นักมวยปล้ำ รัสเซีย ยกเลิกวิวาห์ – ช็อก คลิปโป๊ เจ้าสาว ว่อนกลางงานแต่ง

นักมวยปล้ำ รัสเซีย ยกเลิกวิวาห์ – ช็อก คลิปโป๊ เจ้าสาว ว่อนกลางงานแต่ง

ยิ่งกว่าละครน้ำเน่า ซอร์เบ็ค ซิดาคอฟ นักมวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ทีมชาติรัสเซีย ยกเลิกงานแต่งหลังคลิปโป๊เจ้าสาวถูกเผยแพร่ถึงโทรศัพท์แขกทุกคนกลางปาร์ตี้ฉลองวิวาห์ พร้อมข้อความแฉว่าเป็นหญิงขายบริการมาก่อน

นักมวยปล้ำดีกรีแชมป์โลก 2 สมัย และแชมป์ยุโรปในพิกัดฟรีสไตล์ 74 ก.ก. และมีชื่อเป็นทีมชาติรัสเซียรุ่นเข้าประตูวิวาห์กับ มาดินา ฟลิเยวา สาวหุ่นสะบึมวัย 25 ปีทางเหนือของรัสเซีย โดยทุ่มกับงานแต่งหรูหราไปถึง 80,000 ปอนด์ มีแขกมาร่วมงานคับคั่งราว 500 คน

บรรยากาศตอนแรกสุดชื่นมื่นกระทั่งเข้าสู่ช่วงปาร์ตี้ ที่กำลังจะโยน ฟลิเยวา ขึ้นลงตามประเพณี เสียงโทรศัพท์ของแขกในงานมีข้อความเตือนขึ้นมาพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นข้อความแนบ คลิปโป๊ ของ ฟลิเยวา พร้อมกับระบุว่า สาวเจ้าเคยรับงานขายบริการมาก่อน และเปลี่ยนงานวิวาห์ให้อลม่านทันที ซิดาคอฟ ซึ่งช็อกอย่างมาก กระชากผมหญิงสาวไปทำร้าย แต่เพื่อนเจ้าบ่าวรีบไปแยกออกมาและ ซอร์เบ็ก ประกาศยกเลิกงานแต่งอย่างหัวเสีย และพ่อแม่ฝ่ายหญิงถึงกับช็อกหัวใจวาย

คาดกันว่าคลิปดังกล่าวเป็นฝีมือของ ภรรยาของมหาเศรษฐีรัสเซียวัย 60 ปี ที่ร่ำรวยติดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์รัสเซีย ซึ่งเลี้ยงดู ฟลิเยวา ก่อนหน้านี้ โดยทั้งซอร์เบ็ก และ ฟลิเยวา เพิ่งคบหาดูใจกันเมื่อ เม.ย.ที่ผ่านมา และ ซอร์เบ็ก หลงสาววัย 25 ปีอย่างมากโดยไม่ได้ศึกษากันมากนักก่อนแต่งงาน

ด้าน เพื่อนเจ้าสาวตอบโต้ว่า ฟลิเยวา ไม่เคยทำงานขายบริการ และเธอมาจากครอบครัวที่มีอันจะกิน เธอเคยรักกับชายที่แต่งงานแล้วก็จริง เพื่อนบางคนรู้เรื่องนี้แต่ทุกอย่างก็จบไปแล้ว คลิปนั้นถ่ายเมื่อ 3 ปีก่อน

 

ปังมากแม่ อาม ชุติมา อัพดั้งใหม่ สวยวันสวยคืน ขอกำลังใจ อย่าดุหนู

สวยปังดั้งใหม่ – ลูกทุ่งสาว อาม ชุติมา โสดาภักดิ์ หรือ อาม ชุติมา นักร้องสาวอินดี้ นักแต่งเพลง ผู้สาวขาเลาะ จนโด่งดังทั่วเมือง และ เพลง อดีตเคยพัง ก่อนดราม่าไหแตก เคลียร์กันอยู่นาน ก่อนออกมารับงานและทำเพลงเอง ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี แถม สาวอาม สวยวันสวยคืน งานก็เยอะต่อเนื่อง โพสต์ซื้อทองให้แม่และทีมงานรัวๆ

เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย ล่าสุด อาม โชว์ไปงัดดั้งใหม่ โดยเจ้าตัวโพสต์ขอกำลังใจว่า “ขออนุญาต FC ทุกท่าน แก้จมูกนะคะ อย่าดุหนู หนูต้องการกำลังใจ ด้วยความเคารพอย่างสูง” พร้อมทั้งรีวิวหลังทำจมูก 3 วันว่า

“รีวิว จมูก3วัน พรุ่งนี้3งานจ้า
ดูเอาล่ะกัน ไม่บวมคืองงมากแม่
ไม่เจ็บไม่บวมไม่ช้ำคือไร งง
ปัญหาที่แก้เพราะซิลิโคนเอียงทุกคนรู้แฟนคลับรู้
แล้วคุณหมอมือเบาที่สุด ไม่รู้สีกกลัวเลย
พี่ๆเป็นกันเองที่สุด รู้ว่าไม่เจ็บแก้นานแล้ว”

 

“แพร วทานิกา” กับชุดว่ายน้ำเซ็ตล่าสุด เผ็ดและปังปุริเย่ขึ้นเรื่อยๆ

ความแฟอยู่ในสายเลือดจริงๆ สำหรับเธอคนนี้ แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ที่ปล่อยความปังในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว อวดความเผ็ดร้อนอีกแล้วจ้า

ช่วงนี้คงต้องหลีกทางให้ "แพร วทานิกา" ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง VATANIKA (วทานิกา) ที่ไม่ว่าจะมากับลุคไหนก็ดูแฟชั่นจ๋าไปเสียหมด จะลุคไหนก็สวยรอด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดความงดงามในชุดผ้าไหมไทยจิตรลดาสีฟ้า ทำบุญวันคล้ายวันเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา หรือจะแหวกแนวแซ่บไปเลยในชุดว่ายน้ำก็ยังไหว

ล่าสุดทำทะเลหัวหินเดือดอีกแล้วจ้า สาวแพรว้าปไปพักผ่อนกับครอบครัว พร้อมปล่อยภาพเซ็ตชุดว่ายน้ำ อวดหุ่นสวย สไตล์สายฝอ ชนิดต้านความแซ่บไว้ไม่ไหว

มากับ "ชุดว่ายน้ำ" ทั้งแบบบิกินี่ตัวจิ๋ว และวันพีชเว้าสูง อวดทรวดทรงองค์เอวแบบเน้นๆ ยอมกับความเป็นผู้หญิงที่หุ่นดีมาก ทั้งสะโพกที่ผาย เอวที่คอด ขาเรียว และผิวน้ำผึ้งสุดนวลเนียน

"แพร วทานิกา" กับทริปหัวหินร้อนฉ่าล่าสุดจะแซ่บแค่ไหน มาส่องชัดๆ กัน

ใหม่ เจริญปุระ ปัดน้อยใจ ไม่มีชื่อเข้าชิง นาฏราช เคารพความคิดผู้ใหญ่

ใหม่ เจริญปุระ ปัดน้อยใจ ไม่มีชื่อเข้าชิง นาฏราช เคารพความคิดผู้ใหญ่

แค่ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลต่างๆ ในการประกาศผลรางวัล นาฏราช ก็เกิดมีประเด็นดราม่า เมื่อไม่มีชื่อของสองนักแสดง เบลล่า ราณี และ ใหม่ เจริญปุระ นักแสดงจากละครเรื่อง กรงกรรม เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิง ล่าสุดได้เจอนักร้องสาวในงานเปิดตัว Ratches Liposome The complete Solution ที่ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว

ถามถึงเรื่องกระแสข่าวดราม่า ที่เราไม่มีชื่อเข้าชิงในงานประกาศผลนาฏราช ปีนี้
“ต้องกราบขอบพระคุณจริงๆ ทั้งแรงใจ ทั้งแรงเชียร์ และพลังใจอันท่วมทนทุกสาระทิศ สำหรับใหม่แล้วรู้สึกว่ามันเป็นเกียรติในชีวิตของใหม่ด้วยซ้ำไปที่ ที่ใหม่ได้รับรางวัลจากหลายเวที หลายองค์กรที่ให้เกียรติและเห็นคุณค่า แค่นี้รู้สึกว่ามันตื้นตันและเป็นเกียรติกับชีวิตใหม่มากๆแล้วค่ะ

แค่รางวัลเดียวใหม่ก็ภูมิใจมากแล้ว แต่ตอนนี้มีทุกที่ หรือแม้กระทั่งอีกสองสามวันนี้ที่ใหม่จะรับอีกหนึ่งรางวัล แค่นี้ใหม่ก็รู้สึก ว้าว!ภูมิใจจังเลย แค่เราได้เป็นได้มีประสบการณ์ที่ดีงาม กับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ และทีมงานทั้งหมด และช่อง 3 ถือว่าเป็นเกียรติประวัติกับใหม่มากๆแล้ว บทที่ตราตรึงกับแฟนๆ ตอนนี้ตัวใหม่เองก็เปิดแล้วเปิดอีก ดูกี่ครั้งเราก็รักตัวละครไปด้วย อินไปด้วย ภูมิใจจังในฐานะนักแสดงเราก็มีส่วนร่วมในงาน”

มีแอบน้อยใจบ้างไหม ที่ไม่มีชื่อเข้าชิง
“ต้องกลับไปบอกอย่างเมื่อกี้ ไม่ได้คาดคิดว่าเราจะได้รางวัลมามากมายแบบนี้ ฉะนั้นตรงนี้ถ้าทางคณะกรรมการก็ดี หรือองค์การใดก็ดี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีมาตรการใดก็ตาม ใหม่คงไม่สามารถที่จะไปกะเกณฑ์เขาได้ และเราอย่าทำงานเพียงแค่หวังว่าอยากจะได้รางวัล ถ้ารางวัลมันจะเป็นของเรา มันจะเป็นของเรา อะไรที่ไม่ใช่ของเราก็ปล่อยไปเถอะ ชีวิตเราเหนื่อยแล้ว ต้องมูฟออน

คือตัวใหม่มีคนเข้ามาเชียร์ สื่อโน้นสื่อนี้เข้ามาเชียร์ ฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งในวงการ เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แค่นี้ใหม่ก็รู้สึกตื่นตัน ทั้งแฟนคลับก็ท่วมท้น สำหรับใหม่บท “ย้อย” ค่อนข้างสร้างอิมแพ็ค ไม่ใช่แค่ “ย้อย” แต่มันคือ “กรงกรรม” ในเรื่องนี้นักแสดงมีหลายคน คนทุ่มเทแรงใจในการเล่น จนพี่อ๊อฟไม่สบายมันคือความทรงจำที่สุด”

ได้คุยกับเบลล่าไหม เพราะหลายคนบอกว่าน่าจะมีชื่อเข้าชิงพร้อมกัน
"คุยค่ะ แต่คุยว่าจะกินข้าวด้วยกันเมื่อไหร่ คุยทั้งน้องเจมส์ จิรายุ น้องเบล โทรมาคุย เพราะเป็นสัมพันธ์ที่ดี แต่ว่าไม่ได้คุยกันเรื่องนี้"

กับทางผู้ใหญ่แล้วได้คุยกันไหมว่าทำไมเราไม่มีชื่อติดในเวทีนี้
"ไม่ได้คุยค่ะ"

อยากได้คำชี้แจงไหม

"ใหม่มิบังอาจ เพราะใหม่เป็นแค่นักแสดงคนหนึ่ง การที่ใครก็ตามที่คร่ำหวอดในวงการ เขาอยู่ในองค์กรที่สำคัญนั้นๆ เราไม่มีสิทธิ์ มีเสียง ที่จะไปนั่งเท้าสะเอว ไปนั่งมีคำถาม หรืออะไรก็แล้วแต่ มันน่าเกลียดและไม่เหมาะสม ไม่สมควร ในฐานะที่เราอยู่ในวงการมานาน รู้ว่าได้แค่ไหนอะไรที่เหมาะที่ควร อะไรที่ไม่ใช่ ใหม่ก็ไม่มีสิทธิ์"
ในวันที่มีการจัดงานเราจะเดินทางไปร่วมไหม
"ไม่ได้ไปเพราะใหม่ติดงานด้วย คุยกันไปแล้ว เราก็คุยกันไปแล้วเพราะมันมีเรื่องราวของเพลงด้วย แต่ก็ไม่ได้ไป"

แฟนๆว่ายังไงบ้างที่เราไม่มีชื่อเข้าชิง
"เท่าที่น้องๆ ส่งเข้ามา เป็นคลิป ประเด็นโน้นประเด็นนี้ มีการสร้างประเด็น ไม่ว่าเพจต่างๆ ใหม่ขอกราบขอบพระคุณจากหัวใจ แค่มีคนรักเราหนึ่งคนก็มากเกินพอแล้ว นี้ไม่ได้พูดเพราะโลกสวยนะ โลกมันโหดร้ายอยู่แล้ว นี่มีคนมากกว่าห้ามากกว่าร้อยที่รักเรา ที่ติดตามผลงานของเรามาเนิ่นนานเหลือเกิน แล้วใหม่ก็ไม่ได้เล่นละครมานานมาก

ใหม่ยังสร้างผลงานการแสดงภาพยนตร์และร้องเพลงคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้เล่นละครนานมาก ทุกคนรักละครเรื่องนี้ รักใหม่ มันเป็นความภูมิใจ วันนึงเราอาจจะไม่ดังก็ได้ ไม่มีคนรู้จักเราก็ได้ แต่ครั้งหนึ่งเราเคยมีเรื่องราวดีๆร่วมกัน”

มุก วรนิษฐ์ ยอมรับเลิก ทอย ปฐมพงศ์ เคลียร์โพสต์แรง “อยากได้ก็เอาไป”

ทำเอาแฟนคลับเป็นงง เห็นหวานกันอยู่ดีๆ ไหงคู่รักวัยรุ่นอย่าง มุก วรนิษฐ์ และ ทอย ปฐมพงศ์ กลับโพสต์สถานะเหลือแค่เพื่อน แถมฝ่ายหญิงยังโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ด้วยว่า อยากได้ก็เอาไป จึงถูกโยงประเด็นมือที่ 3 ล่าสุดเจอ สาวมุก ในงานประกาศรางวัล KAZZ Awards 2020 เลยได้เปิดใจให้ฟังถึงประเด็นดังกล่าว

มุก วรนิษฐ์ ยอมรับว่า เลิกรากับ ทอย ปฐมพงศ์ สถานะกลับมาเป็นเพื่อนที่ยังรู้สึกดีต่อกัน เป็นการตกลงกันของทั้งคู่ ซึ่งคิดว่าการเป็นเพื่อนจะยืนยาวกว่าสถานะคนรัก ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนทั้งคู่ การที่เธอต้องออกสื่อมาให้สัมภาษณ์ก่อน ฝ่ายชายก็เป็นห่วง มีการส่งดอกไม้มาให้กำลังใจด้วย

สาวมุก ยืนยันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่มีมือที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะถ้ามีมือที่ 3 เราคงโกรธกันและจบไม่สวยแบบนี้ สาเหตุที่โพสต์ทวิตเตอร์ว่าอยากได้ก็เอาไป กลัวคนจับโยงเลยรีบลบออก เจตนาคือเรื่องอื่นไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายชายเลย

มุก ยอมรับว่าเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน รู้สึกว่าเราไม่มีเวลาให้กันจนเคยชินกับแบบนี้ บ้างานทั้งคู่ ทุ่มเทเวลาให้งานมากกว่า ไม่อยากให้โทษเขาและก็ไม่ใช่ความผิดของเธอด้วย เป็นการตัดสินใจร่วมกัน ไม่อยากให้แฟนๆ มองว่าเป็นข่าวร้าย เพราะทั้งคู่ยังมีความรู้สึกดีๆ ยังเป็นห่วงกัน ไม่ใช่การเลิกแบบตัดขาดแยกย้าย แค่เปลี่ยนสถานะเป็นเพื่อน เพราะรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกันมาตลอด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของคู่เราแล้ว แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะครอบครัวทั้งสองฝ่าย ไหนจะแฟนๆ ที่รักและคาดหวังกับคู่เรา ส่วนโอกาสรีเทิร์นยังไม่รู้อนาคต

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

หญิง รฐา เผยฤกษ์แต่งปีหน้า แม่น้อยอยากมีหลาน เล็งฝากไข่เก็บไว้ให้แม่สบายใจ

ทั้งยินดีและเป็นห่วงเพื่อนซี้ เจนนิเฟอร์ โปลิตานนท์ หลังเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สาม อยู่ที่อเมริกา หญิง รฐา เผยถึงข่าวดีที่เพื่อนมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมากลายเป็นสามใบเถา แอบเป็นห่วงด้วยสถานการณ์โควิดในอเมริกา ซึ่งได้คุยอัพเดตกับเจนอยู่ตลอด เรียกว่าเพื่อนนำหน้ามีลูกไปหลายคนแล้ว หญิงได้เผยถึงฤกษ์แต่งของตนกับแฟนหนุ่ม ตุลย์ ในปีหน้า เตรียมฝากไข่เก็บไว้ เพื่อให้แม่น้อยสบายใจ ส่วนตัวแล้วมีหรือไม่มีลูกก็ได้

เจนนิเฟอร์ คลอดลูกที่อเมริกา?

“น่ารักมาก ตอนโควิดเราก็มีคุณลุงที่นับถือเสียชีวิตไป ลุงอยู่ที่บอสตัน ก็เตือนเจนไป ของคุณลุงไปผ่าตัดหัวใจ ช่วงที่รักษาตัวก็ติดเชื้อโควิดตอนที่อยู่โรงพยาบาล หญิงก็ห่วงเจนมาก เพราะว่าเขาไปคลอดลูก เขาก็เล่าให้ฟังว่ามีมาตรการป้องกันมากขึ้น ปกติจะให้ญาติเข้าได้หลายคน ตอนนี้ญาติก็มีแค่พี่อั๋นคนเดียว ระยะเวลาที่อยู่โรงพยาบาลก็น้อยลง จากที่คลอดลูกอยู่ได้เป็นอาทิตย์ แต่ที่นั่นอยู่ได้วันเดียว อีกวันหนึ่งก็ต้องเก็บของกลับบ้านเลย คือเราก็เข้าใจการเปลี่ยนแปลง พยายามคุยกับเพื่อนตลอดเวลา เพราะที่เมืองนอกมันน่ากลัวจริงๆ คือบ้านเราคือว่ายังโชคดีมากๆ ที่ยังสามารถคุมมันได้ แต่ถึงแม้จะคุมได้ เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่า มันอาจจะไปหลุดตรงไหน เราก็ต้องป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด”

ได้คุยกับเพื่อนอยู่ตลอด?

“ตอนแรกคุยกันว่าเขาอยากได้ลูกผู้ชาย แต่สุดท้ายเขาได้ผู้หญิงทั้งหมด 3 คน ก็เลยถามว่าจะเอาอีกมั้ย เจนก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว 3 คนพอแล้ว แต่ก็ไม่แน่ อนาคตเขาอาจอยากมีอีกคนก็ได้ แต่ 3 สาวน่าจะเหนื่อยแล้ว ถ้ามีโอกาส เจนก็บ่นว่าอยากกลับมาเมืองไทย เพราะเพื่อนหลายคนที่ทำธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ที่ทำร้านสปาก็ต้องถูกปิด บางคนก็ตัดสินใจบินกลับมาเมืองไทย ซึ่งต้องลงชื่อ พอบินกลับมาก็ต้องมี สเตจควอรันทีน 14 วัน ก็ยอมเพื่อความปลอดภัยของทุกคน”

เจนได้รับผลกระทบไหม?

“มีร้านอาหาร ทุกคนโดนหมดเพราะว่าที่อเมริกาเขาหนักกว่าเราเยอะ ก็อย่างที่เห็นในข่าวนั่นแหละ อย่างร้านอาหาร หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับบริการ อย่างนวดสปา ก็จะกระทบหนักพอสมควร”

เห็นเพื่อนมีลูกแล้วเราอยากมีเป็นของตัวเองบ้างหรือยัง?

“คือเจนเขามีคนแรก ตอน 30 ต้นๆ และตอนนี้เราใกล้จะ 40 ต้นๆ ก็เรียกว่าไม่ได้แพลนไว้ในชีวิต คือรู้สึกว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้”

เพื่อนในกลุ่มเขานำเราไปสองคนแล้ว?

“ใช่ ก็ปล่อยเขานำไป คือไลฟ์สไตล์หญิงอาจจะไม่ได้เหมือนเพื่อน อย่างเจนตั้งแต่ 2002ราตรี เขาอยากมีลูกมาตลอด ทุกครั้งที่คุยกัน เขาจะบอกว่าอยากมีลูก อยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว ส่วนหญิงมีก็ได้หรือไม่มีก็ได้ เราเพื่อนกระเทยเยอะ จะรู้สึกว่าถึงแม้ว่าวันหนึ่งเราจะไม่มีใคร เราจะมีเพื่อนกระเทยอยู่กับเราเสมอ แล้ววันนี้พอเรามีแฟน ก็ต้องมีสเต็ปของการมีครอบครัว แต่ไปถึงจุดที่ว่าจะมีลูกมั้ย ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ มีไม่มีหญิงก็ไม่เดือดร้อน”

ตุลย์เห็นตรงกัน แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง?

“เห็นตรงกัน มีแม่แค่นั้นที่ไม่ตรง แม่ก็บอกว่าถ้าเป็นไปได้ให้ฝากไข่ไว้ก่อน ถ้าวันหนึ่งเกิดรู้สึกว่าอยู่กันสองคนแล้วอยากจะมีค่อยว่ากันอีกที”

 

แม่เร่งหรือยัง?

“เขารู้ว่าเร่งอะไรกับหญิงไม่ได้ แล้วแต่เลย”

 

แล้วจะไปฝากไข่ไว้ไหม?

“ก็คิดว่าจะไปเพื่อให้เขาสบายใจ เท่าที่ไปปรึกษามาเขาก็บอกว่ายิ่งเร็วยิ่งดี ไข่ยังอายุน้อยอย่างปีนี้เราอายุเท่านี้ พอปีหน้าก็จะอายุเพิ่มขึ้นอีกปีหนึ่ง ไข่ก็จะไม่แข็งแรงเท่าที่ผ่านมา”

 

เจอโควิด ทำให้ต้องเลื่อนงานแต่งไหม?

“จริงๆ แพลนปีหน้าอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าปีนี้ไม่ได้ปวดหัวอะไร สำหรับเพื่อนที่แพลนปีนี้ก็ปวดหัวกันหมด เราก็โชคดีแล้ว”

 

มั่นใจว่าปีหน้าไม่มีโควิด?

“ก็คิดว่าค่ะ คือมีอยู่ 2 ตัวเลือกว่า ถ้าช่วงโควิดก็จะเชิญเฉพาะคนที่สนิท แต่ถ้าพ้นโควิดไปแล้วก็คงเป็นงานแต่ง งานสังสรรค์ทั่วไปก็ตัดสินใจอีกที”

ทุกวันนี้เริ่มคุยเรื่องงานแต่งหรือยัง?

“คุยแล้ว ผู้ใหญ่สองฝั่งรับรู้แล้ว ถามว่าดูฤกษ์หรือยัง แต่ละคนมีพระที่ไหนดีก็ไปดูมาคุยกัน แต่จริงๆทั้งปีตามศาสตร์ของคนที่ดูวันที่ดี ก็จะมีอยู่แล้วล่ะว่าวันไหน ก็มีดูๆไว้ว่าเป็นปีหน้า ประมาณไหนไม่รู้เลย ดูเรื่อยๆ เราไม่ได้ดูแค่เรื่องของเวลาอย่างเดียวด้วย ต้องดูสถานการณ์ของโลกด้วยว่า ถ้ามีก็อยากให้เพื่อนมาด้วยความสบายใจ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน แล้วกลับมามีข่าวว่าใครเป็น ก็ห่วงเรื่องนั้นอาจจะต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายมากกว่านี้ก่อน”

แม่น้อยยิ้มแล้ว จะมีข่าวดีปีหน้า?

“เราก็อบอุ่นมากขึ้น ตัวพี่ตุลย์เอง เขาก็รู้สึกว่ามีพ่อแม่เพิ่มมาอีกคนหนึ่ง เวลาไปไหนมาไหนก็จะดูเป็นครอบครัวมากขึ้น ชีวิตหญิงมีแค่หญิงกับแม่มาตลอด พอเราเห็นภาพเป็นครอบครัวใหญ่ก็ดีนะ”

 

เตรียมตัวเคลียร์งานไหม?

“ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ไม่รู้สิ ไม่เคยเป็นเจ้าสาวเนอะ แต่หลักๆก็อยากให้ออกมาทุกอย่างมีความสุข ทุกคนที่อยู่ในงานคือคนที่เรามองแล้ว เราเห็นแล้วยิ้ม ทุกคนมีความสุขเราก็แฮปปี้แล้ว”

ก็ลุ้นว่า 2002 จะกลับมารวมตัวกันในงาน?

“ก็ต้องรอ แต่เจนก็พูดเสมอว่ายังไงก็ต้องมา ยังไงเพื่อนก็ต้องบินมา”

 

ยิ่งกว่าละคร มาวิน เด็ดดอกฟ้า ตู่ ฝ่าฟันความจนพิสูจน์รักแท้ 8ปีถึงได้เข้าบ้าน

17 ส.ค. 2563-07:59 น.

ชีวิตรักจากเจ้านาย-ลูกน้อง – ไม่เคยมีดารามาจีบแฟนมีแต่นอกวงการ ตู่ ปิยวดี ทายาทตระกูลดัง มาลีนนท์ บิ๊กช่อง3 ควงคู่ มาวิน ทวีผล นักแสดงหนุ่ม มาเผยความรักยิ่งกว่าละคร ในรายการ แฉ เจอครั้งแรก เดินสวนกัน ฝ่ายชายบอกจำได้แม่น แต่ฝ่ายหญิงบอก จำไม่ได้

โดยหลัง มาวิน มาจีบ ก็มีดาราเข้ามาอีก ฮอตมากเลย มาวิน เผยจุดเริ่มต้น จากการขอแลกพินบีบี เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อเรื่องแคสต์งานไป ทั้งมีการขอถ่ายรูปคู่ด้วย หนุ่มมาวิน เลยขอให้ส่งรูปคู่มาให้ด้วย จากนั้นก็มีแชทคุยกัน ก่อนจะมีดารามาจีบ ตู่ ปิยวดี อีก แถมเป็นเพื่อนมาวินด้วย ทำมาวินยังงงเลย

ดาราหลายคนเข้ามาจีบ ตู่ เผยว่า ก็คุยเหมือนเป็นเพื่อนพี่น้องในวงการ เพราะเราก็ไม่ได้มีแฟน แต่ที่งงคือเป็นเพื่อนมาวินเป็นดาราในช่องด้วย

จากผู้ชายที่มีความเฟี้ยวฟ้าว ฮอต นายแบบฮอตก่อนมาเป็นดารา ลูกเศรษฐีหลายๆตระกูลมาชอบเยอะ มดดำ คชาภา พิธีกร แฉย้ำหนัก จน มาวินถึงกับต้องลูบเข่า โดย มดดำ ถามต่อว่าทำไมถึงมายอมแพ้ผู้หญิงคนนี้

มาวิน ยอมรับ “พอรู้จักตัวจริงฝ่ายหญิงน่ารักมาก เขาเติมเต็มเราได้ เราเข้าหาคนอื่นเหมือนเราต้องไป push เขา แต่ คุณตู่ push เราเยอะมาก คอยให้กำลังใจเราเยอะมาก ซึ่งเราไม่เคยได้จากใคร”
กว่าจะฝ่าด่านครอบครัวฝ่ายหญิง คบ8ปีถึงจะได้เข้าบ้าน ไปงานตรุษจีนที่บ้านเขา เกร็งหมด พูดยังมือเย็นอยู่เลย

ว่าที่เจ้าสาว ตู่ ปิยวดี เผยว่า ที่บ้านบอกให้พาเขามา เห็นคบนานแล้ว เขาก็ใช้ความตลก แม่ชอบมาก บนโต๊ะอาหารก็ไม่เงียบ เขาคุยได้ทุกเรื่องกับคนทุกวัย มาวิน เผยเราก็ใช้ความจริงใจ ถามมาวินว่ามีความมั่นใจอะไรถึงคิดจะจีบ ตู่ เป็นแฟน มาวิน เผยว่า เขาก็คุยกับเราดี เราโชคดี เขาลุย เขาแมนมาก เขาเป็นเจ้านายในกองถ่ายอยากเรียนรู้ชีวิตคน เขาลดตัวเองลงมาต่ำสุด กองฯ กินอะไรเขาก็กินตาม สอนเขากินปลาร้า กินทุกอย่าง เขาก็สนุกตาม

ตู่ เผยว่า ช่วงแรกเขายังไม่มีเงิน ถึงขั้นคิดให้เขาเลยว่า แต่ละมื้อต้องกินเท่าไหร่
จากชีวิตคุณหนูมาก ปรับตัวอย่างไร ตู่ เผยว่า ช่วง 2 ปีแรก เราไม่ได้ไปกินข้าวกับเพื่อนเลย เพื่อนกินมื้อหนึ่ง 2-4 พัน เราบอกไม่ได้หรอก

เราไม่เคยออกเงินให้เขาเลย แฟนไม่มีเงิน เราก็กินของถูกๆก็ได้ ก็อร่อย มีความสุขดี หลัง 3 ปี แทบไม่มีทะเลาะกันแล้ว ทะเลาะกัน แล้วเราไม่คิดจะเลิกกัน จะทะเลาะทำไม เขามาเปลี่ยนชีวิตเรามาก เปลี่ยนความคิด ให้เราเข้าได้กับคนทุกแบบ ทำงานง่าย

 

“ทิพย์” แก้วกัลยา นักวอลเล่ย์สาวไทยคนแรกได้แชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่น

    เห็นสวยๆ อย่างนี้ "น้องทิพย์" แก้วกัลยา กมุลทะลา นักวอลเลย์บอลทีมชาติ ตำแหน่งบอลเร็ว จากอำเภอกมลาไสย เมืองน้ำดำจังหวัดกาฬสินธุ์ ตบระเบิดและเปิดประวัติศาสตร์ เป็นสาวไทยคนแรก ร่วมทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่นกับสโมสร เจที มาร์เวลลัส  เมื่อปีที่ผ่านมา ตอนนี้กลับเมืองไทยและแฟนลูกยางคงมีโอกาส ได้เห็นเชิงตบของสาววัยเบญจเพศคนนี้ในเร็ววัน
    ประวัติส่วนตัว
    ชื่อ : แก้วกัลยา กมุลทะลา
    ชื่อเล่น : ทิพย์
    พื้นเพบ้านเกิด : จ.กาฬสินธุ์
    อายุ : 25 ปี
    ส่วนสูง : 178 ซ.ม.
    น้ำหนัก : 67 ก.ก.
    สัดส่วน : 34-29-40
    จบปริญญาตรี : คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    ปัจจุบัน : เป็นนักวอลเลย์บอลอาชีพ
    กีฬาที่ชอบเล่น : วอลเลย์บอล
    ดีกรีล่าสุด : นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สโมสร เจที มาร์เวลลัส ของญี่ปุ่น แชมป์วอลเลย์บอล วีลีก 2019
    นักกีฬาที่ชื่นชอบ : ลิโอเนล เมสซี
    คติประจำใจ : อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ยังไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
    ชายในสเปก : ชอบคนอบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลเราได้
    สถานภาพ : มีแฟนแล้ว

“สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล”ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

แฟนกีฬาชาวไทยอาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยื่งกับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยในหลายๆแมตช์, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในหลายๆครั้ง และการชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในหลายๆไฟต์ ซึ่งปรากฏการณ์สนามแตก ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมจนล้นสนามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากจะเกิดกระแสฟีเวอร์หรือความนิยมต่อกีฬาชนิดนั้นจริงๆ
   อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว กับการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงปลายปี 2538 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงไทย ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมบาสเกตบอลหญิงจนล้นสนาม

    และปฏิเสธไม่ได้ว่า นักกีฬาผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ จนทำให้แฟนกีฬาต้องแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาเชียร์ทีมบาสเกตบอลสาวไทยในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "แว่น" สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

    แม้จะเกิดเป็นหญิง แต่จากการมีรูปร่างหน้าตาหล่อสมาร์ทโดนใจ ละม้ายคล้ายกับ ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกเบอร์ 1 แห่งวงการบันเทิงในยุคนั้น จึงทำให้เธอคนนี้ ได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่า "สาวหล่อ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งสื่อบางสำนัก ยังตั้งฉายาให้เธอว่า "ศรราม 2" อีกด้วย

    นอกจากรูปร่างหน้าตาจะหล่อโดนใจสาวๆทั้งประเทศแล้ว ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ที่ไม่ได้เป็น 2 รองใคร จึงทำให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เป็นตัวหลักให้กับทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยมาตลอด 9 ปีที่รับใช้ชาติ ก่อนที่ชื่อของเธอ จะกลายตำนานที่ยังอยู่ในใจของแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศตลอดมา

    ย้อนกลับไปในอดีต ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่แรกแต่อย่างใด โดยคุณพ่อและคุณแม่ สนับสนุนให้ลูกสาวคนนี้เล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

    จนกระทั่งอายุ 12 ขวบ เส้นทางชีวิตได้มาบรรจบกับเกมกีฬายัดห่วงจนได้ เมื่อโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ สถานศึกษาของเธอในเวลานั้น มีแผนการที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลหญิงขึ้นมา โดยมี อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่อาจารย์ท่านนี้ จะทาบทามให้ ด.ญ.สิริรัตน์ เข้ามาเป็นนักบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน

    นับจากนั้น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ได้เป็นนักบาสเกตบอลหญิงตัวหลักให้กับโรงเรียนวัดน้อยนพคุณมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลงแข่งขันหลายรายการ อาทิ รายการของกรมพลศึกษา, รายการของกรุงเทพมหานคร, กีฬากองทัพอากาศ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และอีกหลายๆทัวร์นาเมนต์ โดยยึดแบบอย่างจาก ไมเคิ่ล จอร์แดน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอในขณะนั้นเป็นไอดอล

     สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ได้เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 ในครั้งนั้น สิริรัตน์ เป็นตัวแทนของทีมยัดห่วงเขต 10 กรุงเทพมหานคร

 

    แม้จะได้เพียงรองแชมป์ ทว่าจากการโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น จึงทำให้เธอคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 นักกีฬาเยาวชนไทย ให้ได้รับโอกาสอันล้ำค่า กับการไปทัศนศึกษาดูงาน ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่นครฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายในปีเดียวกัน

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งดังกล่าว ได้ทำให้ชื่อของ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีต่อมา หรือปี 2538 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

    สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันในนามทีมชาติก็คือ ศึกชิงแชมป์เอเชีย 1995 ซึ่งเป็นระดับดิวิชั่น 2 ที่เมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2538 โดยเธอและเพื่อนร่วมทีม ผนึกกำลังพาทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์มาครอง และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

    จากนั้นในช่วงปลายปีเดียวกัน อีก 1 จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้มาถึง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ สิริรัตน์ ได้ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงหญิงไทยในเวลานั้น กับการเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้มากที่สุดคนหนึ่งในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จนเกิดปรากฏการณ์สนามแตกทุกแมตช์ที่ทีมยัดห่วงสาวไทยลงแข่งขัน เนื่องจากแฟนกีฬาต่างแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาชม “สาวหล่อ” ในสนาม เมื่อยามที่เธอได้บอลแต่ละครั้ง เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วโรงยิมทุกครั้งเลยทีเดียว

    ด้วยแรงเชียร์ที่ล้นหลาม กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญ ในการทำให้ทีมบาสเกตบอลหญิงไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 18 ได้สำเร็จ พร้อมกับพลิกชีวิตให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เปลี่ยนจากนักกีฬาธรรมดา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศไปในทันที
 
    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ซูเปอร์สตาร์ยัดห่วงสาวรายนี้ ยังใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยังคงนั่งรถเมล์ไปเรียนมหาวิทยาลัยเป็นประจำ พอเจอแฟนคลับทักทายก็ยิ้มและพูดคุยแบบเป็นกันเองทุกครั้ง โดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

    หลังจากนั้น สิริรัตน์ ได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมชาติไทยอีก 9 ปี ก่อนจะประกาศเลิกเล่นหลังจบศึกชิงแชมป์เอเชีย 2004 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

    เธอได้กล่าวถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับกีฬาที่เธอรักว่า ในช่วงนั้นนอกจากจะต้องซ้อมบาสเป็นประจำแล้ว ยังต้องเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังต้องทำงานประจำ กับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลิตรายการและละครทางโทรทัศน์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย ได้ทำงานที่เธอรักกับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตรายการและละครทางทีวีมาโดยตลอด

    เธอได้กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและหน้าตาดี จึงทำให้ช่วงที่ทำงานตอนแรก ครีเอทีฟเคยให้เธอทดลองเป็นนักแสดงหน้ากล้องเช่นกัน แต่ด้วยความเขินกล้อง และไม่ถนัดกับการแสดง จึงเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า

    สำหรับปัจจุบันแม้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล จะลาออกจากงานประจำแล้ว เพื่อหันมาทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งเธอยังเป็นฟรีแลนซ์ช่วยงาน "หม่ำ จ๊กมก" ศิลปินตลกชื่อดัง และยังเป็นผู้จัดการของ "อาร์ม" กรกันต์ สุทธิโกเศศ นักร้องและนักแสดงชื่อดังอีกด้วย

    ด้านร้าน "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่ง สิริรัตน์ ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ขายมาก่อน พอตนเองมาทำก็ได้ปรับปรุงให้รสชาติกลมกล่อมและอร่อยขึ้น โดยร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และได้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-20.30 น.

    แฟนกีฬาท่านใด ที่ยังคิดถึงตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ สามารถไปพบปะและอุดหนุนเธอได้ ตามสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ 0648269399 และยังสามารถติดตามรายละเอียดของร้านได้ที่เพจเฟสบุ๊ก "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" ได้อีก 1 ช่องทาง

 

เปิดวาร์ป “น้องเฟี๊ยต-ปณิชา”แฟนคลับสายฟ้า-สาวกปีศาจแดง



หากย้อนไทม์แมชชีนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน แมตช์นัดชิงชนะเลิศ ของศึกฟุตบอล "คิงส์ คัพ 2017" ครั้งที่ 45 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีสิ่งหนึ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจนั่นคือ สาวสวยที่สวมเสื้อของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาชมและเชียร์ทีมชาติไทย จนมีภาพของเธอว่อนในโลกออนไลน์

ก่อนสุดท้ายจะรู้ว่า หญิงงามคนดังกล่าวก็คือ "น้องเฟี๊ยต" ปณิชา วิชัยดิษฐ พริตตี้เงินแสน ที่รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่ม "ช้าง" มานานแรมปี รวมถึง เอ็มซี นักโฆษณา อันดับต้นๆของเมืองไทยที่เรามักเห็นเธอบ่อยๆ ตามงานอีเวนท์ต่างๆนั่นเอง

"น้องเฟี๊ยต" เริ่มต้นเข้าไปชมฟุตบอลที่สนาม เมื่อคุณพ่อและน้องชายได้ชวนพาไปดูที่ ทีโอที ณ สนามน้ำแก้จน ย่านปากเกร็ด และเป็นจุดพลิกผันให้เธอหันไปเชียร์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นับตั้งกำเนิดสโมสร ขึ้นมาในฤดูกาลแรกเมื่อปี 2010 จนเรื่อยมา

และความรักเริ่มทวีคูณมากขึ้นเมื่อน้องชายคนสุดท้อง "กฤตภาส วิชัยดิษฐ" คัดตัวติดทีมเยาวชนบุรีรัมย์ ชุด ยู-14 ปี ก่อนที่ปัจจุบันจะถูกดันมาอยู่ในชุด ยู-18 ปี ทำให้เธอหากมีเวลาว่างเมื่อใด จะไม่พลาดในการตามไปเชียร์น้องชายสุดที่รักอยู่สม่ำเสมอ และปฎิญาณตนเป็นแฟนคลับของปราสาทสายฟ้าจนมาถึงทุกวันนี้

นอกจากจะมีทีมรักในวงการลูกหนังบ้านเกิดแล้ว เธอยังผูกพันและตามเชียร์ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกด้วย หลังจากเธอได้ซึมซับมนต์เสน่ห์ตั้งแต่ 6 ขวบ เพราะคุณพ่อเป็นแฟนแมนยูฯ ตัวยงเลยทีเดียว

กระทั่งปี 2001 เธอเคยขอให้คุณพ่อซื้อตั๋วพร้อมผ้าพันคอที่แพงกว่าราคาปกติเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะจองตั๋วไม่ทัน ก่อนที่เธอจะได้เข้าสนามไปดู "เดวิด เบคแฮม" เป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนที่หน้าที่การงาน ทำให้ฟุตบอลนอกทำได้เพียงแค่ได้ติดตามแต่ผลการแข่งขัน และย้อนดู ไฮไลท์เท่านั้น

ปัจจุบันสาวสวยมากความสามารถในวัย 28 ปี ที่จบการศึกษามาจาก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาสื่อสารการตลาด ยังคงรับงานเป็นพิธีกร พริตตี้ เอ็มซี เช่นเดิม แต่ด้วยสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ทำให้เธอได้หันมาไลฟ์สดขายแบรนด์เสื้อผ้าทางออนไลน์ให้กับหลายๆเพจมากขึ้น ซึ่งหากใครอยากติดตามผลงาน และอุดหนุนสินค้า สามารถเข้าไปกดติดตามได้ที่ ig: fiat_panicha และเฟซบุ๊ก Panicha Vichaidit กันได้เลยนะครับ