ของดี!โรบินสันแนะลิเวอร์พูลเซ็น “บัตแลนด์” ร่วมก๊วน

 พอล โรบินสัน อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ แนะ ลิเวอร์พูล ควรดึง แจ็ค บัตแลนด์ นายประตู สโต๊ค ซิตี้ มาเป็นตัวสำรองให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ เชื่อ "หงส์แดง" อาจจะทำอะไรบางอย่างก่อนตลาดนักเตะในประเทศจะปิดตัวลง
     พอล โรบินสัน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เชื่อว่า ลิเวอร์พูล ควรจะเซ็นสัญญาคว้าตัว แจ็ค บัตแลนด์ นายประตูจอมหนึบของ สโต๊ค ซิตี้ มาร่วมทีม เพื่อเป็นตัวสำรองให้กับ อลีสซง เบ็คเกอร์ มือหนึ่งชาวบราซิเลียน ที่ตอนนี้ต้องพักยาว 6 สัปดาห์ เพราะปัญหาบาดเจ็บหัวไหล่

     อาเดรียน นายทวารสำรอง "หงส์แดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวัง แถมมีข้อผิดพลาดในเกมลีกนัดล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล บุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า กระจุย 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้กระแสเรียกร้องให้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดึงผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามาเป็นกำลังเสริม ซึ่ง โรบินสัน ก็มองว่า ลิเวอร์พูล น่าจะลองพิจารณา บัตแลนด์ เนื่องจาก นายด่านวัย 27 ปี มีฝีมือยอดเยี่ยม แถมมีประสบการณ์ด้วย 

     "ถ้า อลีสซง ต้องพักแข้งนานตามที่มีข่าวออกมา ลิเวอร์พูล ก็ควรจะพิจารณาในเรื่องนี้ ด้วยการที่ตลาดนักเตะภายในประเทศยังเปิดอยู่ (ตลาดที่อังกฤษจะยังเปิดถึงวันที่ 16 ตุลาคม) บางทีเราอาจจะได้เห็น ลิเวอร์พูล ทำอะไรบางอย่าง เพราะตอนนี้มีผู้รักษาประตูฝีมือดีหลายคนที่ไม่ได้ลงเล่น ซึ่งผมก็มองว่า ลิเวอร์พูล น่าจะเซ็นสัญญากับนายทวารอย่าง แจ็ค บัตแลนด์  แบบระยะสั้น พวกเขาต้องการผู้เล่นแบบนั้น ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับเกมใหญ่ๆ" โรบินสัน กล่าว

แพ้ยับตามผี! วิลล่าโหดกระซวกลิเวอร์พูลเละ กรีลิชกด2จ่าย3-วัตกิ้นส์แฮตทริก

เหลือเชื่อ! "สิงห์ผงาด" งัดฟอร์มเด็ดเปิดบ้านไล่ถล่มแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ไม่ไว้หน้าถึง 7-2 เกมนี้ แจ็ค กรีลิช โชว์โหดกด2ประตูแถมจ่ายอีก 3 ขณะที่  โอลลี่ วัตกิ้นส์ หอกตัวใหม่ประเดิมซัดแฮตทริก ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แม้จะซัดเบิ้ลแต่ไม่ช่วยให้ทีมพ้นความปราชัย ส่งให้ แอสตัน วิลล่า มี 9 แต้มเท่าหงส์, ปืน และจิ้งจอก ทว่าลูกได้เสียดีกว่าทำให้แซงขึ้นรองจ่าฝูง

สนาม : วิลล่า พาร์ค

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายของคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา แอสตัน วิลล่า ที่ชนะมา 2 นัดติดแบบไม่เสียประตู เปิดบ้านรับมือ "แชมป์เก่า" ลิเวอร์พูล ที่ชนะมา 3 เกมรวดเช่นกัน
   
    เกมนี้ ดีน สมิธ ปรับแดนกลาง ส่ง รอสส์ บาร์คลี่ย์ ที่ยืมมาจาก เชลซี ลงเล่นแทน คอเนอร์ ฮูริแฮน โดยแนวรุกยังเป็น มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์ และแจ็ค กรีลิช ขณะที่ฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ปวดหัวนอกจากจะไม่มี ซาดิโอ มาเน่ ที่ติดเชื้อโค
วิด-19 แล้วล่าสุดยังเสีย อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่มาเจ็บตอนซ้อม ทำให้เกมนี้ต้องใช้ อาเดรียน ลงเฝ้าเสาแทน ส่วนแนวรุกส่ง ดีเอโก้ โชตา ประสานงานกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

    เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ 4 นาที กลายเป็น "สิงห์ผงาด" ที่ชิงขึ้นนำแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล อย่างรวดเร็ว 1-0 เป็นความผิดพลาดของ อาเดรียน ที่จ่ายบอลพลาดหน้าปากประตูตัวเอง แจ็ค กรีลิช ตามไปเก็บบอลก่อนปาดเลียดมาให้ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ที่
ยืนโล่งๆ ยิงด้วยซ้ายเสียบตาข่ายเข้าไป เป็นประตูแรกของเจ้าตัวนับแต่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

    นาทีที่ 8 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นเม็ดสอง และเป็น แจ็ค กรีลิช ที่จ่ายเข้ากลางให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลแบบได้เสียว

    นาที 15 "หงส์แดง" พลาดโอกาสไล่ตีเสมอ หลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จ่ายทะลุช่องให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลุดเข้าไปซัดติดเซฟ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    นาที 21 อดีตนายด่านปืนใหญ่ต้องออกแรงเซฟอีก หลัง ฟีร์มีโน่ โซโล่เดี่ยวเข้าไปในกรอบก่อนจะล็อคหนีแล้วซัดมุมแคบไปติดมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ทีมเยือนบุกเพลินๆ กลายเป็นโดนเม็ดที่ 2 อย่างไม่น่าเชื่อ หลังอีกสองนาที วิลล่า สวนกลับขึ้นมาทางซ้าย แจ็ค กลีลิช แทงบอลให้ โอลลี่ วัตกิ้นส์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป ก่อนกระชากหนี โจ โกเมซ ล้มตัวซัดด้วยขวาเสียบเสาเหลี่ยมเสาไกลอย่างงด
งาม

    แชมป์เก่าอยู่ไม่ได้หลังโดนไปสองเม็ด นาที 25 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดด้วยซ้ายไปติด ไทโรน มิงส์ สกัดมาเข้าทาง ดีเอโก้ โชต้า ที่เก็บได้แถวสองวอลเลย์สวนไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับไว้ไม่มีพลาด

    นาที 28 ดีเอโก้ โชต้า ลากตัดจากริมเส้นทางซ้ายมากลางประตู ก่อนตัดสินใจชิพบอล กำลังจะย้อยข้ามหัว มาร์ติเนซ อยู่แล้ว แต่นายด่านวิลล่ายังเร็วพอถอยหลังปัดปลายมือข้ามคานหวุดหวิด

    เกมสวนกลับของ "สิงห์ผงาด" ยังอันตราย นาที 31 เจ้าบ้านเกือบพังประตูที่สาม บอลออกจากเท้า แจ็ค กรีลิช เข้ากลางมาให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ แตะขึ้นหน้าเข้าไปเบียดกับ ฟาน ไดค์ แต่หลักไม่ดีซัดบอลหลุดกรอบออกไป

    กระนั้น นาที 33 "หงส์แดง" มาตีไข่แตกพังประตูไล่มาเป็น 1-2 โชต้า กระชากจากซ้ายเข้ากลางก่อนจ่ายให้ นาบี เกอิต้า หมุนตัวซัดไปติดบล็อค แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ ก่อนปลิ้นมาเข้าทาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงสวนเข้าไปไม่เหลือ

    บอลแลกกันสนุก นาที 34 แม็ตตี้ แคช วางบอลยาวให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ หลุดกับดักล้ำหน้าขึ้นมาทางขวา ก่อนจะเลือกยิงเสาแรกไปติดขา อาเดรียน ออกหลัง

    และต่อเนื่องจากจังหวะเตะมุม นาที 35 สกอร์ของเจ้าถิ่นทะยานหนี ลิเวอร์พูล 3-1 บาร์คลี่ย์ เปิดเตะมุมมากลางประตู โจ โกเมซ สกัดบอลไปเข้าทาง จอห์น แม็คกินน์ ซัดแบบไม่จับไปแฉลบขา ฟาน ไดค์ เปลี่ยนทางเสียบมุมเข้าไป

     นาที 38  เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาโดนใบเหลืองหลังไปเข้าเสียบใส่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ อย่างน่าเกลียด และจากฟรีคิกที่เจ้าถิ่นได้ บาร์คลี่ย์ ลุกมาเปิดฟรีคิกเข้าไป บอลเลยถึง มาห์มูด เทรเซเก้ต์ หลุดขึ้นมาทางซ้ายไม่ล้ำหน้าก่อนครอสมากลางประตูถึง 
โอลลี่ วัตกิ้นส์ โขกตุงตาข่าย เป็นแฮตทริกของอดีตแข้งเบรนฟอร์ด ช่วยให้ "สิงห์ผงาด" นำโด่ง 4-1

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+1 "หงส์แดง" ได้ลุ้นบ้าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน หลุดไปซัดด้วยซ้ายมุมแคบ แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ที่เซฟไว้ได้อีก

    จบครึ่งแรก แอสตัน วิลล่า นำห่าง ลิเวอร์พูล อย่างเหลือเชื่อ 4-1

    ครึ่งหลัง  เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับทัพถอดเอา นาบี เกอิต้า ออกแล้วส่ง ทาคูมิ มินามิโนะ ลงไปเล่นแทน

    นาที 55 แอสตัน วิลล่า มาได้ประตูนำห่าง 5-1 จากจังหวะที่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ เล่นชิ่งกับ กลีลิช หน้ากรอบก่อนที่บอลจะมาเข้าเท้า บาร์คลี่ย์ อีกครั้งแล้วซัดเต็มเท้าไปแฉลบ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ บอลพุ่งเปลี่ยนทางเสียบเสาไกลชนิดที่ อา
เดรียน หมดสิทธิ์ป้องกัน

    ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง "หงส์แดง" มาทวงประตูไล่มาเป็น 2-5 จากจังหวะที่ ฟีร์มีโน่ ได้บอลแล้วแทงให้ ซาลาห์ หลุดเข้าไปในกรอบแล้วซัดด้วยซ้ายผ่านมือ มาร์ติเนซ เสียบเสาแรกเข้าไป เป็นประตูที่สองของดาวยิงชาวอียิปต์ในเกมนี้

    ต่างฝ่ายยังเปิดเกมรุกเล่นกันสนุก นาที 66 กลายเป็น "สิงห์ผงาด" ที่มาได้ประตูที่หก คราวนี้เป็น วัตกิ้นส์ ที่จ่ายให้ แจ็ค กรีลิช ดึงหนี เทรนท์ ก่อนซัดด้วยขวาไปแฉลบ ฟาบินโญ่ พุ่งเปลี่ยนทางเสียบเสาแรก พา แอสตัน วิลล่า นำห่าง 6-2

    นาที 75 เกมรับทีมเยือนเละเทะอีก คราวนี้ จอห์น แม็คกินน์ แทงบอลให้ แจ็ค กรีลิช หลุดเข้าไปก่อนซัดผ่าน อาเดรียน เข้าไปอย่างเยือกเย็นให้ วิลล่า ทะยานนำลิ่วแบบเหลือเชื่อ 7-2

    จบเกม แอสตัน วิลล่า งัดฟอร์มสุดยอดไล่ถล่มแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ขาดลอย 7-2 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 9 คะแนน เท่ากับ เลสเตอร์, อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล แต่ลูกได้เสียดีกว่าทำให้รั้งรองจ่าฝูง โดยตามหลังจ่าฝูง "ทอฟฟี่" ที่คว้าชัย 4 นัด รวดอยู่ 3 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แอสตัน วิลล่า (4-3-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – แม็ตตี้ แคช, เอซรี่ คอนซ่า, ไทโรน มิงส์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ – รอสส์ บาร์คลี่ย์, ดั๊กลาส ลุยซ์, จอห์น แม็คกินน์ – มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์, แจ็ค กรีลิช
 
        ผู้จัดการทีม : ดีน สมิธ
 
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) :  อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ดิโอโก้ โชต้า

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

        ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

เริ่ดคะ!มาเน่มีชื่อลุ้นแข้งยอดเยี่ยมลีกกันยายน

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนเก่งลิเวอร์พูล มีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนกันยายน หลังระเบิดฟอร์มสุดยอดในเกมลีก 3 แมตช์ที่ผ่านมา

ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติเซเนกัลของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน หลังจากนักเตะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เปิดฤดูกาล 2020/2021

ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ได้รับความไว้วางใจจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ลงสนามเป็นตัวจริงทั้ง 3 แมตช์ในเกมลีกช่วงเดือนที่ผ่านมา และระเบิดฟอร์มสุดยอดช่วยให้แชมป์เก่า สามารถเก็บชัยชนะเรียบวุธ โดยตอนนี้ "เดอะ เร้ดส์" มี 9 คะแนนเต็มเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เอฟเวอร์ตัน

ผลงานของ มาเน่ โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะในแมตช์ที่ชนะ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 2-0 ซึ่ง ดาวเตะเซเนกัล ซัดไปสองประตู ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดอีกครั้งเมื่อช่วยทีมซัด 1 ประตูในเกมไล่ถลุง "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล 3-1 ที่สนามแอนฟิลด์

นอกจาก มาเน่ แล้วคนที่ได้รับการเสนอชื่อลุ้นรางวัลนี้ยังมี แพทริค แบมฟอร์ด  (ลีดส์ ยูไนเต็ด), โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน และ ฮาเมส โรดริเกซ (เอฟเวอร์ตัน), ติโมธี คาสตานเญ่ และ เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้), แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) และ ทาริก แลมป์ตีย์  (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน)

กลัวอาเดรียน!ลิเวอร์พูลเล็งสอยโกลสเปอร์สเสริมทัพ

อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในเมืองผู้ดี ตีข่าว ลิเวอร์พูล เริ่มขยับตัวเรื่องผู้รักษาประตูโดยตอนนี้ใช้เวลาช่วงวันสุดท้ายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ โดยทำการติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อหวังดึง เปาโล กาซซานิก้า โกลมือ 3 มาเป็นกำลังสำรองของ อลีสซง เบ็คเกอร์ หลังทีมไม่วางใจใช้งาน อาเดรียน ที่มักจะพลาดจนเป็นเหตุให้ทีมพังหลายครั้ง

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พยายามติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อเปิดการเจรจาเรื่องจากดึงตัว เปาโล กาซซานิก้า ผู้รักษาประตูสำรองทัพ "ไก่เดือยทอง" มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ

สถานการณ์ของ "หงส์แดง" เกี่ยวกับตำแหน่งนายทวารไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ได้ออกมาเผยข่าวร้ายว่า อลีสซง ซึ่งได้รับบาดเจ็บช่วงฝึกซ้อมจนพลาดลงสนามเกมแพ้ยับ แอสตัน วิลล่า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ราวๆ 4-6 สัปดาห์

ด้วยเหตุนี้ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" จำเป็นต้องหานายทวารสำรองเพื่อเป็นยางอะไหล่ หลังจากที่พวกเขาไม่กล้าฝากความหวังเอาไว้กับ อาเดรียน โกลชาวสแปนิช ที่เพิ่งโชว์ห่วยทำผิดพลาดมหันต์จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แชมป์เก่าออกไปโดน วิลล่า ถล่มยับไม่นับญาติสกอร์ 2-7

"อินดิเพนเดนท์" สื่อดังในอังกฤษ รายงายว่า ลิเวอร์พูล เล็งที่จะดึง กาซซานิก้า ซึ่งเป็นมือ 3 ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีม เพื่อหวังที่จะนำมาช่วยเฝ้าเสาให้กับ "หงส์แดง" ในช่วงที่ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล อยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ

อย่างหล่อ!ซาลาห์ช่วยคนไร้บ้านจากอันธพาล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะคนดังของ ลิเวอร์พูล โชว์ความใจบุญด้วยการช่วยคนเร่ร่อนที่กำลังโดนอันธพาลดูถูก แถมยังให้เงินเขาด้วย
    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วยเหลือ เดวิด เคร็ก ชายไร้บ้านคนหนึ่งจากการโดนกลุ่มอันธพาลพูดจาว่าร้ายใส่

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 ในเกมลีก เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยตอนแรก ซาลาห์ ขับรถไปเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่งใกล้กับสนามเหย้าของต้นสังกัด แต่แล้วเขาก็เห็นว่ามีอันธพาลกลุ่มหนึ่งเข้าไปล้อเลียน เคร็ก อย่างเช่นการไล่ให้เขาไปหางานทำ หรือถามว่าทำไมเขาถึงมาเป็นขอทาน เป็นต้น

 

    พอเห็นแบบนั้น ซาลาห์ ก็ตรงเข้าไปตำหนิอันธพาลกลุ่มนั้นทันที โดยบอกไปว่าสักวันหนึ่งพวกเขาอาจจะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์แบบเดียวกับ เคร็ก ก็ได้ ซึ่งหลังจากไล่อันธพาลกลุ่มดังกล่าวไปได้แล้วนั้นดาวเตะชาวอียิปต์ก็ตรงไปที่ตู้เอทีเอ็มแล้วถอนเงินมา 100 ปอนด์ (ประมาณ 4,000 บาท) เพื่อนำไปมอบให้ เคร็ก

    ทั้งนี้ เคร็ก เผยว่าตนประทับใจกับการกระทำของ ซาลาห์ มากๆ พร้อมยกย่องอีกฝ่ายว่าเป็นฮีโร่ในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย "โม ทำตัวนอกสนามได้วิเศษพอๆ กับตอนลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในสนาม เขาได้ยินกลุ่มอันธพาลพูดบางอย่างกับผม จากนั้นเขาก็หันไปหาคนกลุ่มนั้นแล้วบอกว่า -อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้พวกแกอาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกันก็ได้นะ- ผมมารู้ตัวว่าผมไม่ได้ฝันไปก็ตอนที่ โม ยื่นเงิน 100 ปอนด์ให้กับผม เขาเป็นตำนานที่แท้จริง"

    "เขาเห็นว่ามีอันธพาลมาพูดล้อเลียนผม พวกเขาเรียกชื่อผม ถามผมว่าทำไมผมถึงมาเป็นขอทาน และไล่ให้ผมไปหางานทำ แต่เขาก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วพูดบางอย่างกับพวกเขา ก่อนที่จะไปยังตู้กดเงิน ผมยิ่งกว่าดีใจซะด้วยซ้ำ ผมเป็นแฟนตัวยงของเขา ในสายตาของผม โม เป็นฮีโร่ในความเป็นจริง และผมก็อยากจะขอบคุณเขาสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น"

    สำหรับ ซาลาห์ นั้น แสดงให้เห็นอยู่หลายครั้งว่าเป็นนักเตะที่ใจบุญสุดๆ อย่างเช่นการจ่ายเงินช่วยพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองจนทำให้ที่นั่นมีโรงพยาบาลกับโรงเรียนที่ดี เป็นต้น

เต็มสิบ3ราย!สื่อดังตัดเกรด25แข้งที่”เจอร์เก้น คล็อปป์”เซ็นร่วมทัพลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดโค้ชชาวเยอรมัน ก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015… นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วม 5 ปีแล้ว ที่ คล็อปป์ เป็นกุนซือใหญ่ในถิ่น แอนฟิลด์ โดยในทัพ "หงส์แดง" ชุดปัจจุบัน มีเพียงแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดิว็อค โอริกี้ เท่านั้น ที่อยู่กับสโมสรก่อนที่ โค้ชเลือดเบียร์วัย 53 กะรัต จะเข้ามา
           ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีนักเตะ 25 รายที่ถูก คล็อปป์ คว้าตัวเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีหลายคนที่ไปได้สวยมากๆ แถมเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ก็มีบางรายเช่นกันที่ล้มเหลว และไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้ และล่าสุด เดลี่ สตาร์ สื่อดังเมืองผู้ดี ได้มีการตัดเกรด 25 ผู้เล่นที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์

 – คามิล กราบาร่า (ค่าตัว 250,000 ปอนด์, จาก รุค คอร์ซอฟ ปี 2016) : 4
  นายประตูเลือดโปล เข้ามาร่วมก๊วน ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ยังคงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ (ปัจจุบันถูก อาร์ฮุส ยืมตัวไปใช้งาน)

 – ลอริส คาริอุส (ค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์, จาก ไมนซ์ 05 ปี 2016) : 4
  นายด่านหน้าหล่อชาวเยอรมัน ถูกคาดหวังไว้สูงไม่น้อยตอนย้ายมาใหม่ๆ แต่สุดท้ายกลับมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำทั้งสำหรับ ลิเวอร์พูล และ คาริอุส ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กัน เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ เมื่อปี 2018 (ปัจจุบันถูก อูนิโอน เบอร์ลิน ยืมตัวไปใช้งาน)

 – มาร์โค กรูยิช (ค่าตัว 5.1 ล้านปอนด์, จาก เร้ดสตาร์ เบลเกรด ปี 2016) : 5
  ทรงบอลดีเลยทีเดียว แต่จนถึงตอนนี้ยังแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ไม่ได้ และถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวตลอด นับตั้งแต่ย้ายเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2016 (ปัจจุบันถูก ปอร์โต้ ยืมตัวไปใช้งาน)

 – สตีเว่น คอลเกอร์ (ยืมจาก ควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส, ปี 2016) : 5
  ถูกเซ็นเข้ามาในฐานะเซนเตอร์แบ็กสำรอง แต่ 3 จาก 4 เกมที่ลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" เขากลับถูกใช้งานเป็นกองหน้าจำเป็นซะงั้น (ปัจจุบันค้าแข้งในลีกตุรกีกับ อลันยาสปอร์)

 – อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ (ฟรี, ปี 2016) : 5
  โดนเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล แม้แต่นัดเดียว!!!

 – โดมินิค โซลันกี้ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก เชลซี ปี 2017) : 5
  เป็นกองหน้าที่มีแววดีเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแจ้งเกิดไม่ได้ และถูกขายให้กับ บอร์นมัธ เมื่อปีที่แล้ว

 – เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ค่าตัว 1.3 ล้านปอนด์, จาก ซโวลล์ ปี 2019) : 5
  ปราการหลังดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ถูกคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อปีก่อน และเพิ่งได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าแค่ 4 นัดเท่านั้น (เกมบอลถ้วยล้วนๆ) ส่วนอนาคตของเจ้าตัวก็ต้องลุ้นกันต่อไป

 – อาเดรียน (ฟรี, ปี 2019) : 5
  เปิดตัวได้สวยด้วยการช่วย ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 มาครอง แต่หลังจากนั้นมีชอตผิดพลาดง่ายๆ ให้เห็นตลอด ซึ่งก็รวมถึงเกมล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่ "หงส์แดง" บุกไปพ่ายยับต่อ แอสตัน วิลล่า 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 – ทาคุมิ มินามิโนะ (ค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์, จาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2020) : 5
  ผลงานโดยส่วนตัวของ สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปี ซึ่งถูกคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพช่วงกลางซีซั่นที่แล้ว ถือว่าดีขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาลนี้ แต่ยังคงรอคอยประตูแรกในเกม พรีเมียร์ลีก อยู่

 – ดิโอโก้ โชต้า (ค่าตัว 45 ล้านปอนด์, จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ปี 2020) : 5
  ปีกทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี เพิ่งถูกเซ็นเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และก็ทำได้แล้ว 1 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด ดูทรงแล้วคะแนนน่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต

 – คอสตาส ซิมิคาส (ค่าตัว 11.75 ล้านปอนด์, จาก โอลิมเปียกอส ปี 2020) : 5
  เป็นอีกคนที่ถูกดึงมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และเพิ่งลงเล่นไปแค่นัดเดียวเท่านั้น

 – รักนาร์ คลาวาน (ค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์, จาก เอาก์สบวร์ก ปี 2016) : 6
  ผลงานและฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่น แต่ ปราการหลังทีมชาติเอสโตเนียวัย 34 ปี ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปถึง 53 นัด ทำได้ 2 ประตู ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลในถิ่น แอนฟิลด์ (ปัจจุบันค้าแข้งกับ กายารี่)

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ (ค่าตัว 12.85 ล้านปอนด์, จาก สโต๊ค ซิตี้ ปี 2018) : 6
  ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์วัย 28 ปี มีผลงานที่ขึ้นๆ ลงๆ แม้มีโมเมนต์ที่น่าจดใจ แต่ก็มีช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาบาดเจ็บที่รุมเร้า จนลงเล่นแค่ 11 นัดเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก ฟูแล่ม ปี 2019) : 6
  เจ้าหนูวัย 17 ปี ถูกซิวตัวมาร่วมก๊วนเมื่อปีที่แล้ว แม้รวมๆ แล้วเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 9 นัด แต่ดูมีอนาคตที่ดีไม่น้อย

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก บาเยิร์น มิวนิค ปี 2020) : 6
  แม้เพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่นัดเดียวก่อนติด "โควิด-19" แต่ดูทรงบอลแล้ว น่าจะไปได้สวยทีเดียวกับ ลิเวอร์พูล

 – โฌแอล มาติป (ฟรี, ปี 2016) : 7
  อาจมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปราการหลังร่างโย่งชาวแคเมอรูนวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญไม่น้อยกับความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ค่าตัว 35 ล้านปอนด์, จาก อาร์เซน่อล ปี 2017) : 7
  คล้ายๆ กับในรายของ มาติป ที่มีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ แต่ก็มีความสำคัญต่อทีมไม่น้อย ซึ่งก็เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าตัวคงจะถูก คล็อปป์ ส่งลงเล่นสม่ำเสมอกว่านี้ หากร่างกายฟิตสมบูรณ์

 – นาบี เกอิต้า (ค่าตัว 52.75 ล้านปอนด์, จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ปี 2018) : 7
  ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานพอสมควร แถมเจอปัญหาบาดเจ็บกวนใจ แต่ก็มีหลายเกมที่ กองกลางทีมชาติกีนีวัย 25 ปี ทำผลงานได้ดี ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งแฟนบอล ลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ต่างคาดหวังผลงานที่ดีกว่านี้อีกจากเจ้าตัว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ปี 2016) : 9
  บางเกมอาจเล่นไม่โดดเด่น แต่โดยรวมแล้ว มิดฟิลด์ชาวดัตช์วัย 29 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อน และด้วยค่าตัวแค่ 25 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับ "หงส์แดง"

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (ค่าตัว 10 ล้านปอนด์, จาก ฮัลล์ ซิตี้ ปี 2017) : 9
  น้อยคนนักที่จะรู้จักเขาตอนย้ายมาใหม่ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ผลงานตลอดช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์วัย 26 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายตัวท็อปๆ ของโลกเรียบร้อย

 – ฟาบินโญ่ (ค่าตัว 39.3 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โมนาโก ปี 2018) : 9
  ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม แถมบางเกมลงไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กด้วย และแน่นอนว่า มิดฟิลด์ตัวรับเลือดแซมบ้าวัย 26 ปีคนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนที่นำความสำเร็จกลับสู่รัง แอนฟิลด์
 
 – อลีสซง เบ็คเกอร์ (ค่าตัว 65 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2018) : 9
  เขาได้นำความเยือกเย็นและความเหนียวแน่นกลับสู่หน้าประตู มีชอตเซฟยากๆ ให้เห็นเป็นประจำ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตอนนี้ อลีสซง คือหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับโลก 

 – ซาดิโอ มาเน่ (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2016) : 10
  นี่คือแข้งบิ๊กเนมรายแรกที่ ลิเวอร์พูล ดึงเข้ามาในยุค คล็อปป์ และถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สุดคุ้มค่าสำหรับสโมสรด้วย เพราะ มาเน่ เป็นกำลังหลักในแนวรุกที่ทีมขาดไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งผลงานกระทุ้ง 84 ประตู จาก 174 เกม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นอย่างดี

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2017) : 10
  อาจมีบางเกมที่เล่นขัดใจแฟนบอลไปบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสุดยอดของ ซาลาห์ เพราะผลงานทำ 99 ประตู จาก 158 เกม ได้ยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า เขาคือดาวยิงความหวังสูงสุดของทีม
 
 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ค่าตัว 75 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2018) : 10
  ตอนแรกหลายๆ คนมองว่า ดีลของ ฟาน ไดค์ เป็นการลงทุนที่ฟุ่มเฟือย แต่ผลงานตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จแบบต่อเนื่องของ ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของสโมสร ขณะที่ ปราการหลังชาวดัตช์วัย 29 ปี ก็ได้รับการซูฮกให้เป็นสุดยอดเซนเตอร์แบ็กคนหนึ่งของโลกลูกหนังยุคนี้

แมนยูปาดเหงื่อ!หงส์,เสือเล็งปาดหน้าสอย “ซานโช่”

สองยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรป เตรียมเร่งเครื่องเต็มสปีดเพื่อหวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หลังแผนการซบตัก "ผีแดง" ล้มเหลวไม่เป็นท่าในตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรกปี 2020
              บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล สองสโมสรยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป เตรียมปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระชากตัว เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 จากการเปิดเผยของ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังระดับโลก

            "ปีศาจแดง" ไม่เคยปกปิดว่าพวกเขาอยากได้ ซานโช่ จากทัพ "เสือเหลือง" อย่างมาก แต่ติดอยู่แค่ต้นสังกัดของนักเตะต้องการค่าตัวสูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเยอะมากเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินแมนฯ ยูไนเต็ด

             อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" ยังคาดหวังที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เนื่องจากมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ซึ่งประทับใจในผลงานของ ซานโช่ มานานแล้ว พร้อมที่จะกระชากนักเตะมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

            ส่วนรายละเอียดในรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นตัวเลือกที่นักเตะชื่นชอบมาตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ซานโช่ ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มใจที่จะย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากการเจรจาสามารถตกลงกันได้

            ขณะที่ บาเยิร์น เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากมีสตาร์ดังหลายคนของทัพ "เสือเหลือง" มักจะย้ายข้ามฝากไปเล่นให้กับ "เสือใต้" มาแล้วหลายคน โดยเจ้าของทริปเบิลแชมป์ฤดูกาล 2019/2020 เพิ่งจะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ และ ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส แต่ ซานโช่ เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งของเขาแถมอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

เร้ดแน็ปป์ฟันธงสเปอร์สมีดีพอลุ้นแชมป์ลีก

แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ระบุ สเปอร์ส มีศักยภาพดีพอที่จะได้แชมป์ลีกในซีซั่นนี้ โดยเสริมว่า "ไก่เดือยทอง" มีตัวเลือกในทุกตำแหน่งให้ใช้งานมากพอด้วย

แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือว่างงานคนดัง แสดงความเชื่อว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีโอกาสที่จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ไปครอง

หลังจากออกสตาร์ตในลีกด้วยการแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 แล้วนั้น สเปอร์ส ก็เก็บชัยชนะได้ 2 เกมกับเสมออีก 1 หนในเกมลีก 3 นัดต่อมา โดยล่าสุดพวกเขาก็เพิ่งบุกไปถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 6-1 ได้ถึงสนาม โอลด์ แทร็ฟอฟร์ด ด้วย โดยตอนนี้พวกเขาอยู่ในอันดับ 6 ของตารางคะแนน

เร้ดแน็ปป์ ซึ่งเคยคุม สเปอร์ส กล่าวระหว่างไปออกรายการของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า "ถ้าคุณถามผมน่ะนะ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าพวกเขาจะติดท็อปโฟร์ได้ ที่จริงผมคิดว่าพวกเขาอาจจะได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำ ผมรู้ดีว่าหลายคนอาจจะคิดว่าผมเพี้ยนไปแล้ว แต่ลองดูขุมกำลังของพวกเขาสิ มันดูเหมือนว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่โอกาสการเป็นแชมป์มันเปิดกว้างมากกว่าเดิม ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์เป็นตัวอย่างก็ได้"

 "ผมบอกคุณเลยว่าพวกเขามีขุมกำลังที่ดีมากๆ พวกเขามีตัวเลือกที่เพียงพอในทุกตำแหน่ง มันเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งสุดๆ ถ้าจะมีทีมไหนที่พิชิต 2 ขาใหญ่ของลีก (ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้) ได้แล้วล่ะก็มันก็ต้องเป็นพวกเขานี่แหละ คุณลองไล่ดูขุมกำลังของพวกเขาดูสิ แนวรุกของพวกเขามีทั้ง ซน ฮึง-มิน, แฮร์รี่ เคน, แกเร็ธ เบล ให้ใช้งาน"

"ลองดูความแข็งแกร่งเชิงลึกของพวกเขาสิ พวกเขามีกองกลางให้ใช้งานเต็มไปหมด ส่วนด้านเกมรับพวกเขาก็มีแบ็กขวากับแบ็กซ้ายตำแหน่งละ 2 คน พวกเขาอาจจะเป็นทีมที่น่ากลังสุดๆ ได้เลย ผมคิดว่า ท็อตแน่ม จะเป็นทีมที่อันตรายสำหรับทุกทีมในฤดูกาลนี้ ผมยอมวางเงินเดิมพันเต็มที่ไม่ว่าอัตราต่อรองการเป็นแชมป์ของพวกเขาจะอยู่ที่เท่าไหร่ก็ตาม ถ้าจะมีใครที่ทำอย่างนั้นได้ (คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครอง) แล้วเนี่ย มันก็อาจจะเป็น สเปอร์ส ก็ได้"

 

อดีตนายทวารทีมชาติอังกฤษ แนะ ลิเวอร์พูล รีบดึง แจ็ค บัตแลนด์ แก้วิกฤต

      พอล โรบินสัน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ออกโรงแนะนำให้ ลิเวอร์พูล รีบจัดการคว้าตัว แจ็ค บัตแลนด์ นายด่านจอมหนึบของ สโต๊ค ซิตี้ มาแก้วิกฤตหลังจากมือหนึ่งอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ บาดเจ็บยาว จากรายงานของ express.co.uk เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563

        จากผลบอล พรีเมียร์ลีก ที่ แอสตัน วิลล่า เปิดบ้านไล่ถล่ม ลิเวอร์พูล ไปแบบไม่ไว้หน้าแชมป์เก่า 7-2 ส่งผลให้ หงส์แดง ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของเกมรับ โดยเฉพาะนายทวารสำรองอย่าง อาเดรียน ที่ลงไปทำหน้าที่แทน อลิสซอน มือหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บต้องพักยาวอย่างน้อย 6 สัปดาห์

        ล่าสุด พอล โรบินสัน ได้ออกมาแนะนำให้ ลิเวอร์พูล รีบดึง แจ็ค บัตแลนด์ นายทวารแชมเปี้ยนชิพ แต่ดีกรีทีมชาติอังกฤษ เข้ามาแก้ปัญหานี้ ก่อนที่ตลาดนักเตะในอังกฤษจะปิดตัวลง "ถ้าหาก อลิสซอน ต้องพักนานขนาดนั้น ลิเวอร์พูล จะต้องพิจารณาเรื่องนี้แล้ว"

        "ในขณะที่ตลาดนักเตะภายในประเทศยังคงเปิดอยู่ (ถึงวันที่ 16 ตุลาคม) เราอาจเห็น ลิเวอร์พูล ทำธุรกิจบางอย่าง มีผู้รักษาประตูฝีมือดีมากมายที่ไม่ได้เล่นฟุตบอลในระดับสูง"

        "ผมมองว่า ลิเวอร์พูล ควรเซ็นสัญญากับ แจ็ค บัตแลนด์ ในข้อตกลงระยะสั้น พวกเขาต้องการผู้รักษาประตูแบบนี้ ซึ่งเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในเกมใหญ่มาแล้ว นี่แหละเหมาะสุด ๆ"

มินามิโนะ,โจนส์โชว์ออฟ!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลหลังบุกกระซวกลินคอล์น

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไม่มีปัญหาในการตบเท้าเข้าสู่รอบสี่ศึก คาราบาว คัพ หลังบุกไปยำ ลินคอล์น ซิตี้ สโมสรจาก ลีก วัน ถึงบ้าน 7-2 ในเกมรอบสาม เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้เกมนี้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้บริการแข้งตัวสำรอง+ดาวรุ่งเป็นหลัก แต่ก็มีดีพอที่จะเก็บชัยชนะได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะ ทาคุมิ มินามิโนะ กับ เคอร์ติส โจนส์ ที่เล่นได้แจ่มมากๆ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนที่ลงเล่นแมตช์นี้  
 – อาเดรียน : 6.5
  แทบไม่ต้องทำอะไรมากช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเด่นทีเดียว เพราะมีโชว์เซฟสวยๆ หลายครั้ง ทว่ามาเสียท่าที่ออกมาไม่ดีในจังหวะเสียลูกที่สอง

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 6.5
   เข้าถึงบอลก่อนคู่แข่งได้แทบตลอด แต่ก็มีปัญหาบางอย่างที่จะต้องปรับปรุงเรื่องเกมรับ ซึ่งก็ต้องพัฒนากันต่อไป

 – รีส วิลเลี่ยมส์ : 7
  เล่นดูมีชั้นเชิงเลยทีเดียว มีความมั่นใจ และมีส่วนร่วมกับประตู 3-0 ที่วางบอลยาวสุดแม่นให้ โอริกี้ โหม่งชงให้ โจนส์ จบสกอร์ 

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
  เจองานไม่หนักมาก ช่วยคุมแนวรับได้อย่างสบายๆ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก


 

 – คอสตาส ซิมิคาส : 7
  นี่คือเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกในสีเสื้อ "หงส์แดง" ของแบ็กซ้ายชาวกรีซ อาจไม่โดดเด่น แต่ทำได้ดีในการช่วยเติมเกมรุก แถมขยันดีเยี่ยม
 
 – มาร์โค กรูยิช : 7
  โดยรวมคุมแดนกลางได้โอเค แถมมีชื่อเป็นคนทำประตูด้วยในลูก 6-1

 – เคอร์ติส โจนส์ : 8
  ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ มีชั้นเชิงในการเล่น และทำสองประตูได้อย่างสุดสวย ดูแล้วสามารถเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมได้แบบยาวๆ

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ : 7
  ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้สองประตู แถมมีการเล่นที่ฉลาดในหลายจังหวะ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ : 7.5
  ยิงฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 และโดยรวมถือว่าเล่นได้โดดเด่นทีเดียวกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลาง

 – ทาคุมิ มินามิโนะ : 8.5
  โดดเด่นอย่างแรงสำหรับดาวเตะชาวญี่ปุ่น เพราะนอกจากยิงสองตุงแล้ว ยังทุ่มเทสุดๆ ขยันวิ่งไล่บอล และปิดท้ายด้วยการแอสซิสต์ให้ โอริกี้ ยิงประตู 7-2

 – ดิว็อค โอริกี้ : 7
  แม้เป็นคนโหม่งแอสซิสต์ให้ โจนส์ ทำประตู 3-0 แต่โดยรวมมีเกมที่ค่อนข้างเงียบ จนกระทั่งเป็นคนจบสกอร์ 7-2 ในนาทีสุดท้าย

สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ฟาบินโญ่ (แทน ฟาน ไดค์ น. 46) : 6
  ช่วยประคองเกมรับแทน ฟาน ไดค์ ช่วงครึ่งหลัง แทบเกือบทำประตูได้จากลูกฟรีคิก

 – ดิโอโก้ โชต้า (แทน เอลเลียตต์ น. 57) : 6
  ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีสกอร์เหมือนกัน

 – นาบี เกอิต้า (แทน ชากิรี่ น. 75) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้