ดาร์บี้เดือด! ลิเวอร์พูลชวดชัยโดนVARริบทดเจ็บบุกเจ๊าเอฟเวอร์ตัน10ตัวสุดมันส์

ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" จบลงด้วยการแบ่งแต้มไปอย่างสุดมันส์ หลังจาก โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน โขกประตูช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-2 โดยเกมนี้มามีดราม่าช่วงท้ายเกมเมื่อ ริชาร์ลิซอน มาโดนใบแดง แถม "หงส์แดง" ชวดได้ลูกสามเมื่อประตูของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกวีเออาร์ริบไป ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังรักษาสถิติไร้พ่ายยังรั้งจ่าฝูง ส่วน "หงส์แดง" ขยับขึ้นมารั้งรองฝูง

    การแข่งขันตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" เป็นการพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล

    เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ เกมนี้ไม่มีปัฯหาการจัดทัพส่งชุดดีที่สุดลงเล่นครบครับได้ อัลลัน และ อันเดร โกเมส กลับมาประจำการแดนกลาง ขณะที่ 3 แนวรุกยังนำมาโดย ฮาเมส โรดริเกซ, ริชาร์ลิซอน และ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน

          ด้าน ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ขาด อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่มีอาการเจ็บแล้วเป็น อาเดรียน เฝ้าเสาแทนอีกครั้ง ขณะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรก ส่วนสามแนวรุกลงสนามครบครันทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูล ที่บุกเข้าใส่ก่อนมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรบิร์ตสัน เติมขึ้นมาแล้วเปิดเข้าเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งเข้ามาซัดตามน้ำบอลเสยคานบนเข้าประตูไป

    อยางไรก็ตาม นาทีที่ 7 ลิเวอร์พูล โชคร้ายเมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จากจังหวะที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ใช้เท้าสกัดจนล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแนวรับชาวดัตช์อยู่ในจังหวะล้ำหน้าไปก่อนชวดได้จุดโทษไป ก่อนจะเป็น โจ โกเมซ ที่ได้ลงเล่นแทน ในนาที 11

    จากนั้น นาที 12 เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นตามตีเสมอจากจังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ เปิดจากกราบซ้ายไปเข้าหัวของ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน พุ่งมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

    ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสบุกใส่ต่อเนื่อง นาที 19 เชมุส โคลแมน จ่ายบอลจากแดนตัวเองทะลุช่องให้ คัลเวิร์ท-เลวิน หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบแต่ อาเดรียน ปิดมุมได้ดีปัดออกหลัง

    หลังจากนั้นลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง ฮาเมส โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัวของ ไมเคิ่ล คีน เติมขึ้นมาโขกเหน่งๆบอลไปตรงตัว อาเดรียน แต่ปัดไม่ออกบอลเข้าประตูไปให้ เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ 1-1 ในนาที 19

    ถัดมา นาที 25 เกือบขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บรรจงปั่นไปเสาแรก แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกหลังไปหวุดหวิด

    นาที 31 เอฟเวอร์ตัน ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกเช่นกัน หลังจาก เชมุส โคลแมน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนเล่นต่อไม่ไหว แล้วเป็น บน ก็อดฟรีย์ แข้งดาวรุ่งรายใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก นอริช ลงเล่นแทน

    หงส์แดง ได้ลุ้นอีกครั้ง ใน นาที 33 จากจังหวะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รับบอลจาก ซาดิโอ มาเน่ หน้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ช่วงที่เหลือไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

    เปิดฉากครึ่งหลังมา ลิเวอร์พูล ขึงบุกใส่ทันที และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาที 48 จอร์ดน เฮนเดอร์สัน เก็บตกได้หน้าเขตโทษแล้วยิงฉีดยาด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 59 เอฟเวอร์ตัน พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำ ฮาเมส เปิดไปเสาไหลให้ ริชาร์ลิซอน ได้โขกเน้นๆ แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

    จนกระทั่งนาที 72 หลังจาก ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกใส่อยู่พักใหญ่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดเข้าเขตโทษ เยอร์รี่ มิน่า สกัดไม่ดีไปเข้าทางปืนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กดสวนตูมเดียวด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    อย่างไรก็ตาม นาที 81 เอฟเวอร์ตัน ไล่ตามตีเสมอ 2-2 ลูก้าส์ ดีญ เติมขึ้นมาครอสเข้าเขตโทษให้ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน เทคตัวขึ้นโหม่งสูงกว่าแนวรับทีมเยือนส่งบอลตุงตาข่ายไปอยางสวยงาม

    ท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ริชาร์ลิซอน ไปเสียบสกัดใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างรุนแรง ผู้ตัดสินแจกใบแดงให้ดาวยิงชาวบราซิลทันที ในนาที 90

    จนกระทั่งทดเจ็บ นาที 90+3 ลิเวอร์พูล ต้องเฮเก้อเมื่อ มาเน่ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังแล้วตบเข้ากลางให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาซัดเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแขนของ มาเน่ ล้ำหน้าชวดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย 

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2
    
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เชมัส โคลแมน, เยร์รี่ มีน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้าส์ ดีญ – อันเดร โกเมส, อับดูลาย ดูกูเร่, อัลลัน – ฮาเมส โรดริเกซ, โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบบินโญ่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ริชาร์ลิซอนยันจังหวะเสียบติอาโก้เป็นอุบัติเหตุ

ริชาร์ลิซอน ออกโรงชี้แจงกรณีที่ไปเข้าเสียบ ติอาโก้ อัลกันตาร่า จนโดนใบแดงในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ที่ต้นสังกัดเปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา

เอฟเวอร์ตัน ทีมจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก เปิดสนามกูดิสัน พาร์ค เสมอกับ ‘แชมป์เก่า’ ลิเวอร์พูล 2-2 ซึ่งในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ริชาร์ลิซอน แนวรุกชาวแซมบ้าของเจ้าถิ่นไปพุ่งเข้าเสียบใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของ ‘หงส์แดง’ จนโดนใบแดงโดยตรง และจากการให้สัมภาษณ์หลังจบเกมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ฝั่งทีมเยือนดูเหมือนว่าแข้งสแปนิชจะมีอาการบาดเจ็บจากจังหวะดังกล่าว

ในเวลาต่อมา ริชาร์ลิซอน ได้กล่าวขอโทษผ่านเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาใจยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นพวกนักเตะใช้ความรุนแรง และตนก็ได้ส่งข้อความไปขอโทษ ติอาโก้ แล้ว

"ทุกคนที่รู้จักผมจริงๆ จะรู้ว่าผมไม่ได้เป็นผู้เล่นใช้ความรุนแรงเลย" กองหน้าทีมชาติบราซิล กล่าว

"สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คืออุบัติเหตุจากความทุ่มเทเต็มที่ ผมไม่ได้จะโต้แย้งนั้นด้วยการเจตนาทำร้าย ติอาโก้"

"เมื่อผมเห็นว่าการปะทะกำลังจะเกิดขึ้น ผมก็รีบยกเท้าตัวเองขึ้นแล้วเข่าผมก็ไปชนกับเขาซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วจากความเร็วของการเล่น"

"ผมส่งข้อความไปขอโทษเขาแล้ว และผมก็มาเปิดเผยต่อที่สาธารณะ ผมหวังว่าเขาจะไม่เจ็บอะไรมาก และทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี"

"ผมขอโทษต่อเพื่อนร่วมทีม, สโมสร และแฟนๆ ของผมที่ผมทิ้งพวกเขาไปในช่วงท้ายเกม"

"น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรที่ผมทำได้เพื่อเปลี่ยนแปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือไปจากการไตร่ตรอง, ทำงาน และก้าวต่อไป"

ลิเวอร์พูลยัน!ฟานไดค์ต้องผ่าเข่า-ไม่รู้กำหนดคืนสนาม

แถลงการ์ ลิเวอร์พูล ยืนยัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการเหล็กเลือดดัตช์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการพักฟื้นยังไม่สามารถบ่งชี้ว่าจะนานแค่ไหน

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง จะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากนักเตะได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แมตช์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เข้าเสียบอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่เกมเพิ่งจะผ่านไปแค่ 6 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนตัวออก และจากผลการสแกนระบุว่าเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์จาก "หงส์แดง" ระบุข่าวร้ายว่า ฟาน ไดค์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดแน่นอน ส่วนระยะเวลาในการฟื้นตัวยังไม่มีการบ่งชี้แน่ชัด "หลังจากการผ่าตัด ฟาน ไดค์ จะเริ่มเข้ารับสู่โปรแกรมการฟื้นฟูร่างกายกับทีมแพทย์ของสโมสรเพื่อที่เขาจะกลับมามีสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

ทั้งนี้ระยะเวลาในการพักฟื้นร่างกายจนกระทั่งกลับมาลงสนามยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน แต่ ลิเวอร์พูล คาดหวังว่า ฟาน ไดค์ ซึ่งมีสภาพความฟิตและจิตใจที่แข็งแกร่ง จะสามารถกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วที่สุด

ไม่เหลือหลังแล้ว?เผยภาพ “มาติป” เข้าโรงหมอสแกนเจ็บ

สื่อดังรายงาน โฌแอล มาติป กองหลังลิเวอร์พูล เข้ารับการตรวจหาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้้ต้องลุ้นว่านักเตะจะฟิตทันช่วยทีมในแมตช์ดวล อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้หรือไม่
   
โฌแอล มาติป เซนเตอร์แบ็กชาวแคเมอรูนของ ลิเวอร์พูล ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บหลังจบเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์เสมอ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-2 ที่สนามกูดิสัน พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากการรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังในประเทศอังกฤษ

"หงส์แดง" กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติเกมรับอย่างหนักเมื่อพวกเขาจะไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในแผงแบ็กโฟร์เนื่องจากต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวเข่าหลังจากได้รับบาดเจ็บหนักในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือนเลยทีเดียว

กรณีของ ฟาน ไดค์ ยังไม่ทันหาย ลิเวอร์พูล ต้องมาเจอความเซ็งเข้ามาแทรกอีกเมื่อ มาติป ซึ่งเพิ่งจะกลับลงสนามในเกมล่าสุด ก็มีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีคลิปวีดิโอว่อนไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า กองหลังวัย 29 ปี เข้าไปตรวจร่างกายในโรงพยาบาลท้องถิ่นหลังจบแมตช์กับเพื่อนบ้านสุดที่รัก ซึ่ง ฟาน ไดค์ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็เข้ารับการสแกนที่นั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม "เดอะ ไทม์ส" รายงานว่า มาติป เข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กระนั้นสาวก "เดอะ ค็อป" น่าจะสบายใจอยู่ได้บ้างเนื่องจากทีมแพทย์ระบุว่าไม่พบปัญหาบาดเจ็บที่รุนแรงอะไร แต่ตอนนี้ต้องขึ้นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะตัดสินใจเสี่ยงส่ง มาติป ลงสนามในเกมพบ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือไม่

ทั้งนี้หาก มาติป ไม่สามารถลงสนามได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่ ฟาบินโญ่ จะถูกเลือกให้ลงมาทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็นคู่กับ โจ โกเมซ แต่ คล็อปป์ ยังมีทางเลือกอื่นด้วยการส่ง นาธานเนี่ยล ฟิลลิปส์, ไรส์ วิลเลี่ยมส์, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และ บิลลี่ คูเมติโอ ลงสนามก็เป็นได้

 

โอเว่น-พ่อมดฟันธงสกอร์เกมเอฟเวอร์ตันปะทะลิเวอร์พูล

ไมเคิ่ล โอเว่น และ แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ฟันธงเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ ลิเวอร์พูล ชัยชนะจะตกเป็นของฝั่งสีน้ำเงินหรือสีแดง

แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ตำนานนักเตะพ่อมดของ เซาธ์แฮมป์ตัน เชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน จะสู้กับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างสนุกในเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ (18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เนื่องจากนักเตะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" กำลังอยู่ในช่วงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในฤดูกาลนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน พา เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าชัยชนะในลีก 4 นัดติดมี 12 คะแนนเต็มขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า รั้งอันดับ 5 มี 9 คะแนน ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีโอกาสคว้าชัยเหนือคู่แข่งร่วมเมือง หลังชนะหนสุดท้ายต้องย้อนไปถึงเดือนตุลาคม ปี 2010

เลอ ทิสซิเอร์ แสดงความเห็นผ่านรายการ แกรี่ นิวบอน สปอร์ตส์ โชว์ ว่า "ผมคิดว่า นี่จะเป็นเกมที่สวยงามมากสุดในรอบหลายปีหลังจาก เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ ผมคิดว่า พวกเขาจะลงเล่นด้วยความเชื่อมั่นมากกว่าครั้งไหนในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ของพวกเขา"

"ขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังไม่ได้อยู่ในช่วงมีความมั่นใจหลังจากพวกเขาโดน แอสตัน วิลล่า ถล่มยับ ผมคิดว่า เกมนี้จะมีการทำประตูกันหลายลูก และคิดว่า สกอร์น่าจะจบลงอย่างการเสมอกันไป 2-2" ตำนานแข้ง "นักบุญ" เผย

ด้าน ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้า ลิเวอร์พูล เชื่อว่า "หงส์แดง" จะบุกไปเก็บชัยชนะได้อย่างเฉียดฉิว และน่าจะเป็นเกมที่เล่นกันได้อย่างสนุกสูสี หลังเจ้าถิ่นเปิดฉากซีซั่นยอดเยี่ยม

"นี่จะเป็นเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้ที่เราตั้งตารอคอยมากสุดในรอบหลายปี เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตได้เยี่ยม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอความเจ็บปวดหลังแพ้ แอสตัน วิลล่า ถึง 2-7 มันมีโอกาสเป็นเกมคลาสสิก อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผมเชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะเฉือนได้อย่างหวุดหวิด 2-1" โอเว่น ให้ความเห็นผ่าน เบต วิคเตอร์

เดอะค็อปเฮ! “อลีสซง” มีลุ้นฟิตคืนสนามปลายเดือนต.ค.

ลิเวอร์พูล เอคโค่ รายงานว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่านจอมหนึบ กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และหากไม่มีปัญหาบาดเจ็บซ้ำซ้อนนักเตะก็น่าจะกลับมาทำหน้าที่มือ 1 ให้กับต้นสังกัดได้อีกครั้งในแมตช์ปะทะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้
  
ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะโล่งใจได้บ้างเมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเฝ้าเสาให้กับต้นสังกัดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

นายทวารจอมหนึบทีมชาติบราซิล ไม่ได้ลงเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" นับตั้งแต่ที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ในช่วงฝึกซ้อมก่อนลงสนามในเกมที่ต้นสังกัดออกไปพ่ายแพ้ยับเยิน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-7 ที่สนามวิลล่า พาร์ค โดยในตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่า อลีสซง อาจจะพลาดช่วยทีม 6 สัปดาห์

ล่าสุด "ลิเวอร์พูล เอคโค่" สื่อท้องถิ่นยอดฮิต รายงานว่า อลีสซง สามารถฟื้นสภาพร่างกายได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเริ่มที่จะทำการฝึกซ้อมโปรแกรมส่วนตัวที่เมล วู้ด รวมไปถึงการซ้อมพุ่งปัดด้วย ฉะนั้น "เดอะ เร้ดส์" มั่นใจว่าหาก นายด่านเลือดแซมบ้า ไม่มีอาการแย่ลง ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาช่วยทีมในแมตช์พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะการที่ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเขาเสียไปถึง 9 ประตูจากการเล่นแค่ 2 เกมเท่านั้น และ "เดอะ เร้ดส์" อยากให้ อลีสซง กลับมาทำหน้าที่เป็นมือ 1 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

 

 

อาเดรียน ยังเฝ้าเสา !? คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล เยือน เอฟเวอร์ตัน

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกหวาดหวั่นใจกันพอสมควรเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ประกาศชัดเจนว่าพร้อมให้โอกาส อาเดรียน ทำหน้าที่เฝ้าเสาในช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะแมตช์ต่อไปของพวกเขาต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จ่าฝูงลีกในเวลานี้
    ฟอร์มการเล่นของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ โดดเด่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่เหนียวแน่น และเกมรุกที่ดุดัน โดยเฉพาะผลงานของ ฮาเมส โรดริเกซ ที่สวมบทเพลย์เมกเกอร์ช่วยสร้างมิติที่แตกต่างในเกมของ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก

    ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ "อันเช่" สามารถปรับจูนฟอร์มของทีม จนพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อลงสนาม 4 แมตช์ในลีก และคว้าชัยแบบเรียบวุธ ส่งผลให้ทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ ลิเวอร์พูล มีอาการเครื่องสะดุดจากเกมที่โดน แอสตัน วิลล่า สอนเชิงด้วยสกอร์ 2-7

    ปัญหาของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้ก็คือเกมรับที่ค่อนข้างหละหลวมโดยในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คล็อปป์ จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ไขเป็นการด่วน เพราะหากทีมต้องเจอกับแนวรุกที่ดุดันของคู่รักคู่แค้นร่วมเมือง มีสิทธิ์ได้น้ำตาตกอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล อุ่นใจได้บ้างนั่นก็คือสถิติในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก เอฟเวอร์ตัน ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้เลยในเกมดาร์บี้แมตช์นับตั้งแต่เมื่อปี 2010 ซึ่งก็ผ่านมา 1 ทศวรรษแล้ว โดยล่าสุดทีมของคล็อปป์ ออกไปเสมอ 0-0 ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    กระนั้นในแมตช์นี้สถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะไม่เอื้ออำนวยให้ "หงส์แดง" ไล่บี้ เอฟเวอร์ตัน ได้ง่ายๆ เพราะทีมชุดนี้จำเป็นต้องใช้ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เป็นนายด่านปราการสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายไม่น้อย เพราะยังหลอนกับฟอร์มสุดบรรเจิดในเกมแพ้ยับ วิลล่า

    ขณะที่แผงแบ็กโฟร์แน่นอนว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังคงไว้วางใจ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงทำหน้าที่แบ็กขวา-ซ้าย ตามลำดับ ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นหัวใจหลักในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม

    ส่วนคู่ขาของ ฟาน ไดค์ มีโอกาสสูงที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม จะเลือก โจ โกเมซ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็น ถ้าหาก คล็อปป์ อยากได้กองหลังที่สามารถทำหน้าที่เติมเกมในแดนกลางได้

    หากในกรณีที่ โกเมซ ได้ลงเล่นตัวจริง ฟาบินโญ่ น่าจะได้ลงคุมเกมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์หลังจากที่หายจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว    

     ในส่วนของแนวรุกแน่นอนว่า คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้ 3 ประสานที่ไว้วางใจได้ลงเล่นพร้อมกัน โดย ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งหายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จะได้กลับมาประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง หลังจากพลาดช่วยทีมในแมตช์เยือน วิลล่า ส่วนคู่ขาของเขาก็ยังคงเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมือนเดิม

    สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ที่อาจจะถูกนำมาใช้งานเพื่อปรับเปลี่ยนแท็คติกระหว่างเกม โดยมีทั้ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ ดีโอโก้ โชต้า รวมไปถึง ทาคุมิ มินามิโนะ เช่นเดียวกับ โฌแอล มาติป ที่ตอนนี้หายเจ็บแล้ว และกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้อีกครั้ง

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ผู้รักษาประตู : อาเดรียน

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ถูกเกิน!เผยแมนยูยื่น1ล.ยูโรหวังยืมแข้งดอร์ทมุนด์วันตลาดปิด

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อไปหา ดอร์ทมุนด์ เพื่อที่จะขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันไปร่วมทัพ แต่ก็โดนบอกปัดไปหลังเสนอจ่ายค่ายืมตัวแค่ 1 ล้านยูโร ทำเอา "เสือเหลือง" กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ "ปีศาจแดง" ตามไปด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นข้อเสนอขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพ โดยที่ตั้งใจจะจ่ายค่ายืมตัวเพียง 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งมันก็ทำให้ "เสือเหลือง" งงสุดๆ ที่ทีมระดับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอแบบนี้ ก่อนที่จะปฏิเสธไป ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวตามล่าแบ็กซ้ายหนักพอตัวในตลาดรอบล่าสุด โดยพวกเขาเคยมีข่าวกับ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายชาวสแปนิชด้วย ก่อนที่แข้งรายดังกล่าวจะไปซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอรื ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหันไปถึง อเล็กซ์ เตลลิส ฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ แทน

อย่างไรก็ตาม อีเอสพีเอ็น แฉว่าที่จริงในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด คิดที่จะเอา ชูลซ์ มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว โดยนอกจากจะให้ค่ายืมตัว 1 ล้านยูโรแล้วนั้น พวกเขาเสนอที่จะจ่ายค่าเหนื่อยทุกบาททุกสตางค์ของแข้งวัย 27 ปีตลอดทั้งซีซั่นด้วย อย่างไรก็ตาม ดอร์ทมุนด์ ก็ปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าแทบจะทันที เพราะค่ายืมตัวมันน้อยสุดๆ เมื่อเทียบกับเรื่องที่ว่าทีมดังแห่งถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เคยควักเงินราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าข้อเสนอในครั้งนี้ทำให้ ดอร์ทมุนด์ กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย โดยที่จริงในตลาดรอบล่าสุดทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พยายามที่จะเอา เจดอน ซานโช่ ไปจาก ดอร์ทมุนด์ เหมือนกัน แต่ทีมดังของเกาะอังกฤษไม่กล้าสู้ค่าตัว 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ที่ทาง ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้

7 แข้งลิเวอร์พูลอาจโดนปล่อยยืมก่อนเดดไลน์

ถึงแม้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะทั่วไป จะปิดลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ตลาดในประเทศยังสามารถทำการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนกันได้อยู่จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล อาจมีโอกาสได้ย้ายออกไปแบบยืมตัวก่อนที่จะถึงวันเดดไลน์
    สำหรับคนแรกที่มีโอกาส นั่นคือ แฮร์รี่ วิลสัน จริงๆ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังสุดๆ เมื่อสโมสรปฏิเสธข้อเสนอจาก เบิร์นลี่ย์ เมื่อเดือนก่อน

 

    ถึงตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยว่า ดาวเตะวัย 23 ปีจะเบียดขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของ ‘หงส์แดง’ เนื่องจากในตอนนี้ผู้เล่นคนอื่นที่เล่นตำแหน่งเดียวกัน มีอยู่เต็มทีมไปหมด

    ซึ่งการลงไปเล่นในทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ แบบยืมตัวก็ยังเป็นไปได้ จริงๆ มีหลายทีมที่สนใจคว้าตัว วิลสัน ไปครอบครอง แต่ติดตรงที่ราคาค่าตัวไม่ตรงความต้องการของ ลิเวอร์พูล ฉะนั้น การปล่อยยืม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

    รายที่สอง เบน วู้ดเบิร์น… เอาเข้าจริงแข้งวัย 20 ปีรายนี้ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้สักที

    เมื่อซีซั่นที่แล้ว เขาถูกปล่อยให้ อ๊อกซ์ฟอร์ด ยืมตัวไปใช้งาน และทีมที่มีข่าวตอนนี้คือ ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้ วู้ดเบิร์น มีโอกาสยึดทีมตัวจริงในชุดใหญ่ได้ไม่ยาก

    รายต่อมา นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ หรือ แนต ฟิลลิปส์ ถึงตอนนี้เขาแทบไม่มีอนาคตกับ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดันสองดาวเตะดาวรุ่งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวอย่าง บิลลี่ คูเมติโอ กับ รีห์ส วิลเลี่ยมส์

    ฟิลลิปส์ มีข่าวย้ายออกแบบถาวรกับ บริสตอล ซิตี้ รวมถึง เรดดิ้ง, สวอนซี และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยเช่นเดียวกัน

    คนที่ 4 เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก แข้งวัย 18 ปีตกเป็นเป้าหมายของทีมในลีก ฮอลแลนด์ และ ทีมระดับลีกา 2 เยอรมนี เช่นเดียวกันหลายๆ ทีมในลีกล่างของอังกฤษ

    ฟาน เดน เบิร์ก ทำผลงานน่าประทับใจกับ ลิเวอร์พูล ยู21 ในศึก อีเอฟแอล โทรฟี่ ที่เจอกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ซึ่งเกมนั้นก็มีแมวมองจากหลายทีมติดตามฟอร์มการเล่นของเขา

    การปล่อยยืมในทีมลีกล่างของ อังกฤษ ก็ยังเป็นไปได้ก่อนวันที่ 16 ตุลาคม

    ต่อที่รายที่ 5 เฮอร์บี้ เคน มิดฟิลด์วัย 21 ปี มีโอกาสที่จะถูกขายออกไปในวันก่อนปิดตลาดนี้ ซึ่งมี ฮัลล์ ให้ความสนใจอยู่ โดยในอดีตเขาก็เคยไปเล่นในถิ่น KCOM มาแล้ว

    รายที่ 65 ยาสเซอร์ ลารูซี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสขึ้นชุดใหญ่เนื่องจากมีทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ คอสตาส ซิมิกาส

    แข้งวัย 19 ปีรายนี้กำลังจะหมดสัญญาในปีหน้า แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการต่อสัญญาใหม่ การปล่อยยืมออกไปเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม กับสัญญาที่กำลังจะหมดลง อาจทำให้ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะขายขาดออกไปเพื่อจะได้ไม่เสียฟรีตอนปีหน้า

    คนสุดท้าย เลียม มิลลาร์ มีหลายทีมใน แชมเปี้ยนชิพ ให้ความสนใจทั้ง สโต๊ค, ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส, แบล็คเบิร์น และ ร็อตเธอร์แฮม

    กองหน้าวัย 21 ปี เคยถูกปล่อยยืมไปเล่นใน สกอตแลนด์ กับ คิลมาร์น็อค 2 ปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะกลับมาเล่นในอังกฤษในซีซั่นนี้

ไม่ต้องห่วงฉัน!มาเน่ยันสบายดีหลังติดโควิด19

ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะสตาร์ดัง ลิเวอร์พูล ทวิตข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อให้แฟนบอลได้สบายใจว่าตอนนี้ตนเข้ารับการกักตัวตามข้อกำหนดทางการแพทย์แล้ว และสุขภาพร่างกายก็แข็งแรงดี พร้อมแนะนำทุกคนที่ป่วยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนที่รัก รวมทั้งเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดระลอกสอง

ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าความเร็วสูง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันตอนนี้สภาพร่างกายแข็งแรงดี และไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น แม้จะเพิ่งตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ "โควิด-19"

ตามรายงานระบุว่า มาเน่ ซึ่งสตาร์ทเป็นตัวจริงและทำได้ 1 ประตู ในเกมลีกนัดบิ๊กแมตช์ที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ อัด อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน มีแสดงอาการป่วยจากการติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ออกมาให้เห็น แต่เป็นเพียงเล็กน้อย และสุขภาพร่างกายโดยรวมยังคงอยู่ในขั้นที่ดี

ขณะเดียวกัน ดาวยิงทีมชาติเซเนกัล ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ยืนยันว่าตอนนี้ได้อยู่ในช่วงกักตัวตามข้อกำหนดทางการแพทย์แล้ว และสภาพร่างกายก็ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น  "ผลตรวจของผมเป็นบวก (ติดโควิด-19) แต่ผมรู้สึกดี และไม่ได้มีการแสดงอาการที่รุนแรงอะไรเลย"

"ผมจะต้องทำการกักตัว และเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที มั่นใจได้เลยว่าคุณจะปลอดภัยหากปฏิบัติตามกฎระเบียบทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก รวมทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกสอง" มาเน่ ระบุ

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า มาเน่ จะไม่ได้ช่วย ลิเวอร์พูล ในเกมบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยเกมแรกของ "หงส์แดง" หลังผ่านพ้นช่วงพักเบรกเกมทีมชาติ คือการบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมือง ที่ กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม ซึ่งคาดว่า ดาวเตะชาวเซเนกัลวัย 28 ปี น่าจะกลับมาช่วยทีมได้ หากผลตรวจรอบสองไม่ออกมาเป็นบวก
   
ทั้งนี้ มาเน่ ถือเป็นนักเตะ "หงส์แดง" รายที่สาม ที่ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ต่อจาก คอสตาส ซิมิคาส และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่เพิ่งยืนยันการติดเชื้อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา