เด็ดขาด!พรีเมียร์ลีกยกเลิกสัญญาถ่ายสดที่จีนหลังโดนเบี้ยวเงิน

 มีผลบังคับใช้ทันที… พรีเมียร์ลีก ประกาศยกเลิกการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของพวกเขาที่ประเทศจีนเรียบร้อย หลังสถานีโทรทัศน์แดนมังกรที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ยอมจ่ายเงินตามกำหนด
     พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ยกเลิกสัญญามูลค่า 564 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,124 ล้านบาท) กับ พีพีทีวี (PPTV) สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียบร้อย และจะมีผลบังคับใช้ทันที

     พรีเมียร์ลีก เซ็นสัญญากับ พีพีทีวี เป็นเวลา 3 ปี (2019-2022) ด้วยวงเงินสูงถึง 564 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นดีลถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในต่างแดนที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่า พีพีทีวี ซึ่งปัจจุบันถือครองโดย ซูหนิง โฮลดิ้ง กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมจ่ายค่างวด 160 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,560 ล้านบาท) ตามกำหนดชำระในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

     ล่าสุดทาง พรีเมียร์ลีก ตัดสินแยกทางกับ พีพีทีวี เรียบร้อย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสูญเงินก้อนโตร่วม 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,300 ล้านบาท) ทันที เนื่องจากทาง พีพีทีวี จ่ายก้อนแรกมาให้ก่อนแล้ว 265 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,865 ล้านบาท)

     "พรีเมียร์ลีก ขอยืนยันว่า วันนี้ได้มีการยกเลิกข้อตกลงการถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในจีน กับผู้ครองลิขสิทธิ์ในประเทศดังกล่าวเรียบร้อย ทาง พรีเมียร์ลีก จะไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมในตอนนี้" แถลงการณ์จาก พรีเมียร์ลีก ระบุ

     ทั้งนี้ การยกเลิกสัญญาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อทั้ง 20 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่จะได้เงินจากตรงส่วนนี้ด้วย

 

 

ผีรุกซิวหลังอินเตอร์,หงส์ไม่ท้อล่าติอาโก้! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

ในที่สุด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้แข้งใหม่มาประดับทีมเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้เรียบร้อย หลังล่าสุดปิดดีลคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้สำเร็จ ซึ่งเป้าหมายต่อไปของพวกเขาน่าจะเป็นการเสริมแนวรับ ส่วนทางฝั่ง ลิเวอร์พูล มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับดีลของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รวมถึงอนาคตของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ขณะที่เรื่องราวระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า ดูเหมือนอีกยาวนานกว่าจะได้บทสรุป แต่ด้วยเพราะสาเหตุใดนั้น เรามาอัพเดตข่าวสารตลาดนักเตะเที่ยวล่าสุดกันได้เลย
   
– (Official) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยสัญญายาว 5 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + โบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
   
– (Official) อาแอส โมนาโก เซ็นสัญญา 4 ปี คว้าตัว เควิน โฟลลันด์ กองหน้าดีกรีทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

 – (Official) เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว เชน ดัฟฟี่ เซนเตอร์แบ็กชาวไอริชของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– (Official) พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ปิดดีลคว้าตัว ฟิลิปป์ มักซ์ แบ็กซ้ายเลือดเบียร์ มาจาก เอาก์สบวร์ก ที่ราคาราว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– (Official) โลโคโมทีฟ มอสโก ประกาศยืนยันขาย อเล็กเซ มิรันชุค กองกลางตัวรุกทีมชาติรัสเซีย ให้กับ อตาลันต้า เรียบร้อย ที่ราคา 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท)

– การพูดคุยกันระหว่าง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า และ ฮอร์เก้ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ได้เสร็จสิ้นลงเรียบร้อย ทว่ายังไม่ได้บทสรุปแต่อย่างใด โดย เมสซี่ ยังคงต้องการที่จะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว ส่วน บาร์ซ่า ไม่ยอม (SPORT)

– ลิเวอร์พูล กำลังทำงานอย่างหนักในการเร่งปิดดีลคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูง บาเยิร์น มิวนิค ขณะที่ทาง "เสือใต้" มีความมั่นใจว่า พวกเขาจะได้รับข้อเสนอชิ้นใหม่จากฝั่ง "หงส์แดง" ในเร็วๆ นี้ (Fabrizio Romano)

– ขณะที่ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์เลือดดัตช์ ใกล้ที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า หลังตกลงสัญญา 3 ปี กับยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุนญ่าได้เรียบร้อย (Sport)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แอบหวังปาดหน้า ลิเวอร์พูล ชิงตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ "ปีศาจแดง" มีแค่การติดต่อกับเอเจนต์ตัวนักเตะเท่านั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับทาง บาเยิร์น มิวนิค (Fabrizio Romano)

– ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้มีการติดต่อสอบถามไปยัง อินเตอร์ มิลาน ถึงเรื่องความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว มิลาน สคริเนียร์ ปราการหลังทีมชาติสโลวาเกีย มาเสริมแนวรับ โดย "ปีศาจแดง" ได้มอง สคริเนียร์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนอกเหนือจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก (FCInterNews)

– อาแอส โรม่า เตรียมยกระดับข้อเสนอขอซื้อตัว คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็ก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) + โบนัส ซึ่งน่าจะเป็นที่พอใจสำหรับ "ปีศาจแดง" ที่ตั้งค่าหัว ปราการหลังวัย 30 ปี ไว้ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Sky Sport Italia)
   
– นอกจากนี้ "หมาป่าเหลือง-แดง" ยังมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญายืมตัว เฟร็ด กองกลางเลือดแซมบ้าของ "ปีศาจแดง" มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งในดีลอาจจะพ่วงออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ด้วย (Calcio Mercato)

– แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงไม่ยอมแพ้กับการล่าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง นาโปลี โดยเตรียมยื่นข้อเสนอชิ้นใหม่ไปทาบซื้ออีกรอบ หลังล่าสุดเคยยื่นไป 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) + โบนัส ขณะที่ "อัซซูร์ร่า" ตั้งค่าหัว คูลิบาลี่ ไว้ที่ราว 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) (Sportitalia)

– โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวรับจอมแกร่งของ แอตเลติโก มาดริด ยังคงกระสันที่จะย้ายซบ อาร์เซน่อล แต่ "ไอ้ปืนใหญ่" จำเป็นต้องขายนักเตะบางคนในทีมออกไปก่อน เพื่อระดมทุนซื้อ ปาร์เตย์ ตามค่าฉีกสัญญา 44.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,824.5 ล้านบาท) (GOAL)

– เอฟเวอร์ตัน ตกลงกับ วัตฟอร์ด ได้เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว อับดูลาย ดูคูเร่ กองกลางชาวฝรั่งเศส มายังถิ่น กูดิสัน พาร์ค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) (Telegraph)

– ขณะเดียวกัน อัลลัน มิดฟิลด์ตัวรับ นาโปลี และ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพ เรอัล มาดริด ต่างเดินทางถึงประเทศอังกฤษเรียบร้อย เพื่อเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกาย ก่อนปิดดีลย้ายซบ เอฟเวอร์ตัน (Sky Sports)

– แอสตัน วิลล่า ขึ้นแท่นเป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูมือสอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดย "ปีศาจแดง" ตั้งค่าหัว โรเมโร่ ไว้ที่ราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 410 ล้านบาท) ซึ่งพวกเขาอาจจะถือโอกาสใช้ นายประตูชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี เป็นส่วนหนึ่งในการคว้าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม "สิงห์ผงาด" มาร่วมทัพ (Athletic)

– นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จ่อได้ตัว ไรอัน เฟรเซอร์ อดีตปีก บอร์นมัธ มาร่วมก๊วนแบบไร้ค่าตัว หลังจากที่นักเตะปฏิเสธที่จะย้ายไป คริสตัล พาเลซ (talkSPORT)

 – นอกจากนี้ "สาลิกาดง" ยังใกล้ที่จะได้ตัว คัลลั่ม วิลสัน กองหน้าดาวดัง บอร์นมัธ โดยตัวนักเตะต้องการที่จะย้ายมายังถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เพื่อได้โชว์ฝีเท้าในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อไป (Daily Mail)

– ยูเวนตุส กำลังจะได้ตัว หลุยส์ ซัวเรซ ยอดหัวหอกชาวอุรุกวัยของ บาร์เซโลน่า มาเสริมแนวรุก หลังตกลงสัญญาส่วนตัวกับนักเตะได้เรียบร้อย โดยคาดว่า ซัวเรซ กำลังเจรจาขอยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี กับ บาร์ซ่า เพื่อย้ายซบ "ม้าลาย" แบบฟรีๆ (Gazzetta dello Sport)

– ขณะที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าดาวดัง "ม้าลาย" ได้บรรลุข้อตกลงที่จะย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ อินเตอร์ ไมอามี่ เรียบร้อย ซึ่งนั่นจะทำให้เจ้าตัวมีโอกาสได้เล่นร่วมกับ แบลส มาตุยดี้ อดีตแข้ง "ม้าลาย" อีกครั้ง (TyC Sports)

– อินเตอร์ มิลาน ใกล้ปิดดีลคว้าตัว อเล็กซานดาร์ โคราลอฟ แบ็กซ้ายเลือดเซิร์บของ อาแอส โรม่า เต็มที หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวของ ดาวเตะวัย 34 ปี ได้เรียบร้อยที่ 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) + โบนัส (Sky Sport Italia)

– นาโปลี มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส เซนเตอร์แบ็ก อาร์เซน่อล โดยที่เชื่อกันว่า "ไอ้ปืนใหญ่" พร้อมพิจารณาขาย โซคราติส ที่เหลือสัญญากับทีมแค่ปีเดียว หลังจากที่ซัมเมอร์นี้ได้ วิลเลี่ยม ซาลิบา และ กาเบรียล มากัลเญส มาเสริมแนวรับ (Sky Sports)

เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"

ทางการ!เซบีย่าคว้าราคิติชจากบาร์ซ่า

อิวาน ราคิติช หวนซบ เซบีย่า อีกรอบเรียบร้อย หลังไปเล่นให้ บาร์ซ่า มานาน 6 ปี และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมาย

เซบีย่า ประกาศยืนยันคว้าตัว อิวาน ราคิติช กองกลางประสบการณ์สูงของ บาร์เซโลน่า คู่แข่งร่วมศึก ลา ลีกา สเปน กลับมาร่วมงานอีกรอบเมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น รามอน ซานเชซ-ปิซฆวน จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2024

ราคิติช วัย 32 ปี เคยอยู่กับ เซบีย่า ระหว่างปี 2011-2014 ก่อนย้ายไปอยู่กับ บาร์ซ่า และประสบความสำเร็จได้แชมป์มากมายอาทิ ลา ลีกา สเปน 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 4 สมัย, สโมสรโลก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย เป็นต้น

สำหรับค่าตัวในการย้ายทีมของ ราคิติช ครั้งนี้อยู่ที่แค่ 1.5 ล้านยูโร (ประมาณ 55.5 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ เซบีย่า อาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก 9 ล้านยูโร (ประมาณ 333 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

ทั้งนี้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหม่ของ บาร์ซ่า กำลังพยายามสร้างทีมขึ้นมาใหม่ โดยจะโละนักเตะออกไปหลายราย และคนต่อไปน่าจะเป็น อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางตัวเก๋าชาวชิลี ที่เตรียมย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ทีมดังใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

บรรลุข้อตกลงแล้ว!เผยนิวปีร์โล่เตรียมย้ายซบทีมไหน

หลังจากที่ ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์ เบรสชา ตกเป็นข่าวกับหลายทีมดังทั่วทวีปยุโรป ล่าสุด สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาของอิตาลีก็แฉว่า เอซี มิลาน คือทีมที่ชนะในการไล่ล่าตัวเขา โดยการย้ายทีมจะเป็นในรูปแบบยืมตัวก่อน 1 ฤดูกาล พร้อมกับอ็อปชั่นซื้อขาดที่จะทำให้เขามีค่าตัวโดยรวม 30 ล้านยูโร

เอซี มิลาน สโมสรดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กำลังจะได้ตัว ซานโดร โตนาลี่ กองกลางดาวรุ่งของ เบรสชา ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองมะกะโรนี

โตนาลี่ ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบรสชา ตั้งแต่ในฤดูกาล 2017-18 เป็นต้นมา และเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด แถมยังเล่นได้ดีจนถึงขั้นได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็น "อันเดรีย ปีร์โล่ คนใหม่" ด้วย ซึ่งมันก็ทำให้แข้งวัย 20 ปีมีข่าวกับหลายทีมในช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่น มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เป็นต้น

กระทั่งล่าสุด มันก็มีการเปิดเผยว่า มิลาน บรรลุข้อตกลงกับ มัสซิโม่ เชลลิโน่ เจ้าของทีม เบรสชา ถึงการย้ายทีมของ โตนาลี่ ได้แล้ว โดยจะเป็นในรูปแบบยืมตัวก่อน 1 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นซื้อขาดด้วยค่าตัวที่ถ้านับรวมกับเงื่อนไขต่างๆ แล้วจะอยู่ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) โดยที่จริง โตนาลี่ ก็เป็นแฟนบอลตัวยงของ "รอสโซเนรี่" มาตั้งแต่เด็กแล้ว

 

พอไหวไหม ? 5 นักเตะที่ บาร์ซ่า เล็งดึงทดแทน เมสซี่

สถานการณ์ของ บาร์เซโลน่า กับ ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเลย ฉะนั้นตอนนี้ "เจ้าบุญทุ่ม" จำเป็นที่จะต้องเตรียมแผนสำรอง หากไม่สามารถเกลี่ยกล่อม สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ให้อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมได้อีกต่อไป

    ในเวลานี้มีโอกาสสูงมากๆ ที่ เมสซี่ จะโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู แม้จะมีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องจาก โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว พร้อมที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสร หาก ดาวเตะวัย 33 ปี ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอยู่ช่วยกู้วิฤกติทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ก็ตาม

    ฉะนั้น โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ จึงต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ให้พร้อมโดยมีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมาหานักเตะที่มีศักยภาพที่สามารถทดแทนการขาดหายไปของ เมสซี่ ให้ได้ โดยผู้เล่นเหล่านั้นต้องเป็นที่ยอมรับของแฟนบอล "เจ้าบุญทุ่ม" ด้วย

    อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้ได้ งานนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่สโมสรอาจจะให้โอกาส อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 17 ปี ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีพัฒนาการที่โดดเด่น และเป็นว่าที่ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังในอนาคต ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก หรือให้ อองตวน กรีซมันน์ มีบทบาทกับทีมมากยิ่งขึ้น

เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (อายุ 23 ปี จาก อินเตอร์ มิลาน)

 

    จะว่าไปแล้ว บาร์เซโลน่า สนใจอยากได้ตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าฟอร์มฮอตจาก "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน มานานแล้ว แม้ว่าพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในมหาศาลเนื่องจากต้องขับเคี่ยวกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อยากได้แข้งรายนี้เช่นกัน

    อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณีที่ เมสซี่ ที่ปัจจุบันอายุ 33 ปี ย้ายไปเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ หรือ อินเตอร์ มิลาน ก็น่าจะเป็นการเปิดประตูให้กับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ในการควักกระเป๋าจำนวน 81 ล้านปอนด์ (ราว 3,078 ล้านบาท) เพื่อกระชากตัว หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ มาร่วมทัพ

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ บาร์ซ่า อยากได้ตัว มาร์ติเนซ ซึ่งซัดไป 21 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการให้ทัพ "เนรัซซูรี่" ในฤดูกาลล่าสุด เนื่องจากเชื่อว่าศักยภาพของเขาสามารถที่จะทดแทนการจากไปของ เมสซี่ ได้เป็นอย่างดี แต่กระนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์หุ่นบึ้ก ว่าอยากได้แข้งเลือดอาร์เจนไตน์มาร่วมทีมไหม

เนย์มาร์ (อายุ 28 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    จะว่าไปแล้วดีลนี้น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การที่ เมสซี่ กำลังจะย้ายทีม ทำให้แนวคิดที่จะดึง เนย์มาร์ มาเล่นในถิ่นคัมป์ นู กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากนักเตะก็เคยเล่นที่นี่อยู่แล้ว ฉะนั้นไม่ต้องปรับตัวอะไรมากนัก

    หากมองจากความเป็นจริง สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับไปสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน" อีกครั้ง อย่างไรก็ตามการพยายามย้ายทีมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ เนย์มาร์ ต้องเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่อไป

    สำหรับตอนนี้ชื่อของ เนย์มาร์ กลับมาอยู่ในความคิดของบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" อีกครั้ง เพราะหากพูดถึงเรื่องศักยภาพ และคุณภาพแน่นอนว่า เนย์มาร์ ก็มีดีไม่แพ้ เมสซี่ แต่จะต่างกันก็ตรงเรื่องความมีอิทธิพลกับทีม เพราะ ดาวยิงชาวบราซิเลียน ไม่ได้เป็นจุดศูนย์ร่วมจิตใจของแข้ง บาร์ซ่า เหมือนกับ เมสซี่
 
เจดอน ซานโช่ (อายุ 20 ปี จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

 

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นสโมสรที่ บาร์เซโลน่า มักจะเข้าไปพัวพันด้วย เพราะตอนที่ต้องปล่อยตัว เนย์มาร์ ไปให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พวกเขาหันไปเล็งนักเตะฝีเท้าจัดจ้านจากทัพ "เสือเหลือง" ก่อนจะกระชากมาร่วมทีมได้สำเร็จ ซึ่งทำเอาแฟนบอลดอร์ทมุนด์ เซ็งไปตามๆ กัน

    นักเตะคนนั้นก็คือ อุสมาน เดมเบเล่ โดยในตอนนั้น บาร์ซ่า ยอมจ่ายค่าเสียหายให้กับ ดอร์มุนด์ จำนวนถึง 130 ล้านปอนด์ (ราว 4,940 ล้านบาท) และคาดหวังว่า นักเตะจะผลิตผลงานดีมีคุณภาพเหมือนที่เล่นให้กับ "เสือเหลือง" แต่สุดท้ายไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้

    อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า ยังไม่เข็ดกับการเล็งนักเตะจาก ดอร์ทมุนด์ โดยงานนี้พวกเขามั่นใจว่าหากทีมต้องขาย เมสซี่ ออกไปจริงๆ ก็อยากได้ เจดอน ซานโช่ มาทดแทน เพราะเรื่องคุณภาพและอายุที่ยังน้อย ทำให้พวกเขามั่นใจว่าในอนาคต ดาวเตะชาวอังกฤษ จะไปได้สวยกับทีม

    กระนั้นคงจะต้องใช้กำลังภายในเยอะพอสมควร เนื่องจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็อยากเซ็นสัญญากับ ปีกวัย 20 ปีเช่นกัน แต่ด้วยชื่อ, ศักดิ์ศรี และความท้าทายในถิ่นคัมป์ นู น่าจะมีเสน่ห์ที่ยั่วยวนใจให้ อดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยากย้ายมาที่นี่
   
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (อายุ 21 ปี จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

 

    ชื่อของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ตกเป็นข่าวมาได้สักพักใหญ่ๆ เพราะไม่ใช่แค่ บาร์เซโลน่า ที่สนใจอยากได้นักเตะไปร่วมทีม ยังมีสโมสรชั้นนำในยุโรปที่แสดงเจตจำนงอยากให้บริการนักเตะเช่นกัน โดยเฉพาะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ก็พร้อมทุ่มเงินเพื่อดึงนักเตะมาร่วมทัพ

    ลองคิดดูถ้าหากคุณมีนักเตะที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดในยุคนี้ และเขากำลังจะย้ายทีม คุณจะไม่มองหาผู้เล่นที่ได้รับการเชิดชูว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในโลก และเป็นว่าที่นักเตะที่เก่งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังในยุคปัจจุบัน มาทดแทนเหรอ ? แน่นอนว่า บาร์ซ่า ก็กำลังคิดเช่นนั้น

    เอ็มบัปเป้ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความสามารถอย่างแท้จริง ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปีเขาประสบความสำเร็จทั้งกับทีมชาติฝรั่งเศส และ "เปแอสเช" ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือว่าที่พ่อค้าแข้งที่จะได้รับรางวัล "บอลทองคำ" หรือ "บัลลง ดอร์" ในอนาคต

    ถึงแม้ว่า หัวหอกเลือดเฟร้นช์ จะมีความฝันอยากย้ายไปเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" ซึ่งเป็นทีมที่ตามเชียร์มาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ถ้าหาก บาร์เซโลน่า ได้รับค่าตัวจากการขาย เมสซี่ จำนวนมหาศาลอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ การที่จะทุ่มเงินเพื่อซื้อ เอ็มบัปเป้ จาก "เปแอสเช" ทำไมจะไม่ได้ละ ?
 
ซาดิโอ มาเน่ (อายุ 28 ปี จาก ลิเวอร์พูล)

 

    ชื่อของ ซาดิโอ มาเน่ กำลังเป็นที่พูดถึงในวงกว้างว่า บาร์เซโลน่า ได้ล็อกเป้าเขาเอาไว้แล้ว เนื่องจากนักเตะมีคุณภาพทุกอย่างที่ เมสซี่ มี และถ้าหาก บาร์เซโลน่า อยากได้ผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับแฟนบอลของพวกเขาในกรณีที่ เมสซี่ ย้ายไปจริงๆ ชื่อของ สตาร์ชาวเซเนกัล น่าจะพอทำให้สาวก "เจ้าบุญทุ่ม" ยอมรับได้บ้าง

    จริงๆ แล้ว บาร์ซ่า เคยแสดงความสนใจอยากได้ สตาร์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่จากการที่พวกเขาเคยกระชากตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาจากรั้งแอนฟิลด์ จึงเป็นเรื่องยากมากที่ต้นสังกัดของนักเตะจะปล่อยตัวเขามาสวมชุด "เลือดหมูน้ำเงิน"

    ยกเว้นก็แต่ว่า บาร์ซ่า พร้อมจ่ายเงินจำนวน 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) งานนี้ ลิเวอร์พูล อาจยอมใจอ่อน แน่นอนว่าบอร์ดบริหาร "เจ้าบุญทุ่ม" มองแล้วว่า มาเน่ เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และมีศักยภาพในการยิงประตูได้อย่างน่าเหลือเชื่อทำให้พวกเขาพร้อมที่จะจ่ายเงินตามที่ "เดอะ เร้ดส์" ต้องการ

    แต่ในกรณีนี้ สาวก "เดอะ ค็อป" จะยอมเห็นสตาร์ของทีมย้ายออกไปไหมละ ?….

เคลียร์ชัด!ออซิลิโอยัน “ก็องเต้” ไม่ใช่เป้าหมายอินเตอร์

ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผอ.กีฬา อินเตอร์ มิลาน ออกโรงปัดข่าวเรื่องที่ "งูใหญ่" อยากได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ดาวดัง เชลซี เรียบร้อย พร้อมประกาศจุดยืนเกี่ยวกับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ดาวยิงคนสำคัญเลือด "ฟ้า-ขาว"

ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬาของ อินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยืนยันว่า สโมสรตนไม่มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางคนเก่งของ เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

ก่อนหน้านี้ อินเตอร์ มีข่าวเกี่ยวโยงกับ ก็องเต้ และเชื่อว่าได้มีการเปิดโต๊ะเจรจากันแล้ว ทว่าล่าสุด ออซิลิโอ แจงชัดว่า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสวัย 29 ปี ไม่ใช่แข้งเป้าหมายของทีม "เนรัซซูร์รี่"

"เราไม่เคยเริ่มต้นอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับการพยายามเซ็นสัญญาคว้าตัว ก็องเต้ จาก เชลซี ดังนั้นสำหรับดีลนี้ มันไม่มีความเป็นไปได้ เขาไม่ใช่เป้าหมายของเรา" ผอ.กีฬา อินเตอร์ กล่าว

พร้อมนั้น ออซิลิโอ ยังระบุชัดว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์ จะอยู่ช่วยทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าแน่นอน หลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ บาร์เซโลน่า มานาน "เราไม่เคยเริ่มต้นเจรจากับ บาร์เซโลน่า อย่างเป็นทางการเลย เราได้นำเขาออกจากตลาดเรียบร้อย มันจบลงแล้ว"

 

ตัดไปหนึ่ง! บอร์ดบาเยิร์นยอมรับเซ็นเมสซีไม่ไหว

บอร์ดบริหารแชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ยอมรับ พวกเขาไม่มีเงินทุนมากพอคว้า ลิโอเนล เมสซี ที่ต้องการย้ายออกจากบาร์เซโลนา
คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบอร์ดบริหารของ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับ สโมสรไม่มีกำลังเงินมากพอคว้า ลิโอเนล เมสซี สตาร์ของบาร์เซโลนา

กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาทำช็อคโลก หลังแจ้งขอฉีกสัญญากับเจ้าบุญทุ่ม ทั้งที่อยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนานร่วม 20 ปี ท่ามกลางความสนใจจากทีมเงินถุงเงินถังอย่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูฯ, เปแอสเช และอินเตอร์ มิลาน

"ไม่" รุมเมนิกเก้ กล่าวผ่าน Tuttosport หลังถูกถามว่าจะร่วมวงล่าเมสซีหรือไม่?

"เราไม่สามารถจ่ายเงินให้กับนักเตะระดับนั้นได้ มันไม่ได้อยู่ในนโยบายและปรัชญาการทำทีมของเรา"

"บอกตามตรง การได้ยินว่าเมสซีจะย้ายออกจากบาร์เซโลนา ทำให้ผมเสียใจนิด ๆ นะ ลีโอเขียนประวัติศาสตร์กับสโมสร และในความคิดของผม เขาควรจบอาชีพอาชีพกับบาร์เซโลนา"

"มันมีเรื่องเกิดภายในสโมสร และผมไม่รู้ว่าคืออะไร นั่นคือเหตุผลที่ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย"

แฟนมิลานเฮ!เหยี่ยวข่าวคนดังยัน “อิบรา” ตกลงต่อสัญญาเรียบร้อย

สาวก "รอสโซเนรี่" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุดเหยี่ยวข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงขยายสัญญากับ เอซี มิลาน ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเรียบร้อย

 

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวกีฬาคนดังแห่ง สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่า ซลาตัน อิบราอิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวสวีดิช ได้ตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 เรียบร้อย

ถึงแม้เมื่อเร็วๆ นี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ อิบราฮิโมวิช ได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องตัวนักเตะต่อสัญญา ทว่าล่าสุด โรมาโน่ แจงว่า หัวหอกร่างใหญ่วัย 38 ปี ตอบตกลงแล้วที่จะขยายสัญญากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ออกไปจนจบฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่เพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ เมื่อช่วงเดือนมกราคม

 "ยังไม่เลิกเล่นง่ายๆ สำหรับ ซลาตัน… คอนเฟิร์ม! อิบราอิโมวิช บรรลุข้อตกลงกับ เอซี มิลาน ได้เรียบร้อย โดยเขาจะขยายสัญญาออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 ดีลนี้ได้บทสรุปแล้ว ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อ และเล่นใน เซเรีย อา อีกหนึ่งปี" โรมาโน่ แจ้งข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า อิบราฮิโมวิช จะได้รับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช กระทุ้ง 10 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ มิลาน กระโดดขึ้นมาจบซีซั่นที่อันดับหก พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020/21