ไม่แพ้มา20เกม!เปแอสเชกับการเฮต่อเนื่องในเลอคลาสสิก (มีคลิป)

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้จะมีเกมใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส นั่นคือเกมที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเปิดรัง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เจอกับ โอลิมปิก มาร์กเซย โดยที่มันมีชื่อเล่นว่า "เลอ คลาสสิก"

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่พักหลัง "เปแอสเช" ทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังมาร่วมทัพหลายรายทำให้พวกเขาไม่แพ้เกม เลอ คลาสสิก มาตั้งแต่ปี 2012 หรือถ้านับเป็นจำนวนนัดก็อยู่ที่ 20 เกมด้วยกัน และคลิปนี้คือตัวอย่างของผลงาน ปารีสฯ ในเกมกับ มาร์กเซย ในช่วงนั้น

สมัยฟอร์มฮอตที่สุด!ย้อนชมลีลานางาโตโมะกับอินเตอร์ (มีคลิป)

วันที่ 12 กันยายนของทุกปีเป็นวันเกิดของ ยูโตะ นางาโตโมะ ฟูลแบ็กชาวญี่ปุ่นที่เคยสร้างชื่อจากการที่เคยเป็นกำลังหลักของ อินเตอร์ มิลาน ยอดทีมของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อยู่ช่วงหนึ่ง โดยล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ทีมในเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 
ทั้งนี้ ปัจจุบัน นางาโตโมะ มีอายุ 34 ปีเข้าไปแล้ว ซึ่งเนื่องในโอกาสพิเศษนี้เราจะขอนำเสนอลีลาของเจ้าตัวสมัยที่อยู่กับ อินเตอร์ มาให้ได้ชมกัน

ฉาว!เนย์มาร์1ใน5แข้งใบแดงเกมปารีสปะทะมาร์กเซย (มีคลิป)

เนย์มาร์ หัวหอกแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อ้าวโดนเหยียดผิวขณะกำลังเดินออกจากสนามหลังโดนใบแดงในแมตช์สุดฉาวที่ "เปแอสเช" เปิดบ้านแพ้ โอลิมปิก มาร์กเซย 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้มีใบแดงถึง 5 ใบเป็นฝั่งเจ้าบ้าน 3 ใบและทีมเยือน 2 ใบ

เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลกชาวบราซิเลียน ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นหนึ่งในห้านักเตะที่โดนใบแดงไล่ออกในเกมสุดฉาวที่ "เปแอสเช" แพ้ "โอแอม" โอลิมปิก มาร์กเซย 0-1 ศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ มาร์กเซย ได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 31  จากฟรีคิกกว่า 40 หลา ดิมิทรี ปาเยต์ เปิดข้ามแนวรับเข้าไปในกรอบเขตโทษ ฟลอริยอง โตแว็ง กัปตันทีมของโอแอมสอดเข้ามายิงด้วยซ้ายเสาแรกเข้าไป โดยผู้ตัดสินเช็กสัญญาณจาก "วีเออาร์" เกี่ยวกับความเป็นไปได้ว่าเป็นลูกล้ำหน้าหรือไม่ ก่อนยืนยันให้ประตูแก่ทีมเยือน

หลังจากนั้นเกมก็ออกแนวเข้มข้นและมีการกระทบกระทั่งกันตลอด จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ฉาวในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อผู้เล่นทั้งสองฝ่ายเปิดฉากตะลุมบอนกันอย่างไม่เกรงใจ จนนำไปสู่การโดนใบเหลืองใบแดงปลิวว่อนเต็มสนาม

เนย์มาร์ ซึ่งโดนแดงโดยตรง หลังถูก วีเออาร์ จับได้ว่าชกที่ด้านหลักศีรษะของ อัลบาโร่ กอนซาเลซ ผู้เล่น มาร์กเซย เดินออกจากสนามพปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ พร้อมเขาบอกกับผู้ตัดสินที่ 4 ว่าตนตกเป็นเป้าการเหยียดสีผิว ขณะที่อันเดร วิลลาช-โบอาช เทรนเนอร์ไฟแรงชาวโปรตุกีส เผยว่าตนไม่ขอยืนยันเกี่ยวกับสิ่งที่ สตาร์ลูกหนังเลือดแซมบ้า กล่าวอ้าง "การเหยียดผิวไม่เป็นที่ยอมรับในวงการฟุตบอล"

ขณะที่ ฟลอริยอง โตแว็ง ปีกกัปตันทีมมาร์กเซย ไม่พอใจอย่างมากกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในแมตช์นี้ "มีเด็กๆ เยอะมากที่ชมเกมในคืนนี้ เราทุกคนต้องเป็นตัวอย่าง" ด้าน เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬา แซงต์-แชร์กแมง ออกโรงตำหนิผู้ตัดสินในเกมนี้ว่า "ผมไม่เข้าใจว่าทำไมแมตช์แบบนี้ถึงใช้ผู้ตัดสินคนนี้ (เฌโรม บรีซาร์) เขาไม่มีประสบการณ์ แค่เคยตัดสินเกมยูโรปา ลีก แมตช์เดียว"

ไม่ขอโทษ!เนย์มาร์ลั่นอยากชกหน้าแข้งเหยียดผิว

เนย์มาร์ ดาวเตะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่คิดที่จะขอโทษกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น โดยบอกว่าอยากอัดหน้า อัลบาโร่ กอนซาเลซ ด้วยซ้ำ พร้อมยืนกรานว่าโดนแข้ง มาร์กเซย เหยียดผิวจริงๆ

เนย์มาร์ กองหน้าคนดังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กล่าวว่าที่จริงตนอยากชกหน้า อัลบาโร่ กอนซาเลซ ปราการหลัง โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยซ้ำ หลังจากที่ เนย์มาร์ กล่าวหาว่าอีกฝ่ายเหยียดผิวตนระหว่างเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัด เลอ คลาสสิก ที่ทัพ "เปแอสเช" แพ้ "โอแอ็ม" 0-1 คารัง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

นัดดังกล่าวได้รับการจับตามองจากหลายฝ่ายเพราะมันถือเป็นเกมใหญ่ของลีกแดนน้ำหอม แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมนี้คือเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง โดยที่มีนักเตะโดนไล่ออกจากสนามถึง 5 คน แบ่งเป็น 2 คนของ มาร์กเซย และของ ปารีสฯ 3 ราย

สำหรับ เนย์มาร์ นั้น เป็นหนึ่งในนักเตะของเจ้าถิ่นที่โดนไล่ออก โดยตอนแรกเขาไปตบด้านหลังศีรษะ อัลบาเรซ ที่ตอนนั้นกำลังมีปากเสียงกับ เลอันโดร ปาเรเดส เพื่อนร่วมทีมของ เนย์มาร์ จนทำให้แข้งชาวสแปนิชโมโหสุดๆ และหันมาพูดบางอย่างกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า ด้วยความเดือดดาล ซึ่งดาวเตะทีมชาติบราซิลก็ตวาดกลับไปเช่นกัน

ที่จริงตอนแรกกรรมการไม่เห็นชอตที่ เนย์มาร์ ตบหัวอีกฝ่าย แต่พอมาเช็กกับกล้องข้างสนามและทีมงานวีเออาร์แล้วนั้นเชิ้ตดำก็ชักใบแดงไล่ เนย์มาร์ ทันที ซึ่งในตอนที่เดินออกจากสนาม เนย์มาร์ ก็ไปบอกกับหนึ่งในทีมงานผู้ตัดสินว่าเขาโดน กอนซาเลซ เหยียดผิวใส่

ทั้งนี้ หลังจากจบเกมไปแล้วนั้น เนย์มาร์ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะขอโทษอีกฝ่าย โดยกล่าวบน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังว่า "สิ่งเดียวที่ทำให้ผมเสียใจคือการไม่ได้ชกหน้าไอ้เวรตะไลนั่น"

นอกจากนี้ เนย์มาร์ ยังโพสต์เพิ่มด้วยว่าเขาโดน อัลบาเรซ เหยียดผิวจริงๆ "วีเออาร์ จับจังหวะที่ผมแสดง -ความก้าวร้าว- ได้อย่างง่ายดาย เอาล่ะ ตอนนี้ผมก็อยากจะเห็นภาพที่ไอัคนเหยียดผิวเรียกผมว่า -โมโน ฮิโต้ เดอ ปูต้า" (ภาษาสเปน แปลว่าไอ้ลิงจ๋อหน้าตัวเมีย) เหมือนกัน ผมอยากเห็นชอตนั้น!"

ขณะเดียวกัน ผู้บรรยายเกมการแข่งขันของ เทเลฟุต สื่อชื่อดังของฝรั่งเศสก็บอกเช่นกันว่า กอนซาเลซ เหยียดผิว เนย์มาร์ จริงๆ โดยอ้างว่า กอนซาเลซ ใช้คำว่า "ไอ้ลิงจ๋อโสโครก" อย่างไรก็ตาม กอนซาเลซ โพสต์ทาง ทวิตเตอร์ ว่าไม่ได้เหยียดผิวอีกฝ่ายเลย โดยบอกว่า "มันไม่มีที่ว่างให้กับการเหยียผิว ผมมีอาชีพการค้าแข้งที่ใสสะอาดทุกวันร่วมกับเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนๆ หลายคน บางครั้งคุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะแพ้ และยอมรับมันในสนาม วันนี้เป็นการได้ 3 แต้มที่ยอดเยี่ยม

ลุ้นมัน หงส์, ผี, เรือ, สิงห์ จับสลากแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020/2021

    สำหรับความเคลื่อนไหวในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ของ ลิเวอร์พูล น่าสนใจมากๆ เพราะ "หงส์แดง" มีโอกาสที่จะอยู่ในกลุ่มแห่งความตาย หรือ กรุ๊ป ออฟ เดธ ในการจับสลากรอบแบ่งกลุ่ม ศึกชิงถ้วยใบโตยุโรป ที่จะมีขึ้นในเมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม
    ความพ่ายแพ้ของ เบนฟิก้า ทีมดังจากประเทศโปรตุเกส ที่มีต่อ พีเอโอเค ซาโลนิก้า สโมสรในดินแดนกรีซ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ รวมไปถึงสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เริ่มเห็นโอกาสที่พวกเขาจะพบกับใครในรอบแบ่งกลุ่ม

    การที่ เบนฟิก้า ร่วงตกรอบทำให้พวกเขาพลาดโอกาสเข้าไปร่วมโม่เกือกในรอบแบ่งกลุ่มศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 จริงๆ แล้วหากทีมดังจากดินแดนฝอยทองได้ตั๋วเข้าไปลุยรอบแบ่งกลุ่มจะทำให้พวกเขามีชื่ออยู่ในโถ 2 ในการจับสลาก แต่การที่พวกเขาตกรอบ คัดเลือก รอบ 3 ทำให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถูกเลื่อนให้ขึ้นมาอยู่ที่ โถ 2 แทน 

    ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้อยู่ในโถ 1 โดยอัตโนมัติ เคียงข้างกับ บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของแชมป์ "บิ๊กเอียร์" ซีซั่นล่าสุด, เซบีย่า แชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ตามด้วย เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และ เอฟซี ปอร์โต้ ซึ่งทีมเหล่านี้ "เดอะ เร้ดส์" ไม่ต้องเจอในรอบแบ่งกลุ่มแน่นอน

    เช่นเดียวกับ "เรือใบสีฟ้า", "ปีศาจแดง" และ "สิงโตน้ำเงินคราม" ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ใน โถ 2 ที่มีโอกาสจะจับสลากพบกับทีมจากโถ 1 แต่พวกเขาไม่ต้องดวลกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากเป็นสโมสรที่มาจากประเทศเดียวกัน แต่ก็อาจจะดวงแตกจับไปพบกับยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด หรือ บาเยิร์น มิวนิค ก็ได้

    สำหรับในเวลานี้เหลืออีก 6 ทีมที่ยังรอมีดวลกันแบบเหย้า-เยือน ในรอบเพลย์ออฟ ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ซึงต้องรอดูว่าผู้ชนะจะได้ไปอยู่โถ 3 หรือ โถ 4

    ดังนั้นหากติ๊ต่างว่าได้ครบทุกทีมสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มแล้ว สิ่งที่บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" คงยิ้มร่าน้ำตาเล็ดก็คือการที่ทีมรักจับสลากอยู่ในกลุ่มเดียวกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, "อินทรีฟ้าขาว" ลาซิโอ และ แรนส์ อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" อาจจะอยู่ในกลุ่มแห่งความตายหากมือดีดันจับให้พวกเขาต้องพบกับ อินเตอร์ มิลาน หรือบาร์เซโลน่า, โอลิมปิก มาร์กเซย และ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเขี่ยพวกเขาร่วงในรอบน็อกเอาต์ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

    ในขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องเจอกับสถานการณ์กรุ๊ป ออฟ เดธ เช่นกันเนื่องจากพวกเขามีสิทธิ์ดวงเฮงจับสลากอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมชั้นนำในลา ลีกา สเปน และกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เช่นเดียวกัน

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/2021 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

โถที่ 1 (ยืนยัน)
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
เรอัล มาดริด (สเปน)
ยูเวนตุส (อิตาลี)
บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)
เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย)
เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)
เซบีย่า (สเปน)

โถที่ 2 (ยืนยัน)
บาร์เซโลน่า (สเปน)
แอตเลติโก มาดริด (สเปน)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน)
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี)
เชลซี (อังกฤษ)
อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถที่ 3 (ยืนยัน)
แอร์เบ ไลป์ซิก(เยอรมนี)
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)
ลาซิโอ (อิตาลี)
อตาแลนต้า (อิตาลี)
ผู้ชนะระหว่าง ดินาโมเคียฟ พบ เกนท์ (เบลเยียม)

โถที่ 4 (ยืนยัน)
เรนส์ (ฝรั่งเศส)
โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค (เยอรมนี)
อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์(ตุรกี)
ผู้ชนะระหว่าง สลาเวีย ปราก (เช็ก) พบ มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)
ผู้ชนะระหว่าง โมลด์ (เดนมาร์ก) พบ เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี)

โถที่ 3 หรือ 4 (ยังไม่ยืนยัน)
โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)
โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)
คลับ บรูช (เบลเยียม)
ผู้ชนะระหว่าง เรด บูลล์ ซัลบวร์ก (ออสเตรีย) พบ มัคคาบี้ เทล อาวีฟ (อิสราเอล)
ผู้ชนะระหว่าง โอลิมเปียกอส พบ โอโมเนีย นิโคเซีย (ไซปรัส)
ผู้ชนะระหว่าง คราสโนดาร์ (รัสเซีย) พบ พีเอโอเค ซาโลนิก้า (กรีซ)

ฝรั่งเศสไร้ “เอ็มบั๊ปเป้”! “กรีซมันน์” พร้อมตะบันโครเอเชียศึกเนชั่นส์ลีก

"ขุนพลตราไก่" ฝรั่งเศส จะไม่มี คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ล่าสุดตรวจเจอว่าติดเชื้อโควิด-19 โดย อองตวน กรีซมันน์ ยังคงพร้อมลงกระชากล่าสกอร์ เกมพบ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 3) วันอังคารที่ 8 ก.ย. ศกนี้  เวลา 01.45 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 3)
วันอังคารที่ 8 กันยายน 2563
ฝรั่งเศส   –   โครเอเชีย


สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส

 

    ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศส พาทีมชนะสวีเดน 1-0 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

    ความพร้อมล่าสุด ”เดเด้” เรียก เบอนัวต์ กาสติล ประตูบอร์กโดซ์ เข้ามาเสริมแทน สตีฟ ม็องด็องด้า นายด่านจากโอลิมปิก มาร์กเซย ที่ติดโควิด

    ส่วน ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังดาวรุ่งไลป์ซิก 1 ใน 3 แข้งใหม่ ที่ถูกเรียกมาติดธงครั้งแรกและได้ประเดิมไปแล้วในเกมก่อน ก็น่าจะได้รับโอกาสต่อไป หลังทำผลงานได้ดี

    ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อูโก้ โยริส กัปตันทีม, ราฟาแอล วาราน, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อองตวน กรีซมันน์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

    ทั้งนี้ทัพตราไก่จะไม่มี คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ล่าสุดตรวจเจอว่าติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งน่าจะใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยนัดล่าสุดเป็นตัวสำรองลงมาแทน เอ็มบั๊ปเป้

    ซลัตโก้ ดาลิช เทรนเนอร์ทีมชาติโครเอเชีย พาทีมแพ้โปรตุเกสยับเยิน 1-4 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ ดาลิชไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่อาจมีการปรับทัพพอสมควร พวกแข้งดังที่เป็นแค่สำรองอย่าง มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ อิวาน เปริซิช น่าจะได้สลับมาออกสตาร์ต

    ส่วนขุมกำลังหลักรายอื่นๆ อย่าง เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า, มาเตโอ โควาซิช, อันเต้ เรบิช และ อันเดรย์ ครามาริช ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส – ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ราฟาแอล วาราน, เพรสแนล คิมเพมเบ้ – เลโอ ดูบัวส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อาเดรียง ราบิโอต์, ลูก้าส์ ดีญ – อองตวน กรีซมันน์ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    เทรนเนอร์ : ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ 
    
    โครเอเชีย (4-2-3-1) : โดมินิค ลิวาโควิช – ทิน เยดวาย, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า, บอร์นา บาริซิช – มาริโอ ปาซาลิช, มาเตโอ โควาซิช – โยซิป เบรกาโล่, นิโกล่า วลาซิช, อันเต้ เรบิช – อันเดรย์ ครามาริช 
    เทรนเนอร์ : ซลัตโก้ ดาลิช
 
    ผู้ตัดสิน : โอวิดิอู ฮาเตกาน (โรมาเนีย) 

 

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี      รายการ              ผลการแข่งขัน
15/07/18  ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ    ฝรั่งเศส ชนะ โคร
เอเชีย 4-2 


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ฝรั่งเศส

05/09/20  ชนะ  สวีเดน  1-0 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก 
18/11/19 ชนะ แอลเบเนีย 2-0 (เยือน) คัดยูโร    
14/11/19   ชนะ มอลโดวา 2-1 (เหย้า) คัดยูโร
15/10/19   เสมอ ตุรกี 1-1 (เหย้า) คัดยูโร
11/10/19    ชนะ ไอซ์แลนด์  1-0 (เยือน) คัดยูโร

โครเอเชีย 
05/09/20 แพ้ โปรตุเกส 1-4 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก 
20/11/19 ชนะ จอร์เจีย 2-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง     
14/10/19    เสมอ เวลส์ 1-1 (เยือน) คัดยูโร 
10/10/19   ชนะ ฮังการี 3-0  (เหย้า) คัดยูโร
09/09/19    เสมอ อาเซอร์ไบจาน 1-1 (เยือน) คัดยูโร 

เดือด!บาเยิร์นฟัดเปแอสเชจัด “เลวาน-เปริซิซ” วัด “เนย์มาร์-เอ็มบั้ปเป้” ชิงฯ ชปล.



"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมจัดทัพหนักนำทะลวงประตูโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ อิวาน เปริซิช เกมพบ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่ไม่น้อยหน้ามี เนย์มาร์ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ประสานคมขุดสกอร์ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. ศกนี้ เวลา 02.00 น.
ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)  –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ความพร้อมล่าสุดยังคงไม่มีวี่แวว เกย์ลอร์ นาวาส โกลมือ 1 ตัวทีมชาติคอสตาริกา ที่เจ็บไม่หาย เปิดโอกาส เซร์คิโอ ริโก้ ลงเฝ้าเสาต่อ แต่ข่าวดีคือ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี หายเจ็บลงสำรองเกมรัว ไลป์ซิก 3-0

    การคัมแบ็กของ แวร์รัตติ หมายความว่า อันเดร์ เอร์เรร่า หรือ เลอันโดร ปาเรเดส คนใดคนหนึ่งจะต้องหลีกทางไปนั่งสำรอง โดยสื่อคาดกันว่ารายหลังน่าถูกหวยที่สุด

    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ สตาร์ดาวยิงความเร็วสูงฟิตออกสตาร์ตได้ตั้งแต่แมตช์ที่แล้วเช่นกัน นัดนี้พร้อมลุยในแนวรุกเคียงข้าง อังเคล ดิ มาเรีย เจ้าของผลงานยิง 1 จ่าย 2 จากเกมเดียวกัน และ เนย์มาร์ ที่อยู่ในช่วงฟอร์มดีอีกราย

    ในแนวรับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันเลือดแซมบ้าจะลงเล่นนัดสุดท้ายก่อนหมดสัญญา ส่วน ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายสแปนิชจะได้เจอกับต้นสังกัดเก่า

    ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    ความพร้อมของทีมได้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกหายเจ็บกลับมาติดทีมในเกมตัดเชือกที่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 แต่เชื่อกันว่า ฟลิค น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิม ที่เล่นได้ดี ทำให้ โยชัว คิมมิช ได้จองพื้นที่แบ็กขวาต่อไป

    อย่างไรก็ตามทีมมีปัญหาตรงเซนเตอร์แบ็กเมื่อ เยโรม บัวเต็ง เจ็บจนโดนเปลี่ยนออกในนัดที่แล้ว ต้องประเมินความฟิตถึงนาทีสุดท้าย หากไม่ไหวต้องใช้บริการ นิคลาส ซือเล่ ส่วนในรายของ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ นั้น ฟลิค จะจับมายืนแบ็กซ้ายมากกว่า

    ตำแหน่งอื่นๆ ไม่เปลี่ยนจากชุดที่ใช้มาตลอดเส้นทาง ”มินิทัวร์นาเมนต์” ที่โปรตุเกส แดนกลางวาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมเกมคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แทนที่ คิมมิช ซึ่งถูกขยับลงไปช่วยแนวรับ

    แนวรุกสามตัวบนยังคงไว้ใจ อิวาน เปริซิช ที่ยืมมาจาก อินเตอร์ มิลาน ประสานงานกับ แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปแลนด์ ฟอร์มฮอต นั่นหมายความว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน จอมเลื้อยอดีตเด็กปั้นเปแอสเช ต้องรอโอกาสบนม้านั่งสำรองไปก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เซร์คิโอ ริโก้ – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเคล ดิ มาเรีย, เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

ผลการแข่งขันที่ผ่านมา ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 
ฤดูกาล 2017/2018     กลุ่ม บี    บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 3-1 
ฤดูกาล 2017/2018    กลุ่ม บี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-0    
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ     บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 2-0
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 1-0
ฤดูกาล 1997/1998     กลุ่ม อี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-1
ฤดูกาล 1997/1998    กลุ่ม อี      บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 5-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    บาเยิร์น แพ้  เปแอสเช 0-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 2-0
 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
19/08/20    ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
13/08/20    ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง)     ชปล.
06/08/20    ชนะ โซโชซ์ 1-0 (เหย้า)     อุ่นเครื่อง
01/08/20    เสมอ ลียง 0-0 (สนามกลาง)     เฟร้นช์ ลีก คัพ
25/07/20     ชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ คัพ

บาเยิร์น มิวนิค
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล

เกร็ดและสถิติที่น่าสนใจของทั้งสองทีม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 
 อันดับของยูฟ่า : 7  
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 25 เสีย 5
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม เอ, ชนะ ดอร์ทมุนด์ 3-2 (รอบ 16 ทีม), ชนะ อตาลันต้า 2-1 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 5 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : รอบชิงชนะเลิศ (2019-20)

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับของ ยูฟ่า : 2   
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 10 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 42 เสีย 8
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม บี, ชนะ เชลซี 7-1 (รอบ 16 ทีม), ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ลียง 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 15 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : แชมป์ 5 (ครั้งหลังสุดฤดูกาล 2012-13 )

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เรอัล มาดริด 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ กาลาตาซาราย 1-0 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ คลับ บรูช 5-0 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ คลับ บรูช 1-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 เสมอ เรอัล มาดริด 2-2 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ กาลาตาซาราย 5-0 (เยือน) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
19/02/20 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 1-2 (เยือน) ชปล.
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
13/08/20 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
19/08/20 ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

บาเยิร์น มิวนิค
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ สเปอร์ส 7-2 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 3-2 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 6-0 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ สเปอร์ส 3-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
26/02/20 ชนะ เชลซี 3-0 (เยือน) ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

ชปล.ฤดูกาลหน้าอาจมีกลุ่มสุดโหดหลายกลุ่ม

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า อาจจะมีกลุ่มสุดโหดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" หลายกลุ่ม หลังจากที่ เซบีย่า ได้เลื่อนมาอยู่ในโถ 1 อย่างเช่นการที่ ลิเวอร์พูล อาจจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ กลัดบัค เป็นต้น
    สถานการณ์สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีความชัดเจนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ล่าสุด เซบีย่า ถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่ในโถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20

    เดิมที โถ 1 จะเว้นให้เฉพาะทีมที่เป็นแชมป์จากลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด 8 อันดับแรกตามการให้คะแนนของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น แต่ถ้าเกิดทีมไหนไม่ได้เป็นแชมป์ลีกในประเทศ แล้วไปได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ใน 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น ทีมที่ว่าก็จะได้อยู่ในโถ 1 ทันที

 

    ทั้งนี้ บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คู่ชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ต่างก็เป็นแชมป์ลีกในประเทศจนจะทำให้อยู่ใน โถ 1 สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ เซบีย่า ซึ่งได้ที่ 4 ใน ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 ได้เลื่อนจากโถ 2 มาอยู่ โถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ไปครอง

    เรื่องในครั้งนี้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกลุ่มที่เต็มไปด้วยทีมชั้นยอดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ในฤดูกาลหน้าได้เลย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล จาก โถ 1 ที่อาจจะโดนจับไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมในโถ 2 อย่าง บาร์เซโลน่า, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ แอตเลติโก มาดริด นอกจากนี้ ทีมจาก โถ 3 ที่ "หงส์แดง" อาจต้องเจอก็มีทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน หรือ ลาซิโอ รออยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากทีมในรอบคัดเลือกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสามารถมาถึงรอบแบ่งกลุ่มได้แล้วล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้ทีมอย่าง อตาลันต้า หรือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ต้องไปอยู่ในโถ 4 เช่นกัน โดยหากเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจไปเจอ 2 ทีมนั้นได้ ในกรณีที่พวกเขาไม่เจอทีมจาก อิตาลี หรือ เยอรมนี ในโถ 2 กับ โถ 3

    ทั้งนี้ มันยังมีโอกาสที่จะมี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" มากกว่า 1 กลุ่มด้วย ยกตัวอย่างเช่นนอกเหนือจากกลุ่มในด้านบนแล้วก็จะมีกลุ่มที่ประกอบไปด้วย เรอัล มาดริด จากโถ 1, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากโถ 2, ลาซิโอ จาก โถ 3 และ โอลิมปิก มาร์กเซย จากโถ 4 ในกรณีที่ "โอแอ็ม" ต้องอยู่ในโถสุดท้าย เป็นต้น

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ในปัจจุบัน
    ทีมที่อยู่โถ 1 แน่นอนแล้ว

    เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), บาเยิร์น (เยอรมนี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

    ทีมที่อยู่โถ 2 แน่นอนแล้ว
    บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 2 หรือ โถ 3 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์)

    ทีมที่อยู่ในโถ 3 แน่นอนแล้ว
    แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), ลาซิโอ (อิตาลี)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 3 หรือ โถ 4 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อตาลันต้า (อิตาลี), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี)

    ทีมที่อยู่ในโถ 4 แน่นอนแล้ว
    อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

    * ตัวอย่างกลุ่มสุดโหดที่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกันในซีซั่นหน้า
    – ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
    – เรอัล มาดริด, แมนฯ ซิตี้, ลาซิโอ, มาร์กเซย
    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนฯ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน, แรนส์

บาเยิร์นขอโหดต่อ! “เลวาน” พร้อมซัด,ลียงลุ้น “เดอปาย” โป้งรอบรองฯ ชปล.

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค หวังโชว์ฟอร์มโหดต่อเนื่องโดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำปิดสกอร์เกมพบ "โอแอล" โอลิมปิก ลียง ที่มี เมมฟิส เดอปาย พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ  วันพุธที่ 19 ส.ค. ศกนี้  เวลา : 02.00 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563, เวลา : 02.00 น.
โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)   –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรนมัน)

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

    ทีมโอแอลของ รูดี้ การ์เซีย มาไกลเกินคาดถึงรอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ หลังจากที่ไล่เขี่ยตัวเต็งมาทั้งยูเวนตุส ด้วยกฎประตูทีมเยือน และแมนฯ ซิตี้ 3-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

    การจัดทัพไม่มีปัญหาเจ็บ-แบนให้กังวล ในแดนหน้าที่มีกัปตัน เมมฟิส เดอปาย ยืนพื้น คู่หูต้องเลือกระหว่าง คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ที่ออกสตาร์ตทั้ง 2 แมตช์ล่าสุด หรือ มุสซ่า เดมเบเล่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวมายิงรัว 2 ลูกใส่ทีมเรือใบสีฟ้า

    นอกนั้นยึดชุดเดิม เท่ากับว่า มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดาวรุ่งวัย 20 จะได้ลงตัวจริงกลางสนามต่อไป ประสานงานกับอีก 2 แข้งพลังหนุ่มทั้ง บรูโน่ กิมาไรช์ และ อูสเซ็ม อาอูอาร์ วัย 22 เท่ากัน

    วิงแบ็ก 2 ฟากวาง เลโอ ดูบัวส์ กับ มักซ์เวล กอร์เน่ต์ โดยหลังปรับตำแหน่งจากแนวรุกแล้วกลายเป็นเล่นดี แนวรับนำโดย เจสัน เดนาเยอร์ อดีตแข้งแมนฯ ซิตี้ และ แอนโธนี่ โลเปส ที่โชว์เซฟอุตลุดในรอบก่อน

    ด้านทีมเสือใต้ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงเป็นทีมเดียวในท็อป 5 ลีกยุโรปที่ชนะรวดทุกรายการนับจากรีสตาร์ต อีกทั้งรายการนี้ก็เฮทุกนัดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงแมตช์ล่าสุดที่ระเบิดฟอร์มโหด ถล่มบาร์เซโลน่าไปถึง 8-2

    ความพร้อมล่าสุดได้ข่าวดีเมื่อ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกกลับมาซ้อมได้แล้ว กระนั้นเชื่อว่าฟลิคคงไม่คิดเยอะเกิน ยึด 11 ตัวจริงที่กำลังลงตัวต่อไป

    นั่นเท่ากับว่า โยชัว คิมมิช จะได้เล่นแบ็กขวาต่อไป แล้วให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมกลางสนามคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แม้ว่าดาวเตะทีมชาติสเปนกำลังตกเป็นข่าวย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลก็ตาม

    คิงส์เล่ย์ โกมัน อีกหนึ่งแข้งฝรั่งเศสกลับมาฟิตเช่นกัน แต่ อิวาน เปริชิช ลากเลื้อยทดแทนได้เยี่ยม น่าจะยึดตำแหน่งใน 3 แนวรุกเคียงข้าง แซร์ช นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปลที่กดไปแล้ว 54 ลูกทุกรายการฤดูกาลนี้

    ในราย ลีรอย ซาเน่ ปีกสมาชิกใหม่ที่คว้ามาจากแมนฯ ซิตี้ นั้นยังไม่สามารถลงเล่นได้จนกว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    โอลิมปิก ลียง (3-5-2) : แอนโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล – เลโอ ดูบัวส์, มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาไรช์, อูสเซ็ม อาอูอาร์, มักซ์เวล กอร์เน่ต์ – คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี, เมมฟิส เดอปาย
    เทรนเนอร์ : รูดี้ การ์เซีย

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ (สเปน)

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี      รายการ    ผลการแข่งขัน
28/04/10        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 0-3
22/04/10        ชปล.    บาเยิร์น ชนะ ลียง 1-0
11/12/08        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 2-3
01/10/08        ชปล.    บาเยิร์น เสมอ  ลียง 1-1 
05/11/03        ชปล.    บาเยิร์น แพ้ ลียง 1-2
21/10/03        ชปล.    ลียง เสมอ  บาเยิร์น 1-1
06/03/01        ชปล.    ลียง ชนะ  บาเยิร์น 3-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลียง
16/08/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้  3-1 (สนามกลาง)     ชปล.
07/08/20 แพ้ ยูเวนตุส 1-2 (เยือน)         ชปล.
01/08/20 เสมอ เปแอสเช 0-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ ลีก คัพ 
23/07/20 ชนะ เกนท์ 3-2 (เยือน)         อุ่นเครื่อง   
19/07/20 ชนะ เซลติก 2-1 (เหย้า)         อุ่นเครื่อง

บาเยิร์น
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน)     บุนเดสลีกา

เชลซีพึ่งปาฏิหาริย์! “ชิรูด์” พร้อมล่า,บาเยิร์นลุ้น “เลวานฯ” อัดซ้ำ รอบ16ทีม ชปล.

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี อาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์หลังนัดแรกแพ้มายับเยินโดยเตรียมส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงล่าตาข่ายเกมบุกถิ่น "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2) วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. ศกนี้  (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2)
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
บาเยิร์น มิวนิค   –   เชลซี
(ผลนัดแรก บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 3-0 )

 

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค เทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค พาทีมบุกไปถล่มเชลซีตุนไว้ก่อนถึง 3-0 ในนัดแรก ก่อนเตรียมความพร้อมในเกมนี้ด้วยการเบียดชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 ในเกมลับแข้งล่าสุด 
   
    ฟลิค หมดสิทธิ์ส่ง คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกทีมชาติฝรั่งเศส ลงเล่นนัดเปิดบ้านปะทะเชลซี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้

    สำหรับโกมัน ปีกวัย 24 ปี ลงเล่นเกมนี้ไม่ได้ เนื่องจากเขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่ได้ลงสนามฝึกซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ทำให้เสือใต้น่าจะส่ง อิวาน เปริซิช ลงเล่นแทน

    ขณะที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส วัย 24 ปี บาดเจ็บข้อเท้า ลงเล่นไม่ได้เช่นเดียวกัน

    ด้าน โยชัว คิมมิช และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า 2 แข้งสำคัญต้องระวังตัว เพราะถ้าโดนจดชื่อเพิ่มก็จะโดนแบนในรอบต่อไปทันที

    ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, เลออน โกเร็ทซ์ก้า, โธมัส มุลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซี พาทีมแพ้บาเยิร์น มิวนิคคารัง 0-3 ในนัดแรก ก่อนแพ้อาร์เซน่อล 1-2 ในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการแพ้นัดที่ 2 ในรอบ 5 เกม

    สภาพทีมเกมนี้ แลมพ์สเจอปัญหาเพียบเลย เมื่อจะไม่มีทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คริสเตียน พูลิซิช และ เปโดร โรดริเกซ ที่เดี้ยงเพิ่มมาจากเกมล่าสุด เช่นเดียวกับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และ บิลลี่ กิลมอร์ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

    ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แม้จะกลับมามีชื่อสำรองแล้ว แต่ก็ยังต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ วิลเลี่ยน ที่ไม่สมบูรณ์

    ตำแหน่งคนเฝ้าเสายังน่าสนใจเหมือนเดิม วิลลี่ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนไตน์ตัวเก๋า แม้จะเป็นมือ 2 แต่ก็อาจได้โอกาสต่อเนื่องอีกเกม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, อัลฟงโซ่ เดวิส – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาร์บี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 
   
    เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  

    ผู้ตัดสิน : คูเน็ย์ต ชาคีร์ (ตุรกี)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
26/02/20    ชปล.เชลซี0-3บาเยิร์น มิวนิค
25/07/17    ไอซีซีเชลซี2-3บาเยิร์น มิวนิค
31/08/13    ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ บาเยิร์น มิวนิค 2-2 เชลซี
20/05/12    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค 1-1 เชลซี
12/04/05    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค3-2เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาเยิร์น มิวนิค
31/07/20 ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
20/06/20 ชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 (เหย้า) บุนเดสลีกา
17/06/20 ชนะ เบรเมน 1-0 (เยือน) บุนเดสลีกา

เชลซี
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
14/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก