เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

เฮนเดอร์สันรอรับทรัพย์, เด เคอา ยืน 1 ! เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช คงจะต้องหวาดหวั่นกับการรักษาตำแหน่งมือ 1 ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นสังกัดเตรียมจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ขยายสัญญาออกไปถึง 4 ปี ซึ่งงานนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้นสังกัดเชื่อมั่นว่า โกลชาวอังกฤษ จะเป็นอนาคตของทีม

    นายด่านปราการสุดท้าย วัย 23 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงระหว่างที่ถูกส่งไปเฝ้าเสากับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเรียกร้องสโมสรให้โอกาสกับ เฮนเดอร์สัน ในการเฝ้าเสาตัวจริง "ผีแดง" แทน เด เคอา ที่เล่นผิดพลาดบ่อยครั้งจนสร้างความเสียหายให้กับทีม

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เล็งเห็นว่า เฮนเดอร์สัน มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้อีกครั้ง จึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ยื่นสัญญาใหม่กับนักเตะพร้อมเพิ่มจำนวนค่าเหนื่อยจากเดิม 60,000 ปอนด์ (ราว 2.28 ล้านบาท) เป็น 100,000 ปอนด์ (ราว 3.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

    นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ยังมีออปชั่นสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี ที่การยื่นค่าเหนื่อยล่อใจในครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ราว 21.85 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

     เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ราว 1.14 ล้านบาท)

 

    ในขณะเดียวกันค่าเหนื่อยที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับอยู่ในระดับเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ในส่วนของ โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกตัวยืมชาวไนจีเรีย ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึง 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

     สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ได้มีการอัพเกรดค่าเหนื่อยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระหว่างที่นักเตะสามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ จำนวน 40,000 ปอนด์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในส่วนของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีกอินสตราแกรมแม้ผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล "ผีแดง" แต่ยังได้รับค่าเหนื่อยถึง 75,000 ปอนด์ (ราว 2.85 ล้านบาท)

 

     แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะประมาณ 352 ล้านปอนด์ (ราว  13,376 ล้านบาท) ซึ่งรวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2018/2019 ขณะที่ในปีนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 56 เปอร์เซนต์ ประมาณ 627 ล้านปอนด์ (ราว 23,826 ล้านบาท)

    ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้เล่น 11 รายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้มากกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
 
    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                            ค่าเหนื่อยต่อปี (ปอนด์)                               ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                 19.5 ล้าน  (ราว 741 ล้านบาท)                350,000 (ราว 13.3 ล้านบาท)
2. . ปอล ป็อกบา                  15 ล้าน (ราว  570 ล้านบาท)                   290,000 (ราว 11.02 ล้านบาท)
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล          13 ล้าน (ราว 494 ล้านบาท)                    250,000  (ราว 9.5 ล้านบาท)
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด              10.4 ล้าน   (ราว 395.2 ล้านบาท)           200,000 (ราว 7.6 ล้านบาท)
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                   9.8 ล้าน   (ราว 372.4 ล้านบาท)            189,000 (ราว 7.18 ล้านบาท)
6.  ฆวน มาต้า                        8.3 ล้าน  (ราว 315.4 ล้านบาท)             160,000 (ราว 6  ล้านบาท)
7. ลุค ชอว์                            7.8 ล้าน  (ราว 296.4 ล้านบาท)             150,000 (ราว 5.7 ล้านบาท)
8. โอเดียน อิกาโล่                  6.5 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เฟร็ด                                6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ               6.2 ล้าน  (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เนมานย่า มาติช                    6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
12. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                5.1 ล้าน  (ราว 193.8 ล้านบาท)             100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
12. ดีน เฮนเดอร์สัน                 5.1 ล้าน (ราว 193.8 ล้านบาท)              100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          4.6 ล้าน (ราว 174.8 ล้านบาท)               90,000 (ราว 3.42 ล้านบาท)
15. เอริก ไบยี่                        4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
15. มาร์กอส โรโฮ                    4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
17. ฟิล โจนส์                        3.9 ล้าน  (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85 ล้านบาท)
17. เจสซี่ ลินการ์ด                    3.9 ล้าน (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85  ล้านบาท)
19. คริส สมอลลิ่ง                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท)              70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท             70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์            3.1 ล้าน (ราว 117.8 ล้านบาท)               60,000 (ราว 2.28 ล้านบาท)
22. แดเนียล เจมส์                    2.3 ล้าน  (ราว 87.4 ล้านบาท)              45,000 (ราว 1.71 ล้านบาท)
23. เมสัน กรีนวู้ด                      2 ล้าน (ราว 76 ล้านบาท)                     40,000 (ราว 1.52 ล้านบาท)
24. ลี แกรนท์                          1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                   30,000 (ราว 1.14 ล้านบาท)
24. อันเดรส เปเรยร่า                 1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                30,000 (ราว 1.14  ล้านบาท)
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                    1.3 ล้าน  (ราว 49.4 ล้านบาท)               25,000 (ราว 950,000 บาท)
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์                780,000  (ราว 29.6 ล้านบาท)         15,000 (ราว 570,000 บาท)
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    780,000 (ราว 29.6 ล้านบาท)           15,000 (ราว 570,000 บาท)

ฟูลแบ็กอาการหนัก, แนวรุกไม่คม ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู พ่าย เซบีย่า อดชิงยูโรปา ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่สุดท้ายสู้ความช่ำชองของ เซบีย่า ไม่ได้ส่งผลให้ทีมแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ "ปีศาจแดง" ต้องเจ็บช้ำกับการตกรอบตัดเชือก 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้
    "ผีแดง" มีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่น่าเสียดายที่ทีมมาโดนตีเสมอ จากซูโซ่ และถูก ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยในครึ่งหลัง ส่งให้ เซบีย่า ได้เข้าชิงถ้วยใบเล็กยุโรปครั้งที่ 6

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องกลับไปเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องเสริมแกร่งทั้งในเกมรับ และเกมรุก ซึ่งในแมตช์นี้ขาดความเฉียบคมไปพอสมควร

1. ยิงทิ้งยิงขว้าง


    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงแทบอยากจะเปลี่ยนตัวเองลงไปเล่นแทน เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาลูกทีมได้เห็นว่าการจบสกอร์ที่เด็ดขาดและเฉียบคมเป็นยังไง หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมายโดยเฉพาะในครึ่งหลัง แต่ดันไม่เด็ดขาด

    แมตช์นี้ "เร้ด เดวิลส์" สร้างโอกาสบริเวณหน้าประตูได้ถึง 20 ครั้ง แต่พวกเขาไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้เลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยิงประตูของเหล่ากองหน้าตัวความหวังทั้ง อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด

    โดยเฉพาะในกรณีของ มาร์กซิยาล ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษ 2-3 ครั้งแต่ดันยิงไปติดผู้รักษาประตู และยิงแบบไม่มีลุ้น ซึ่งหาก หัวหอกชาวฝรั่งเศส เปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้เป็นประตู รูปเกมคงจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่นักเตะต้องกลับไปแก้ไข หากต้องการยึดตำแหน่ง "หน้าเป้า" ถาวร

    จะว่าไปแล้วโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างขึ้นมา และยิงไม่ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากความเหนียวหนึบของ ยาสซีน บูนู ที่สามารถป้องกันจังหวะเหล่านั้นได้หมด โดยเฉพาะในต้นครึ่งหลังเจ้าตัวเซฟเป็นพัลวัน ทำให้ทีมยังคงรักษาสกอร์เสมอ 1-1 เอาไว้ได้
 
2. มหัศจรรย์ แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหัวใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะเขาเป็นคนที่คอยปั้นเกมรุกให้กับทีม และยังสามารถปั่นเกมคู่แข่งได้ตลอดเวลา ที่สำคัญการยิงจุดโทษของนักเตะก็สุดฉมัง จนทำให้ทีมยกให้เป็นมือ 1 ในการสังหารจุดโทษไปแล้ว

    สำหรับประตูที่ทำให้ทีมขึ้นนำมาจากจังหวะจุดโทษซึ่งเป็นครั้งที่ 22 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยตอนนี้เขามีส่วนกับการที่ทีมได้ประตูถึง 20 ลูก โดยเป็นการตะบันเอง 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ ซึ่งมีแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่มีสถิติเหลือกว่าเขาจาก 5 ลีกชั้นนำในยุโรป

     จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส เป็นจุดศูนย์รวมในการเล่นเกมบุกของ "ปีศาจแดง" โดยมีหลายจังหวะที่ แฟร์นันด์ส ผ่านบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ผ่านบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้ซัดจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    อีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เปิดบอลสุดฉมังให้ มาร์กซิยาล ได้ซัด แต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู อีกตามเคย ขณะเดียวกัน ดาวเตะเลือดฝอยทอง ได้บอลจาก มาร์กซิยาล บริเวณเขตโทษ และซัดเต็มเหนี่ยว แต่น่าเสียดายที่แนวรับของ เซบีย่า วิ่งเข้ามาป้องกันได้ทัน

    ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้ เซบีย่า ไม่าสมารถจัดการกับ แฟร์นันด์ส ได้ เขาแสดงให้เห็นถึงพลังกำลังในการเล่น และเทคนิคชั้นยอดในการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่ใช่วันของ แมนฯ ยูฯ เพราะแนวรุกขาดความเฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. ฟูลแบ็กไร้ประสิทธิภาพ

    ปกติแล้วฟูลแบ็กของแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีแต่ในแมตช์นี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ โดยพวกเขาไม่สามารถเติมเกมบุกขึ้นมาสร้างความอันตรายให้เกมรับ เซบีย่า ได้เลย แถมเกมรับยังหลวมโคกอีกต่างหาก

    ในจังหวะที่ทีมเสียประตูตีเสมอเริ่มต้นจาก ลูกัส โอกัมโปส ตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน ขณะที่ วาน-บิสซาก้า วิ่งตามไม่ทัน ก่อนที่จะผ่านไปให้ ซูโซ่ ซึ่งได้ยืนโล่งๆ สบายๆ เพราะ วิลเลี่ยมส์ ดันหลุดตำแหน่ง ทำให้เขาจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ชนิดที่ ดาบิด เด เคอา หมดปัญญาป้องกันจริงๆ

    ต้องบอกเลยว่า วาน-บิสซาก้า ค่อนข้างจะเล่นแบบตื่นๆ ไม่เหมือนกันช่วงที่ผ่านมา ที่เขาจะมีอาการนิ่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะในจังหวะเสียประตูที่สองหากจะโทษว่าเป็นการประกบที่ผิดพลาดของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็ได้ แต่ แบ็กขวาดาวรุ่งเลือดผู้ดี ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่ไม่วิ่งเข้ามากดดัน ลุค เดอ ยอง ทำให้เขาซัดประตูได้สบายอุรา

    สำหรับ วิลเลี่ยมส์ ต้องบอกเลยว่านี่คือแมตช์ที่จะทำให้เขาจดจำไปอีกนาน เพราะเกมนี้เจ้าตัวเล่นไม่ออก และยังเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้ เซบีย่า บุกเข้าไปลุ้นทำประตู ที่สำคัญนักเตะยังเล่นออกแนวตื่นสนามทำให้งานนี้ก็เลยโดนแข้งประสบการณ์ของทีมดังจากสเปน จัดการปั่นป่วนจนเสียขบวน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งประตูตีเสมอ และประตูชัยของ เซบีย่า เริ่มต้นจากบริเวณฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง ซึ่งงาน โซลชา คงต้องทำการบ้านอย่างหนักในการแก้ไขปัญหานี้ หากไม่อยากที่จะต้องเจ็บช้ำในการลุ้นความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

4.  ลินเดอเลิฟ VS แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับเลยว่านี่คือค่ำคืนที่แสนน่าผิดหวังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ โดยเฉพาะในรายของ ลินเดอเลิฟ มีกรณีให้ต้องพูดถึงอย่างมาก

    จังหวะที่ "ปีศาจแดง" เสียประตูที่สอง หลายคนมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ลินเดอเลิฟ ยืนผิดตำแหน่ง ทำให้ ลุค เดอ ยอง มีโอกาสซัดโล่งๆ ขณะที่ วาน-บิสซาก้า ก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้คู่แข่งได้เล่นสบายๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสียประตูอารมณ์ก็ถาโถมเข้าใส่นักเตะทุกคน

    ด้วยความที่ แฟร์นันด์ส พยายามชี้ให้เห็นถึงการเล่นที่ผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู แต่ด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ทำให้ ลินเดอเลิฟ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดแถมยังจัดการด่ากลับด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนกลายเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นกันไปแล้ว

    แม้ว่าหลังจบเกม โซลชา จะไม่ได้ตำหนิ ลินเดอเลิฟ ที่ทำพลาดในจังหวะนั้น แต่ก็ยอมรับว่าทีมควรมีการป้องกันจังหวะการเปิดบอลจากบริเวณด้านข้างให้ดีกว่า ซึ่งการพูดแบบนี้ดูเหมือนว่า "น้าลูกอม" จะบอกเป็นนัยๆ ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องหาคู่หูคนใหม่มาเล่นกับ แม็กไกวร์ ซะแล้ว

5. พลาดเข้าชิง 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้

    โซลา ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างมาในฤดูกาลนี้เมื่อเขาค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาและทะลุเข้าไปลุ้นความสำเร็จถึง 3 รายการได้แก่ คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้ง 3 ทัวร์นาเมนต์ เพราะต้องโบกมือลารอบตัดเชือกเรียบวุธ

    สำหรับในเกม คาราบาว คัพ ต้องพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือน ในขณะที่การดวลเกมฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก็ต้องเจอทีเด็ดของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ส่วนในการชิงชัยถ้วยใบเล็กยุโรป ต้องพ่ายให้กับเจ้าพ่อของโทรฟี่รายการนี้

    อย่างไรก็ตามในเกมยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก สิ่งหนึ่งน่าจะทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" พอจะมีรอยยิ้มอยู่บ้างก็คือสไตล์การเล่นที่สนุกเร้าใจ และสามารถไล่กดบดขยี้ เซบีย่า จนแทบอยู่หมัด แต่น่าเสียดายที่ทีมขาดความเฉียบคมทำให้พลาดโอกาสสำคัญๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วน

มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก

 "งูใหญ่" ทะยานเข้าชิงดำได้สำเร็จหลังไล่ถล่มเอาชนะ  ชัคตาร์ โดเนตส์ค แบบเละเทะ 5-0 เกมนี้ โรเมลู ลูกากู ควงรุ่นน้อง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงคนละสองเม็ด ก่อนพา อินเตอร์ มิลาน ทะยานเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นหนแรกในรอบ 22 ปี ของรายการนี้ โดยจะเข้าไปพบ เซบีย่า วันศุกร์นี้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า, ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

    เกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่าน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 เข้ามาพบกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครน ซึ่งคว้าชัยเหนือ บาเซิ่ล มาแบบไม่ยาก 4-1 โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับ เซบีย่า ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    อันโตนิโอ คอนเต้  เกมนี้ยังใช้แข้งชุดเก่งวางหน้าคู่เป็น  โรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ โดยมี แอสชลี่ย์ ยัง ขับเคลื่อนริมเส้นร่วมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และโรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ขณะที่ อดีตแชมป์ปี 2009 จากยูเครน ที่มี หลุยส์ กาสโตร คุมทัพยังฝากความหวังไว้ที่แข้ง บราซิเลี่ยน ทั้ง มาร์ลอส, อลัน แพทริค และ ไทซอน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก นาที 19 โอกาสยิงหนแรกของเกมกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่ได้โอกาสแล้วส่งบอลซุกก้นตาข่ายทันที หลังฉกความผิดพลาดของ อังเดร เปียตอฟ ผู้รักษาประตูของชัคตาร์ฯ ที่ออกบอลพลาด กลายเป็นจ่ายเลียดเข้ากลางก่อนโดน นิโกโล่ บาเรลล่า ตัดบอลขึ้นมาด้านขวา แล้วครอสมาในกรอบสุดแม่นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    นาที 26 อินเตอร์ฯ เกือบได้เสียวอีก หลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ พุ่งชาร์จไม่ตรงกรอบบอลเลยไปเสาไกล แม้ว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะพุ่งมาตามซ้ำแต่ซัดไปเข้าข้างตาข่าย ก่อนผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ มาร์ติเนซ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    กลายเป็น "งูใหญ่" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เสียมากกว่า นาที 34 ได้โอกาสส่องเข้ากรอบอีกหลัง ลูกากู โขกเช็ดต่อให้ นิโกโล่ บาเรลล่า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาบอลพุ่งติดไซด์จน อังเดร เปียตอฟ นายด่านดีกรีทีมชาติยูเครนต้องปัดออกหลังไป

    นาที 43 ชัคตาห์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์กอส อันโตนิโอ รับบอลจาก มาร์ลอส ก่อนหวดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเฉียดคานออกไป

    จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ขึ้นนำ ชัคตาห์ โดเนตส์ค 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "งูใหญ่" พลาดได้เม็ดที่สองอย่างน่าเสียดายหลัง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ฉกบอลจากแนวรับชัคตาห์ฯ ก่อนพยายามกระดกบอลกว่า 30 หลา ข้ามหัว อังเดร เปียตอฟ ทว่านายด่านของชัคตาห์ยังเหินปัดปลายนิ้วออกหลังไปได้หวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา แอชลี่ย์ ยัง จ่ายให้ ลูกากู ก่อนที่อดีตดาวยิง "ผีแดง" จะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 62 ชัคตาห์ฯ พลาดโอกาสทองในการตีเสมอ หลัง มิโกล่า มัตวิเยนโก้ ครอสบอลมาให้ จูเนียร์ โมราเอส ได้โขกโล่งๆหน้ากรอบแต่บอลยังไปตรงตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูได้

    เมื่อทำไม่ได้ นาที 64 มาเสียประตูที่สองให้ "งูใหญ่" หลัง มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาไกลให้ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ โขกย้อนหนีมือ อังเดร เปียตอฟ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ อินเตอร์ มิลาน นำห่าง 2-0

    รูปเกมยังเป็นลูกทีมของ คอนเต้ ที่โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 72 เกือบได้เม็ดสาม หลัง มาร์ติเนซ จ่ายให้ ลูกากู หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปตรงตัวนายด่านชัคตาห์

    ทว่า นาที 74 ทัพเนรัสซูรี่ มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 จนได้ หลัง โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน เปียตอฟ เข้าไปไม่เหลือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "งูใหญ่" มาพังประตูที่สี่จากการประสานงานของสองหัวหอกเหมือนเดิม คราวนี้ มาร์ติเนซ จ่ายออกขวาให้ โรเมลู ลูกากู แปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 83 ทัพงูใหญ่มาได้ประตูนำห่าง 5-0 คราวนี้ สเตฟาน เดอ ฟราย จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู พลิกบอลก่อนควบเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อังเดร เปียตอฟ เข้าไปเป็นประตูที่สองของอดีตดาวยิงปีศาจแดง

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน ไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค เละเทะ 5-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ เซบีย่า ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.81), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.85), โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง (คริสเตียโน่ บิรากี้ น.66) – โรเมลู ลูกากู (เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต้ น.85), เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.81) 

    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

     ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, ดาวิต โคชาโลว่า, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส (เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า น.75), อลัน แพทริค (มาเนอร์ โซโลแมน น.59), ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

    เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

    ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

กุลลิทเชียร์ผีรีบคว้าอูปาเมกาโน่เสริมทัพ

รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์เชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้รีบคว้าตัว ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวเก่งของ ไลป์ซิก มาร่วมทีมโดยด่วน

 แข้งวัย 21 ปีเล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ทีมเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ไปครองในขณะที่ทาง "ปีศาจแดง" ก็มีข่าวว่าต้องการเสริมทัพในตำแหน่งเซนเตอร์เพื่อมาจับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

 ทาง กุลลิท มั่นใจว่าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว อูปาเมกาโน่ ร่วมทีมได้สำเร็จ จะสร้างผลกระทบในแบบเดียวกับที่ตอน ลิเวอร์พูล ได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมเลย

 "สิ่งแรกที่ คล็อปป์ ทำกับ ลิเวอร์พูล คืออะไรล่ะ? เขาซื้อกองหลังชั้นดี, เขาซื้อผู้รักษาประตูฝีมือดีและกองหลังที่ดีเพราะทุกๆอย่างมันเริ่มต้นจากจุดนั้น" กุลลิท กล่าวผ่านบีอิน สปอร์ต

 "และผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเริ่มจากจุดนั้นเช่นกัน ผมมองเห็นบางอย่างที่มหัศจรรย์กับ ไลป์ซิก และ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ เขาโดดเด่นมาก (ในเกมกับ แอต.มาดริด)"

 "เขาเล่นกับบอลได้ เขาเข้าสกัดหนักหน่วง กองหลังคือจุดที่ผมจะเริ่มทำทีมหากผมเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด"

ผีเล็งสตาร์ยูเว่,หงส์ไม่โอเคค่าตัวติอาโก้!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

 

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะตอนนี้เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่ ลิเวอร์พูล กำลังไล่ล่าตัวอยู่ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องมองหาตัวเลือกอื่้่น เพราะโอกาสเหลือน้อยเต็มทีที่จะได้ตัว เจดอน ซานโช ส่วนทางฝั่ง เชลซี ตอนนี้ดูเหมือนกำลังมุ่งมั่นกับการแก้ปัญหาแนวรับ นอกจากนี้ยังมีอัพเดตสถานการณ์ของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า ด้วย แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เรามาติดตามกัน

 – (Official) เรอัล โซเซียดาด ประกาศคว้าตัว ดาบิด ซิลบา อดีตยอดมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2022

– (Official) จอห์น โอบิ มิเกล อดีตแข้งดัง เชลซี ย้ายร่วมทัพ สโต๊ค ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัว ด้วยสัญญาระยะสั้น 1 ปี หลังจากที่ตกลงยกเลิกสัญญากับ แทร็บซอนสปอร์ เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม

 – (Official) ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปล่อยตัว โอลิเวอร์ สคิปป์ กองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษ ให้ นอริช ซิตี้ ยืมใช้งานเป็นเวลา 1 ซีซั่น

 – ลิเวอร์พูล มีความสนใจอย่างจริงจังที่จะเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูงของ บาเยิร์น มิวนิค แต่ไม่โอเคที่จะจ่ายค่าตัว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ บาเยิร์น เรียกร้อย และยินดีที่จะรอเจรจาอีกรอบ หลัง "เสือใต้" เสร็จสิ้นภารกิจในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (Guardian)

– เรอัล มาดริด มีความสนใจในตัว ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก โดยยินดีจ่ายค่าตัวตามค่าฉีกสัญญา 45 ล้านยูโร (ประมาณ 1,665 ล้านบาท) ซึ่งเงื่อนไขนี้สามารถใช้ได้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 (AS)

 – ขณะที่ ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพทีมชาติโคลอมเบีย ต้องการที่จะย้ายออกจากทัพ "ราชันชุดขาว" ในช่วงซัมเมอร์นี้ และมีเป้าหมายที่จะค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (Goal)

 – วาเลนติโน่ ลาซาโร่ กองกลาง อินเตอร์ มิลาน เตรียมโยกซบ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แบบสัญญายืมตัว พ่วงด้วยออปชั่นซื้อขาด (Fabrizio Romano)

 – ยูเวนตุส พร้อมพิจารณาขาย เปาโล ดีบาล่า กองหน้าจอมเทคนิคชาวอาร์เจนไตน์ ช่วงซัมเมอร์นี้ โดยที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต่างกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง (Gazetta Dello Sport)

 – ฆาบี มาร์ติเนซ กองกลางเลือดกระทิงดุของ บาเยิร์น มิวนิค กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ ฟิออเรนติน่า โดยตัวนักเตะเตรียมเก็บข้าวของอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้ (Fabrizio Romano)

  – Subinho –

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน
Getty Images
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

สยามสปอร์ต
ตลาดนักเตะ
หลุยส์ ซัวเรซ
ลีกเอิง ฝรั่งเศส
ลาลีกา สเปน
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
ลิโอเนล เมสซี่
บุนเดสลีกา
กัลโช่ เซเรีย อา
ดาบิด ซิลบา
Siamsport
ตลาดนักเตะซื้อขาย

 

เศรษฐีเจลีก สวนกระแสทุ่ม 100 ล้าน สวนเศรษฐกิจฟุบ(มีคลิป)
วาสนาได้แค่รอบรองฯ ! ตัดเกรดนักเตะแมนยู พ่าย เซบีย่า
เดอะค็อปขนลุก! "คล็อปป์" ย้ำชัดแผนเดิมพัก1ปี
ทุบแล้ว…สนามประวัติศาสตร์ ไทยทำจีนน้ำตาท่วม
หงส์เล็กไป! "ชาบี" ลั่นคุมเฉพาะทีมใหญ่ในพรีเมียร์ฯ
งงกันเป็นแถว! "ซิลบา" เซ็นซบโซเซียดาดถึงปี2022
ยกเครื่อง!บาร์ซ่าเล็งโละยกชุดเหลือ4รายเท่านั้น
แพ้เพราะใคร!ชำแหละชัดจัดหนักแมนยูอกหักชวดชิงยูโรปา
ตำนานตลอดกาล!แมนซิตี้มอบเกียรติสร้างรูปปั้น "ซิลบา"
ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์มากประสบการณ์ เตรียมได้รับเกียรติสุดยิ่งใหญ่ เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประกาศสร้างรูปปั้นของเขาหลังจากนักเตะสร้างความสำเร็จให้กับ "เรือใบสีฟ้า" มากมายมหาศาลตลอดระยะเวลา 1 ทศวรรษที่อยู่กับสโมสรแห่งนี้
Siamsport
ความพยายามครั้งที่ 4 ของ "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า"
บ่อนเปิดราคากุนซือใหม่บาร์ซ่าเต็ง1-2ไม่ห่าง
ได้ครบแล้ว! เช็คผลงาน4สโมสรลุยรอบตัดเชือกชปล.2019/20
หลังจากที่ โอลิมปิก ลียง พลิกล็อกโค่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เราได้ครบทั้ง 4 สโมสรเรียบร้อย สำหรับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96 เลยทีเดียว ที่ไม่มีสโมสรจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ลา ลีกา
Siamsport
19

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เหนือชั้น!คอนเต้โวอินเตอร์เล่นงานชัคตาร์จนกลายเป็นธรรมดา
เหนือชั้น!คอนเต้โวอินเตอร์เล่นงานชัคตาร์จนกลายเป็นธรรมดา
ยูโรปา ลีก 4 ชั่วโมง ที่แล้ว
งงกันเป็นแถว! "ซิลบา" เซ็นซบโซเซียดาดถึงปี2022
งงกันเป็นแถว! "ซิลบา" เซ็นซบโซเซียดาดถึงปี2022
ลาลีกา สเปน 5 ชั่วโมง ที่แล้ว
ข่าวล่าสุด
 
สำคัญจริงๆ! แม็กไกวร์ แข้งลงเล่นมากสุดในซีซั่น 2019/2020
สำคัญจริงๆ! แม็กไกวร์ แข้งลงเล่นมากสุดในซีซั่น 2019/2020
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 ชั่วโมง ที่แล้ว
ตำนานตลอดกาล!แมนซิตี้มอบเกียรติสร้างรูปปั้น "ซิลบา"
ตำนานตลอดกาล!แมนซิตี้มอบเกียรติสร้างรูปปั้น "ซิลบา"
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 ชั่วโมง ที่แล้ว
ซึ้งนำตาคลอเบ้า! "ซิลบา" โพสต์อำลาเรือ,แฟนบอล
ซึ้งนำตาคลอเบ้า! "ซิลบา" โพสต์อำลาเรือ,แฟนบอล
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ชั่วโมง ที่แล้ว
ผีเล็งสตาร์ยูเว่,หงส์ไม่โอเคค่าตัวติอาโก้!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป
ผีเล็งสตาร์ยูเว่,หงส์ไม่โอเคค่าตัวติอาโก้!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ชั่วโมง ที่แล้ว
เหนือชั้น!คอนเต้โวอินเตอร์เล่นงานชัคตาร์จนกลายเป็นธรรมดา
เหนือชั้น!คอนเต้โวอินเตอร์เล่นงานชัคตาร์จนกลายเป็นธรรมดา
ยูโรปา ลีก 3 ชั่วโมง ที่แล้ว
งงกันเป็นแถว! "ซิลบา" เซ็นซบโซเซียดาดถึงปี2022
งงกันเป็นแถว! "ซิลบา" เซ็นซบโซเซียดาดถึงปี2022
ลาลีกา สเปน 4 ชั่วโมง ที่แล้ว
มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก
มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก
ยูโรปา ลีก 5 ชั่วโมง ที่แล้ว
"อาร์ตูร์" แสบส่งท้ายบาร์ซ่าโดนจับเมาแล้วขับ
"อาร์ตูร์" แสบส่งท้ายบาร์ซ่าโดนจับเมาแล้วขับ
ลาลีกา สเปน 5 ชั่วโมง ที่แล้ว
SIAMSPORT
อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล
ผลฟุตบอลทั่วโลก พรีเมียร์ลีก ไทยลีก ฟุตบอลโลก
ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล
จากสยามกีฬา สตาร์ซอคเก้อร์ สปอร์ตพูล…
 
 
 
 

 

ผีแดง-ราชันแล้วไง? “เดอ บีก” ยันอยู่ อาแจ็กซ์ฯ ต่อได้แบบไร้ปัญหา

ดอนนี ฟาน เดอ บีก ห้องเครื่องของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยืนยันว่าตัวเองไม่มีปัญหา หากอดย้ายทีมและต้องอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไป หลังก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด

"มันวุ่นวายมาก ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามในแง่ของตลาดซื้อขาย ไม่มีอะไรแน่นอนเลย"

"ผมยังเป็นนักเตะของอาแจ็กซ์ฯ และผมก็ภูมิใจที่ได้อยู่ที่นี่กับทีม ถ้าไม่มีไวรัสโคโรนา มันอาจเป็นอะไรที่ต่างออกไป ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เราต้องรอดูกันต่อไป"

"ผมยังอยู่ที่นี่และหลังจากหลายปีที่ผ่านมา ผมยังคงสนุกมาก ถ้าผมต้องอยู่กับอาแจ็กซ์ฯต่อ ผมก็ยังสนุก คุณจะไม่ได้ยินผมบ่นแน่" กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 23 ปีกล่าว

เศร้ากลับรังผี! “สมอลลิ่ง” โพสต์อำลาโรม่าสุดซึ้ง

 ลาก่อนกรุงโรม… คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังดาวดังชาวอังกฤษ โพสต์อำลา อาแอส โรม่า อย่างสุดซึ้ง หลังจากที่หมดสัญญายืมตัว พร้อมอวยพรให้ทีมโชคดีในการดวลกับ เซบีย่า วันพฤหัสบดีนี้
     คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี โพสต์ข้อความขอบคุณและอำลา อาแอส โรม่า สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ภายหลังจากที่หมดสัญญายืมตัว และต้องกลับไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

     สมอลลิ่ง ย้ายไปเล่นให้กับทัพ "หมาป่าแห่งกรุงโรม" แบบสัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยลงเล่นให้ โรม่า รวมทุกรายการ 37 นัด ทำได้ 3 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ แต่ด้วยการที่สัญญายืมตัวมีอายุแค่จนจบฤดูกาลในศึก กัลโช่ เซเรีย อา เท่านั้น ทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องหวนกลับสู่รัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และไม่ได้ช่วย โรม่า ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่มีคิวดวลกับ เซบีย่า วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคมนี้ 

     "ผมรู้สึกเสียใจมาก ที่ผมไม่สามารถอยู่ช่วยทีมที่ผมเริ่มต้นด้วยในฤดูกาลนี้จนจบ การได้รับความรักในช่วงเวลาอันสั้นครั้งนี้ มันเป็นอะไรที่วิเศษมาก และจะไม่มีวันลืมเลย ผมขอขอบคุณเพื่อนๆ นักเตะและสต๊าฟฟ์ทุกคน ขอให้โชคดีในการเจอกับ เซบีย่า ดาเย โรม่า!" ปราการหลังร่างใหญ่วัย 30 ปี โพสต์ข้อความลง ทวิตเตอร์ ส่วนตัว
 

 

ตำนานแมนยูเชื่อมี “ซานโช” เพิ่มแนวรุกเหมือนปี1999

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตหัวหอกจอมลีลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระตุ้นต้นสังกัดเก่ายอมควักเงินแบบไม่มีอิดออดเพื่อคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาเสริมทัพด่วน เพราะทีมจะมีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลายเหมือนสมัยเมื่อปี 1999 ซึ่งนำไปสู่การคว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่
              ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ตำนานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย มั่นอกมั่นใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อการดึง เจดอน ซานโช ปีกฟอร์มแรง มาร่วมทีมจะทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" มีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลาย เหมือนสมัยที่ทีมเคยมี 4 ประสานในชุดที่คว้าทริปเบิลแชมป์ เมื่อปี 1999 

              ซานโช เป็นเป้าหมายหลักของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ที่หวังจะดึงมาประสานงานร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล โดยมีการคาดการณ์ว่านักเตะจะย้ายมาร่วมทีมหาก "ปีศาจแดง" ยินดีจ่ายค่าตัวจำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท) ให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

              สำหรับเม็ดเงินดังกล่าวหลายคนอาจจะมาว่าสูงเกินไปในยุคที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก แต่ เบอร์บาตอฟ มองอีกมุมว่างานนี้ "ผีแดง" ควรยินดีจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพราะ ซานโช จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สามารถนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่เหมือนกับเมื่อปี 1999

             "เบิร์บ" เผยว่าในตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีแนวรุกทีเด็ดทั้ง โซลชา, ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่สลับสับเปลี่ยนลงไปช่วยกันยิ่งประตูคู่แข่งเป็นว่าเล่น ฉะนั้นหากต้นสังกัดเก่าของตนอยากประสบความสำเร็จแบบนั้นอีกครั้งก็ควรต้องทุ่มเงินซื้อซานโช มาเสริมแกร่ง

             "เจดอน ซานโช จะเป็นการเซ็นสัญญาที่สุดแสนวิเศษสำหรับทุกๆ ทีม รวมทั้ง ยูไนเต็ด ด้วย มันเป็นปัญหาที่ดีเยี่ยมหากมีตัวเลือกในเกมรุกที่สุดยอดแบบนี้ แต่มันก็จะนำไปสู่ความยากลำบากในการตัดสินใจ บางคนต้องนั่งอยู่ข้างสนาม และ โอเล่ จะต้องเป็นคนบอกเรื่องนี้กับนักเตะเหล่านั้น"

             "อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอรด์ คงจะทำผลงานได้อย่างสุดยอดในวงการฟุตบอล ส่วน กรีนวู้ด ตอนนี้สมควรที่จะให้โอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และผมไม่อยากเห็นเขาต้องเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เรารู้ว่า ยูไนเต็ด สามารถจ่ายเงินสำหรับ ซานโช ได้ และถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้น สโมสรคงจะมีความสุข"

            "ค่าตัวกว่า 100 ล้านปอนด์ มันเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทุกๆ คนที่ยูไนเต็ด กำลังจับตามองการย้ายทีมครั้งนี้ แรชฟอร์ด น่าจะรู้ดีว่า ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และพวกเขาคงจะยินดีที่จะได้แข่งกันเพื่อแย่งตำแหน่งในทีม แต่ผู้เล่นเกมรุกมักจะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจของพวกเขา"

            "หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้น พวกเขาต้องการที่จะได้ตำแหน่งของตัวเองในทีม ถ้าพวกเขายินดีจ่ายเงินเป็นสถิติสโมสรเพื่อซานโช ไม่มีใครคาดหวังว่านักเตะคนนี้จะนั่งอยูในซุ้มม้านั่งสำรอง ดังนั้นอย่างน้อยการลงตัวจริงของ ซานโช จะยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งมากขึ้น"

            "หากพิจารณากันดีๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมี โอเล่ , ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่ในทีมเดียวกัน และทำให้ทีมมีทางเลือกในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ โอเล่ คงจะคิดว่าเขาสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี" เบอร์บาตอฟ ระบุ

คนไร้บ้านตกถังข้าวสาร, ดีใจได้ออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ! ครบรอบ 10 ปี เบเบ้ เซ็นซบ แมนยู

เด็กๆ ทุกคนคาดหวังที่จะได้เซ็นสัญญากับสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สำหรับ ติอาโก้ มานูเอล ดิอาส คอร์เรร่า หรือ "เบเบ้" ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันเต็มไปด้วยฝันร้าย เพราะชีวิตที่ไม่มีโอกาสได้โลดแล่นในสนาม และเหมือนเป็นแค่ส่วนเกินของทัพ "ปีศาจแดง" เท่านั้น

    ช่วงสัปดาห์นี้ก็ถือเป็นการครบรอบ 10 ปีที่ ดาวเตะชาวโปรตุกีส ได้ย้ายมาสวมชุด "เร้ด เดวิลส์" โดยย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่รู้ว่าไปเกิดติดตาต้องใจอะไรในผลงานของ ดาวเตะที่เคยผ่านการฟุตบอลโลกของคนไร้บ้าน ถึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ควักกระเป๋า 7.4 ล้านปอนด์ (ราว 281 ล้านบาท) กระชากนักเตะรายนี้มาร่วมทัพ

     จริงๆ แล้วเรื่องนี้เริ่มมาจาก คาร์ลอส เคยรอซ มือขวาของ "ป๋า" ที่ประทับใจฟอร์มการเล่นของ เบเบ้ และใช้วาจาราวกับสาลิกาลิ้นทองจน "เซอร์เฟอร์กี้" ต้องเข้าไปพบกับบอร์ดบริหารเพื่อให้ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับ วิคตอเรีย กีมาไรส์  ต้นสังกัดของนักเตะทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเห็นผลงานของเขาเลยด้วยซ้ำ

 

     เรื่องราวของ เบเบ้ มันช่างเหมือนกับเทพนิยายที่ยาจกได้กลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน แต่สุดท้าย เบเบ้ ก็ได้พบกับโลกแห่งความเป็นจริงว่าการย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามสำหรับชีวิตเขาเลย ขณะที่ "ผีแดง" ก็ได้รับบทเรียนเพราะนี่คือหนึ่งในดีลที่น่าผิดหวังที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลยทีเดียว

     เบเบ้ ต้องระเห็จ ออกจาก "โรงละครแห่งความฝัน" ในปี 2014 พร้อมกับสถิติที่แสนเลิศเลอนั่นก็คือการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เพียงแค่ 7 เกมในทุกรายการตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ได้เป็น "เด็กผี" โดยในวันที่ก้าวเท้าออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด นักเตะเคยให้สัมภาษณ์ว่าคนได้พบกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิต เมื่อได้ทราบว่าถูกขายให้กับ เบนฟิก้า !!!
 

ช่วงแรกเริ่มของชีวิต

     หลังจากที่โดนทอดทิ้งจากพ่อแม่บังเกิดเกล้า เบเบ้ ได้ใช้ช่วงเวลาในชีวิตเกือบ 10 ปีจากการอาศัยอยู่ในที่พักพิงของคนไร้บ้าน ซึ่งที่นี่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้การร่ำเรียนเขียนอ่าน และศาสตร์ลูกหนัง ที่จะใช้เอาไว้หาเลี้ยงชีพในอนาคตของเขา

         "ผมอาศัยอยู่ในสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าถึง 8 ปี ที่นั่นผมไม่ได้ชื่นชอบฟุตบอลเลย แต่เพื่อนๆ ของผมอยากเล่นฟุตบอลกันตลอด และผมไม่มีทางเลือกก็เลยต้องจำใจเข้าร่วมเล่นด้วย" เบเบ้ กล่าว โดยหารู้ไม่ว่า นี่คือจุดกำเนิดที่ทำให้เขามีโอกาสได้ย้ายไปสู่สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

 

 

ฟุตบอลโลกคนไร้บ้าน

     เบเบ้ ได้พบกับช่วงเวลาที่สุดเหลือเชื่อ หลังจากที่เขาได้รับการเลือกตัวให้เป็นตัวแทนทีมชาติโปรตุเกส ลงแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกคนไร้บ้าน โดยในเวลานั้นเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกขำมากๆ ที่ได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ที่ไม่เคยรู้จักเลยด้วยซ้ำ

         "พวกเขาขอให้ผมเดินทางไปเล่นฟุตบอลโลกคนไร้บ้าน และผมก็ตอบตกลง ผมไปที่นั่นเพราะมันเป็นอะไรที่ตลกดี แต่ก็ยิงได้ 40 ประตูจากการเล่น 6 แมตช์"

         สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่านั้นก็คือ เบเบ้ ยอมรับว่าอยากที่จะใช้ชีวิตแบบคนไร้บ้าน มากกว่าที่จะย้ายไปเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล โดยเจ้าตัวได้อธิบายในเรื่องนี้ว่า "ผมไม่อยากเซ็นสัญญากับทีมไหนทั้งนั้น เพราะผมไม่ได้อยากย้ายออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มันยากจะทำใจที่ต้องย้ายออกไป ที่นั่นเวลาที่ผมกลับไปสามารถนอนเมื่อไหร่ก็ได้ที่ผมต้องการ"
    

ดั่งเทพนิยายได้ย้ายมาอยู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่อนี่คอลูกหนังทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีว่ามันคือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ มีแฟนบอลมากที่สุดในโลก ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เบเบ้ ซึ่งไม่มีประสบการณ์ลูกหนังระดับสูงเลย เชื่อว่าหากเขาพูดเรื่องที่ "ปีศาจแดง" สนใจอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม คงมีแต่คนหัวเราะเยาะใส่

         เรื่องราวดั่งเทพนิยายเกิดขึ้นเพียงแค่ 5 สัปดาห์หลังจากที่เขาย้ายจาก เอสเตรลล่า อามาโดร่า ทีมในดิวิชั่น 3 ของโปรตุเกส มาเล่นกับ วิคตอเรีย กีมาไรส์ สโมสรในลีกสูงสุดแดนฝอยทอง "ผมแทบไม่อยากเชื่อตัวเองจริงๆ ผมรู้ว่าชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ และก็คิดว่าคงมีใครซักคนที่คิดเหมือนกับผม"

 

         "ถ้าคุณได้เล่นให้กับทีมในระดับดิวิชั่น 3 หรือ 4 ในโปรตุเกส และทันใดนั้นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลกโทรมาหคุณ ผมคิดว่าทุกๆ คนคงคิดแบบว่า -นี่มันเรื่องจริงหรือเปล่า ?- ในช่วงหนึ่งหรือสองสัปดาห์ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันอาจจะเป็นแค่การเล่นตลกของพวกเขา ตอนที่ผมเซ็นสัญญา ผมไม่ได้เดินทางไปอังกฤษ แต่ใช้เวลา 4 วันในโปรตุเกส และผมยังคงคิดว่าพวกเขาอำเล่นหรือเปล่า"

 

         "ผมเดินทางไปที่ แคร์ริงตัน (สนามซ้อมแมนฯ ยูไนเต็ด) ผมได้พบกับเพื่อนร่วมทีมครั้งแรก แต่ผมยังคงคิดว่านี่มันเรื่องโกหกใช่ไหม ! แต่ในช่วงเวลานั้นผมได้พูดคุยกับ เฟอร์กูสัน ซึ่งตอนนั้นผมคิดว่า -ในที่สุดผมก็ได้มาอยู่ที่นี่จริงๆ- ในหัวของผมเริ่มเชื่อแล้วว่านี่คือเรื่องจริง มันต้องใช้อะไรเยอะมากถึงจะเชื่อเรื่องนี้ !"

 

สวรรค์ล่ม ! 4 ปีกับชีวิตในฐานะนักเตะ "เร้ด เดวิลส์"

     เบเบ้ สามารถซัดประตูได้ติดต่อกันในเกมพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส และ บูร์ซาสปอร์ ซึ่งเป็นเกมเปิดตัวในการเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเขา จากนั้นนักเตะได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นตัวจริง 3 เกมให้กับทีมชุดใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทั้งหมดนี้เป็นการแข่งขันในเกมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น

 

     สำหรับเกมพรีเมียร์ลีก นักเตะแทบไม่มีโอกาสสอดแทรกเข้ามาสู่ทีมเลย และได้สัมผัสเกมลีกสูงสุดในเมืองผู้ดีแค่ 2 นัดซึ่งลงสนามในฐานะตัวสำรองเมื่อฤดูกาล 2010/11 ผลงานแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เบเบ้ โดนสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต้องข้อสงสัยเรื่องศักยภาพ

     เบเบ้ ต้องพบกับชีวิตที่แสนยากลำบากเมื่อเขาแทบไม่ได้มีชื่อในทัพ "ปีศาจแดง" สำหรับลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก และที่ย่ำแย่ก็คือยิงได้แค่ 2 ประตูเท่านั้นภายใต้ชุดสีแดงเพลิง ก่อนที่จะโดนปล่อยให้ เบซิคตัส, ริโอ อาฟ และปากอส เดอ แฟร์ไรร่า ยืมตัวไปใช้งาน

 
สิ้นสุดกันทีกับชีวิตลำเค็ญใน "เธียเตอร์ ออฟ ดรีม"

     เวลาแห่งเทพนิยายของ เบเบ้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มาถึงทางตันเรียบร้อยแล้ว โดย "ปีศาจแดง" ยอมตัดใจขายแบบขาดทุนให้กับ เบนฟิก้า ด้วยสนนราคาประมาณ 2.4 ล้านปอนด์ (ราว 91.2 ล้านบาท)  ซึ่งพวกเขาขาดทุนไปถึง 5 ล้านปอนด์ (ราว 190 ล้านบาท)

      การย้ายออกจาก "โรงละครแห่งความฝัน" สำหรับนักเตะคนอื่นๆ คงเสียใจเพราะต้องโบกมือลาสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่กับ เบเบ้ นี่คือความสุขที่สุดเพราะเขาจะได้มีโอกาสได้โชว์ศักยภาพที่แท้จริงกับสโมสรอื่นที่มีความเชื่อมั่นในความสามารถของเขา

 

         "ทุกๆ วันผมโทรคุยกับเอเจนต์ของผมเพื่อสอบถามเขาว่าผมจะได้ย้ายออกไปไหม มันเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายจริงๆ เมื่อคุณไม่ได้ลงเล่น แม้ว่าคุณจะอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่คุณไม่มีความสุข ดังนั้นจะอยู่ต่อไปทำไมละ ? ผมจำได้ว่าผมมักจะได้ลงเล่นให้ ยูไนเต็ด ร่วมกับทีมเยาวชน และเอเจนต์ของผมโทรมาหาผม พร้อมกับบอกว่าผมจะถูกขายไปให้กับ เบนฟิก้า"

         "บอกเลยว่านั่นคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ! ผมเป็นแฟนบอลเบนฟิก้า มันเป็นความฝันมาตลอดที่จะได้ไปเล่นที่นี่ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่เชียร์เบนฟิก้า ผมนอนไม่หลับเลยในวันนั้น ! ผมบอกเลยว่าผมตื่นตลอดทั้งคืนจริงๆ"

 

 

เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ?

     การเล่นให้ เบนฟิก้า ก็ไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาที่อยู่กับ "ปีศาจแดง" เบเบ้ ได้ลงสนามให้กับ "เหยี่ยวลิสบอน" แค่ 6 เกมจากทุกรายการ และยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ที่สำคัญนักเตะลงเล่นในเกมลีกแดนฝอยทองเพียงแค่ 1 แมตช์เท่านั้นซึ่งถือว่าย่ำแย่สุดๆ

     จากนั้นนักเตะโดนส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ  กอร์โดบา ทีมในลีกสเปน ซึ่งนักเตะควานหาประตูไม่ได้เลย 18 เกม และได้ย้ายไปอยู่กับ ราโย่ บาเยกาโน่ แบบยืมตัวเขายิงได้ 3 ประตูจากการลงสนามในเกมลีกแดนกระทิงดุ 34 แมตช์ ต่อมาในปี 2016 เออิบาร์ ที่ยื่นข้อเสนอให้กับเขาได้ย้ายมาเล่นในสเปนแบบถาวร

 

     ช่วงเวลา 18 เดือนที่ได้เล่นให้กับ เออิบาร์ นักเตะสามารถซัดไป 3 ประตู และ 4 แอสซิสต์ จากการเล่นเกมลีก 29 แมตช์ ในเดือนมกราคม 2018 เขาได้ย้ายมาเล่นแบบยืมตัวกับ ราโย่ บาเยกาโน่ อีกครั้ง โดยในครั้งนี้สโมสรต้องลงไปเล่นในเซกุนด้า ดิวิชั่น หรือ ระดับดิวิชั่น 2 และเขายิงได้ 3 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ตลอด 17 เกมซึ่งนักเตะพอจะมีความดีความชอบเมื่อช่วยให้ทีมหวนคืนสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

      เบเบ้ ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญาถาวรกับ บาเยกาโน่ ในเดือนสิงหาคม เมื่อ 2 ปีก่อน อย่างไรก็ตามการย้ายมาเล่นกับ บาเยกาโน่ ไม่ได้โสภาสถาพร เพราะสุดท้ายแล้วทีมจบซีซั่น 2018/19ในอันดับบ๊วย ส่งผลให้ต้องหล่นไปเล่นในระดับเซกุนด้า ดิวิชั่น อีกครั้ง โดยในฤดูกาล 2019/2020 พวกเขาจบอันดับ 7 ของตารางลีก

 

     ในส่วนผลงานของ อดีตกองหน้าทีมชาติโปรตุเกส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ก็เป็นไปตามสภาพเมื่อลงสนาม 95 แมตช์ และยิงได้ 10 ประตู กับ 12 แอสซิสต์ ถือว่าไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ก็ไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟกต์ จนทำให้หลายๆ สโมสรอยากได้ตัวเขาไปร่วมทัพ
 

ย้อนความหลังกับชีวิตนักเตะอาชีพที่แสนเหลือเชื่อ

     ปัจจุบัน เบเบ้ ก็เหมือนกับนักเตะอาชีพหลายๆ คนที่นิยมศิลปะบนเรือนร่างโดยเจ้าตัวก็ชื่นชอบการสัก และยังหันมาไว้หนวดเครา ซึ่งแตกต่างจากสมัยที่ยังเป็นหนุ่มวัยละอ่อน ตอนที่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อทศรรษที่ผ่านมา

          นักเตะเพิ่งจะฉลองอายุครบ 30 ปีเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และปัจจุบันมีผู้คนเข้ามากดติดตามในอินสตาแกรมของเขาถึง 45,300 ฟอลโลว์ โดยตอนนี้เขาอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายหลังได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เล่นฟุตบอลอาชีพ และยังไม่สามารถกลับมาฟิตสมบูรณ์แม้จะเข้ารับการผ่าตัดไปแล้วก็ตาม

         จากคนธรรมดาสามัญในช่วงชีวิตแรกๆ ปัจจุบัน เบเบ้ กลายเป็นคนที่มีชีวิตสุขสบาย และมีไลฟ์สไตล์หรูหรา โดยสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ "มันเป็นอะไรที่บ้าบอที่สุด ผมอยู่ในโรงเรียน และได้รับเงิน 1,000 ยูโร (ราว 35,000 บาท) สำหรับผมมันเหมือนถูกรางวัลยูโรมิลเลี่ยนส์ชัดๆ"

      แต่หลังจากที่เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นักเตะได้รับเงินโบนัสมากถึง 500,000 ปอนด์ (ราว 19 ล้านบาท) และยังได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 22,000 ปอนด์ (ราว 836,000 บาท) ต่อสัปดาห์ แน่นอนว่าการมีรายได้มหาศาลแบบนั้นทำให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมกลายเป็นคนที่ชื่นชอบการชอปปิ้งไปโดยปริยาย

         "ช่วงแรกบางทีคุณอยากที่จะซื้อของมากมายที่คุณไม่เคยมี และตอนนี้คุณสามารถทำได้ ตอนที่เห็นรองเท้าราคา 200 ยูโร (ราว 7,000 บาท) และนั่นเป็นสิ่งที่คุณยายของคุณไม่มีทางซื้อให้คุณได้ แต่ตอนนี้คุณสามารถซื้อได้ คุณสามารถซื้อของพวกนี้ให้พี่น้องของคุณ คุณสามารถซื้อรถได้แบบสบายๆ"

         "ช่วงคริสต์มาส คุณก็สามารถซื้อของขวัญให้กับทุกๆ คน หรือให้ของขวัญใครซักคนในวันเกิดของพวกเขา มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตกับการมีโอกาสได้งานที่ทำให้คุณสามารถช่วยเหลือครอบครัวของคุณได้"

 

     ในวันที่เขาได้รับเงินก้อนแรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มันเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืมได้เลย "ตอนที่ผมได้รับซองที่ใส่เงินเดือนก้อนแรก ผมจำได้ว่าผมกลับไปหาคนที่เอาซองมาให้ผม แล้วก็ถามว่านี่เป็นเงินสำหรับ 5 เดือนเหรอ เขาบอกว่ามันแค่เดือนเดียวเท่านั้น แค่นั้นแหละผมก็เริ่มหัวเราะออกมาเลย"

      ปัจจุบันการที่ เบเบ้ มีชีวิตที่หรูหราสุขสบายส่วนหนึ่งมาจากการที่เขาได้เป็นนักฟุตบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ในขณะเดียวกันสิ่งนี่ก็ถือบทเรียนราคาแพงสำหรับ "ปีศาจแดง" ที่ต้องจดจำไปตลอดกาลกับการซื้อนักเตะซักคนมาร่วมทีม !!!