เรือ,ผี,ไก่,ปืนใหญ่,หมาป่า! เจาะทีมดังพรีเมียร์ลีก เปิดม่านฤดูกาล 2020/21 ภาคจบ

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เตรียมเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งแต่ละทีมจะมีความพร้อมอย่างไร ได้ผู้เล่นคนไหนเข้าสู่ทีมบ้าง ในสกู๊ปนี้เราจะพาแฟนๆ ไปเช็กข้อมูลกัน เพื่อเรียกความพร้อมก่อนศึกใหญ่ปีนี้จะเริ่มขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ยุทธการทวงคืนบัลลังก์แชมป์

ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา แม้เป็นทีมที่มีเกมรุกสุดดุดัน กดไปถึง 102 ประตูในลีก แต่ด้วยการที่ขาดความคงเส้นคงวาในเรื่องของการเก็บผลการแข่งขัน และพลาดท่าแพ้ในเกมที่ไม่น่าแพ้หลายครั้ง นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เสียตำแหน่งแชมป์ และจบแค่อันดับสอง ด้วยการมีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ ถึง 19 แต้ม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขากระหายอย่างมาก ที่จะกลับมาทวงโทรฟี่แชมป์ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่มีตัวเก๋าอย่าง ดาบิด ซิลบา รวมถึงตัวจี๊ดอย่าง ลีรอย ซาเน่ แล้วก็ตาม

– การเสริมทัพ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิช รู้ดีว่า แมนฯ ซิตี้ มีจุดอ่อนตรงไหน และต้องเสริมในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า การย้ายออกไปของ ซิลบา และ ซาเน่ ทำให้พวกเขามีช่องโหว่ในแนวรุก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาประเคนเงิน 20.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 850.75ล้านบาท) ไปให้ บาเลนเซีย เพื่อสู่ขอ เฟร์ราน ตอร์เรส มาสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียว พวกเขาก็จัด นาธาน อาเค่ กองหลังสารพัดประโยชน์ชาวดัตช์ (จาก บอร์นมัธ) มาเสริมแนวรับ ในราคา 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ซึ่งในรายของ อาเค่ น่าจะโดนใจ เป๊ป เพราะเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ (9 ก.ย.) พวกเขาคงเดินหน้าเสริมทัพต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ที่พวกเขายังต้องการตัวท็อปๆ มาช่วยทีม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่เพียงพอต่อการลุ้นความสำเร็จในระยะยาว

– ดาราใหม่น่าจับตา

ทั้ง อาเค่ และ เฟร์ราน ต่างเป็นนักเตะพลังหนุ่มที่น่าจับตามอง แต่อยากจะโฟกัสไปที่รายหลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่เนื้อหอมอย่างมากในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะก่อนที่จะลงเอยกับ "เรือใบสีฟ้า" เขามีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส รวมถึง เรอัล มาดริด

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไร หากคุณได้เห็นฟอร์มอันจัดจ้านของ ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ ทั้งสองเกมที่เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมชาติสเปน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ดูแล้ว เฟร์ราน น่าจะเป็นนักเตะที่ตรงสเปค เป๊ป ไม่น้อย เพราะนอกจากมีความเร็วแล้ว ยังพาบอลทะลุทะลวงได้เก่ง แถมมีลูกเปิดเข้ากลางที่อันตราย เหมาะกับสไตล์การเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ดีเหลือเกิน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่า เฟร์ราน จะไปได้สวย และสามารถประสบความสำเร็จ ตามรอยแข้งสแปนิชรุ่นพี่อย่าง ดาบิด ซิลบา ได้หรือไม่

– คีย์แมน

หาก เซร์คิโอ อเกวโร่ คือสุดยอดเครื่องจักรทำประตู เควิน เดอ บรอยน์ ก็คือน้ำมันเครื่องชั้นดีนั่นเอง ดังนั้นคีย์แมนของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ยังไงก็คงเป็น เดอ บรอยน์ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีม เป็นคนที่มีพิษสงรอบตัว เพราะนอกจากจะเป็นตัวเปิดป้อนระดับเวิลด์คลาส ที่พร้อมส่งบอลให้เพื่อนจบสกอร์ได้ทุกรูปแบบแล้ว เขายังเป็นจอมทัพที่ยิงบอลได้รุนแรงและเฉียบคมอีกด้วย

แถมแน่นอนมากๆ ทั้งลูกยิงจุดโทษ รวมถึงฟรีคิก… ตราบใดที่มี ยอดดาวเตะชาวเบลเยียมวัย 29 ปีคนนี้ อยู่ในสนาม แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะกระซวกตาข่ายทีมคู่แข่งได้ทุกเมื่อ สมกับที่ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ประจำฤดูกาลที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด : ขอใกล้เคียงที่สุดเพื่อเบียดท็อป 2

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพ "ปีศาจแดง" จบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้คว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ รวมทั้งยังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ และ ยูโรปา ลีก ด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บไปได้ 66 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา น้อยกว่า ลิเวอร์พูล ถึง 33 แต้ม ส่วนใน ยูโรปา ลีก แพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนรอบตัดเชือก คาราบาว คัพ แพ้ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-3

ขณะที่ในฤดูกาล 2020/21 นั้น บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 4 ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี

– การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน) แมนฯ ยูไนเต็ด  เพิ่งได้นักเตะใหม่มาเสริมทัพแค่คนเดียวคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 23 ปี ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 
ส่วนที่ปล่อยออกไปก็มี อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร, ทาฮิธ ชอง ไปเล่นให้ แวร์เดอร์ เบรเมน แบบยืมตัว และ โจแอล เปเรยร่า ที่ส่งไปให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ยืมใช้งาน

– นักเตะน่าจับตามอง

นักเตะที่น่าจับตามองของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลใหม่คือ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่กลับมาอยู่กับทีม หลังไปทำผลงานเยี่ยมให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

เฮนเดอร์สัน จะต้องเข้ามาแย่งตำแหน่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน ที่ฤดูกาลก่อนเล่นพลาดให้เห็นหลายนัด และช่วงแรก โซลชา คงให้โอกาสกับโกลเลือดกระทิงก่อน แต่ถ้ามีความผิดพลาดก็จะเป็นหน้าที่ของ เฮนเดอร์สัน ที่ได้ลงเฝ้าเสาแทน

– คีย์แมน

แน่นอนว่า นักเตะสำคัญสุดของ "ปีศาจแดง" ในเวลานี้คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส หลังเข้ามาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันทีตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

บรูโน่ ซัดไป 12 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์" ตลอดทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และจุดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนต้องยกย่องนักเตะก็คือความเป็นยอดเพชฌฆาตสังหารจุดโทษเมื่อมีสถิติซัดจุดโทษเข้า 8 ประตู

โซลชา ชื่นชมมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสที่สังหารจุดโทษได้อย่างเด็ดขาดว่า เป็นคนที่เดาใจได้ยากเวลารับหน้าที่ยิงจุดโทษ โดยมีทั้งเลือกที่จะก้าวเข้าไปยิงทันที หรือกระโดดหนึ่งครั้งก่อนยิง

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : ฤดูกาลที่อาจชี้ชะตาทีม (และ มูรินโญ่)

2019-20 ถือเป็นฤดูกาลแรกในรอบหลายซีซั่นที่ผ่านมาที่ สเปอร์ส ทำผลงานได้เลวร้ายสุดๆ พวกเขาได้เพียงอันดับ 6 ในลีก, ไปถึงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, จอดป้ายเพียงรอบ 5 ในศึก เอฟเอ คัพ และหยุดที่รอบ 3 ของ คาราบาว คัพ ผลงานที่ว่านี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับซีซั่น 2018-19 ที่พวกเขาไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นอันดับ 4 ในลีก

แม้ว่าฤดูกาลก่อน สเปอร์ส จะยอมปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคู่บุญที่ทำผลงานให้ทีมได้ยอดเยี่ยมหลายฤดูกาลมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ถึงขั้นดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จนทำให้หลายคนบอกด้วยซ้ำว่า มูรินโญ่ ไม่เก่งเหมือนเก่า อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลก่อน สเปอร์ส มีผลงานแย่เป็นเพราะ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมเจ็บหนักจนเคยต้องพักไปนาน และสุดท้ายก็ได้เล่นในลีกไปแค่ 29 นัด

ด้วยเหตุนี้ ซีซั่น 2020-21 จึงเป็นโอกาสอันดีของทั้ง สเปอร์ส และ มูรินโญ่ ที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยสำหรับ สเปอร์ส นี่ถือเป็นฤดูกาลที่อาจจะตัดสินอนาคตระยะยาวของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะลือกันว่าถ้าหากซีซั่นนี้่ทีมยังไม่ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ อีกแล้วล่ะก็ เคน ก็อาจจะย้ายออกจากทีม หลังจากเจ้าตัวยังไม่เคยได้แชมป์รายการไหนเลยทั้งที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ตลอด ซึ่งการเสียยอดกองหน้าระดับนี้ไปก็อาจจะส่งผลเสียกับพวกเขาไปอีกหลายปีเลย

ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าการได้คุม สเปอร์ส แบบเต็มตัวซีซั่นแรกของเขาจะออกมาดีจนเป็นการลบล้างคำสบประมาททั้งหลาย และทำให้เขากลับมาเป็นกุนซือที่ทุกคนในโลกลูกหนังต้องหวาดกลัวอีกครั้ง

 – การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันที่ 8 กันยายน) สเปอร์ส ได้นักเตะหน้าใหม่มาร่วมทีม 4 คน ประกอบด้วย อัลฟี่ เดวิน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจ ฮาร์ท และ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ซึ่งมีแค่ 3 คนหลังเท่านั้นที่เป็นการเสริมทัพแบบพร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันที ส่วนกลุ่มที่โดนปล่อยออกไปก็ไม่มีใครที่เป็นกำลังหลักของทีมเลย

– ดาราใหม่น่าจับตา

 ในกลุ่ม 3 แข้งหน้าใหม่ที่ดีพอเป็นขุมกำลังให้ทีมชุดใหญ่นั้น ฮอยเบิร์ก คือคนที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะฤดูกาลก่อนกองกลางตัวรับชาวเดนมาร์กมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 2.3 ครั้งต่อนัด และอ่านเกมขาดจนตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1.4 ครั้งต่อเกม

ส่วนรายของ โดเฮอร์ตี้ ฤดูกาลก่อนเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะทำไป 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 36 เกมแล้วนั้น เขายังสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่ ฮาร์ท คงเป็นเพียงอะไหล่ของ อูโก้ โยริส เท่านั้น

– คีย์แม

แน่นอนว่าอันดับ 1 คงหนีไม่พ้น เคน ถ้าจะบอกว่าเขาคือคนที่แบก สเปอร์ส มากที่สุดตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ผิดนัก ด้วยสถิติ 188 ประตูจากการลงเล่นให้ สเปอร์ส 287 นัดในทุกรายการทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดของยุโรปในตอนนี้ ขอแค่ไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เคน ก็พร้อมที่จะทำประตูให้กับทีมของ มูรินโญ่ อยู่เสมอ

อาร์เซน่อล : ปีแรกเต็มตัวของ อาร์เตต้าน

ต้องยอมรับว่าฤดูกาล 2019/20 เป็นปีแห่งความวุ่นวายของ อาร์เซน่อล เลยก็ว่าได้ แม้จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยสองนัดรวดในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมก็กระท่อนกระแท่น แถมกุนซือชาวสแปนิชยังโดนข้อครหาจากการให้ กรานิต ชาก้า สวมปลอกแขนกัปตันทีม ก่อนที่ดาวเตะชาวสวิตจะสร้างเรื่องฉาวด้วยการทำท่าเยาะเย้ยแฟนบอลของทีมตัวเอง ระหว่างเกมที่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปีก่อน หลังจากถูกแฟนบอลโห่ใส่อย่างหนัก

แน่นอนจากสองปัญหาที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นพายุที่ถาโถมเข้ามาใส่ เอเมรี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังพาทีมไม่ชนะใคร 5 นัดรวด พร้อมกับแต่งตั้ง เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ขึ้นมานั่งเก้าอี้กุนซือชั่วคราว และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นผลงานของทีมก็ยังไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้

อย่างไรก็ตามทีมมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่คนใหม่ ทีม "ปืนใหญ่" ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ผู้เล่นหลายคนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากขึ้น เล่นได้ตามแท็คติกที่วางเอาไว้ จนผลงานของทีมดีขึ้นทันตาเห็น ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการจบอันดับที่ 8 ของตาราง

เท่านั้นไม่พอ อาร์เตต้า ยังสร้างผลงานผลงานมาสเตอร์พีซด้วยการพาทีมผงาดคว้าแชมป์เอฟ เอ คัพ มาครองได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งมาคุมทีมเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น พร้อมกับตีตั๋วลุยฟุตบอลยูโรปาลีกซีซั่นหน้า

สำหรับฤดูกาลหน้าถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของกุนซือชาวสแปนิชว่าจะพาทีมกลับมาจบท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วกลับไปสู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งได้หรือไม่ 
 
– การเสริมทัพ

ช่วงซัมเมอร์นี้ดูเหมือน มิเกล อาร์เตต้า จะเน้นไปที่การเสริมผู้เล่นแนวรับมากที่สุด จนถึงตอนนี้ อาร์เซน่อล ได้แข้งใหม่มาเสริมทัพแล้ว 4 รายด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ วิลเลียม ซาลิบา กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมเป็นฤดูกาลแรก หลังจากถูกปล่อยให้ แซงต์ เอเตียน อดีตต้นสังกัดยืมใช้งานในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา

เท่านั้นไม่พอพวกเขายังจัดการดึงตัว กาเบรียล มากัลเญส เซ็นเตอร์ชาวบราซิลมาจาก ลีลล์ อีกหนึ่งราย ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) เท่ากับว่าในเวลานี้ "ปืนใหญ่" มีนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางถึง 8 คน หากรวมแข้งหน้าเก่าอย่าง ดาวิด ลุยซ์, ปาโบล มารี, ร็อบ โฮลดิ้ง, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ชโคดราน มุสตาฟี่ และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส แต่ 3 รายหลังสุดคาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะที่แนวรุก อาร์เซน่อล ก็จัดการดึงตัว วิลเลียน มาจาก เชลซี และ ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวมาใช้งานต่ออีก 1 ฤดูกาล หลังจากเจ้าตัวหมดสัญญาเช่า และเดินทางกลับไปยัง เรอัล มาดริด แล้ว ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมเพราะ เซบายอส เป็นแข้งคนสำคัญของ อาร์เตต้า มาโดยตลอด และที่สำคัญแทบไม่ต้องมาใช้เวลาปรับตัวใหม่

– ดาราใหม่น่าจับตา

สำหรับบิ๊กดีลที่น่าสนใจคงต้องยกให้กับ วิลเลียน ที่ดึงตัวมาจาก เชลซี แบบไร้ค่าตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่คุ้มค่า เนื่องจากปีกชาวบราซิลมีประสบการณ์โชกโชนเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ "สิงห์บลูส์" มาตลอดหลายฤดูกาล และจะมาเบียดแย่งตำแหน่งโดยตรงกับ นิโกล่าส์ เปเป้ ทางฝั่งขวา แถมยังรับบทเป็นเพลเมกเกอร์ได้อีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับ อาร์เตต้า มากยิ่งขึ้น

– คีย์แมน

แน่นอนว่าคีย์แมนคนสำคัญจะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจาก ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ดาวยิงชาวกาบอง ที่เป็นตัวความหวังของทีมมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากผลงาน 71 ประตูจาก 110 เกมทุกรายการ ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวกระหน่ำไป 22 คว้ารองดาวซัลโวร่วมกับ แดนนี่ อิงส์ จาก เซาธ์แฮมป์ตัน

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส : โปรตุกีส คอนเนคชั่น!

ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นปีที่ วูล์ฟส์ เจอศึกหนักตลอดทั้งซีซั่น เนื่องจากช่วงต้นพวกเขาต้องลงเล่นศึก ยูโรปา ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือก จนกรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในลีกก็ถือว่าน่าพอใจเมื่อรั้งอันดับ 7 ของตาราง ทว่าพลาดตั๋วถ้วยเล็กยุโรปไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง

ด้วยระแบบการเล่น 3-5-2 อันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นทุกคนต่างรู้หน้าที่การเล่นของตัวเองเป็นอย่างดี จุดแข็งของ วูล์ฟส์ คือเล่นเกมรับเหนียวแน่น และอาศัยโจมตีด้วยความเร็ว โดยมี ราอูล ฮิเมเนซ คอยจบสกอร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่ขุมกำลังเชิงลึกของ วูล์ฟส์ ยังไม่มีมากพอ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่ส่วนใหญ่มักใช้งาน รูเบน เนเวส และ ชูเอา มูตินโญ่ เป็นหลัก อีกทั้งตรงริมเส้นฝั่งขวาที่เป็นตำแหน่งวิงแบ็กนั้น พวกเขาเสีย แมตต์ โดเฮอร์ตี้ ไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ขุมกำลังส่วนใหญ่ของ วูล์ฟส์ เต็มไปด้วยนักเตะโปรตุเกส ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ, รูเบน วินาเกร, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ดิโอโก โชต้า, เปโดร เนโต้ และล่าสุดก็เพิ่งคว้ายอดดาวรุ่งอย่าง ฟาบิโอ ซิลวา เข้ามาร่วมทีม รวมถึง วิตินญ่า มิดฟิลด์ตัวรุกที่เพิ่งยืมตัวจาก ปอร์โต้ มาหมาดๆ

– การเสริมทัพ

วูล์ฟส์ สร้างความฮือฮาด้วยการคว้า ฟาบิโอ ซิลวา แข้งวัย 18 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ขณะที่ อีกหนึ่งรายเป็น มาร์ชาล วิงแบ็กฝั่งซ้ายชาวแซมบ้าที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และล่าสุดก็ปิดดีลยืมตัว วิตินญ่า มิดฟิลด์โปรตุกีสวัย 20 ปี มาร่วมทีม

– ดาราใหม่น่าจับตา

แน่นอนว่าต้องเป็น ฟาบิโอ ซิลวา เด็กรายนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศโปรตุเกส เขาเป็นเคยปั้นของ ปอร์โต้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ เบนฟิก้า สั้นๆ ก่อนจะกลับมา ปอร์โต้ อีกครั้ง และเพิ่งได้โอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อปีที่แล้ว

จุดเด่นของ ฟาบิโอ ซิลวา คือเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งผลงานไล่ตั้งแต่ทีมชุดเด็กในนามทีมชาติโปรตุเกสก็ถือว่ายอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่ ยู-15 (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู), ยู-16 (ลงเล่น 8 ยิง 6 ประตู), ยู-17  (ลงเล่น 19 ยิง 5 ประตู) และ ยู-19  (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู)

– คีย์แมน

 แม้จะมีข่าวย้ายทีมต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ ราอูล ฮิเมเนซ ก็ยังอยู่กับทีมและจะเป็นกำลังหลักของ นูโน่ ซานโต้ ต่อไป

ผลงานเมื่อฤดูกาลก่อน ฮิเมเนซ ซัดไป 17 ประตูในลีก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนประตูที่ วูล์ฟส์ ทำได้(52 ประตู) โดยจุดเด่นของหัวหอกเม็กซิกันคือ การจบสกอร์ได้ดีไม่ว่าจะด้วยลูกยิงหรือลูกกลางอากาศ

ปลื้ม!โรเบิร์ตสันเผยไอดอลชมตนแบ็กซ้ายดีสุดในโลก

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนที่เล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ฟิลิเป้ หลุยส์ ถึงขั้นชมตนเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก และมันก็ทำให้ตนดีใจสุดๆ เพราะว่า หลุยส์ เป็นหนึ่งในขวัญใจของตน
   
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ฟิลิเป้ หลุยส์ อดีตฟูลแบ็ก แอตเลติโก มาดริด และ เชลซี เคยชมตนต่อหน้าเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก

    โรเบิร์ตสัน กับ หลุยส์ ได้ดวลกันในนัดชิงชนะเลิศของศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปีก่อน หลังจากที่ ลิเวอร์พูล กับ ฟลาเมงโก้ โคจรมาเจอกันในนัดชิงดำ ก่อนที่ "หงส์แดง" จะชนะไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูชัยของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในนาทีที่ 99

    แข้งชาวสกอตต์กล่าวในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า "ร็อบโบ้ : นาว ยูอาร์ กอนน่า บีลีฟ อัส" (ROBBO: NOW YOU RE GONNA BELIEVE US) ว่า "หลังจากเสียงนกหวีดจบเกมการแข่งขันดังขึ้นแล้วน่ะผมก็ตรงไปหาฟูลแบ็กคนหนึ่งของ ฟลาเมงโก้ อย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้คุยกับเขา แต่คนที่ผมพูดถึงนี่ไม่ใช่ ราฟินญ่า หรอกนะ แน่นอนว่าเรา (โรเบิร์ตสัน หมายถึงตัวเองกับ ราฟินญ่า) ดวลกันแบบสนุกหลายครั้งในระหว่างการแข่งขัน แต่คนที่ผมอยากคุยด้วยมากๆ คือ ฟิลิเป้ หลุยส์ ฟูลแบ็กอีกคนหนึ่งต่างหาก"

    "หลุยส์ เป็นหนึ่งในนักเตะในตำแหน่งเดียวกับผมที่ผมชื่นชอบมากๆ เช่นเดียวกับนักเตะอย่าง ปาทริซ เอวร่า, แอชลี่ย์ โคล รวมถึง แจ็คกี้ แม็คนามาร่า และ ทอม บอยด์ ของ เซลติก ผมเคยตามดูเขาเล่นอยู่เป็นประจำในตอนที่เขาอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด และผมก็ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเขา"

    "ตอนนั้นผมตรงไปหาเขา, พูดปลอบเขาเกี่ยวกับผลการแข่งขัน และตอนที่ผมกำลังจะแสดงความยินดีกับการที่เขามีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมน่ะเขาก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนว่า -นายเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดในโลกเลย- มันทำให้ผมดีใจมากๆ มันมีความหมายกับผมสุดๆ หลังจากนั้นผมก็ไปพูดเรื่อง เฟลิเป้ กับทาง อาลี่ (อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล) เพราะเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาในบราซิล แล้วเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเขา (หลุยส์) เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน"

    "การได้รับการยกย่องจากคนที่เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในระดับสูงสุดมาหลายปีมันมีความหมายมากๆ คำพูดของเขามันทำให้ผมเซอร์ไพรส์สุดๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยสื่อถึงบางอย่างเกี่ยวกับผม (ในสายตาของคนอื่น) ได้ ปกติแล้วคุณจะไม่ปล่อยให้ตัวเองมีความเชื่อในเรื่องอะไรก็ตาม แต่พอมันออกมาจากปากของคนอย่างเขาแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่จริงแล้ว เฟลิเป้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดแบบนั้นออกมาเลยนอกจากว่าเขาจะคิดแบบนั้นจริงๆ"

เดอะค็อปยิ้ม!คล็อปป์แย้มอนาคตกับลิเวอร์พูล

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงยิ้มแก้มปริ หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่ง เปิดใจถึงอนาคตระยะยาวกับ "หงส์แดง"

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ปิดโอกาสที่จะต่อสัญญาคุมทัพ "หงส์แดง" หลังสัญญาฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ยืนยันถ้าถึงเวลาอำลาถิ่น แอนฟิลด์ จะยังไม่รับงานที่อื่นทันที โดยจะขอพักเป็นเวลา 1 ปี

กุนซือชาวเยอรมัน วัย 53 ปี ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องยูทูบของ ลีรอย มาตาต้า เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมาว่า "ผู้คนมากมายถามผมถึงเรื่องนี้ ผมไม่เห็นเคยได้ยินคนถาม เป็ป กวาร์ดิโอล่า (ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้) แบบนี้เลยทั้งที่สัญญาของเขาจะหมดในปีหน้า"

"ผมยังเหลือสัญญาอีกถึง 4 ปี หลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นไม่มีสิ่งใดเป็นนิรันดร์ ผมคิดว่าอีก 4 ปี ผมถึงจะค่อยคิดว่า จะต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญา หากผมไม่ต่อ ผมก็จะไปพักร้อน"

"เมื่อผมอำลา ลิเวอร์พูล ไป แน่นอนว่า ผมจะไม่ทำงานใหม่ทันทีในวันรุ่งขึ้น ผมจะขอพักเบรกเป็นเวลา 1 ปีหลังลาจาก ลิเวอร์พูล" คล็อปป์ ที่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 และพาทีมได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ สโมสรโลก กล่าวทิ้งท้าย

เด็กมีของ!ลิเวอร์พูลเล็ง “เรย์น่า” หลังคล็อปป์อยากได้

ลิเวอร์พูล กำลังเล็งที่จะคว้าตัว โจวานนี่ เรย์น่า มิดฟิลด์ตัวรุกเลือดมะกันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพ เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ตัวมาปั้นในสีเสื้อ "เดอะ เร้ดส์" หลังนักเตะโชว์ทักษะชั้นยอดให้กับ "เสือเหลือง" หลังจากได้เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความ โจวานนี่ เรย์น่า  กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรง "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน อยากได้มาปลุกปั้นในถิ่นแอนฟิลด์

เรย์น่า ซึ่งเป็นลูกชายของ  เคลาดิโอ เรย์น่า ตำนานแข้งทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง หลังจากนักเตะมีโอกาสได้ลงเล่นเปิดตัวให้กับทีมชุดใหญ่ ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

มิดฟิลด์ตัวรุกเลือดมะกัน มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับ "เสือเหลือง" ทั้งหมด 17 เกม และซัดไป 1 ประตูในแมตช์เดเอฟเบ โพคาล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเขายังเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ พร้อมทั้งแอสซิสต์ให้กับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในเกมชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 (นัดแรก)

สำหรับ ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเซ็นสัญญาคว้าตัวนักเตะมาร่วมทีมได้แค่ 1 คนได้แก่ คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ เท่านั้นในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย  ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ เหยี่ยวข่าวชาวนอร์เวย์ เชื่อว่า คล็อปป์ กำลังเล็งที่จะดึง เรย์น่าจูเนียร์ มาปลุกปั้นกับ "เดอะ เร้ดส์"

 "ผมคิดว่าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) กำลังแสดงความสนใจเป็นพิเศษกับนักเตะดอร์ทมุนด์ แน่นอนว่าทั้ง จิโอ เรย์น่า นักเตะชาวอเมริกัน และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ด้วย" อดีตหัวหอก ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต , "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด และ "เดอะ โบโร่" มิดเดิลสโบรช์ กล่าว

 

ถูกโฉลก!ชมประตูของอัลลี่เวลาเจอเอฟเวอร์ตัน (มีคลิป)

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เจอกับ เอฟเวอร์ตัน ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ ซึ่งมันน่าจะเป็นงานหนักพอตัวสำหรับเจ้าถิ่น

ทั้งนี้ หนึ่งในตัวความหวังของ สเปอร์ส สำหรับเกมในวันอาทิตย์นี้คงหนีไม่พ้น เดเล่ อัลลี่ เพราะมิดฟิลด์ชาวอังกฤษทำผลงานได้ดีพอตัวเวลาเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยการทำไป 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 8 นัด ซึ่งวันนี้เราก็มีประตูที่เขาเคยทำได้ในการดวลกับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มาให้ได้ดูกัน

แมนยูขีดเส้นใต้ค่าตัวซานโช่ให้ได้แค่นี้

สื่อเมืองผู้เผย แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ท้อในการไล่ล่า เจดอน ซานโช่ แต่พร้อมให้ค่าตัวต่างกับที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งไว้อยู่เยอะเหมือนกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก พร้อมจะจ่ายค่าตัวของ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ให้ได้สูงสุดแค่ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เท่านั้น ตามรายงานจาก เอ็กซ์เพรส สื่ออังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ วัย 20 ปี มาพักใหญ่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่ลงตัว เพราะ "เสือเหลือง" ประกาศชัดเจนว่าต้องได้ที่ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) เท่านั้นถึงจะยอมปล่อย แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่พร้อมจ่ายให้มากถึงขนาดนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด เคยพยายามคว้าตัวปีกทีมชาติอังกฤษ มาแล้ว 2 หน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ตอนก่อนย้ายจาก แมนฯ ซิตี้ ไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ และอีกครั้งคือเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว แต่เวลานั้นไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้นักเตะไม่สนใจมาอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" ได้กลับไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ ซานโช่ พร้อมมาอยู่ด้วย และมีรายงานว่า สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้เรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวได้สูงสุด 80 ล้านปอนด์

ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวา แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันไปทำหน้าที่นักวิเคราะห์เกมให้กับสถานีโทรทัศน์ สกาย สปอร์ตส์ มองว่า "ปีศาจแดง" ควรจะหันไปหาตัวเลือกอื่นแทน ซานโช่ หาก ดอร์ทมุนด์ ยืนกรานค่าตัวที่ 108 ล้านปอนด์

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

คล็อปป์เลือดออกซิบๆ ! เปิดมูลค่า 11 ตัวจริง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล เกมเปิดซีซั่น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพิ่งจะออกมาพูดแซะเรื่องการใช้เงินมหาศาลในการลงทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพของ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคำกล่าวของ กุนซือชาวเยอรมัน จะกลายเป็นดาบสองคมที่ฟาดฟันใส่ตัวเองจนเป็น

"สิงโตน้ำเงินคราม" กลายเป็นทีมพ่อมหาบุญทุ่มที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยพวกเขาทุ่มเงินเต็มที่ในการสร้างทีมใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ด้วยการคว้านักเตะชั้นดีมาร่วมทัพได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา

จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลทำให้ คล็อปป์ อดใจไม่ไหวต้องออกมาพูดพาดพิงเรื่องการใช้เงินสร้างทีม ในขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บูลส์" ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมสตาฟฟ์ "หงส์แดง" หลังเคยใช้ผรุสวาจาในเกมลีกช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ออกมาตอบโต้ว่า "เดอะ เร้ดส์" ก็เคยทำแบบนี้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าคำพูดของ "แลมพ์ส" จะเป็นความจริง เพราะเมื่อมองจาก 11 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในเกมเปิดซีซั่น 2020/2021 เห็นได้ชัดว่าตัวเลขค่าตัวนักเตะทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีมูลค่าน้อยกว่าเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัยถึง 46 ล้านปอนด์ (ราว 1,748 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ลองเช็คจากรายชื่อ 11 นักเตะของ เชลซี ในเกมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ที่สนามเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้นทุกของพวกเขาอยู่ที่ 307 ล้านปอนด์ (ราว 11,666 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ปลุกปั้นขึ้นมามีศักยภาพที่จะยึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ

ขณะที่ 11 ผู้เล่นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เฉือน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวรุ่งเลือดผู้ดีเท่านั้นที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าตัว เพราะเป็นนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน ส่วนที่เหลือมีมูลค่ารวมถึง 353 ล้านปอนด์ (ราว 13,414 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามหากมองเพียงแค่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ลงทุนควักกระเป๋าเพียงแค่ 11.75 ล้านปอนด์ (ราว 446.5 ล้านบาท) คว้าตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาร่วมทีมเท่านั้น สวนทางกับ เชลซี ที่ทุ่มเงินไปกว่า 230 ล้านปอนด์ (ราว 8,740 ล้านบาท) รวมไปถึงนักเตะที่ได้มาแบบฟรีๆ อย่าง ซิลวา และ มาล็อง ซาร์  (ส่งเล่นยืมตัว)

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนไปหาก เชลซี สามารถส่ง ซิเย็ค กับ ชิลเวลล์ ลงสนามเป็นตัวจริงได้ และนั่นคงมีความเป็นไปได้ที่ 11 ผู้เล่นชุดใหญ่ของพวกเขาจะมีต้นทุนที่แพงกว่าลิเวอร์พูล

11 ตัวจริง เชลซี เกมพบ ไบรท์ตัน

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 70 ล้านปอนด์ (ราว 2,660 ล้านบาท)

กองหลัง : มาร์กอส อลอนโซ่ 23 ล้านปอนด์ (ราว 874 ล้านบาท), รีซ เจมส์(ฟรี) , คูร์ท ซูม่า  12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) , อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ฟรี)

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท), จอร์จินโญ่ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ,ไค ฮาแวร์ทซ์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), รูเบน ลอฟตัน-ชีค (ฟรี) , เมสัน เมาน์ท (ฟรี)

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ 48 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท)

11 ตัวจริงเกม ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์ 67 ล้านปอนด์ (ราว 2,546 ล้านบาท)

กองหลัง : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 8 ล้านปอนด์ (ราว  304 ล้านบาท), โจ โกเมซ 6 ล้านปอนด์ (ราว 228 ล้านบาท), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ฟรี)

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) , นาบี เกอิต้า 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท)

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 29 ล้านปอนด์ (ราว 1,102 ล้านบาท), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท)

คลิปไฮไลท์!แมนยูเครื่องไหม้วิลล่าซัดดับ1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาที่ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกให้ฟาดแข้งจัดทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแต่บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า ซัดดับ 1-0 ในเกมที่เตะแบบปิดสนาม ไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

โดยเกมนี้กุนซือนอร์วีเจี้ยนจัดทีมตัวจริงประกอบด้วยดีน เฮนเดอร์สัน ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ ; สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ; เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด , แดเนี่ยล เจมส์ ; โอเดียน อิกาโล่

ขณะที่ฝั่งวิลล่าก็จักตัวสำรองลงเล่นเป็นส่วนใหญ่โดยที่มีตัวหลักอย่างแจ็ค กรีลิช, ไทโรน มิงส์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเกต์ รงมทั้งส่ง  โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ลงล่าตาข่าย

เกมนี้เป็นวิลล่ามาได้ประตูขึ้นนำในนาที 15 จากการโหม่งโล่งๆของ วัตกิ้นส์ จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งจาก เจมส์ ได้ซัดเหน่งๆช่วงท้ายครึ่งแรกแต่กลับยิงแป๊ก และ ลินการ์ด ได้ซัดเหน่งๆแต่เจด เสตียร์ เซฟได้เยี่ยม ขณะที่ครึ่งหลังเป็น "ปีศาจแดง" ที่ทำเกมได้ดีกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไร้ประสิทธิภาพทำให้จบเกมบุกมาพ่าย 0-1

หอกใหม่ค่าตัวสถิติซัดชัย! วิลล่าเผาเครื่องแมนยู เกมอุ่นแบบปิด

แมนฯ ยูไนเต็ด ออกไปโดน แอสตัน วิลล่า เผาเครื่องในเกมกระชับมิตรเรียกความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลที่เตะแบบปิดสนาม โดยไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

บรรดานักข่าวที่อังกฤษ พยายามสืบหารายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม โดยเฉพาะฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ได้ความเพียงว่า หนึ่งคนที่ไม่ได้ลงสนามแน่นอนคือ ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้ หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่รายงานวงในจากสื่อท้องถิ่นเมืองเบอร์มิงแฮม ระบุ ผู้เล่นที่ลงตัวจริงให้ปีศาจแดง มีชื่อของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู, คู่เซ็นเตอร์แบ็กใช้ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ จับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยมีแบ็กขวา-ซ้ายเป็น ดีโอโก้ ดาโล่ต์ กับลุค ชอว์ โดยมี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนหน้าแนวรับร่วมกับแข้งป้ายแดงอย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค โดยทิ้ง โอเดียน อิกาโล่ เป็นหน้าเป้า และให้สามประสานทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และแดเนี่ยล เจมส์ สนับสนุน

ด้าน วิลล่า ของกุนซือ ดีน สมิธ ที่มีคิวลงเล่นนัดแรกในพรีเมียร์ลีกกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ ถูกระบุว่าจัดแข้งใหม่อย่าง แม็ตตี้ แคช และ โอลลี่ วัตกิ้นส์ ลงลุยด้วย โดยผลการแข่งขัน เป็นทาง สิงห์ผงาด ที่เผาเครื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด ไปหวุดหวิด 1-0 จากประตูชัย น.15 ของ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด สดๆ ร้อนๆ จากการทวิตแจ้งของ เอียน เทย์เลอร์ อดีตดาวดังสิงห์ผงาด