เหนือทุกเรื่อง!เผยแหวนหมั้นโด้แพงสุดพ่อค้าแข้ง

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ทำอะไรต้องเหนือกว่าทุกคน ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าแหวนหมั้นที่เขามอบให้กับ จอร์จิน่า โรดริเกซ แฟนสาวมีมูลค่ามหาศาลแซงหน้าบรรดาพ่อค้าแข้งหลายขุม

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ควักเงินจ่ายไม่อั้นเพื่อคนที่รัก ล่าสุดลงทุนเงินซื้อแหวนหมั้นให้กับ จอร์จิน่า โรดริเกซ หวานใจคนงาม ซึ่งมีมูลค่าเหนือกว่าเพื่อนร่วมอาชีพทุกคน

สำหรับแหวนหมั้นวงดังกล่าวที่ สตาร์ลูกหนังกัปตันทีมชาติโปรตุเกส มอบให้กับ จอร์จิน่า คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 615,000 ปอนด์ (ราว 23.37 ล้านบาท) โดยจากการประเมินของ แกมบลิง ดีลส์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องประดับ ระบุว่านี่คือแหวนหมั้นที่แพงที่สุดของเหล่าบรรดานักฟุตบอลอาชีพเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติอังกฤษ และเอฟเวอร์ตัน ควักกระเป๋าซื้อแหวนหมั้นให้กับ เมแกน ดาวิสัน หวานใจด้วยสนนราคา 500,000 ปอนด์ (ราว 19 ล้านปอนด์) ตามด้วย แอชลี่ย์ โคล ตำนานฟูลแบ็กนักรัก ที่จ่ายเงินซื้อแหวนหมั้นให้ เชอรีล อดีตภรรยาจำนวน 275,000 (ราว 10.45 ล้านบาท)

ขณะที่ แฮร์รี่ เคน กองหน้า "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเพิ่งจะผิดหวังนำทีมแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เกมพรีเมียร์ลีก นัดเปิดซีซั่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รั้งบ๊วยเพราะแหวนหมั้นที่เขามอบให้กับ เคที่ กู้ดแลนด์ มีมูลค่า 180,000 ปอนด์ (ราว 6.84 ล้านบาท) เท่านั้น

ทั้งนี้ โรนัลโด้ กับ จอร์จิน่า ซึ่งคบหาดูใจกันครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2016 มีทายาทสืบสกุลตามธรรมชาติชื่อ อลาน่า วัย 2 ปี และเธอยังทำหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงที่แสนดีให้กับทายาทอีก 3 คนของ "ซีอาร์ 7" ได้แก่ คริสเตียโน่ จูเนียร์ วัย 10 ขวบ, และลูกฝาแฝด เอวา กับ มาเตโอ ที่ปัจจุบันอายุ 3 ขวบ

สรุปรางวัลสำคัญสมาคมพ่อค้าแข้งอาชีพอังกฤษ

เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ได้รับเสียงโหวตคว้ารางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีประจำฤดูกาล 2019/2020 จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กจอมแอสซิสต์ สอยแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครองตามคาด

สำหรับรางวัลทรงเกียรตินี้ 4 สตาร์ ลิเวอร์พูล ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงชัยได้แก่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ เจ้าหนูเทรนต์ รวมไปถึง ราฮีม สเตอร์ลีง สตาร์ แมนฯ ซิตี้ แต่สุดท้าย เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ซึ่งยิงไป 13 ประตู และทำอีก 20 แอสซิสต์ คว้ารางวัลนี้ไปครอบครอง
 
ในส่วนของทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลที่ผ่านมา ก็เป็นไปได้ตามเมื่อบรรดาขุนพล "เดอะ เร้ดส์" เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี มีชื่อติดทีม 5 คน ตามมาด้วย แมนฯ ซิตี้ 2 ราย, เลสเตอร์ ซิตี้ 2 ราย และ อาร์เซน่อล กับ เบิร์นลี่ย์ ทีมละ 1 ราย

สรุปรางวัลสำคัญจากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ)

นักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

นักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี : เบธานี่ อิงแลนด์  (เชลซี)

นักฟุตบอลชายดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี :  เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล)

นักฟุตบอลหญิงดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี : ลอเรน เฮมพ์  (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

นักฟุตบอลผู้ที่อุทิศตนเพื่อวงการฟุตบอล : มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกแห่งปี :
ผู้รักษาประตู : นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์)

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล) , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์(ลิเวอร์พูล) , ชักลาร์ โซยุนชู (เลสเตอร์ ซิตี้), แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล)

กองกลาง : ดาบิด ซิลบา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) , จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ลิเวอร์พูล) , เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

กองหน้า : เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้),  ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง (อาร์เซน่อล) , ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)

สื่อแฉ!บาร์เซโลน่าควัก12ล้านป.ชดเชยเขี่ย “ซัวเรซ” ทิ้ง

 

สื่อดัง รายงาน บาร์เซโลน่า ต้องเซ็นเช็คจ่ายค่าชดเชยให้ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกจอมเก๋า จำนวน 12 ล้านปอนด์ หากต้องการกำจัดนักเตะออกไปจากทีม
   
"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน จะต้องจ่ายเงินจำนวน 12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่ายกเลิกสัญญา หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้ามากประสบการณ์ชาวอุรุกวัย จากการเปิดเผยของ โกล สื่อกีฬาชื่อดังระดับโลก

หัวหอกวัย 33 ปี หมดอนาคตในถิ่นคัมป์ นู แน่นอนแล้ว หลังจากที่นักเตะได้รับการแจ้งข่าวผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงไม่ถึงนาทีกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ โดยมีการยืนยันชัดเจนว่า ซัวเรซ ไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมของเขาอีกต่อไป

อย่างไรก็ตามการกำจัดนักเตะไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เพราะ ซัวเรซ ซึ่งซัดไป 21 ประตูจาก 36 เกมให้กับต้นสังกัดเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ยังมีสัญญาอยู่กับ บาร์ซ่า จนถึง 30 มิถุนายน 2021 ฉะนั้นหากต้องการให้ อดีตสตาร์ ลิเวอร์พูล ออกจากทีม พวกเขาต้องจ่ายเงินชดเชย กว่า 12 ล้านปอนด์ เลยทีเดียว

ทั้งนี้ คูมัน พยายามที่ยกเครื่อง บาร์เซโลน่า ใหม่ โดยหนึ่งในนักเตะที่เขาต้องการกำจัดทิ้งก็คือ ซัวเรซ เพราะถึงจะยิงประตูได้เยอะแต่ด้วยวัย 33 ปีถือว่าเป็นช่วงบั้นปลายชีวิตพ่อค้าแข้ง และหากขายนักเตะได้จะทำให้ทีมประหยัดค่าเหนื่อยที่ต้องจ่ายให้ ซัวเรซ สัปดาห์ละ 400,000 ปอนด์ (ราว 15.2 ล้านบาท) ด้วย

เพื่อนกันตลอดไป ! เหตุผลสำคัญ ฟาน เดอ เบ็ค เลือกใส่เบอร์ 34

"เพื่อนกันไม่ได้เป็นกันแค่วันสองวัน แต่มันคบกันจนวันตาย" นี่คือเหตุผลที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ เรียกร้องขอสวมเสื้อหมายเลข 34 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อับเดลฮัค นูริ เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย
    ฟาน เดอ เบ็ค กับ นูริ เป็นเพื่อนซี้ปึ้กกันตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยฝ่ายหลังต้องเจอกับช่วงเวลาที่สุดเลวร้ายเมื่อต้องอยู่ในอาการโคม่าหลับไป 2 ปี 8 เดือน กับอีก 19 วัน หลังมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนวูบลงคาสนามในเกมที่ตนสังกัด อุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017

    จากอาการป่วยดังกล่าวทำให้ นูริ ต้องตกอยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา ก่อนที่จะฟื้นตัวเริ่มกลับมาสื่อสาร และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาต้องจบลงอย่างรวดเร็ว

    แม้เส้นทางของลูกหนังของ นูริ จะสิ้นสุดไปแล้วแต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่เคยจางหายไป โดยตอนนี้เพื่อนรักของเจ้าตัวกำลังไปได้สวยกับอาชีพพ่อค้าแข้ง เพราะล่าสุดนักเตะจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก

    ช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวกำลังจะย้ายมาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" ฟาน เดอ เบ็ค ถูกคาดการณ์เกี่ยวกับหมายเลขเสื้อที่เขาจะใส่ให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยเสื้อเบอร์ 6 ที่เขาใส่ตอนที่เล่นให้ อาแจ็กซ์ คงหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะเป็นเบอร์เสื้อที่ ปอล ป็อกบา ใช้อยู่

    ขณะที่เสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ก็คงเก็บเอาไว้ให้กับนักเตะที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดโดยว่ากันว่าน่าจะเป็น เจดอน ซานโซ่ ส่วนเบอร์ 11 ก็ยังว่าง แต่คาดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเก็บเอาไว้ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ปัจจุบันสวมหมายเลข 26

    อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการคาดเดากันเองจากสื่อ เพราะจริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค มีหมายเลขที่อยู่ในใจของเขามาตลอด นั่นก็คือเสื้อหมายเลข "34" ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัย 23 ปี ถึงเลือกหมายเลขนี้ แต่ทุกอย่างเฉลยออกมาแล้วว่าเหตุผลสำคัญก็คือเขาต้องการให้เกียรติ นูริ เพื่อนรัก และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรแท้ของพวกเขาไม่เคยจางหายไป

    ฟาน เดอ เบ็ค เปิดใจถึงเหตุผลที่ว่าทำไหมเบอร์ 34 ถึงมีความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ "เขา (อับเดลฮัค นูริ) ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และเราได้นั่งใกล้กันในห้องแต่งตัวตอนที่อยู่ในเดอ ทูคอมสท์ (อะคาเดมี่อาแจ็กซ์) ผมขอใส่เสื้อเบอร์ 34 เพราะเป็นแชมป์สมัยที่ 34 ซึ่งเราทำได้สำเร็จ"

    "หลังจากที่เขาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ผมยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดที่จะทิ้งอาแจ็กซ์ จนกระทั่งเราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผมต้องการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 เราทุกคนเล่นเพื่อ แอพพี (ชื่อเล่นของ นูริ) ผมอยากได้แชมป์ (ลีก ดัตช์) มากๆ"

    "ผมมักจะแวะไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และในช่วงปิดฤดูกาลผมอาจจะไปพบกับ แอพพี ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองผมไม่อยากไปเยี่ยมเขา เพราะเมื่อผมเห็นเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ผมเสียใจหนักมากถึง 2 สัปดาห์ ผมนอนไม่หลับเลย มันช่างเจ็บปวดและผมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"

    "ผมอยากอยู่กับเขาทุกวัน เพราะผมคิดถึงเขามาก แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าผมอยู่กับเขา ผมก็จะได้คุยกับเขา และได้เห็นรอยยิ้มของเขา ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากมากๆ เวลาที่ผมเสียใจผมจะหยุดทุกอย่าง ผมไม่เคยต้องพบกับจิตแพทย์ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่ดูแลผมเป็นอย่างดี พวกเขาจะอยู่เคียงข้าง และฟังผมเมื่อผมต้องการ" ฟาน เดอ เบ็ค กล่าว

     นอกจากนี้ สตาร์แห่งอนาคตชาวดัตช์ ยังยกย่อง นูริ ว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และมีจิตใจงดงาม แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับเรื่องไม่คาดฝันทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป "แอพพี เป็นเด็กที่มีความสุขมาก เขาดีกับทุกๆ คน เป็นนักเตะชั้นยอด และเป็นคนดีมากๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้นเขามักจะไปเยี่ยมคุกเพื่อแนะนำให้เด็กวัยรุ่นกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง และจุดประกายโอกาสของพวกเขา"

    "เขามักใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่มีอาการป่วย และเด็กพิการ ผมยังจดจำเรื่องเหล่านั้นได้เสมอ ผมคิดว่ามันช่วงเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ กับเรื่องที่เขาทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกล้องทีวี และช่างภาพอยู่ที่นั่น ตอนที่พี่ชายของผม โรดี้ ป่วย แอพพี มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย"

    "เขาดีใจมากๆ ตอนที่ได้พบน้องสาวคนเล็กไปโรงเรียน และไปรับพวกเธอ รวมทั้งซื้อของขวัญให้กับพวกเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ผมแปลกใจมากๆ ทำไมเรื่องนี้ (อาการป่วย) ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันมักจะเกิดขึ้นกับคนดีๆ แอพพี อยากทำเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆ คน และเขาก้ไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง และโกรธมากๆ" ดาวเตะชาวดัตช์ ระบุ

    ความสัมพันธ์และความจริงใจที่ ฟาน เดอ เบ็ค มีให้กับ นูริ มันแสดงให้เห็นว่า "เพื่อนแท้" มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

ใครจะไปจ่ายไหว?บาร์ซ่าตั้งค่าตัวเมสซี่หากคิดลา

สื่อแดนกระทิงดุเผย บาร์ซ่า ตั้งค่าตัว ลิโอเนล เมสซี่ เอาไว้แพงมหาศาล เพราะไม่อยากให้เจ้าตัวอำลาถิ่น คัมป์ นู และคงไม่มีทีมไหนกล้าทุ่มแน่
    บอร์ดสโมสร บาร์เซโลน่า ต้องการได้ค่าตัวของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ จำนวน 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) ตามค่าฉีกสัญญาที่ทำไว้ หากเจ้าตัวร้องขอย้ายทีม ตามรายงานจาก มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อสเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    สื่อแดนกระทิงดุเผยว่า บอร์ด บาร์ซ่า ต้องการได้ค่าตัวในระดับค่าฉีกสัญญาเท่านั้นถึงจะยอมปล่อยออกจากถิ่น คัมป์ นู แม้ดาวเตะวัย 33 ปี เหลือสัญญากับสโมสรอีกเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้นก็ตาม เนื่องจากอยากให้กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา อยู่ช่วยสโมสรต่อไป

    จากการตั้งค่าตัวดังกล่าว ทำให้คงไม่มีทีมไหนมีเงินมากพอที่จะยื่นซื้อ เมสซี่ เพราะจำนวนเงินดังกล่าวจะมากกว่าสถิติโลกตอนที่ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล ย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อปี 2017  ถึงกว่า 3 เท่าเลยทีเดียว

    อนาคตของ เมสซี่ เริ่มไม่มีความแน่นอน หลังจากที่เจ้าตัวไม่ค่อยพอใจกับแผนงานของสโมสรที่ไร้จุดหมายหลังพลาดแชมป์ ลา ลีกา และโดน บาเยิร์น มิวนิค ถล่มไปถึง 8-2 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้เริ่มมีความคิดที่จะโบกมือลายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า

    ขณะที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์ซ่า ยังคงเชื่อว่า เมสซี่ ต้องการอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" และอยากที่จะจบอาชีพพ่อค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นู  หลังจากที่ทั้งคู่ได้เปิดใจเคลียร์ทุกๆ ประเด็นแล้ว

คนมันเหงา!ตำนานลิเวอร์พูลแย้มสนทำงานด้านโค้ช

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกลิเวอร์พูล และ เชลซี แสดงความเห็นเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองหลังจากที่เลิกเล่นฟุตบอลไปได้ 1 ปี พร้อมเปิดใจเกี่ยวกับความสำเร็จของ "หงส์แดง" ทีมรักที่ผงาดคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จหลังรอคอยมานาน 3 ทศวรรษ
    เฟร์นานโด ตอร์เรส ตำนานกองหน้าทีมชาติสเปน เปิดใจผ่าน อินสตาแกรม เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต เกี่ยวกับโอกาสตนเองจะหันมาทำงานด้านโค้ช หลังจากที่ตัดสินใจยุติอาชีพพ่อค้าแข้งอย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา

    อดีตหัวหอก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ เชลซี ที่ปัจจุบันอายุ 36 ปีแล้ว โบกมือลาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในช่วงระหว่างที่เขาค้าแข้งอยู่กับ ซากัน โทสุ สโมสรในศึกเจ ลีก ประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากผ่านไป 12 เดือนดูเหมือน อดีตสตาร์ชาวสแปนิช เริ่มโหยหายเกมลูกหนัง และงานนี้เจ้าตัวสนใจที่จะทำงานด้านโค้ชอย่างจริงจัง

 

    ตอร์เรส เปิดใจผ่าน ไอจี ที่มีผู้คนกดติดตามกว่า 8 ล้านฟอลโลว์ เกี่ยวกับความรู้สึกหลังแขวนสตั๊ดมาได้ 1 ปี รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล และการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า "ครบ 1 ปีที่ผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมสารภาพตรงๆ เลยว่าตอนที่ผมยังเล่นฟุตบอลผมไม่รู้จริงๆ ว่าเวลามันผ่านไปเร็วแค่ไหน"

    "ผมพยายามที่จะปรับตัวกับชีวิตใหม่ ผมพยายามยอมรับว่าตัวเองไม่ใช่นักเตะอีกต่อไปแล้ว ขณะเดียวกันผมอาจจะหันไปทำงานโค้ช รวมทั้งเรายังได้ฉลองให้กับทีมรักของผม ลิเวอร์พูลเอฟซี ที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก หลังจากรอคอยมานาน 30 ปี และโชคร้ายจริงๆ ที่ต้องลงแข่งโดยไม่มีแฟนบอลในสนามซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้กีฬาชนิดนี้มีความพิเศษ"

    "เราทุกคนได้พบกับประสบการณ์การแพร่ระบาด (เชื้อโควิด-19) ซึ่งทำให้หลายพันครอบครัวต้องพบกับความเจ็บปวด สำหรับเหตุผลนี้ สิ่งเดียวที่ผมจะขอพวกคุณก็คือพวกคุณต้องมีความรับผิดชอบกับตัวเอง และอยู่ในที่ปลอดภัยรวมทั้งรักษาสุขภาพให้ดี ผมขออวยพรให้ทุกๆ คนโชคดี" ตอร์เรส ระบุ

ค่าเหนื่อย “เนย์มาร์” มากกว่าแข้งอตาลันต้าทั้งทีม

สื่อเมืองน้ำหอม เปิดเผยค่าเหนื่อยของ เนย์มาร์ หัวหอกทองคำของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มากมายมหาศาล เมื่อเทียบกับนักเตะทั้งทีมของอตาลันต้า คู่แข่งแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย
               เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นนักเตะที่มีรายได้มากกว่าพ่อค้าแข้งทั้งสโมสรอตาลันต้า จากการเปิดเผยของ เล กิ๊ป สื่อชั้นนำในดินแดนน้ำหอม

               หัวหอกเลือดแซมบ้า วัย 28 ปีได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 620,000 ปอนด์ (ราว 23.56 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 32.2 ล้านปอนด์ (ราว  1,223 ล้านบาท) ต่อปี หลังจากที่นักเตะย้ายจาก "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า มาเล่นในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ด้วยสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก เมื่อปี 2017

               สำหรับเม็ดเงินค่าเหนื่อยที่ เนย์มาร์ ได้รับถือว่าน่าเหลือเชื่อมากๆ เพราะรายได้ของเขาสูงกว่านักเตะทุกคนในทัพอตาลันต้า คู่แข่งรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยทีมดังจากเมืองแบร์กาโม่ ทรัพย์รวมทั้งหมดประมาณ 30-32 ล้านปอนด์ (ราว 1,140-1,216 ล้านบาท) เท่านั้น

               ขณะที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศส ได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 280,000 ปอนด์ (ราว 10.64 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 14.5 ล้านปอนด์ (ราว 551 ล้านบาท) ต่อปี ด้าน ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งสัญญาจะหมดเมื่อจบซีซั่นนี้ รับเงินเข้ากระเป๋า 190,000 ปอนด์ (ราว 7.2 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 10 ล้านปอนด์ (ราว 380 ล้านบาท) ต่อปี

               เมื่อเปรียบเทียบกับ 3 นักเตะที่มีรายได้สูงสุดของ อตาลันต้า ได้แก่ เลฮานโดร โกเมซ กัปตันทีม, ดูวาน ซาปาต้า และหลุยส์ มูเรียล ซึ่งทั้ง 3 คนได้รับค่าเหนื่อยคนละ 1.5 ล้านปอนด์ (ราว 57 ล้านบาท) ต่อปี เฉลี่ยแล้วรับทรัพย์คนละ 29,000 ปอนด์ (ราว 1.1 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์เท่านั้น

 

อริตัวจริง!มิลเนอร์ไม่พลาดเหน็บแมนยูตอนฉลองแชมป์

เจมส์ มิลเนอร์ พาดพิง แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างพิธีรับถ้วยแชมป์ ทำเอา "เดอะ ค็อป" ถูกใจกันมากๆ ส่วนฝั่งสาวก "ปีศาจแดง" ก็เหน็บแนมกลับไปเหมือนกัน
    เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของ ลิเวอร์พูล พาดพิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริตัวฉกาจของ "หงส์แดง" ในระหว่างพิธีฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

“It’s always been United in red before…wankers”

James Milner must be protected at all costs https://t.co/PVlOpeSrBJ

— Ross Williams (@RossWilliams_) July 22, 2020
    ในพิธีฉลองแชมป์นั้น บรรดานักเตะ ลิเวอร์พูล ต้องไปยืนบนโพเดียมที่เตรียมเอาไว้บนอัฒจันทร์ฝั่ง ค็อป เอ็นด์ แล้วรอให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมขึ้นมาเป็นคนสุดท้ายเพื่อหยิบถ้วยแชมป์มาฉลองร่วมกับทุกคน ซึ่งในระหว่างนั้นเหล่าพ่อค้าแข้งของ ลิเวอร์พูล ก็คุยกันอย่างร่าเริงและสนุกไปกับบรรยากาศอย่างเต็มที่

Milner calling United wankers while on the podium hahahaha MY vice captain

— Jonny (@Firtinho) July 22, 2020
    ทั้งนี้ ในตอนที่กำลังอยู่บนแท่นพิธีร่วมกับคนอื่นๆ นั้น มิลเนอร์ พูดขึ้นมาว่า "นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากให้ริบบิ้นมันเป็นสีแดงเลยว่ะ ก่อนหน้านี้มัน (ริบบิ้นสีแดง) สื่อถึง ยูไนเต็ด อยู่ตลอดเลย พวกมันน่ารังเกียจจริงๆ" ซึ่งนักเตะ ลิเวอร์พูล บางส่วนก็หัวเราะให้กับเรื่องนั้น

    คำพูดของ มิลเนอร์ ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางคนถูกใจสุดๆ อย่างเช่น "การที่ เจมส์ มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจคือสิ่งที่ทำให้เขาสมควรได้รับการต่อสัญญาไปอีก 5 ปี", "เราต้องปกป้อง เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม" และ "มิลเนอร์ เรียก ยูไนเต็ด ว่าพวกน่ารังเกียจในขณะที่อยู่บนโพเดียม ฮ่าๆๆ นี่แหละรองกัปตันทีมของฉัน" เป็นต้น

WE ARE ALL F*CKING W*NKERS!!!

Yep, instead of celebrating your teams 1st title* in 30 years, James Milner decides to say #MUFC are f*cking w*nkers!

Even in a celebration, they still have #MUFC on their minds

— Manchester United (@NewManUtdNews) July 23, 2020
    ขณะที่ฝั่งสาวก แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน อย่างเช่น "เราทุกคนมันน่ารังเกียจ!!! ใช่ แทนที่แกควรจะฉลองแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 30 ปีของแก เจมส์ มิลเนอร์ กลับตัดสินใจที่จะพูดว่า #MUFC เป็นพวกน่ารังเกียจ ขนาดตอนฉลองแชมป์พวกแกยังคิดถึง #MUFC อยู่เลย" และ "เจมส์ มิลเนอร์ พูดถึงเราระหว่างพิธีด้วย ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ใหญ่จริงๆ"

James Milner talking about us during the ceremony. United are gargantuan https://t.co/YivMvA5J3L

— Joel (@SuperLindelof3) July 23, 2020
    สำหรับ มิลเนอร์ นั้น เคยอยู่กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อน ซึ่งทั้ง 2 ทีมก็เป็นคู่อริของ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับ ลิเวอร์พูล

บาดหมาง?เก็นดูซี่เมินยินดีอาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ

มัตเตโอ เกนดูซี่ มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล จุดประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจากยังไม่โพสต์ยินดีที่ทีมได้แชมป์ เอฟเอ คัพ เลย แถมยังโพสต์ภาพเรื่องการไปเที่ยวของตัวเองแทนอีก
    มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่โพสต์ฉลองที่ต้นสังกัดได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2019-20 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เกนดูซี่ ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมชาวสแปนิชและเพื่อนร่วมทีมบางคนมาพักหนึ่งแล้ว โดยลือกันว่าตอนที่ทีมไปเก็บตัวที่นครดูไบ ประเทสสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงต้นปีนี้ เขาทะเลาะกับ โซตราติส ปาปาสตาโธปูลอส อย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปถึงการผิดใจกับ อาร์เตต้า ในเวลาต่อมา

    แม้ว่า อาร์เตต้า จะเคยให้โอกาส เกนดูซี่ ในช่วงหนึ่ง แต่เขาก็แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในเกมลีกที่ อาร์เซน่อล แพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 1-2 เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพราะเขาไปบีบคอ นีล มัวเปย์ ดาวเตะของอีกฝ่าย แถมยังมีข่าวลืออีกว่าไปเย้ยบรรดาผู้เล่นฝั่ง ไบรท์ตัน ว่าได้ค่าเหนื่อยน้อยกว่าของเหล่าพ่อค้าแข้ง อาร์เซน่อล ตั้งเยอะด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้ อาร์เตต้า โมโหมากๆ จนถึงขั้นมีข่าวลือว่า อาร์เตต้า จับ เกนดูซี่ แยกไปซ้อมตัวคนเดียวเลย

    ทั้งนี้ ถึงแม้ อาร์เซน่อล จะคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ แต่ เกนดูซี่ ก็ไม่คิดที่จะโพสต์ข้อความแสดงความยินดีเลย ต่างกับ เมซุต โอซิล ที่ยังโพสต์ข้อความแสดงความยินดีแม้ว่าเขาจะตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมอย่างต่อเนื่องก็ตาม ซ้ำร้าย เกนดูซี่ ยังเลือกโพสต์ภาพตอนที่ตัวเองไปพักร้อนลงบน อินสตาแกรม พร้อมกับพิมพ์ข้อความในภาพว่า "วันหยุด" ซะอีก

โซลชาให้เหตุผลแผนเสริมทัพเปลี่ยนเพราะ “กรีนวู้ด”

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยันตอนนี้แผนการเสริมทัพในตลาดพ่อค้าแข้งของ "ผีแดง" เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากฟอร์มการเล่นของ เมสัน กรีนวู้ด ที่ร้อนแรงเกินห้ามใจ โดย "น้าลูกอม" ระบุอยากให้โอกาสนักเตะเพื่อพัฒนาฝีเกือกจนเป็นตัวหลักของสโมสร
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับแผนการซื้อตัวนักเตะมาเสริมทีมในช่วงตลาดซื้อขายผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์นี้อาจจะเปลี่ยนไป เนื่องจากฟอร์มการเล่นของ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดวรุ่งพุ่งแรง

    กรีนวู้ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท โดยนักเตะตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 4 ประตูจาก 3 เกมที่ผ่านมา ทำให้นักเตะกลายเป็นผู้เล่นแนวรุก 3 ประสานที่เล่นได้อย่างเข้าขากับ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอรด์

    ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวเกี่ยวพันกับนักเตะหลายคน โดยเฉพาะในรายของ เจดอน ซานโช่ ปีกความเร็วสูง "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ถึงขนาดยินดีไม่มีปัญหาในการยื่นข้อเสนอจำนวนมหาศาลเพื่อหวังได้นักเตะมาร่วมทัพให้ได้

    อย่างไรก็ตามตอนนี้แผนการเสริมทัพของ "ผีแดง" อาจจะเปลี่ยนไปเนื่องจากฟอร์มที่ร้อนแรงของ กรีนวู้ด ซึ่งเพิ่งต่อสัญญาใหม่เมื่อปี 2019 ทำให้เขาจะได้อยู่กับทีมไปจนถึงอีก 4 ปีต่อจากนี้โดย โซลชา เผยว่า "ผมไม่คิดว่าคุณคาดหวังว่าจะมีนักเตะ 6 คนเข้ามาเสริมทีม ผมรู้ว่าไม่มีทางที่จะได้นักเตะ 6 คนมาร่วมทัพ"

    "เมสัน กรีนวู้ด เป็นนักเตะของผม เขาเพิ่งอายุ 17 ปี และผมอยากให้โอกาสกับเขาเพื่อก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะชั้นยอดของสโมสรแห่งนี้ มันก็เหมือนในกรณีของ มาร์คัส แรชฟอรด์ ที่อายุ 21 ปี และ ดีโอโก ดาโลต์ ที่อายุ 20 ปี นักเตะเหล่านี้ต้องได้รับโอกาส และสิ่งนี้จะส่งผลต่อนักเตะคนอื่นๆ สำหรับอาชีพของพวกเขา ความหมายก็คือคุณไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายด้วยการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่" โซลชา ระบุ