คิวเตะซีซั่นใหม่มาแล้ว! ลิเวอร์พูลอ่วม จั่วลีดส์ต่อด้วยเชลซี-อาร์เซน่อล

โปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020-21 ออกมาแล้ว โดยหนึ่งในคู่ที่น่าสนใจของนัดเปิดสนามคือเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของ พรีเมียร์ลีก จะเปิดบ้านเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์จาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

   โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21

    เตะวันที่ 12 กันยายน 2020

    เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด*
    คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    ฟูแล่ม พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า*
    ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
    เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

    เตะวันที่ 14 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ เวสต์แฮม
    แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
    เอฟเวอร์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ ฟูแล่ม
    เลสเตอร์ พบ เบิร์นลีย์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
    นิวคาสเซิล พบ ไบรท์ตัน
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้

    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เบิร์นลีย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน
    ฟูแล่ม พบ แอสตัน วิลล่า
    ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล
    แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
    สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิล
    เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี
    เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แอสตัน วิลล่า พบ ลิเวอร์พูล
    เชลซี พบ คริสตัล พาเลซ
    เอฟเวอร์ตัน พบ ไบรท์ตัน
    ลีดส์ พบ แมนฯ ซิตี้
    เลสเตอร์ พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
    นิวคาสเซิล พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020

    เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ ไบรท์ตัน
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
    ลีดส์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    เลสเตอร์ พบ แอสตัน วิลล่า
    แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
    สเปอร์ส พบ เวสต์แฮม
    เวสต์บรอมวิช พบ เบิร์นลีย์

    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์
    แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์
    ไบรท์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    เบิร์นลีย์ พบ สเปอร์ส
    ฟูแล่ม พบ คริสตัล พาเลซ
    ลิเวอร์พูล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์แฮม พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล

    วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ เชลซี
    ฟูแล่ม พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ เลสเตอร์
    ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
    สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

    วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ แอสตัน วิลล่า
    ไบรท์ตัน พบ เบิร์นลีย์
    เชลซี พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    คริสตัล พาเลซ พบ ลีดส์
    เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เลสเตอร์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พุล
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
    เวสต์บรอมวิช พบ สเปอร์ส
    เวสต์แฮม พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ ไบรท์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ คริสตัล พาเลซ
    ฟูแล่ม พบ เอฟเวอร์ตัน
    ลีดส์ พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พุล พบ เลสเตอร์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
    นิวคาสเซิ่ล พบ เชลซี
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
    สเปอร์ส พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    ไบรท์ตัน พบ ลิเวอร์พุล
    เชลซี พบ สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ พบ นิวคาสเซิ่ล
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลีดส์
    เลสเตอร์ พบ ฟูแล่ม
    แมนฯ ซิตี้ พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เวสต์บรอมวิช พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  5 ธันวาคม 2020

แอสตัน วิลล่า พบ นิวคาสเซิ่ล
ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชลซี พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ อาร์เซน่อล
เวสต์บรอมวิช พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  12 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล
ลีดส์ พบ เวสต์แฮม
เลสเตอร์ พบ ไบรท์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า

วันอังคารที่  15 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ ไบรท์ตัน
ลีดส์ พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชลซี

วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2020

ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์บรอมวิช

วันเสาร์ที่  19 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชลซี พบ เวสต์แฮม
คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
นิวคาสเซิ่ล พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  26 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เชลซี
แอสตัน วิลล่า พบ คริสตัล พาเลซ
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิ่ล
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เชลซี พบ แอสตัน วิลล่า
คริสตัล พาเลซ พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
สเปอร์ส พบ ฟูแล่ม
เวสต์บรอมวิช พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  2 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้
คริสตัล พาเลซ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
นิวคาสเซิ่ล พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ ลีดส์
เวสต์บรอมวิช พบ อาร์เซน่อล

วันอังคารที่  12 มกราคม 2021*

อาร์เซน่อล พบ คริสตัล พาเลซ
แอสตัน วิลล่า พบ สเปอร์ส
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 13 มกราคม 2021 *

ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน

*แมตช์ที่ 18 ที่จะแข่งในวันที่ 12-13 มกราคม อาจปรับเป็นแข่ง 12-13 มกราคม และ 20 มกราคม  2021ตามโปรแกรมถ่ายทอดสดของเดือนมกราคม

วันเสาร์ที่  16 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ นิวคาสเซิ่ล
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ เชลซี
ลีดส์ พบ ไบรท์ตัน
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ซิตี้ พบ คริสตัล พาเลซ
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช

วันอังคารที่  26 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ซิตี้

วันพุธที่ 27 มกราคม 2021

เชลซี พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ ลิเวอร์พูล
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  30 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ไบรท์ตัน พบ สเปอร์ส
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ ลีดส์
แมนฯ ซิตี้ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ ฟูแล่ม
เวสต์แฮม พบ ลิเวอร์พูล

วันอังคารที่  2 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
ฟูแล่ม พบ เลสเตอร์
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021

นิวคาสเซิ่ล พบ คริสตัล พาเลซ
สเปอร์ส พบ เชลซี
ลิเวอร์พูล พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
ฟูแล่ม พบ เวสต์แฮม
ลีดส์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
สเปอร์ส พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  13 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ ลีดส์
ไบรท์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เชลซี พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เลสเตอร์ พบ ลิเวอร์พูล
แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  20 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ซิตี้
แอสตัน วิลล่า พบ เลสเตอร์
ไบรท์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
เวสต์แฮม พบ สเปอร์ส
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  27 กุมภาพันธ์ 2021

เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
คริสตัล พาเลซ พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ แอสตัน วิลล่า
เลสเตอร์ พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 มีนาคม 2021

แอสตัน วิลล่า พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ไบรท์ตัน พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม
แมนฯ ซิตี้ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
สเปอร์ส พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์บรอมวิช พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  13 มีนาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ สเปอร์ส
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ซิตี้
ลีดส์ พบ เชลซี
เลสเตอร์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล

วันเสาร์ที่  20 มีนาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ เชลซี
แมนฯ ซิตี้ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล

วันเสาร์ที่  3 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ลิเวอร์พูล
แอสตัน วิลล่า พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
ลีดส์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  10 เมษายน 2021

ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ซิตี้ พบ ลีดส์
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  17 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ฟูแล่ม
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ซิตี้
เชลซี พบ ไบรท์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ ลิเวอร์พูล
เลสเตอร์ พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  24 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
เวสต์แฮม พบ เชลซี
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  1 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
เชลซี พบ ฟูแล่ม
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
นิวคาสเซิ่ล พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  8 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ เวสต์บรอมวิช
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ สเปอร์ส
เลสเตอร์ พบ นิวคาสเซิ่ล
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน

วันอังคารที่  11 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2021

เชลซี พบ อาร์เซน่อล
นิวคาสเซิ่ล พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
สเปอร์ส พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  15 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
เชลซี พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
นิวคาสเซิ่ล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
สเปอร์ส พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ เวสต์แฮม

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ ไบรท์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ นิวคาสเซิ่ล
ลีดส์ พบ เวสต์บรอมวิช
เลสเตอร์ พบ สเปอร์ส
ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

หมายเหตุ : ทีมที่อยู่ข้างหน้าคือทีมที่จะได้เป็นเจ้าบ้าน

หมายเหตุ 2 : คู่ระหว่าง เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า โดนเลื่อนเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งผ่านเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปมา

เลิกล่าซานโช่!อดีตผู้ช่วยป๋าชี้เป้าแข้งที่แมนยูควรซิวร่วมทีม

 

สตีฟ แม็คคลาเรน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกจริงจังในภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ดของ ดอร์ทมุนด์ แล้วไปเอา เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมของ ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ ชี้ ตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังขาดกองหน้าตัวเป้าที่จบสกอร์เก่งๆ และ ฮาแลนด์ ก็เหมาะกับบทบาทนั้น

สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือว่างงานชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะพยายามคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ซะอีก

 "ปีศาจแดง" มีข่าวกับ ซานโช่ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขายังต้องการทำให้เกมริมเส้นมีความดุดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหมดหวังในการล่าตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากที่ผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21

 แม็คคลาเรน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่า "4 แนวรุกของพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต่างก็เป็นคนที่เร็วมากๆ พวกเขามีฝีเท้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้หลายอย่าง มาร์กซิยาล เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เวลาถึงเกมใหญ่ๆ แล้วนั้นเขากลับไม่เคยสวมบทจอมทำประตูที่แท้จริงได้เลยในจังหวะที่ถือว่าสำคัญต่อเกมมากๆ พวกเขาต้องการนักเตะชั้นยอดในตำแหน่งนั้น (กองหน้าตัวเป้า)"

"ผมไม่คิดว่า (โรเมลู) ลูกากู เหมาะกับแนวทางการเล่นในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว (ตอบโต้เรื่องที่คนบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดผิดที่ขาย ลูกากู) เพราะตอนนี้พวกเขาเล่นแบบวิ่งไล่กดดันสูง และผมคิดว่าพวกเขาควรจะต้องเล่นแบบนั้นให้ได้"

 "ผู้จัดการทีมจะทำอะไรไม่ได้เลยหากสโมสรไม่หนุนหลังเขาและไม่ดึงนักเตะอย่าง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับทีมอย่างสมบูรณ์แบบ ผมได้เห็นฟอร์มของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียง 20 ปี ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นยังไง มันจะลงล็อกเลยล่ะ"

    "ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ห่างชั้นจากทีมอื่นๆ แบบไกลคนละโลก แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินกับการเสริมทัพและดึงนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีม ผมเห็น เจดอน ซานโช่ เล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มาแล้วหลายนัด จริงอยู่ว่าเขาเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เขามีสไตล์คล้ายกับ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด นิดหน่อย มันทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต้องการนักเตะแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ?"

    "เขา (ซานโช่) ไม่ใช่นักเตะประเภทกองหน้าตัวเป้าหมายเลข 9 มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ก็ไม่ใช่นักเตะแบบนั้นเหมือนกัน คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ, พวกที่จบสกอร์เก่งแบบนักเตะหมายเลข 9 และพวกเขาก็จำเป็นต้องหานักเตะแบบนั้นให้เจอโดยเร็วด้วย"

    "ใช่ ซานโช่ จะทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดีขึ้นได้ แต่การที่จะชนะเกมใหญ่ๆ และได้แชมป์มาครองน่ะ คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทหมายเลข 9 อยู่ในทีม และต้องมีเซนเตอร์แบ็กที่เก่งๆ 2 คนด้วย ฮาแลนด์ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่อายุยังน้อย, เป็นนักเตะประเภทหมายเลข 9 ที่รับมือกับแรงกดดันได้ นักเตะแบบนี้น่ะหาได้ยากมากๆ ส่วนรายของ แฮร์รี่ เคน นั้น คำถามคือพวกเขาจะดึงเขามาจาก ท็อตแน่ม ได้รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่พวกเขาต้องการนักเตะประเภทนั้นอย่างมาก"

3เหตุผลลิเวอร์พูลต้องดึงติอาโก้มาร่วมทีมให้ได้

ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว! เปิด 3 เหตุผลทำไม ลิเวอร์พูล ถึงควรต้องเดินหน้าคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้ได้
     บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมัน ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ บุนเดสลีกา อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการขอซื้อตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิค มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    ในเวลานี้ กองกลางสแปนิช วัย 29 ปี เหลือสัญญากับ "เสือใต้" อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และได้แจ้งความประสงค์ต่อต้นสังกัดแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายทีม เพราะอยากเจอกับความท้าทายใหม่ๆ

    ด้าน โมฮาเหม็ด บูฮาฟซี่ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ อาร์เอ็มซี สปอร์ต สื่อฝรั่งเศส รายงานว่า ติอาโก้ ตกลงสัญญา 4 ปี กับ "หงส์แดง" เป็นที่เรียบร้อย และยังมาหาบ้านในแถบเมอร์ซี่ไซด์ รวมทั้งบอกลาเพื่อนร่วมสังกัดแล้วด้วย

    ขณะที่ "เสือใต้" ตั้งค่าตัวของ ติอาโก้ ไว้ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) และนี่คือ 3 เหตุผลที่ว่า ทำไม ลิเวอร์พูล ควรจะต้องเดินหน้าคว้านักเตะรายนี้มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้จงได้

    1. ต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอด เพราะการป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์

    ในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษนั้น เขาไม่เคยหยุดเสริมทัพ โดยจะต้องดึงซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีมทุกปี แม้ก่อนหน้านั้นทีมจะคว้าแชมป์ก็ตาม

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรก และเชื่อว่า ในฤดูกาลหน้าจะต้องเจองานหนักแน่ เพราะการป้องกันแชมป์จะยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์เสียอีก

    ในเวลานี้ "หงส์แดง" เพิ่งได้ คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ เข้ามาเสริมทัพแค่คนเดียวเท่านั้น และยังไม่ใช่ประเภทบิ๊กเนม ดังนั้นพวกเขาควรจะดึงนักเตะมาเสริมอีก

    ติอาโก้ เป็นกองกลางที่มีเทคนิคดี และผ่านบอลได้เยี่ยม ทำให้จะเข้ามาช่วยเพิ่มมิติการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล มากขึ้น และพร้อมหมุนเวียนสลับลงเล่นหลังทีมมีโปรแกรมหลายรายการในซีซั่นหน้า

    2. สถานการณ์ ไวจ์นัลดุม ไม่แน่นอน

    จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางชาวดัตช์ เหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และการเจรจาระหว่างนักเตะกับสโมสรก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

    ไวจ์นัลดุม กลายเป็นกำลังหลักของทีมหลังย้ายมาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2016 ดังนั้นถ้า "หงส์แดง" เสียเขาไปก็จะทำให้ทีมอ่อนลงไปแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม หาก ลิเวอร์พูล ดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมไว้ก่อนก็จะช่วยทำให้แดนกลางไม่ยวบหากสุดท้ายต้องเสีย ไวจ์นัลดุม ไปจริงๆ

    3. ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

    บิลด์ สื่อเมืองเบียร์ รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ไปร่วมทัพ ขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็มองๆ อยู่เหมือนกัน

    ติอาโก้ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" หลังทั้งคู่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ที่ บาร์เซโลน่า จนมาถึง บาเยิร์น ทำให้ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ เอาจริงก็คงคุยกันไม่ยาก  

    หากปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ ติอาโก้ ไป อาจส่งผลร้ายต่อการป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล เพราะขุมกำลังของ "เรือใบสีฟ้า" จะแข็งแกร่งขึ้น และซีซั่นหน้า เป็ป คงหวังกลับมาล้างแค้นเต็มที่

    ดังนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะไปดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมให้ได้ เพราะจะทำให้ทีมแกร่งขึ้น และตัดกำลังคู่แข่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน เรียกว่า  ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยทีเดียว

แมนยูแถลงข่าวคืบหน้าคดีแม็กไกวร์โดนรวบที่กรีซ

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แถลงข่าวรับทราบกรณี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนโดนรวบที่กรีซ ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงยืนยันว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรีซอย่างเต็มที่ หลังโดนรวบตัวเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวหลังมีส่วนพัวพันกับการวิวาทหน้าบาร์แห่งหนึ่งช่วงดึกคืนวันเสาร์ และทำร้ายเจ้าหน้าที่ในเกาะ มีโคนอส ประเทศกรีซ โดยคู่กรณีที่มีเรื่องด้วยเป็นนักท่องเที่ยวชาวเมืองผู้ดีเหมือนกัน ก่อนถูกรวบตัวไปทั้งหมด 3 ราย

    "ปีศาจแดง" แถลงว่า "สโมสรรับทราบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในมีโคนอส เมื่อคืนที่ผ่านมา เราได้ทำการติดต่อกับ แฮร์รี่ แล้ว และเขาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของกรีซอย่างเต็มที่ ในเวลานี้เราจะยังไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม"

    ทั้งนี้ แม็กไกวร์ เดินทางไปพักร้อนกับแฟนสาวหลังปิดฤดูกาล ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่มีโปรแกรมจะเปิดสนามด้วยการไปเยือน เบิร์นลี่ย์ วันเสาร์ที่ 12 กันยายน แต่นัดนี้จะถูกเลื่อนไปก่อน เพราะได้พักหลังทีมเพิ่งผ่านเกมฟุตบอลถ้วย ยูโรปา ลีก มาไม่นาน

สื่อเผยเฮนเดอร์สันตัดสินใจอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็เตรียมที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว โดยมันจะมีระยะเวลาถึง 4 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    อนาคตของ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ขณะที่ ดาบิด เด เคอา มือ 1 คนปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มตกด้วย แต่ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่รับประกันว่า เฮนเดอร์สัน จะได้เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในซีซั่นหน้าหรือไม่

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงราว 2 ปีเท่านั้นด้วย ซึ่งมันก็มีข่าวลือด้วยว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและหาทางย้ายออกจากทีมถ้าหากไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กำลังอยากได้เขาไปเฝ้าเสาให้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่า เฮนเดอร์สัน จ่อต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังจากที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยื่นสัญญาที่มีระยะเวลา 4 ปีให้กับเขา พร้อมกับจะให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.40 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาอีก 1 ปีด้วย

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน หารือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้กำลังจะได้บทสรุปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน จะได้อยู่เป็นมือ 1 ให้ทีมหรือไม่ โดยที่จริง เฮนเดอร์สัน เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อปีก่อน

    ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์จริงๆ มันก็หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสียค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพราะ เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท)

แดงเดือดนอกรอบ!แมนยูชนลิเวอร์พูลล่าตัวบรู๊คส์ร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อประจำเมืองแมนเชสเตอร์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเดินแผนล่า เดวิด บรู๊คส์ ดาวเตะ บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ให้ความสนใจในตัว บรู๊คส์ อยู่เหมือนกัน

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อ เดวิด บรู๊คส์ ปีก บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ แมนเชเสตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นชื่อดังประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    บรู๊คส์ เป็นเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บอร์นมัธ เมื่อฤดูกาลก่อนด้วยการทำไป 7 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 30 นัด โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแข้งวัย 23 ปีก็เคยมีข่าวกับ "ปีศาจแดง" เหมือนกัน ก่อนที่กระแสข่าวจะเงียบลงไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ บรู๊คส์ อาจจะมีค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ซึ่งมันก็มีโอกาสสูงที่ บอร์นมัธ จะขายเขา หลังจากทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้นไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2020-21 จนทำให้พวกเขาจะเจอกับปัญหาด้านการเงินในระดับหนึ่ง

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่ามันยังไม่ชัวร์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้ บรู๊คส์ เป็นแผนสำรองในกรณีอดได้ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รึเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว ซานโช่ มาร่วมทีมให้ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะล่าตัว บรู๊คส์ จริงๆ พวกเขาก็ต้องแข่งกับ ลิเวอร์พูล ที่แอบเหล่ดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่เหมือนกัน

ช็อก!แข้ง-สตาฟฟ์พรีเมียร์ลีกติดโควิด14ราย

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษแฉว่าตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ของทีมใน พรีเมียร์ลีก ติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 14 คน หลังจากทำการตรวจคนเหล่านั้นในการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่น แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันแต่อย่างใด

    มีนักเตะและสตาฟฟ์จากทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 14 คนด้วยกัน จากการตรวจระหว่างการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่นของ 12 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

    ไม่มีการเปิดเผยว่า 12 ทีมที่โดนตรวจในครั้งนี้มีทีมไหนบ้าง แต่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้มีคนติดเชื้อเยอะขนาดนี้เป็นเพราะหลายคนกลับมาจากการไปเที่ยวพักผ่อนในประเทศต่างๆ ซึ่ง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ชี้แจงหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้แต่อย่างใด

    ทั้งนี้ การที่มีคนติดเชื้อ 14 คนในครั้งนี้นั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเยอะพอตัว เพราะตลอดทั้งช่วงดังกล่าวมีการตรวจนักเตะกับสตาฟฟ์รวมแล้วราว 35,000 ครั้ง และพบว่ามีคนติดเชื้อเพียง 30 รายเท่านั้น

    เดลี่ เมล เสริมว่าการที่มีนักเตะและสตาฟฟ์ติดเชื้อรวม 14 คนในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ที่จะเริ่มเตะกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็เตือนสโมสรต่างๆ ว่ายังต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อทำให้ทั้งสนามแข่งและสนามซ้อมปลอดเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยเชื่อกันว่าในฤดูกาล 2020-21 นั้น พรีเมียร์ลีก จะตรวจบรรดานักเตะของทีมในลีก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ น้อยกว่าช่วงที่กลับมาแข่งกันเมื่อซีซั่นก่อนที่ทำการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ใจแข็ง!วูล์ฟส์ปัดข้อเสนอยูเวนตุสขอซื้อฮิเมเนซ

คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ตีข่าว วูล์ฟส์ โชว์ความใจแข็งบอกปัดข้อเสนอที่ ยูเวนตุส ยื่นเข้ามาเพื่อขอซื้อ ราอูล ฮิเมเนซ ไปร่วมทัพ โดยฝั่ง "เบียงโคเนรี่" เสนอให้เงินก้อนหนึ่งและจะแถม อารอน แรมซี่ย์ ให้ด้วย แต่ก็โดนปฏิเสธไป

    วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรแกร่งแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปฏิเสธข้อเสนอจาก ยูเวนตุส ที่ขอซื้อ ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าคนเก่งของทีมไปร่วมทัพ ตามรายงานของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอิตาลี

    ในฤดูกาลล่าสุด ฮิเมเนซ ทำผลงานได้โดดเด่นพอตัวด้วยการทำไป 17 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 38 นัด ส่วนถ้านับรวมทุกรายการแล้วนั้นเขาก็ทำได้ 27 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 55 เกมเลย ซึ่งมันก็ทำให้แข้งวัย 29 ปีตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่หลายทีม อย่างเช่น ยูเวนตุส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

    ทั้งนี้ คอร์ริเอลเล่ เดลโล่ สปอร์ต เสริมว่าข้อเสนอที่ ยูเวนตุส ยื่นให้นั้น เป็นการให้ค่าตัวจำนวนหนึ่งพร้อมกับจะแถม อารอน แรมซี่ย์ กองกลางชาวเวลส์ให้ด้วย แต่ วูล์ฟส์ ก็ตอบปัดไปเพราะต้องการเงิน 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) ตามที่พวกเขาตั้งค่าหัวเอาไว้สถานเดียว

    สื่อเจ้าเดิมบอกอีกว่า ยูเวนตุส เคยยื่นข้อเสนอเป็นเงินพร้อมกับจะแถม กอนซาโล่ อิกวาอิน หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ให้เช่นกัน แต่ วูล์ฟส์ ก็ไม่สนใจที่จะพิจารณาข้อเสนอดังกล่าว

ร้านพูลเปิดราคากุนซือพรีเมียร์ฯใครจะโดนเด้งคนแรก

ร้านพูลเมืองผู้ดี เปิดราคากุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในซีซั่นหน้า ยก สตีฟ บรูซ เต็ง 1 ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูแล้วเก้าอี้เหนียวสุด

    เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 1 กุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในฤดูกาล 2020/21 โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์เก่า เป็นกุนซือที่มีโอกาสโดนไล่ออกน้อยสุดตามสายตาของร้านพูลเมืองผู้ดี โดยมีราคาอยู่ที่ 67/1 (แทง 1 จ่าย 67 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ที่จะโดนไล่ออกคนแรก

1. สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล)  6/1
2. ดีน สมิธ (แอสตัน วิลล่า)  8/1
3. ฌอน ไดช์ (เบิร์นลี่ย์)  9/1
4. รอย ฮ็อดจ์สัน (คริสตัล พาเลซ)  10/1
5. เดวิด มอยส์ (เวสต์แฮม)  11/1
6. สกอตต์ พาร์คเกอร์ (ฟูแล่ม)  12/1
7. เกรแฮม พ็อตเตอร์ (ไบรท์ตัน)  13/1
7. โชเซ่ มูรินโญ่ (สเปอร์ส)  13/1
9. เป็ป กวาร์ดิโอล่า (แมนฯ ซิตี้)  15/1
9. สลาเวน บิลิช (เวสต์บรอมวิช)  15/1
11. มาร์เซโล่ บิเอลซ่า (ลีดส์)  17/1
12. นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต (วูล์ฟส์) 19/1
13. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์) 21/1
13. คาร์โล อันเชล็อตติ (เอฟเวอร์ตัน) 21/1
13. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)   21/1
16. ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล (เซาธ์แฮมป์ตัน) 23/1
17. มิเกล อาร์เตต้า (อาร์เซน่อล)  26/1
17. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 26/1
19. คริส ไวลด์เดอร์ (เชฟฯ ยูไนเต็ด) 34/1
20. เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล)  67/1
– ไม่มีใครโดนไล่ออก   501/1

ตัดเชือก UCL ไร้ทีมสเปน-อังกฤษครั้งแรกรอบ 24 ปี

รอบตัดเชือกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีทีมจากสเปนและอังกฤษเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ไม่มีทีมจากลีกสเปนหรืออังกฤษ ผ่านเข้ารอบเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

บรรดายอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือ ลาลีกาสเปน มักได้รับการยกเป็นสองลีกที่จะมีทีมเต็งคว้าแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นประจำทุกปี ซึ่งบรรดาสโมสรระดับท็อปจากสองลีกนี้มักจะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นบนเวทียุโรป

ทว่าในฤดูกาลน้ีรอบตัดเชือก UCL เหลือ 4 ทีมจาก 2 ประเทศอย่างฝรั่งเศสและเยอรมัน หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะ อตาลันต้า 2-1 และ แอร์เบ ไลป์ซิก เอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด 2-1

ขณะที่ในสองคืนที่ผ่านมา บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม บาร์เซโลนา 8-2 ตามด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา โอลิมปิก ลียง เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปีหรือตั้งแต่ฤดูกาล 1994-95 ที่ไม่มีทีมจากสเปนหรืออังกฤษผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกฯ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่มีทีมจากฝรั่งเศสและเยอรมันผ่านเข้ารอบรองฯทั้งคู่