ณัฐ สามี น้ำหวาน เดอะเฟส ยอมรับถูกกระทำ อยากป้องตัวเอง ที่ผ่านมาไม่เคยมีกิ๊ก

ณัฐ สามี น้ำหวาน เดอะเฟส ยอมรับถูกกระทำ อยากป้องตัวเอง ที่ผ่านมาไม่เคยมีกิ๊ก
ณัฐ สามี น้ำหวาน เดอะเฟส -จากกรณีที่ ดร.ณัฐวุฒิ ม้าแก้ว สามีของ น้ำหวาน รักษ์ณภัค หรือ น้ำหวาน เดอะเฟส ออกมาสาดสตอรี่ดราม่าแบบรัวๆ จนทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคู่นี้ เพราะแต่ละประโยคนั้น ไปในทิศทางที่เจ้าตัวกำลังถูกนอกใจ

ซึ่งล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ ได้เปิดเผยกับข่าวสดออนไลน์ว่า เบื้องต้นยังไม่อยากลงรายละเอียดในเรื่องนี้ บอกแค่ว่าตนกำลังโดนกระทำ แต่อยากจะชี้แจงหน่อยว่าเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่บอกว่าตนไปกิ๊กนักศึกษา หรือไปมีกิ๊ก ไม่เป็นความจริง ทางด้านภรรยา น้ำหวาน เข้าใจผิด แต่ในเมื่อข่าวออกไปแบบนั้น ตนก็ถือว่าช่างมัน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เพราะตัวน้ำหวานเองก็มีกระเเส เลยไม่รู้จะไปแก้ข้าวทำไม

ส่วนสาเหตุที่ต้องออกมาพูดเรื่องกิ๊กในวันนี้ เพราะเรื่องที่ตนโพสต์ดราม่า มีหลายๆคนพูดว่า "ก็ผู้ชายทำก่อนไง พอวันนี้โดนคืนแล้วทำเป็นร้อง” "ก็ผู้ชาย เเม่งเหี้ยก่อนไง”
ซึ่งตนเสียใจที่มีคนพูดแบบนั้น วันนี้ตนโดนกระทำ ก็เสียใจและรับไม่ได้ที่ต้องมาโดนซ้ำเติม เลยต้องแก้ตัวให้ตัวเอง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยแก้ตัวเลย
และสำหรับการโพสต์ดราม่าในครั้งนี้ก็คือตามนั้นเลย ตนเสียใจมาก แบกรับมันยาก มันลำบากมาก
หากถามถึงสถานะว่าเป็นสามีภรรยากันอยู่ไหม ตนไม่กล้าตอบเรื่องสถานะ เพราะไม่รุ้ว่าทางฝ่ายน้ำหวาน จะตอบว่าอะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้หย่า ไม่อยากหย่า และไม่เคยอยากหย่า
อย่างไรก็ตาม ข่าวสดออนไลน์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งคู่

ตกใจกันหมด ดีแลน อุ้ม เดมี่ คิดว่าน้องนั่งได้ หลุดจมไปใต้น้ำ(คลิป)

แม่ไม่อยู่เดมี่จมไปใต้น้ำเลยประสบการณ์แรกลูกสาวระทึกดำน้ำครั้งแรก – แมทธิว ดีน และ ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ เผยคลิป “Daddy on Duty Day ละแมะ ล่ะพ่อ” ขณะ แม่ลีเดีย ไปทำงาน ส่วนพ่อแมทธิว อุ้มลูก ไปเที่ยวซาฟารีเวิลด์ และ ไปเล่นน้ำกันต่อ

นาทีระทึกน้องเดมี่ ระหว่างเล่นน้ำ ดีแลน พี่ชายพยายามอุ้มน้องสาว ด้วยความเป็นเด็ก คิดว่าน้องนั่งได้แบบตัวเอง

พอปล่อยน้องจากมือ น้องก็จมไปใต้น้ำเลย พ่อต้องรีบคว้าตัวลูกสาวขึ้นจากน้ำ แทบไม่ทัน เรียกว่าตกใจกันทั้งพ่อทั้งลูก

น้องเดมี่ก็ตกใจหนัก พี่ชายก็ตกใจ คอยลูบขาน้องสาวใหญ่เลย แมทธิว บอกถือเป็นประสบการณ์ดำน้ำครั้งแรกของเดมี่ แม่ลีเดียจะว่ายังไง

แถม คุณแม่คนสวยยัง ปะทะ หยาดพิรุณ ยูทูบเบอร์ดัง ละแมะ ไม่ว่างจริงๆ ที่ตัวเองเคยร้องไว้ตอนอายุ 18 ด้วย กลับมา 18 อีกครั้ง สามีปลื้มมาก

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

ทั้งยินดีและเป็นห่วงเพื่อนซี้ เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ หลังเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สาม อยู่ที่อเมริกา หญิง รฐา เผยถึงข่าวดีที่เพื่อนมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมากลายเป็นสามใบเถา แอบเป็นห่วงด้วยสถานการณ์โควิดในอเมริกา ซึ่งได้คุยอัพเดตกับเจนอยู่ตลอด เรียกว่าเพื่อนนำหน้ามีลูกไปหลายคนแล้ว หญิงได้เผยถึงฤกษ์แต่งของตนกับแฟนหนุ่ม ตุลย์ ในปีหน้า เตรียมฝากไข่เก็บไว้ เพื่อให้แม่น้อยสบายใจ ส่วนตัวแล้วมีหรือไม่มีลูกก็ได้

เจนนิเฟอร์ คลอดลูกที่อเมริกา?

“น่ารักมาก ตอนโควิดเราก็มีคุณลุงที่นับถือเสียชีวิตไป ลุงอยู่ที่บอสตัน ก็เตือนเจนไป ของคุณลุงไปผ่าตัดหัวใจ ช่วงที่รักษาตัวก็ติดเชื้อโควิดตอนที่อยู่โรงพยาบาล หญิงก็ห่วงเจนมาก เพราะว่าเขาไปคลอดลูก เขาก็เล่าให้ฟังว่ามีมาตรการป้องกันมากขึ้น ปกติจะให้ญาติเข้าได้หลายคน ตอนนี้ญาติก็มีแค่พี่อั๋นคนเดียว ระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลก็น้อยลง จากที่คลอดลูกอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ที่นั่นอยู่ได้วันเดียว อีกวันหนึ่งก็ต้องเก็บของกลับบ้านเลย คือเราก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลง พยายามคุยกับเพื่อนตลอดเวลา เพราะที่เมืองนอกมันน่ากลัวจริงๆ คือบ้านเราคือว่ายังโชคดีมากๆ ที่ยังสามารถคุมมันได้ แต่ถึงแม้จะคุมได้ เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า มันอาจจะไปหลุดตรงไหน เราก็ต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด”

ได้คุยกับเพื่อนอยู่ตลอด?

“ตอนแรกคุยกันว่าเขาอยากได้ลูกผู้ชาย แต่สุดท้ายเขาได้ผู้หญิงทั้งหมด 3 คน ก็เลยถามว่าจะเอาอีกมั้ย เจนก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว 3 คนพอแล้ว แต่ก็ไม่แน่ อนาคตเขาอาจอยากมีอีกคนก็ได้ แต่ 3 สาวน่าจะเหนื่อยแล้ว ถ้ามีโอกาส เจนก็บ่นว่าอยากกลับมาเมืองไทย เพราะเพื่อนหลายคนที่ทำธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ที่ทำร้านสปาก็ต้องถูกปิด บางคนก็ตัดสินใจบินกลับมาเมืองไทย ซึ่งต้องลงชื่อ พอบินกลับมาก็ต้องมี สเตจควอรันทีน 14 วัน ก็ยอมเพื่อความปลอดภัยของทุกคน”

เจนได้รับผลกระทบไหม?

“มีร้านอาหาร ทุกคนโดนหมดเพราะว่าที่อเมริกาเขาหนักกว่าเราเยอะ ก็อย่างที่เห็นในข่าวนั่นแหละ อย่างร้านอาหาร หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับบริการ อย่างนวดสปา ก็จะกระทบหนักพอสมควร”

เห็นเพื่อนมีลูกแล้วเราอยากมีเป็นของตัวเองบ้างหรือยัง?

“คือเจนเขามีคนแรก ตอน 30 ต้นๆ และตอนนี้เราใกล้จะ 40 ต้นๆ ก็เรียกว่าไม่ได้แพลนไว้ในชีวิต คือรู้สึกว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้”

เพื่อนในกลุ่มเขานำเราไปสองคนแล้ว?

“ใช่ ก็ปล่อยเขานำไป คือไลฟ์สไตล์หญิงอาจจะไม่ได้เหมือนเพื่อน อย่างเจนตั้งแต่ 2002ราตรี เขาอยากมีลูกมาตลอด ทุกครั้งที่คุยกัน เขาจะบอกว่าอยากมีลูก อยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว ส่วนหญิงมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ เราเพื่อนกระเทยเยอะ จะรู้สึกว่าถึงแม้ว่าวันหนึ่งเราจะไม่มีใคร เราจะมีเพื่อนกระเทยอยู่กับเราเสมอ แล้ววันนี้พอเรามีแฟน ก็ต้องมีสเต็ปของการมีครอบครัว แต่ไปถึงจุดที่ว่าจะมีลูกมั้ย ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ มีไม่มีหญิงก็ไม่เดือดร้อน”

ตุลย์เห็นตรงกัน แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง?

“เห็นตรงกัน มีแม่แค่นั้นที่ไม่ตรง แม่ก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ให้ฝากไข่ไว้ก่อน ถ้าวันหนึ่งเกิดรู้สึกว่าอยู่กันสองคนแล้วอยากจะมีค่อยว่ากันอีกที”

 

แม่เร่งหรือยัง?

“เขารู้ว่าเร่งอะไรกับหญิงไม่ได้ แล้วแต่เลย”

 

แล้วจะไปฝากไข่ไว้ไหม?

“ก็คิดว่าจะไปเพื่อให้เขาสบายใจ เท่าที่ไปปรึกษามาเขาก็บอกว่ายิ่งเร็วยิ่งดี ไข่ยังอายุน้อยอย่างปีนี้เราอายุเท่านี้ พอปีหน้าก็จะอายุเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่ง ไข่ก็จะไม่แข็งแรงเท่าที่ผ่านมา”

 

เจอโควิด ทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งไหม?

“จริงๆ แพลนปีหน้าอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าปีนี้ไม่ได้ปวดหัวอะไร สำหรับเพื่อนที่แพลนปีนี้ก็ปวดหัวกันหมด เราก็โชคดีแล้ว”

 

มั่นใจว่าปีหน้าไม่มีโควิด?

“ก็คิดว่าค่ะ คือมีอยู่ 2 ตัวเลือกว่า ถ้าช่วงโควิดก็จะเชิญเฉพาะคนที่สนิท แต่ถ้าพ้นโควิดไปแล้วก็คงเป็นงานแต่ง งานสังสรรค์ทั่วไปก็ตัดสินใจอีกที”

ทุกวันนี้เริ่มคุยเรื่องงานแต่งหรือยัง?

“คุยแล้ว ผู้ใหญ่สองฝั่งรับรู้แล้ว ถามว่าดูฤกษ์หรือยัง แต่ละคนมีพระที่ไหนดีก็ไปดูมาคุยกัน แต่จริงๆทั้งปีตามศาสตร์ของคนที่ดูวันที่ดี ก็จะมีอยู่แล้วล่ะว่าวันไหน ก็มีดูๆไว้ว่าเป็นปีหน้า ประมาณไหนไม่รู้เลย ดูเรื่อยๆ เราไม่ได้ดูแค่เรื่องของเวลาอย่างเดียวด้วย ต้องดูสถานการณ์ของโลกด้วยว่า ถ้ามีก็อยากให้เพื่อนมาด้วยความสบายใจ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน แล้วกลับมามีข่าวว่าใครเป็น ก็ห่วงเรื่องนั้นอาจจะต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายมากกว่านี้ก่อน”

แม่น้อยยิ้มแล้ว จะมีข่าวดีปีหน้า?

“เราก็อบอุ่นมากขึ้น ตัวพี่ตุลย์เอง เขาก็รู้สึกว่ามีพ่อแม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง เวลาไปไหนมาไหนก็จะดูเป็นครอบครัวมากขึ้น ชีวิตหญิงมีแค่หญิงกับแม่มาตลอด พอเราเห็นภาพเป็นครอบครัวใหญ่ก็ดีนะ”

 

เตรียมตัวเคลียร์งานไหม?

“ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ไม่รู้สิ ไม่เคยเป็นเจ้าสาวเนอะ แต่หลักๆก็อยากให้ออกมาทุกอย่างมีความสุข ทุกคนที่อยู่ในงานคือคนที่เรามองแล้ว เราเห็นแล้วยิ้ม ทุกคนมีความสุขเราก็แฮปปี้แล้ว”

ก็ลุ้นว่า 2002 จะกลับมารวมตัวกันในงาน?

“ก็ต้องรอ แต่เจนก็พูดเสมอว่ายังไงก็ต้องมา ยังไงเพื่อนก็ต้องบินมา”

 

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

หายหน้าหายตาไปนาน จนแฟนๆ หลายคนบ่นคิดถึง สำหรับหนุ่มหน้าหวาน เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา พระเอกสายวายชื่อดัง ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค. เจอดาราหนุ่มในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง "วอน(เธอ)" ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เลยอัพเดตชีวิตและผลงาน

รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แพลนแฟนมีตติ้งต่างประเทศต้องเลื่อนออกไปทั้งหมด พร้อมแจงเหตุที่ตนเองไม่ได้กลับมาเล่นซีรีส์ บังเอิญรัก 2 ร่วมกับเพื่อนนักแสดงชุดเก่า จนกลายเป็นดราม่าเบาๆ

ก่อนหน้านี้หายหน้าหายตาไปเลย?
"ถ่ายละครครับ ใกล้ปิดกล้องแล้วเรื่อง Let’s Fight Ghost ทุ่มเทมากเพราะว่าเป็นละครบู๊ ต้องซ้อมคิวบู๊หรือว่าเรียนมวยต่างๆ เรียกว่าทุ่มเทให้กับเรื่องนี้เต็มที่ ด้วยความที่ช่วงนั้นปิดกล้องเรื่อง Why R U The Series พอดี ซึ่งสิ้นเดือนนี้ก็จะกล้องแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะมาเต็มที่กับหนังเรื่อง วอน(เธอ)"

รับทีละเรื่องเหรอ?
"ตอนนี้เรื่อยๆ ครับ แล้วแต่ว่าจะมีทางภาพยนตร์หรือว่าละครติดต่อมา ถ้าสามารถรับได้หลายเรื่องก็อยากรับเหมือนกัน"

เล่นคิวบู๊เป็นยังไงบ้าง?
"สนุกมากครับ แรกๆ บอกเลยว่าล้มลุกคลุกคลานมาก ด้วยความใหม่ด้วยก็มีต้องไปเรียนทั้งบู๊ทั้งมวย เพราะตัวละครที่รับเป็นมวยไทย ต้องผนวกทั้งบู๊และมวยไทย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนเลย แรกๆ อาจจะยังไม่เก่งมากรู้สึกว่ายังต้องฝึกฝน แต่พอได้ฝึกฝนอยู่กับมันมาประมาณปีนึงก็ชอบ มีละครบู๊มาก็ติดต่อได้นะครับ ชอบมากเลย"

มีผิดคิวบ้างไหม?
"มีครับ อย่างตอนนี้ถ้าเห็นก็จะมีรอยแดงๆ เพราะว่าใส่ซับบางทีต่อสู้แล้วแบบกระแทกจนเป็นรอย แรงสุดที่โดนคือเขียวเป็นแถบเพราะว่าเราต้องแอ๊กชั่นเตะแล้วลอยจริงเลย ส่วนใหญ่จะเล่นฉากบู๊เองทั้งหมด มีแค่คิวที่ต้องเข้าไปใกล้ๆ เป็นมีดแหลมก็จะมีพี่สตั๊นต์ช่วยเล่นให้ เรียกว่ามีรอยช้ำกลับบ้านทุกวันที่มีคิวบู๊"

รอยช้ำตามตัวกระทบต่อการทำงานไหม?
"ตอนนี้เรามีนวัตกรรมคือรองพื้นและคอนซีลเลอร์ครับ คือต้องใช้ตัวช่วย บางทีมันเป็นรอยแล้วเราต้องทำงานก็อาจจะต้องปกปิดหน่อย จริงๆ ที่ตั้งใจปิดเพราะเป็นห่วงแฟนคลับว่าเดี๋ยวเขาเห็นแล้วจะเป็นห่วงกัน"

เจ็บเนื้อเจ็บตัวขนาดนี้ก็ยังชอบเล่นบู๊เหรอ?
"ชอบครับ เหมือนเด็กผู้ชายเนอะเราก็ชอบเล่นอะไรที่มันใช้แรงมากๆ พิเรนทร์ๆ อยู่แล้ว พอมาเจอคิวบู๊ก็ถูกใจเลยครับ นี่ยังคุยอยู่เลยว่าเดี๋ยวถ้าจบเรื่องนี้ก็อยากจะไปเรียนมวยจริงจัง หรือว่าเรียนยิงปืน"

แอบคาดหวังบ้างไหมเพราะก่อนหน้านี้บทเราค่อนข้างใสๆ?
"คาดหวังครับ คาดหวังให้ออกมาดีที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะดีใจมาก"

ถามถึงประเด็นที่หลายคนจับตาว่าเราไม่ได้อยู่ในซีรีส์ บังเอิญรัก 2 แล้ว?
"อย่างที่บอกไปตั้งแต่ครั้งก่อนๆ ว่าด้วยเรื่องเวลา คิวงานเอง หรือว่าในหลายๆ เรื่อง เพราะการที่จะรับซีรีส์หรือละครเรื่องหนึ่งมันต้องมีความพร้อมด้วยทั้งเวลาถ่ายทำ อย่างที่เห็นว่า บังเอิญรัก กำลังถ่ายทำกันอยู่และใกล้จะจบแล้ว ส่วนผมก็ถ่าย Let’s Fight Ghost ซึ่งเต็มที่กับเรื่องคิวบู๊ในการถ่ายทำเรื่องนี้อย่างมาก เลยมีหลายเรื่องไม่ลงตัวทำให้ไม่ได้เล่น"

เสียดายไหม?
"ผมเชื่อว่าเมื่อเราเลือกอะไรแล้วเราจะไม่เสียดายในสิ่งที่เราตัดสินใจ แต่ถามว่าเรารักในตัวละครรักซีรีส์มั้ย แน่นอนครับ เราเกิดและโตมากับเขา ยิ่งตัวละครที่ได้รับเลือกผมจะรักมากเพราะเปรียบเสมือนเราสร้างงานศิลปะ สิ่งที่เราทำเราทำด้วยความรักอยู่แล้ว"

แฟนคลับค่อนข้างเสียใจที่ไม่มีเรา?
"เซ้นต์ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ อย่างที่บอกว่ามันเป็นหลายๆ เรื่องด้วย"

แอบเห็นดราม่าไหม?
"แอบอ่านอยู่ครับ แต่ว่าอย่างที่บอกคือมองให้เป็นความเข้าใจแหละ เหมือนกับความสัมพันธ์เวลาเรามีแฟนเราก็อยากให้แฟนเข้าใจเราที่สุด ผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนอยากให้ผมเข้าใจในมุมมองของเขา ซึ่งผมก็เข้าใจนะ สำหรับผมก็อยากอธิบายทุกคนฟังในมุมมองของผม"

ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทีมงานเก่าหรือว่าเพื่อนๆ นักแสดง?
"ไม่ได้มีปัญหากันครับ ยังเล่นยังคุยกับมีน(พีรวิชญ์)อยู่เลย อย่างที่เห็นกันว่ามีนก็เป็นนักแสดงนำของบังเอิญรักเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกันกับทางเพื่อนๆ ครับ"

ถามถึงแพลนงานที่ต่างประเทศ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศตลอด หลังจากเกิดโควิด-19 มันกระทบกับงานเราเยอะไหม?
"พอสมควรครับ จริงๆ ช่วงหลังจากที่จบซีรีส์ Why R U The Series วางไว้ว่าก็จะมีแฟนมีตของ Why R U The Series และแฟนมีตเดี่ยวของผมประมาณ 7-8 ประเทศ ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าต้องพักไว้ก่อน แต่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกนะครับ แค่พักคิวไว้ก่อนเฉยๆ รอว่าถ้าได้คิวแล้วบินไปได้จริงๆ สถานการณ์ดีขึ้นก็ค่อยไป"

เกิดความเสียหายกับตัวเรามากน้อยแค่ไหน?
"สำหรับผมการไปแฟนมีตคือความรักที่เราอยากจะไปมอบให้กับแฟนคลับ แล้วเราก็ไปรับพลังความรักจากแฟนคลับด้วย ผมเลยมองว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ในเรื่องของเงินทองสำหรับผมมันเป็นของที่ไม่ได้ซีเรียส แต่เป็นความรักมากกว่าเพราะหลายคนคาดหวังที่อยากจะเจอเรา แต่ว่าเขาไม่ได้เจอ"

ซัพพอร์ตยังไงกับการที่เขาผิดหวัง?
"หลายคนจะเห็นว่าสมัยก่อนผมไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยลขนาดนั้น หลังๆ ผมก็จะเริ่มฝึกมากขึ้น เล่นโซเชี่ยลมากขึ้น มีไลฟ์มากขึ้น อย่างน้อยที่ว่าเราไม่ได้เจอกัน ไปต่างประเทศ หรือว่าอีเวนต์ ก็ยังได้เจอกันผ่านโซเชี่ยลส่งความรู้สึกส่งความรักถึงกันและกันได้"

กังวลไหมว่าพอไม่ได้ไปเจอเขาบ่อยๆ หรือว่าห่างหายไป แล้วฐานแฟนคลับจะลดลง?
"ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักแหละครับ ถ้าเราเติมเต็มซึ่งกันและกันความรักที่มันหอมหวานมันก็จะหอมหวานอย่างนั้น ผมว่าความหอมหวานของมันมีเสน่ห์ยิ่งกว่าถึงแม้ว่าเราไม่อยู่ใกล้กันหรือเจอกัน แม้ไม่ได้เจอกันมันก็เป็นบททดสอบนะว่าเรายังคิดถึงเขา และเขาก็ยังคิดถึงเรา"

เปรียบแฟนคลับเหมือนแฟนเลยเนอะ?
"ผมมองว่าแฟนหรือคนในครอบครัว คือคนที่เราต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เช่นเดียวกันผมอยู่กับแฟนคลับเป้าหมายของผมอย่างหนึ่ง คือผมก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแฟนคลับเหมือนกันครับ"

เปิดเบื้องลึกรอยร้าว หนุ่ม กรรชัย VS. ช่อง 3 อะไรคือปมจริงๆ ที่แตกหัก

ระส่ำไปทั้งตึกมาลีนนท์ เมื่อมีข่าวหลุดเล็ดลอดออกมาว่าฝ่ายข่าวช่องหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกับผู้ประกาศคุณพ่อจอมโหน จนถึงขั้นต้องแยกทางกันเดิน

ซึ่งก็คงไม่ต้องสืบเสาะกันให้ยุ่งยากเพราะผู้ประกาศข่าวคนที่ว่าก็ชี้เป้าอยู่แล้ว “คุณพ่อจอมโหน” ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ยืนหนึ่งกับรายการโหนกระแส

น้ำ รพีภัทร ไม่หมิ่นเงินน้อย เก็บขยะขายได้เงินมาเกือบสองร้อยบาท
สามี น้ำหวาน เดอะเฟซ เปิดใจ “มีคนผิด 2 คน” มีข้อมูลแน่นมั่นใจไม่โง่
“ช่องวัน31” บวงสรวงละคร 4 เรื่อง 4 รส ขนนักแสดงนับร้อยชีวิตเข้าร่วมพิธี
งานนี้เกิดอะไรขึ้นกับ หนุ่ม กรรชัย และช่อง 3 งานนี้เบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ช่อง 3 ถึงได้มีข่าวแบบนี้กับ กรรชัย กำเนิดพลอย หลุดออกมา ทั้งที่ความเป็นจริงชื่อนี้ น่าจะเป็นชื่อขายของข่าวช่อง 3 ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

งานนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงปัญหา ว่ากันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเกิดจากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ไม่ได้เกี่ยวกับรายการ “โหนกระแส” อย่างที่หลายคนคาดเดากันไปแต่อย่างได้

ปัญหาเกิดขึ้นเกิดกับรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ที่อุดมคติในการทำข่าวของ หนุ่ม กรรชัย กับผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ไม่ตรงกัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ทำ หนุ่ม กรรชัย สับสน แม้แต่ทีมข่าวของช่อง 3 ก็ยังออกอาการเซโรงังกับนโยบายที่ปรับเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือของผู้บริหารช่อง

เพราะอยู่ๆ ช่อง 3 มีนโยบายปรับเนื้อหาข่าวใหม่ ไม่เอาข่าวเข้าถึงชาวบ้าน ไม่เน้นข่าวกระแส ตั้งเป้ากลยุทธ์ใหม่ ช่อง 3 ข่าวจะต้องมี value อยากให้ภาพของข่าวช่อง 3 คือ CNN ของเมืองไทย

ขณะที่ทีมข่าวช่อง 3 ตั้งคำถามว่าการที่มี หนุ่ม กรรชัย เข้ามาทำข่าวกระแส เข้าถึงชาวบ้าน เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ถูกทางแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลังการมาของ กรรชัย สามารถทำให้เรตติ้งขึ้นมาถึงแตะตัวเลข 1 ได้หลังข่าวช่อง 3 ฟุบไปนาน

โดยในยุคก่อนหน้าโน้นนนน ช่อง 3 ก็เคยใช้นโยบายทำข่าวแบบมี value มาแล้ว แต่สิ่งที่เจอคือไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเบนหัวรถจักรกลับมาเจาะตลาด mass ตามเดิม ซึ่งแนวทางช่วงที่ หนุ่ม กรรชัย เข้ามาก็ไปได้ด้วยดี และในเมื่อทุกอย่างกำลังดีๆ เหตุใด?? จึงเปลี่ยนกะทันหันอยากกลับมาปรับเป็นแนวข่าวมี value ที่ไม่ประสบความสำเร็จอีก

แถมล่าสุดว่ากันว่าเรื่องราว go so big ไปกันใหญ่มีการตั้งคณะทำงานดูแลโครงสร้างข่าวเที่ยง รายการที่ หนุ่ม กรรชัย นั่งแท่นผู้ประกาศข่าว งานนี้ก็ต้องจับตาดูว่าการเข้าไปล้วงปรับโครงสร้างข่าวเที่ยงครั้งนี้ ผู้บริหารต้องการเพียงแค่ขยับปรับรูปแบบการทำงาน หรือมีจุดประสงค์แฝงอื่น?

โดยหากลงรายละเอียดกันลงไปอีก ที่ผ่านมาการทำงานข่าวในช่วงรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ หนุ่ม กรรชัย ไม่ใช่คนเดียวที่เป็นคนกำหนดประเด็นข่าวในการนำเสนอแต่ละวัน ทุกอย่างเกิดจากการหารือกันกับทีม และคนที่เป็นหลักในการกำหนดประเด็นข่าวก็ยังคงเป็นบรรณาธิการข่าว

ส่วนในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หนุ่ม กรรชัย ไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจผู้บริหารใหม่ช่อง 3 เพราะเข้ามาทำงานผู้ประกาศข่าวในยุค บี๋ อริยะ พนมยงค์ ผู้บริหารคนก่อนที่ลาออกไปหรือเปล่า เรื่องนี้ได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน หนุ่ม กรรชัย เพียงเข้ามาในยุค บี๋ อริยะ แต่ไม่ได้เป็นคนของอดีตบอสใหญ่ช่องแต่อย่างใด

สำหรับบทสรุปตอนนี้ หลังจากเกิดความตึงเครียดในที่ประชุมข่าว หลังผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ต้องการแนวทางการทำข่าวแบบใหม่ ที่ไม่ตรงกับแนวทางของ หนุ่ม กรรชัย ตอนนี้ทุกอย่างยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ บทสรุปยังไม่แน่ชัด ทุกฝ่ายยังรอดูทิศทางคลื่นลมว่าจะเป็นอย่างไรต่อ จะมีแรงกระเพื่อมอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า กระแสที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เป้าหมายในการทำงานที่ต่างกัน หรือจริงๆ ลึกลงไปมันอาจมีอะไรมากกว่านั้น บางครั้งอาจไม่ใช่เก่าไปใหม่มาเสมอไป เพราะบางทีเมื่อเก่ากลับมาใหม่อาจจะต้องไป

ยิ่งกว่าละคร มาวิน เด็ดดอกฟ้า ตู่ ฝ่าฟันความจนพิสูจน์รักแท้ 8ปีถึงได้เข้าบ้าน

17 ส.ค. 2563-07:59 น.

ชีวิตรักจากเจ้านาย-ลูกน้อง – ไม่เคยมีดารามาจีบแฟนมีแต่นอกวงการ ตู่ ปิยวดี ทายาทตระกูลดัง มาลีนนท์ บิ๊กช่อง3 ควงคู่ มาวิน ทวีผล นักแสดงหนุ่ม มาเผยความรักยิ่งกว่าละคร ในรายการ แฉ เจอครั้งแรก เดินสวนกัน ฝ่ายชายบอกจำได้แม่น แต่ฝ่ายหญิงบอก จำไม่ได้

โดยหลัง มาวิน มาจีบ ก็มีดาราเข้ามาอีก ฮอตมากเลย มาวิน เผยจุดเริ่มต้น จากการขอแลกพินบีบี เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อเรื่องแคสต์งานไป ทั้งมีการขอถ่ายรูปคู่ด้วย หนุ่มมาวิน เลยขอให้ส่งรูปคู่มาให้ด้วย จากนั้นก็มีแชทคุยกัน ก่อนจะมีดารามาจีบ ตู่ ปิยวดี อีก แถมเป็นเพื่อนมาวินด้วย ทำมาวินยังงงเลย

ดาราหลายคนเข้ามาจีบ ตู่ เผยว่า ก็คุยเหมือนเป็นเพื่อนพี่น้องในวงการ เพราะเราก็ไม่ได้มีแฟน แต่ที่งงคือเป็นเพื่อนมาวินเป็นดาราในช่องด้วย

จากผู้ชายที่มีความเฟี้ยวฟ้าว ฮอต นายแบบฮอตก่อนมาเป็นดารา ลูกเศรษฐีหลายๆตระกูลมาชอบเยอะ มดดำ คชาภา พิธีกร แฉย้ำหนัก จน มาวินถึงกับต้องลูบเข่า โดย มดดำ ถามต่อว่าทำไมถึงมายอมแพ้ผู้หญิงคนนี้

มาวิน ยอมรับ “พอรู้จักตัวจริงฝ่ายหญิงน่ารักมาก เขาเติมเต็มเราได้ เราเข้าหาคนอื่นเหมือนเราต้องไป push เขา แต่ คุณตู่ push เราเยอะมาก คอยให้กำลังใจเราเยอะมาก ซึ่งเราไม่เคยได้จากใคร”
กว่าจะฝ่าด่านครอบครัวฝ่ายหญิง คบ8ปีถึงจะได้เข้าบ้าน ไปงานตรุษจีนที่บ้านเขา เกร็งหมด พูดยังมือเย็นอยู่เลย

ว่าที่เจ้าสาว ตู่ ปิยวดี เผยว่า ที่บ้านบอกให้พาเขามา เห็นคบนานแล้ว เขาก็ใช้ความตลก แม่ชอบมาก บนโต๊ะอาหารก็ไม่เงียบ เขาคุยได้ทุกเรื่องกับคนทุกวัย มาวิน เผยเราก็ใช้ความจริงใจ ถามมาวินว่ามีความมั่นใจอะไรถึงคิดจะจีบ ตู่ เป็นแฟน มาวิน เผยว่า เขาก็คุยกับเราดี เราโชคดี เขาลุย เขาแมนมาก เขาเป็นเจ้านายในกองถ่ายอยากเรียนรู้ชีวิตคน เขาลดตัวเองลงมาต่ำสุด กองฯ กินอะไรเขาก็กินตาม สอนเขากินปลาร้า กินทุกอย่าง เขาก็สนุกตาม

ตู่ เผยว่า ช่วงแรกเขายังไม่มีเงิน ถึงขั้นคิดให้เขาเลยว่า แต่ละมื้อต้องกินเท่าไหร่
จากชีวิตคุณหนูมาก ปรับตัวอย่างไร ตู่ เผยว่า ช่วง 2 ปีแรก เราไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อนเลย เพื่อนกินมื้อหนึ่ง 2-4 พัน เราบอกไม่ได้หรอก

เราไม่เคยออกเงินให้เขาเลย แฟนไม่มีเงิน เราก็กินของถูกๆก็ได้ ก็อร่อย มีความสุขดี หลัง 3 ปี แทบไม่มีทะเลาะกันแล้ว ทะเลาะกัน แล้วเราไม่คิดจะเลิกกัน จะทะเลาะทำไม เขามาเปลี่ยนชีวิตเรามาก เปลี่ยนความคิด ให้เราเข้าได้กับคนทุกแบบ ทำงานง่าย

 

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม


เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก – เคลียร์ข่าวเม้าธ์กันให้แซดเรื่องมือที่สาม สำหรับ เฟรม วรณัน นลัทวรสกุล เจ้าของฉายานางฟ้าเกณฑ์ทหาร ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน บวงสรวงซีรีส์ "เสน่หาสตอรี่" ซีซั่น 3 ณ สตูดิโอ 1 บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดใจถึงภาพหลุดกับเมฆ จิรกิตติ์ ที่ชาวเน็ตจับตามองกันว่าสองคนนี้ ซุ่มปลูกต้นรักกันหรือเปล่า หลังฝ่ายชายบอกว่าความรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ หรือ กลุ่ม LGBT

มีข่าวออกมาว่าไปเป็นมือที่สาม?

"เป็นมือที่สาม หนูว่าไม่ใช่นะคะ ตอนนั้นหนูกับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็น คิดว่าน่าจะไม่ได้เกี่ยวกับหนูนะคะ "

หลายคนบอกสวีตกันมาก?

"ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรตอนนั้นแค่ไปกินข้าวแล้วก็ไปช้อปปิ้งเฉยๆ แล้วมันแบบจังหวะจับมือใช่ไหม(ยิ้ม)"

จริงๆเรารู้จักกันไหม?

"ก็เป็นคนรู้จักกันเฉยๆค่ะ ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น"

พี่น้องกัน?

"พี่น้องกันค่ะ ปรึกษากันได้ ก็คุยกันบ้าง"

คนเชียร์ว่าเมฆไม่ได้ปิดกั้นเรื่องเพศ?

"อันนี้ต้องถามพี่เขาแล้วล่ะค่ะ"

มีหยอกๆจีบๆไหม?

"หยอกๆไหมหรอ ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นนะคะว่าเขาหยอกอะไรแบบเนี่ย"

เขามีหวานๆบ้างไหม?

"ก็มีหวานๆค่ะ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่"

พอมีข่าวเหมือนเขาเข้ามาเทคแคร์เรา มีการพูดคุยยังไงบ้าง?

"ก็คุยนะคะมีการอินบ็อกมา ขอโทษที่ทำให้เป็นเรื่องแบบนี้ค่ะ ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ภาพลักษณ์ที่หลุดออกไปเราจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนถ่าย?

"อืม…ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าเขาถ่ายยังไงด้วย"

ซีเรียสไหมเมื่อเป็นข่าวกันเมฆ?

 

"หนูเองไม่ได้มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว หนูเลยไม่ได้ซีเรียส แค่เป็นห่วงในงานของเขาด้วยแล้วก็คนรอบข้างของเขาด้วยหนูก็ไม่อยากให้เขามีภาพลบ แบบไปเสิร์ชชื่อเขาแล้วเจอข่าวนี้ หนูก็ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีด้วย "

มีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์บ้างไหม?

"ก็มีค่ะ มีทั้งดีและไม่ดี แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรค่ะ "

มีงานด้วยกันไหม?

"อ๋อ…ก็ได้ไปถ่ายงานด้วยกันค่ะล่าสุด"

หลายคนบอกว่าเราสร้างกระแสหรือเปล่า เหมือนเริ่มมีงานในวงการบันเทิง?

"ไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ เพราะงานนี้เพิ่งคอนเฟิร์มหลังจากข่าวออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ไม่เกี่ยว ไม่ได้สร้างกระแส แล้วหนูก็ไม่อยากเป็นกระแสเรื่องนี้อยู่แล้ว"

สถานะตอนนี้เป็นยังไง?

"โสดค่ะ ยังโสดค่ะ"

พอมีข่าวแบบนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง?

"ประทับใจที่เขาตอบดี ซึ่งทำให้เขามีฟีดแบ็กที่ดี ตอนแรกหนูกลัวมันจะแย่ กลัวมันแบบไม่ดีอย่างนี้ "

ส่วนตัวเรารู้สึกยังไงกับเมฆ จะพัฒนาไหม?

"อันนี้หนูไม่รู้เหมือนกันว่าหนูจะตอบยังไง เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าเกิดมันคลิกกันก็ค่อยว่ากันค่ะ"

คุยส่วนตัวกันแค่ไหน?

"ก็มีนะคะ เพราะมีงานด้วยกันล่าสุดด้วย"

ถ้าเขาจีบก็ไม่ติดใช่ไหม?

"อุ้ย…หนูต้องติดอะไรด้วยหรอคะ(ยิ้ม) หนูเปิดใจ หนูเปิดใจอยู่แล้วค่ะ เพราะตอนนี้หนูไม่ได้มีใคร ก็ให้โอกาสทุกคนแหละค่ะ"

เป็นผู้ชายในสเป๊กไหม?

"ในระดับนึงนะคะ เพราะว่าเขาก็เป็นคนนึงที่ทัศนคติดีมาก พี่เขาน่ารักมาก"

 

“สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล”ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

แฟนกีฬาชาวไทยอาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยื่งกับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยในหลายๆแมตช์, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในหลายๆครั้ง และการชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในหลายๆไฟต์ ซึ่งปรากฏการณ์สนามแตก ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมจนล้นสนามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากจะเกิดกระแสฟีเวอร์หรือความนิยมต่อกีฬาชนิดนั้นจริงๆ
   อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว กับการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงปลายปี 2538 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงไทย ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมบาสเกตบอลหญิงจนล้นสนาม

    และปฏิเสธไม่ได้ว่า นักกีฬาผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ จนทำให้แฟนกีฬาต้องแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาเชียร์ทีมบาสเกตบอลสาวไทยในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "แว่น" สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

    แม้จะเกิดเป็นหญิง แต่จากการมีรูปร่างหน้าตาหล่อสมาร์ทโดนใจ ละม้ายคล้ายกับ ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกเบอร์ 1 แห่งวงการบันเทิงในยุคนั้น จึงทำให้เธอคนนี้ ได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่า "สาวหล่อ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งสื่อบางสำนัก ยังตั้งฉายาให้เธอว่า "ศรราม 2" อีกด้วย

    นอกจากรูปร่างหน้าตาจะหล่อโดนใจสาวๆทั้งประเทศแล้ว ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ที่ไม่ได้เป็น 2 รองใคร จึงทำให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เป็นตัวหลักให้กับทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยมาตลอด 9 ปีที่รับใช้ชาติ ก่อนที่ชื่อของเธอ จะกลายตำนานที่ยังอยู่ในใจของแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศตลอดมา

    ย้อนกลับไปในอดีต ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่แรกแต่อย่างใด โดยคุณพ่อและคุณแม่ สนับสนุนให้ลูกสาวคนนี้เล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

    จนกระทั่งอายุ 12 ขวบ เส้นทางชีวิตได้มาบรรจบกับเกมกีฬายัดห่วงจนได้ เมื่อโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ สถานศึกษาของเธอในเวลานั้น มีแผนการที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลหญิงขึ้นมา โดยมี อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่อาจารย์ท่านนี้ จะทาบทามให้ ด.ญ.สิริรัตน์ เข้ามาเป็นนักบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน

    นับจากนั้น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ได้เป็นนักบาสเกตบอลหญิงตัวหลักให้กับโรงเรียนวัดน้อยนพคุณมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลงแข่งขันหลายรายการ อาทิ รายการของกรมพลศึกษา, รายการของกรุงเทพมหานคร, กีฬากองทัพอากาศ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และอีกหลายๆทัวร์นาเมนต์ โดยยึดแบบอย่างจาก ไมเคิ่ล จอร์แดน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอในขณะนั้นเป็นไอดอล

     สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ได้เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 ในครั้งนั้น สิริรัตน์ เป็นตัวแทนของทีมยัดห่วงเขต 10 กรุงเทพมหานคร

 

    แม้จะได้เพียงรองแชมป์ ทว่าจากการโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น จึงทำให้เธอคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 นักกีฬาเยาวชนไทย ให้ได้รับโอกาสอันล้ำค่า กับการไปทัศนศึกษาดูงาน ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่นครฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายในปีเดียวกัน

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งดังกล่าว ได้ทำให้ชื่อของ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีต่อมา หรือปี 2538 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

    สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันในนามทีมชาติก็คือ ศึกชิงแชมป์เอเชีย 1995 ซึ่งเป็นระดับดิวิชั่น 2 ที่เมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2538 โดยเธอและเพื่อนร่วมทีม ผนึกกำลังพาทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์มาครอง และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

    จากนั้นในช่วงปลายปีเดียวกัน อีก 1 จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้มาถึง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ สิริรัตน์ ได้ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงหญิงไทยในเวลานั้น กับการเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้มากที่สุดคนหนึ่งในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จนเกิดปรากฏการณ์สนามแตกทุกแมตช์ที่ทีมยัดห่วงสาวไทยลงแข่งขัน เนื่องจากแฟนกีฬาต่างแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาชม “สาวหล่อ” ในสนาม เมื่อยามที่เธอได้บอลแต่ละครั้ง เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วโรงยิมทุกครั้งเลยทีเดียว

    ด้วยแรงเชียร์ที่ล้นหลาม กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญ ในการทำให้ทีมบาสเกตบอลหญิงไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 18 ได้สำเร็จ พร้อมกับพลิกชีวิตให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เปลี่ยนจากนักกีฬาธรรมดา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศไปในทันที
 
    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ซูเปอร์สตาร์ยัดห่วงสาวรายนี้ ยังใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยังคงนั่งรถเมล์ไปเรียนมหาวิทยาลัยเป็นประจำ พอเจอแฟนคลับทักทายก็ยิ้มและพูดคุยแบบเป็นกันเองทุกครั้ง โดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

    หลังจากนั้น สิริรัตน์ ได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมชาติไทยอีก 9 ปี ก่อนจะประกาศเลิกเล่นหลังจบศึกชิงแชมป์เอเชีย 2004 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

    เธอได้กล่าวถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับกีฬาที่เธอรักว่า ในช่วงนั้นนอกจากจะต้องซ้อมบาสเป็นประจำแล้ว ยังต้องเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังต้องทำงานประจำ กับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลิตรายการและละครทางโทรทัศน์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย ได้ทำงานที่เธอรักกับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตรายการและละครทางทีวีมาโดยตลอด

    เธอได้กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและหน้าตาดี จึงทำให้ช่วงที่ทำงานตอนแรก ครีเอทีฟเคยให้เธอทดลองเป็นนักแสดงหน้ากล้องเช่นกัน แต่ด้วยความเขินกล้อง และไม่ถนัดกับการแสดง จึงเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า

    สำหรับปัจจุบันแม้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล จะลาออกจากงานประจำแล้ว เพื่อหันมาทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งเธอยังเป็นฟรีแลนซ์ช่วยงาน "หม่ำ จ๊กมก" ศิลปินตลกชื่อดัง และยังเป็นผู้จัดการของ "อาร์ม" กรกันต์ สุทธิโกเศศ นักร้องและนักแสดงชื่อดังอีกด้วย

    ด้านร้าน "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่ง สิริรัตน์ ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ขายมาก่อน พอตนเองมาทำก็ได้ปรับปรุงให้รสชาติกลมกล่อมและอร่อยขึ้น โดยร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และได้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-20.30 น.

    แฟนกีฬาท่านใด ที่ยังคิดถึงตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ สามารถไปพบปะและอุดหนุนเธอได้ ตามสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ 0648269399 และยังสามารถติดตามรายละเอียดของร้านได้ที่เพจเฟสบุ๊ก "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" ได้อีก 1 ช่องทาง

 

2020 dota Photon Gaming VS Typhoon E-Sports Club การวิเคราะห์อีสปอร์ต วันที่ 31 พ.ค.

Photon Gaming แพ้รวดจาก 3 เกมหลัง แต่อยู่อันดับสูงกว่าในโลก

Typhoon E-Sports Club ชนะ 2 แพ้ 1 จาก 3 เกมหลัง สถานการณ์ดีเด่น

ฟันธง Typhoon E-Sports Club ที่สถานการณณ์ดีเด่นชนะ

เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

2020 dota2 KVP vs hehe united ทีเด็ดอีสปอร์ต วันที่ 30 พ.ค.

KVP ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 2 ใน 10 นัดหลัง อัตราชนะหลุดลงหากเทียบกับเดือนเมษา
hehe ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 3 ใน 8 นัดหลัง อัตราชนะเป็น 38% สภาพทีมไม่น่าพอใจเหมือนกัน
ดูผลงานรวมๆ KVPยังเหนือกว่าอยู่
ฟันธง KVP
เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html