ต้องเอาให้ได้!โซลชาเล็ง2แข้งหวังเสริมแบ็กซ้าย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะไล่ล่าผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาเสริมแกร่งให้ได้ก่อนที่จะปิดตลาดรอบแรกต้นเดือนต.คงนี้โดยมีเป้าหมาย 2 รายได้แก่ เซร์คิโอ เรกีลอน กับ โฟเด้ บัลโล-ตูเร่
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พยายามไล่ล่า 2 ผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมต้องการหาตัวเลือกที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เกมรับของทีมเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

    ปัจจุบันแบ็กซ้ายของทีมมี ลุค ชอว์ กับ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ที่โชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัดในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โซลชา ยังมีความต้องการทางเลือกที่หลากหลายในตำแหน่งนี้ ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

    "น้าลูกอม" อยากได้ผู้เล่นตำแหน่งนี้โดยเป้าหมายแรกก็คือ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มแรงจาก เลสเตอร์ ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่นักเตะเลือกย้ายไปเล่นให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เรียบร้อยแล้ว ทำให้ต้องเบนเข็มไปเล็ง เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กฟอร์มแรง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด

    เรกีลอน ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เซบีย่า เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และทำผลงานได้น่าประทับใจด้วยการช่วยต้นสังกัดชั่วคราวคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้นักเตะรายนี้มากๆ แต่ก็ต้องขับเคี่ยวกับ ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนใจ ดาวเตะชาวสแปนิช วัย 23 ปี เช่นกัน

    ขณะที่รายที่สองก็คือ โฟเด้ บัลโล-ตูเร่ ฟูลแบ็กอนาคตไกลจาก โมนาโก ซึ่งนักเตะมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดจนถึงปี 2023 โดย โซลชา หวังที่จะนำดาวเตะเลือดเฟร้นช์ มาคอยทำหน้าที่เป็นกำลังสำรองให้กับ ชอว์ ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ สามารถโยกสลับไปเล่นแบ็กขวาเพื่อเป็นแบ็กอัพให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้

ลืมฝันร้ายที่แมนยู!ชมทั้ง34ประตูของลูกากูกับอินเตอร์

การทำไป 34 ประตูจากการลงเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน 51 นัดในทุกรายการของ โรเมลู ลูกากู เมื่อฤดูกาล 2019-20 ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับเรื่องที่เขาทำได้แค่ 15 ประตูกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการลงเล่น 45 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่น 2018-19

เร่เข้ามา!แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)

นอกจากนั้น "ปีศาจแดง" ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้วย

แน่นอนว่า เมื่อมีนักเตะเข้ามาก็ต้องมีคนย้ายออกไป โดยที่อยู่ในข่ายโดนโละมี 9 คน และตั้งราคาเอาไว้ดังนี้

1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

 ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก 

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์  

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ "ปีศาจแดง" อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

"ปีศาจแดง" พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ "ปีศาจแดง-ดำ" ไม่สนใจ

7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ "ปีศาจแดง" ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

"ปีศาจแดง" พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

เป็นไปได้ยาก! ผอ.อินเตอร์ปัดข่าวล่าตัวเมสซี

ผู้อำนวยการกีฬาของทีมงูใหญ่ปฏิเสธข่าวลือกับซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ ว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ปิเอโร ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬาอินเตอร์ มิลาน ยืนยันว่าทีมของเขาไม่มีแผนจะทาบทาม ลิโอเนล เมสซี จากบาร์เซโลนา เพราะต้องพิจารณาถึงความพร้อมและองค์ประกอบอื่นๆ ภายในทีมประกอบด้วย

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเขาแจ้งความต้องการกับทางอาซูลกรานาว่าจะขอย้ายออกจากถิ่นคัมป์นู ทำให้ตกเป็นข่าวกับหลายสโมสรมากมาย โดยมีเนรัซซูรีเป็นหนึ่งในนั้น

อย่างไรก็ดี ออซิลิโอ ยืนยันว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
"ถ้าต้องบอกความจริงก็คือมันไม่มีอะไรเลย ผมไม่รู้เลยว่าไอเดียนี้มาจากไหน" ออซิลิโอกล่าวทาง Sky Sports

"ถ้าเราพูดกันถึงเมสซี คงไม่มีสโมสรไหนที่ไม่อยากได้ตัวเขาหรอก แต่ในความเป็นจริงมันแตกต่างออกไป ในตลาดนักเตะ เราต้องระวังและฉลาด

"เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร อย่างแรกคือคนที่ย้ายออกไป หลังจากนั้น เราถึงจะลงทุนกับคนที่เข้ามาใหม่

"โอกาสมันน้อยมาก และคนที่เราจะคว้าตัวมาได้นั้นราคาไม่แพงนัก"

ทางการ!อินเตอร์คว้าโคลารอฟจากโรม่าค่าตัวไม่แพง

อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ชีพจรลงเท้าอีกแล้ว หลังเซ็นสัญญาย้ายจาก โรม่า ไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เรียบร้อย ด้วยค่าตัวแค่ราวๆ 55 ล้านบาทเท่านั้น

อินเตอร์ มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยันคว้าตัว อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ แบ็กซ้ายประสบการณ์สูงชาวเซอร์เบีย มาจาก อาแอส โรม่า คู่แข่งร่วมลีก อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

โคลารอฟ วัย 34 ปี ซึ่งเป็นฟูลแบ็กที่ยิงฟรีคิกได้เยี่ยม เซ็นสัญญากับ "งูใหญ่" เป็นเวลา 1 ปี และมีเงื่อนไขสามารถขยายออกไปได้อีก 1 ปี ขณะที่ค่าตัวอยู่ที่แค่ราว 1.5 ล้านยูโร (ประมาณ 55.5 ล้านบาท) เท่านั้น

ในฤดูกาล 2020/21 อินเตอร์ จะมีฟูลแบ็กคนใหม่ทั้งสองฝั่ง หลังก่อนหน้านี้ไปดึง อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาชาวโมร็อกกัน มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสที่ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

สำหรับ โคลารอฟ นับเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์อย่างมาก โดยนอกจากเคยเล่นใน เซเรีย อา กับ ลาซิโอ และ โรม่า แล้วนั้น ยังเคยไปค้าแข้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใน พรีเมียร์ลีก ด้วย ส่วนกับทีมชาติเซอร์เบีย ลงเล่นไป 92 นัด ทำได้ 11 ประตู

 

“บาเรลล่า”โขกชัย! อิตาลีคืนฟอร์มบุกสยบฮอลแลนด์ศึกเนชั่นส์ ลีก

โรแบร์โต้ มันชินี่ นายใหญ่ “อัซซูรี่” พาทีมคืนฟอร์มเก่งหลังบุกเฉือน ฮอลแลนด์ 1-0 จากประตูชัยของ นิโคโล่ บาเรลล่า ช่วงท้ายครึ่งแรกพาทีมเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนนแซงยึดจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 1 สำเร็จ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า, อัมสเตอร์ดัม
   
    ดไวท์ โลเดเว็กส์ กุนซือชั่วคราวทีมชาติฮอลแลนด์ พาทีมเฉือนชนะโปแลนด์ 1-0 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด ด้วยประตูชัยของ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ปีกตัวเก่งจากสเปอร์ส ยึดจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 1

    ทางด้าน โรแบร์โต้ มันชินี่ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี พาทีมเสมอบอสเนียฯ 1-1 แบบหืดจับ โดยได้ประตูแบ่งแต้มจาก สเตฟาโน่ เซนซี่ มิดฟิลด์จากอินเตอร์ มิลาน

    10 นาทีผ่านเกมค่อนข้างอึดอัดเป็น อิตาลี ที่ดูดีกว่าในการครองบอลแต่สู้กันในแดนกลางเป็นส่วนมากมีจังหวะลุ้นยิงฝั่งละครั้งแต่ยังไม่ตรงกรอบ

    นาทีต่อมาเป็น “อัซซูรี่” ได้ลุ้นอีกครั้งจากความผิดพลาดของ โยเอล เฟลท์มัน จ่ายบอลไม่ดีโดน จอร์จินโญ่ โขกดักก่อนบอลมาเข้าทาง นิโคโล่ บาเรลล่า ตะบันด้วยขวาหน้าเขตโทษเฉี่ยวคานออกไปนิดเดียว

    นาทีที่ 17 อิตาลี เร่งเครื่องคราวนี้เป็น เลโอนาร์โด้ สปินัซโซล่า พาบอลแหวกมาสุดเส้นก่อนตักย้อนไปเสาไกลให้ นิโคโล่ ซานิโอโล่  ลอยตัวจักรยานอากาศด้วยซ้ายข้ามคานนิดเดียว

    โหมบุกต่อเนื่องคราวนี้ ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ ถอยลงมาต่ำก่อนตวัดจังหวะเดียวทิ้งบอลให้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแต่งหาช่องปั่นด้วยขวาผ่านมือ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น หลุดเสาไกลได้ลุ้น

    นาทีที่ 32 "อัศวินสีส้ม" ตอบโต้บ้างเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม พิงบอลก่อนชิงจังหวะพลิกแหวกผู้เล่น อิตาลี ลากตัดเข้าในก้มหน้าอัดด้วยขวาไปตรงตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า

    2 นาทีต่อมา อิตาลี แลกหมัดทันควัน ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ เก็บบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนลากแต่งเข้าในปั่นโค้งด้วยขวาอ้อม ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ที่พุ่งไปสุดมือถากเสาไกลออกไปเหมือนเดิม

    แต่แล้วนาทีที่ 45+1 อิตาลี ทะยานออกนำจนได้เป็น ชิโร่ อิมโมบิเล่ พาบอลลุยเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนตักเข้าในให้ นิโคโล่ บาเรลล่า สอดตัดหน้า นาธาน อาเก้ โขกเข้าไปตุงตาข่าย

    หมดครึ่งเวลาแรก ฮอลแลนด์ 0 อิตาลี 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 10 นาที ทีมเยือน เกือบบวกสกอร์เพิ่มเป็น ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ ตั้งป้อมปั่นด้วยขวาหน้าหัวกะโหลกบอลไปติดปลายมือ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ผวาปัดออกไปหวุดหวิด

    นาทีต่อมา ฮอลแลนด์ เสียวบ้างจากจังหวะสวนกลับ ควินซี่ โพรเมส สอดมารับบอลในเขตโทษก่อนตบเข้าในให้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เติมมาซัดด้วยขวาติดมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เสยคานบนหลุด
ออกหลัง

    60 นาทีผ่าน "อัศวินสีส้ม" ครองเกมได้มากขึ้นได้ลุ้นตีเจ๊าอีกรอบจากลูกยิงของ เมมฟิส เดอปาย ลองอัดด้วยซ้ายยัดเสาแรกบอลพุ่งหลุดสามเหลี่ยมออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 67 ชิโร่ อิมโมบิเล่ เกมนี้โดดเด่นเหลือเกินถอยมารับบอลก่อนจ่ายยัดให้ มอยเซ่ คีน สอดมาตวัดตามน้ำด้วยซ้ายลอดขา นาธาน อาเก้ แต่ไม่ตรงกรอบเฉี่ยวเสาไกลหลุดออกหลังไปอีก

     5 นาทีสุดท้ายจากจังหวะลูกเตะมุมบอลชุลมุนในเขตโทษสุดท้าย ไบรอัน คริสตันเต้ เหมือนไปผลัก เดนเซล ดัมฟรีส์ ร่วงลงไปแต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินใจแข็งโบกมือให้ลุกขึ้นมาเล่นต่อ

    ช่วงทดเจ็บ เจ้าถิ่น ได้ลุ้นก่อนเป็น เมมฟิส เดอปาย สอดมาเสาไกลทิ้งตัวซัดด้วยซ้ายบอลกระดอนพื้นหลุดข้ามคานออกไป จากจังหวะต่อเนื่อง อิตาลี เอาบ้าง มอยเซ่ คีน หลุดเดี่ยวเข้าไปแตะบอล ซิลเลสเซ่น แต่หักข้อไม่พอเข้าข้างตาข่ายเหลือเชื่อ

    จบเกม ฮอลแลนด์ 0 อิตาลี 1 ลูกทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ เรียกความมั่นใจเก็บ 3 แต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 4 คะแนนแซงยึดจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 1

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    ฮอลแลนด์ (4-32-3) : ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น – ฮันส์ ฮาเตบัวร์ (เดนเซล ดัมฟรีส์ น.70), โยเอล เฟลท์มัน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, นาธาน อาเก้ (ลุค เดอ ยอง น.81) – มาร์เท่น เดอ รอน, เฟร็งกี้ เดอ ยอง, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (สตีเฟน เบิร์กไวจ์น น.57) –  จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เมมฟิส เดอปาย, ควินซี่ โพรเมส

    เทรนเนอร์ : ดไวท์ โลเดเว็กส์ (รักษาการ)
 
    อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – ดานิโล ดิอัมโบรซิโอ, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เลโอนาร์โด้ สปินัซโซล่า – มานูเอล โลกาเตลลี่ (ไบรอัน คริสตันเต้ น.81), จอร์จินโญ่, นิโคโล่ บาเรลล่า – ลอเรนโซ่ อินซินเญ่, ชิโร่ อิมโมบิเล่ (เฟเดริโก้ เชียซ่า น.90), นิโคโล่ ซานิโอโล่ (มอยเซ่ คีน น.42)

    เทรนเนอร์ : โรแบร์โต้ มันชินี่

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

เด็ดขาด!พรีเมียร์ลีกยกเลิกสัญญาถ่ายสดที่จีนหลังโดนเบี้ยวเงิน

 มีผลบังคับใช้ทันที… พรีเมียร์ลีก ประกาศยกเลิกการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของพวกเขาที่ประเทศจีนเรียบร้อย หลังสถานีโทรทัศน์แดนมังกรที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ยอมจ่ายเงินตามกำหนด
     พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ยกเลิกสัญญามูลค่า 564 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,124 ล้านบาท) กับ พีพีทีวี (PPTV) สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียบร้อย และจะมีผลบังคับใช้ทันที

     พรีเมียร์ลีก เซ็นสัญญากับ พีพีทีวี เป็นเวลา 3 ปี (2019-2022) ด้วยวงเงินสูงถึง 564 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นดีลถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในต่างแดนที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่า พีพีทีวี ซึ่งปัจจุบันถือครองโดย ซูหนิง โฮลดิ้ง กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมจ่ายค่างวด 160 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,560 ล้านบาท) ตามกำหนดชำระในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

     ล่าสุดทาง พรีเมียร์ลีก ตัดสินแยกทางกับ พีพีทีวี เรียบร้อย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสูญเงินก้อนโตร่วม 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,300 ล้านบาท) ทันที เนื่องจากทาง พีพีทีวี จ่ายก้อนแรกมาให้ก่อนแล้ว 265 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,865 ล้านบาท)

     "พรีเมียร์ลีก ขอยืนยันว่า วันนี้ได้มีการยกเลิกข้อตกลงการถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในจีน กับผู้ครองลิขสิทธิ์ในประเทศดังกล่าวเรียบร้อย ทาง พรีเมียร์ลีก จะไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมในตอนนี้" แถลงการณ์จาก พรีเมียร์ลีก ระบุ

     ทั้งนี้ การยกเลิกสัญญาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อทั้ง 20 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่จะได้เงินจากตรงส่วนนี้ด้วย

 

 

ผีรุกซิวหลังอินเตอร์,หงส์ไม่ท้อล่าติอาโก้! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

ในที่สุด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้แข้งใหม่มาประดับทีมเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้เรียบร้อย หลังล่าสุดปิดดีลคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้สำเร็จ ซึ่งเป้าหมายต่อไปของพวกเขาน่าจะเป็นการเสริมแนวรับ ส่วนทางฝั่ง ลิเวอร์พูล มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับดีลของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รวมถึงอนาคตของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ขณะที่เรื่องราวระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า ดูเหมือนอีกยาวนานกว่าจะได้บทสรุป แต่ด้วยเพราะสาเหตุใดนั้น เรามาอัพเดตข่าวสารตลาดนักเตะเที่ยวล่าสุดกันได้เลย
   
– (Official) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยสัญญายาว 5 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + โบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
   
– (Official) อาแอส โมนาโก เซ็นสัญญา 4 ปี คว้าตัว เควิน โฟลลันด์ กองหน้าดีกรีทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

 – (Official) เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว เชน ดัฟฟี่ เซนเตอร์แบ็กชาวไอริชของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– (Official) พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ปิดดีลคว้าตัว ฟิลิปป์ มักซ์ แบ็กซ้ายเลือดเบียร์ มาจาก เอาก์สบวร์ก ที่ราคาราว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– (Official) โลโคโมทีฟ มอสโก ประกาศยืนยันขาย อเล็กเซ มิรันชุค กองกลางตัวรุกทีมชาติรัสเซีย ให้กับ อตาลันต้า เรียบร้อย ที่ราคา 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท)

– การพูดคุยกันระหว่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า และ ฮอร์เก้ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เสร็จสิ้นลงเรียบร้อย ทว่ายังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด โดย เมสซี่ ยังคงต้องการที่จะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว ส่วน บาร์ซ่า ไม่ยอม (SPORT)

– ลิเวอร์พูล กำลังทำงานอย่างหนักในการเร่งปิดดีลคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูง บาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ทาง "เสือใต้" มีความมั่นใจว่า พวกเขาจะได้รับข้อเสนอชิ้นใหม่จากฝั่ง "หงส์แดง" ในเร็วๆ นี้ (Fabrizio Romano)

– ขณะที่ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์เลือดดัตช์ ใกล้ที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า หลังตกลงสัญญา 3 ปี กับยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุนญ่าได้เรียบร้อย (Sport)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอบหวังปาดหน้า ลิเวอร์พูล ชิงตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ "ปีศาจแดง" มีแค่การติดต่อกับเอเจนต์ตัวนักเตะเท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับทาง บาเยิร์น มิวนิค (Fabrizio Romano)

– ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้มีการติดต่อสอบถามไปยัง อินเตอร์ มิลาน ถึงเรื่องความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว มิลาน สคริเนียร์ ปราการหลังทีมชาติสโลวาเกีย มาเสริมแนวรับ โดย "ปีศาจแดง" ได้มอง สคริเนียร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก (FCInterNews)

– อาแอส โรม่า เตรียมยกระดับข้อเสนอขอซื้อตัว คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็ก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) + โบนัส ซึ่งน่าจะเป็นที่พอใจสำหรับ "ปีศาจแดง" ที่ตั้งค่าหัว ปราการหลังวัย 30 ปี ไว้ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Sky Sport Italia)
   
– นอกจากนี้ "หมาป่าเหลือง-แดง" ยังมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญายืมตัว เฟร็ด กองกลางเลือดแซมบ้าของ "ปีศาจแดง" มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งในดีลอาจจะพ่วงออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ด้วย (Calcio Mercato)

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงไม่ยอมแพ้กับการล่าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง นาโปลี โดยเตรียมยื่นข้อเสนอชิ้นใหม่ไปทาบซื้ออีกรอบ หลังล่าสุดเคยยื่นไป 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) + โบนัส ขณะที่ "อัซซูร์ร่า" ตั้งค่าหัว คูลิบาลี่ ไว้ที่ราว 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) (Sportitalia)

– โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวรับจอมแกร่งของ แอตเลติโก มาดริด ยังคงกระสันที่จะย้ายซบ อาร์เซน่อล แต่ "ไอ้ปืนใหญ่" จำเป็นต้องขายนักเตะบางคนในทีมออกไปก่อน เพื่อระดมทุนซื้อ ปาร์เตย์ ตามค่าฉีกสัญญา 44.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,824.5 ล้านบาท) (GOAL)

– เอฟเวอร์ตัน ตกลงกับ วัตฟอร์ด ได้เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว อับดูลาย ดูคูเร่ กองกลางชาวฝรั่งเศส มายังถิ่น กูดิสัน พาร์ค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) (Telegraph)

– ขณะเดียวกัน อัลลัน มิดฟิลด์ตัวรับ นาโปลี และ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพ เรอัล มาดริด ต่างเดินทางถึงประเทศอังกฤษเรียบร้อย เพื่อเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกาย ก่อนปิดดีลย้ายซบ เอฟเวอร์ตัน (Sky Sports)

– แอสตัน วิลล่า ขึ้นแท่นเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูมือสอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย "ปีศาจแดง" ตั้งค่าหัว โรเมโร่ ไว้ที่ราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 410 ล้านบาท) ซึ่งพวกเขาอาจจะถือโอกาสใช้ นายประตูชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี เป็นส่วนหนึ่งในการคว้าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม "สิงห์ผงาด" มาร่วมทัพ (Athletic)

– นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จ่อได้ตัว ไรอัน เฟรเซอร์ อดีตปีก บอร์นมัธ มาร่วมก๊วนแบบไร้ค่าตัว หลังจากที่นักเตะปฏิเสธที่จะย้ายไป คริสตัล พาเลซ (talkSPORT)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" ยังใกล้ที่จะได้ตัว คัลลั่ม วิลสัน กองหน้าดาวดัง บอร์นมัธ โดยตัวนักเตะต้องการที่จะย้ายมายังถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เพื่อได้โชว์ฝีเท้าในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อไป (Daily Mail)

– ยูเวนตุส กำลังจะได้ตัว หลุยส์ ซัวเรซ ยอดหัวหอกชาวอุรุกวัยของ บาร์เซโลน่า มาเสริมแนวรุก หลังตกลงสัญญาส่วนตัวกับนักเตะได้เรียบร้อย โดยคาดว่า ซัวเรซ กำลังเจรจาขอยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี กับ บาร์ซ่า เพื่อย้ายซบ "ม้าลาย" แบบฟรีๆ (Gazzetta dello Sport)

– ขณะที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าดาวดัง "ม้าลาย" ได้บรรลุข้อตกลงที่จะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ อินเตอร์ ไมอามี่ เรียบร้อย ซึ่งนั่นจะทำให้เจ้าตัวมีโอกาสได้เล่นร่วมกับ แบลส มาตุยดี้ อดีตแข้ง "ม้าลาย" อีกครั้ง (TyC Sports)

– อินเตอร์ มิลาน ใกล้ปิดดีลคว้าตัว อเล็กซานดาร์ โคราลอฟ แบ็กซ้ายเลือดเซิร์บของ อาแอส โรม่า เต็มที หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวของ ดาวเตะวัย 34 ปี ได้เรียบร้อยที่ 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) + โบนัส (Sky Sport Italia)

– นาโปลี มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส เซนเตอร์แบ็ก อาร์เซน่อล โดยที่เชื่อกันว่า "ไอ้ปืนใหญ่" พร้อมพิจารณาขาย โซคราติส ที่เหลือสัญญากับทีมแค่ปีเดียว หลังจากที่ซัมเมอร์นี้ได้ วิลเลี่ยม ซาลิบา และ กาเบรียล มากัลเญส มาเสริมแนวรับ (Sky Sports)

เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"