ปอร์โต้ว่ายังไงหลังแมนยูให้ค่าตัวเตลเลสต่ำกว่าที่ตั้งไว้

โอ โชโก้ สื่อของโปรตุเกส ตีข่าว ปอร์โต้ ไม่ถูกใจข้อเสนอที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นขอซื้อ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายของทีมจนถึงขั้นไม่แม้กระทั่งจะตอบกลับไปทาง "ปีศาจแดง" เลย โดยเชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวต่ำกว่าที่ ปอร์โต้ ตั้งเอาไว้ 6 ล้านปอนด์ด้วยกัน

เอฟซี ปอร์โต้ สโมสรดังของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ไม่พอใจกับข้อเสนอที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นขอซื้อ อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายของพวกเขาจนถึงขั้นไม่แม้กระทั่งติดต่อกลับไปหา "ปีศาจแดง" ด้วยซ้ำ ตามรายงานของ โอ โชโก้ สื่อของแดนฝอยทอง

เตลเลส เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเสริมทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ ลุค ชอว์ มักจะมีปัญหาด้านอาการบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ก็ยังอายุน้อยอยู่ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าดาวเตะชาวบราซิเลียนอยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากๆ และตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับทีมดังของอังกฤษได้แล้วด้วย

ทั้งนี้ เคยมีรายงานระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอขอซื้อ เตลเลส เป็นครั้งแรกไปแล้ว โดยให้ค่าตัว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 480 ล้านบาท) ซึ่งมันต่ำกว่าที่ ปอร์โต้ ต้องการ เพราะทีมดังของโปรตุเกสตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 720 ล้านบาท) โดยสาเหตุที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวแค่นั้นเป็นเพราะมองว่า เตลเลส เหลือสัญญากับ ปอร์โต้ จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ทำให้ถ้าเกิด ปอร์โต้ ไม่รีบขายเขาแล้วล่ะก็ เตลเลส ก็อาจจะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และเขายังสามารถเจรจาเรื่องย้ายทีมแบบฟรีๆ ล่วงหน้าได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้เลยด้วย

อย่างไรก็ตาม ปอร์โต้ ก็ไม่พอใจกับข้อเสนอที่ว่าจนไม่ยอมตอบกลับไปทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ โดยตลาดการเสริมทัพจะปิดตัวในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้แล้วด้วย

 

พูดซึ้งด้วย!ชมเบื้องหลังวันติอาโก้มาลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล โชว์คลิปวันที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เดินทางมาถึง แอนฟิลด์ โดยดาวเตะคนดังยังพูดสุดซึ้งเกี่ยวกับเรื่องป้าย "This is Anfield" ด้วย
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยคลิปวันที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์คนใหม่เดินทางมาถ่ายภาพเพื่อทำการเปิดตัวกับทีมที่สนาม แอนฟิลด์

    ในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อยู่นาน ก่อนที่จะประกาศคว้าตัวเขามาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยดาวเตะวัย 29 ปีก็ได้ประเดิมสนามให้กับทีมในอีก 2 วันต่อมาในเกมลีกที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เอาชนะ เชลซี 2-0 ด้วย

    ทั้งนี้ ในวันที่ ติอาโก้ มาที่ แอนฟิลด์ ในฐานะนักเตะ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกนั้น เขามาในชุดสูทสุดเนี้ยบ โดยเขายืนอ่านกระจกที่มีข้อความที่สื่อเคยบรรยายถึงบรรยากาศในสนาม แอนฟิลด์ ในตอนที่ เอฟเวอร์ตัน ใช้สังเวียนแห่งนี้ลงเล่นเกม เอฟเอ คัพ กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อฤดูกาล 18887-88 ด้วย ซึ่งข้อความนั้นมีใจความว่า "มนุษย์ทุกคนมาอยู่ที่นี่ ฝูงชนขนาดใหญ่กรูกันลงมาในสนามหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดจบการแข่งขัน และสาวชาวไอริช 800 คน ซึ่งทั้งโสด, แต่งตัวมาในชุดขนมิงค์และสวมผ้าพันคอขนาดยาวเอาไว้ด้วย ก็วิ่งกันแบบเต็มฝีเท้ามาจากประตูทางเข้า มันเป็นภาพที่น่างดงามประหนึ่งว่าเป็นภาพที่จะเห็นได้เฉพาะบนโลกของพระผู้เป็นเจ้าเลย"

    หลังจากนั้น ติอาโก้ ก็ไปให้สัมภาษณ์และถ่ายภาพในตอนที่สวมชุดแข่งของ ลิเวอร์พูล โดยเขายังโทรศัพย์คุยกับ กาเบรียล ลูกชายของเขาด้วย โดยเขาเริ่มด้วยการพูดว่า "กาบี้ ดูชุดแข่งของพ่อสิลูก" และพอลูกของเขาถามว่า "ทีมไหนอ่ะฮะ นี่ป๊ะป๋ากำลังเล่นอยู่เหรอ ?" แล้วนั้น ติอาโก้ ก็ตอบไปว่า "เปล่าจ้ะ ป๊ะป๋าไม่ได้กำลังเล่นอยู่ ป๊ะป๋าแค่มาถ่ายรูปเท่านั้น"

    ติอาโก้ ยังไปถ่ายภาพป้าย "This is Anfield" อันลือลั่นด้วย แถมยังพูดอีกว่า "เรามาถึงที่นี่แล้ว บ้านของแชมป์ พรีเมียร์ลีก" อีกต่างหาก นอกจากนี้ ติอาโก้ ยังบอกด้วยว่าตนจะยังไม่สัมผัสกับป้าย "This is Anfield" เพราะอยากให้ความเคารพกับธรรมเนียมของ คล็อปป์ หลังจากที่ คล็อปป์ เคยห้ามลูกทีมสัมผัสกับป้ายนี้จนกว่าจะพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้ "การจะได้สัมผัสกับป้ายนี้น่ะเราก็จำเป็นต้องคู่ควรกับเรื่องนั้นด้วยการคว้าแชมป์มาครองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ซะก่อน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้วันนี้ผมจะเคารพธรรมเนียมที่ว่า"

    หลังจากนั้น ติอาโก้ ก็เดินทางกลับที่พัก โดยพอตากล้องแสดงความยินดีกับการที่เขาได้มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น เจ้าตัวก็ตอบด้วยน้ำเสิยงมีความสุขว่า "ขอบคุณมาก แล้วเจอกันเร็วๆ นี้นะ"

ฝุ่นตลบ !! แมนยู หวังปิดดีล เอดิสัน คาวานี่ ยืนหน้าเป้า แอบเหล่ ลูก้า โยวิช

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ให้ทันเส้นตายก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง โดยเริ่มพูดคุยกับ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงอุรุกกวัยแล้ว พร้อมแอบเหล่ ลูก้า โยวิช หัวหอก เรอัล มาดริด ด้วย จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563

        แมนยู ยังคงไม่สามารถคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพได้อีกหลังจากดึงตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเป้าหมายอันดับหนึ่งของพวกเขายังคงเป็น เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง ดอร์ทมุนด์ เช่นเดิม แต่ล่าสุดทีมปีศาจแดงที่บอลวันนี้มีคิวลงเล่นในถ้วย คาราบาว คัพ กับ ไบรท์ตัน หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ โดยเล็งไปที่ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงที่ว่างงานอยู่ในตอนนี้

          ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ Sky Sports จิอันลูก้า ดิ มาซิโอ รายงานว่า แมนยู กำลังมองหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้าสู่ทีมในซัมเมอร์นี้ โดยที่พวกเขาหวังว่าจะได้ตัวให้ทันก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง และพวกเขาก็ให้ความสนใจไปที่ เอดินสัน คาวานี่ อดีตดาวยิง เปแอสเช และกำลังมีการพูดคุยอยู่ในตอนนี้ และ ยูไนเต็ด ก็มองถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัว ลูก้า โยวิช ดาวยิง เรอัล มาดริด มาร่วมทีมแบบยืมตัวเช่นกัน

        ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นศูนย์หน้าตัวหลักเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยที่มี โอเดียน อิกาโล่ อดีตกองหน้า วัตฟอร์ด เป็นตัวสำรองอยู่ แต่ด้วยสัญญายืมตัวของดาวยิงไนจีเรียจะหมดลงในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ ยูไนเต็ด มีแผนเสริมทัพผู้เล่นในแนวรุกเพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระของดาวยิงชาวฝรั่งเศส และ คาวานี่ ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนที่พวกเขาให้ความสนใจ

        อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าดี หัวหอกอเมริกาใต้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แอตเลติโก มาดริด อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดทีมตราหมีกลับหันไปคว้าตัวเพื่อนร่วมชาติอุรุกกวัยอย่าง หลุยส์ ซัวเรส เข้ามาแทน   

ทำลายสถิติ!ลิเวอร์พูลเผยยอดขายชุดแข่งซีซั่นใหม่ถล่มทลาย

อะไรก็ดีไปหมด! "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าชุดแข่งของทีมในซีซั่นใหม่ เมื่อต้นซีซั่นที่ผ่านมา มียอดขายทุบสถิติสโมสร เป็นที่เรียบร้อย

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยผ่านเว็บไซด์ของสโมสรว่า ยอดขายชุดแข่งของพวกเขาในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล ทำลายสถิติ ยอดขายของสโมสรเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

ไม่เพียงแต่ ชุดเหย้า และ ชุดเยือนปี 2020-21ของ ลิเวอร์พูล ที่มียอดขายดีนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม หากยังรวมไปถึงชุดแข่งที่สาม ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในการขายทั่วไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในร้านค้าออนไลน์เมื่อเทียบกับชุดก่อนหน้านี้

 โดย ไมค์ ค็อกซ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายขายสินค้าของสโมสรกล่าวว่า “เราได้เห็นยอดขายชุดที่ทำลายสถิติอีกครั้งเมื่อเราเริ่มฤดูกาลใหม่ สูงกว่ายอดขายที่เราเห็นในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จสูงสุดเมื่อปีที่แล้ว สิ่งนี้เกินความคาดหวังสูงของเรา และแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของเราเติบโตขึ้นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราประสบความสำเร็จในสนามอย่างต่อเนื่อง

“แน่นอนว่าความต้องการอย่างมหาศาลนี้ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการดำเนินงานบางอย่างสำหรับเรา เนื่องจากเรายังคงดำเนินงานภายใต้เงื่อนไข โควิด-19 ทำให้ชุดเหย้าบางไซส์ของเราขาดตลาเ อย่างไรก็ตามเรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับไนกี้ในเรื่องนี้ และคาดว่าจะได้รับสินค้าใหม่ในเดือนตุลาคม เราขอขอบคุณผู้สนับสนุนของเรา สำหรับการสนับสนุนและรอคอยชุดด้วยความอดทน”

 

 

มาเน่เจ๋ง-ติอาโก้แจ่ม! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกเชือดเชลซี

ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าชัยชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน ผลการแข่งขันนี้ทำให้ "หงส์แดง" เก็บ 6 แต้มเต็มกับ 2 นัดแรกของฤดูกาล 2020/21 ต้องบอกว่าจุดเปลี่ยนที่สำคัญเลยคือการโดนใบแดงของ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ทำให้ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ บดขยี้ในครึ่งหลังจนได้ประตูตามที่ต้องการ นอกจากเรื่องชัยชนะแล้วยังมีการเดบิวต์นักเตะใหม่ของลิเวอร์พูลด้วย เรามาเช็กผลสอบแข้งลิเวอร์พูลเกมนี้กัน

ลิเวอร์พูล

อลีสซง เบ็คเกอร์ 8

ครึ่งแรกไม่ได้มีโอกาสเซฟเลยเพราะเชลซียิงไม่ตรงกรอบสักครั้ง แต่ครึ่งหลังมาโชว์เซฟจุดโทษครั้งแรกในการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ก่อนท้ายเกมปัดลูกยิงของ แทมมี่ อบราฮัม แบบสุดยอด

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ 6.5

ผ่านบอลขวางสนามให้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สุดแม่นยำ พยายามซัพพอร์ต ซาลาห์ ด้วยการจ่ายบอลให้ในพื้นที่สุดท้าย ลูกเซ็ตพีซเกมนี้ยังไม่แม่นมากนัก แต่ลงมาช่วยเกมรับไม่ทันบ้างแต่เป็นเรื่องปกติเมื่อเติมเกมสูงตลอด

ฟาบินโญ่ 8

ขยับลงมายืนเซนเตอร์แบ็กแทน โกเมส ที่บาดเจ็บแต่โชว์ฟอร์มดูดีกว่าเจ้าของตำแหน่งเสียอีก แวร์เนอร์ พยายามเลี้ยงผ่านหลายรอบแต่ติดบล็อกเขาตลอด แท็กเกิ้ลสำเร็จ 3 จาก 4 ครั้ง ตัดบอลอีก 4 ครั้ง

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 7

ไม่ได้โดดเด่นเหมือน ฟาบินโญ่ มากนักแต่ยังคงบัญชาการเกมรับยอดเยี่ยม ไม่มีความผิดพลาดให้เห็นและก็ไม่ได้เจองานยากจากเกมรุกเชลซีเท่าไหร่

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 7

ยังคงเติมเกมรุกเมามันส์และสร้างปัญหาให้กับเชลซีได้ตลอดทั้งเกม บทบาทมาเด่นขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ประสานงานกับ มาเน่ ได้ดี

นาบี เกอิต้า 6

ทำได้ดีในเรื่องการพาบอลขึ้นหน้ากับต่อบอลสร้างเกมรุก แต่ ก็องเต้ และ จอร์จินโญ่ ตามบีบแดนกลางเลยทำอะไรไม่ถนัด โดยรวมยังไม่ได้โดดเด่นมากนัก

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6

คุมเกมแดนกลางได้อยู่หมัดช่วยให้ทีมครองบอลบุกใส่ฝั่งเชลซีเป็นส่วนใหญ่ เป็นคนวางบอลยาวสุดสวยให้ มาเน่ หลุดเดี่ยวจนเรียกใบแดงได้สำเร็จ น่าเสียดายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวตอนพักครึ่ง

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 6

ค่อนข้างเล่นเพลย์เซฟเมื่อได้ครองบอลซึ่งบางครั้งทีมอาจจะต้องการเกมบุกมากขึ้น แต่เรื่องการยืนตำแหน่งและช่วยเกมรับในแดนกลางยังคงทำได้ดี

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 7

หลังจากเปิดตัวอย่างสวยงามด้วยการแฮตทริกเมื่อนัดที่แล้ว เกมนี้บทบาทส่วนใหญ่เน้นไปที่การพยายามวิ่งสร้างพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม ไม่ได้มีประตูฝากแฟนเดอะ ค็อปแต่ยังมีส่วนในการชิ่งบอลกับ ฟีร์มีโน่ จนได้ประตูแรก

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 7   

ใช้เวลาอยู่สักพักในการมีส่วนกับเกม จัดแอสซิสต์งามๆให้ มาเน่ โขกประตูขึ้นนำ เป็นฟอร์มปกติของเขาที่ไม่ได้โดดเด่นแต่คอยลงมาล้วงบอลและวิ่งเปิดพื้นที่ในแนวรับคู่แข่ง

ซาดิโอ มาเน่ 9

ค่อนข้างเงียบในเกมเจอกับ ลีดส์ แต่มาฉายแสงในเกมนี้ เป็นคนเรียกใบแดงซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของเกม ก่อนโขกประตูปลดล็อกให้กับทีมและยังโชว์ความขยันวิ่งฉกบอลจาก เกปา ทำประตูที่สอง การเคลื่อนที่ของเขาสร้างความปั่นป่วนในแนวรับคู่แข่งเหลือเกิน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ติอาโก้ อัลกันตาร่า 7 (ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.46)

ประเดิมสนามอย่างรวดเร็วให้กับ “หงส์แดง” จ่ายบอลได้เนียนตา คุมจังหวะเกมสร้างความสมดุลให้แดนกลาง อย่างไรก็ตามเขาดันมาทำเสียจุดโทษแต่ยังดีที่เพื่อนร่วมทีมเซฟได้

เจมส์ มิลเนอร์ 6 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.64)

เพิ่มตัวมีประสบการณ์ให้แดนกลาง คอยสั่งเพื่อนร่วมทีมตลอด

ทาคูมิ มินามิโนะ – (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.86)

ลงมาท้ายเกมแล้ว

เด็กมีของ!ลิเวอร์พูลเล็ง “เรย์น่า” หลังคล็อปป์อยากได้

ลิเวอร์พูล กำลังเล็งที่จะคว้าตัว โจวานนี่ เรย์น่า มิดฟิลด์ตัวรุกเลือดมะกันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพ เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ตัวมาปั้นในสีเสื้อ "เดอะ เร้ดส์" หลังนักเตะโชว์ทักษะชั้นยอดให้กับ "เสือเหลือง" หลังจากได้เปิดตัวกับทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความ โจวานนี่ เรย์น่า  กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรง "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน อยากได้มาปลุกปั้นในถิ่นแอนฟิลด์

เรย์น่า ซึ่งเป็นลูกชายของ  เคลาดิโอ เรย์น่า ตำนานแข้งทีมชาติสหรัฐอเมริกา ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์สูง หลังจากนักเตะมีโอกาสได้ลงเล่นเปิดตัวให้กับทีมชุดใหญ่ ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น

มิดฟิลด์ตัวรุกเลือดมะกัน มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับ "เสือเหลือง" ทั้งหมด 17 เกม และซัดไป 1 ประตูในแมตช์เดเอฟเบ โพคาล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเขายังเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ พร้อมทั้งแอสซิสต์ให้กับ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในเกมชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 (นัดแรก)

สำหรับ ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเซ็นสัญญาคว้าตัวนักเตะมาร่วมทีมได้แค่ 1 คนได้แก่ คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ เท่านั้นในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย  ยาน อาเก้ ฟยอร์ทอฟท์ เหยี่ยวข่าวชาวนอร์เวย์ เชื่อว่า คล็อปป์ กำลังเล็งที่จะดึง เรย์น่าจูเนียร์ มาปลุกปั้นกับ "เดอะ เร้ดส์"

 "ผมคิดว่าพวกเขา (ลิเวอร์พูล) กำลังแสดงความสนใจเป็นพิเศษกับนักเตะดอร์ทมุนด์ แน่นอนว่าทั้ง จิโอ เรย์น่า นักเตะชาวอเมริกัน และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ด้วย" อดีตหัวหอก ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต , "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด และ "เดอะ โบโร่" มิดเดิลสโบรช์ กล่าว

 

รอมานาน!บาร์ซ่าเปิดตัวปานิช-พร้อมเบอร์เสื้อ

มิราเล็ม ปานิช เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ บาร์ซ่า พร้อมได้หมายเลขเสื้อเรียบร้อย หลังต้องล่าช้าไปนานเพราะเจ้าตัวโชคร้ายติดไวรัสโควิด-19

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดตัว มิราเล็ม ปานิช กองกลางประสบการณ์สูงชาวบอสเนีย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น คัมป์ นู อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา หลังตกลงย้ายมาจาก ยูเวนตุส ตั้งแต่ 2 เดือนก่อน

ปานิช วัย 30 ปี ซึ่งจะได้สวมเสื้อเบอร์ 8 ให้กับ บาร์ซ่า นั้น เพิ่งเดินทางมาถึงแดนกระทิงดุ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และร่วมลงซ้อมกับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ครั้งแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้จำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวอยู่ที่บ้าน

ดาวเตะบอสเนีย เซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า เป็นเวลา 4 ปีหรือจนถึงปี 2024 โดยค่าตัวอยู่ที่ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,220 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) พร้อมกับมีการตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 400 ล้านยูโร (ประมาณ 14,800 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ลา ลีกา เปิดฤดูกาล 2020/21 ไปเป็นที่เรียบร้อย แต่บรรดาทีมใหญ่ทั้ง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เซบีย่า และแอตเลติโก มาดริด ไม่ได้ลงเล่นในสัปดาห์แรก เนื่องจากลงเล่นรอบน็อกเอาต์ในเกมฟุตบอลยุโรป เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา โดย "ราชันชุดขาว" จะกลับมาเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ส่วนอีก 3 ทีมจะเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้

 

เท่าไหร่?บาร์เซโลน่าโอเคค่าตัวเดอปายกับลียงได้แล้ว

เดอ เทเลกราฟ สื่อของฮอลแลนด์ ตีข่าว บาร์เซโลน่า กับ ลียง คุยเรื่องค่าตัวของ เมมฟิส เดอปาย ลุล่วงแล้ว หลังจากตกลงกันได้ว่า "อาซูลกราน่า" จะจ่ายเงินในช่วงซัมเมอร์นี้ 25 ล้านยูโร แล้วจ่ายอีก 5 ล้านยูโรพอถึงซัมเมอร์ ปีหน้า แถมยังมีเงื่อนไขที่อาจจะทำให้ บาร์เซโลน่า จ่ายเพิ่ม 2 ล้านยูโรด้วย

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน บรรลุข้อตกลงกับ โอลิมปิก ลียง ถึงเรื่องการคว้าตัว เมมฟิส เดอปาย ปีกคนเก่งของ "โอแอล" ไปร่วมทัพได้แล้ว หลังจากทั้ง 2 ทีมตกลงเรื่องค่าตัวในเบื้องต้นได้ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังของประเทศฮอลแลนด์

 เดอปาย ตกเป็นข่าวกับ บาร์เซโลน่า อย่างหนักตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ "อาซูลกราน่า" ชื่นชอบฝีเท้าของ เดอปาย ตั้งแต่ตอนที่ยังร่วมงานกันในทีมชาติฮอลแลนด์แล้ว ขณะที่อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มักจะให้สัมภาษณ์ในเชิงไม่ปิดโอกาสที่จะย้ายทีมในเร็วๆ นี้เหมือนกัน

เดอ เทเลกราฟ เสริมว่า บาร์เซโลน่า จะจ่ายเงินให้กับ ลียง เพิ่มอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) เมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และยังมีเงื่อนไขโบนัสที่ทีมของ คูมัน จะจ่ายอีก 2 ล้านยูโร (ประมาณ 74 ล้านบาท) ด้วย โดยหลังจากนี้แข้งวัย 26 ปี จะเดินทางไปทำการตรวจร่างกายกับยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ต่อไป ซึ่งคาดกันว่า บาร์เซโลน่า จะประกาศถึงดีลนี้อย่างเป็นทางการและทำการเปิดตัว เดอปาย ภายในสัปดาห์นี้เลย

ทั้งนี้ หากทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการแล้วล่ะก็ เดอปาย ก็อาจจะพร้อมลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการนัดแรกของ บาร์เซโลน่า ประจำฤดูกาล 2020-21 ทันที โดยเกมดังกล่าวคือเกม ลา ลีกา ที่ บาร์เซโลน่า จะเปิดบ้านเจอกับ บียาร์เรอัล ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้

แวร์เนอร์แจ่ม-ฮาแวร์ทซ์ยังต้องจูน! 5ข้อหลังเชลซีบุกอัดไบรท์ตัน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซี นำทัพ "สิงห์บลูส์" ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับนักเตะชั้นยอดอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ลงสนามเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรก พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้ทีมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ถึงถิ่นเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ แวร์เนอร์ โชว์ให้เห็นแล้วว่าทำไม "แลมพ์ส" ถึงอยากได้เขามาร่วมทีม โดยเจ้าตัวใช้สปีดเร็วกว่านรกช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ สังหารไม่เหลือซาก แต่เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากการยิงไกลของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ซึ่งจังหวะนี้ส่วนหนึ่งมาจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านที่กะจังหวะผิด

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพของทีมทำให้ เชลซี ได้อีกสองประตูจากความยอดเยี่ยมของ รีซ เจมส์ ที่ยิงไกลสุดสวย และแอสซิสต์ให้  คูร์ท ซูม่า ซัดประตูย้ำชัยชนะ ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญ และทำให้พวกเขาคว้าแต้มรวม 2,000 แต้มในพรีเมียร์ลีก จากการเล่น 1,077 เกม ซึ่งเป็นทีมที่สามที่ทำได้ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2,234 คะแนน) และ อาร์เซน่อล (2,014 คะแนน)

1.  บทบาทชอง ฮาแวร์ทซ์ ?
ก่อนหน้านี้มีคำถามเกิดขึ้นตอนที่ เชลซี ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน มาร่วมทีม ว่าจะส่งเขาลงเล่นในตำแหน่งไหน ? เพราะแผงกลางของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อัดแน่นไปด้วยผู้เล่นคุณภาพชั้นยอดมากมาย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพร้อมใช้งาน ฮาแวร์ทซ์ ในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงกองกลาง เนื่องจากนักเตะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลาย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับในเกมแรกของ ฮาแวร์ทซ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก "แลมพ์ส" จับเขาลงเล่นทางฝั่งขวาโดยคอยช่วยสนับสนุนกองหน้า ขณะที่ จอร์จินโญ่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยืนเป็นตัวคุมจังหวะ นั่นทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช มีอิสระในการเล่น และทำหน้าที่คอยปั้นเกมให้กับ ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์ และรูเบน ลอฟตัน-ชีค

การที่ ฮาแวร์ทซ์ ถูกจับไปยืนฝั่งขวา ขณะที่ เมาท์ ลงเล่นฝั่งซ้าย และ ลอฟตัน-ชีค เล่นอยู่ตรงกลางทำให้แนวรุกของ "สิงห์บลูส์" อันตรายมากยิ่งขึ้น แม้นักเตะจะมีจังหวะผ่านบอลสวย และการเคลื่อนไหวหาพื้นที่ได้ดี แต่นี่ยังใช่ศักยภาพที่แท้จริงของเขา กระนั้นนี่แค่ช่วงเริ่มต้นกับลูกหนังเมืองผู้ดี คาดว่าคงจะได้เห็นทีเด็ดของยอดแข้งเลือดด๊อทย์ช มากกว่านี้แน่นอน
 

2. ฤดูกาลใหม่ แต่ เกปา ยังออกทะเลเหมือนเดิม
หนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังของ เชลซี คงหนีไม่พ้น  เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังจริงๆ กับแมตช์เยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีข่าวว่าสโมสรต้องการโกลคนใหม่

นายทวารเลือดกระทิงดุ ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร แต่ผลงานในเกมชนะ ไบรท์ตัน ถือว่าไม่คุ้มค่าตัวจริงๆ โดยเฉพาะจังหวะที่เสียประตูจากการยิงไกลของ  เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่ เกปา ดันพุ่งช้า ส่งผลให้บอลลอยเข้าไปเสียบมุมอย่างงดงาม

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ โกลชาวสแปนิช ยังมีจังหวะผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หากพูดกันแบบเป็นกลางจังหวะที่ ทรอสซาร์ ยิงไกล หากเป็นผู้รักษาประตูระดับโลก น่าจะสามารถจัดการกับลูกนี้ได้ดีกว่า อดีตนายทวาร แอธเลติก บิลเบา แน่นนอน

ฉะนั้น เกปา น่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ แลมพาร์ด ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลรองรับว่าทำไม กุนซือชาวอังกฤษ ถึงต้องการคว้าตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัลจากสโมสร แรนส์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้

 3.  ตัวเลือกแบ็กขวาอังกฤษเพิ่มขึ้น
อังกฤษมีผู้เล่นแบ็กขวาชั้นดีเยอะมากในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า แต่ตอนนี้ "ทรี ไลอ้อนส์" มีตัวเลือกชั้นดีอีกได้แก่ รีซ เจมส์ และ ทาริก แลมป์ตีย์ ที่ฟอร์มโดดเด่นเหลือเกิน

 ในรายของ แลมป์ตีย์ มีส่วนสำคัญกับฟอร์มของไบรท์ตัน ในเกมนี้ โดยอดีตเด็กปั้นเชลซี โชว์ฟอร์มได้เด็ดสะระตี่ทั้งๆ ที่อายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น โดยเขาเต็มไปด้วยความเร็ว และมีศักยภาพในการเล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง และยังเติมเกมรุกได้ดีเยี่ยม มีทักษะดี และกล้าวิ่งทะลุทะลวง สำหรับสถิติของเขาสามารถเสียบสกัดได้ 3 ครั้ง และตัดบอลได้ 3 ครั้งมากว่าเพื่อนร่วมสังกัด ที่สำคัญนักเตะยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ ทรอสซาร์ ยิงประตูซะด้วย

ขณะที่ เจมส์ ก็ทำผลงานได้ไม่ธรรมดากับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ด้วยวัยแค่ 20 ปี เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นได้อย่างเฉิดฉาย และถือเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องจริงๆ โดยหากมองอย่างเป็นการ "เจ้าหนูรีซ" มีการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และเล่นเกมบุกได้เยี่ยมกว่า วาน-บิสซาก้า ต้องยอมรับว่ามีสองสิ่งที่สมดุลมากกว่าผู้เล่นทั้งสองคน

นอกจากนี้ เจมส์ ยังมีทีเด็ดในเรื่องของการยิงประตู โดยนักเตะแสดงให้เห็นในจังหวะที่ซัดประตูให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 2-1 จากการตะบันเต็มข้อระยะกว่า  25 หลา บอลพุ่งราวกับขี่พายุทะลุฟ้าแหวกอากาศเข้าไปซุกก้นตาข่ายชนิดที่ แม็ทธิว ไรอัน  หมดปัญญาป้องกัน แถมยังแอสซิสต์ให้ คูร์ท ซูม่า ซัดประตูตอกฝาโลงด้วย

ฉะนั้นตอนนี้ อังกฤษ มีตัวเลือกในตำแหน่งแบ็กขวาเยอะมาก และหากทีมเกิดมีปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บหรือติดโทษแบน งานนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอังกฤษ สบายใจได้เลยเพราะเขามีตัวเลือกอีก 2 รายทั้ง แลมป์ตีย์ กับ เจมส์ เข้ามาเสียบแทนได้สบายๆ

 4. แนวรับต้องการผู้นำที่แท้จริง
    ตอนนี้ดูเหมือนว่า เชลซี จำเป็นต้องมีผู้นำในเกมรับอย่างแท้จริง แน่นอนว่าหากมองกันอย่างยุติธรรมกองหลังของ "สิงโตน้ำเงินคราม" แมตช์นี้อาจจะผ่านบททดสอบเรื่องสภาพร่างกาย และเทคนิคส่วตัว แต่สอบตกอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของการเล่นตามแท็คติกโค้ช

แมตช์นี้ทุกๆ คนคงได้เห็นแล้วว่า อันเดรียส คริสเตนเซ่น กับ  คูร์ท ซูม่า ยังคงมีบางจังหวะที่เล่นกันแบบสับสนโดยเฉพาะเมื่อโดนไบรท์ตันเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แถมยังพลาดมหันต์ที่ปล่อยให้ ลูอิส ดังค์ ขึ้นไปโหม่งแบบสบายๆ ไร้ตัวประกบในระยะ 5 หลาเข้าประตู งานนี้เกมคงจะแตกต่างออกไปจากนี้

การที่ปล่อยให้ ดังค์ ได้โหม่งแบบโล่งๆ ในจังหวะฟรีคิกจึงเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ว่าทำไม เชลซี จึงต้องการกองหลังที่มีความเป็นผู้นำ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กที่ผ่านประสบการณ์ในเกมลูกหนังมาอย่างโชกโชน

 ฉะนั้น ซิลวา มีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ และจะช่วยบัญชาเกมรับของทีมให้มีความนิ่ง และเล่นได้ตามแท็คติกที่โค้ชสั่ง อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่ เชลซี ต้องลุ้นที่สุดก็คือตอนนี้ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ยังไม่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ เพราะสภาพร่างกายยังไม่ฟิต

    อย่างไรก็ตามหาก อดีตสตาร์ เอซี มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมลงสนามเมื่อไหร่ เชื่อว่าเขาจะทำหน้าที่คอยควบคุมและสั่งการเพื่อให้แผงกองหลังมีการเล่นที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วย เกปา (หากยังไม่โดนดร็อป) ไม่ต้องเจอกับงานหนัก

 5. แวร์เนอร์ โชว์ของตั้งแต่เกมแรก
สำหรับการลงเล่นเกมแรกในพรีเมียร์ลีก เหมือนกับ  ฮาแวร์ทซ์ นั้น แวร์เนอร์ แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับตัวกับการเล่นในลีกที่แตกต่างได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าสามคะแนนในแมตช์นี้ส่วนหนึ่งมาจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขา

ในตอนแรกที่เห็นรายชื่อแนวรุก "สิงห์บลูส์" มี รูเบน ลอฟตัน-ชีค ลงเป็น 11 ตัวจริง ทำให้หลายคนค่อนข้างแปลกใจ และรู้สึกเป็นห่วงว่า ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ กับ แวร์เนอร์ จะสามารถประสานงานกันได้ไหม โดยหากมองภาพรวมแล้ว ทั้งคู่ดูเหมือนจะเล่นเข้าขากัน แต่สำหรับ ลอฟตัน-ชีค ฟอร์มส่วนตัวน่าผิดหวังมากๆ เพราะเล่นแย่ และมักจะจับบอลพลาดบ่อยๆ

สวนทางกับ แวร์เนอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพชั้นยอดโดยเขาเต็มไปด้วยความรวดเร็วซึ่งทุกๆ สายตาคงได้เห็นแล้วจากจังหวะที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้จุดโทษ นอกจากนี้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการวิ่งไล่บี้คู่แข่งตลอดทั้งเกม รวมไปถึงการเคลื่อนที่หาช่องว่างอย่างชาญฉลาด และการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเสียดายในแมตช์นี้ของ อดีตสตาร์แอร์เบ ไลป์ซิก ก็คือการที่เจ้าตัวไม่สามารถซัดประตูในเกมแรกภายใต้สีเสื้อ "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ แต่หากนักเตะยังคงรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงจะได้เห็นชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดแน่นอน 
 

ทางการ!ลิเวอร์พูลเปิดตัวติอาโก้-ใส่เบอร์6

เดอะ ค็อป จุดพลุฉลองได้แล้ว หลัง ลิเวอร์พูล ยันได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพเป็นรายที่สองต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส เรียบร้อย

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิช มาจาก บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024

อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" ไม่ได้เปิดเผยเรื่องจำนวนเงินค่าตัว แต่สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า อยู่ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

นอกจากนั้น มิดฟิลด์วัย 29 ปี จะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย และได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ ติอาโก้ เป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ของ "หงส์แดง" ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ