คิดแล้วเสียดาย! “โคล” สุดมั่นถ้า “ฟาน ไดค์” เจอตนสมัยค้าแข้งรับรองไม่ได้เกิด

แอนดี้ โคล อดีตกองหน้าระดับตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจว่าตนสามารถทำให้ เวอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังลิเวอร์พูลเจอกับฝันร้าย ถ้าได้ดวลกันสมัยที่ตนเองยังค้าแข้งอยู่

"ฟาน ไดค์ ถือเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม แต่สำหรับผม ผมชอบดวลกับผู้เล่นแบบเขา ผมรู้สึกว่าผมต้องเล่นงานเขาให้ได้ คุณต้องการทดสอบตัวเองกับสิ่งที่ดีที่สุด และเขาก็ถือว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในขณะนี้ แต่ผมชอบมองไปที่กองหลัง และหาจุดอ่อนในตัวพวกเขา และเราได้เห็นจาก ฟาน ไดค์ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา"

"ผมดูเขาเล่นในเกมเปิดฤดูกาลกับ ลีดส์ และกองหน้าที่ทำให้เขามีปัญหาคือคนที่วิ่งสอดมาจากข้างหลังเขา ซึ่งพวกเขายิงได้สามประตูในวันนั้น และ ฟาน ไดค์ ก็ดูไม่มีความสุขกับประสบการณ์แบบนี้เลย"

"เขาเป็นกองหลังระดับหรูแบบรถโรลส์รอยซ์ แต่เขาไม่ชอบวิ่งไล่คู่แข่งที่สอดมาข้างหลังเขา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมมักทำประจำ เมื่อตอนที่ผมอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ดังนั้น ผมอาจจะเป็นฝันร้ายสุดๆสำหรับเขาถ้าหากเราได้ดวลกัน"

เสียหายแค่ไหน?นักข่าวดังเผยความคืบหน้าอาการเจ็บฟานไดค์

เดวิด ออร์นสไตน์ เหยี่ยวข่าวของอังกฤษ ระบุ อาการเดี้ยงของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง ลิเวอร์พูล เลวร้ายกว่าที่คิดกันในตอนแรก โดยยังไม่รู้ว่าเขาจะรับการผ่าตัดเมื่อไหร่ด้วย
    เดวิด ออร์นสไตน์ นักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือสูงของประเทศอังกฤษเปิดเผยว่าอาการบาดเจ็บตรงหัวเข่าของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล มันรุนแรงกว่าที่คิดกันเอาไว้

    ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ที่ ลิเวอร์พูล ออกไปเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ฟาน ไดค์ โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 11 หลังจากโดน จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวารของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" พุ่งกระแทกใส่อย่างรุนแรง โดยตอนแรกมีการระบุว่าอาการบาดเจ็บของเขาอยู่ตรงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า จนทำให้เชื่อกันว่าเขาน่าจะต้องพักหลายเดือน รวมถึงถ้าเลวร้ายที่สุดคืออาจจะต้องอดลงเล่นตลอดทั้งซีซั่นนี้

    ออร์นสไตน์ เผยว่า "ในแง่ของอาการบาดเจ็บนั้น คือผมรู้มาว่า ต้องย้ำก่อนนะว่านี่เป็นเพียงข้อมูลที่ผมได้รับมา มันไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ความเสียหายตรงเข่าขวาของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ อาจจะเลวร้ายกว่าที่กลัวกันในตอนแรก และอาจจะเป็นมากกว่าแค่ตรงเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า"

    "คือผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ดังนั้นมันก็คงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่ที่จะมาจุดประเด็นข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปมากกว่านี้ หรือพูดรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ แต่ผมก็แค่อยากแบ่งปันข้อมูลที่ได้รับมา และมันอาจจะหมายความว่าเราจะไม่ได้เห็น ฟาน ไดค์ กลับมาเล่นในสนามจนกว่าจะถึงฤดูกาลหน้า ตอนนี้เขาจะรับการผ่าตัด ซึ่งเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะมีขึ้นเมื่อไหร่ เรื่องนั้นมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ฟาน ไดค์ และคนที่ใกล้ชิดกับเขา"

อาเดรียนเพี้ยนหนัก! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดบุกโดนวิลล่ากระซวกเละ

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผลการแข่งขันออกมาผิดความคาดหมายเหลือเกินเมื่อแชมป์เก่าอย่าง "หงส์แดง" บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า จัดหนักถึง 7-2 แนวรับของทีมผลัดกันก่อความผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตู, แบ็ก หรือเซนเตอร์แบ็ก แต่ยังพอมีแนวรุกหนึ่งคนที่สามารถพึ่งพาการจบสกอร์ของเขาได้ และนี่คือผลสอบของแข้งลิเวอร์พุลในเกมพ่ายยับต่อ "สิงห์ผงาด"

อาเดรียน 2

เริ่มต้นเกมด้วยการจ่ายบอลพลาดจนเสียประตูแรก หลังจากนั้นก็ดูเสียความมั่นใจไปมากก่อนโดนรัวอีกหลายเม็ดซึ่งบางประตูคงโทษเขาไม่ได้แต่ตลอดเกมมีทั้งออกมาตัดบอลพลาดและยังดูลุกลี้ลุกลนตลอดเวลาด้วย

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ 4

จ่ายบอลเสียบ่อยครั้ง โดน แจ็ค กรีลิช เผาเครื่องตลอดทั้งเกม ปล่อยพื้นที่ให้นักเตะวิลล่าเล่นง่าย ประตูที่สองโดนจ่ายตัดหลังแบบง่ายดาย

โจ โกเมซ 3

เป็นฟอร์มที่ย่ำแย่ของเจ้าตัวอีกครั้ง วัตกินส์ ทำให้เขาเจอกับฝันร้าย ประตูที่สองรับผิดไปเต็มหลังเจอล็อกหลบเข้าไปยิงประตู ยืนตำแหน่งผิดพลาดไปหมด

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 4

อาจไม่ได้ก่อความผิดพลาดโดยตรงแต่ก็มีส่วนพลาดในการจัดระเบียบเกมรับที่เกมนี้ค่อนข้างเละเทะทีเดียว โชคร้ายที่บอลแฉลบเขาจนเสียประตูที่สาม จ่ายบอลพลาดอยู่หลายครั้ง

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5.5

เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฟอร์มค่อนไปทางดี ทุกประตูที่เสียไม่ได้เป็นความผิดของเขา เติมเกมรุกสร้างอันตรายได้ตลอด เกือบยิงประตูได้แต่ติดเซฟของ มาร์ติเนซ

นาบี เกอิต้า 5

ขยับเข้าพื้นที่อันตรายบ่อยครั้งแต่มักจะตัดสินใจผิดพลาด มีส่วนกับประตูที่ ซาลาห์ ยิงได้ โดยรวมไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่กองกลางลิเวอร์พูลต้องการมากกว่านั้น

ฟาบินโญ่ 4

เป็นส่วนหนึ่งในกองกลางที่หยุดเกมสวนกลับไม่อยู่ ไม่ได้ช่วยให้ทีมครองบอลบุกมากนัก ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายโดนจับไปเล่นเซนเตอร์แบ็ก

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คในแดนกลางเลย มีจ่ายบอลสวยแค่ครั้งเดียวในครึ่งแรกที่เหลือตลอดเกมก็แทบหายตัว โผล่มาอีกทีคือตอนตัดบอลแดนกลางจนเป็นที่มาของประตูที่ซาลาห์ยิง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 7

ในเกมที่ไม่มี มาเน่ ดาวยิงชาวอียิปต์กลับมาฉายแสงอีกครั้งหลังจบสกอร์อย่างยอดเยี่ยมทั้งสองประตู รับแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของทีม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 4

มีโอกาสง้างยิงประตูช่วงต้นเกมแต่ติดเซฟของ มาร์ติเนซ ทำให้อดได้ประตูตีเสมอ ทว่าบทบาทน้อยมากแถมยังจับบอลและจ่ายบอลขาดๆเกินๆตลอด

ดิโอโก้ โชต้า 5.5

เป็นแนวรุกที่โดดเด่นที่สุดในครึ่งแรก เจาะเกมรับคู่แข่งได้ดี และมีส่วนร่วมกับประตูที่ยิงได้ เกือบชิพเข้าประตูสุดสวยด้วย ทว่าครึ่งหลังฟอร์มดร็อปลงไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ทาคูมิ มินามิโนะ 4 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.46)

ลงมาแล้วไม่ได้มีผลกับเกมมากนัก

เคอร์ติส โจนส์ 4 (ลงมาแทน โจ โกเมซ น.61)

เกมแดนกลางดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้สร้างความแตกต่างมาก

เจมส์ มิลเนอร์ 4 (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.68)

ลงมาตอนที่สกอร์ขาดลอยแล้ว

 

ลัลลาน่าเปิดบทสนทนากับคล็อปป์ก่อนลาลิเวอร์พูล

ขอบคุณบอส! อดัม ลัลลาน่า เปิดบทสนทนากับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตอนก่อนอำลา ลิเวอร์พูล มาเล่นให้ ไบรท์ตัน เผยเจ้านายเป็นคนตรงไปตรงมา และอยากให้ตัวเองได้ลงเล่นเป็นประจำ

อดัม ลัลลาน่า กองกลาง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เปิดเผยว่า ตัวเองได้พูดคุยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ถึงเรื่องการอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ก่อนที่จะได้ย้ายมาอยู่กับ "เจ้านกนางนวล" ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ลัลลาน่า วัย 32 ปี ที่เล่นให้ "หงส์แดง" มา 6 ปี เผยผ่าน บีบีซี เรดิโอ ไฟฟ์ ไลฟ์ ว่า "ผมจะบอกข้อมูลเชิงลึกให้คุณฟังบ้างว่า ผมได้คุยกับ เจอร์เก้น เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว เรานั่งคุยกันอย่างเปิดอก พวกเรามีความสัมพันธ์ที่ดี และผมก็แค่พูดว่า "ผมจะเป็นอย่างไรในปีหน้า? "

"ผมรู้ว่า ตัวเองกำลังจะหมดสัญญา และรู้ว่า ไม่ได้ลงสนามเป็นประจำ แม้ผมยังมีส่วนสำคัญในทีม แต่ผมต้องการความตรงไปตรงมา ขณะที่เขาก็บอกผมตรงๆ ว่า "ให้เอเยนต์ของนายเริ่มมองหาทีมใหม่ได้เลยนะ" นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม หรือเขาจะไม่ใช้งานผม"

"จากนั้นอีก 4 วันต่อมาเขาก็ดึงผมติดทีมไปเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และผมก็ทำประตูตีเสมอ ผมคิดว่า มันแสดงให้เห็นว่า เจอร์เก้น เป็นคนอย่างไร เขาเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เขาบอกผมว่า ผมสมควรได้ลงเล่นมากกว่านี้ และสมควรมีเวลาในสนามมากขึ้น"

"เขาไม่สามารถให้สิ่งนั้นกับผมได้ จากนั้นผมก็ได้รับคำอวยพรจากเขาและสโมสรในการให้เอเยนต์ของผมไปพูดคุยเพื่อหาทีมใหม่สำหรับฤดูกาลหน้าซึ่งมันก็คือซีซั่นนี้นี่เอง" ลัลลาน่า ทิ้งท้าย

เจ้าของลิเวอร์พูลคุยบริษัทดังหวังทำเอฟเอสจีเป็นบริษัทมหาชน

จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล กำลังพยายามจะทำให้ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เป็นบริษัทมหาชนด้วยการเจรจากับ เร้ดบอล แอ็คคิวส์ซิชชั่น คอร์ป บริษัทด้านการซื้อหุ้นร่วมกิจการในวงการกีฬา โดยจะทำให้เขามีมูลค่ารวม 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ นักธุรกิจชาวอเมริกันซึ่งเป็นเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล กำลังเจรจากับ เร้ดบอล แอ็คคิวส์ซิชชั่น คอร์ป บริษัทด้านการซื้อหุ้นร่วมกิจการในวงการกีฬา เพื่อที่จะให้บริษัทดังกล่าวเข้ามาควบรวมกับ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป บริษัทของ เฮนรี่ เอง จนทำให้ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เป็นบริษัทมหาชน ตามรายงานของ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล สื่อด้านการเงินชื่อดัง

สำหรับ เร้ดบอล นั้น เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่งระดมทุนเป็นเงิน 575 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 17,825 ล้านบาท เพื่อไล่ซื้อธุรกิจในวงการกีฬา, สื่อด้านกีฬา และทีมงานวิเคราะห์ข้อมูลด้านกีฬา โดยถ้าหากมีการทำข้อตกลงกันแล้วก็จะทำให้ เฮนรี่ มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 248,000 ล้านบาท โดยนี่เป็นการนับรวมหนี้แล้วด้วย

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า เร้ดบอล วางแผนที่จะควักเงินอีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 31,000 ล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้นของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ด้วย แต่จำนวนหุ้นจะไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์ โดยตอนนี้การเจรจายังอยู่ในขั้นต้นเท่านั้น และยังมีโอกาสที่ดีลจะล่มได้อยู่

มินามิโนะ,โจนส์โชว์ออฟ!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลหลังบุกกระซวกลินคอล์น

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไม่มีปัญหาในการตบเท้าเข้าสู่รอบสี่ศึก คาราบาว คัพ หลังบุกไปยำ ลินคอล์น ซิตี้ สโมสรจาก ลีก วัน ถึงบ้าน 7-2 ในเกมรอบสาม เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้เกมนี้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้บริการแข้งตัวสำรอง+ดาวรุ่งเป็นหลัก แต่ก็มีดีพอที่จะเก็บชัยชนะได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะ ทาคุมิ มินามิโนะ กับ เคอร์ติส โจนส์ ที่เล่นได้แจ่มมากๆ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนที่ลงเล่นแมตช์นี้  
 – อาเดรียน : 6.5
  แทบไม่ต้องทำอะไรมากช่วงครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเด่นทีเดียว เพราะมีโชว์เซฟสวยๆ หลายครั้ง ทว่ามาเสียท่าที่ออกมาไม่ดีในจังหวะเสียลูกที่สอง

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 6.5
   เข้าถึงบอลก่อนคู่แข่งได้แทบตลอด แต่ก็มีปัญหาบางอย่างที่จะต้องปรับปรุงเรื่องเกมรับ ซึ่งก็ต้องพัฒนากันต่อไป

 – รีส วิลเลี่ยมส์ : 7
  เล่นดูมีชั้นเชิงเลยทีเดียว มีความมั่นใจ และมีส่วนร่วมกับประตู 3-0 ที่วางบอลยาวสุดแม่นให้ โอริกี้ โหม่งชงให้ โจนส์ จบสกอร์ 

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
  เจองานไม่หนักมาก ช่วยคุมแนวรับได้อย่างสบายๆ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก


 

 – คอสตาส ซิมิคาส : 7
  นี่คือเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกในสีเสื้อ "หงส์แดง" ของแบ็กซ้ายชาวกรีซ อาจไม่โดดเด่น แต่ทำได้ดีในการช่วยเติมเกมรุก แถมขยันดีเยี่ยม
 
 – มาร์โค กรูยิช : 7
  โดยรวมคุมแดนกลางได้โอเค แถมมีชื่อเป็นคนทำประตูด้วยในลูก 6-1

 – เคอร์ติส โจนส์ : 8
  ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ มีชั้นเชิงในการเล่น และทำสองประตูได้อย่างสุดสวย ดูแล้วสามารถเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมได้แบบยาวๆ

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ : 7
  ไม่ได้โดดเด่นมาก แต่ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้สองประตู แถมมีการเล่นที่ฉลาดในหลายจังหวะ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ : 7.5
  ยิงฟรีคิกสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 9 และโดยรวมถือว่าเล่นได้โดดเด่นทีเดียวกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลาง

 – ทาคุมิ มินามิโนะ : 8.5
  โดดเด่นอย่างแรงสำหรับดาวเตะชาวญี่ปุ่น เพราะนอกจากยิงสองตุงแล้ว ยังทุ่มเทสุดๆ ขยันวิ่งไล่บอล และปิดท้ายด้วยการแอสซิสต์ให้ โอริกี้ ยิงประตู 7-2

 – ดิว็อค โอริกี้ : 7
  แม้เป็นคนโหม่งแอสซิสต์ให้ โจนส์ ทำประตู 3-0 แต่โดยรวมมีเกมที่ค่อนข้างเงียบ จนกระทั่งเป็นคนจบสกอร์ 7-2 ในนาทีสุดท้าย

สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ฟาบินโญ่ (แทน ฟาน ไดค์ น. 46) : 6
  ช่วยประคองเกมรับแทน ฟาน ไดค์ ช่วงครึ่งหลัง แทบเกือบทำประตูได้จากลูกฟรีคิก

 – ดิโอโก้ โชต้า (แทน เอลเลียตต์ น. 57) : 6
  ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีสกอร์เหมือนกัน

 – นาบี เกอิต้า (แทน ชากิรี่ น. 75) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

ปืนแม่นซัดหงส์ร่วงกลางอากาศ ! ผ่า 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล พ่ายจุดโทษ อาร์เซน่อล

ลิเวอร์พูล โดน อาร์เซน่อล บุกมาถอนแค้นได้สำเร็จ โดยทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" เอาชนะจุดโทษ "หงส์แดง" 5-4 หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 0-0 ที่สนามแอนฟิลด์ ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดผู้เล่นชุดผสมผสานระหว่างนักเตะมากประสบการณ์, ดาวรุ่ง และแข้งสำรอง โดยแมตช์นี้เจ้าบ้าน และทีมเยือน สร้างโอกาสในการยิงประตูไม่ค่อยมากนัก แต่เกมก็ไม่ได้ดูน่าเบื่อจนเกินไป ที่สำคัญนักเตะดาวรุ่งหลายคนของทั้งสองทีม โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นและมีอนาคตสดใสรออยู่

ขณะที่ ดีโอโก้ โชต้า ดูเหมือนว่าจะปรับตัวเข้ากรับระบบการเล่นของ "เดอะ เร้ดส์" ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ ทาคูมิ มินามิโนะ ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ เนโก วิลเลี่ยมส์ และ รีส วิลเลี่ยมส์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน แบร์นด์ เลโน่ นายด่านอาร์เซน่อล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและคู่ควรกับคำว่าโกลระดับโลกแล้ว

1. มินามิโนะ ยิ่งเล่นยิ่งพัฒนา

ต้องยอมรับว่าเกมนี้แนวทางการเล่นของ ลิเวอร์พูล ที่เป็นสไตล์เฮฟวี่ เมทัล อย่างที่คอลูกหนังได้เห็นกันเป็นประจำไม่มีให้เห็นเลย แถมจะออกแนวป็อบที่ดูแล้วไม่น่าตื่นเต้นเร้าใจเท่าไหร่ ที่สำคัญโอกาสในการสร้างความหวาดเสียวใส่ อาร์เซน่อล ก็มีน้อยนิดเหลือเกิน

อย่างไรก็ตามหากจะมองหาผู้เล่น "หงส์แดง" ที่ทำผลงานได้น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด และเต็มไปด้วยการเล่นที่มุ่งมั่นนั่นก็คงหนีไม่พ้นฟอร์มของ ทาคุมิ มินามิโนะ โดย ดาวเตะชาวญี่ปุ่น มีส่วนในการเล่นเกมรุกของทีมอย่างมาก และมักจะยืนถูกที่ถูกเวลาเสมอ

มินามิโนะเกือบมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกครั้ง หลังจากที่ตามซ้ำจังหวะที่ ดีโอโก้ โชต้า โหม่งไปโดน แบร์นด์ เลโน่ ปัดออกมา แต่น่าเสียดายที่ดันแม่นคานไม่งั้นคงทำให้ ลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบทันที และจะช่วยให้ทีมลงมาเล่นครึ่งหลังได้สบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม   

อย่างไรก็ตามหากมองในแง่บวกเกมนี้ มินามิโนะ สามารถประสานงานกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โชต้า ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะความคล่องตัวและความไวของเขาสร้างความปั่นป่วนให้กับเกมรับ "เดอะ กันเนอร์ส" พอสมควร ฉะนั้น คล็อปป์ คงมองเห็นแล้วว่า ดาวเตะเลือดซามูไร เป็นทีเด็ดทีพร้อมลงสนามช่วยทีมในเกมพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอน
    
2.  เลโน่ ฮีโร่ของปืน

 สำหรับเกมนี้ อาร์เซน่อล ทำผลงานได้ดีพอสมควรซึ่งฟอร์มในแมตช์นี้คงทำให้ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม รู้สึกตื่นเต้นสุดๆ กับนักเตะดาวรุ่งที่ได้รับโอกาสลงสนาม ขณะที่ แบร์นด์ เลโน่ นายทวารชาวเยอรมัน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือโกลระดับโลกของจริง

เกมนี้นายด่านเลือดด๊อยท์ช ยืนตำแหน่งได้ดี มีความนิ่ง และยังรวดเร็วว่องไว โดยเซฟจังหวะสำคัญๆ ในครึ่งแรกช่วงทดเจ็บด้วยการพุ่งปัดลูกโหม่งระยะแค่ 10 หลาของ โชต้า เอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนที่ มินามิโนะ จะตามซ้ำบอลชนคานดังสนั่น

ยังไม่หมดแค่นั้นในครึ่งหลัง เลโน่ โชว์ซูเปอร์เซฟจากจังหวะยิงระยะเผาขนของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก่อนที่จะทำผลงานเหนียวหนึบอีกครั้งด้วยการป้องกันจังหวะยิงของ โชต้า นอกจากนี้ยังมีจังหวะโชว์นิ่งด้วยการเซฟลูกยิงของ เนโก วิลเลี่ยมส์ ได้อยู่หมัด

ขณะที่ในช่วงดวลจุดโทษตัดสิน เลโน่ ก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการอ่านทางบอลของคู่แข่ง และมีส่วนสำคัญในการนำ อาร์เซน่อล ทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อเซฟจังหวะการยิงของ ดิว็อค โอริกี้ และ แฮร์รี่ วิลสัน ได้เรียบวุธ ฉะนั้นคงไม่แปลกหากจะยกให้เขาเป็นนักเตะที่ฟอร์มเด่นที่สุดของ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเกมนี้

3.  โชต้า ฟอร์มสดสมราคา

แม้ว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูล จะจอดป้ายแค่รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ คล็อปป์ น่าจะยังยิ้มได้ก็คือฟอร์มการเล่นของ ดีโอโก้ โชต้า เพราะนักเตะเริ่มปรับตัวกับระบบการเล่นของ "หงส์แดง" ได้แล้ว และผลิตผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ โชต้า เพิ่งจะได้ลงเล่นเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีกให้กับ ลิเวอร์พูล พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นแม้จะลงสนามในช่วงท้ายเกมก็ตาม และยังยิงประตูได้ด้วย โดย กุนซือชาวเยอรมัน ตัดสินใจใช้งานเขาอีกครั้งในการเจอกับคู่ต่อกรเดิม และนักเตะก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

โชต้า เล่นได้อย่างโดดเด่นพยายามวิ่งหาตำแหน่ง และหาจังหวะยิงประตูได้พอสมควร ขณะเดียวกันก็ยังใช้ความสามารถเฉพาะตัวป่วนเกมรับของทีมเยือน ที่สำคัญเขามีโอกาสโหม่งจะๆ ในระยะ 10 หลา แต่น่าเสียดายที่ เลโน่ ปฏิกิริยาว่องไว ปัดได้ซะก่อน และยังมีโอกาสอีก 1-2 ครั้งแต่ก็ไม่ผ่านมือ โกลเลือดด๊อยท์ช

ผลงานของเขาในเกมนี้น่าจะเป็นการจุดประกายความหวังที่จะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง แม้ในเวลานี้อาจจะยากที่จะสอดแทรก 3 แนวรุก โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่ในอนาคตหากสามคนนี้ทำผลงานไม่คงเส้นคงวา มีสิทธิ์ที่จะโดน โชต้า แย่งตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ
   
4. ดับเบิลวิลเลี่ยมส์โชว์ฟอร์มสุดยอด

เนโก วิลเลี่ยมส์ กลับมาตั้งสติและโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในแมตช์นี้ หลังจากที่นักเตะเพิ่งจะโดนแฟนบอล "หงส์แดง" บางรายโจมตีอย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของเขาในช่วงที่ผ่านมา และแมตช์นี้เจ้าตัวพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีศักยภาพมากแค่ไหน

วิลเลี่ยมส์ ได้โอกาสลงประจำแบ็กขวาตั้งแต่ต้นเกม และทำผลงานได้โดดเด่นโดยเฉพาะจังหวะการเปิดบอลให้ โชต้า ยิงประตู แต่น่าเสียดายที่ไม่เข้า ในส่วนของเกมรับแมตช์นี้ ดาวเตะเลือดเวลส์ เล่นได้ดีไม่มีที่ติสามารถจัดการกับ บูคาโย่ ซาก้า กับ นิโกล่าส์ เปเป้ ได้อยู่หมัด

โดยจังหวะเกมรับที่โดดเด่นของ วิลเลี่ยมส์ ก็คือการวิ่งเข้ามาสกัดในเขตโทษก่อนที่ ซาก้า จะได้ง้างเท้ายิง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดและเต็มไปด้วยความมั่นใจของนักเตะ งานนี้ถือว่า วิลเลี่ยมส์ สามารถสอบผ่านเรื่องแรงกดดันได้แล้ว

ขณะที่ รีส วิลเลี่ยมส์ บอกเลยว่าเป็นกำลังเป็นศิษย์รักคนใหม่ของ คล็อปป์ เพราะผลงานของเขาถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากในการจับคู่กับ ฟาน ไดค์ ที่สำคัญนักเตะเล่นด้วยความเยือกเย็นทั้งๆ ที่อายุเพียง 19 ปีเท่านั้นแถมจัดการกับลูกโด่งได้ดีเยี่ยม ด้วยสถิติชนะดวลลูกกลางอากาศ 5 หน ซึ่งมากกว่าทุกคนในสนาม    

ฉะนั้น 2 ศรีวิลเลี่ยมส์ ซึ่งไม่ใช่พี่น้องกันแต่นามสกุลเหมือนกัน มีอนาคตสดใสภายใต้การปลุกปั่นของ คล็อปป์ และหากทั้งสองคนยังคงพัฒนาฝีเท้า รวมทั้งสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีโอกาสที่พวกเขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวหลักของทีมในอนาคตแน่นอน
 
5. ขุมกำลังเชิงรุก "หงส์แดง" น่าประทับใจ

หากตัดเรื่องความพ่ายแพ้ออกไป ต้องบอกเลยว่า ลิเวอร์พูล "ทีมสอง" ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมพอสมควร โดยเกมนี้ คล็อปป์ ตั้งใจที่จะใช้ผู้เล่นมากประสบการณ์ผสมผสานกับนักเตะดาวรุ่ง และผู้เล่นสำรอง ซึ่งทีมชุดนี้แสดงให้เห็นศักยภาพที่ใช้ได้เลยทีเดียว

โดยเฉพาะแผงกองกลาง ซึ่ง "เดอะ เร้ดส์" อุดมไปด้วยแข้งประสบการณ์ และมีศักยภาพชั้นยอด แต่งานนี้ คล็อปป์ ตัดสินใจให้โอกาส มาร์โก กรูยิช, แฮร์รี่ วิลสัน และ เคอร์ติส โจนส์ ได้ลงทำหน้าที่ประสานงานร่วมกัน ซึ่งทั้งสามคนก็โชว์ฟอร์มได้ดีไม่ทำให้นายใหญ่แดนไส้กรอกต้องผิดหวัง

ทั้งสามคนสามารถครองบอลได้นิ่ง, คุมพื้นที่ในแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม และยังสามารถกดดันแผนหลังของอาร์เซน่อลได้ตลอด โดยเฉพาะในรายของ กรูยิช ที่พัฒนาฟอร์มการเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยเขามีส่วนสำคัญในการเชื่อมเกม และพยายามผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลต่อเกมสูงทั้งรับและรุก สามารถแท็กเกิ้ลชนะถึง 5 ครั้ง พร้อมทั้งมีโอกาสลุ้นทำประตูด้วย

ฉะนั้นด้วยผลงานแบบนี้คงทำให้ คล็อปป์ พร้อมที่จะให้โอกาส กรูยิช ได้พิสูจน์ศักยภาพของตัวเองอีกแน่นอน แต่จะเป็นเกมไหน พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องจับตาดูกันต่อไป

 

 

 

 

 

มือขวาคล็อปป์จวกแฟนลิเวอร์พูลด่าวิลเลี่ยมส์รุนแรง

ตำหนิแฟนบอลของทีมบางส่วนที่เคยพูดจาร้ายๆ ใส่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กขวาดาวรุ่ง พร้อมบอกว่ารุ่นพี่ภายในทีมอย่างเช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คอยพูดให้กำลังใจ วิลเลี่ยมส์ ตลอดช่วงที่ผ่านมาด้วย

ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม ลูตัน ทาวน์ 7-2 นั้น มีจังหวะหนึ่งที่ วิลเลี่ยมส์ เสียการครองบอลจนนำไปสู่ประตูของ ลูตัน ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นเพียงประตูที่ทำให้เจ้าถิ่นตีไข่แตกได้พร้อมกับทำให้สกอร์กลายเป็น 5-1 แต่แข้งวัย 19 ปีก็โดน "เดอะ ค็อป" บางส่วนตำหนิอย่างหนักบนโลกออนไลน์ และเขาก็เหมือนจะเสียขวัญจากคำด่าเหล่านั้นเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์กับรูปหัวเพจ ทวิตเตอร์ ของตัวเองเป็นสีดำเลย

ลินเดอร์ส เผยว่า "มันไม่ใช่ธุระกงการของผมที่จะมาแสดงความเห็นเรื่องโซเชียลมีเดีย สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือการด่ากันแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิด ส่วนข้อสองน่ะนะ ถ้าคุณไม่หนุนหลังคนในทีมน่ะมันก็ไม่ถือว่าคุณเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล หรอก ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมันก็หมายความว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากน่ะคุณต้องคอยอยู่เคียงข้างคนอื่นๆ ด้วย"

 "สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็คือพวกเขา (นักเตะ) ต้องได้รับความรู้สึกว่าพวกเขายังได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่นแบบเต็มเปี่ยมถ้าหากมีคนมาพูดเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือพูดแบบผิดๆ เกี่ยวกับพวกเขา ที่จริงบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาเป็นคำพูดก็ได้ แต่สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากก็คือ เทรนท์ ได้พูดกับเขา, เฟอร์กิล ได้พูดกับเขา, ร็อบโบ้ ได้พูดกับเขา"

"นั่นคือวิธีที่เราคอยช่วยเหลือกันและกัน นั่นทำให้เราแตกต่างไปจากคนอื่น เราให้นักเตะในทีมไปคุยกับเขา เรามีผู้จัดการทีมที่คอยคุยกับเขา นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่าคุณไม่ควรหมกมุ่นกับทั้งคำชมหรือคำตำหนิมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำตำหนิมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะดาวรุ่งเลย (ถ้าหมกมุ่นกับมันมากเกินไป)"

ฮูแฟร์ยังไม่พอ!วูล์ฟส์เล็งคว้าแข้งลิเวอร์พูลเพิ่มอีก

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อจากเมืองผู้ดีรายงานข่าวว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ให้ความสนใจผู้เล่นจาก ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งราย หลังจากเพิ่งได้ตัว คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แนวรับดาวรุ่ง เข้ามาร่วมทีม

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส เพิ่งคว้าตัว คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แนวรับดาวรุ่งวัย 19 ปีจาก ลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัวเบื้องต้น 9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 360 ล้านบาท อีกทั้งเพิ่งขาย ดีโอโก้ โชต้า แนวรุกโปรตุกีสไปให้กับ ‘หงส์แดง’ ด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,845 ล้านบาท

ล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ สำนักข่าวประเทศอังกฤษ รายงานว่า วูล์ฟส์ ให้ความสนใจ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล อีกหนึ่งราย หลังจากเจ้าตัวโดนผลกระทบกับการย้ายเข้ามาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเป็นคู่แข่งตำแหน่งมิดฟิลด์กันโดยตรง

สำหรับ แชมเบอร์เลน มีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2017 โดยเขาต้องพลาดการลงสนามในช่วงเปิดฤดูกาลนี้หลังจากบาดเจ็บที่หัวเข่า

โชต้า-กรูยิชแจ่ม,ซาลาห์ดับ!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลพ่ายจุดโทษอาร์เซน่อลร่วงคาราบาวคัพ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จอดป้ายในศึก คาราบาว คัพ แค่รอบสี่ เท่านั้น หลังแพ้ดวลจุดโทษ อาร์เซน่อล 4-5 (เสมอกัน 0-0 ใน 90 นาที) คารัง แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ครองเกมได้เหนือกว่า และมีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่ไร้ความเฉียบขาด ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับนายทวารทีมคู่แข่งด้วย กระนั้นก็มีผู้เล่นหลายคนที่ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ก็มีบางคนที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อาเดรียน : 7
  ทำได้ดีมากกับการป้องกันจังหวะที่ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กำลังจะได้ยิงโล่งๆ ช่วงต้นเกม จากนั้นช่วงครึ่งหลังก็โชว์เซฟลูกโขกของ ร็อบ โฮลดิ้ง ก่อนที่จะเซฟได้หนึ่งหนในช่วงดวลจุดโทษ

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 7
  หลังโดนวิจารณ์หนักในเกมกับ ลินคอล์น มาเกมนี้ยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้ดี มีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น

 – รีส วิลเลี่ยมส์ : 7.5
  อาจจะมีหลุดๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมดูมีความเยือกเย็นในการเล่น แถมจัดการกับลูกโด่งได้ดีเยี่ยม ด้วยสถิติชนะดวลลูกกลางอากาศ 5 หน ซึ่งมากกว่าทุกคนในสนาม 

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
  อาจคุมแนวรับหลวมๆ ไปหน่อยในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นก็ทำหน้าที่ได้ดี แถมเกือบทำประตูได้ด้วยในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก

 – เจมส์ มิลเนอร์ (C) : 7.5
  ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว กับการยืนเป็นแบ็กซ้ายเกมนี้ โดยเฉพาะเกมรับที่เล่นได้แข็งแกร่ง ไม่แปลกใจที่มีสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 5 ครั้ง

 – มาร์โค กรูยิช : 8
  ทรงบอลดูดีเลย โดดเด่นมากในแดนกลาง มีอิทธิพลต่อเกมสูงทั้งรับและรุก แท็กเกิ้ลชนะถึง 5 หน (สูงสุดในทีมร่วมกับ มิลเนอร์ และ เนโก วิลเลี่ยมส์) แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูได้เสียวหลายครั้ง

 – เคอร์ติส โจนส์ : 6.5
  ทำได้ไม่ดีเหมือนเกมในรอบก่อนที่เจอกับ ลินคอล์น แม้ยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้ในช่วงครึ่งหลัง

 – แฮร์รี่ วิลสัน : 5
  ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมยิงจุดโทษพลาดลูกสำคัญในการดวลเป้า ดูแล้วไม่น่าจะมีอนาคตในถิ่น แอนฟิลด์ หลงเหลือ 

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 5.5
  อาจจะสร้างอันตรายได้บ้างในช่วงครึ่งแรก แต่โดยรวมถือเป็นเกมที่ ซาลาห์ ค่อนข้างเงียบ แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม และไม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูแม้แต่หนเดียว

– ดิโอโก้ โชต้า : 7.5
  เล่นได้อันตรายเลยทีเดียวทางฝั่งซ้าย หาโอกาสลุ้นทำประตูได้ดี แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายครึ่งหลัง

 – ทาคุมิ มินามิโนะ : 7
  โดยรวมถือว่าน่าพอใจ มีความขยันทุ่มเท และเกือบทำประตูได้ด้วยในช่วงท้ายครึ่งแรก (ยิงชนคานจากจังหวะตามซ้ำลูกโขกของ โชต้า)

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ซาลาห์ น. 61) : 5
  นอกจากสร้างความแตกต่างในเกมไม่ได้แล้ว ยังซัดจุดโทษไม่เข้าด้วย

 – โจ โกเมซ (แทน ฟาน ไดค์ น. 61) : 7
  ลงไปทำหน้าที่แทน ฟาน ไดค์ ได้ดีเลยทีเดียว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (แทน โชต้า น. 76) : 6
  อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากในเกม แต่ทำได้ดีในช่วงดวลจุดโทษ