เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

เชลซีเน้นหนัก! “แวร์เนอร์” หน้าสังหาร,ไบรท์ตันมี “ลัลลาน่า” หนุนซัด

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเน้นหนักหวังเก็บชัยโดย ติโม แวร์เนอร์ พร้อมลงประเดิมเกมลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมบุกรัง ไบรท์ตัน ที่มี อดัม ลัลลาน่า ยืนหน้าต่ำประจำการจัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
ไบรท์ตัน   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)


สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

แกรม พ็อตเตอร์ เทรนเนอร์ไบรท์ตันพาทีมจบอันดับ 15 ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”ทีมนกนางนวล” ลงสนามเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปแบบไร้สกอร์

    ความพร้อมในเกมนี้ พ็อตเตอร์ พร้อมส่งนักเตะป้ายแดงอย่าง อดัม ลันลาน่า ที่ได้ฟรีมาจากลิเวอร์พูล รวมไปถึง โจเอล เฟลท์แมน ปราการหลังจากอาแจ็กซ์

    ประตูยังคงใช้ แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือ 1 เฝ้าเสา แผงหลังสี่คนส่ง โจเอล เฟลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์ และ แดน เบิร์น

    กลางสนามวาง ดาวี่ พร็อปเปอร์ ยืนคุมเกมคู่กับ อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมส่ง ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลันลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยประสานงานเกมรุก กับ นีล โมเปย์ หอกเลือดน้ำหอมที่ยืนหน้าเป้า

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซีพาทีมทำผลงานฤดูกาลที่แล้วมาได้อย่างยอดเยี่ยม เบียดแซง เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยนัดล่าสุด ”สิงโตน้ำเงินคราม” ลงฟาดแข้งกับไบรท์ตันจบกันไปที่ 1-1 

    หลังจากพ้นโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แลมพาร์ด ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมกำลังอย่างบ้าคลั่ง โดยรายแรกที่ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์, ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้, ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจากเปแอสเช และล่าสุด ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    ความพร้อมในเกมนี้ แลมพาร์ด มีข่าวร้ายอยู่หน่อย อดใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่ติดโทษแบนมาจากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิง ส่วนพวกแข้งป้ายแดงที่พึ่งได้มาอย่าง เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค ต่างยังไม่ฟิตลงสนาม

    การจัดทัพในเกมนี้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ พร้อม คูร์ท ซูม่า ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

    กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อเชลซีไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ไบรท์ตัน (4-2-3-1): แม็ทธิว ไรอัน – โจเอล เวลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น- ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า- ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ –  นีล โมเปย์
    เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

    เชลซี (4-2-3-1): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – ไค ฮาแวร์ทซ์,  เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – ติโม แวร์เนอร์
    เทรนเนอร์: แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
29/08/20    กระชับมิตร ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
01/01/20    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
28/09/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-0 ไบรท์ตัน
04/04/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-0 ไบรท์ตัน
16/12/18    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-2 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ไบรท์ตัน

05/09/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
29/08/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/07/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี
29/08/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ชอตไหน?โซลชาเผยความประทับใจแรกกับฟานเดอเบ็ค

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ชอตแรกที่ทำให้ตนถูกใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คือตอนที่แข้งวัย 23 ปีกล้าขึ้นโขกเพื่อทำประตูให้ อาแจ็กซ์ ในตอนที่ตนนำ โมลด์ ไปเยือนทีมดังกล่าว เมื่อปี 2015 โดยชอตนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นได้เลือดเลย พร้อมบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะช่วยทีมได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำประตูจากแดนกลางที่ "ปีศาจแดง" กำลังต้องการอยู่พอดี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าความประทับใจในตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครั้งแรกของตนนั้น เกิดขึ้นในตอนที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์กล้าเล่นชอตเสี่ยงๆ เพื่อทำประตู ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2015-16 ที่ โมลด์ ทีมของตนในตอนนั้นบุกไปเสมอกับ อาแจ็กซ์ 1-1 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2015

เกมดังกล่าวเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โดยที่ อาแจ็กซ์ นำก่อนจากลูกโขกของ ฟาน เดอ เบ็ค ในนาทีที่ 14 ซึ่งจังหวะนั้นมิดฟิลด์ชาวดัตช์ถึงขั้นหัวชนกับผู้เล่นของ โมลด์ จนทำให้เลือดไหลออกมาด้วย โดยมันเป็นประตูแรกของ ฟาน เดอ เบ็ค กับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เช่นกัน

โซลชา เผยว่า "ผมตามดู ดอนนี่ มาโดยตลอด เขาทำประตูแรกของเขาได้ในเกมที่เจอกับ โมลด์ ในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2015 วันนั้นเราบุกไปเสมอที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า) 1-1 และเขาก็ทำประตูจากลูกโขกที่ยอดเยี่ยมได้ ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการโขกกับเซนเตอร์แบ็กของผมด้วยน่ะนะ ดังนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาเล่นด้วยความกล้าหาญสุดๆ เช่นกัน"

 "จังหวะนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเกมอยู่เลย ดังนั้นผมเลยชอบทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นมีผลต่อผู้อื่นด้วยแบบเขา ตอนนั้นเขายิ้มอย่างเริงร่า (ทั้งที่มีเลือดไหลออกมา) และเมื่อคุณเห็นนักเตะที่มีแรงผลักดันกับความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้สายตาของคุณต้องจับจ้องไปยงเขาเป็นธรรมดา ผมยังได้คุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยเล่นร่วมกับเขาด้วย คุณต้องใช้ประโยชน์จากคนที่คุณรู้จักและคนที่คุณเชื่อใจในการจับตาดูทัศนคติของนักเตะ"

"เขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์หลากหลาย, เป็นคนที่ฉลาด, มีเรี่ยวแรงล้นเหลือ และมีความกระตือรือร้นอย่างมากด้วย เขาพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย เขาสามารถทำประตูได้ และเราก็ต้องการให้แผงกลางของเราทำประตูให้มากกว่านี้พอดี จริงอยู่ว่าบรรดากองหน้าของเราพอจะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วน บรูโน่ (แฟร์นันด์ส) ที่ย้ายมาอยู่กับทีมก็ทำประตูได้หลายลูกเช่นกัน แต่เราต้องการให้ทุกคนในทีมทำประตูให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราทำประตูได้ไม่มากพอสำหรับการที่จะไปลุ้นแชมป์แข่งกับทีมอื่นๆ เขาจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในการเล่นให้เรา เขาอ่านเกมได้ดีและเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ เขาสามารถมองเห็นช่องว่างและเข้าไปยังพื้นที่นั้นแบบถูกที่ถูกเวลาได้ การกะจังหวะของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ"

เพราะอะไร?ตอร์เรสเปิดใจสาเหตุที่ต้องอำลาลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกคนดัง เปิดอก สาเหตุที่ทำให้ตนบอกลา ลิเวอร์พูล ก็เพราะช่วงนั้นอยากได้แชมป์มากๆ และ "หงส์แดง" ก็อยู่ในสภาพที่เหมือนกับว่าต้องทำทีมหลายปีกว่าที่จะมีทีมที่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นแชมป์ พร้อมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกก็เพราะตอนนั้นต้องการคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากๆ

ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ลิเวอร์พุล เมื่อปี 2007 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำประตูให้ทีมไป 72 ประตูตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรกกับทีม ส่งผลให้เขาเป็นขวัญใจของ "เดอะ ค็อป" หลายคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 เขาตกเป็นข่าวว่าอยากบอกลา แอนฟิลด์ สุดๆ และในช่วงเดียวกันนั้น จอร์จ ยิลเล็ตต์ กับ ทอม ฮิคส์ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องขายทีมเหมือนกัน หลังจากที่ตอนนั้นพวกเขามีหนี้ก้อนโต

แม้ว่าเขาจะยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010-11 แต่สุดท้ายแล้ว ตอร์เรส ก็ย้ายไปซบ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่นั่น เพราะทำได้เพียง 45 ประตูจากการลงเล่น 172 นัดในทุกรายการ แต่เขาก็ยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" อย่างละ 1 สมัย ต่างกับตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้แชมป์เลย

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต สื่อรายหนึ่งว่า "ที่จริงตอนนั้นผมมีความสุขกับที่ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่ถ้าคุณจำกันได้น่ะตอนนั้นกำลังจะมีการขายสโมสร และพวกเขาก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาขายนักเตะชั้นยอดทุกคน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไป, ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป, ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย แล้วพวกเขาก็เริ่มเอาบรรดานักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่กับทีม นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะที่ผมบอกลา แอตเลติโก ซึ่งเป็นเหมือนบ้านของผมมันก็เพราะผมอยากได้แชมป์"

"น่าเศร้าที่ตอนนั้นเจ้าของทีมในช่วงนั้นของ ลิเวอร์พูล โกหกหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายแล้วผมก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเอง นั่นก็คือการไปอยู่กับ เชลซี พวกเขาเป็นสโมสรที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้ผมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครองแบบเป็นกอบเป็นกำได้"

ตอร์เรส เสริมว่ามันเป็นความผิดของตนเองที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เพราะตนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ แถมยังโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาอีก "มันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมให้เร็วกว่านี้ได้ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี น่ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำผลงานที่คงเส้นคงวาได้ รวมถึงไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ทุกสัปดาห์แล้วล่ะก็ คนอื่นก็จะเข้ามาและแย่งตำแหน่งของคุณไป"

บาเยิร์นเผยโกมันต้องกักตัวหลังเคยติดต่อกับคนติดโควิด

บาเยิร์น บอกเอง คิงส์เล่ย์ โกมัน ดาวเตะชาวฝรั่งเศสต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเพราะไปติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เขาอาจจะอดลงเล่นในเกมกับ ชาลเก้ วันที่ 18 ก.ย. นี้

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แถลงการณ์ว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศสจำเป็นต้องกักตัวอยู่ในที่พักของตัวเอง หลังจากที่เขาเคยติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ไม่มีการเปิดเผยว่า โกมัน ติดต่อกับคนที่ว่าเมื่อไหร่ โดยที่จริงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยผลตรวจว่าเขาไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในร่างกาย แต่เขาก็จำเป็นต้องกักตัวที่บ้านเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่เชื่อกันว่าระยะอันตรายในการฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ 14 วัน

แถลงการณ์ของ บาเยิร์น ระบุว่า "แนวรุกวัย 24 ปี ได้ติดต่อกับคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า และตอนนี้เขาก็จำเป็นต้องทำการกักตัวอยู่ที่บ้านโดยปฏิบัติตัวตามนโยบายที่สถาบัน โรเบิร์ต คอช วางเอาไว้ รวมถึงจะประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขของนครมิวนิคด้วย โกมัน จะทำให้ตัวเองยังฟิตเต็มที่ในตอนอยู่ที่บ้านด้วยการทำตามมาตรการซ้อมจากทางไกล"

เรื่องในครั้งนี้ทำให้ โกมัน น่าจะอดช่วย บาเยิร์น ในเกม บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดแรกของฤดูกาล 2020-21 ที่ "เสือใต้" มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ ชาลเก้ 04 วันศุกร์ที่ 18 กันยายนนี้ และก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะลงเล่นในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ กับ เซบีย่า วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้ได้หรือไม่

 

12 แข้งเซ่นสังเวย บาร์เซโลน่า ถ่ายเลือดใหม่เพื่อฟื้นคืนชีพ

บาร์เซโลน่า เตรียมเดินเครื่องปรับขบวนทัพแบบยกแผง หลังจากความล้มเหลวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการถ่ายเลือดใหม่ และนั่นหมายความว่าสโมสรต้องตัดเนื้อส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งว่ากันว่ามีถึง 12 รายที่จะต้องเตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่นคัมป์ นู

นับตั้งแต่ที่ บาร์ซ่า ตัดสินใจแต่งตัว โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ เข้ามาทำงานแทนที่ กีเก้ เซเตียน ซึ่งโดนปลดออกจากตำแหน่งหลังทำเรื่องงามหน้าด้วยการนำต้นสังกัดแพ้ยับไม่นับญาติ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ร่วงตกรอง 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คูมัน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการจะนำ บาร์ซ่า คืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องถ่ายเลือดเสียออกไป และเติมเต็มเลือดใหม่เพื่อให้ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง แม้แนวคิดนี้จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม

เนื่องจากมีผู้เล่นบางคนที่ต้องโดนเฉดหัวทิ้งมีความสนิทสนมกับเมสซี่ ทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยปลื้มกับวิธีของ คูมันน์ กอปรกับเรื่องบริหารงานของบอร์ดบริหารสโมสรที่ดูเหมือนไร้อนาคตทำให้เจ้าตัวประกาศก้องต้องการย้ายหนี บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตามบทสรุปสุดท้าย เมสซี่ จำใจต้องอยู่เล่นกับทีมต่อไปอย่างน้อย 1 ฤดูกาล แต่กระนั้น คูมัน ก็ยังคงเดินหน้าที่จะผ่าตัดทีมครั้งใหญ่เพราะสถานการณ์ของสโมสรเหมือนกับผู้ป่วยนอนพะงาบๆ อยู่ในห้องไอซียู และขืนทู่ซี้เอาไว้แบบนี้มีหวังซี้แหงแก๋

หลังจากที่ทำการพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว คูมัน ฟันธงฉับๆ ว่าทีมจำเป็นต้องขาย 12 นักเตะออกไปให้ได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ของตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ เพื่อจะได้มีเงินทุนในการซื้อนักเตะที่ตนต้องการสำหรับการก่อร่างสร้าง บาร์ซ่า ยุคใหม่

จากรายงานของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชั้นนำในประเทศสเปน ระบุว่าอีกเหตุผลที่ บาร์ซ่า ต้องปล่อย 12 แข้งดังกล่าวก็เพื่อจะลดภาระค่าใช้จ่ายที่ตอนนี้เยอะเหลือเกิน เพราะทีมกำลังประสบปัญหาด้านการเงินเนื่องจากเป็นผลพ่วงของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สำหรับรายแรกที่ต้องกระเด็นแหงๆ นั่นก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ตอนนี้มีรายงาน ยูเวนตุส อยากได้ตัวไปร่วมทัพ แต่กระนั้นก็ต้องแข่งกับ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ซึ่งแสดงความสนใจหัวหอกชาวอุรุกวัยเช่นกัน แต่จากรายงานเชื่อว่านักเตะต้องการอยู่ในดินแดนกระทิงดุต่อไป เพราะครอบครัวปรับตัวกับการใช้ชีวิตที่นี่ได้แล้ว

ตามด้วย มาร์ติน เบรธเวท, ซามูแอล อุมติตี้,  ฌอง-แคลร์ โตดิโบ, เนลสัน เซเมโด้, อาร์ตูโร่ วิดัล และ ราฟินโญ่ โดยในรายของ โตดิโบ ได้รับความสนใจจากสดมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลายทีมอย่างเช่น "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้

ขณะที่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด แอบเล็ง ราฟินญ่า อยู่เช่นกัน ด้าน "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน สนใจจะเซ็นสัญญากับ วิดัล เนื่องจาก อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์จอมลีลา เป็นแฟนตัวยงนักเตะชาวชิลีรายนี้ ซึ่งพวกเขาเคยมีโอกาสร่วมงานกันมาแล้วสมัยที่คู่ยังอยู่กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส

ในส่วนของ อุมติตี้ มีรายงานว่านักเตะต้องการที่จะอยู่สู้กับต้นสังกัดต่อไป อย่างไรก็ตาม คูมัน ได้แจ้งกับแนวรับทีมชาติฝรั่งเศสว่าเขาไม่มีอนาคตกับสโมสรอีกต่อไปแล้ว และควรที่จะรีบหาโอกาสย้ายไปอยู่กับทีมอื่นดีกว่า เพื่อจะได้ลงสนามต่อไป

ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เคยมีข่าวสนใจอยากได้ เซนเตอร์แบ็กเลือดเฟร้นช์ มาเสริมแกร่ง แค่ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองทีมดังในลีกสูงสุดเมืองผู้ดียังคงสนใจอยากได้ อดีตกองหลัง โอลิมปิก ลียง ไปร่วมทัพอีกไหม

ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ก็ต้องเตรียมที่จะโบกมือลาทีมเช่นกัน อย่างเช่น จูเนียร์ ฟีร์โป กับ ฆวน มิรันด้า สองแบ็กซ้ายก็ต้องมองหาสโมสรใหม่เพื่อจะได้โอกาสลงสนาม ขณะที่ มอนชู, มุสซ่า วาเก้ และ โอริโอล บุสเก็ตส์ โดน วัตฟอร์ด เล็งที่จะสอยตัวไปร่วมทีม

การถ่ายเลือดเก่า เพื่อเติมเลือดใหม่เป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ ในวงการลูกหนัง แต่กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า การปรับทัพยกแผง อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ คูมัน เล็งเห็นแล้วว่าจำเป็นต้องทำ ถ้าอยากจะเห็นทีมกลับมาผงาดอีกครั้ง

เอ็มบั๊ปเป้ขอลาเปแอสเช-2ยักษ์พรีเมียร์ฯมีลุ้น

สื่อเมืองผู้ดีตีข่าว คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แจ้งกับ เปแอสเช ต้องการลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ ส่งผลให้สองยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก มีลุ้นได้ตัวไปเสริมทัพ

คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส บอกกับบอร์ดบริหารสโมสรแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายสังกัดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ตามรายงานจาก เดอะ ไทม์ส สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี ต้องการที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ และยกระดับในอาชีพค้าแข้ง โดยหวังที่จะโยกไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลา ลีกา สเปน หลังย้ายจาก โมนาโก มาอยู่กับ เปแอสเช ตั้งแต่ปี 2017

 นอกจากนั้น รายงานยังระบุว่า ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ เอ็มบั๊ปเป้ อยากไปเล่นด้วยคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ "หงส์แดง" เพราะชื่นชอบ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วนทีมใน ลา ลีกา ที่มีโอกาสได้ตัวคือ บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด

ก่อนหน้านี้ เอ็มบั๊ปเป้ เพิ่งให้สัมภาษณ์กับ เตเลฟุต สื่อวงการลูกหนังของฝรั่งเศส เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า อยากให้ เปแอสเช ทำการเสริมทัพอีกในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อที่จะได้มีลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 หลังจากซีซั่นก่อนพลาดท่าแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบชิงชนะเลิศ ไปอย่างน่าเสียดาย

"แน่นอน ผมมีความเชื่อว่าเราจะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ เราต้องมีความเชื่อแบบนั้น เพราะถ้าเราไม่มีความเชื่อมั่นแบบนั้นมันก็จะไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเราเลย ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้ และคุณต้องลืมความผิดหวังไปให้ได้ มีหลายทีมที่แพ้นัดชิงชนะเลิศแต่ก็ได้แชมป์ในฤดูกาลต่อมา"

"เปแอสเช เติบโตขึ้นจากการเล่นนัดชิงชนะเลิศหนนี้ ก่อนหน้านี้เราเคยไปไกลสุดแค่รอบก่อนรองชนะเลิศ แต่ตอนนี้เราทำลายกำแพงที่ว่าได้แล้ว คุณต้องทำการเสริมทัพให้ดี คุณต้องซื้อนักเตะมาร่วมทีม เราหวังว่าจะทำการเสริมทัพได้ดี และสามารถเริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยการตั้งเป้าที่จะทำให้ดีขึ้นได้" เอ็มบั๊ปเป้ ทิ้งท้าย

ได้โปรด!เรอัลยอมช่วยค่าเหนื่อยทีมที่ซื้อ “เบล”

สื่อเมืองผู้ดี ตีข่าว เรอัล มาดริด กระสันขาย แกเร็ธ เบล ออกจากทีมใจแทบขาดล่าสุดเพิ่มออปชั่นพิเศษยินดีช่วยจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตให้กับทีมไหนก็ตามที่ดึง สตาร์ชาวเวลส์ ไปร่วมทีม หลังก่อนหน้านี้ก็เพิ่มประกาศหั่นค่าตัวเหลือแค่ 22 ล้านปอนด์เท่านั้น

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ยินดีไม่มีปัญหาที่จะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยให้กับสโมสรไหนก็ตามที่ซื้อแกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ไปร่วมทีม จากการเปิดเผยของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำในประเทศอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

เบล กลายเป็นส่วนเกินของ "ราชันชุดขาว" เนื่องจาก ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศส ไม่ต้องการเขาอยู่ในแผนการสร้างทีมอีกต่อไป โดยเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานักเตะแทบจะไม่ได้รับโอกาสลงสนาม ที่สำคัญเขาได้ลงเล่นแค่ 2 แมตช์นับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งใหม่ แถมยังโดนตัดชื่อออกจากทีมในเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีรายงานว่า เรอัล พร้อมที่จะลดราคาค่าตัว เบล เหลือเพียงแค่ 22 ล้านปอนด์ (ราว 836 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอทาบทามเนื่องจากติดปัญหาที่ค่าเหนื่อยของนักเตะที่ได้รับกับ "โลส บลังโกส" สูงถึง 600,000 ปอนด์ (ราว 22.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ รายงานว่า  เรอัล มาดริด ตัดใจเพิ่มออปชั่นพิเศษเข้าไปอีกด้วยการช่วยเหลือเรื่องการจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาลเหล่านั้นเพื่อที่จะได้ส่ง อดีตสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน สามารถตกลงเงื่อนไขกับสโมสรใหม่ได้ซะที

ทั้งนี้ เบล ซึ่งยังเหลือสัญญากับ เรอัล 2 ปี แทบไม่ได้มีส่วนกับทีมเลยโดยเขาได้ลงสนามในเกมลีกแค่ 12 แมตช์เท่านั้นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดมากมายทั้งคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย

 

ปีร์โล่ลั่นอยากได้กองหน้าเสริมคมยูเวนตุสสัก1ราย

อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือ ยูเวนตุส ประกาศชัด อยากได้หัวหอกมาร่วมทีมสัก 1 คน พร้อมบอกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งคนดังของทีมกำลังมีสภาพความฟิตที่น่าประทับใจ

อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์คนใหม่ของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศชัดว่าตนอยากได้กองหน้าคนใหม่มาร่วมทีม หลังจากจนถึงตอนนี้ "เบียงโคเนรี่" ยังไม่ได้หัวหอกมาร่วมทีมแม้แต่คนเดียว

ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายคนมองว่า ยูเวนตุส จำเป็นต้องดึงหัวหอกตัวเป้าชั้นยอดมาร่วมทีมเพื่อทำให้เกมรุกมีความดุดันมากขึ้น, ช่วยลดภาระของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และทำให้ทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่าเดิม ซึ่ง หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิง บาร์เซโลน่า คือคนที่มีข่าวกับทีมของ ปีร์โล่ มากที่สุด แถมข่าวยังมีมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่จนถึงตอนนี้คนที่ ยูเวนตุส ได้มาร่วมทีมมีแต่กองกลาง ไม่ว่าจะเป็น อาร์ตูร์, เวสตัน แม็คเคนนี่ และ เดยัน คูลูเซฟสกี้

"ผมต้องการได้กองหน้ามาร่วมทีมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ตลาดมันยังเปิดทำการอีกหลายวัน มันจะยังมีเวลาให้สามารถทำงานได้จนกว่าจะถึงวันที่ 4 ตุลาคม" ตำนานกองกลางชาวอิตาเลียน ระบุ

ปีร์โล่ เสริมว่าตอนนี้ โรนัลโด้ มีสภาพความฟิตที่ยอดเยี่ยม หลังจากล่าสุดดาวเตะชาวโปรตุกีสทำประตูให้ทีมได้ 1 ลูก ในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม โนวาร่า 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา  "คริสเตียโน่ สบายดี ก่อนหน้านี้เขาพิสูจน์ให้เห็นถึงเรื่องนั้นในตอนเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสไปแล้ว และในเกมนี้ก็ยังทำอย่างนั้นได้อีก"

แฟนผีจับตา!โรมาโน่เผย “เรกีลอน” กระสันซบแมนยู

สาวก "ปีศาจแดง" มีข่าวที่ชวนให้ติดตามอีกแล้ว เพราะล่าสุด ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวกีฬาชื่อก้องเลือดมะกะโรนี เผยเอง เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด มีใจที่จะย้ายร่วมก๊วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวกีฬาชื่อดังชาวอิตาเลียน ซึ่งเป็นกูรูด้านตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เผยว่า เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายฝีเท้าดีของ เรอัล มาดริด มีความยินดีที่จะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายในช่วงซัมเมอร์นี้

เรกีลอน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมระหว่างเล่นให้ เซบีย่า แบบสัญญายืมตัวเมื่อฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา ทว่าเจ้าตัวส่อแววหมดโอกาสที่จะหวนกลับไปโชว์ฝีเท้าในถิ่น รามอน ซานเชซ ปิซฆวน อีกครั้งในฤดูกาลนี้ เนื่องจากทีมดังแห่งแคว้นอันดาลูเซียกำลังจะได้ตัว มาร์กอส อคุนญ่า แบ็กซ้ายชาวอาร์เจนไตน์ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมก๊วน หลังจากที่การเจรจาระหว่างสองสโมสรคืบหน้าไปมาก และใกล้ได้บทสรุป

ล่าสุด โรมาโน่ อัพเดตข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เรกีลอน ขณะที่ตัวนักเตะก็อยากจะย้ายมาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เช่นกัน ทว่า "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมที่จะทุ่มเงินซื้อในราคา 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ "ราชันชุดขาว" ตั้งเอาไว้ ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจริงจังแค่ไหนกับการล่าตัว ดาวเตะทีมชาติสเปนวัย 23 ปี

ทั้งนี้ เรกีลอน ลงเล่นให้ เซบีย่า รวมทุกรายการ 38 นัด ทำได้ 3 ประตู เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แถมเป็นกำลังสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 6 ได้อย่างยิ่งใหญ่