“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020

ตรวจซ้ำรอบ2! บุรีรัมย์ยันไม่มีนักเตะและสต๊าฟติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยืนยันไม่มีผู้เล่นและทีมงานสต๊าฟโค้ชติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจคัดกรองเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา หลัง อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ แข้งรายเดียวของทีมตรวจเจอเชื้อโควิด-19 ก่อนไทยลีกเตรียมกลับมาแข่งขัน

สำหรับ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ ในโรงพยาบาล ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนนักกีฬาคนอื่นๆ และ ทีมผู้ฝึกสอนสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการตรวจซ้ำเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ผลปรากฎว่าไม่มีใครมีเชื้อไวรัสโคโรนา2019 และ ไม่มีใครมีอาการป่วย แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทุกคนจะเข้าสู่กระบวนการกักตัว ภายใต้การดูแลของแพทย์ เป็นเวลา 14 วัน

    สำหรับเกมการแข่งขันที่ยุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเลื่อนการแข่งขันประกอบด้วย

    วันที่ 13 กันยายน 2563 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

    วันที่ 19 กันยายน 2563 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ระยอง เอฟซี

“ดร.ก้อง”มั่นใจไทยลีกเตะต่อได้รับยังดีตรวจเจอเชื้อก่อนลงสนาม

จากกรณีที่ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งโต๊ะแถลงข่าวด่วนเมื่อเย็นวานนี้ หลังพบ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางตัวรับ ชาวอุซเบกิสถาน อายุ 29 ปี ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ติดเชื้อโควิด 19 จากการตรวจคัดกรอง ระหว่างวันที่ 8-9 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ประจำจังหวัด 15 แห่งทั่วประเทศ รอบสุดท้าย ส่งผลให้ บ.ไทยลีก จำกัด ตัดสินใจเลื่อนโปรแกรมแข่งฟุตบอลไทยลีก 1 เกมที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในวันที่ 13 ก.ย. ออกไปก่อน เช่นเดียวกับที่ราชบุรี เอฟซี จะเล่นกับทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และเกมไทยลีก 2 ระหว่าง ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ ราชนาวี ต้องเลื่อนออกไปเช่นกัน

ล่าสุด "บิ๊กก้อง" ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันเรามีการเตรียมการที่ดี เนื่องจากในการจัดการแข่งขันฟุตบอล เรามีการเตรียมการล่วงหน้า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ประสานกับ กระทรวงสาธารณสุข ถึงขั้นตอนต่างๆ ทำให้มีการทำงานที่เป็นมืออาชีพจริงๆ มีการตรวจอย่างเข็มข้น ละเอียดทุกขั้นตอน

"ในการตรวจพบนักกีฬาติดเชื้อนั้น ก็ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดังนั้นมันสามารถเกิดขึ้นได้ อย่างที่คุณหมอได้บอกแล้วว่า แม้เราจะมีการปฎิบัติตามขั้นตอน มีการกักตัว 14 วัน แต่ก็ยังมีโอกาสที่เชื้อจะใช้ระยะฟักตัวมากกว่า14 วันได้"

 "เรื่องนี้เท่าที่ทราบข้อมูลยังไม่ได้ชี้ชัดว่านักกีฬาติดเชื้อจากที่ไหน และมีโอกาสที่จะติดเชื้อมาจากต้นทางก่อนเดินทางมายังประเทศไทย แต่จะมีการตรวจสอบอย่างแน่นอน แต่ในชั้นนี้ยืนยันว่า การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่โปรแกรมอาจจะมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้นักกีฬาที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ และทีมได้มีการทำตามมาตรการ ดังนั้นอยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้แฟนกีฬาชาวไทยว่า นักกีฬาที่ลงสนามทุกคนผ่านการตรวจอย่างละเอียดและมีความปลอดภัยแน่นอน"

เผยผลตรวจ “อัคบาร์” ปลอดเชื้อโควิด-19 ยังต้องกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

เฟสบุ๊ค ลุงเนวิน โชว์ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลบางประกอก 9 ยืนยันว่า อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางชาวอุซเบกิสถานไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ถูกตรวจพบว่า มีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกาย ส่งผลให้โปรแกรมการแข่งขันรีสตาร์ทไทยลีกมีอันต้องเลื่อนออกไปถึง 3 คู่ โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ฯ เองต้องพลาดเกมบิ๊กแมตซ์ ที่ต้องมาเยือน บีจีปทุมฯเมื่อ อาทิตย์ที่ 12 ก.ย.63 รวมถึง เกมจะเปิดบ้านพบ ระยอง เอฟซี วันที่ 19 ก.ย.63

อย่างไรก็ตามแข้งอุซเบฯ รายนี้ รวมถึงนักเตะคนอื่นๆของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องกักตัวต่อไปให้ครบ 14 วัน ตามมาตรการโดย "ปราสาทสายฟ้า" จะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย.63 ด้วยการ เปิดบ้านพบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

โมเมนต์นี้มีไม่บ่อย! รักแหละดูออก “ศุภชัย” & “น้องเปีย” หวานออกสื่อ

ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักในวงการลูกหนังบ้านเราที่ไม่ค่อยมีภาพ หรือเรื่องราวหวือหวาเท่าไรนักสำหรับ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ศูนย์หน้าทีมชาติไทยของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ "น้องเปีย" บุษกร เอกพันธ์ ผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ซึ่งตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันน้อยครั้งมากๆ ที่เราจะได้เห็นรูปคู่ของทั้งสองคนถูกอัพโหลดให้แฟนๆ ได้เห็นกันในโลกโซเชียล อย่างไรก็ตามล่าสุดทั้งคู่ได้โพสต์ภาพคู่กัน โดยฝ่ายหญิง เขียนข้อความว่า "เป็นทุกอย่างให้กัน ทั้งเพื่อน, พี่, น้อง, คนรัก, คู่ซ้อมบอล อันหลังนี่หยอก 1 Y 10 M"

ขณะที่ฝ่ายชายก็โพสต์ภาพคู่เช่นกันแต่ด้วยความที่เป็นคนนิ่งๆ เลยพิมพ์แค่ข้อความว่า "Happy Anniversary 1year 10months" ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมาแซวที่เจ้าอาร์มโพสต์ช้าว่า "รอนานล่ะนะ" งานนี้กลิ่นความรักลอยมาแต่ไกล

สำหรับสาวน้อยวัย 24 ปี จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการภาพยนตร์ และกำกับการแสดง ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งด้วยหน้าที่การงานทำให้ทั้งคู่ได้มาเจอกันบ่อยๆ ก่อนเริ่มทำความรู้จักกัน และตัดสินใจคบกันเป็นแฟนมาเกือบจะ 2 ปี

 

บีจี ปทุม เปิดคู่มือ ศบค เกมฉะ บุรีรัมย์ ดูได้เฉพาะตั๋วปี

ประกาศ ‼️ เรื่อง ข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติของแฟนคลับ BGPU การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก นัดที่ 5 ระหว่าง สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบกับ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน 2563

เนื่องด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ออกประกาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่อง คู่มือการปฏิบัติตามมาตรการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมด้านกีฬาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพฯ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ดังนั้น สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ออกข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติของแฟนคลับ BGPU ดังนี้

1. เฉพาะแฟนคลับที่เป็นสมาชิกตั๋วปี 2020 เท่านั้น ที่จะสามารถเข้าชมฟุตบอลในนัดนี้ได้ 
(ไม่เปิดขายบัตรชมฟุตบอลรายแมตช์และผู้มีชื่อเป็นสมาชิกตั๋วปีเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าชมการแข่งขัน)

2. เปิดเข้าชมฟุตบอลโซน S1 W1 W3 W4 W5 W6 แบบไม่ระบุเลขที่นั่ง และรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร

3. ปิดโซน NH เนื่องจากต้องมีการจัดระยะห่างของกองเชียร์ทีมเยือนที่โซน N โดยโซน N จะเข้าได้เฉพาะผู้ชมการแข่งขันของฝั่งทีมเยือนเท่านั้น ขอให้สมาชิกตั๋วปีโซน NH นั่งชมฟุตบอลที่โซน W4 แทน

4. เนื่องจากการเว้นระยะห่างตามมาตรการของ ศบค. ทำให้ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สโมสรจึงขอความร่วมมือสมาชิกตั๋วปีที่มาที่สนาม และโซนที่นั่งเต็มแล้ว ขอให้ท่านย้ายไปนั่งในโซน อื่นดังนี้
– สมาชิกตั๋วปี โซน S1 สามารถเข้าชมฟุตบอลได้ที่โซน W6
– สมาชิกตั๋วปี โซน W3 สามารถเข้าชมฟุตบอลได้ที่โซน W1

5. เปิดจำหน่ายตั๋วปีเพิ่มสำหรับแฟนคลับบีจี ในโซน W4 จำนวน 110 ใบ และ W6 จำนวน 90 ใบ
ในราคาใบละ 780 บาท ไม่มี Gift Voucher (สำหรับจำนวนนัดเหย้า 13 นัด) แบบไม่ระบุเลขเก้าอี้นั่ง เพื่อ
เป็นการบันทึกข้อมูลของแฟนบอลที่เข้าชมในสนามตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด

6. สามารถสมัครสมาชิกตั๋วปีได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 8 ก.ย. 63 ถึงวันที่ 11 ก.ย. 63 ได้ทาง Line Official : @BGPU หรือ
คลิ๊ก >>> https://lin.ee/iISwspA
สโมสรมีสิทธิในการยกเลิกและปิดการรับสมัครเมื่อจำหน่ายตั๋วปีครบจำนวนตามที่ประกาศ

7. แฟนบอลจะต้องตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสนาม ทำแบบคัดกรองความเสี่ยง และยินยอมให้บันทึกภาพ โดยในกรณีที่ตรวจพบหรือพบว่าท่านใดมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียสสโมสรขอความร่วมมือให้งดเข้าชมฟุตบอล

8. สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะชมฟุตบอล
 
9. ห้ามนำอุปกรณ์เชียร์ทุกชนิดเข้าสนาม ยกเว้นผ้าพันคอ สามารถส่งเสียงเชียร์ในระดับเสียงปกติได้

10. ห้ามลุกยืนเชียร์ฟุตบอล

11. งดการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และบูธกิจกรรมหน้าสนาม

12. สโมสรจัดชุดน้ำดื่ม ขนม และของที่ระลึกแจกฟรี ให้กับแฟนคลับที่เข้าชมฟุตบอลทุกท่าน ณ ทางเข้าแต่ละโซน (คนละ 1 ชุด) โดยไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มทุกประเภทเข้ามาเองในบริเวณที่จัดการแข่งขัน

13. ร้าน The Rabbits  ปิดให้บริการในวันแข่งขัน 1 วัน

14. แฟนบอลที่มาชมฟุตบอล สามารถซื้อสินค้าที่ BGPU SHOP ได้ตามปกติ โดยมีการจำกัดจำนวนการเข้าต่อรอบ

15. สโมสรสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติของแฟนคลับ BGPU ฉบับนี้ และออกข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก’ สนาม 2 ส่งตรงสตาฟฟ์โค้ช และนักเตะ ‘บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด’ ถ่ายทอดทักษะฟุตบอลฟรี! ที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์

‘เครื่องดื่มตราช้าง’ เดินหน้าสานฝันเยาวชนไทยต่อเนื่อง ชวนเหล่าสตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมถ่ายทอดทักษะฟุตบอลให้กับน้องๆ อย่างใกล้ชิด ในโครงการ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก’ สนามที่ 2 ณ โรงเรียนโคกขามโนนสมบูรณ์ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พร้อมยกระดับความปลอดภัย ฝึกแบบใหม่สไตล์ New Normal
    โดยคลินิกฟุตบอลเคลื่อนที่ แห่งที่ 2 ได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 ณ สนามฟุตบอลโรงเรียนโคกขามโนนสมบูรณ์ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ นำโดยคุณสุรพล เศวตเศรนี ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) คุณอุรเคนทร์ ช่วยพันธ์ ผู้จัดการอีเวนท์ภาคการขายที่ 3 บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมด้วยคุณสมศักดิ์ สวัสดี ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เหล่าสตาฟฟ์โค้ช และนักฟุตบอลจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้าร่วมถ่ายทอดทักษะทางด้านฟุตบอลให้น้องๆ ในโครงการ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก 2020’ โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกสอนในแบบฉบับ New Normal ที่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างรัดกุม

    ด้วยการเปิดรับสมัครเยาวชนไม่เกิน 150 คน มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสนามฟุตบอล หากเกิน 37.5 องศาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการฝึก ลงทะเบียนก่อนเข้าสนามทุกครั้งผ่านระบบไทยชนะ มีการเว้นระยะห่างระหว่างการฝึก โดยแบ่งกลุ่มการฝึกออกเป็น 5 ฐาน เพื่อลดความแออัดในสนาม และในการฝึกสอนทุกครั้งโค้ชต้องใส่ Face Shield เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

    และแม้ว่า ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก ปีที่ 9’ จะลดจำนวนกิจกรรมจาก 20 แห่ง เหลือ 7 แห่ง แต่ ‘ช้าง’ ยังนำทักษะฟุตบอลมาถ่ายทอดและอัดแน่นให้ความรู้กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทักษะของการรับส่งบอล การเลี้ยงบอล การครองบอล การทำประตู ผู้รักษาประตู การเล่นเป็นทีมแบบ Small Size Game รวมถึงหลักโภชนาการสำหรับนักกีฬาฟุตบอลโดยเฉพาะ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหลังจากเกิดอาการบาดเจ็บให้น้องๆ ได้เรียนรู้ และนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


    สำหรับ ‘ช้าง โมบาย ฟุตบอล คลินิก 2020’ ครั้งต่อไป จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 ณ โรงเรียนวัดลาดหญ้าไทร จ.นครปฐม น้องๆ เยาวชนอายุระหว่าง 6-16 ปี ที่สนใจสามารถเข้าร่วมคลินิกฟุตบอลฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่คุณธนศักดิ์ ทองแท่งใหญ่ (ผู้ใหญ่เบิร์ด) โทร.062-447-8945 รับจำนวนจำกัดเพียง 150 คนเท่านั้น!! ติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ : ThaiBev ThaiTalent และ https://www.thaibevthaitalent.com

“โค้ชอ้น”ตั้งเป้าพา”โปลิศ เทโร” รักษาฟอร์มแกร่งเหมือนช่วงออกสตาร์ท

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี หวังว่าลูกทีมจะสามารถสานต่อฟอร์มแกร่งจาก 4 เกมแรกของศึกไทยลีก และสามารถรักษาฟอร์มเก่งของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


"มังกรโล่เงิน" น้องใหม่ไทยลีก ทำผลงานได้อย่าสุดเซอร์ไพรส์ ใน 4 เกมแรก ด้วยการมี 9 คะแนน จาก ชัยชนะ 3 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดบ้านเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปแบบสุดมันส์ 1-0 พร้อมรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน

"ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงเตรียมทีม เราได้เห็นจุดบกพร่องจากแมตช์อุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา เรายังต้องปรับและพยายามแก้ไขก่อนที่เกมลีกจะกลับมาเริ่มอีกครั้ง" รังสรรค์ กล่าวเริ่ม

"แม้เราจะออกสตาร์ทได้ดี แต่เราพักไปค่อนข้างนานซึ่งมันทำให้เราต้องกลับมาปรับและแก้ไขกันใหม่ โดยเฉพาะแผนรองรับหากนักเตะต่างชาติที่อาจยังไม่พร้อมกลับมาในช่วงเริ่มต้น"

"ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป เราพยายามมองไปทีละเกม ทำแต่ละเกมให้ออกมาดีที่สุด และพยายามรักษาตัวเอง ให้เกาะกลุ่มตารางคะแนนให้ดี"

"ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือหลังจากนี้ ก็จะพยายามย้ำกับนักเตะเสมอ ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี เนื่องจากนักเตะเรามีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตอนนี้มีหลายคนที่อาจจะล้าหรือเจ็บจากการซ้อมหนัก แต่คิดว่าพอถึงช่วงเวลาแข่งจริงในวันที่ 12 กันยายนนี้ทุกคนก็น่าจะพร้อมเต็มที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี กล่าว 

สำหรับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 บุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

“ชาช่า”แข้งบราซิลรายที่3อดีตปราสาทสู่ถิ่นเชียงรายฯ

หลายต่อหลายครั้ง "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คว้าตัวนักเตะต่างชาติในตำแหน่งกองหน้าต่างชาติ มักจะมีเอี่ยวกับตัวผู้เล่นที่เคยค้าแข้งกับทีม "ปราสาทสายฟ้า"บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาก่อน

โดยก่อนหน้านี้ อเล็กซานเดร กามา ถือเป็นอดีตโค้ชบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ก้าวมาทำทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ผงาดคว้าแชมป์ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2018 มาแล้ว มาครั้งนี้มาดูกันว่า มีนักเตะกองหน้ากี่รายที่เคยเป็นอดีตผู้เล่นบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยมาค้าแข้งกับทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กันบ้าง

1.จ๊าดสัน ดอส ซานโต้ส กองหน้าบราซิล เจ้าของความสูง 190 ซ.ม. เคยอยู่กับบุรีรัมย์ ปี 2015 และมาเล่นที่สิงห์ เชียงราย ปี 2017

2.ราฟาเอล โคเอลโญ่ กองหน้าความเร็วสูง เคยมาเล่นกับบุรีรัมย์ ปี2014-15 ก่อนจะย้ายมาที่สิงห์ เชียงราย ปี 2017-18

และ 3. รายใหม่ล่าสุด อย่าง "ชาช่า"แจ็คสัน โคเอลโญ่ ที่เคยอยู่บุรีรัมย์ ปี 2017 คว้ารางวัลซัลโวไทยลีกปี2017ด้วยผลงาน 34 ประตู เป็นรอง ดราแกน บอสโควิช ของ ทรู แบงค็อก ที่ยิงไป 38 ประตู พร้อมกับพา บุรีรัมย์ คว้าแชมป์ไทยลีกได้ด้วย

 

 

“ชาช่า” เตรียมเปิดตัวกับสิงห์ เชียงราย

แฟนเพจสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด Chiang Rai United FC ได้มีการเผยแพร่ภาพสดที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเตรียมรับนักเตะต่างชาติและทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชที่ออกจาก สเตท ควอรันธีน ที่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค.63 โดยการเดินทางมาที่สโมสรในครั้งนี้มี บิล โรซิม่าร์ ศูนย์หน้าคนสำคัญของทีม รวมถึงนักเตะรายใหม่อย่าง "ชาช่า"แจ็คสัน โคเอลโญ่ ที่เตรียมมาเปิดตัวกับทีมในเย็นวันนี้ด้วย


สำหรับ "ชาช่า" แจ็คสัน โคเอลโญ่ ศูนย์หน้าวัย 34 ปี ผ่านการค้าแข้งกับ 2 ทีมดังในศึกไทยลีกกับทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปี 2017 และ เอสซีจี เมืองทอง ปี 2018 ก่อนจะบินไปค้าแข้งกับ ซองนัม เอฟซี ที่เกาหลีใต้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว กระทั่งเตรียมกลับมาไทยลีกอีกครั้งกับทีม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่ง "ชาช่า" จะมาแทนโควต้าของ มาอิลซอน ที่โดนยกเลิกสัญญาไปแล้วก่อนหน้านี้