เผยเหตุผล “คล็อปป์” ตวาดแข้งสำรองลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ไม่ปลื้มนักเตะสำรองบางคนที่แสดงอาการดีใจที่เห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น แนวรับเชลซี โดนไล่ออกก่อนหมดครึ่งแรกในเกมที่ "หงส์แดง" กำราบ "สิงห์บลูส์" 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมตวาดใส่ลูกทีมอย่าหาทำพฤติกรรมซ้ำเติมเพื่อนร่วมอาชีพอีกเด็ดขาด

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ตำหนิลูกทีมของตนในซุ้มม้านั่งสำรองที่แสดงอาการดีใจหลังเห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กชาวเดนมาร์ก โดนไล่ออก ในเกมที่ "หงส์แดง" บุกทุบ เชลซี 2-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ค่อนข้างสูสีกันมากๆ แม้แชมป์เก่าจะครองเกมได้เหนือกว่า อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อ คริสเตนเซ่น เจตนาดึง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะหลุดเข้าไปดวลกับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าบ้าน ทำให้ พอล เทียร์นี่ย์ กรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ โดยตอนแรกนักเตะโดนใบเหลืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเช็ควีเออาร์อย่างละเอียดแล้ว เทียร์นี่ย์ ตัดสินใจเปลี่ยนคำตัดสินโดยแจกใบแดงแทน ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องมีผู้เล่นเหลือแค่ 10 คนก่อนพักครึ่ง ที่สำคัญในจังหวะนั้นเองมีนักเตะ "เดอะ เร้ดส์" บางคนที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แสดงอาการดีใจออกนอกหน้าทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮ

สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ คล็อปป์ อย่างมาก โดย จูเลี่ยน ลอเรนส์ ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสนามรายงานว่าในช่วงเวลานั้น กุนซือเลือดด๊อยท์ช ที่ยืนอยู่บริเวณเส้นข้างสนามหันกลับไปมองรอบๆ และตะโกนว่า "พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน ? เราไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้น โอเคไหม ?"

ทั้งนี้จากการที่ คริสเตนเซ่น โดนไล่ออกทำให้รูปเกมของ เชลซี ที่เป็นรองอยู่แล้วยิ่งอาการหนักเข้าไปใหญ่ และในครึ่งหลังพลพรรค "เครื่องจักรสีแดง" จัดการซัด 2 ประตูจาก มาเน่ ทำให้พวกเขาบุกมาเก็บ 3 คะแนนสำคัญถึงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ก่อนหน้าซุ้มม้านั่งสำรองของ ลิเวอร์พูล เคยมีปัญหากับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มาแล้วในเกมที่ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดย "แลมพ์ส" ไม่พอใจการแสดงพฤติกรรมที่ดีใจออกนอกหน้าของสตาฟฟ์ "หงส์แดง" จนเปิดสงครามน้ำลายกับ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ช จนทำให้ คล็อปป์ ต้องเข้ามาห้ามทำ ก่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย

 

พูดซึ้งด้วย!ชมเบื้องหลังวันติอาโก้มาลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล โชว์คลิปวันที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เดินทางมาถึง แอนฟิลด์ โดยดาวเตะคนดังยังพูดสุดซึ้งเกี่ยวกับเรื่องป้าย "This is Anfield" ด้วย
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยคลิปวันที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์คนใหม่เดินทางมาถ่ายภาพเพื่อทำการเปิดตัวกับทีมที่สนาม แอนฟิลด์

    ในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อยู่นาน ก่อนที่จะประกาศคว้าตัวเขามาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยดาวเตะวัย 29 ปีก็ได้ประเดิมสนามให้กับทีมในอีก 2 วันต่อมาในเกมลีกที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เอาชนะ เชลซี 2-0 ด้วย

    ทั้งนี้ ในวันที่ ติอาโก้ มาที่ แอนฟิลด์ ในฐานะนักเตะ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกนั้น เขามาในชุดสูทสุดเนี้ยบ โดยเขายืนอ่านกระจกที่มีข้อความที่สื่อเคยบรรยายถึงบรรยากาศในสนาม แอนฟิลด์ ในตอนที่ เอฟเวอร์ตัน ใช้สังเวียนแห่งนี้ลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อฤดูกาล 18887-88 ด้วย ซึ่งข้อความนั้นมีใจความว่า "มนุษย์ทุกคนมาอยู่ที่นี่ ฝูงชนขนาดใหญ่กรูกันลงมาในสนามหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน และสาวชาวไอริช 800 คน ซึ่งทั้งโสด, แต่งตัวมาในชุดขนมิงค์และสวมผ้าพันคอขนาดยาวเอาไว้ด้วย ก็วิ่งกันแบบเต็มฝีเท้ามาจากประตูทางเข้า มันเป็นภาพที่น่างดงามประหนึ่งว่าเป็นภาพที่จะเห็นได้เฉพาะบนโลกของพระผู้เป็นเจ้าเลย"

    หลังจากนั้น ติอาโก้ ก็ไปให้สัมภาษณ์และถ่ายภาพในตอนที่สวมชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล โดยเขายังโทรศัพย์คุยกับ กาเบรียล ลูกชายของเขาด้วย โดยเขาเริ่มด้วยการพูดว่า "กาบี้ ดูชุดแข่งของพ่อสิลูก" และพอลูกของเขาถามว่า "ทีมไหนอ่ะฮะ นี่ป๊ะป๋ากำลังเล่นอยู่เหรอ ?" แล้วนั้น ติอาโก้ ก็ตอบไปว่า "เปล่าจ้ะ ป๊ะป๋าไม่ได้กำลังเล่นอยู่ ป๊ะป๋าแค่มาถ่ายรูปเท่านั้น"

    ติอาโก้ ยังไปถ่ายภาพป้าย "This is Anfield" อันลือลั่นด้วย แถมยังพูดอีกว่า "เรามาถึงที่นี่แล้ว บ้านของแชมป์ พรีเมียร์ลีก" อีกต่างหาก นอกจากนี้ ติอาโก้ ยังบอกด้วยว่าตนจะยังไม่สัมผัสกับป้าย "This is Anfield" เพราะอยากให้ความเคารพกับธรรมเนียมของ คล็อปป์ หลังจากที่ คล็อปป์ เคยห้ามลูกทีมสัมผัสกับป้ายนี้จนกว่าจะพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ "การจะได้สัมผัสกับป้ายนี้น่ะเราก็จำเป็นต้องคู่ควรกับเรื่องนั้นด้วยการคว้าแชมป์มาครองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซะก่อน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้วันนี้ผมจะเคารพธรรมเนียมที่ว่า"

    หลังจากนั้น ติอาโก้ ก็เดินทางกลับที่พัก โดยพอตากล้องแสดงความยินดีกับการที่เขาได้มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น เจ้าตัวก็ตอบด้วยน้ำเสิยงมีความสุขว่า "ขอบคุณมาก แล้วเจอกันเร็วๆ นี้นะ"

จะวุ่นไหม?เอเยนต์ฟานเดอเบ็คจวกแมนยูหนัก

ซยาค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงเฉ่ง "ปีศาจแดง" ที่ส่งนักเตะในความดูแลของตนลงสนามในช่วงท้ายเกมของนัดที่เฉือน ไบรท์ตันฯ แบบหวุดหวิด พร้อมบอกว่าที่จริงวันนั้นทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ควรจะแพ้แบบขาดลอยด้วยซ้ำ
    ซยาค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำหนิ "ปีศาจแดง" ที่มาส่งดาวเตะชาวดัตช์ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาบุกไปเฉือนชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

    หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพด้วยค่าตัวรวม 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,560 ล้านบาท) หลายคนก็มองว่าเขาน่าจะทำให้เกมรุกของ "ปีศาจแดง" ดูดีขึ้น แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมลีกเลย โดยในนัดแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เขาต้องรอจนถึงนาทีที่ 67 กว่าที่จะได้ลงสนาม และวันนั้นเขาก็ทำประตูได้ด้วย

    ส่วนเกมกับ ไบรท์ตันฯ กว่าที่ ฟาน เดอ เบ็ค จะได้ลงเล่นก็ต้องรอถึงนาทีแรกของการทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งหลัง แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมชนะเช่นกันหลังจากทำให้ทีมได้ลูกเตะมุมก่อนที่จะนำไปสู่การทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลูกจุดโทษ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็ยิงลูกจุดโทษลูกนั้นเข้าไป อย่างไรก็ตาม ที่จริงเกมนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะเสียประตูหลายครั้งเหมือนกัน โชคดีที่ ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานหลายหนจนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอดตายมาได้

    ซวาร์ต ให้สัมภาษณ์กับ โฟตบอลพริเมอร์ สื่อของฮอลแลนด์ว่า "ผมไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนตัวอย่างนั้นเลย ถ้าเป็นผมน่ะผมคงไม่ทำหรอก ส่งเขาลงไปเล่นในตอนที่เหลืออีกแค่ 4 นาทีเนี่ยนะ ถ้าทำอย่างนั้นสู้ให้ผมนั่งไปจนจบเกมยังดีซะกว่า ผมต้องบอกเลยว่าวันนั้นเขาทำได้ดี 3 อย่าง ที่จริงลูกจุดโทษซึ่งเป็นประตูชัยเองมันก็มาจากเขาเช่นกัน แต่ถ้าดูตามรูปเกมปกติแล้วน่ะวันนั้นพวกเขาควรจะแพ้สัก 1-7 ด้วยซ้ำ วันนั้น ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานไปตั้ง 5 ครั้ง พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) มีทีมที่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นมันไม่ควรจะเกิดกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

เอวร่าสุดเศร้าเห็นแมนยูเล่นแล้วหดหู่-กระตุ้นซื้อเพิ่ม

ปาทริซ เอวร่า ยอมรับอย่างเต็มอกว่าตัวเองรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่าย คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเรียกร้องให้ทีมเก่าเสริมตัวผู้เล่นเข้ามาใหม่เพิ่มเติม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคารังต่อ คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งรูปเกมที่ออกมา ‘ปีศาจแดง’ มีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่เกิดคำถามว่าต้องเสริมทัพกองหลังรายใหม่เข้ามาหรือไม่

ในเรื่องนี้เอง ปาทริซ เอวร่า อดีตแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์ หลังจบเกมว่ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่จะพูดถึงทีมเก่าของตัวเองและรู้สึกได้ว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร "ทุกๆ อย่างมันหายไปหมด โดยเฉพาะความสามัคคี"

 "ผมพูดไม่ได้หรอกว่า เกมแรกมันจะเป็นข้ออ้าง คริสตัล พาเลซ ไม่มีความกลัวและบุกมาเยือนเพื่อเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด"

"มีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร อย่างเรื่องการซื้อ-ขายที่ทีมไม่ทำอะไรเลย"

"มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนฉายภาพซ้ำ และผมก็เหนื่อย ผมเป็นคนที่คิดบวกนะแต่ผมรู้สึกเหนื่อยล้ามากหลังเกมแรกของซีซั่น ซึ่งก็ขอให้แฟนๆ แมนยู โชคดีละกัน"

นอกจากนี้ อดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสยังเผยว่าซีซั่นนี้อาจจะเป็นปีที่ยากลำบากของสโมสร และเสริมด้วยว่าบรรดาแฟนบอลรู้สึกผิดหวังกับเรื่องการซื้อ-ขายในตลาดซัมเมอร์นี้ "มันจะเป็นเรื่องยากในซีซั่นนี้ อย่างที่เราเห็นกันในตลาดซื้อ-ขาย แฟนๆ ยูไนเต็ดหลายคนต่างผิดหวัง"

"ผมคิดว่าเราทำผลงานในโซเชียลมีเดียกับตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้มากกว่าการเล่นในสนามซะอีก เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่ได้ซื้อนักเตะคนไหนมาร่วมทีมเลย หรืออย่างน้อยก็ได้แค่ ฟาน เดอ เบ็ค "

"แต่เราต้องการมากกว่านี้ หลังได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผมยังคาดหวังมากกว่านั้น ซึ่งก็เหมือนที่แฟนๆ ยูไนเต็ดส่วนใหญ่คิดแหละ"

มือขวาคล็อปป์จวกแฟนลิเวอร์พูลด่าวิลเลี่ยมส์รุนแรง

ตำหนิแฟนบอลของทีมบางส่วนที่เคยพูดจาร้ายๆ ใส่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กขวาดาวรุ่ง พร้อมบอกว่ารุ่นพี่ภายในทีมอย่างเช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คอยพูดให้กำลังใจ วิลเลี่ยมส์ ตลอดช่วงที่ผ่านมาด้วย

ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม ลูตัน ทาวน์ 7-2 นั้น มีจังหวะหนึ่งที่ วิลเลี่ยมส์ เสียการครองบอลจนนำไปสู่ประตูของ ลูตัน ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นเพียงประตูที่ทำให้เจ้าถิ่นตีไข่แตกได้พร้อมกับทำให้สกอร์กลายเป็น 5-1 แต่แข้งวัย 19 ปีก็โดน "เดอะ ค็อป" บางส่วนตำหนิอย่างหนักบนโลกออนไลน์ และเขาก็เหมือนจะเสียขวัญจากคำด่าเหล่านั้นเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์กับรูปหัวเพจ ทวิตเตอร์ ของตัวเองเป็นสีดำเลย

ลินเดอร์ส เผยว่า "มันไม่ใช่ธุระกงการของผมที่จะมาแสดงความเห็นเรื่องโซเชียลมีเดีย สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือการด่ากันแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิด ส่วนข้อสองน่ะนะ ถ้าคุณไม่หนุนหลังคนในทีมน่ะมันก็ไม่ถือว่าคุณเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล หรอก ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมันก็หมายความว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากน่ะคุณต้องคอยอยู่เคียงข้างคนอื่นๆ ด้วย"

 "สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็คือพวกเขา (นักเตะ) ต้องได้รับความรู้สึกว่าพวกเขายังได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่นแบบเต็มเปี่ยมถ้าหากมีคนมาพูดเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือพูดแบบผิดๆ เกี่ยวกับพวกเขา ที่จริงบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาเป็นคำพูดก็ได้ แต่สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากก็คือ เทรนท์ ได้พูดกับเขา, เฟอร์กิล ได้พูดกับเขา, ร็อบโบ้ ได้พูดกับเขา"

"นั่นคือวิธีที่เราคอยช่วยเหลือกันและกัน นั่นทำให้เราแตกต่างไปจากคนอื่น เราให้นักเตะในทีมไปคุยกับเขา เรามีผู้จัดการทีมที่คอยคุยกับเขา นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่าคุณไม่ควรหมกมุ่นกับทั้งคำชมหรือคำตำหนิมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำตำหนิมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะดาวรุ่งเลย (ถ้าหมกมุ่นกับมันมากเกินไป)"

เผยมี1ทีมยื่นซื้อโอบาเมยองก่อนต่อสัญญาอาร์เซน่อล

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงของอังกฤษ ตีข่าว ก่อนหน้าที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบเามยอง จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล นั้น บาร์เซโลน่า เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วย ส่วน อินเตอร์ ก็แอบเหล่ดาวเตะชาวกาบองเช่นกัน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าคนดังของ อาร์เซน่อล ในช่วงก่อนที่เขาจะต่อสัญญากับ "ไอ้ปืนใหญ่" ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

โอบาเมยอง เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก หลังจากตอนแรกเขาจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลงฉบับใหม่ได้สักที โดยช่วงนั้นเขาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ก่อนที่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าดาวเตะชาวกาบองเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอบาเมยอง คือเป้าหมายที่บอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า อยากได้มากกว่า เมมฟิส เดอปาย นักเตะที่เป็นเป้าหมายของ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่า โอบาเมยอง ตกลงที่จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล แล้วนั้น พวกเขาก็หันไปไล่ล่า เดอปาย อย่างเต็มที่แทน โดย สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า อินเตอร์ มิลาน ก็ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีเช่นกัน แต่ไม่ได้ยื่นซื้อเขาแบบเป็นรูปธรรม

ไม่ย้าย?ซัวเรซโพสต์เป็นนัยเปล่าจ่อซบยูเวนตุส

หลังจากที่มีข่าวลืออย่างหนาหูว่า หลุยส์ ซัวเรซ จ่อบอกลา บาร์เซโลน่า ไปซบ ยูเวนตุส เต็มแก่ ล่าสุดเจ้าตัวก็โพสต์ข้อความเหมือนจะปฏิเสธถึงเรื่องนั้น

หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน โพสต์เป็นนัยว่าตนไม่ได้กำลังจะย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ทีมดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เหมือนที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้แต่อย่างใด

ซัวเรซ ตกเป็นข่าวกับ ยูเวนตุส อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เชื่อกันว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า แจ้งกับเขาแล้วว่าจะเป็นส่วนเกินของทีม โดยก่อนหน้านี้ถึงขั้นลือกันด้วยว่าทั้ง 2 ทีมตกลงเรื่องค่าตัวกันได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ซัวเรซ โพสต์ภาพตอนที่ตัวเองซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ในสภาพที่ยิ้มแย้มสุดขีดลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต พร้อมกับพิมพ์ข้อความ "เมื่อมีข่าวปลอมถูกนำเสนอ" ในบรรทัดแรก ก่อนที่จะต่อด้วย "ผม :" และอีโมจิรูปท่าทางมือและหน้ายิ้ม ในบรรทัดสอง

กุนซือเชียงรายฯปลื้มผลงาน”โชติภัทร”เผยยืนตัวจริงยาวๆ

มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชื่นชม "โชติภัทร พุ่มแก้ว" บอกตัวจริงยาวๆ ส่วนเรื่อง "ชาช่า" จะลงเมื่อไหร่ ขอเก็บไว้เป็นความลับ!

ภายหลังจากที่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชัยเหนือ พีที ประจวบ 1-0 ในศึกไทยลีก2020-21 นัดที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 โดยได้ประตูชัยจากลูกโขกของ โชติภัทร พุ่มแก้ว น.31 นั้น

ล่าสุด มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ สิงห์ เชียงราย เปิดเผยหลังเกมว่า "เกมนี้เป็นเกมที่เรารวมตัวกันมา 2 เดือน ในการเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับมาเล่น ซึ่งทุกคนตั้งใจเล่น ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ตามเป้า
พร้อมกันนั้น มาซามิ ทากิ ยังได้พูดถึงผลงานของ โชติภัทร พุ่มแก้ว ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ว่า

"เขาพัฒนาขึ้นในทุกๆวันในการมาซ้อม และเกมกับพีที ประจวบ ทำให้เรามั่นใจว่า เขาจะสามารถขยับมาเป็นผู้เล่นตัวจริงได้เรื่อยๆ และเชื่อว่าเขาจะทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ"

"โดยเกมต่อไปที่จะบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า  คงไม่ใช่งานง่าย เขาเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ดีทีมหนึ่ง  ต้องมาดูว่าจะวางแผนอย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่า จาจ้า กองหน้าตัวใหม่ของเราจะลงสนามเมื่อไหร่ เรื่องนี้ขอเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดของเรา จริงๆถ้ารูปเกมกับ พีที ประจวบ เป็นอย่างที่หวังไว้ เราอาจจะได้เห็น ชาช่า แน่นอน"

แอสซิสต์, วางบอล, คุมจังหวะเกม ! เหตุผลที่ คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ ร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพให้ได้ โดยเหตุผลเพราะนักเตะมีคุณสมบัติทุกอย่างครบถ้วนตามที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการ และหากได้มาร่วมทีมจะเป็นการยกระดับแดนกลาง "หงส์แดง" ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
    ติอาโก้ สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้กับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลล่าสุด ด้วยการนำทีมผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยฟอร์มการเล่นของเขาถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ

    จอมทัพชาวสแปนิช เต็มไปด้วยพรสวรรค์ชั้นยอดไม่ใช่แค่การแอสซิสต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการผ่านบอลที่เฉียบคม, แย่งบอลคืนกลับมาเร็ว และวิ่งเพรสซิ่งคู่แข่งจนเสียกระบวน โดยคุณสมบัติเหล่านี้เหมาะเจาะลงตัวกับสไตล์การเล่นของ คล็อปป์

การผ่านบอลที่แม่นยำ

    หนึ่งในสิ่งที่ ติอาโก้ สามารถทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลืมตานั่นก็คือการผ่านบอลที่แม่นยำ สไตล์การเล่นของเขาคล้ายๆ กับ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดย ดาวเตะชาวสแปนิช มีสายตาที่เฉียบคมในการมองหาพื้นที่ว่างในสนามซึ่งนักเตะคนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้

    ยิ่งไปกว่านั้น ติอาโก้ ยังมีความว่องไวในการเปิดบอลชนิดที่คู่แข่งยังไม่ทันตั้งตัว โดยนักเตะมักจะผ่านบอลสวยให้กับแนวรุกของ บาเยิร์น มิวนิค ได้บ่อยๆ ตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ติอาโก้ มีสายตาที่แม่นยำในการหาช่องว่าง และมักจะผ่านบอลด้วยการประณีตให้กับ แซร์จ นาบรี้ หรือ อัลฟอนโซ่ เดวีส์  เป็นต้น

    ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็มีนักเตะที่มีแนวทางการเล่นที่คล้ายๆ กับ "เสือใต้" บริเวณพื้นที่ริมเส้น อย่างเช่น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกๆ คนคงเห็นได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวคิดในการเล่นเกมบุกของคล็อปป์ ฉะนั้นหาก ติอาโก้ มาอยู่ร่วมทีมเขาคงจะได้ผ่านบอลเจ๋งๆ ให้กับผู้เล่นเหล่านี้

    ยกตัวอย่างแมตช์ที่พบกับ บาร์เซโลน่า นั้น ติอาโก้ จะคอยทำหน้าที่คุมจังหวะการเล่นในช่วง 45 นาทีแรก แมตช์นั้นเขามีโอกาสผ่านบอลไม่น้อยกว่า 37 ครั้งในช่วงครึ่งแรก และมักจะประสบความสำเร็จในทุกๆ ครั้ง ขณะที่ในครึ่งหลังเจ้าตัวก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนเดิม ทำให้แดนกลางของ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่สามารถรับมือได้

    เบ็ดเสร็จแล้วในเกมถล่ม บาร์ซ่า นั้น ติอาโก้ ผ่านบอลไปทั้งหมด 74 ครั้งซึ่งมากกว่านักเตะทุกคนที่อยู่ในสนาม โดยมีเพียงแค่ เคราร์ด ปิเก้ ที่ทำได้ใกล้เคียงอยู่ที่ 61 ครั้งแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการผ่านบอลสั้นๆ, รีบเร่ง และบางครั้งก็สะเปะสะปะเนื่องจากโดนนักเตะบาเยิร์น วิ่งกดดันเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

    ขณะที่การผ่านบอลทั้งหมด 74 ครั้งของ อดีตสตาร์บาร์เซโลน่า มีเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นที่ผิดพลาด ส่วนอีก 71 ครั้งต้องบอกว่าเข้าเป้าทั้งหมด ฉะนั้นหาก "หงส์แดง" ได้ ติอาโก้ มาร่วมทีม โอกาสที่แนวรุกของพวกเขา โดยเฉพาะ 3 ประสาน "หิน เหล็ก ไฟ" อย่าง โม ซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คงจะได้ยิงประตูสนุกเท้าแน่นอน
 
พรสวรรค์เต็มเปี่ยมช่วยสร้างสรรค์เกม

    สิ่งที่ทำให้ ติอาโก้ เป็นนักเตะที่มีความพิเศษ และบรรดาผู้จัดการทีมทุกคนมักจะพูดคุยถึงนั่นก็คือพรสวรรค์ในการเล่น และการสร้างสรรค์เกมของเขา ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับทีม ซึ่งสิ่งนี้สามารถพลิกสถานการณ์ให้ทีมคว้าชัยชนะได้

    จริงๆ แล้วพ่อแม่ของ ติอาโก้ เป็นชาวบราซิเลียนแท้ๆ โดยบิดาบังเกิดเกล้าของเขาก็คือ มาซินโญ่ หนึ่งในขุนพลนักเตะแซมบ้าชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นนักเตะจอมสร้างสรรค์เกมตามสายเลือดของบรรพบุรุษ โดยสิ่งนี้เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

      จอมทัพหมายเลข 6 "เสือใต้" มีการเล่นที่ไหลลื่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ และยังสามารถจ่ายบอลหลายแบบ ไม่ว่าจะในเรื่องระยะความเร็ว และความสูงของการผ่านบอล นอกจากนี้นักเตะยังคอยทำหน้าที่เก็บบอล และครองบอลบริเวณครึ่งสนามฝั่งบาร์ซ่า ที่สำคัญ ติอาโก้ ยังสามารถดักจังหวะการเล่นของ อีวาน ราคิติช ได้จนอยู่หมัด

     สำหรับการคุมจังหวะ และการวางบอลที่แม่นยำ เป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ยังขาดหายไปพอสมควร ฉะนั้นหาก ติอาโก้ ย้ายมาสวมชุด "เดอะ เร้ดส์" จะเป็นการเติมเต็มจุดนี้ได้อย่างลงตัว และจะทำให้เกมรุกของ "หงส์แดง" น่ากลัวมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยคุมจังหวะเกม ทำให้ทีมเล่นได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และไม่รนรานด้วย

วิ่งไม่รู้จักเหนื่อย ทำงานหนักเพื่อปั้นเกมให้ทีม

    จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สังเกตและเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้วว่าทำไมผู้จัดการทีมทุกคนถึงอยากได้เขามาอยู่ในทีม เพราะนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทที่สามารถวิ่งได้ทั่วสนาม และคอยหาพื้นที่ว่างเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมในการทำประตู

    สำหรับ คล็อปป์ ด้วยสไตล์การทำทีมของเขา แน่นอนว่าพรสวรรค์ของ ติอาโก้ เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ เพราะรูปแบบการเล่นและความสามารถของ ดาวเตะทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นการเติมเต็มที่สุดเพอร์เฟกต์หากเจ้าตัวย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

    นอกจากนี้ ติอาโก้ ยังมักจะวิ่งขึ้นไปคอยกดดันแนวรับของทีมคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ประทับใจมากๆ เนื่องจากการเล่นแบบเพรสซิ่งเป็นสไตล์ที่กุนซือชาวเยอรมัน นำมาใช้กับ "หงส์แดง" โดยเฉพาะเวลาที่ทีมเสียบอล จะต้องรีบแย่งบอลคืนกลับมาให้เร็วที่สุดซึ่งการเล่นแบบนี้จะเป็นการทำลายสภาพร่างกายและจิตใจของคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

    ดังนั้นสไตล์การเล่นและทัศนคติของ ติอาโก้ เหมาะเจาะลงตัวที่จะมาประจำในแดนกลางของทีม ที่สำคัญเขาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ ฟาบิโญ่ และเอาเข้าจริงๆ หากดาวเตะชาวบราซิเลียน ได้เล่นเคียงข้างกับ สตาร์เลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี อาจจะทำให้เขาแสดงศักยภาพได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ปรับตัวได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง

    ข้อดีของ ติอาโก้ ก็คือเขาสามารถเล่นในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงมิดฟิลด์ไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ตัวรับ หรือจะสวมบทมิดฟิลด์ตัวรุกก็ได้ โดยสิ่งนี้ เป็นจุดที่ คล็อปป์ ชื่นชอบมากๆ เพราะจะทำให้ทีมมีการเล่นที่หลากหลาย โดยสามารถปรับนักเตะให้เล่นในตำแหน่งไหนก็ได้เพื่อให้เหมาะกับการเจอคู่แข่งในแต่ละเกม

    อย่างลืมว่าในฤดูกาล 2020/2021 สถานการณ์ในแดนกลางของ "หงส์แดง" ยังไม่แน่นอน เพราะกรณีของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็มีแววว่าจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ฟาบินโญ่ กับ นาบี เกอิต้า บางครั้งก็ฟอร์มหลุด ส่วน อดัม ลัลลาน่า ก็โบกมือลาทีมไปแล้ว สำหรับ อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็เจ็บบ่อย ด้าน เจมส์ มิลเนอร์ ก็อายุอานามมากขึ้นทุกวัน ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมจะต้องกรำศึกหนักจนบางครั้งร่างกายอ่อนล้า

    ฉะนั้นการได้ ติอาโก้ มาเสริมทัพ จะช่วยทำให้ทีมมีสมดุลมากขึ้น เพราะหาก "เดอะ เร้ดส์" ขาดผู้เล่นในแดนกลางบริเวณไหนก็ตาม คล็อปป์ ก็สามารถจับเขายืนแทน และก็ทำผลงานได้ดีไม่มีที่ติ ซึ่งนักเตะก็แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกับการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค

    ที่สำคัญประสบการณ์ของเจ้าตัวต้องบอกเลยว่าล้ำค่าสุดๆ เพราะ ติอาโก้ ผ่านการฝึกปรือฝีเท้าทั้งกับ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค พร้อมทั้งประสบความสำเร็จมากมายกับทั้งสองสโมสร ฉะนั้นนักเตะย่อมมีหัวใจแห่งผู้ชนะ และประสบการณ์ที่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายสู่การได้โทรฟี่แชมป์มาครอบครอง
 
    แน่นอนว่าความเก๋าผสมพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัว จะช่วยยกระดับแดนกลางของ "หงส์แดง" มากยิ่งขึ้น ส่วนผลพลอยได้อีกเรื่องที่ตามมาก็คือการที่บรรดานักเตะดาวรุ่งจะได้ศึกษาและเรียนรู้แนวทางการเล่นของเขา เพื่อที่จะได้นำไปพัฒนาต่อยอดสำหรับโอกาสในการก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต

โมเมนต์นี้มีไม่บ่อย! รักแหละดูออก “ศุภชัย” & “น้องเปีย” หวานออกสื่อ

ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักในวงการลูกหนังบ้านเราที่ไม่ค่อยมีภาพ หรือเรื่องราวหวือหวาเท่าไรนักสำหรับ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ศูนย์หน้าทีมชาติไทยของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ "น้องเปีย" บุษกร เอกพันธ์ ผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ซึ่งตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันน้อยครั้งมากๆ ที่เราจะได้เห็นรูปคู่ของทั้งสองคนถูกอัพโหลดให้แฟนๆ ได้เห็นกันในโลกโซเชียล อย่างไรก็ตามล่าสุดทั้งคู่ได้โพสต์ภาพคู่กัน โดยฝ่ายหญิง เขียนข้อความว่า "เป็นทุกอย่างให้กัน ทั้งเพื่อน, พี่, น้อง, คนรัก, คู่ซ้อมบอล อันหลังนี่หยอก 1 Y 10 M"

ขณะที่ฝ่ายชายก็โพสต์ภาพคู่เช่นกันแต่ด้วยความที่เป็นคนนิ่งๆ เลยพิมพ์แค่ข้อความว่า "Happy Anniversary 1year 10months" ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมาแซวที่เจ้าอาร์มโพสต์ช้าว่า "รอนานล่ะนะ" งานนี้กลิ่นความรักลอยมาแต่ไกล

สำหรับสาวน้อยวัย 24 ปี จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการภาพยนตร์ และกำกับการแสดง ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งด้วยหน้าที่การงานทำให้ทั้งคู่ได้มาเจอกันบ่อยๆ ก่อนเริ่มทำความรู้จักกัน และตัดสินใจคบกันเป็นแฟนมาเกือบจะ 2 ปี