให้กับนักเตะที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดโดยว่ากันว่าน่าจะเป็น เจดอน ซานโซ่ ส่วนเบอร์ 11 ก็ยังว่าง แต่คาดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเก็บเอาไว้ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ปัจจุบันสวมหมายเลข 26

    อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการคาดเดากันเองจากสื่อ เพราะจริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค มีหมายเลขที่อยู่ในใจของเขามาตลอด นั่นก็คือเสื้อหมายเลข "34" ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัย 23 ปี ถึงเลือกหมายเลขนี้ แต่ทุกอย่างเฉลยออกมาแล้วว่าเหตุผลสำคัญก็คือเขาต้องการให้เกียรติ นูริ เพื่อนรัก และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรแท้ของพวกเขาไม่เคยจางหายไป

    ฟาน เดอ เบ็ค เปิดใจถึงเหตุผลที่ว่าทำไหมเบอร์ 34 ถึงมีความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ "เขา (อับเดลฮัค นูริ) ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และเราได้นั่งใกล้กันในห้องแต่งตัวตอนที่อยู่ในเดอ ทูคอมสท์ (อะคาเดมี่อาแจ็กซ์) ผมขอใส่เสื้อเบอร์ 34 เพราะเป็นแชมป์สมัยที่ 34 ซึ่งเราทำได้สำเร็จ"

    "หลังจากที่เขาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ผมยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดที่จะทิ้งอาแจ็กซ์ จนกระทั่งเราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผมต้องการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 เราทุกคนเล่นเพื่อ แอพพี (ชื่อเล่นของ นูริ) ผมอยากได้แชมป์ (ลีก ดัตช์) มากๆ"

    "ผมมักจะแวะไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และในช่วงปิดฤดูกาลผมอาจจะไปพบกับ แอพพี ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองผมไม่อยากไปเยี่ยมเขา เพราะเมื่อผมเห็นเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ผมเสียใจหนักมากถึง 2 สัปดาห์ ผมนอนไม่หลับเลย มันช่างเจ็บปวดและผมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"

    "ผมอยากอยู่กับเขาทุกวัน เพราะผมคิดถึงเขามาก แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าผมอยู่กับเขา ผมก็จะได้คุยกับเขา และได้เห็นรอยยิ้มของเขา ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากมากๆ เวลาที่ผมเสียใจผมจะหยุดทุกอย่าง ผมไม่เคยต้องพบกับจิตแพทย์ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่ดูแลผมเป็นอย่างดี พวกเขาจะอยู่เคียงข้าง และฟังผมเมื่อผมต้องการ" ฟาน เดอ เบ็ค กล่าว

     นอกจากนี้ สตาร์แห่งอนาคตชาวดัตช์ ยังยกย่อง นูริ ว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และมีจิตใจงดงาม แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับเรื่องไม่คาดฝันทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป "แอพพี เป็นเด็กที่มีความสุขมาก เขาดีกับทุกๆ คน เป็นนักเตะชั้นยอด และเป็นคนดีมากๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้นเขามักจะไปเยี่ยมคุกเพื่อแนะนำให้เด็กวัยรุ่นกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง และจุดประกายโอกาสของพวกเขา"

    "เขามักใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่มีอาการป่วย และเด็กพิการ ผมยังจดจำเรื่องเหล่านั้นได้เสมอ ผมคิดว่ามันช่วงเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ กับเรื่องที่เขาทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกล้องทีวี และช่างภาพอยู่ที่นั่น ตอนที่พี่ชายของผม โรดี้ ป่วย แอพพี มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย"

    "เขาดีใจมากๆ ตอนที่ได้พบน้องสาวคนเล็กไปโรงเรียน และไปรับพวกเธอ รวมทั้งซื้อของขวัญให้กับพวกเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ผมแปลกใจมากๆ ทำไมเรื่องนี้ (อาการป่วย) ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันมักจะเกิดขึ้นกับคนดีๆ แอพพี อยากทำเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆ คน และเขาก้ไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง และโกรธมากๆ" ดาวเตะชาวดัตช์ ระบุ

    ความสัมพันธ์และความจริงใจที่ ฟาน เดอ เบ็ค มีให้กับ นูริ มันแสดงให้เห็นว่า "เพื่อนแท้" มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

ใกล้จบ!ฟานเดอเบ็คเตรียมตรวจร่างกายปูทางซบแมนยู

 

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของเกาะอังกฤษ ตีข่าว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ มีคิวตรวจร่างกายเพื่อเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำหรับการย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเร็วๆ นี้ ส่วนค่าตัวนั้น "ปีศาจแดง" จะจ่ายก่อนราว 39 ล้านยูโร และมีเงื่อนไขโบนัสอีกราว 5 ล้านยูโร
   

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จะรับการตรวจร่างกายในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้เพื่อเป็นการดำเนินขั้นตอนสำหรับการย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

กระแสข่าวระหว่าง ฟาน เดอ เบ็ค กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าดาวเตะชาวดัตช์บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "ปีศาจแดง" ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่แข้งวัย 23 ปีก็ไม่มีชื่ออยู่ในทีมของ อาแจ็กซ์ ชุดที่เล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมาดื้อๆ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเขายังได้ลงเล่นในเกมอุ่นเกือกกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน อยู่เลย

ทั้งนี้ สกายสปอร์ตส์ เผยว่าการตรวจร่างกายจะมีขึ้นในฮอลแลนด์ หลังจาก ฟาน เดอ เบ็ค มีคิวต้องช่วย "อัศวินสีส้ม" ลงเล่นศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 1 กับ โปแลนด์ และ อิตาลี ในวันที่ 4 กับ 7 กันยายนนี้ ตามลำดับ โดยหลังจากเสร็จภารกิจกับทีมชาติแล้วเขาก็จะเดินทางไปที่สหราชอาณาจักรทันที

สำหรับเรื่องค่าตัวนั้น สกายสปอร์ตส์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจ่ายเงินในเบื้องต้นราว 39 ล้านยูโร (ประมาณ 1,443 ล้านบาท) โดยมีเงื่อนไขที่จะจ่ายเพิ่ม 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่าทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นเวลากี่ปี รวมถึงเรื่องที่ว่าจะให้ค่าเหนื่อยเขาเท่าไหร่

แฟนผีมีลุ้น!สื่อดังตีข่าวแมนยูเล็งสอย “ฟานเดอเบค”

 บีบีซี ปูด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่จะสอย ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ห้องเครื่อง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมก๊วนซัมเมอร์นี้ ขณะที่เหยี่ยวข่าวแย้ม ตัวนักเตะอยากเล่น พรีเมียร์ลีก 
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางคนเก่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดสโมสรแดนกังหันลม มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก บีบีซี สื่อที่น่าเชื่อถือของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ประเด็นเรื่องเตรียมย้ายทีมของ ฟาน เดอ เบค เริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังเจ้าตัวไม่มีชื่อช่วยต้นสังกัดในเกมอุ่นเครื่องกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่ง เอริค เทน ฮาก เฮดโค้ช อาแจ็กซ์ ก็ยอมรับว่า ที่ตัดสินใจตัดชื่อ ฟาน เดอ เบค ออกจากทีม เพราะเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของตัวนักเตะ

     ล่าสุด บีบีซี ระบุว่า "ปีศาจแดง" มีความสนใจที่จะล่าตัว สตาร์ทีมชาติฮอลแลนด์วัย 23 ปี มาร่วมทัพ แต่อาจจะต้องแย่งกับ บาร์เซโลน่า ที่ปัจจุบันนำทัพโดยอดีตกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์อย่าง โรนัลด์ คูมัน

     อย่างไรก็ตาม ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชื่อดังแห่งค่าย สกาย สปอร์ตส์ แจงว่า บาร์ซ่า ไม่เคยมีการทาบซื้อ ฟาน เดอ เบค พร้อมระบุว่า ตัวนักเตะมีความสนใจที่จะย้ายไปค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก และกำลังเฝ้ารอข้อเสนออย่างเป็นทางการ โดยเชื่อว่า อาแจ็กซ์ พร้อมขายเช่นกัน หากได้ข้อเสนอระดับ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท)
 
     ทั้งนี้ ฟาน เดอ เบค ถือเป็นผลผลิตคุณภาพจากศูนย์เยาวชน อาแจ็กซ์ โดยจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ต้นสังกัดไปแล้วทั้งสิ้น 175 นัด ทำได้ 41 ประตู นับตั้งแต่ลงเล่นแมตช์แรกช่วงปลายปี 2015

กลางสารพัดประโยชน์! จัดแผนการเล่นหลังแมนยูจ่อซิวฟาน เดอ เบค

 

หลังจากปล่อยให้บรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” รอคอยมานาน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มิดฟิลด์วัย 23 ปีของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เตรียมจะเป็นนักเตะรายแรกที่จะตบเท้าเข้ามาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” ในซัมเมอร์นี้หลังจากสื่อชั้นนำต่างรายงานว่าทั้งสองทีมบรรลุข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ และเพื่อเป็นการต้อนรับ ฟาน เดอ เบค เราลองมาจัดแผนการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด กัน
   
ฟาน เดอ เบค ถือเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแดนกลาง เขาเคยได้รับบทบาทในทัพอาแจ็กซ์มาหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์, มิดฟิลด์ตัวรุก หรือแม้กระทั่งยืนสูงเป็น กองหน้าแบบฟอลส์ 9 ก็เคยมีมาแล้ว

ใน 37 นัดที่ลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมามี 19 ครั้งที่ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและ 18 ครั้งที่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

ด้วยความหลากหลายนี้เอง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อเรียกศักยภาพของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด แต่ตำแหน่งเขาในทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องมีการถกเถียงกันเล็กน้อย มาดูกันเขาจะลงตัวในแผนการเล่นใดบ้าง

    ระบบ 4-2-3-1

แผนการเล่นนี้ถือเป็นแผนที่ โซลชา ใช้เป็นหลักในฤดูกาลที่ผ่านมา การมี ฟาน เดอ เบค ในระบบนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพเกมบุกของ “ปีศาจแดง” ได้มากขึ้นทีเดียว

มิดฟิลด์ชาวฮอลแลนด์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในบทบาท บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ เขามีประสบการณ์ในการป้องกันแผงแบ็กโฟร์จึงน่าจะลงต่ำมาคอยช่วยคัฟเวอร์พื้นที่แดนกลางและคอยแบ่งเบาภาระ ปอล ป็อกบา ในการสร้างเกมรุก

บอกเลยผีโหดแน่! 5 เหตุผลที่ แมนยู ควรเซ็นสัญญา ฟาน เดอ เบค

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้จะได้นักเตะตัวใหม่และเป็นผู้เล่นคนแรกในการเสริมทัพของพวกเขาช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางชาวดัตช์ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และเป็นผู้เล่นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" อยากได้มาร่วมทีมมากๆ

     ต้องบอกเลยว่า ฟาน เดอ เบค เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแผงมิดฟิลด์ "เร้ด เดวิลส์" ได้อย่างลงตัว เพราะ โซลชา พยายามที่จะหาผู้เล่นที่สามารถมีอิทธิพลกับทีม, ทำงานหนัก และยังสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง รวมทั้งช่วยเติมเกมรุกของทีมให้อันตรายมากยิ่งขึ้น 

     ความสามารถในการปรับตัวเล่นได้หลากตำแหน่งในแผงกองกลางช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากนี้นักเตะยังมีดีในเรื่องการยิงประตู และแอสซิสต์ รวมทั้งอีกหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นนี่เป็น 5 เหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม "ปีศาจแดง" จึงควรเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบค มาร่วมทัพ
   
1. สามารถปรับตัวในการเล่นตำแหน่งที่แตกต่างได้เร็ว

 โดยปกติแล้ว ฟาน เดอ เบค มักจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ และบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ แต่เขายังสามารถปรับเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งอื่นๆ บริเวณแผงมิดฟิลด์ได้ด้วยหากจำเป็นต้องถูกจับไปเล่น นอกจากนี้เขายังสามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ก็ได้ และยังเคยทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับ อาแจ็กซ์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

    ต้องยอมรับว่านักเตะเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ทำให้ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะปรับการเล่นของตัวเองให้เหมาะสมกับเกมที่แตกต่างกันตามที่โค้ชสั่งได้อย่างดีเยี่ยม และผลงานของเขาก็โดดเด่นไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนก็ตามในแนวรุก

อย่างไรก็ตามนักเตะยังมีความสามารถในการเล่นเกมรับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน, เล่นลูกกลางอากาศก็ใช้ได้ หรือจะขยับดันเกมบุกเพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมก็ดีไม่มีที่ติ แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังขาดกองกลางที่มีคุณสมบัติชั้นยอดแบบนี้ ดังนั้นการมาของ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะยกระดับพลังขับเคลื่อนในแผงกองกลางของ "ผีแดง" ได้เป็นอย่างดี

2.  คู่แข่งรับมือยาก

สตาร์ลูกหนังชาวดัตช์กำลังจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมรุ่นที่ออกไปดังกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า) และ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ (ยูเวนตุส) รวมไปถึง ฮาคิม ซิเย็ค ที่เพิ่งจะไปเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการกับสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ช่วงซัมเมอร์นี้

    ก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบค ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเพื่อนๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะชั้นยอดเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ย้ายไปได้ดีบได้ดีกับทีมชั้นยอด ฉะนั้นนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะได้ทำผลงานให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

การได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องขอบคุณความสามารถที่หลากหลายของเขาในการเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุก โดยศักยภาพของเขาสามารถช่วยในเรื่องการครองบอล, ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุก หรือยืนเป็นหน้าต่ำ แน่นอนว่านี่คือกองกลางที่แนวรับคู่แข่งยากจะคาดเดา และรับมือได้ยากลำบากจริงๆ
 
3. อยู่ในช่วงก้าวสู่จุดพีค

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ประสบความสำเร็จกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาได้ครอบครองโทรฟี่แชมป์ร่วมกับทีมหลายรายการ และยังมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในแข้งสำคัญนำสโมสรทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/2019

    อย่างไรก็ตามฟอร์มที่ทุกๆ คนได้เห็นยังไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขา ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี นักเตะยังมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นไปสู่จุดพีคในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์อย่างสูงจากการที่ได้เขาไปร่วมทีมในช่วงเวลานี้

ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ทำผลงานในเกมรุกได้อย่างโดดเด่น และยังมีไหวพริบเฉียบคมกับการเล่นบริเวณพื้นที่สุด โดยเขาสามารถขยับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่เก่งที่สุดในยุโรปในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ "ผีแดง" ในยุคเน้นผู้เล่นพลังหนุ่ม มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรีดศักยภาพของ ฟาน เดอ เบค ออกมา

    แน่นอนว่า กองกลางวัย 23 ปี จะเป็นผู้เล่นที่สร้างเกมรุกให้กับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งหากได้ประสางานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ 3 ประสานความเร็วสูงได้แก่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด บอกเลยว่ากองหลังคู่แข่งได้ขาสั่นชัวร์
 
4. ยิงประตูได้ดีเยี่ยม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปในฤดูกาลล่าสุดก็คือการยิงประตูจากแผงกองกลาง แน่นอนว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสยดสยองจาก 3 แนวรุกความเร็วสูง มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ที่ตะบันตาข่ายคู่แข่งรวมกันแล้วได้  61  ประตูตลอดการแข่งขันทุกรายการ

    สำหรับในแผงกองกลาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีโอกาสได้ยิงประตูให้กับทีมพอสมควรนับตั้งแต่ที่ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา (เจ็บหนักในซีซั่นล่าสุด), เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ก็มีโอกาสทำประตูบ้างประปราย

ฉะนั้นหาก "ปีศาจแดง" ได้ ฟาน เดอ เบค มาเสริมแกร่ง จะทำให้ทีมสามารถขู่คู่แข่งจากการยิงประตูบริเวณแผงกองกลางได้มากยิ่งขึ้น โดยนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทชอบขึ้นไปช่วยเกมรุกเสมอ และพยายามไล่บี้กดดันกองหลังคู่แข่ง รวมทั้งยังวิ่งเข้าไปหาพื้นที่เพื่อทำประตู

     กองกลางชาวดัตช์ มีทั้งความคล่องแคล้วว่องไว และยังยิงประตูได้ดีซะด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งที่จะช่วยกำจัดจุดอ่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไป โดย ฟาน เดอ เบค ซัดไป 10 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่น 2019/2020 และนักเตะน่าจะทำได้แบบเดียวกันเมื่อมาเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์"

5. เล่นเกมใหญ่ได้ดีเสมอ

ฟาน เดอ เบค เป็นนักเตะที่มักจะทำผลงานได้ดีมากๆ เมื่อเวลาลงเล่นกับทีมใหญ่ๆ โดยเขาพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากการช่วย อาแจ็กซ์ ในการเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป เมื่อซีซั่น 2018/2019 เมื่อเขาสวมบทฮีโร่ด้วยการซัดประตูในเกมพบ ยูเวนตุส และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ ฟาน เดอ เบค ยังมีส่วนในการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมในแมตช์ปะทะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยรวมแล้วผลงานของเขาโดดเด่นมากๆ ในการเล่นกับทีมใหญ่ ที่สำคัญนักเตะยังเปรียบเสมือนหัวใจในแดนกลาง และพร้อมที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมรุกให้กับทีมอยู่เสมอ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็คือการเล่นที่หลากหลายซึ่งกองหลังคู่แข่งยากจะคาดเดาได้ นอกจากนี้นักเตะยังเป็นพวกที่กระหายความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์จากจุดนี้ของ ฟาน เดอ เบค มากๆ

    ทั้งความสามารถในการขับเคลื่อนเกม, การยิงประตู และสไตล์การเล่นที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาของผู้ตัดสินจะดังขึ้นมา ต้องบอกเลยนี่คือคุณสมบัติที่เข้ากับปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด