เขามาแล้ว! “ฮาแวร์ตซ์” กดแฮตทริกแรกในอาชีพค้าแข้ง

ไค ฮาแวร์ตซ์ มิดฟิลด์คนใหม่ เชลซี ใช้เวลาแค่ 3 เกมเท่านั้นในการกดประตูแรกในสีเสื้อ "สิงห์บลูส์" แถมเป็นการกดแฮตทริกแรกในอาชีพค้าแข้งด้วย หลังช่วยทีมยำใหญ่ บาร์นสลี่ย์ ครึ่งโหล ในเกม คาราบาว คัพ เมื่อคืนที่ผ่านมา
     ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี ทำคนเดียว 3 ประตู ช่วยต้นสังกัดเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม บาร์นสลี่ย์ สโมสรระดับ แชมเปี้ยนชิพ 6-0 ในศึก คาราบาว คัพ รอบสาม เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทำแฮตทริกแรกในอาชีพการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวด้วย

     หลังจากที่ลงเล่น 2 เกมแรกภายใต้ยูนิฟอร์ม "สิงห์บลูส์" แบบฝืดๆ ในที่สุด สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี ก็ทำประตูแรกให้กับ เชลซี ได้สำเร็จ แถมเกมนี้กดแฮตทริกแรกในอาชีพด้วย หลังจากที่ไม่เคยทำได้เลย ตลอดการเล่นระดับสโมสร 152 นัดที่ผ่านมา (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 150 นัด และ เชลซี 2 นัด)

     ทั้งนี้ ฮาแวร์ตซ์ เพิ่งปิดดีลย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวมหาศาลราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,840 ล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา

แลมพาร์ดเผย!สาเหตุไม่ส่งแวร์เนอร์ยิงจุดโทษ

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี แจงแล้ว สำหรับประเด็นที่ ติโม แวร์เนอร์ ไม่ถูกเลือกเป็นตัวสังหารจุดโทษช่วงดวลเป้า พร้อมยันพอใจฟอร์มโดยรวมของ "สิงห์บลูส์" แม้สุดท้ายถูก สเปอร์ส เขี่ยตกรอบสี่ คาราบาว คัพ
     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เปิดเผยว่า สาเหตุที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าดาวดังคนใหม่ ไม่ถูกเลือกเป็นหนึ่งในห้าจอมสังหาร ช่วงดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะ เป็นเพราะเจ้าตัวมีอาการตะคริว หลังจากที่ "สิงห์บลูส์" แพ้ดวลเป้า "ไก่เดือยทอง" 4-5 (เสมอ 1-1 ใน 90 นาที) ในศึก คาราบาว คัพ รอบสี่ ณ สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา

     แวร์เนอร์ กดประตูสุดสวยให้ เชลซี ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 19 ก่อนที่ สเปอร์ส จะมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 83 จาก เอริค ลาเมล่า และจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว ทำให้ต้องไปตัดสินหาผู้ชนะในการดวลจุดโทษ ซึ่งตอนแรกคาดกันว่า แวร์เนอร์ คือหนึ่งในจอมสังหารที่ แลมพาร์ด ไว้ใจ

     อย่างไรก็ตาม หัวหอกทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี กลับไม่ถูกเลือก และสุดท้าย เชลซี แพ้ดวลจุดโทษ พร้อมกระเด็นตกรอบ โดยที่ เมสัน เมาท์ ซึ่งเป็นคนสังหารรายสุดท้ายของทีม ยิงเช็ดเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย 

     "ในช่วงท้ายเกม ติโม แวร์เนอร์ ดันเป็นตะคริว เขาเลยไม่ได้ยิงจุดโทษ" แลมพาร์ด แจงหลังจบเกม "เราดูล้าๆ ไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พอเข้าใจได้ เราเป็นฝ่ายครองเกมในช่วงครึ่งแรก ซึ่งผมแฮปปี้มากๆ แต่ช่วงครึ่งหลังมันแตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นการดวลจุดโทษ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เราตกรอบก็จริง แต่มันก็มีหลายอย่างที่น่าพอใจ"

เกปาหมดอนาคต?เชลซียันได้โกลคนใหม่

แฟนบอล เชลซี อุ่นใจได้ หลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ยันได้โกลคนใหม่มาเฝ้าเสาแล้ว ส่งผลให้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า น่าจะหมดอนาคตในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์
    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ประกาศยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมาว่า "สิงห์บลูส์" ได้ เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัล ของ แรนส์ มาเฝ้าเสาแน่นอนแล้ว โดยเหลือเพียงแค่ขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น

    แลมพาร์ด เผยว่า "ใช่ เมนดี้ กำลังเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างที่เราพูด หากทุกอย่างเรียบร้อยเขาจะกลายเป็นนักเตะใหม่ของเราอย่างเป็นทางการทันที"

    สำหรับค่าตัวบวกโบนัสตามเงื่อนไขของ เมนดี้ วัย 28 ปี อยู่ที่ราว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) และจะเข้ามาแย่งมือ 1 กับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ผลงานย่ำแย่จนมีโอกาสสูงที่จะหลุดไปเป็นตัวสำรอง

    ในช่วงซัมเมอร์นี้ เชลซี ใช้เงินเสริมทัพทะลุ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท)  ไปแล้วกับการดึงนักเตะอย่าง ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, เมนดี้ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาเสริมแกร่ง
 

เกปาพาลงเหว! ตัดเกรดแข้งเชลซีเกมพ่ายลิเวอร์พูลคาบ้าน

เกมแรกของ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในฤดูกาลนี้จบลงด้วยความพ่ายแพ้หลัง "หงส์แดง" บุกมาสอยคารังสองประตู เป็นเกมที่ "สิงห์บลูส์" ตั้งรับเป็นส่วนใหญ่และกำลังไปได้สวยแต่ดันมาเหลือ 10 คนทำให้กลายเป็นงานยากขึ้นมาทันที มีหนึ่งแข้งที่ได้คะแนนแค่ 4 แต้มเท่านั้นหลังก่อความผิดพลาดจนเสียประตู มาเช็กผลสอบของนักเตะเชลซีกันที่นี่เลย

เชลซี

เกปา อาร์รีซาบาลาก้า 4

ตัดสินใจหลายอย่างผิดพลาดไปหมด ครึ่งแรกมีจังหวะที่จะออกมาตัดบอลแต่โดน ซาลาห์ ตัดหน้ายังดีที่ไม่เสียประตู แต่ครึ่งหลังต้องรับเต็มๆกับการจ่ายบอลพลาดจน มาเน่ ฉกไปยิงประตู แต่ยังพอทีเซฟสวยๆอยู่บ้างในเกมนี้

รีซ เจมส์ 5.5

ไม่ได้เติมเกมรุกเท่าไหร่นักเพราะต้องปะทะกับ มาเน่ ตลอด พอเหลือ 10 คนในครึ่งหลังยิ่งต้องเล่นเกมรับเป็นส่วนใหญ่ สุดท้ายตามประกบ มาเน่ พลาดจนโดนลงโทษเสียประตูแรก

อันเดรียส คริสเตนเซ่น 5 (ใบแดง)

มีบล็อกสำคัญคือลูกเปิดของ ซาล่าห์ ในจังหวะที่ เกปา ออกไปตัดบอลพลาด ความจริงเขาคุมเกมรับได้ดีทีเดียวจนกระทั่งมารวบ มาเน่ จนโดนใบแดง

เคิร์ต ซูม่า 6

พยายามสุดความสามารถในการป้องกันเกมบุกหงส์แดง ซ้อน อลอนโซ่ ได้ดีหลายครั้งรวมถึงเคลียร์ลูกเซ็ตพีซและลูกครอส แต่จ่ายบอลพลาดบ่อยจากการโดนผู้เล่นหงส์เพราสซิ่งในขณะที่ เชลซี พยายามสร้างเกมรุกมาจากแดนหลัง

มาร์กอส อลอนโซ่ 5.5

เป็นฝั่งที่ต้องเจองานยากอยู่แล้วกับการสู้กับ ซาลาห์ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซึ่งก็ทำได้โอเคระดับหนึ่ง กระทั่งมาเจอลูกชิ่งหนึ่งสองของ ซาลาห์,ฟีร์มีโน่ จนเสียประตู

จอร์จินโญ่ 5

ไม่สามารถช่วยให้ทีมครองบอลแดนกลางได้ ยิ่งตอนเหลือ 10 คนและลิเวอร์พูล นำ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงสนามมาทำให้สู้แทบไม่ได้ พลาดจุดโทษกับเชลซีเป็นครั้งแรก

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 6.5

ครึ่งแรกโดดเด่นมากทั้งการไล่เพรสซิ่งมิดฟิลด์คู่แข่ง การแย่งบอล รวมถึงการพาบอลขึ้นแดนหน้า มีโอกาสทองที่จะง้างยิงในเขตโทษแต่เลือกมองหาตัวจ่าย

มาเตโอ โควาซิช 6

เป็นคนที่ไว้ใจได้ในการเก็บบอลกับตัว จ่ายบอลสวยๆให้ แวร์เนอร์ แต่ไม่ได้จบสกอร์ ทว่าด้วยการที่เชลซีปล่อยให้ หงส์แดง ครองบอลเลยทำให้มิดฟิลด์เชลซีไม่ได้ช่วยเกมรุกมากนัก

ไค ฮาแวร์ตซ์ 5

มีจังหวะจับบอลสวยๆอยู่บ้าง แต่มีส่วนร่วมกับเกมรุกน้อยมาก เป็นนักเตะเชลซีที่สัมผัสบอลน้อยที่สุดในครึ่งแรก ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง

ติโม แวร์เนอร์ 7

พยายามเลี้ยงผ่าน ฟาบินโญ่ อยู่หลายครั้งแต่ล้มเหลว มีจังหวะง้างยิงน้อยเพราะขาดการสนับสนุน แต่เป้นเรียกจุดโทษให้กับทีมในครึ่งหลัง

เมสัน เมาท์ 6

ชยันวิ่งช่วยเกมรับอยู่ตลอดโดยเฉพาะการตาม โรเบิร์ตสัน แต่เชื่อมเกมรุกกับเพื่อนร่วมทีมได้น้อยมาก

ตัวสำรองที่ลงสนาม

ฟิคาโย่ โทโมรี่ 6 (ลงมาแทน ไค ฮาแวร์ตซ์ น.46)

พยายามสุดความสามารถในป้องกันเกมรับ มีบล็อกสำคัญอยู่บ้าง

รอสส์ บาร์คลี่ย์ – (ลงมาแทน มาเตโอ โควาซิช น.79)

ลงมาท้ายเกมแล้ว

แทมมี่ อับราฮัม – (ลงมาแทน จอร์จินโญ่ น.79)

ลงมาท้ายเกมแล้ว

 

เปิดก่อนเลย! “แลมพาร์ด” ลั่นแข้งสิงห์บลูส์พร้อมดวลหงส์แดงอาทิตย์นี้

แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี มั่นใจว่าทีมของเขาสามารถเอาชนะลิเวอร์พูล แชมป์เก่าศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้ได้

"ผมตื่นเต้นมาก มันชัดเจนที่ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลก่อน แต่ทุกเกมที่พวกเราเจอกับพวกเขา พวกเราก็ต่อสู้ได้ดีจริงๆ พวกเราเคยเอาชนะพวกเขามาแล้วในเอฟเอ คัพ แต่ก็แพ้ในเกมลีกทั้งสองนัด ซึ่งเราก็ทำได้ดีในการต่อกรกับพวกเขา"

"ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นพวกเราสู้กับพวกเขาอีก และดูว่าเราจะอยู่ในจุดไหน เรามีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในตอนนี้โดยมีเวลาเรียกความฟิตแค่สั้นๆ ผมคิดว่าปรีซีซั่นของพวกเราคือหนึ่งในลีกที่หนักที่สุดในโลกแล้ว"

"ลิเวอร์พูลได้ซ้อมมากกว่าพวกเรา 2 สัปดาห์ แต่มันก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับพวกเขาแต่เนิ่นๆ และดูว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเราต้องมั่นใจ เราไม่กลัวลิเวอร์พูล แต่พวกเราให้ความเคารพพวกเขา พร้อมเชื่อมั่นในตัวเองด้วย"

เด็กมันขอสู้! “เช็ก” ยัน “เกปา” ยังมีอนาคตในถ้ำสิงห์

ปีเตอร์ เช็ก ตำนานผู้รักษาประตูของเชลซี วัย 38 ปี ออกมายืนยันว่านายด่านค่าตัวแพงอย่าง เกปา อาร์ริซาบาลากา ยังคงมีอนาคตกับทีม

เชลซี ทุ่มเงินมหาศาลถึง 71.6 ล้านปอนด์คว้า เกปา มาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อปี 2018 ซึ่งถือว่าเป็นค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตู

อย่างไรก็ตาม นายด่านชาวสแปนิชวัย 25 ปี กลับทำผลงานได้สวนทางกับค่าตัวอันแสนแพง จนมีข่าวว่าเขาหมดอนาคตในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ และเตรียมถูกขายทิ้งในซัมเมอร์นี้

ล่าสุด เช็ก ที่ปัจจุบันรับหน้าที่ผู้อำนวยการด้านเทคนิคให้สิงห์บลูส์ ยืนยันว่า "สโมสรลงทุนหนักและมอบสัญญาระยะยาวให้เขา (เกปา) เพราะเราเชื่อว่าเขามีคุณภาพและจะประสบความสำเร็จ"

"ไม่มีใครหมดหวังในตัวเขาหรอก เขาก็พร้อมพิสูจน์ตัวเองต่อเช่นกัน ซึ่งทุกคนก็หวังว่าเขาจะมีอนาคตที่ยอดเยี่ยมต่อไป"

เกลียดจริง?โคลเผยเสี่ยหมีไม่สนขายนักเตะให้สเปอร์ส

คาร์ลตัน โคล อดีตหัวหอกคนดัง เผยถึงความเฮี้ยบของ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรเชลซี ที่สั่งห้ามตนย้ายไปเล่นกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทั้งๆที่ตอนนั้นเรื่องทุกอย่างใกล้จะสมบูรณ์อยู่แล้ว โดย "เสี่ยหมี" ทราบเรื่องปั๊บได้ติดต่อให้ตนกลับถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทันที พร้อมวลีเด็ด ไม่ต้องการทำธุรกิจกับ "ไก่เดือยทอง"

คาร์ลตัน โคล อดีตกองหน้าชาวอังกฤษ เปิดเผยว่า โรมัน อบราโมวิช อภิมหาเศรษฐีเจ้าของสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี แสดงจุดยืนชัดเจนไม่คิดจะขายนักเตะให้กับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่งผลให้ตนไม่ได้ย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส

"สิงห์บลูส์" กับ สเปอร์ส มีความเป็นไม้เบื่อไม้เมาในฐานะสโมสรร่วมกรุงลอนดอน โดย อบราโมวิช ซึ่งเข้ามาบริหารยอดทีมแห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อปี 2003 ได้เพิ่มดีกรีความเป็นคู่อริร่วมเมืองด้วยการปฏิเสธที่จะทำการขายผู้เล่นของทีมให้กับ "ไก่เดือยทอง"

เรื่องนี้เป็นการยืนยันจากปากของ โคล ที่เผยว่าตนโดนปฏิเสธย้ายไปเล่นให้กับ สเปอร์ส ทั้งๆ ที่กำลังจะเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย ที่สำคัญมีนักเตะแค่คนเดียวเท่านั้นที่ย้ายจาก เชลซี ไปเล่นให้ "ไก่เดือยทอง" นั่นก็คือ คาร์โล คูดิชินี่ ซึ่งย้ายไปแบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2009

โคล ย้อนความหลังในช่วงที่โดน "เสี่ยหมี" สั่งห้ามย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส ทั้งๆ ที่เรื่องทุกอย่างใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว "ผมเกือบได้ย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส ผมเดินทางเพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย และทุกๆ อย่าง โรมัน อบราโมวิช ทราบเรื่องนี้ และเขาก็พูดว่า -นายต้องกลับมาเดี๋ยวนี้ นายไม่มีสิทธิ์ย้ายไปเล่นให้กับพวกเขา- เขายังพูดต่อไปว่า -นายไม่มีทางได้ย้ายไปเล่นกับ สเปอร์ส ผมไม่ทำธุรกิจกับพวกเขา-"

จัดหนัก!ส่อง3แผนเชลซีลุ้นแชมป์หลังได้ฮาแวร์ทซ์

เปิด 3 แผนการเล่นของ เชลซี หลังเสริมดุได้ทั้ง ไค ฮาแวร์ทซ์, ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ จนหลายคนมองมีลุ้นถึงแชมป์ได้เลย

เชลซี จัดการคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี ส่วนค่าตัวอยู่ที่ราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท)

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างหนักหลังได้ทั้ง ฮาแวร์ทซ์, ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ รวมทั้ง มาล็อง ซาร์ ปราการหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ทำให้หลายคนมองว่า มีโอกาสลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เลยทีเดียว

แน่นอนว่า การย้ายเข้ามาของนักเตะหลายรายจะส่งผลให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม ต้องปรับเปลี่ยนทีมหลายจุดสำหรับฤดูกาลหน้า และนี่คือ 3 แท็กติกที่ เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ คาดว่า เชลซี จะนำมาใช้

1. ระบบ 4-3-3

แลมพาร์ด ชอบระบบ 4-3-3 อยู่แล้ว โดย 11 ตัวจริงมี เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เฝ้าเสา หลังน่าจะได้รับโอกาสให้พิสูจน์ฝีมือต่อไปในฤดูกาลหน้า

ส่วนแผงแบ็กโฟร์ให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยืนแบ็กขวา ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กใช้ ซิลวา กับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โดยมี คูร์ท ซูม่า, อันเดรส คริสเตนเซ่น และ ฟิกาโย่ โทโมริ รับบทสำรอง ด้าน ชิลเวลล์ รับหน้าที่แบ็กซ้าย

ขณะที่กองกลาง 3 คนให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำหน้าที่ตัวรับ ส่วนอีก 2 คนเป็น ฮาแวร์ทซ์ กับ เมสัน เมาท์ โดยที่ มาเตโอ โควาซิช พร้อมสลับสับเปลี่ยนลงสนาม

ด้าน 3 แนวรุกให้ ซิเย็ค ประจำการทางฝั่งขวา ขณะที่ คริสเตียน พูลิซิช เล่นด้านซ้าย โดยมี แวร์เนอร์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

2. ระบบ 4-2-3-1

 แท็กติกนี้ ผู้รักษาประตู และ 4 กองหลังยังเหมือนเดิม ขณะที่ 2 กองกลางที่เล่นต่ำใช้ ก็องเต้ จับคู่กับ โควาซิช โดยมี จอร์จินโญ่ พร้อมสอดแทรกลงมาเป็นตัวจริง

แผนนี้จะให้ ฮาแวร์ทซ์ เป็นตัวทำเกมในบทบาทหมายเลข 10 ขนาบข้างด้วย ซิเย็ค กับ แวร์เนอร์ แล้วใช้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยืนเป็นหอกตัวเป้า

3. ระบบ 3-4-3

หาก แลมพาร์ด ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบหลัง 3 คนก็จะเป็นหน้าที่ของ อัซปิลิกวยต้า, ซิลวา และ รือดิเกอร์ ขณะที่ ชิลเวลล์ กับ ซิเย็ค รับบทวิงแบ็ก

ส่วนมิดฟิลด์คู่กลางใช้ ก็องเต้ กับ ฮาแวร์ทซ์ ขณะที่ 3 แดนหน้าให้ พูลิซิช กับ แวร์เนอร์ ยืนอยู่หลัง แทมมี่ อับราฮัม

แลมพาร์ดหัวเสียทำไมไม่ใช้วีเออาร์?!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ตั้งคำถามถึงการใช้ วีเออาร์ หลังจากที่เจ้าตัวมองว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจนถูกไล่ออกนั้น ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนหนุ่มของ เชลซี ไม่พอใจที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินในจังหวะที่ควรจะต้องใช้ ซึ่งทำให้เกิดจุดเปลี่ยนต่อทีมของตัวเอง

    "สิงห์บลูส์" เริ่มต้นได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็อง

    จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น และสถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

    แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต และตำหนิไปยังเรื่องการใช้ วีเออาร์ โดยเฉพาะจังหวะที่ โควาซิช ถูกใบเหลืองที่สอง เนื่องจากตนมองว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาคา นั้น ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่

    "นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดที่คุณไม่สามารถเรียกร้องใบเหลืองที่สองได้ บางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยืนยันความคิดของตัวเอง"

    "ถ้าเรามี วีเออาร์ มันคงเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม"

    "ช่วงท้ายเกมเรากดดันพวกเขาได้บ้าง ผมไม่สามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดของลูกทีม แต่จังหวะนั้นไม่สมควรเป็นใบแดง พูดอีกครั้งนะ ผมพยายามกลับมามองที่เราเสมอ และเราก็ทำได้ไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดชิงฯ"

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดภาค2!บริดจ์ขอหนีเทอร์รี่

ตำนานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีระหว่าง จอห์น เทอร์รี่ กับ เวย์น บริดจ์ ยังไม่จบ หลังสื่อเผยมีเรื่องราวเป็นกรณีของทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    เวย์น บริดจ์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ และ เชลซี ตัดสินใจที่จะขายบ้านทิ้ง หลัง จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตัน "สิงห์บลูส์" ที่เวลานี้ไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ตามรายงานจาก เดอะ ซัน สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ย้อนไปเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว เทอร์รี่ ต้องตกเป็นจำเลยสังคม เพราะมีการเปิดเผยว่าในช่วงเวลาที่ บริดจ์ เล่นอยู่กับ เชลซี และเป็นเพื่อนร่วมทีมกันนั้น "เจที" แอบตีท้ายครัวเพื่อนด้วยการไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ วาเนสซ่า เปอร์รองเซล นางแบบคนสวยอดีตภรรยาของ บริดจ์

    บริดจ์ วัย 39 ปี และ แฟร้งกี้ ภรรยาที่เป็นอดีตนักร้อง กำลังประกาศขายบ้านของพวกเขาในแถบเซอร์เรย์ มูลค่า 5.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 220 ล้านบาท) หลัง เทอร์รี่ และ โทนี่ ภรรยา เพิ่งมาซื้อบ้านมูลค่า 4.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 172 ล้านบาท) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

    แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยผ่าน เดอะ ซัน ว่า "แน่นอน เวย์น และ จอห์น ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เวย์น และ แฟรงกี้ ต้องการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่แบบสดชื่น พวกเขาตัดสินใจย้ายบ้านออกจากเมืองเก่าของพวกเขาเพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ บางอย่าง"

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั้น อดีตนักเตะดังทั้ง 2 ราย ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิง และไม่มีวันคืนดีกันอย่างแน่นอน โดย บริดจ์ เคยปฎิเสธจับมือกับ เทอร์รี่ ก่อนเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี เมื่อปี 2010