เปิดก่อนเลย! “แลมพาร์ด” ลั่นแข้งสิงห์บลูส์พร้อมดวลหงส์แดงอาทิตย์นี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี มั่นใจว่าทีมของเขาสามารถเอาชนะลิเวอร์พูล แชมป์เก่าศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้ได้

"ผมตื่นเต้นมาก มันชัดเจนที่ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ทุกเกมที่พวกเราเจอกับพวกเขา พวกเราก็ต่อสู้ได้ดีจริงๆ พวกเราเคยเอาชนะพวกเขามาแล้วในเอฟเอ คัพ แต่ก็แพ้ในเกมลีกทั้งสองนัด ซึ่งเราก็ทำได้ดีในการต่อกรกับพวกเขา"

"ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นพวกเราสู้กับพวกเขาอีก และดูว่าเราจะอยู่ในจุดไหน เรามีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในตอนนี้โดยมีเวลาเรียกความฟิตแค่สั้นๆ ผมคิดว่าปรีซีซั่นของพวกเราคือหนึ่งในลีกที่หนักที่สุดในโลกแล้ว"

"ลิเวอร์พูลได้ซ้อมมากกว่าพวกเรา 2 สัปดาห์ แต่มันก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับพวกเขาแต่เนิ่นๆ และดูว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเราต้องมั่นใจ เราไม่กลัวลิเวอร์พูล แต่พวกเราให้ความเคารพพวกเขา พร้อมเชื่อมั่นในตัวเองด้วย"

จริงไหม?หงส์,ติอาโก้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวได้แล้ว

สื่อดังในเยอรมนี รายงาน ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ลิเวอร์พูล ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้แล้ว และตอนนี้ติดแค่ปัญหาเดียวนั่นก็คือเรื่องค่าตัวของนักเตะกับ บาเยิร์น มิวนิค เพราะ "เสือใต้" ต้องค่าตัวอย่างน้อย 27.5 ล้านปอนด์ ถึงจะยอมปล่อยให้เขาไปสวมชุด "หงส์แดง"

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้แล้ว จากการเปิดเผยของ บิลด์ สื่อชั้นนำในเมืองเบียร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

กองกลางทีมชาติสเปน ตกเป็นข่าวเตรียมอำลาถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากนักเตะประสบความสำเร็จมากมายตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่กับสโมสร โดยล่าสุดเพิ่งจะช่วยทีมผงาดคว้าทริปเบิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน บิลด์ สื่อดังในเยอรมนี ระบุว่า ติอาโก้ อยากที่จะย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก และตอนนี้สิ่งที่เขาปรารถนาใกล้จะเป็นความจริงแล้ว เพราะนักเตะได้ตกลงเงื่อนส่วนตัวได้เรียบร้อยแล้ว แต่เหลือแค่ปัญหาเดียวนั่นก็คือ "เดอะ เร้ดส์" ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าตัวกับ บาเยิร์น ที่ต้องการเม็ดเงินอย่างน้อย 27.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,045 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยนักเตะไปสวมชุด "หงส์แดง"

ทั้งนี้ ติอาโก้ อยู่ในช่วงพักผ่อนกับครอบครัวที่นครบาร์เซโลน่า โดยภรรยาของเขาเพิ่งจะโพสต์ภาพที่สุดแสนแฮปปี้ของสามียอดนักเตะวัย 29 ปี และลูกๆ ของพวกเขา พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า "เราสี่คน" หลังจากที่นักเตะได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดให้หยุดพักเพิ่ม
 

 

ซาลาห์ยิงไม่ได้8นัดติด!6ประเด็นหลังเกมลิเวอร์พูลอุ่นโหดขยี้แบล็คพูล7ตุง

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ส่งท้ายช่วงปรี-ซีซั่นได้อย่างสวยหรู หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ กระซวกโหด แบล็คพูล 7-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ก็ทำเอาเสียวไม่น้อย เพราะเกมผ่านไปช่วงครึ่งชั่วโมงแรก มีสกอร์ตามหลัง 0-2 แต่สุดท้ายก็รัวคืนทีเดียว 7 ตุง โดยเฉพาะช่วงครึ่งหลังที่จัดไปครึ่งโหล และนี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายของช่วงปรี-ซีซั่น ก่อนเริ่มต้นภารกิจป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2020/21 ซึ่งพวกเขามีคิวลงเตะนัดแรกกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้
 

– 7 ประตู จาก 7 คน

เป็นเกมที่นักเตะ ลิเวอร์พูล ยิงกันไม่ซ้ำหน้าเลย โดย 7 ประตู มาจากคนทำสกอร์ 7 คน โดยไล่ตั้งแต่ โฌแอล มาติป นาทีที่ 43 (1-2), ซาดิโอ มาเน่ นาทีที่ 52 (2-2), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นาทีที่ 54 (3-2), ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ นาทีที่ 69 (4-2), ทาคุมิ มินามิโนะ นาทีที่ 71 (5-2), ดิว็อค โอริกี้ นาทีที่ 85 (6-2) และ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก นาทีที่ 88 (7-2) แต่… ยังคงไร้ชื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บนสกอร์บอร์ด

– ซาลาห์ ไร้สกอร์ 8 นัดติด!!!

นอกจากเกมนี้ที่ยิงไม่ได้แล้ว หากมองย้อนกลับไปทุกนัดที่ลงสนาม เท่ากับว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าตัวเก่งชาวอียิปต์ ทำประตูไม่ได้มา 8 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งก็รวมถึงตลอดทั้ง 3 นัดในช่วงปรี-ซีซั่น โดยเกมสุดท้ายที่ "บังโม" มีสกอร์คือ นัดที่เจ้าตัวกดสองตุงในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน ที่ "หงส์แดง" บุกอัด ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ซาลาห์ จะคืนฟอร์มเก่ง และทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง เมื่อฤดูกาลใหม่เปิดฉากขึ้น 

– มาติป คัมแบ็กสวย

เกมนี้ถือเป็นการลงสนามนัดแรกของ โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งชาวแคเมอรูน หลังจากที่พักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรุมเร้าที่เท้า ซึ่งถึงแม้สภาพร่างกายยังดูไม่ฟิตเต็มร้อย และได้ลงเล่นแค่ช่วง 45 นาทีแรกเท่านั้น (นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ลงแทนครึ่งหลัง) แต่ก็ถือเป็นการคัมแบ็กที่ดีสำหรับ ปราการหลังวัย 29 ปี เพราะนอกจากได้ลงเคาะสนิมแล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังทำได้หนึ่งประตูด้วย จากลูกโขกของถนัดที่ช่วยให้ทีมตีไข่แตก 1-2

– มินามิโนะ ยิ่งเล่นยิ่งแจ่ม

เชื่อเหลือเกินว่า ทาคุมิ มินามิโนะ ตัวรุกชาวญี่ปุ่น ที่ย้ายมาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ช่วงกลางฤดูกาลที่แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่สาวก "เดอะ ค็อป" คาดหวังไว้สูงไม่น้อยสำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งจากที่เห็นในช่วงหลังๆ บอกได้เลยว่า ฟอร์มของเจ้าตัวดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยเฉพาะเรื่องความมั่นใจ, กล้าเล่นกล้าลุย และความเข้าใจเพื่อนร่วมทีม ซึ่งเกมนี้เจ้าตัวก็มี 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ โดยลูกยิงของเจ้าตัว ที่เป็นประตูนำ 5-2 นั้น ถือเป็นลูกยิงที่เยือกเย็นและหาจังหวะดีมาก ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้ ดาวเตะเลือดซามูไรวัย 25 ปี ทำประตูได้สองนัดติดแล้ว หลังเป็นคนกดประตูตีเสมอ 1-1 ในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เจอกับ อาร์เซน่อล เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

– ประตูแรกของ เอลเลียตต์ กับ ฟาน เดน เบิร์ก

ถึงแม้ไม่ใช่เกมที่เป็นทางการ แต่อย่างน้อยการที่สองแข้งดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ต่างทำประตูแรกในสีเสื้อ "หงส์แดง" ได้ ถือเป็นเรื่องดีต่อความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเตะตัวรุกอย่างเจ้าหนู เอลเลียตต์ วัย 17 ปี ที่ฤดูกาลก่อนไร้สกอร์มาตลอด 8 นัดที่ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล

– แต่… ควรเสริมหลัง

ด้วยการที่สองเซนเตอร์แบ็กตัวหลักอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ต่างติดภารกิจรับใช้ทีมชาติ ทำให้เกมนี้ ลิเวอร์พูล ต้องใช้แนวรับชุดสำรองลงเล่น ซึ่งมันชัดเจนว่า ยังไม่ดีพอ เพราะการเสียสองประตูให้กับสโมสระดับ ลีก วัน ไม่ใช่เรื่องที่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยเฉพาะจังหวะที่ แบล็คพูล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ก็มาจากความผิดพลาดง่ายๆ ของ บิลลี่ คูเมติโอ ปราการหลังดาวรุ่งร่างยักษ์ชาวฝรั่งเศส ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ลิเวอร์พูล ก็ควรจะดึงเซนเตอร์แบ็กคุณภาพดีมาเสริมสักราย เพราะยามจำเป็น การจะฝืนใช้งานพวกดาวรุ่งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, คี-ยาน่า ฮูแฟร์, บิลลี่ คูเมติโอ รวมถึง นาธานเนียล ฟิลลิปส์ บ่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ถึงแม้ ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์เลือดแซมบ้า สามารถลงมายืนเป็นเซนเตอร์แบ็กขัดตาทัพได้ก็ตาม

คล็อปป์รับผิดเองให้บรูว์สเตอร์ยิงโทษ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับความผิดของตัวเองที่ตัดสินใจให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ รับหน้าที่เป็นคนยิงจุดโทษในช่วงการตัดสิน ซึ่งสุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายแพ้ อาร์เซน่อล ไปในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก้มหน้ายอมรับผิดหลังจากตัดสินใจเปลี่ยนตัว ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อเป็นคนยิงจุดโทษ ก่อนที่ แข้งวัย 20 ปีจะยิงพลาดจนทำให้ ‘หงส์แดง’ อกหักในรายการนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    คล็อปป์ ส่ง บรูว์สเตอร์ ลงสนามแทน จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยตั้งใจที่จะให้ลูกทีมรายนี้เป็นผู้สังหารจุดโทษในช่วงตัดสิน อย่างไรก็ตาม บรูว์สเตอร์ กลับซัดบอลไปชนคานอย่างจังในการยิงคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกเดียวที่ ลิเวอร์พูล ยิงไม่เข้า ส่วนทางฝั่ง อาร์เซน่อล ยิงเข้ากันทุกคน

    โดยหลังจบเกม กุนซือเลือดด๊อยช์ท ออกมายอมรับความผิดในเรื่องดังกล่าว และยันยันว่าไม่ควรที่จะไปโทษ บรูว์สเตอร์ แต่อย่างใด

    "เรื่องนี้ไม่ต้องโทษ ริอาน เลย"

    "หากใครสักคนที่ต้องถูกกล่าวโทษ คือต้องเป็นผม ผมต้องการให้เขาอยู่ตรงนั้น(คนยิงจุดโทษ) เพราะเขาเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีและมีความมั่นใจ แต่วันนี้มันไม่ใช่ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในชีวิตจริงและโลกฟุตบอล"

    "เราทุกคนต้องเรียนรู้และพัฒนาขึ้น เรารับได้กับความพ่ายแพ้ หากเขายิงเข้าแล้วคนอื่นพลาด ภาพที่ออกมาก็จะเป็นแบบเดียวกัน มันมีเหตุผลอื่นๆ อีกที่สำคัญกว่า การพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แม้ผมไม่เคยเห็นเขาพลาดมาก่อนแต่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้น"

เรียบร้อยแล้ว!ดาวรุ่งเยอรมันส่งสัญญาณซบลิเวอร์พูล

 

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ มิดฟิลด์อนาคตไกล ส่งสัญญาณว่าซบ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากใส่ชื่อทีมในประวัติของตัวเอง โดยเจ้าตัวเล่นได้โดดเด่นกับทีมเยาวชนของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในช่วงที่ผ่านมา

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ กองกลางดาวรุ่งชาวเยอรมัน เหมือนกับว่าจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเจ้าตัวใส่ชื่อ "หงส์แดง" ในหน้าประวัติส่วนตัวบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตด้วย

ฟรอนดอร์ฟ เคยตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล อย่างหนักเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยในฤดูกาล 2019-20 เขาทำได้ 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 20 นัด

เฮสกีแนะซาลาห์ย้ายแล้วถ้าชวดแชมป์ลีก

เอมิล เฮสกี อดีตกองหน้าของ ลิเวอร์พูล เผยว่าตัวเองคงจะเชียร์ให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ย้ายทีมไปแล้วหากทีมไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้

 "หงส์แดง" เดินหน้าทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมในลีกปีนี้จนก้าวไปคว้าแชมป์ด้วยคะแนนที่ขาดกระจุย ซึ่งทาง เฮสกี เผยว่าตัวเองคงเชียร์ให้ดาวยิงตัวเก่งอย่าง ซาลาห์ ย้ายไปแล้วเพื่อโอกาสในการประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้ทีมได้แชมป์แล้ว ความท้าทายคือการป้องกันแชมป์ให้ได้

 "โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือนักเตะที่สำคัญมากของทีม ถ้าเขาไม่อยู่ในทีม คุณจะเห็นได้เลยว่า ลิเวอร์พูล จะลดความน่ากลัวในแดนหน้าไปเยอะเลย" เฮสกี กล่าวกับ ออนไทม์ สปอร์ต

 "ทุกคนในสนามต้องการเขา เขาทำประตูและสร้างสรรค์โอกาส, ฟีร์มิโน่ และ ซาเน่ เล่นได้ดีเมื่อมี ซาลาห์ ประสานงาน, เขาคือส่วนสำคัญในความแข็งแกร่งของทีมและโทรฟี่ที่พวกเขาได้"

 "จากมุมมองของผม เขาควรอยู่กับ ลิเวอร์พูล, ถ้าพวกเขาไมได้แชมป์ลีก ผมคงจะบอกให้เขาย้ายออกไปอยู่กับทีมที่มีโอกาสได้แชมป์มากกว่า"

 "แต่ตอนนี้เขาได้แชมป์ลีก เขาต้องลุยต่อและพยายามคว้ามันอีกครั้งและอีกครั้ง, ซาลาห์ ได้แชมป์ทุกรายการกับ ลิเวอร์พูล แต่ความท้าทายคือเดินหน้าต่อและพยายามคว้าแชมป์อีกครั้ง"

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

เผยแผนเด็ด! “โป๊ป” ชี้ชัดสิ่งสำคัญทำให้ เบิร์นลี่ย์ บุกแบ่งแต้ม ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น

หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ เบิร์นลีย์ ไป 1-1 เป็นการหยุดสถิติชนะรวดใน แอนฟิลด์ ลงในฤดูกาลนี้ นิค โป๊ป นายทวารทีมเยือนซึ่งโชว์ซุปเปอร์เซฟหลายครั้งได้กล่าวว่า การใช้โอกาสจากลูกเซ็ตพีซคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขากลับมาตีเสมอเจ้าบ้านได้ ตามรายงานจาก บีทีสปอร์ต

นายทวารทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มเซฟลูกสำคัญหลายครั้งทำให้ หงส์แดง ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้จนกระทั่งมาโดนตีเสมอในครึ่งหลังจากประตูของ เจย์ โรดริเกวซ ซึ่งเขาได้กล่าวหลังจบเกมว่า

“ผมคิดว่าเกมนี้เราเล่นกันได้ดี เราสร้างโอกาสของเรา เราดูอันตรายในทุก ๆ ลูกเซ็ตพีซ ทุกจังหวะที่บอลเข้าไปในกรอบเขตโทษนั้นสร้างความอันตรายได้ แต่โชคไม่ดีที่มันไม่เป็นประตูเพิ่มให้เรา”

“มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ การมาเยือนสนามที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้คุณต้องคาดหวังว่าจะได้เจอกับความยากลำบากแน่นอน พวกเขาเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก คุณมาที่นี่และต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งผมก็โชคดีที่ได้มาที่นี่และสามารถเก็บแต้มออกไปได้” โป๊ป กล่าว

จาก “ก้อย” ถึง “ตูน” เพราะรักแหละถึงทำแบบนี้

ควันหลงหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ฟุตบอลลีก รอบ 30 ปี ยังมีประเด็นให้พูดถึงมากมายทั้งที่อังกฤษและเมืองไทย

   หนึ่งเรื่องราวน่ารัก ที่เป็นควันหลงการฉลองชัยแชมป์ เป็นเรื่องราวของคู่รักคนบันเทิงและศิลปินดัง อย่าง "ตูน-บอดี้สแลม" และ "ก้อย-รัชวิน" ซึ่งชอบดูและเชียร์ฟุตบอลทั้งคู่

    "สาวก้อย" สาวกหงส์แดง ได้โพสต์คลิปบรรยากาศหลังเกม ลิเวอร์พูล ทุบ สเปอร์ส ทีมรักของพี่ตูน 2-0 ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนลีก 2019 ลงอินสตาแกรม ของเธอ พร้อมระบุถึง "พี่ตูน" ว่า

    "We’re the champions my friends! คลิปนี้ ตอนลิเวอร์พูล ได้แชมป์เเชมเปี้ยนลีก ที่มาดริด เมื่อปีที่แล้ว เก็บไว้ไม่เคยลง เพราะเกรงใจคนที่มาด้วย

    "แต่วันนี้ ถึงเวลาแล้วค่ะ 30 ปีที่รอคอย เชียร์มาตั้งแต่ยุค รอย อีแวนส์ มีโปสเตอร์ เจมี่ เร้ดเเนปป์ ติดไว้บนหัวเตียง"

    "ขอแสดงความยินดีกับแฟนลิเวอร์พูลทุกคนนะคะ Your’ll never walk alone เย้ๆ #YNWA @Liverpoolfc ถ่ายโดยแฟนสเปอร์ @artiwara"

ปัดลิเวอร์พูล! “แวร์เนอร์” เผยเหตุผลเลือกซบเชลซี

ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีของ ไลป์ซิก เผยเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี หลังจากได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมตั้งความหวังที่จะรักษาฟอร์มฮอตแบบนี้ต่อไปเมื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่
               ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอต แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ออกโรงเปิดใจเหตุผลที่เลือกย้ายไปค้าแข้งกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี  เพราะรู้สึกสบายใจตอนที่ได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ

               หัวหอกทีมชาติเยอรมนี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ ไลป์ซิก ด้วยการซัดไปถึง 34 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ ตัดสินใจโบกมือลาต้นสังกัด เพื่อไปเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมมเอร์นี้ โดยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 47.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,805 ล้านบาท) พร้อมรับค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

              ก่อนหน้าที่นักเตะจะตกลงไปอยู่กับ เชลซี นั้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เคยเกือบที่จะได้เขาไปร่วมทีม โดย แวร์เนอร์ ยอมรับว่าที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทัพ "สิงห์บลูส์" หลังจากได้พูดคุยกับ แลมพาร์ด และบอร์ดบริหารสโมสร "การพูดคุยกับบอร์ดบริหารเชลซี มีแต่เรื่องดีๆ ซึ่งทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับพวกเขา"

             "โดยเฉพาะ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่พร้อมหนุนหลังผม และอยากใผ้หมรู้ว่าถ้าผมย้ายไปที่เชลซี ผมจะรู้สึกสบายใจ และผ่อนคลายเหมือนกับที่ผมอยู่กับ ไลป์ซิก ในการพูดคุยกับผม บ่อยครั้งที่โค้ชเน้นย้ำว่าเขาอยากได้ผมมากแค่ไหน เขาเห็นคุณค่าของผมในฐานะคนๆ หนึ่งมากขนาดไหน"

             "แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทิ้งสถานที่แห่งความสุขเหมือนที่ผมได้อยู่กับ ไลป์ซิก ช่วงหลายๆ ปี แต่คุณมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในอาชีพถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวต่อไป ฤดูกาลนี้มันเหมือนกับทางแยก แน่นอนว่าผมอยากอยู่กับ ไลป์ซิก ตลอดไป แต่ผมตัดสินใจในสิ่งใหม่ และผมหวังว่าฟอร์มของผมจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป" แวร์เนอร์ กล่าว