อยู่ต่อหรือย้าย?สื่อเผยอนาคตตราโอเร่กับวูล์ฟส์

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึ้กของ วูล์ฟส์ ใกล้ที่จะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2024 โดยเขาจะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกคนเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงต่อสัญญากับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

ตราโอเร่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ วูล์ฟส์ มาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรปในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุดตามไปด้วย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลน่า เป็นต้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหน

ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่าสัญญาฉบับใหม่ของ ตราโอเร่ จะมีระยะเวลา 4 ปี ทำให้จากเดิมที่เหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ก็จะยืดไปเป็นจนถึงปี 2024 และเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจนทำให้ได้เงินถึงสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท)

 

อดีตเด็กลิเวอร์พูลเผยตั้งใจอัดเพื่อนเพราะอยากเล่นชุดใหญ่

ทอม บรูวิตต์ อดีตแข้งในทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล เปิดอก เคยตั้งใจอัด แดเนี่ยล เคลียรี่ เพราะอยากลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" พร้อมเผย แม้ว่าจะรู้สึกแย่ที่ทำให้เพื่อนเจ็บ แต่ก็ไม่เคยละอายกับการกระทำของตัวเองเลย

ทอม บรูวิตต์ อดีตกองหลังในทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าตนเคยตั้งใจทำให้ แดเนี่ยล เคลียรี่ เพื่อนร่วมทีมเยาวชน "หงส์แดง" ได้รับบาดเจ็บในการซ้อม เพื่อที่ตนจะได้มีโอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มากกว่าเดิมในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 ฤดูกาล 2015-16 ที่ ลิเวอร์พูล เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2016

ก่อนถึงนัดดังกล่าว เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ส่อแววว่าจะต้องเรียกใช้งานนักเตะจากอะคาเดมี่ในระดับหนึ่ง หลังจากแข้งในทีมชุดใหญ่หลายคนได้รับบาดเจ็บ ซึ่ง บรูวิตต์ อยู่ในข่ายที่อาจจะถูกดึงไปช่วยทีม แต่กองหลังชาวอังกฤษก็มี เคลียรี่ เป็นคู่แข่งโดยตรงในเรื่องนั้น

แข้งวัย 23 ปี ที่ปัจจุบันกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด เผยในรายการพ็อดแคสต์รายการหนึ่งว่า "ไม่ว่าต้องทำอะไรก็ตามเพื่อที่จะได้ลงเล่น ผมก็ยินดีที่จะทำมัน ต่อให้มันจะเป็นการทำร้ายร่างกายบางคน หรือทำลายความสัมพันธ์ของผมกับเขา ผมก็ยินดีที่จะทำ ผมก็แค่อยากเล่นให้ ลิเวอร์พูล มากๆ ผมต้องการแค่นั้น ผมตัดสินใจขั้นเด็ดขาด มันมีแค่ผมหรือไม่ก็เขาที่น่าจะได้ลงเล่น ดังนั้นผมเลยจ้องเล่นงานเขาในการซ้อม"

"ในการซ้อมทั้งช่วงก่อนเทศกาลคริสต์มาส และในช่วงระหว่างคริสต์มาสกับปีใหม่น่ะผมตั้งใจไปยืนข้างๆ เขาทั้งในตอนซ้อมการครองบอลรวมถึงตอนที่แบ่งทีมแข่งกัน และผมก็เตะเขา ผมไม่ได้ถึงขั้นพยายามที่จะทำให้เขาเจ็บหนักอะไรหรอกนะ ผมก็แค่พยายามทำให้เขาเจ็บมากพอที่จะทำให้เขาต้องหมดสิทธิ์ลงเล่น แล้วผมจะได้มีโอกาสลงสนามก็เท่านั้น"

"มันเกิดขึ้นในช่วงก่อนเกมกับ เอ็กเซเตอร์ 1 สัปดาห์ ตอนนั้นเราซ้อมแบบแบ่งทีมฝั่งละ 7 คน ผมจับบอลแรงไปนิดหน่อย (จนทำให้บอลลั่น) แล้วเขาก็พุ่งเข้ามาเพื่อจะสกัดใส่ผม ผมกะจังหวะรอนานไปนิดๆ แล้วก็พุ่งเข้าใส่เขา มันเป็นการเข้าสกัดที่แย่ ผมรู้ดีว่ามันเป็นอย่างนั้น ผมตั้งใจเข้าสกัดแบบนั้น"

"แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกภาคภูมิใจกับมันเลย แต่ผมก็ไม่รู้สึกละอายใจที่ทำแบบนั้นเหมือนกัน เพราะในหัวของผมมันคิดถึงแค่เรื่องที่ว่ามีแค่ผมหรือเขาเท่านั้นที่จะได้ลงเล่น และสุดท้ายผมก็เลือกตัวเอง หลังจากนั้นมันก็มีการทะเลาะกันนิดหน่อย และผมคิดว่าเขาโดนไล่ออกจากสนามซ้อมเพราะปฏิกิริยาของเขา ซึ่งมันถือเป็นการตัดสินใจ (ของสตาฟฟ์) ที่เหมาะสมแล้วเพราะปฏิกิริยาของเขาอาจจะรุนแรงไปหน่อย ส่วนผมก็ได้ซ้อมจนจบ"

"หลังจากนั้นเขาก็ต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดินประมาณ 2 สัปดาห์ มันเลยไม่ได้ให้ความรู้สึกประมาณว่า -ภารกิจสำเร็จ- สักเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่ามันเป็นอาการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่าที่คิดนิดๆ เนื่องจากเดิมทีผมไม่ได้อยากทำให้เขาบาดเจ็บเลย ผมแต่อยากให้เขาหมดสิทธิ์ลงเล่นก็เท่านั้น"

หลังจากได้ฟังการเปิดใจของอดีตเพื่อนน่วมทีมนั้น เคลียรี่ ซึ่งปัจจุบันเล่นให้ ดันดอล์ค ทีมในประเทศไอร์แลนด์ก็โพสต์ตอบโต้ไปว่า "การดับไฟบนเทียนของคนอื่นมันไม่ได้ทำให้ไฟบนเทียนของแกมันสว่างขึ้นทันที โชคดีโคตรๆ ที่วันนั้นฉันเอาตัวรอดจากการสกัดครั้งนั้นได้โดยที่ขาไม่หักเป็น 2 ท่อน" โดยในเวลาต่อมาทางเจ้าของรายการพ็อดแคสต์ได้ลบคำเปิดใจของ บรูวิตต์ ทิ้งไปจน เคลียรี่ ก็ออกมาโพสต์ตอกกลับทันที

ทั้งนี้ ท้ายที่สุดแล้ว บรูวิตต์ ก็ไม่ได้ลงเล่นในเกมกับ เอ็กเซเตอร์ อยู่ดี เพราะเขามีอาการกระทบกระเทือนทางสมองในช่วง 4 วันก่อนถึงเกมการแข่งขัน หลังจากไปโขกโดนด้านหลังของเพื่อนร่วมทีมในจังหวะที่พยายามจะขึ้นโหม่งบอล

ซาลาห์ขึ้นแท่นกระทุ้งครบ 100 เร็วสุดลำดับ 3

แม้ทีมจะไม่ชนะ แต่ประตูจากปลายเท้าของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ส่งให้เขาซัดครบ 100 ประตูในนามสโมสร ลิเวอร์พูล เป็นคนที่ 17 อีกทั้งยังเป็นอันดับ 3 ในเรื่องการยิงแตะเลขสามหลักเร็วที่สุดของสโมสร

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำหนึ่งประตูในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 โดยทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 17 ของสโมสร ที่ยิงประตูในสีเสื้อ ‘หงส์แดง’ ครบ 100 ประตู

นอกจากนี้ ดาวยิงชาวอียิปต์ยังเป็นผู้เล่นลำดับที่ 3 ที่ทำประตูครบ 100 ลูกเร็วที่สุดโดยใช้จำนวน 159 นัด ต่อจาก โรเจอร์ ฮันท์ (144 นัด) และ แจ็ค พาร์กินสัน (153 นัด)

สำหรับจำนวนประตูของ ซาลาห์ แบ่งเป็นยิงในศึก พรีเมียร์ลีก 79 ลูก บนเวทียุโรป 20 ลูก และเกมเอฟเอ คัพ อีก 1 ลูก

แม็กไกวร์ตอบโต้เสียงวิจารณ์แมนยูตลกสิ้นดี

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่สนคำวิจารณ์ที่มีต่อทีม โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่น่าตลกที่มาหาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในช่วงวิกฤติครั้งใหญ่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ นิวคาสเซิล 4-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยฟอร์มการเล่นแสดงออกมาให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอีกครั้ง แก้ตัวจากเกมก่อนที่แพ้ต่อ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ 1-6 คาสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

‘ปีศาจแดง’ ได้ประตูจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, อารอน วาน-บิสซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยกัปตันทีมอย่าง แม็กไกวร์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าไม่ได้สนคำจารณ์เชิงลบที่มีต่อตนและเพื่อนร่วมทีม

"มันน่าตลกสิ้นดี 3 สามเกมผ่านไปของฤดูกาล และดูเหมือนว่าเป็นเรื่องวิกฤติครั้งใหญ่ การชนะ 2 แพ้ 2 เส้นทางยังมีอีกยาวไกล ซึ่งเราต้องพิสูจน์ให้เห็น" แม็กไกวร์ กล่าวกับ สกาย สปอร์ต

"เมื่อคุณเล่นให้กับสโมสรนี้ และแพ้ในบ้านตัวเอง เราก็ถูกตั้งคำถามขึ้น เราทำงานหนักในตอนซ้อม นี่คือกลุ่มที่ยอดเยี่ยม และเราก็รู้ดีว่าเราต้องกลับมาให้ได้ ผมรู้สึกว่ามันคงเป็นเรื่องเลวร้ายหากเรากลับออกไปแค่คะแนนเดียว"

"มันเป็นเรื่องสำคัญ ทุกๆ เกมใน พรีเมียร์ลีก เราต้องเล่นให้ได้ในระดับสูง บางเกมเราไม่สามารถทำได้ดีที่สุด แต่เราก็ต้องทำเรื่องพื้นฐานให้ได้ดี และในเกมที่เราแพ้ เราทำมันไม่ได้ดีเท่าที่ควร"
   
"พวกเราเป็นทีมที่อายุน้อย แต่เราจะไม่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ออกสตาร์ทแบบนี้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยมในคืนนี้ก็เกิดขึ้นในยามที่เราต้องการมัน"

คล็อปป์เผยทำอะไรกับลูกทีมหลังพ่ายวิลล่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ หลังจากพ่าย วิลล่า ยับเยินแล้วนั้น ตนก็ส่งข้อความที่ยาวสุดๆ หาลูกทีม พร้อมบอกว่าพอได้ทำอย่างนั้นแล้วมันทำให้รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ
   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าตนพิมพ์ข้อความยาวเยื้อยและส่งหาบรรดาลูกทีมหลังจากที่ "หงส์แดง" แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ถึงแม้ฤดูกาลนี้ วิลล่า จะทำผลงานได้โดดเด่น แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะถึงขั้นชนะ ลิเวอร์พูล ที่เป็นแชมป์เก่าได้ แถม "สิงห์ผยอง" ยังชนะด้วยสกอร์ที่ขาดลอยอีกจนทำให้ ลิเวอร์พูล เสียประตูในลีกเป็น 11 ลูก ทั้งที่เพิ่งลงเล่นไปเพียง 4 นัด

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษว่า "คืนหลังจากจบเกมการแข่งขันมันไม่ใช่คืนที่ดีที่สุดในชีวิตของผม แต่พอถึงตอนเช้าผมก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ และรู้ดีว่าจำเป็นต้องพูดกับลูกทีมของผม แต่พวกเขาหลายคนไม่ได้อยู่กับทีม (หมายถึงไปรับใช้ทีมชาติ) ดังนั้นผมเลยส่งข้อความที่ยาวสุดๆ ไปให้พวกเขา มันเป็นข้อความที่ยาวมากๆ และเป็นการพูดถึงความคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น"

"หลังจากทำอย่างนั้นไปแล้วผมก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ เพราะมันถือเป็นการระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกไป พอทำแบบนั้นไปแล้วเราก็สามารถลืมอดีตพร้อมเดินหน้ากันต่อได้ และเราก็ทำอย่างนั้นได้จริงๆ ตอนนี้เรามาถึงจุดนี้กันแล้ว และเราก็มีเวลาเพียงพอในการรับมือกับมัน แน่นอนว่าคูณไม่อยากแพ้ และการแพ้ 2-7 มันก็ถือว่าเลวร้ายกว่าเดิมอีก แต่บางครั้งเราก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามันสามารถเป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน"
 

ลิเวอร์พูลยัน!ฟานไดค์ต้องผ่าเข่า-ไม่รู้กำหนดคืนสนาม

แถลงการ์ ลิเวอร์พูล ยืนยัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการเหล็กเลือดดัตช์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการพักฟื้นยังไม่สามารถบ่งชี้ว่าจะนานแค่ไหน

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง จะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากนักเตะได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แมตช์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เข้าเสียบอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่เกมเพิ่งจะผ่านไปแค่ 6 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนตัวออก และจากผลการสแกนระบุว่าเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์จาก "หงส์แดง" ระบุข่าวร้ายว่า ฟาน ไดค์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดแน่นอน ส่วนระยะเวลาในการฟื้นตัวยังไม่มีการบ่งชี้แน่ชัด "หลังจากการผ่าตัด ฟาน ไดค์ จะเริ่มเข้ารับสู่โปรแกรมการฟื้นฟูร่างกายกับทีมแพทย์ของสโมสรเพื่อที่เขาจะกลับมามีสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

ทั้งนี้ระยะเวลาในการพักฟื้นร่างกายจนกระทั่งกลับมาลงสนามยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน แต่ ลิเวอร์พูล คาดหวังว่า ฟาน ไดค์ ซึ่งมีสภาพความฟิตและจิตใจที่แข็งแกร่ง จะสามารถกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วที่สุด

3 กุนซือได้ดวล มูรินโญ่ เยอะแต่ไม่เคยชนะ

"คุณคงไม่คิดจะทำบทใดบทหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเจอกับคู่แข่งบางคนประมาณ 12 หรือ 14 เกม แต่ไม่เคยชนะได้อยู่แล้ว เพราะงั้นทำไมเขาถึงควรจะพูดถึงผมในหนังสือของเขาด้วยล่ะ ? หนังสือน่ะมันควรจะต้องเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข, ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจ ดังนั้นก็ทำให้ผมเข้าใจได้ดีว่าทำไมเขาถึงเลือกทำอย่างนั้น"

นั่นคือคำพูดของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากที่โดนถามว่าเขาคิดยังไงกับการที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่พูดถึงชื่อของเขาเลยแม้แต่นิดเดียวในหนังสืออัตชีวประวัติของ เวนเกอร์ โดยคำพูดของ มูรินโญ่ มันเหมือนกับเป็นการเหน็บ เวนเกอร์ ไปในตัวว่าไม่เคยเอาชนะเขาได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้ว เวนเกอร์ เคยเอาชนะ มูรินโญ่ ได้ 2 หน จากการเจอกันทั้งหมด 19 นัด จนทำให้หลายคนมองว่ากุนซือชาวโปรตุกีสพูดผิดที่ให้ข้อมูลไปแบบนั้น ในทางกลับกัน มันก็มีกุนซือหลายคนจริงๆ ที่ไม่เคยคว่ำ มูรินโญ่ ได้แม้แต่นิดเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอ 3 คนที่มีโอกาสดวลกึ๋นกับ มูรินโญ่ มากที่สุดหากนับเป็นจำนวนนัด แต่ไม่เคยเอาชนะเขาได้เลย ลองไปดูดีกว่าว่ามีใครบ้าง

– แซม อัลลาร์ไดซ์
มูรินโญ่ ได้ดวลกึ๋นกับ อัลลาร์ไดซ์ ครั้งแรกในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2004 โดยตอนนั้นต่างฝ่ายต่างก็คุม เชลซี กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ตามลำดับ ซึ่งผลจบลงที่การเสมอกัน 2-2 โดยที่ เชลซี นำไปก่อน 2 ลูก แต่โดน โบลตัน ไล่ตามตีเสมอได้

หลังจากนั้นเป็นต้นมา มูรินโญ่ ก็ทำผลงานได้เหนือกว่า อัลลาร์ไดซ์ มาโดยตลอด จนทำให้จากการเจอกันทั้งหมด 12 ครั้งนั้น มูรินโญ่ เป็นฝ่ายชนะไปถึง 9 เกม และที่เหลือเป็นการเสมอกัน 3 นัด โดยครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ดวลกันคือตอนที่ มูรินโญ่ นำ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 เมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี 2018

สปิริต!มูรินโญ่ชูเวสต์แฮมสู้สุดยอดจนไล่เจ๊าสเปอร์ส

ยอมเลย… โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยกเครดิตให้คู่แข่ง หลังทีมออกนำ 3-0 แต่สุดท้ายโดน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไล่เจ๊า 3-3 ระบุงานนี้ต้องเคลียร์กับบรรดาแข้ง "ไก่เดือยทอง" กันแบบภายใน 

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวชื่นชม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สู้ได้อย่างสุดยอด และสามารถกลับมาได้ทั้งที่มีสกอร์ตามหลัง 0-3 ช่วงครึ่งแรก ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ "ขุนค้อน" 3-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ดูเหมือนชัยชนะกำลังจะตกเป็นของ สเปอร์ส อย่างง่ายดาย หลังจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ 3-0 จาก ซน ฮึง-มิน ตั้งแต่นาทีที่ 1, แฮร์รี่ เคน เหมาสองตุงในนาทีที่ 8 และ 16 อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม กลับมาสู้ได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งหลัง และมาได้สามประตูรวดในช่วงท้ายเกมจาก ฟาเบียน บัลบูเอน่า นาทีที่ 82, การทำเข้าประตูตัวเองของ ดาวินซอน ซานเชซ นาทีที่ 85 และ มานูเอล ลานซินี่ นาทีที่ 90+4 ซึ่งถึงแม้ทำสามแต้มหลุดมือ แต่ "เฮียมู" ก็ยกเครดิตให้กับทีมคู่แข่งเต็มที่

 "พวกเขาสมควรได้รับคำชื่นชม แต่สำหรับเราแล้ว มันเป็นการแพ้ 0-3 ในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งนั่นหมายความว่า ช่วงครึ่งหลังเราเล่นไม่ได้ดีแบบครึ่งแรก และสุดท้ายเราก็โดนลงโทษ เรามีโอกาสเปลี่ยนสกอร์เป็น 4-0 จากการที่ แฮร์รี่ เคน ยิงไปชนเสา และมีโอกาสที่จะเป็น 4-2 จาก แกเร็ธ (เบล) เราทุกคนต่างคิดว่า เราควบคุมเกมได้ แต่มันไม่ใช่เลย"

" หนึ่งลูกฟรีคิกของพวกเขา ได้นำพวกเขากลับมาสู่เกม และก็ยังทำประตูที่สวยงามปิดท้าย แน่นอน เราจะคุยกันเป็นภายในเกี่ยวกับเกมนี้ เราสำหรับพวกคุณ ผมอยากให้ยกย่อง เวสต์แฮม มากกว่า" มูรินโญ่ เปิดใจหลังเกม

 

ระบาดไม่หยุด!พรีเมียร์ลีกยันพบ8รายติดโควิด

ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ยังคงต้องเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจล่าสุดมีการระบุชัดเจนว่าพบผู้ติดเชื้อถึง 8 ราย แต่ไม่มีการยืนยันว่าเป็นนักเตะหรือบุคลากรในวงการลูกหนัง โดยทั้งหมดต้องเข้ารับการกักตัวตามกำหนดเวลาที่ระบุเอาไว้
   
พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 19  ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า พบบุคลากรในลีกติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือชื่ออย่างเป็นทางการ  "โควิด-19" เพิ่มอีก 8 ราย หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองบรรดานักเตะและสต๊าฟฟ์รอบล่าสุดจำนวน 1,575 คน

สำหรับการตรวจหาเชื้อรอบล่าสุดนี้ มีขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ซึ่งปรากฏว่า พบ 8 คนที่มีผลออกมาเป็นบวก และบุคคลกลุ่มนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ไม่มีการลงลึกในรายละเอียดว่าเป็นใครและมาจากสโมสรใดบ้าง

ทั้งนี้ การตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผ่านพ้นมาแล้ว 7 รอบ ซึ่งมีผลออกมาดังต่อไปนี้
 – รอบที่ 1 (31 ส.ค.-6 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,605 คน
 – รอบที่ 2 (7-13 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย จากการตรวจ 2,131 คน
 – รอบที่ 3 (14-20 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,574 คน
 – รอบที่ 4 (21-27 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย จากการตรวจ 1,595 คน
 – รอบที่ 5 (28 ก.ย.-4 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย จากการตรวจ 1,587 คน
 – รอบที่ 6 (5-11 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 5 ราย จากการตรวจ 1,128 คน
– รอบที่ 7 (12-18 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 8 ราย จากการตรวจ 1,575 คน

พร้อมช่วยแมนยู!คาวานี่โชว์เร่งวิ่งเรียกฟิต

เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกป้ายแดงของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่ามุ่งมั่นกับการช่วยทีมเมื่อโชว์คลิปตอนวิ่งเรียกความฟิตให้กับตัวเอง ซึ่งมันก็มีคนเข้าไปดูคลิปนั้นอย่างล้นหลามด้วย
    เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โพสต์คลิปที่ตัวเองกำลังวิ่งเพื่อทำให้มีสภาพความฟิตที่ดี โดยช่วงหนึ่งเขายังใส่ชุดซ้อมของ "ปีศาจแดง" ในตอนที่ออกกำลังกายด้วย

    คาวานี่ เพิ่งบรรลุขั้นตอนย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไร้ค่าตัวเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่าแข้งวัย 33 ปี จะพร้อมช่วยทีมในทันทีรึเปล่า เพราะครั้งล่าสุดที่เขาได้ลงเล่นในเกมแบบเป็นทางการก็ต้องย้อนไปถึงช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเลย

    ทั้งนี้ นอกจากจะโพสต์คลิปที่ตัวเองวิ่งบนเครื่องออกกำลังกายแล้วนั้น คาวานี่ ยังพิมพ์ข้อความด้วยว่า "เวลาไม่เคยหยุดเดิน" ซึ่งมันก็มีคนเข้าไปดูคลิปที่ว่าเกิน 1.4 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว และมีคนโพสต์ข้อความตอบกลับหลายแบบ อย่างเช่น "อายุเป็นเพียงตัวเลข" และ "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กำลังรอนายอยู่" เป็นต้น