โอบาเมย็องไร้สกอร์ 5 เกมติดครั้งแรกในรอบ 6 ปี

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ไร้ชื่อบนสกอร์บอร์ด 5 เกมติดต่อกันเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี หลังจากที่ อาร์เซน่อล เปิดบ้านพ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
  
ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้ากัปตันทีม อาร์เซน่อล ต้องเจอสถิติเลวร้ายที่ไม่น่าจดจำ เมื่อเจ้าตัวไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูติดต่อกัน 5 นัดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

โอบาเมย็อง คือผู้เล่นคนสำคัญของ ‘เดอะ กันเนอร์ส’ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และเป็นคีย์แมนที่พา อาร์เซน่อล คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ โดยตลอดฤดูกาล 2019/20 กองหน้าทีมชาติกาบอง ซัดไป 29 ประตู จากทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะหลังจากที่ โอบาเมย็อง ทำประตูได้ในเกมเปิดฤดูกาลที่เอาชนะ ฟูแล่ม 3-0 และจรดปากกาต่อสัญญากับ ‘ไอ้ปืนใหญ่" ออกไป นับตั้งแต่นั้นเจ้าตัวกลับทำประตูไม่ได้อีกเลย ซึ่งนับเป็นจำนวน 5 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้ว โดยสถิติไร้สกอร์ 5 เกมติดครั้งสุดท้าย เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 สมัยที่เขายังค้าแข้งกับ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์

 

เลสเตอร์เร่งฟอร์ม! “แมดดิสัน”คุมเกมรออัดซอร์ย่าศึกยูโรปาลีก

"จิ้งจอก" เลสเตอร์ ผลงานในลีกสองเกมหลังจบมือเปล่า เกมนี้ขอเร่งฟอร์มให้ได้ เจมส์ แมดดิสัน อาสาคุมแดนกลางลงสู้ทีมเยือน ซอร์ย่า สโมสรแกร่งจากยูเครน ประเดิมรับสามแต้มแมตช์นี้ ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
ปรีวิวฟุตบอลยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี (นัดแรก)
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) – ซอร์ย่า (ยูเครน)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เทรนเนอร์ของเลสเตอร์ ซิตี้พาทีมลงสนามเกมล่าสุด โดนแอสตัน วิลล่าบุกมาเฉือนชนะไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-0 อย่างน่าเสียดาย ทำให้พวกเขาแพ้รวด 2 เกมติด

    ความพร้อมของทีมเวลานี้ ร็อดเจอร์ส ได้ออกมายืนยันแล้วว่า เจมี่ วาร์ดี้ หอกตัวความหวังของทีม จะยังไม่สามารถลงช่วยทีมในเกมนี้ได้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่น่อง คาดว่าจะกลับมาในนัดที่จิ้งจอกจะบุกไปเยือนอาร์เซน่อล ในวันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้

    เช่นเดียวกับ วิลเฟรด เอ็นดิดี้, ริคาร์โด้ เปเรยร่า, แดเนียล อามาร์ตีย์ และ คักลาร์ โซยุนชู ที่ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บ

    เชื่อว่าเกมนี้ ร็อดเจอร์ส จะมีการปรับเปลี่ยนทัพอยู่พอสมควรเนื่องจากต้องเซฟพวกแกนหลักไว้ใช้ในเกมลีก ที่ต้องเจอไอ้ปืนใหญ่ โดยจะส่งพวกสำรองลงอย่าง  เวส มอร์แกน, มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ฮัมซ่า เชาด์รี่, เจมส์ แมดดิสัน และ เจนกิซ อุนเดอร์

    วิคเตอร์ สคริปนิค เทรเนอร์ของซอร์ย่า พาทีมลงสนามเกมล่าสุด เจ๊ากับ โคลอส 1-1 ทำให้พวกเขาไม่แพ้ใครมา 5 เกมติด

    ขุมกำลังเวลานี้ สคริปนิค จะยังคงไม่ได้ใช้งาน เซาด์รี่ มาคารัดเซ่ ผู้รักษาประตู และ มักซิม คาซาคอฟ กองกลาง ที่มีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนามในเกมนี้

    ส่วนแข้งแกนหลักรายอื่นๆ ต่างพร้อมกันช่วยทีมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ซายยัดมาเนช กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ที่ยืมมาจากเฟเนร์บาห์เช่, มีคีต้า เชฟเชนโก้ นายประตูกัปตันทีม,โจเอล อาบู ฮันน่า, วลาดิสลาฟ โคเชอร์กิน, วลาดิสลาฟ คาบาเยฟ และ อังเดรจ์ส ซิกานิคส์

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์, เจมส์ จัสติน – น็อมปาลิส เมนดี้ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, ฮัมซ่า เชาด์รี่, เจมส์ แมดดิสัน, เจนกิซ อุนเดอร์ – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    ซอร์ย่า (4-5-1) : มีคีต้า เชฟเชนโก้ – เดนิส ฟาโวรอฟ, วิตาลี่ เวอร์นีดุบ, โจเอล อาบู ฮันน่า, จูนินโญ่ เลโอวิกิโด้ – ลอฟโร่ ซเว็ค, วลาดิสลาฟ โคเชอร์กิน, เยกอร์ นาซารีน่า, วลาดิสลาฟ คาบาเยฟ, อังเดรจ์ส ซิกานิคส์ – อัลลาห์ยาร์ ซายยัดมาเนช  

ผู้จัดการทีม : วิคเตอร์ สคริปนิค    

ผู้ตัดสิน : สเตฟานี่ ฟรัปปาร์ (ฝรั่งเศส)

โอบาฮีโร่-เลโน่มีเหวอ! อาร์เซน่อลรัว4นาทีสอยราปิดเปิดยูโรปาลีก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หวิดสิ้นชื่อเกมนี้ เมื่อ แบรนด์ เลโน่ ทำพลาด ก่อนเป็น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลงตัวสำรองมากระหน่ำประตูชัยบุกเชือด ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มประเดิมบอลยุโรปใบนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ สตาดิโอน

ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ฟอร์มในลีกล่าสุดแพ้ แมนซิตี้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใส่ชื่อ "ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง" เป็นสำรอง แดนกลางใช้ "โธมัส ปาร์เตย์" ประเดิมบอลยุโรปนัดแรกกับทีม บุกบ้าน ราปิด เวียนนา รองจ่าฝูงลีกออสเตรีย ของเทรนเนอร์ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ จัดผู้เล่นฟูลทัพนำโดยดาวยิงตัวทีเด็ดอย่าง "ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส" พร้อมซัดตาข่ายนำชัย

ปืนใหญ่เกือบนำนาทีที่ 15 เซดริก โซอาเรส เปิดลูกฟรีคิกทางขวาของสนามระยะเกือบ 25 หลา บอลลอยมาในเขตโทษเยื้องมาทางซ้าย ดาวิด ลุยซ์ โถมหัวโขกบอลกระดอนพื้นถูกนายทวารเจ้าบ้านทุบทิ้งออกมาได้

เจ้าบ้านหวิดทำได้นาทีที่ 19 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส โยกมาทางริมสนามด้านขวาตามดีดคืนให้ เคลวิน อราเซ่ รับบอลจ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ หัวหอกปรี่มายิงไขว้หลังไปแฉลบตัว กาเบรียล มากัลเญส ลอยเกือบข้ามตัว แบรนด์ เลโน่ ยังดีที่นายด่านทีมเยือนปัดไว้ทัน

ผ่านมานาทีที่ 31 นิโคลัส เปเป้ ลากบอลลุยมาคนเดียวทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนโชว์ลีลาสับขาโยกหลอกผู้เล่นเจ้าถิ่นตัดเข้าเหลี่ยมปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งไม่พอออกข้างเสาสองไปไกลพอควร

ราปิดสร้างโอกาสนาทีที่ 36 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ลงต่ำมารับบอล เลี้ยงกินระยะมาถึงกลางสนาม 25 หลา ตัดสินใจส่องไกล บอลทิศทางติดไซต์โป้งเล็กน้อย แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ แบรนด์ เลโน่ มือกาวปืนโตรับสบาย

เจ้าบ้านบุกอีกนาทีที่ 43 มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ ครอสบอลจากริมเส้นทางซ้าย บอลโค้งมาที่ เออร์คาน คาร่า หันหลังแตะบอลหนี ดาวิด ลุยซ์ พลิกมายิงบอลแต่เลี้ยวมากไปผ่านหน้าปากประตูออกไป จบ 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ราปิดได้เฮนาทีที่ 51 ดาวิด ลุยซ์ จ่ายบอลเล่นสั้นหน้าเขตโทษ ส่งคืนไปที่ แบรนด์ เลโน่ แปะบอลเบาไปติดตัว เออร์คาน คาร่า ที่ปรี่มาดักบอลเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ยิงสวนเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

ปืนใหญ่เกือบแย่หนักนาทีที่ 59 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ไหลคืนหลังมาที่ แบรนด์ เลโน่ ถูก เออร์คาน คาร่า ตามมากดดัน จนนายทวารปืนใหญ่เตะออกมาไม่ดีเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส เก็บบอลกระชากมาตรงเส้นเขตโทษ ก่อนซัดบอลติดเซฟมือกาวชาวเยอรมันแก้ตัวได้ดี

ทีมเยือนตีเจ๊านาทีที่ 70 นิโคลัส เปเป้ ทิ้งลูกฟรีคิกทางสนามฝั่งขวาระยะเกือบ 30 หลา บอลโด่งมากลางเขตโทษ ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาโหม่งสวนตัว ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์ มือกาวเจ้าบ้านที่ออกมาไม่เจอบอลตุงตาข่ายไป

และแล้วนาทีที่ 74 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ แทงบอลกลางสนามทะลุช่องมาให้ เอ็คตอร์ เบเยริน สอดหลุดมาในเขตโทษทางขวาปาดมาหน้าปากประตูไปที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แปเข้าตุงประตูง่ายดาย จบเกม อาร์เซน่อล บุกไล่แซง ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มเปิดหัวยูโรปาลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ราปิด เวียนนา (3-4-3): ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์,ฟิลิป สตอยโควิช,มักซิมิเลียน โฮฟมันน์,มาเตโอ บารัช,เคลวิน อราเซ่ (ธอร์สเท่น ชิค น.79),เดยัน ลูบิซิช,เซอร์ดาน กราโฮวัช,มักซิมิเลียน อูลล์มันน์,เออร์คาน คาร่า (โคยะ คิตางาวะ น.76),มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ (คริสโตเฟอร์ คลัสมุนเนอร์ น.88),ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส

อาร์เซน่อล (4-4-2): แบรนด์ เลโน่,เซดริก โซอาเรส (เอ็คตอร์ เบเยริน น.61),ดาวิด ลุยซ์,กาเบรียล มากัลเญส,เซอัด โคลาซินัช,นิโคลัส เปเป้,โธมัส ปาร์เตย์,โมฮาเหม็ด เอลเนนี่,บูกาโย ซาก้า (คีแรน เทียร์นี่ย์ น.84),เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.61),อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.84)

ปืนสะดุ้ง!เป๊ปแย้มอเกวโร่ฟิตทันฉะอาร์เซน่อล

แนวรับ อาร์เซน่อล มีหนาว… ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แย้มเอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงเลือด "ฟ้า-ขาว" มีแววฟิตทันช่วยทีมในเกมดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" คืนวันนี้ หลังพักแข้งมานานหลายเดือน
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนจะรอเช็คความฟิตของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่า จะใส่ชื่อ "เอล กุน" อยู่ในทีมหรือไม่ สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ดวลกับ อาร์เซน่อล คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 

อเกวโร่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ทว่าเจ้าตัวกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นสัปดาห์แล้ว และล่าสุด กวาร์ดิโอล่า แย้มว่า มีโอกาสทีเดียวที่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี จะฟิตทันเกมเจอกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

"วันพรุ่งนี้ เราจะมีการซ้อมช่วงเช้า และหลังจากนั้นก็จะตัดสินใจได้ว่า เขาฟิตหรือไม่ เขาซ้อมได้ดีมากๆ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้เล่นมานาน 3 หรือ 4 เดือนแล้ว ยังไงก็รอดูกันอีกทีแล้วกัน" กุนซือเลือดกระทิงดุวัย 49 ปี กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนเก่ง จะไม่ได้ช่วยทีมแน่นอน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียม เกมเจอกับ อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตัวเลขช่วยยัน! เมื่อ โอซิล ไม่จำเป็นกับ อาร์เซน่อล อีกต่อไป

ถ้าจะบอกว่าตอนนี้ เมซุต โอซิล แค่รอนับวันย้ายออกจาก อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการมันก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาถึงขั้นไม่ถูกทีมใส่ชื่ออยู่ในขุมกำลังชุดที่จะได้สิทธิ์เล่นทั้งเกมระดับ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก โดยสาเหตุที่ทำให้เป็นอย่างนั้นมีทั้งการลือว่ามันเป็นเพราะเรื่องผลงานของเขาล้วนๆ และเรื่องการตลาดจากการที่เจ้าตัวเคยด่าประเทศจีนในกรณีที่ปฎิบัติกับชาวอุยกูร์แบบไม่เป็นธรรม
    การที่นักเตะซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังระดับ โอซิล ถูกต้นสังกัดมองข้ามมากถึงขนาดนี้ทำให้หลายคนใจหายไม่น้อย เพราะคงมีไม่กี่คนที่จะเคยคิดว่านักเตะที่เคยได้แชมป์มากมายก่ายกอง รวมถึงรับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของทีมที่ 350,000 ปอนด์ จะไม่มีที่ว่างแม้กระทั่งเป็นอะไหล่ด้วยซ้ำ

    ถึงกระนั้น ถ้ามองเฉพาะที่เรื่อง "ผลงานส่วนตัว" แล้วนั้น มันปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า โอซิล โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังจนถึงขนาดที่ต่อให้ไม่มีเขาอยู่ในทีมก็อาจจะไม่ได้ส่งผลเสียอะไรเลย

    จากการลงเล่นในลีก 38 นัดในฤดูกาลก่อนของ อาร์เซน่อล นั้น โอซิล ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงไป 18 นัด ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นการลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมดใน 10 เกมแรกภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ด้วย ถึงกระนั้น ในช่วงเวลา 18 เกมที่ว่า อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะได้เพียง 27.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    ในทางกลับกัน 20 เกมในลีกของ อาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาลก่อนที่ โอซิล ไม่ได้เป็นตัวจริง และไม่ได้ลงเล่นนั้น "ไอ้ปืนใหญ่" สามารถเก็บชัยชนะได้สูงถึง 45 เปอร์เซนต์ ดังนั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าค่าเฉลี่ยการได้แต้มต่อ 1 เกมนั้น อาร์เซน่อล จะได้แต้มมากกว่าเมื่อไร้เงา โอซิล เป็นตัวจริง เพราะพวกเขาทำได้ 1.6 แต้มต่อเกม ขณะที่พอมี โอซิล ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาเก็บได้ 1.3 คะแนนต่อนัด

    ถ้าจะมีอะไรที่เท่ากันคงเป็นค่าเฉลี่ยจำนวนประตูที่ทำได้ต่อ 1 เกม เพราะไม่ว่าจะทั้งตอนที่ โอซิล ได้เป็นตัวจริง หรือตอนที่ทั้งไม่ได้เป็นตัวจริงกับไม่ได้ลงเล่นนั้น อาร์เซน่อล ก็ทำได้ 1.5 ประตูในลีกต่อเกมเท่ากันเป๊ะ

    นอกจากนี้ ถ้าย้อนกลับไปดูผลงานในช่วงหลายฤดูกาลก่อนแล้วล่ะก็ มันก็จะเห็นได้ชัดว่า โอซิล ฟอร์มดร็อปลงอย่างมากจริงๆ โดยในฤดูกาล 2015-16 เขาโชว์ฟอร์มการเป็นจอมปั้นเกมได้สุดยอดด้วยการทำได้ถึง 19 แอสซิสต์ในลีก จากการลงเล่น 3,047 นาที แถมยังทำได้ 6 ประตูด้วย

    อย่างไรก็ตาม พอถึงซีซั่น 2016-17 ถึงแม้เขาจะทำประตูในลีกได้ 8 ลูก แต่จำนวนการแอสซิสต์ลดฮวบเหลือเพียงแค่ 9 หนเท่านั้น ทั้งที่เขาเล่นในฤดูกาลดังกล่าวไป 2,847 นาที ซึ่งหลังจากนั้นผลงานการแอสซิสต์ของเขาก็ยังไม่ดีขึ้นเมื่อทำไปแค่ 8 แอสซิสต์ในซีซั่น 2017-18 จากการลงเล่น 2,164 นาที

    ส่วนในฤดูกาล 2018-19 กับ 2019-20 นั้น เขาก็กลายเป็นส่วนเกินของทีมไปแล้วจนทำให้คงไม่จำเป็นต้องนับรวมเพื่อเอามาเปรียบเทียบ แต่ถ้าใครอยากรู้ก็ขอบอกเลยว่าใน 2 ซีซั่นนั้นเขาทำได้ 2 แอสซิสต์เท่ากันจากการลงเล่น 1,741 นาที กับ 1,448 นาที ตามลำดับ

    ตารางเปรียบเทียบผลงานของ อาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ระหว่างตอนที่ โอซิล เป็นตัวจริง กับตอนที่ โอซิล ไม่ได้เป็นตัวจริง/ไม่ได้ลงเล่น

      ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเทียบระหว่างดฤดูกาล 2015-16 กับ 2016-17 แล้วล่ะก็ โอซิล ยังมีค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสทำประตูลดฮวบได้ โดยในซีซั่น 2015-16 เขาสร้างโอกาสทำประตูในลีกจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้ถึง 4.31 ครั้งต่อเกม แต่ในซีซั่นต่อมาลดเหลือที่ 3.16 ครั้งต่อนัด

    แม้ว่าในฤดูกาล 2017-18 ตัวเลขด้านค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสทำประตูจะดีขึ้นนิดหน่อยจนมาอยู่ที่ 3.49 ครั้งต่อเกม แต่มันก็ยังไม่คู่ควรกับคนที่รับค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่ดี

    ตัวเลขตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าต่อให้ อาร์เซน่อล จะไม่มี โอซิล อยู่ในทีม แต่มันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายร้ายแรงอะไร ถ้าจะมีเรื่องที่น่าเสียดายก็คงจะเป็นการที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องแยกจากกันแบบไม่ดีเท่าไหร่นั่นเอง

    ตารางเปรียบเทียบผลงานของ โอซิล ใน พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 เป็นต้นมา

ปาร์เตย์นำทัพ! อาร์เซน่อลขอชัยบุกปะทะราปิดเปิดหัวยูโรปาลีก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมลีกแพ้มา งานนี้มีภารกิจบอลยุโรปถ้วยเล็ก โธมัส ปาร์เตย์ ลงยืนคุมแดนกลางนำทีมลุยเจ้าบ้าน ราปิด เวียนนา ทีมแกร่งจากออสเตรียที่ฟอร์มเพิ่งดุดัน ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
ปรีวิวยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563
ราปิด เวียนนา (ออสเตรีย )- อาร์เซน่อล (อังกฤษ)
เวลา : 23.55 น.
สนาม : อัลลิอันซ์ สตาดิโอน

    ราปิด เวียนนา ไล่อัดเวียเนอร์ นอยสตัดท์ 5-1 ในศึกออสเตรีย คัพ ล่าสุด และชนะ 3 นัดติดต่อกัน กุนซือ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ ไร้ปัญหารบกวนเพิ่มเติมแม้มีรายงานว่านักเตะ   รายนึงที่ไม่มีการเผยชื่อ ติดโควิดก็ตาม แต่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ 

    ส่วนตัวหลักรายอื่น ๆ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม นำโดย ฟิลิป สตอยโควิช, มักซิมิเลียน โฮฟมันน์, เซอร์ดาน กราโฮวัช, เดยัน ลูบิซิช, ฟิลิปป์ โชเบสแบร์เกอร์ และ ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส 

อาร์เซน่อล พ่ายแมนฯ ซิตี้ 0-1 ในพรีเมียร์ลีกล่าสุด และเป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ปราศจาก โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส และ เมซุต โอซิล ที่ไม่ได้ใส่ชื่อไว้

    ส่วน โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวใหม่ น่าจะได้ออกสตาร์ต เช่นเดียวกับบรรดาดาวรุ่งอย่าง รีสส์ เนลสัน, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ และ โจ วิลล็อค ก็น่าจะได้มีส่วนร่วมทั้งหมด
   
11 นักเตะตามคาด   
   
    ราปิด เวียนนา (3-4-3) : ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์ – ฟิลิป สตอยโควิช, มักซิมิเลียน โฮฟมันน์, มาเตโอ บารัช – เคลวิน อราเซ่, เซอร์ดาน กราโฮวัช, เดยัน ลูบิซิช, มักซิมิเลียน อูลล์มันน์ – ฟิลิปป์ โชเบสแบร์เกอร์, เออร์คาน คาร่า, ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส

    เทรนเนอร์ : ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : รูนาร์ รูนาร์สสัน – ดาวิด ลุยซ์, กาเบรียล มากัลเญส, เซอัด โคลาซินัช – เซดริก โซอาเรส, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, โธมัส ปาร์เตย์, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – โจ วิลล็อค, รีสส์ เนลสัน – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

    เทรนเนอร์ : มิเกล อาร์เตต้า    

    ผู้ตัดสิน : พาเวล คราโลเว็ช (เช็ก)

โมราต้ากดเบิ้ล! ยูเวนตุสไม่พลาดบุกเชือดเคียฟ ประเดิมสามแต้มชปล.

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ไม่พลาดสามคะแนนหลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น ดินาโม เคียฟ ทีมดังจากยูเครน 2-0 จากสองประตูของ อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยิงคนเดียวในครึ่งหลัง ซิวสามแต้มประเดิมนัดแรก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

สนาม : เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้

    ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่าง ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส (อิตาลี) โดยเกมนี้ได้เปิดให้แฟนบอลเข้าชมเกมโดยอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันโควิด-19

    เกมครึ่งแรก ทีมเยือนกดดันได้ดีกว่า นาที 13 "ม้าลาย" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง อารอน แรมซี่ย์ แทงบอลออกซ้ายมาให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า ซัดด้วยซ้ายไปทางเสาไกลแต่บอลยังไปติดมือของ จอร์จี้ บุชชาน ปัดออกไปหวุดหวิด

    อีก 3 นาทีถัดมา บอลขึ้นทาง เคียซ่า อีก ก่อนที่อดีตแข้งฟิออเรนติน่าจะเลี้ยงตัดเข้าในกรอบแล้วโยกเข้าขวาข้างถนัดปั่นหลุดเสาไกลออกไป

    นาที 17 เป็นโอกาสของ เคียฟ บ้างคราวนี้บอลออกด้านขวาให้ โทมัส เคดซิโอร่า ครอสไปในกรอบให้ วลาดิสลาฟ ซูเพรียก้า ชิงโขกแต่บอลเหินคานแบบหมดลุ้น

    นาที 19 อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กัปตันทีมมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อก่อนจะเป็น เมริห์ เดมิรัล แนวรับชาวตุรกีลงไปเล่นแทน

    นาที 34 อารอน แรมซี่ย์ โชว์ทักษะเอาตัวรอดการพาบอลกระชากหนีเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนดีดไซด์ก้อยให้ เดยัน คูลูเซฟสกี้ วิ่งมาไขว้ยิงเสาแรกแต่ยังโดน จอร์จี้ บุชชาน ปัดออกหลังหวุดหวิด

    นาที 39 การ์ลอส เด เปนญ่า ตัดบอลจากแดนกลางได้ก่อนจะลักไก่ยิงกว่า 35 หลาให้ข้ามหัว เชสนี่ ทว่านายด่านม้าลายยังไหวตัวทันถอยไปรับไว้ไม่มีปัญหา

    ช่วงทดเจ็บเจ้าถิ่นกดดันได้ดี นาที 45 โรดริโก้ เบนตันกูร์ ไปเสียบใส่ มิโกล่า ชาปาเรนโก้ หน้ากรอบเขตโทษจนโดนใบเหลือง ก่อนที่  วิคตอร์ ซิกันคอฟ จะซัดฟรีคิกทะลุกำแพงแต่ยังดีไปตรงตัวเข้ามือ วอยเชียค เซสนี่

    จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลัง เริ่มมาได้แค่นาที 46 "ม้าลาย" ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ทันทีจากจังหวะขึ้นเกมทาง เฟเดริโก้ เคียซ่า ปาดมาเสาแรกให้ แรมซี่ย์ ไขว้คืนหลังถึง เดยัน คูลูเซฟสกี้ วิ่งมาอัดเต็มแรงเสาแรก แม้ว่า จอร์จี้ บุชชาน จะพุ่งปัดแต่ไปเข้าทางปืน อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยืนตำแหน่งไม่ล้ำหน้าซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

    นาที 56 ยูเวนตุส เปลี่ยนคนที่สองส่ง เปาโล ดีบาล่า ลงมาเล่นแทน เดยัน คูลูเซฟสกี้
   
    โอกาสส่องหนแรกของ ดีบาล่า ต้องรอถึง นาที 72 หลัง ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลมาให้ ทว่าหัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ดันซัดเหินโด่งข้ามคานไปหมดลุ้น

    นาที 72 เจ้าถิ่นมีลุ้นตีเสมอเช่นกัน เซอร์เก ซิดอร์ชุค ตะบันเต็มแรงนอกกรอบบอลพุ่งแบบได้เสียวแต่ยังไปตรงตัว วอยเชียค เซสนี่

    นาที 83 เจ้าบ้านเมื่อทวงสกอร์คืนไม่ได้ กลายมาโดนเม็ดที่สอง หลังเจอทีเด็ดของ "ม้าลาย" สวนเกมขึ้นมา อาเดรียง ราบิโอต์ แทงออกขวาให้ ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลเร็วไปหน้ากรอบให้ อัลบาโร่ โมราต้า โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่สองในเกมนี้ ช่วยให้ ยูเวนตุส นำห่าง 2-0

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จนผู้ตัดสินชาวโรมาเนีย เป่าจบเกมเป็นอันว่า ยูเวนตุส บุกมาคว้าชัยเหนือ ดินาโม เคียฟ 2-0 ซิวสามแต้มประเดิมนัดแรก รอบแบ่งกลุ่ม ได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    ดินาโม เคียฟ (4-3-3) : จอร์จี้ บุชชาน – โทมัส เคดซิโอร่า, อิลีย่า ซาบาร์นี่, วิตาลี มิโคเลนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ (เดนิส โปปอฟ น.70) – วิตาลี บูยัลสกี้, เซอร์เก ซิดอร์ชุค, มิโกล่า ชาปาเรนโก้ – วิคตอร์ ซิกันคอฟ (เบนจามิน เวอร์บิช น.71), วลาดิสลาฟ ซูเพรียก้า, การ์ลอส เด เปนญ่า (เกอร์สัน โรดริเกซ น.60)

    เทรนเนอร์ : มีร์เชีย ลูเชสคู

    ยูเวนตุส (3-4-1-2) : วอยเชียค เซสนี่ – ดานีโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (เมริห์ เดมิรัล น.19) – ฮวน กวาดราโด้, โรดริโก้ เบนตันกูร์ (อาร์ตูร์ เมโล่ น.79), อาเดรียง ราบิโอต์, เฟเดริโก้ เคียซ่า – อารอน แรมซี่ย์ (เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่น.79) – เดยัน คูลูเซฟสกี้ (เปาโล ดีบาล่า น.56), อัลบาโร่ โมราต้า

    เทรนเนอร์ : อันเดรีย ปีร์โล่

    ผู้ตัดสิน : โอวิดิอู ฮาเตกัน (โรมาเนีย)

 

อาร์เซน่อลเน้นหนัก! “โอบาเมย็อง-ลากาแซตต์” ประสานโป้งรับเชฟยูที่หวังแต้มแรก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เตรียมจัดทัพหนักนำปิดบัญชีโดย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ อเล็กซ็องด์ ลากาแซตต์ เกมรับ "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด ที่จะมาสู้เพื่อแต้มแรกของซีซั่น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด :  True Premier HD1 (เวลา : 20.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   เชฟฯ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด
 :  True Premier HD1 (เวลา : 20.00 น.)


สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
    
    อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า พาทีมแพ้เป็นเกมแรกในลีก โดยแพ้ให้กับทางลิเวอร์พูลไป 1-3 แต่พวกเขาก็สามารถไปแก้แค้นใน ลีก คัพ ได้สำเร็จ หลังเอาชนะช่วงต่อเวลายิงลูกโทษไป 5-4 หลังเสมอกับทางหงส์แดงในเวลาไป 0-0 

   สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ปืนใหญ่จะขาดเพียงแค่ตัวผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บมาอยู่แล้วทั้ง ชโคดราน มุสตาฟี่, ปาโบล มาริ และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส ส่วน โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ที่มีอาการบาดเจ็บน่องนั้นเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องรอทดสอบความฟิตก่อน ส่วนผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ นั้นพร้อมที่จะลงสนามในคืนวันพรุ่งนี้แน่นอน

    การจัดทัพ อาร์เซน่อลน่าจะมาในระบบ (3-4-2-1) โดยใช้ แบร์นด์ เลโน่ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังสามใช้งานทาง ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ย์ วิงแบ็กขวาเป็นทาง เอคตอร์ เบเยริน ส่วนวิแบ็กซ้ายใช้ เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ โดยมี โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ และ กรานิต ชาคา เป็นตัวคุมเกมแดนกลาง ส่วนสามประสานในแดนหน้าใช้งาน วิลเลี่ยน กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เป็นตัวริมเส้น โดยมี อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ยืนหน้าเป้า

    ด้าน เชฟฯ ยูไนเต็ด ของ คริส ไวล์เดอร์ พาทีมแพ้มา 4 นัดติดต่อกัน โดยเกมล่าสุดพวกเขาพ่ายให้กับทาง ลีดส์ ยูไนเต็ด ไป 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก

    สภาพทีมเกมนี้ ไวล์เดอร์จะยังใช้งาน รีอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าตัวใหม่ที่ดึงมาจากลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 23.5 ล้านปอนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไม่ได้ แต่ทีมจะได้ จอห์น เอแกน กองหลังตัวหลัก พ้นโทษแบนกลับมา แต่ทีมจะยังไม่มีทั้ง แจ็ค โอคอนเนลล์ และ ลีส์ มูสเซ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ 

    การจัดทัพ ทีมดาบคู่น่าจะมาในระบบ 3-5-2 โดยมี อารอน แรมส์เดล ยืนเฝ้าเสา หลังสามใช้งานทาง คริส บาแชม, จอห์น เอแกน และ แจ็ค โรบินสัน วิงแบ็กขวาเป็นทาง จอร์จ บัลด็อค ส่วนวิงแบ็กซ้ายใช้ เอ็นดา สตีเว่นส์  โดยมี จอห์น ลุนด์สแตรม, ซานเดอร์ เบิร์ก และ เบน ออสบอร์น เป็น 3 ประสานในเดนกลาง ส่วนคู่หน้าใช้งานทาง โอลิเวอร์ เบิร์ค และ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – วิลเลี่ยน, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซ็องด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : อารอน แรมส์เดล – คริส บาแชม, จอห์น เอแกน, แจ็ค โรบินสัน – จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, ซานเดอร์ เบิร์ก, เบน ออสบอร์น, เอ็นดา สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ร์, โอลิเวอร์ เบิร์ค    
    ผู้จัดการทีม : คริส ไวล์เดอร์  

    ผู้ตัดสิน : ลี เมสัน 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

28/06/20    เอฟเอ คัพเชฟฯ ยูไนเต็ด 1 – 2 อาร์เซน่อล
18/01/20    พรีเมียร์ลีกอาร์เซน่อล 1 – 1 เชฟฯ ยูไนเต็ด
22/10/19    พรีเมียร์ลีกเชฟฯ ยูไนเต็ด 1 – 0 อาร์เซน่อล
24/09/08    ลีก คัพอาร์เซน่อล 6 – 0 เชฟฯ ยูไนเต็ด
01/11/07    ลีก คัพเชฟฯ ยูไนเต็ด 0 – 3 อาร์เซน่อล


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อาร์เซน่อล 

01/10/20 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เยือน) ลีก คัพ
28/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/09/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ฟูแล่ม 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 

เชฟฯ ยูไนเต็ด
27/09/20 แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/09/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
17/09/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เยือน) ลีก คัพ 
15/09/20 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/09/20 เสมอ เปรสตัน 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 

เสร็จแมนยู!เวนเกอร์เผยแห้วใครทำเสียดายสุด

อาร์แซน เวนเกอร์ เปิดอก คนที่ตนเสียดายมากที่สุดที่ดึงมาร่วมทัพไม่สำเร็จตอนคุม อาร์เซน่อล ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยบอกว่าตอนนั้น โรนัลโด้ ถึงขั้นได้เสื้อ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปแล้วด้วย
    อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพในตอนที่ โรนัลโด้ ยังอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน คือการชวดแข้งเป้าหมายที่ทำให้ตนรู้สึกเสียดายมากที่สุดจนถึงตอนนี้

    โรนัลโด้ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองตอนอยู่กับ สปอร์ติ้ง ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพในปี 2003 ซึ่งหลังจากใช้เวลาปรับตัวอยู่พักหนึ่งแข้งวัย 35 ปีก็ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดกับ "ปีศาจแดง" ได้ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ตามลำดับ แถมตอนนี้ถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลกด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดเผยว่าก่อนที่ โรนัลโด้ จะไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เวนเกอร์ ก็เคยคิดที่จะเอาแข้งชาวโปรตุกีสไปร่วมงานด้วยกันที่ อาร์เซน่อล เหมือนกัน

    ทั้งนี้ ล่าสุด เวนเกอร์ ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆ กับ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อดังของอังกฤษ โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่านักเตะคนไหนที่เขารู้สึกเสียดายมากที่สุดที่คว้ามาร่วมทัพไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "อุ๊ฟ! ผมคงไม่บอกว่ามันมีคนที่เข้าข่ายนั้นแค่คนเดียวหรอกนะ เพราะมันมีตั้ง 50 คนที่ผมรู้สึกเสียดาย! แต่อีกมุมหนึ่งนั้นคนที่อาจจะใกล้เคียงกับคำว่าเสียดายมากที่สุดก็คงจะเป็นการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนที่เขาเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด"

    "ตอนนั้นเราทำข้อตกลงกับ สปอร์ติ้ง ได้แล้ว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอา คาร์ลอส เคยรอซ ไปเป็นผู้ช่วยโค้ชของพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะให้ข้อเสนอสูงกว่าเราแล้วได้ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพ ที่จริงเราบรรลุข้อตกลงเรื่องหลักๆ กับเขาได้แล้ว เขาได้เสื้อของ อาร์เซน่อล ไปรอใส่แล้วด้วยซ้ำ แถมเรายังเคยกินมื้อเที่ยงกับเขาและคุณแม่ของเขาที่สนามซ้อมอีกต่างหาก! นั่นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง แต่ที่จริงมีหลายคนที่ผมเสียดาย สโมสรใหญ่ๆ น่ะจะพลาดนักเตะชั้นยอดไปหลายคนได้เป็นธรรมดา!"

ก่อนตลาดวาย!เซบีย่าประกาศเซ็นมาสค็อตอาร์เซน่อล

เซบีย่า สร้างความฮือฮาในวันปิดตลาดด้วยการประกาศปิดดีลกับ กันเนอร์เซารัส มาสค็อตชื่อดังของ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งมีข่าวว่าโดนไล่ออก อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่ามันน่าจะเป็นเพียงการเล่นมุกกันขำๆ เพราะ "ไอ้ปืนใหญ่" ตั้งใจจะให้มาสค็อตกลับมาทำหน้าที่ในตอนที่มีแฟนบอลกลับมาชมเกมกันอีกครั้ง

เซบีย่า สโมสรดังของศึก ลา ลีกา สเปน เล่นมุกในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพด้วยการประกาศทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่าพวกเขาเซ็นสัญญากับ กันเนอร์เซารัส มาสค็อตชื่อดังของ อาร์เซน่อล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่กี่วันก่อนมีการเปิดเผยว่า อาร์เซน่อล ได้ปลด เจอร์รี่ คาย คนที่สวมชุดมาสค็อต กันเนอร์เซารัส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการประคองการเงินของสโมสรภายหลังพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่มันก็ทำให้แฟนบอล "ไอ้ปืนใหญ่" บางส่วนไม่พอใจอย่างมาก เพราะ คาย สวมชุดไดโนเสาร์ตัวนี้มานาน 27 ปีจนกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของทีมไปแล้ว

ทั้งนี้ เซบีย่า ถึงขั้นโพสต์ภาพที่ กันเนอร์เซารัส ใส่ชุดแข่งของทีมด้วย ส่วนตรงหมวกก็มีการแปะตราสโมสรของพวกเขาเอาไว้เช่นกัน โดยแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนพิมพ์ข้อความในโพสต์นี้ด้วยว่า "ฝันเป็นจริงแล้ว ยินดีต้อนรับนะ @Gunnersaurus!" อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่านี่เป็นการเล่นมุกตามกระแสที่มีคนพูดถึง กันเนอร์เซารัส กันอย่างหนักเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า อาร์เซน่อล ตั้งใจจะให้มาสค็อตชื่อดังกลับมาทำหน้าที่อีกเมื่อแฟนบอลได้รับอนุญาตให้กลับมาชมเกมในสนามได้