สังคมมืด!ผู้กำกับเส้นหญิงโดนขู่ฆ่าทำโนเล่แพ้

ลอร่า คล้าร์ก ผู้กำกับเส้นหญิงวงการเทนนิส เจอวิบากกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เมื่อมีแฟนคลับของ โนวัค ยอโควิช ส่งข้อความบันทอนจิตใจใน "ไอจี" แถมยังมีบางรายขู่ฆ่าหมายจะเอาชีวิตให้ได้ หลังเธอตกเป็นกระแสสังคมจากการโดน "โนเล่" หวดบอลใส่คอ ในการแข่งขันศึกยูเอส โอเพ่น

ลอร่า คล้าร์ก ผู้กำกับเส้นหญิงที่โดน โนวัค ยอโควิช นักเทนนิสมือ 1 ของโลก ชาวเซอร์เบีย หวดบอลอัดเข้าที่ลำคอ ตกเป็นเหยื่อสื่อสังคมออนไลน์ที่้จ้องขู่ฆ่าเธอ หลังทำให้ "โนเล่" ต้องโดนปรับแพ้ฟาวล์ ร่วงตกรอบ 16 คนสุดท้าย ศึกเทนนิสแกรนด์ สแลม ยูเอส โอเพ่น ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ยอโควิช ต้องพลาดลุ้นแชมป์แกรนด์สแลม ใบที่ 18 ไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อดันหัวเสียเนื่องจากโดน ปาโบล การ์เรโน บุสตา แร็กเกตชาวสแปนิช เบรกเกมเสิร์ฟ และตกเป็นรองอยู่ 5-6 เกม จากนั้นเจ้าตัวก็หยิบลูกเทนนิสออกมาจากกระเป๋าแล้วหวดทิ้ง แต่บอลเจ้ากรรมดันพุ่งไปโดนที่ลำคอของผู้กำกับเส้นหญิงพอดีจนเธอล้มคว่ำไป

จากการกระทำดังกล่าวทำให้ "โนเล่" ต้องโดนปรับแพ้ไปโดยปริยาย แถมยังโดนลงโทษด้วยการตัดคะแนนสะสมจากการแข่งขันรายการนี้ พร้อมทั้งถูกริบเงินรางวัล 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8.25 ล้านบาท) ที่เขาได้รับจากการทะลุเข้าสู่รอบ 16 คนสุดท้าย และยังโดนปรับเงินอีก 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 330,000 บาท) จากการแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา

ในขณะที่ คล้าร์ก จากโอเว่นส์โบโร่ รัฐเคนตั๊กกี้ ก็ต้องเจอกับวิบากกรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ เมื่อเธอโดนบรรดาแฟนคลับของ นักหวดเลือดเซิร์บ เข้ามาโจมตีอย่างหนักมากกว่า 1,000 ข้อความใน อินสตาแกรม สื่อสังคมออนไลน์ยดฮิต โดยเฉพาะข้อความที่ขู่ฆ่า

โดยมีอยู่ 1 โพสต์ที่เธอเขียนเอาไว้เพื่ออุทิศให้กับลูกชายที่เสียชีวิตในวัยเพียง 25 ปี จากอุบัติเหตุในการขับขี่มอเตอร์ไซค์เมื่อปี 2008  ซึ่งเกรียนคีย์บอร์ดรายหนึ่งได้ตอบโพสต์ดังกล่าวด้วยข้อความที่เลวร้ายมากๆ ว่า "ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวแกก็จะได้ไปอยู่กับเขา(ลูกชาย) ในเร็วๆ นี้" ขณะที่อีกรายแสดงข้อความเห็นด้วยว่า " ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ฮา ใช่ ใช่ มันต้องโดน"

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

18 ส.ค. 2563-19:11 น.
แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ / วันที่ 18 ส.ค. แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมงาน เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์แฟร์ 2020 ที่ เซ็นทรัลชิดลม พร้อมให้สัมภาษณ์อัพเดตชีวิตหลังสูญเสียคุณพ่อ และเรื่องความรักกับ ไฮโซประณัย

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?
"ค่อยๆ รับรู้ความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แต้วได้คำสอนจากคุณพ่อมาเยอะ เรื่องการมองโลกในความเป็นจริง ถือว่าคำสอนนี้ทำให้เรามีสติ ยิ่งเวลาที่เราเศร้าเรานึกถึงคำสอน นึกถึงคุณพ่อมันช่วยได้จริงๆ กับคุณแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ตระเวนทำบุญกันเยอะมาก เพราะว่าพรุ่งนี้ก็จะครบ 50 วันพ่อเสีย"

ตั้งใจจะทำอะไรในวันครบรอบ 50 วัน การจากไปของคุณพ่อ ?
"ในวันครบรอบก็ทำบุญค่ะมีถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน"

หลายคนชื่นชมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เราเข้มแข็งมาก ?
"ก็อย่างที่บอกคุณพ่อสอนมาเยอะ สอนไม่ให้เราประมาทกับการใช้ชีวิต ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราสามารถ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตเราเองที่มันไม่แน่นอน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ามันช่วยได้มากจริงๆ"

ลุกขึ้นมาทำงานได้เร็วมาก ?
"กองให้ไปถ่าย (หัวเราะ) จริงๆก็ช่วยได้มาก ให้เรามาโฟกัสอยู่กับงาน ไม่ไปจมอยู่กับความเศร้า แต่ก็ยังเศร้าอยู่"

เราต้องเป็นหลักให้กับครอบครัวมาขึ้นไหม เพราะว่าดูพี่สาวเราก็สภาพจิตใจแย่มากเช่นกัน ?
"ไม่ค่ะ เป็นทั้งแต้วและพี่เต๋า คือคิดว่าถ้าขาดพี่เต๋าไป แต่วคงเซเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็จับมือกันทั้งคุณแม่ พี่เต๋า แต้ว ก็มีพี่โน้ตสามีพี่เต๋าอีกคน มาช่วยพยุงกันให้กลับมาใช้ชีวิต ไม่ปกติแหละ แต่ก็พยุงกันไปได้ในช่วงชีวิตที่เรารู้สึกว่าเรายังอ่อนแอ"

คุณพ่อมาเข้าฝันบ้างไหม ?
"ไม่มีเลย ตอนแรกยังบอกว่า มาเลยนะ จริงๆเป็นคนที่กลัวเรื่องนี้มาก แต่ก็อยากเจอเนอะ คิดถึง"

แต่พี่เต๋าบอกว่าคุณพ่อมาหา ?
"ใช่ค่ะ คือเขาคิดถึงมากจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาก็จะนั่งสมาธิ เชื่อว่าน่าจะเป็นผลบุญให้คุณพ่อด้วย ก็จะชวนกันนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกคืน"

ช่วงนี้ก็จะแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านอยู่บ่อยๆ ?
"มีคุณแม่มอบหมายหน้าที่ให้ โดยการให้ดูแลหลาน แม่ก็กลายเป็นคุณยายที่ทำหน้าที่คุณยายเต็มตัว ปกติพี่สาวก็จะดูแลลูกเอง"

ล่าสุดเห็นพากันไปทานอาหารญี่ปุ่น ?
"ใช่ค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยออกข้างนอกเท่าไหร่ ก็ชวนกันไปทานข้าว จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง"

ว้าวเลย

มีประณัยไปด้วย ?
"ใช่ค่ะ ได้มาเจอกันหลายๆคน"

หลายคนมองว่าเป็นการเปิดตัวแบบเป็นทางการหรือเปล่า ?
"ไม่นะคะ ถ้าเป็นวันนั้น เป็นการผ่านไอจีสตอรี่ของคนอื่น ถ้าเป็นทางการไม่น่าจะเผลอขนาดนั้น"

ตัวเราเองยังไม่พร้อมด้วยใช่ไหม ที่จะเปิดตัวแบบเป็นทางการ ?
"อุ้ย แต้วว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ค่ะ มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัวหรือแกรนด์โอเพนนิ่งอะไร"

คนแซวมากๆ เขินไหม ?
"ไม่เรียกว่าเขินอ่ะ แต่แค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องนี้ด้วย"

เวลาไปทานข้าวกับเขา แล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายติดเขาไปด้วย มีแอบพะวงไหมว่าจะลงหรือไม่ลงไอจีดีไหม ?
"เอ่อ ไม่นะคะ แต้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องพะวงว่าจะติดไม่ติด เพราะเรารู้สึกโอเคค่ะ"

ผลัดกันถ่าย

ช่วงที่แต้วเศร้ามากๆ เรื่องงานคุณพ่อ เขาก็อยู่ข้างกายเราตลอด ?
"มีหลายคนค่ะที่อยู่รอบๆ มีทั้งพี่ๆ ในวงการ ช่างแต่งหน้า มาช่วยกัน มาเป็นกำลังใจให้เราทุกคน รวมถึงพี่ต้นด้วย เจมส์ด้วย หลายคนเพื่อนๆ นักแสดงมาเป็นกำลังใจให้ เราก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ ที่เขาช่วยเราตั้งแต่วันแรก"

การพาไปทานข้าวกับคุณแม่วันนั้น เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอไฮโซประณัยด้วยไหม ?
"ไม่ค่ะ เคยไปทานกันหลายรอบค่ะ"

หลายคนก็ชื่นชมต้น ที่ในวันงานดูแลแต้วและครอบครัวดีมาก ?
"ค่ะ คือเราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ อย่างพี่เต๋าเองเวลามีงานอะไรก็จะชวนพี่ต้นมาด้วย เราก็รู้สึกว่าอยากให้เขามา อีกอย่างเขาเองก็ผูกพันกับคุณพ่อมาก คุณพ่อเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกัน และเขาก็มาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ เขาอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณพ่อด้วย"

แสดงว่าพี่ต้นก็เปรียบเสมือนอีกคนในครอบครัวไปแล้ว ?
"มันรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หวังดีกับเราคนหนึ่ง และเราก็หวังดีกับเขา"

เหมือนเป็นพี่ชายคอยช่วยดูแลทุกคนในงานเลย ?
"ใช่ค่ะ"

ฟนเก่า

ความสัมพันธ์กับประณัยเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ก็ดีค่ะ เหมือนเราค่อยๆ รู้จักกันไปนะคะ ทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาเนอะ ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ"

ตัวประณัยเขินไหม ที่ถูกจับตามองแบบนี้ ?
"เอ่อ… คงไม่เป็นเชิงเขินมั้งคะ ไม่รู้เหมือนกันต้องไปถามเขาดู (หัวเราะ) เวลามีภาพตามโซเชียลถามว่าเขาซีเรียสไหม ไม่นะคะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรค่ะ"

ถ้าให้สถานะตอนนี้ เราจะเรียกว่าอะไร ?
"เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้ค่ะ"

เหมือนทางครอบครัว คุณแม่ รวมไปถึงแก๊งเฟอร์บี้ก็ไฟเขียวแล้ว ?
"ก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียวถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ก็ไม่ได้ แต้วรู้สึกว่าอย่างตอนที่เราเป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อคุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เราเลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆ อย่างในชีวิตเรา เราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดงไฟเขียวอะไร"

แก๊งเฟอร์บี้มีคอมเมนต์ไหม ?
"ไม่ได้มีนะคะ เราก็เจอกันคุยกันปกติ ไม่ได้มีนอกรอบ"

เหมือนก่อนหน้านี้ก็เจอกระแสเยอะเหมือนกัน อย่างดราม่าเรามูฟออน เป็นช่วงโควิดพอดี ไม่มีโอกาสได้พูด เราอยากพูดอะไรไหม ?
"ใช่ค่ะ คือแต้วก็เห็นนะคะ แต่ไม่ได้เอามาคิดอะไรมาก แต้วเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆ เรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งตอนที่มีปัญหา ใช้เวลาในการแก้ไขมาประมาณหนึ่ง จนถึงวันนี้ ถามว่าเสียใจมั้ย เราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาให้ได้ ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต ที่เรากลัวมากๆ คือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลาเรามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดกับมันมาก พยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไรแต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆ เพราะไม่สามารถห้ามใครได้ และก็ไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเราที่เราจะรับผลกระทบเอง"

เรามูฟออนแต่เขาไม่ยอมมูฟออน ยังเมนต์แต่เรื่องเดิม ๆ หงุดหงิดใจไหม ?
"ไม่เลยค่ะ เรารู้สึกว่าพูดได้เต็มที่ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบๆ ข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้วค่ะ"

คนเม้าธ์สุดท้ายเราก็คบไฮโซตามเพื่อน ?
"ก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้นๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็น 10 ปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไข และไม่แก้ไขมาเยอะมาก การที่ไปตัดสินใจแบบนั้นก็ตื้นไป เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบแต้วก็ไม่แตะอะไร"

ประณัยทำใจแล้วใช่ไหมถ้าเป็นแฟนกับแต้ว ต้องถูกจับตามอง ?
"ไม่รู้ค่ะ(ยิ้มเขิน) แต้วก็ใช้ชีวิตของแต้วค่ะ แต้วก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะแต้วรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ"

 

 

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

เซ้นต์ ศุภพงษ์ แจงดราม่า เหตุไม่ได้เล่น บังเอิญรัก 2

หายหน้าหายตาไปนาน จนแฟนๆ หลายคนบ่นคิดถึง สำหรับหนุ่มหน้าหวาน เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา พระเอกสายวายชื่อดัง ล่าสุดวันที่ 24 ส.ค. เจอดาราหนุ่มในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง "วอน(เธอ)" ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เลยอัพเดตชีวิตและผลงาน

รวมถึงผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้แพลนแฟนมีตติ้งต่างประเทศต้องเลื่อนออกไปทั้งหมด พร้อมแจงเหตุที่ตนเองไม่ได้กลับมาเล่นซีรีส์ บังเอิญรัก 2 ร่วมกับเพื่อนนักแสดงชุดเก่า จนกลายเป็นดราม่าเบาๆ

ก่อนหน้านี้หายหน้าหายตาไปเลย?
"ถ่ายละครครับ ใกล้ปิดกล้องแล้วเรื่อง Let’s Fight Ghost ทุ่มเทมากเพราะว่าเป็นละครบู๊ ต้องซ้อมคิวบู๊หรือว่าเรียนมวยต่างๆ เรียกว่าทุ่มเทให้กับเรื่องนี้เต็มที่ ด้วยความที่ช่วงนั้นปิดกล้องเรื่อง Why R U The Series พอดี ซึ่งสิ้นเดือนนี้ก็จะกล้องแล้ว แล้วเดี๋ยวก็จะมาเต็มที่กับหนังเรื่อง วอน(เธอ)"

รับทีละเรื่องเหรอ?
"ตอนนี้เรื่อยๆ ครับ แล้วแต่ว่าจะมีทางภาพยนตร์หรือว่าละครติดต่อมา ถ้าสามารถรับได้หลายเรื่องก็อยากรับเหมือนกัน"

เล่นคิวบู๊เป็นยังไงบ้าง?
"สนุกมากครับ แรกๆ บอกเลยว่าล้มลุกคลุกคลานมาก ด้วยความใหม่ด้วยก็มีต้องไปเรียนทั้งบู๊ทั้งมวย เพราะตัวละครที่รับเป็นมวยไทย ต้องผนวกทั้งบู๊และมวยไทย เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนเลย แรกๆ อาจจะยังไม่เก่งมากรู้สึกว่ายังต้องฝึกฝน แต่พอได้ฝึกฝนอยู่กับมันมาประมาณปีนึงก็ชอบ มีละครบู๊มาก็ติดต่อได้นะครับ ชอบมากเลย"

มีผิดคิวบ้างไหม?
"มีครับ อย่างตอนนี้ถ้าเห็นก็จะมีรอยแดงๆ เพราะว่าใส่ซับบางทีต่อสู้แล้วแบบกระแทกจนเป็นรอย แรงสุดที่โดนคือเขียวเป็นแถบเพราะว่าเราต้องแอ๊กชั่นเตะแล้วลอยจริงเลย ส่วนใหญ่จะเล่นฉากบู๊เองทั้งหมด มีแค่คิวที่ต้องเข้าไปใกล้ๆ เป็นมีดแหลมก็จะมีพี่สตั๊นต์ช่วยเล่นให้ เรียกว่ามีรอยช้ำกลับบ้านทุกวันที่มีคิวบู๊"

รอยช้ำตามตัวกระทบต่อการทำงานไหม?
"ตอนนี้เรามีนวัตกรรมคือรองพื้นและคอนซีลเลอร์ครับ คือต้องใช้ตัวช่วย บางทีมันเป็นรอยแล้วเราต้องทำงานก็อาจจะต้องปกปิดหน่อย จริงๆ ที่ตั้งใจปิดเพราะเป็นห่วงแฟนคลับว่าเดี๋ยวเขาเห็นแล้วจะเป็นห่วงกัน"

เจ็บเนื้อเจ็บตัวขนาดนี้ก็ยังชอบเล่นบู๊เหรอ?
"ชอบครับ เหมือนเด็กผู้ชายเนอะเราก็ชอบเล่นอะไรที่มันใช้แรงมากๆ พิเรนทร์ๆ อยู่แล้ว พอมาเจอคิวบู๊ก็ถูกใจเลยครับ นี่ยังคุยอยู่เลยว่าเดี๋ยวถ้าจบเรื่องนี้ก็อยากจะไปเรียนมวยจริงจัง หรือว่าเรียนยิงปืน"

แอบคาดหวังบ้างไหมเพราะก่อนหน้านี้บทเราค่อนข้างใสๆ?
"คาดหวังครับ คาดหวังให้ออกมาดีที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นเราก็จะดีใจมาก"

ถามถึงประเด็นที่หลายคนจับตาว่าเราไม่ได้อยู่ในซีรีส์ บังเอิญรัก 2 แล้ว?
"อย่างที่บอกไปตั้งแต่ครั้งก่อนๆ ว่าด้วยเรื่องเวลา คิวงานเอง หรือว่าในหลายๆ เรื่อง เพราะการที่จะรับซีรีส์หรือละครเรื่องหนึ่งมันต้องมีความพร้อมด้วยทั้งเวลาถ่ายทำ อย่างที่เห็นว่า บังเอิญรัก กำลังถ่ายทำกันอยู่และใกล้จะจบแล้ว ส่วนผมก็ถ่าย Let’s Fight Ghost ซึ่งเต็มที่กับเรื่องคิวบู๊ในการถ่ายทำเรื่องนี้อย่างมาก เลยมีหลายเรื่องไม่ลงตัวทำให้ไม่ได้เล่น"

เสียดายไหม?
"ผมเชื่อว่าเมื่อเราเลือกอะไรแล้วเราจะไม่เสียดายในสิ่งที่เราตัดสินใจ แต่ถามว่าเรารักในตัวละครรักซีรีส์มั้ย แน่นอนครับ เราเกิดและโตมากับเขา ยิ่งตัวละครที่ได้รับเลือกผมจะรักมากเพราะเปรียบเสมือนเราสร้างงานศิลปะ สิ่งที่เราทำเราทำด้วยความรักอยู่แล้ว"

แฟนคลับค่อนข้างเสียใจที่ไม่มีเรา?
"เซ้นต์ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจ อย่างที่บอกว่ามันเป็นหลายๆ เรื่องด้วย"

แอบเห็นดราม่าไหม?
"แอบอ่านอยู่ครับ แต่ว่าอย่างที่บอกคือมองให้เป็นความเข้าใจแหละ เหมือนกับความสัมพันธ์เวลาเรามีแฟนเราก็อยากให้แฟนเข้าใจเราที่สุด ผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนอยากให้ผมเข้าใจในมุมมองของเขา ซึ่งผมก็เข้าใจนะ สำหรับผมก็อยากอธิบายทุกคนฟังในมุมมองของผม"

ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทีมงานเก่าหรือว่าเพื่อนๆ นักแสดง?
"ไม่ได้มีปัญหากันครับ ยังเล่นยังคุยกับมีน(พีรวิชญ์)อยู่เลย อย่างที่เห็นกันว่ามีนก็เป็นนักแสดงนำของบังเอิญรักเหมือนกัน ฉะนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกันกับทางเพื่อนๆ ครับ"

ถามถึงแพลนงานที่ต่างประเทศ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีแฟนมีตติ้งที่ต่างประเทศตลอด หลังจากเกิดโควิด-19 มันกระทบกับงานเราเยอะไหม?
"พอสมควรครับ จริงๆ ช่วงหลังจากที่จบซีรีส์ Why R U The Series วางไว้ว่าก็จะมีแฟนมีตของ Why R U The Series และแฟนมีตเดี่ยวของผมประมาณ 7-8 ประเทศ ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าต้องพักไว้ก่อน แต่ว่ายังไม่ได้ยกเลิกนะครับ แค่พักคิวไว้ก่อนเฉยๆ รอว่าถ้าได้คิวแล้วบินไปได้จริงๆ สถานการณ์ดีขึ้นก็ค่อยไป"

เกิดความเสียหายกับตัวเรามากน้อยแค่ไหน?
"สำหรับผมการไปแฟนมีตคือความรักที่เราอยากจะไปมอบให้กับแฟนคลับ แล้วเราก็ไปรับพลังความรักจากแฟนคลับด้วย ผมเลยมองว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่า ในเรื่องของเงินทองสำหรับผมมันเป็นของที่ไม่ได้ซีเรียส แต่เป็นความรักมากกว่าเพราะหลายคนคาดหวังที่อยากจะเจอเรา แต่ว่าเขาไม่ได้เจอ"

ซัพพอร์ตยังไงกับการที่เขาผิดหวัง?
"หลายคนจะเห็นว่าสมัยก่อนผมไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยลขนาดนั้น หลังๆ ผมก็จะเริ่มฝึกมากขึ้น เล่นโซเชี่ยลมากขึ้น มีไลฟ์มากขึ้น อย่างน้อยที่ว่าเราไม่ได้เจอกัน ไปต่างประเทศ หรือว่าอีเวนต์ ก็ยังได้เจอกันผ่านโซเชี่ยลส่งความรู้สึกส่งความรักถึงกันและกันได้"

กังวลไหมว่าพอไม่ได้ไปเจอเขาบ่อยๆ หรือว่าห่างหายไป แล้วฐานแฟนคลับจะลดลง?
"ส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับความรักแหละครับ ถ้าเราเติมเต็มซึ่งกันและกันความรักที่มันหอมหวานมันก็จะหอมหวานอย่างนั้น ผมว่าความหอมหวานของมันมีเสน่ห์ยิ่งกว่าถึงแม้ว่าเราไม่อยู่ใกล้กันหรือเจอกัน แม้ไม่ได้เจอกันมันก็เป็นบททดสอบนะว่าเรายังคิดถึงเขา และเขาก็ยังคิดถึงเรา"

เปรียบแฟนคลับเหมือนแฟนเลยเนอะ?
"ผมมองว่าแฟนหรือคนในครอบครัว คือคนที่เราต้องการจะให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เช่นเดียวกันผมอยู่กับแฟนคลับเป้าหมายของผมอย่างหนึ่ง คือผมก็อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับแฟนคลับเหมือนกันครับ"

เปิดเบื้องลึกรอยร้าว หนุ่ม กรรชัย VS. ช่อง 3 อะไรคือปมจริงๆ ที่แตกหัก

ระส่ำไปทั้งตึกมาลีนนท์ เมื่อมีข่าวหลุดเล็ดลอดออกมาว่าฝ่ายข่าวช่องหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกับผู้ประกาศคุณพ่อจอมโหน จนถึงขั้นต้องแยกทางกันเดิน

ซึ่งก็คงไม่ต้องสืบเสาะกันให้ยุ่งยากเพราะผู้ประกาศข่าวคนที่ว่าก็ชี้เป้าอยู่แล้ว “คุณพ่อจอมโหน” ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ยืนหนึ่งกับรายการโหนกระแส

น้ำ รพีภัทร ไม่หมิ่นเงินน้อย เก็บขยะขายได้เงินมาเกือบสองร้อยบาท
สามี น้ำหวาน เดอะเฟซ เปิดใจ “มีคนผิด 2 คน” มีข้อมูลแน่นมั่นใจไม่โง่
“ช่องวัน31” บวงสรวงละคร 4 เรื่อง 4 รส ขนนักแสดงนับร้อยชีวิตเข้าร่วมพิธี
งานนี้เกิดอะไรขึ้นกับ หนุ่ม กรรชัย และช่อง 3 งานนี้เบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ช่อง 3 ถึงได้มีข่าวแบบนี้กับ กรรชัย กำเนิดพลอย หลุดออกมา ทั้งที่ความเป็นจริงชื่อนี้ น่าจะเป็นชื่อขายของข่าวช่อง 3 ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

งานนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงปัญหา ว่ากันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเกิดจากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ไม่ได้เกี่ยวกับรายการ “โหนกระแส” อย่างที่หลายคนคาดเดากันไปแต่อย่างได้

ปัญหาเกิดขึ้นเกิดกับรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ที่อุดมคติในการทำข่าวของ หนุ่ม กรรชัย กับผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ไม่ตรงกัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ทำ หนุ่ม กรรชัย สับสน แม้แต่ทีมข่าวของช่อง 3 ก็ยังออกอาการเซโรงังกับนโยบายที่ปรับเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือของผู้บริหารช่อง

เพราะอยู่ๆ ช่อง 3 มีนโยบายปรับเนื้อหาข่าวใหม่ ไม่เอาข่าวเข้าถึงชาวบ้าน ไม่เน้นข่าวกระแส ตั้งเป้ากลยุทธ์ใหม่ ช่อง 3 ข่าวจะต้องมี value อยากให้ภาพของข่าวช่อง 3 คือ CNN ของเมืองไทย

ขณะที่ทีมข่าวช่อง 3 ตั้งคำถามว่าการที่มี หนุ่ม กรรชัย เข้ามาทำข่าวกระแส เข้าถึงชาวบ้าน เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ถูกทางแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลังการมาของ กรรชัย สามารถทำให้เรตติ้งขึ้นมาถึงแตะตัวเลข 1 ได้หลังข่าวช่อง 3 ฟุบไปนาน

โดยในยุคก่อนหน้าโน้นนนน ช่อง 3 ก็เคยใช้นโยบายทำข่าวแบบมี value มาแล้ว แต่สิ่งที่เจอคือไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเบนหัวรถจักรกลับมาเจาะตลาด mass ตามเดิม ซึ่งแนวทางช่วงที่ หนุ่ม กรรชัย เข้ามาก็ไปได้ด้วยดี และในเมื่อทุกอย่างกำลังดีๆ เหตุใด?? จึงเปลี่ยนกะทันหันอยากกลับมาปรับเป็นแนวข่าวมี value ที่ไม่ประสบความสำเร็จอีก

แถมล่าสุดว่ากันว่าเรื่องราว go so big ไปกันใหญ่มีการตั้งคณะทำงานดูแลโครงสร้างข่าวเที่ยง รายการที่ หนุ่ม กรรชัย นั่งแท่นผู้ประกาศข่าว งานนี้ก็ต้องจับตาดูว่าการเข้าไปล้วงปรับโครงสร้างข่าวเที่ยงครั้งนี้ ผู้บริหารต้องการเพียงแค่ขยับปรับรูปแบบการทำงาน หรือมีจุดประสงค์แฝงอื่น?

โดยหากลงรายละเอียดกันลงไปอีก ที่ผ่านมาการทำงานข่าวในช่วงรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ หนุ่ม กรรชัย ไม่ใช่คนเดียวที่เป็นคนกำหนดประเด็นข่าวในการนำเสนอแต่ละวัน ทุกอย่างเกิดจากการหารือกันกับทีม และคนที่เป็นหลักในการกำหนดประเด็นข่าวก็ยังคงเป็นบรรณาธิการข่าว

ส่วนในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หนุ่ม กรรชัย ไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจผู้บริหารใหม่ช่อง 3 เพราะเข้ามาทำงานผู้ประกาศข่าวในยุค บี๋ อริยะ พนมยงค์ ผู้บริหารคนก่อนที่ลาออกไปหรือเปล่า เรื่องนี้ได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน หนุ่ม กรรชัย เพียงเข้ามาในยุค บี๋ อริยะ แต่ไม่ได้เป็นคนของอดีตบอสใหญ่ช่องแต่อย่างใด

สำหรับบทสรุปตอนนี้ หลังจากเกิดความตึงเครียดในที่ประชุมข่าว หลังผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ต้องการแนวทางการทำข่าวแบบใหม่ ที่ไม่ตรงกับแนวทางของ หนุ่ม กรรชัย ตอนนี้ทุกอย่างยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ บทสรุปยังไม่แน่ชัด ทุกฝ่ายยังรอดูทิศทางคลื่นลมว่าจะเป็นอย่างไรต่อ จะมีแรงกระเพื่อมอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า กระแสที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เป้าหมายในการทำงานที่ต่างกัน หรือจริงๆ ลึกลงไปมันอาจมีอะไรมากกว่านั้น บางครั้งอาจไม่ใช่เก่าไปใหม่มาเสมอไป เพราะบางทีเมื่อเก่ากลับมาใหม่อาจจะต้องไป

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม

เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก ทัศนคติดี ลั่น ยังโสด! ไม่ใช่มือที่สาม


เฟรม วรณัน รับ เมฆ จิรกิตติ์ ตรงสเป๊ก – เคลียร์ข่าวเม้าธ์กันให้แซดเรื่องมือที่สาม สำหรับ เฟรม วรณัน นลัทวรสกุล เจ้าของฉายานางฟ้าเกณฑ์ทหาร ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน บวงสรวงซีรีส์ "เสน่หาสตอรี่" ซีซั่น 3 ณ สตูดิโอ 1 บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด(มหาชน) เปิดใจถึงภาพหลุดกับเมฆ จิรกิตติ์ ที่ชาวเน็ตจับตามองกันว่าสองคนนี้ ซุ่มปลูกต้นรักกันหรือเปล่า หลังฝ่ายชายบอกว่าความรักไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ หรือ กลุ่ม LGBT

มีข่าวออกมาว่าไปเป็นมือที่สาม?

"เป็นมือที่สาม หนูว่าไม่ใช่นะคะ ตอนนั้นหนูกับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เป็น คิดว่าน่าจะไม่ได้เกี่ยวกับหนูนะคะ "

หลายคนบอกสวีตกันมาก?

"ไม่ค่ะ ไม่มีอะไรตอนนั้นแค่ไปกินข้าวแล้วก็ไปช้อปปิ้งเฉยๆ แล้วมันแบบจังหวะจับมือใช่ไหม(ยิ้ม)"

จริงๆเรารู้จักกันไหม?

"ก็เป็นคนรู้จักกันเฉยๆค่ะ ไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น"

พี่น้องกัน?

"พี่น้องกันค่ะ ปรึกษากันได้ ก็คุยกันบ้าง"

คนเชียร์ว่าเมฆไม่ได้ปิดกั้นเรื่องเพศ?

"อันนี้ต้องถามพี่เขาแล้วล่ะค่ะ"

มีหยอกๆจีบๆไหม?

"หยอกๆไหมหรอ ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นนะคะว่าเขาหยอกอะไรแบบเนี่ย"

เขามีหวานๆบ้างไหม?

"ก็มีหวานๆค่ะ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่"

พอมีข่าวเหมือนเขาเข้ามาเทคแคร์เรา มีการพูดคุยยังไงบ้าง?

"ก็คุยนะคะมีการอินบ็อกมา ขอโทษที่ทำให้เป็นเรื่องแบบนี้ค่ะ ก็ไม่มีอะไรค่ะ"

ภาพลักษณ์ที่หลุดออกไปเราจะรู้ไหมว่าใครเป็นคนถ่าย?

"อืม…ไม่รู้เลยค่ะ ไม่ทราบว่าเขาถ่ายยังไงด้วย"

ซีเรียสไหมเมื่อเป็นข่าวกันเมฆ?

 

"หนูเองไม่ได้มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว หนูเลยไม่ได้ซีเรียส แค่เป็นห่วงในงานของเขาด้วยแล้วก็คนรอบข้างของเขาด้วยหนูก็ไม่อยากให้เขามีภาพลบ แบบไปเสิร์ชชื่อเขาแล้วเจอข่าวนี้ หนูก็ไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดีด้วย "

มีแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์บ้างไหม?

"ก็มีค่ะ มีทั้งดีและไม่ดี แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรค่ะ "

มีงานด้วยกันไหม?

"อ๋อ…ก็ได้ไปถ่ายงานด้วยกันค่ะล่าสุด"

หลายคนบอกว่าเราสร้างกระแสหรือเปล่า เหมือนเริ่มมีงานในวงการบันเทิง?

"ไม่น่าจะเกี่ยวนะคะ เพราะงานนี้เพิ่งคอนเฟิร์มหลังจากข่าวออกมาได้ไม่นานเท่าไหร่ ไม่เกี่ยว ไม่ได้สร้างกระแส แล้วหนูก็ไม่อยากเป็นกระแสเรื่องนี้อยู่แล้ว"

สถานะตอนนี้เป็นยังไง?

"โสดค่ะ ยังโสดค่ะ"

พอมีข่าวแบบนี้เรารู้สึกยังไงบ้าง?

"ประทับใจที่เขาตอบดี ซึ่งทำให้เขามีฟีดแบ็กที่ดี ตอนแรกหนูกลัวมันจะแย่ กลัวมันแบบไม่ดีอย่างนี้ "

ส่วนตัวเรารู้สึกยังไงกับเมฆ จะพัฒนาไหม?

"อันนี้หนูไม่รู้เหมือนกันว่าหนูจะตอบยังไง เป็นเรื่องของอนาคต ถ้าเกิดมันคลิกกันก็ค่อยว่ากันค่ะ"

คุยส่วนตัวกันแค่ไหน?

"ก็มีนะคะ เพราะมีงานด้วยกันล่าสุดด้วย"

ถ้าเขาจีบก็ไม่ติดใช่ไหม?

"อุ้ย…หนูต้องติดอะไรด้วยหรอคะ(ยิ้ม) หนูเปิดใจ หนูเปิดใจอยู่แล้วค่ะ เพราะตอนนี้หนูไม่ได้มีใคร ก็ให้โอกาสทุกคนแหละค่ะ"

เป็นผู้ชายในสเป๊กไหม?

"ในระดับนึงนะคะ เพราะว่าเขาก็เป็นคนนึงที่ทัศนคติดีมาก พี่เขาน่ารักมาก"

 

“น้องอิงฟ้า” เผยมุมเซ็กซี่อีกครั้ง คราวนี้มาในชุดลายเสือสุดแซ่บ

แว็งซ็องต์ ก็องปานี ระบุ สาเหตุที่ตนบอกว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก เป็นเพราะอีกฝ่ายทำให้ ลิเวอร์พูล พัฒนาแบบก้าวกระโดด ทั้งที่มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีใครทำให้ทีมใหญ่พัฒนาขึ้นเยอะแบบนี้ได้ พร้อมบอกว่าตนนับถือศิลปะการเล่นของ ฟาน ไดค์ ด้วย

    แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังประสบการณ์สูงของ อันเดอร์เลชท์ สโมสรในลีกสูงสุดประเทศเบลเยียม เปิดเผยว่าสาเหตุที่ยกให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้น เป็นเพราะเขาทำให้ "หงส์แดง" พัฒนาขึ้นอย่างมากหลังจากที่ย้ายมาอยู่กับทีม

    ลิเวอร์พูล คว้าตัว ฟาน ไดค์ มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งดาวเตะชาวดัตช์ก็พัฒนาฝีเท้าได้ดีจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังชั้นยอดคนหนึ่งของยุคนี้ รวมถึงช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน และกำลังจะได้แชมป์ลีกในซีซั่นนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็องปานี ก็ถึงขั้นยกให้ ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก เลย

    อดีตกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยกับ บีบีซี สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดีว่า "สาเหตุที่ผมพูดแบบนั้นมันเป้นเพราะว่าที่จริง ลิเวอร์พูล ก็เป็นทีมที่ดีตั้งแต่ก่อนหน้าที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จะเข้ามาอยู่กับทีมอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นพวกเขาเสียประตูง่ายอยู่เสมอ ตอนนั้นผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุด ต่างกับที่พวกเขาแสดงให้เห็นในฤดูกาลนี้"

    "มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีนักเตะสักคนที่มีผลกระทบกับสโมสรใหญ่มากถึงขนาดนี้ เขาเอาการเล่นเกมรับแบบฉบับดั้งเดิมมาสู่ทีมโดยที่มีการดัดแปลงให้เข้ากับยุคปัจจุบันนิดหน่อย และผมก็เคารพเรื่องนั้นมากๆ สิ่งที่เขาทำน่ะมันเป็นเรื่องง่ายๆ ก็จริง แต่มันก็มีประสิทธิภาพอย่างมาก มันเป็นศิลปะที่ผมให้ความเคารพอย่างสูง"

ดับฝันเหรียญอลป.!สหพันธ์ฯแบนยกเหล็กไทย3ปีแถมปรับอื้อ

โทษหนักสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ประกาศแบนทัพยกเหล็กไทยจากการเป็นสมาชิก3ปีพร้อมปรับเงินกว่า6ล้านบาท นั่นหมายถึงทีมชาติไทยไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกในปี2021ได้ โดยสมาคมยกน้ำหนักฯสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์โทษได้ภายใน21วัน ด้านเพื่อนบ้านมาเลเซียโดนโทษแบนด้วย 1ปี 

     จากกรณีที่นักกีฬาถึง 13 ของไทย จากทั้งหมด 20 คนรวมชาติอื่นๆ ถูกสุ่มตรวจสารกระตุ้นทางปัสสาวะเเละฮอร์โมน ด้วยวิธีตรวจที่เข้มข้นเเบบ "ไออาร์เอ็มเอส" โดย 10 คนของไทย ถูกตรวจพบมีสารต้องห้ามในร่างกาย

     หลังเกิดเรื่องสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นเเห่งประเทศไทย พยายามต่อสู้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ให้จอมพลังไทย  เดือนมี.ค. 62 สมาคมประกาศปิดเเคมป์ฝึกซ้อมที่จ.เชียงใหม่ไม่มีกำหนด พร้อมยืนยันจะไม่ส่งจอมพลังไทยลุยเก็บคะเเนนควอลิฟายไปโอลิมปิก 2020 จนกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะกระจ่างชัดเเละคลี่คลาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการตรวจสอบหลายขั้นตอนจนล่าสุด เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ หรือ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) ได้มีบทสรุปออมาดังนี้

     โดยสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ได้ประกาศบทลงโทษออกมาอย่างเป็นทางการ โดนพักสมาชิกภาพของสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ของสหพันธ์ยกน้ำหนักโลกเป็นเวลา 3 ปี จนถึงถึงวันที่ 1 เม.ย. 2023พร้อมทั้งห้ามนักกีฬาอายุต่ำกว่า 18 ปี ลงแข่งขันรายการนานาชาติ 6 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต ห้ามนักกีฬารุ่นทั่วไปลงแข่งขันรายการนานาชาติ 11 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต

     นอกจากนี้นักกีฬาทีมชาติไทยจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่เลื่อนจัดไปแข่งขันในปี 2021 แทน และโทษปรับ 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท และจะมีการประเมินอีกครั้งในวันที่ 7 มีนาคม 2022 ว่าเหมาะสมจะคืนสภาพหรือไม่ ขณะที่ ทีมชาติมาเลเซียโดนโทษแบนเป็นระยะเวลา1ปีด้วย

     ทั้งนี้สมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์โทษได้ภายใน 21 วัน กับศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาต่อไป

“ลูกหมี-รัศมี” ลงทุนเปลื้องผ้า เข้าฉากเลิฟซีนดุ

หลังจากมีภาพเปลือยกายเลิฟซีนอย่างดุเดือด ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างมากมาย ซึ่งไม่ได้มีแค่ “กำปั้น บาซู” พีระ พาณิชย์พงส์ กับ ชาม โอสถานนท์ เท่านั้น ที่แก้ผ้าเข้าฉากเลิฟซีนในหนังติดเรทชวนสยิว “พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยอง” แต่ก็ยังมีนางแบบรุ่นใหญ่อีกคน “ลูกหมี” รัศมี ทองสิริไพรศรี ที่มารับบทเป็นเสือสมิงในเรื่อง เลยต้องเปลือยหมดจดและยังมีภาพเลิฟซีนอย่างดุเดือดเช่นเดียวกัน ทำให้กระแสสังคมออกมาต่อต้านว่า เป็นหนังที่ไม่โอเค ดารานักแสดงก็ถอดเสื้อผ้า แรงไปมั้ย ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอ สาวลูกหมี ในงานอีเวนท์งานหนึ่ง ก็ไม่พลาดที่จะถามถึงการรับเล่นหนังเรื่องนี้ 

 “จริงๆ ก็ถอดเกือบหมด แต่ว่าก่อนถ่ายลูกหมีจะต้องเพนท์ตัวเป็นรอยสัก แล้วก็มีที่แปะจุก ใส่จี-สตริงค์และป้องกันด้านล่างอีกด้วย สำหรับกระแสวิจารณ์ที่ว่าภาพในหนังโป๊ไปรึเปล่า ตรงนี้มันเป็นเรื่องการตัดต่อมากกว่า แต่ส่วนตัวไว้ใจทีมงานและนักแสดงทั้งหมด เวลาที่เซ็ตฉากเสร็จแล้วทุกคนจะออกไปหมดเลย จะเหลือแค่นักแสดงกับพี่ที่เป็นตากล้องค่ะ คือก็ถอดหมดเลยค่ะ บอกเลยว่าในเรื่องลูกหมีแทบจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย แต่เราก็จะมีการเซฟนะ เพราะมันต้องมีฉากเลิฟซีน บางฉากที่ต้องปีนขึ้นไปยืนอยู่บนโขดหินบ้าง ซึ่งยากๆ ทั้งนั้น แล้วที่สำคัญทุกฉากที่บอกคือเราไม่ได้สวมใส่อะไรเลย แต่โชคดีที่ได้ร่วมงานกับ คุณบอม ซึ่งเขามีความเป็นมืออาชีพและให้เกียรตินักแสดงมากๆ  จะคอยระมัดระวังทุกขั้นตอนในการถ่ายทำ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกสบายใจ”

 อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ถาม สาวลูกหมี ทิ้งท้ายว่า คนมองว่ามารับเล่นหนัง ลงทุนแก้ผ้า หนังติดเรทแบบเนี้ย เพราะตกอับ งานไม่มี งานไม่เยอะเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่า งานนี้เจ้าตัวเผยออกมาเพียงสั้นๆ ว่า

 “คือเล่นหนังเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าอยากเล่นจริงๆ ซึ่งลูกหมียังไม่ได้ตกอับเลยค่ะ และงานยังมีเหมือนเดิมค่ะ แถมงานยังจะเยอะกว่าเดิมอีก เพราะฉะนั้นอย่ามามองว่าคนเล่นหนังติดเรทพวกนี้แล้วจะต้องตกอับแบบงานไม่มี ได้งานอะไรมาก็ต้องทำนะคะ”