เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

อาซาร์พร้อมเลื้อย! เรอัลมาดริดต้องเฮลุยบาเลนเซียหวังแต้มจี้บาร์ซ่า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ได้โอกาสดีสำหรับการทำคะแนนไล่จี้ บาร์ซ่า เหลือสองแต้ม เอแดน อาซาร์ ฟิตพร้อมกระชากป่วนแนวรับทีมเยือน "ไอ้ค้างค้าว" บาเลนเซีย ที่ยังมีหวังแย่งโควตาบอลยุโรปถ้วยเล็ก ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2563
เรอัล มาดริด (2) – บาเลนเซีย (8)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่
   

     ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ราชันชุดขาวไม่มี นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ที่บาดเจ็บ ส่วนรายของ ดานี่ การ์บาฆาล กับ มาเรียโน่ ดิอ๊าซ ต้องเช็กความฟิต

    ทำให้ตำแหน่งแบ็กขวา ถ้า การ์บาฆาล ไม่ไหว เอแดร์ มิลิเตา จะลงเล่นแทน ส่วนแบ็กซ้ายจะสลับมาเป็น แฟร์ล็องด์ เมนดี้, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส และ อิสโก้  และพัก ลูก้า โมดริช ไว้ที่ข้างสนาม คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแดน อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วน อัลเบิร์ต เซลาเดส กุนซือไอ้ค้างคาวต้องปรับทัพหลายตำแหน่ง แนวรับ กาเบรียล เปาลิสต้า มีอาการเจ็บรบกวน ถ้าไม่ไหวอาจต้องถอย ฟร็องซิส โกเกแล็ง ลงมายืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อูโก้ กุยยามอน แล้วดร็อป มูคตาร์ เดียกาบี้ ที่ฟอร์มห่วยไว้ข้างสนาม

    ส่วนแบ็กซ้ายต้องเช็กฟิต โฆเซ่ กาย่า ถ้าไม่เต็ม 100 เยาเม่ กอสต้า จะเล่นแทน แบ็กขวาสลับมาใช้ ดาเนี่ยล วาส แทน ฟลอเรนซี่ แดนกลาง จอฟเฟร ก็องด็อกเบีย พ้นโทษแบนกลับมายืนกับ ดาเนี่ยล ปาเรโฆ ตามเดิม

    ริมเส้น ฝั่งขวาเป็น เฟร์ราน ตอร์เรส ฝั่งซ้าย การ์ลอส โซเลร์ คู่หน้า  โรดริโก้ โมเรโน่  ยืนกับ มักซี่ โกเมซ ส่วนในรายของ เอเซเกล การาย กับ กริสเตียโน่ ปิชชีนี่ 

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล (เอแดร์ มิลิเตา), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, อิสโก้, โทนี่ โครส-เอแดน อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

    บาเลนเซีย (4-4-2) เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น-ดาเนี่ยล วาส, อูโก้ กุยยามอน, ฟร็องซิส โกเกแล็ง (กาเบรียล เปาลิสต้า),โฆเซ่ กาย่า(เยาเม่ กอสต้า)-เฟร์ราน ตอร์เรส, ดาเนี่ยล ปาเรโฆ, จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย, การ์โลส โซเลร์-มักซี่ โกเมซ, โรดรีโก้ โมเรโน่

รามอสฟรีคิกงาม! เรอัลมาดริดไม่พลาดอัดมายอร์ก้า ทวงจ่าฝูงคืนจากบาร์ซ่า

เรอัล มาดริด ไม่พลาดสามคะแนนหลังเล่นใน อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ไล่อัดเรอัล มายอร์ก้า 2-0 วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดเปิด ก่อนเซร์คิโอ รามอส จะปั่นฟรีคิกสุดสวยปิดกล่อง ส่งผลให้มี 68 แต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้นั่งเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม ในเกม ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา


สนาม :
เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด ก่อนเกมหล่นมาเป็นรองจ่าฝูงหลังโดน บาร์เซโลน่า แซงขึ้นแท่นนำมี 68 คะแนน เกมนี้ต้องคว้าชัยอย่างเดียวเพื่อแซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูง ด้วยเฮดทูเฮดที่เหนือกว่าบาร์ซ่า โดยเกมนี้เปิดรังรับมือ มายอร์ก้า ทีมโซนตกชั้นอันดับ 18 ของลีก

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาที "ราชันชุดขาว" ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ครอสมาหน้าประตูให้ เบนเซม่า ซัดด้วยขวาไปติดเซฟนายด่านมายอร์ก้า

    นาทีถัดมาบอลต่อเนื่องจากลูกเตะมุม ดานี่ การ์บาฆาล จ่ายบอลให้ แกเร็ธ เบล ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไปติดมือ มาโนโล่ เรน่า

    มายอร์ก้า ตอบโต้มาบ้าง นาทีที่ 10 อิดริสซู บาบา ได้บอลนอกกรอบก่อนซัดไกลแต่ยังไปติดมือของ ติโบล กูร์กตัวส์ พุ่งปัดออกไป

    นาที 19 ชุดขาวมาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช แทงบอลออกซ้ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนชิพบอลข้าม มาโนโล่ เรน่า เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    นาที 23 วินิซิอุส เกือบใส่สกอร์ที่สองของตัวเองในเกมนี้หลัง เบนเซม่า แทงบอลอย่างสวยให้ดาวยิงเลือดบราซิลหลุดเข้าไปซัดบอลชนคาน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 ทีมเยือนมีโอกาสจากลูกคอนเนอร์ หลัง ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัว ลาโก้ จูเนียร์ โขกหลุดกรอบออกไป

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ขึ้นนำ เรอัล มายอร์ก้า 1-0

    กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง มายอร์ก้า เปิดเกมรุกทันที นาที 47 ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาให้ อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ โขกกลางประตูไปเข้ามือ ติโบล กูร์กตัวส์

    นาที 56 เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกหน้ากรอบไม่ถึง 25 หลา ก่อนจะเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงโค้งเสียบตาข่ายเข้าไป
   
    นาที 62 ทาเคฟุสะ คุโบะ โชว์สเต็ปหลอกล่อแนวรับชุดขาวเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบแต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด ไล่บดเอาชนะ มายอร์ก้า ไปแบบสนุก 2-0 คว้าสามแต้มมี 68 คะแนน เท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้ ชุดขาว ขึ้นนำจ่าฝูงต่อไป

    รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล มาดริด (4-2-3-1) ติโบล กูร์กตัวส์ – ดานี่ กาบาร์ฆัล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เฟเด บัลเบร์เด้, ลูก้า โมดริช – แกเร็ธ เบล, เอแดน อาซาร์, วินิซิอุส จูเนียร์ – คาริม เบนเซม่า

    เรอัล มายอร์ก้า (3-4-2-1) มาโนโล่ เรน่า – มาร์ติน บัลเยนต์, อันโตนิโอ ไรโย่, อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ – อเลฆานโดร โปโซ่, อิดริสซู บาบา, อเล็กซ์ เฟบาส, ลาโก้ จูเนียร์ – ดานี่ โรดริเกซ, ทาเคฟุสะ คุโบะ – อันเต บูดิมีร์

    สรุปผลฟุตบอล ลา ลีกา เมื่อคืนวันพุธที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    – อลาเบส แพ้ โอซาซูน่า 0-1

    – เรอัล โซเซียดาด แพ้ เซลต้า บีโก้ 0-1

    – เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0

เบนเซม่าซัด! เรอัลมาดริดบุกเชือดโซเซียดาด แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูง

   

เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยเหนือ เรอัล โซเซียดาด ได้สำเร็จ 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญส่งผลให้มีแต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า 65 คะแนน แต่ "ราชันชุดขาว" เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้รั้งเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    ศึก ลา ลีกา สเปน นัดที่ 30 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด อันดับ 6 เปิดรังรับการมาเยือนของรองจ่าฝูง เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หากลูกทีมของ ซีดาน คว้าสามแต้มได้จะมี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า ทว่าเฮดทูเฮดดีกว่าจะแซงนำเป็นจ่าฝูงทันที

    อีมานอล อัลกวาซิล เทรนเนอร์เจ้าถิ่นส่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ยืมมาจาก "ราชันชุดขาว" ลงปั้นเกมโดยมี มิเกล โอยาซาบัล  และอเล็กซานเดอร์ อีซัค ล่าตาข่าย ส่วน เรอัล มาดริด ของซีเนดีน ซีดาน ส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ประสานงานร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "ราชันชุดขาว" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อนเลย หลัง เฟเด บัลเบร์เด้ หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงด้วยขวาหลุดกรอบไป

    นาที 15 มาร์ติน โอเดการ์ด แข้งตัวยืมของชุดขาวได้ลุ้นบ้างเหมือนกัน หลังตะบันนอกกรอบแต่บอลยังหลุดกรอบออกไป

    นาที 33 เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ เรอัล มาดริด คราวนี้ เฟเด บัลเบร์เด้ ไหลให้ คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางซ้ายก่อนโยกหลอกแล้วอัดเต็มแรงพุ่งไปติด อเล็กซ์ เรมีโร่ รับไม่อยู่ก่อนโดนกองหลังเคลียร์ออกมาได้

    ชุดขาวยังบุกอย่างหนัก อีก 2 นาทีถัดมา ได้ลุ้นอีกจาก คาเซมีโร่ หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโซเซียดาด

    นาที 42 วินิซิอุส จูเนียร์ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโยกหลบผู้เล่นเจ้าบ้านสองคนแล้วกดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งไปติดเซฟของ เรมีโร่

    จบครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด ยังเสมอกับ เรอัล มาดริด 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 48 มาร์เชโล่ แทงบอลทะลุช่องให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับโซเซียดาด ก่อนจังหวะสุดท้ายที่กำลังจะยิงไปโดน ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ขัดขาจากด้านหลัง ผุ้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ ก่อนจะยืนยันให้จุดโทษ และเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด บุกมานำ 1-0

    นาที 60 ซีดาน ต้องเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง เอแดร์ มิลิเตา ลงไปคุมหลังแทน เซร์คิโอ รามอส ที่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

    นาที 68 โซเซียดาดชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง อัดนาน ยานาไซ สับไกเบียดเสาแรกเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก มิเกล เมรีโน่ ที่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปบังการป้องกันของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ถือมีส่วนร่วมกับเกม

    อีกสองนาทีถัดมา กลายเป็น เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 เฟเด บัลเบร์เด้ ครอสบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า ใช้ไหล่พักบอลก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป แข้งเจ้าถิ่นฟ้องว่าเป็นแฮนด์บอลแต่หลังจากเช็กจาก วีเออาร์ แล้วผู้ตัดสินยืนยันให้ประตูมองว่าบอลโดนไหล่ไม่แฮนด์บอล

      นาที 83 เรอัล โซเซียดาด มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จนได้ จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โลเปซ วางบอลไปไกลถึง มิเกล เมรีโน่ จับบอลลงก่อนจะอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    จบเกม เรอัล โซเซียดาด พ่ายให้ เรอัล มาดริด 1-2 ทำให้ "ราชันชุดขาว" มี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้แซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล โซเซียดาด (4-2-3-1) อเล็กซ์ เรมีโร่ – อันโดนี โกโรซาเบล, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล – อีกอร์ ซูเบลเดีย, มิเกล เมรีโน่ – ปอร์ตู, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล โอยาซาบัล – อเล็กซานเดอร์ อีซัค

    ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดริเกซ – คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

 

ราชันเฮขึ้นฝูง! มาดริดเน้นเต็มพิกัดจัด “เบนเซม่า” บุกซัดโซเซียดาด

โอกาสมาแล้วสำหรับ "ราชันชุดขาว" หลังบาร์ซ่าที่เก็บได้เพียง 1 คะแนนทำให้หากเกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน คว้าชัยจะทะยานขึ้นจ่าฝูงด้วย ”เฮดทูเฮด” ที่ดีกว่าความพร้อมมี คาริม เบนเซม่า นำทัพ ทางด้าน อีมานอล อัลกวาซิล นายใหญ่ เรอัล โซเซียดาด ผลงานไม่สู้ดีวาง อัดนาน ยานูไซ ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563
เรอัล โซเซียดาด – เรอัล มาดริด
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    อีมานอล อัลกวาซิล เตรียมเปลี่ยนผู้เล่น 5-6 ตำแหน่งจากเกมพ่าย อลาเบส 0-2 แบ็กขวาไม่มี โยเซบา ซัลดูอา ที่ติดโทษแบน ก็จะใช้งาน อันโดนี่ โกโรซาเบล ยืนแทน

    ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะปรับมาเป็น อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ยืนกับ โรแบง เลอ นอร์มังด์ และแบ็กซ้ายเปลี่ยนจาก ไอเอน มูนญอซ กลับมาเป็น นาโช่ มอนเรอัล

    แดนกลางได้ มิเกล เมรีโน่ พ้นโทษแบนกลับมาเล่นร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อีกอร์ ซูเบลเดีย ทำให้ ดาบิด ซูรูตูซ่า จะกลับไปสำรอง ส่วน 3 ประสานในเกมรุก อัดนาน ยานูไซ จะนั่งแล้วให้ กริ
สเตียน ปอร์ตู ลงตัวจริงฝั่งขวา, ฝั่งซ้ายเป็น มิเกล โอยาซาบัล ส่วนกองหน้าตัวเป้า อเล็กซานเดอร์ อีซัค ลงยืนแทน วิลเลี่ยน โชเซ่

    ซีเนดีน ซีดาน อาจจะเปลี่ยนทีมแค่ตำแหน่งเดียวคือ แบ็กซ้ายที่ มาร์เซโล่ น่าจะลงมาเล่นแทน แฟร์กล็องด์ เมนดี้

    ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมดคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส
และ ลูก้า โมดริช  คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ลูกัส บาสเกซ และ อิสโก้ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) อเล็กซ์ เรมีโร่-โยเซบา ซัลดูอา, อาริตซ์ เอลูสตอนโด้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล-มาร์ติน โอเดการ์ด, ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้, อีกอร์ ซูเบลเดีย-อัดนาน ยานูไซ, อเล็กซานเดอร์ อีซัค, มิเกล โอยาซาบัล

ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผู้จัดการทีม : ซีเนดีน ซีดาน

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

07/02/20    โกปา เดล เรย์    เรอัล มาดริด        3-4    เรอัล โซเซียดาด
24/11/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด         3-1    เรอัล โซเซียดาด   
12/05/19    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    3-1    เรอัล มาดริด
07/01/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        0-2    เรอัล โซเซียดาด
11/02/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        5-2    เรอัล โซเซียดาด
18/09/17    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    1-3    เรอัล มาดริด
30/01/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        3-0    เรอัล โซเซียดาด   
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล โซเซียดาด

19/06/20    แพ้ อลาเบส 0-2 (เยือน)     ลา ลีกา
15/06/20    เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา   
11/03/20 ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
05/03/20    ชนะ มิรันเดส 1-0 (เยือน)    โกปา เดล เรย์
 
เรอัล มาดริด

19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.

เบนซ์ยิงงามหยด! เรอัลมาดริดถล่มบาเลนเซียกดดันบาร์ซ่าเหลือ2แต้ม

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่พลาดโอกาสทอง หลังได้ คาริม เบนเซม่า จัดคนเดียวสองลูกก่อนทีมชนะ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด มุ่งหวังสามคะแนนเต็มเท่านั้น เพื่อบีบช่องว่างกับจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ให้เหลือแค่สองแต้มก่อน บาร์ซ่า มีคิวเต็มวันศุกร์นี้ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสขนผู้เล่นทัพใหญ่นำโดย "เอแดน อาซาร์-คาริม เบนเซม่า" ส่วน แกเร็ธ เบล มีชื่อสำรอง ขณะที่ อัลเบิร์ต เซลาเดส กุนซือทีมเยือน "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย ตั้งใจมีคะแนนติดมือกลับออกไปแมตช์นี้ ยิ่งถ้าชนะได้จะทำแต้มทาบพื้นที่ยูโรปาลีกอันดับ 5-6 ทันที วาง "ดาเนี่ยล ปาเรโฆ" ทำเกมสนับสนุน "โรดรีโก้ โมเรโน่" พังตาข่าย

     เริ่มครึ่งแรกราชันลุยก่อนนาทีที่ 4 เอแดน อาซาร์ ได้บอลอยู่บริเวณริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจ่ายตบไหลคืนเข้ากลางสนามหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลาให้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ วางเท้าส่องไกลบอลพุ่งตรงเข้าหาประตูแต่นายทวารทีมเยือนรับไว้ได้

     เรอัล มาดริดสร้างโอกาสนาทีที่ 11 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ หยอดบอลจากวงกลมกลางสนามออกข้างสนามด้านซ้ายไปที่ คาริม เบนเซม่า โยกมารับบอลกรัชากเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งเดียวกัน ปาดคืนมาให้ โทนี่ โครส ปรี่มาหวดทีเดียวบอลทิศทางเข้ากรอบแต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังไม่พลาดรับอยู่มือ

     นาทีถัดมา คาริม เบนเซม่า สกิดบอลเร็วหน้ากรอบเขตโทษต่อให้ เอแดน อาซาร์ แตะบอลเข้าไปยิงในเขตโทษแต่นายด่านทีมเยือนเอาตัวบล็อกไว้ทัน ก่อนจังหวะต่อเนื่อง โทนี่ โครส สบจังหวะซัดไกลนอกกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา บอลยังเข้ามือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซียเช่นเดิม

     ไอ้ค้างคาวเกือบนำนาทีที่ 14 มักซี่ โกเมซ ถอยต่ำลงไปล้วงบอลก่อนตวัดบอลตัดหลัง ราฟาแอล วาราน ที่ดันเช็คล้ำหน้าไปให้ โรดรีโก้ โมเรโน่ สปีดฉีกมาเก็บบอลกระชากเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษทางขวา ยิงบอลผ่านตัว ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารชุดขาวที่ออกมาปิดมุมแต่โชคไม่ดีบอลชนเสาอย่างจังกระดอนออกมาชวดขึ้นนำน่าเสียดาย

     บาเลนเซียเซ็งหนักนาทีที่ 21 การ์โลส โซเลร์ ป้ายบอลฝากไว้ที่ โฆเซ่ กาย่า แบ็กขวาทีมเยือนตบคืนกลับมาที่ การ์โลส โซเลร์ ที่ยืนจ่ายบอลยัดกลางสนาม 20 หลาเยื้องมาทางซ้ายเข้ากลางเขตโทษ บอลไปโดน มักซี่ โกเมซ กองหน้าไอ้ค้างคาวที่อยู่ตำแหน่งล้ำหน้าเปลี่ยนทางเล็กน้อย โรดรีโก้ โมเรโน่ วิ่งสอดมาตามแปบอลเข้าไปตุงตาข่าย กรรมการให้ประตูก่อนดูวีเออาร์ ริบสกอร์คืน

     เรอัล มาดริดเดินเกมนาทีที่ 29 ดานี่ การ์บาฆาล ตะลุยเดี่ยวลากบอลเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา จิ้มบอลหนีดาวเตะบาเลนเซีย เข้าดวลเดี่ยว เอเลียควิม ม็องกาล่า กองหลังทีมเยือนในเขตโทษ แตะหลบหนึ่งครั้งแล้วซัดบริเวณกรอบ 6 หลา แต่ว่า เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ปิดมุมเสาแรกได้ดีสกัดทิ้งได้อย่างหวุดหวิด

     ทีมเยือนทักทายอีกหนนาทีที่ 44 จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย รับบอลจากเพื่อนทางด้านข้างส่งเข้ากลางสนามระยะเกือบ 30 หลา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสส่องไกลก่อน เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ จะเข้ามาขวาง บอลพุ่งโค้งจะเสียบเสาสองทว่า ติโบล กูร์กตัวส์ เหยียดสุดตัวปัดพ้นกรอบประตูอย่างสวยงาม จบ 45 นาทีแรกเสมอกัน 0-0

     เริ่มครึ่งหลังเจ้าถิ่นเปิดเกมนาทีที่ 58 ดาเนี่ยล วาส ฟูลแบ็กทีมเยือนออกบอลไม่ดีถูก เซร์คิโอ รามอส ขึ้นมาสูงมาฉกบอลบริเวณกลางสนามจ่ายสั้นให้ เอแดน อาซาร์ ไหลคืนกลับมาที่กัปตันราชันชุดขาวดีดบอลคืนจากวงกลมเขตโทษให้ เฟเด บัลเบร์เด้ รับบอลยิงทันทีแต่ว่าบอลไร้น้ำหนักเข้ามือ

     เรอัลมาดริดสำเร็จผลนาทีที่ 61 เอแดน อาซาร์ ถอยต่ำไปแดนตนเองครองบอล ก่อนกระชากกินมากลางสนามเบี่ยงมาทางซ้ายระยะ 30 หลา จ่ายเข้ากลางมี ลูก้า โมดริช รอบอลตบคืนไปที่ เอแดน อาซาร์ ที่สปีดตีมาพร้อมกองหลังบาเลนเซียตรงเส้นกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ไหลบอลเร็วให้ คาริม เบนเซม่า วิ่งตีคู่ยืนโล่งอยู่ด้านข้างฝั่งขวาซัดเข้าประตูไปเป็นลูกที่ 15 ของดาวยิงเมืองน้ำหอม

     ราชันชวดทิ้งห่างนาทีที่ 65 ลูก้า โมดริช ได้บอลบริเวณกลางสนามเยื้องมาด้านขวา ก่อนมิดฟิลด์โครแอตหมุนตัวหนีผู้เล่นไอ้ค้างคาว หวดไกลระยะ 20 หลาด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งโค้งแต่ไม่ดีพอหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารทีมเยือน

     เจ้าบ้านทิ้งห่างนาทีที่ 74 โทนี่ โครส โยนลุกเตะมุมทางด้านขวาเข้ากลางเขตโทษ เซร์คิโอ รามอส กระโดดโหม่งจังหวะแรกโดนไม่เต็ม บอลกระดอนมาเข้าทาง แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลากบอลจี้โยกหนี ดาเนี่ยล วาส มาทางเขตโทษด้านซ้าย เกือบถึงเส้นหลัง ส่งบอลย้อนเข้ากลางให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่เพิ่งลงมาไม่ถึงนาทีเอนตัววอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายสัมผัสบอลครั้งแรกเลี้ยวหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายด่านทีมเยือนเข้าไปอย่างแม่นยำ ราชันชุดขาวนำ 2-0

     ราชันชุดขาวเกือบบวกสกอร์เพิ่มนาทีที่ 85 โทนี่ โครส ปั่นลูกฟรีคิกระยะ 20 หลากรอบเขตโทษเอนมาทางซ้าย บอลเลี้ยงข้ามกำแพงผู้เล่นทีมเยือนแต่ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซีย โชว์ความเหนียวเซฟได้อีกครั้ง

     แต่แล้วช่วงท้ายเกม โทนี่ โครส เปิดบอลโด่งจากกลางสนามให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่วิ่งหลุดแนวรับทีมเยือนมาคนเดียวทางสนามฝั่งขวา เจ้าตัวเลี้ยงขึ้นมาถึงกรอบเขตโทษ แล้วหยอดบอลเข้ากลางเขตโทษไปให้ คาริม เบนเซม่า ใช้สุดยอดทักษะกระดกหลบเกมรับไอ้ค้างคาวด้วยเท้าขวาและยิงตามน้ำด้วยซ้าย บอลเหินเสียบเข้าตุงตาข่ายแบบงามหยด ก่อนที่นาทีที่ 89 อี คัง อิน หัวหอกโสมขาวตัวสำรองของทีมเยือนไปเตะนอกเกมใส่ เซร์คิโอ รามอส ถูกใบแดงไล่ออกไป จบเกม เรอัล มาดริด ถล่มครึ่งหลังใส่ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,โทนี่ โครส,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเด บัลเบร์เด้ (มาร์โก อเซนซิโอ น.74),ลูก้า โมดริช,คาริม เบนเซม่า,เอแดน อาซาร์ (วิเนซิอุส จูเนี่ยร์ น.82)

บาเลนเซีย (4-2-2): เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น,ดาเนี่ยล วาส,ฮูโก้ กิยามองต์,เอเลียควิม ม็องกาล่า,โฆเซ่ กาย่า,เฟร์ราน ตอร์เรส (กอนคาโล่ กูเอเดส น.59),ดาเนี่ยล ปาเรโฆ (ฟร็องซิส โกเกแล็ง น.69),จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย,การ์โลส โซเลร์ (เดนิส เชริเชฟ น.69),โรดรีโก้ โมเรโน่ (อี คัง อิน น.76),มักซี่ โกเมซ (เควิน กาไมโร่ น.59)

 

มีเสียวครึ่งหลัง! เรอัลมาดริดไม่พลาดรีสตาร์ทอัดเออิบาร์ จี้บาร์ซ่า 2 แต้ม

"ราชันชุดขาว" มีแผ่วให้เห็นในครึ่งหลังแต่ยังคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ ไปได้อย่างสนุก 3-1 ซิวสามแต้มยึดรองฝูง มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน จี้จ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เออิบาร์ ยึดที่ 16 หนีตายต่อหลังมีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่สองคะแนน ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ สเตเดี้ยม (มาดริด)

    รีสตาร์ท ลา ลีกา นัดที่ 28 "ราชันชุดขาว" รองจ่าฝูง เกมนี้ต้องมาเล่นที่สนามของทีมสำรอง รับการมาเยือนของ เออิบาร์ ทีมอันดับ 16 โดยก่อนเกม เรอัล มาดริด โดนจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ทิ้งห่างเป็น 5 คะแนน ทำให้แมตช์นี้ต้องคว้าชัยเพื่อลดช่องว่างให้เหลือแค่ 2 แต้มเหมือนเดิม

    เริ่มเกมมาได้แค่ 4 นาทีแรก เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า พยายามเลี้ยงบอลแหวกเข้าไป แต่โดน เซร์คิโอ อัลบาเรซ สกัดบอลออกมาเข้าทาง โทนี่ โครส แปด้วยขวาเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

    นาที 12 เออิบาร์ เกือบทวงประตูตีเสมอ หลัง โรแบร์โต้ คอร์เรอา ผ่านบอลเข้ากลางมาให้ เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่ อัดด้วย

    นาที 30 สกอร์ของเจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 หลัง เซร์คิโอ รามอส ตัดบอลได้แล้วพาขึ้นมาเอง ก่อนออกบอลให้ คาริม เบนเซม่า เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วจ่ายให้ โรดรีโก้ หลุดเข้าไปดวลก่อนจะถวายพานจ่ายให้ รามอส ที่เติมมากลางประตูยิงโล่งๆเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 6 ใน ลา ลีกา ของแนวรับวัย 34 ปี

    เกมรุกของเจ้าบ้านจัดจ้านจริงๆ นาที 37 เรอัล มาดริด มาพังประตูนำโด่งเป็น 3-0 อาซาร์ เล่นกับ เบนเซม่า ก่อนที่จะจ่ายตัดแนวรับให้ อาซาร์ หลุดเข้าไปซัดเสาแรกติดเซฟของ ดมิโตรวิช แนวรับทีมเยือนสกัดไม่พ้นมาเข้าทาง มาร์เซโล่ ตะบันด้วยซ้ายติดไซด์ก้อยพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 มาร์เซโล่ ครอสบอลมาเสาสองให้ โรดรีโก้ ยิงด้วยซ้ายมุมแคบแต่บอลยังไปติดเซฟของ มาร์โก ดมิโตรวิช

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำห่าง เออิบาร์ 3-0

    ครึ่งหลัง นาที 49 ติโบต์ กูร์กตัวส์ ทำเสียวหลังออกบอลด้วยเท้าพลาดไปติด ฟาเบียน โอเรยาน่า ก่อนบอลมาเข้าทาง  เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ซัดเร็วนอกกรอบ แต่ กูร์กตัวส์ ยังแก้ตัวเซฟออกไปแบบหวุดหวิด

     ทีมเยือนบุกมาเป็นชุด นาที 57 เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ ตะบันไกลด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งจะเสียบมุม แต่กูร์กตัวส์ยังไวบินปัดมือเดียวออกหลังไป

    ถัดมาอีกนาทีเดียว จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง เออิบาร์ ชวดได้ประตูตีไข่แตก หลัง เปโดร เลออน เปิดมาเสาแรกให้ ปาโบล เด บลาซิส โขกเสาแรกไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 60 เออิบาร์ มาได้ประตูไล่คืนมาเป็น 1-3 จนได้ บอลจากลูกคอนเนอร์เปิดเข้ามา แนวรับชุดขาวเคลียร์กันไม่ได้ เอดู เอ็กซ์โปซิโต้ อัดด้วยขวาไปแฉลบ เปโดร บิกาส เปลี่ยนทางไปชน กูร์กตัวส์ ปลิ้นเข้าประตูไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีจังหวะล้ำหน้า ก่อนจะให้ประตูแก่ทีมเยือนและเป็นเครดิตการทำประตูของ เปโดร บิกาส

    นาที 61 ซีดาน เปลี่ยนรวดเดียว 3 คน เอแดร์ มิลิเตา, แกเร็ธ เบล และวินิซิอุส จูเนียร์ ลงเล่นแทน เซร์คิโอ รามอส, โรดรีโก้ และเอแด็น อาซาร์

    โอกาสได้ลุ้นยังเป็นทีมเยือนที่มีเสียวกว่า คราวนี้ นาที 74 บอลจากลูกเซ็ตเพลย์ เปโดร เลออน เปิดมาให้ เปาโล โอลิเวยร่า เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโขกหลุดกรอบออกไป

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด กลับมารีสตาร์ทคว้าชัยเหนือ เออิบาร์ 3-1 คว้าสามแต้มยึดรองจ่าฝูงต่อไป มีเพิ่มเป็น 59 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า 2 แต้ม ส่วน เออิบาร์ ยังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อหลังอยู่อันดับ 16 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนน

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล (แฟร์กล็องด์ เมนดี้ น.46), ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส (เอแดร์ มิลิเตา น.61),มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช (เฟเด้ บัลเบร์เด้ น.84), เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.61), คาริม เบนเซม่า, โรดรีโก้ (แกเร็ธ เบล น.61)

        เออิบาร์ (4-2-3-1) มาร์โก ดมิโตรวิช – โรแบร์โต้ คอร์เรอา, เปาโล โอลิเวร่า, ราฟา ซัวอาเรซ (เปโดร บิกาส น.57), อานาอิตซ์ อาร์บีย่า (เอสเตบัน เบอร์โกส น.84) – เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่, เซร์คิโอ อัลบาเรซ – ฟาเบียน โอเรยาน่า (เปโดร เลออน น.57), เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, ปาโบล เด บลาซิส (ทาเคชิ อินูอิ น.78) – กีเก้ (เซร์จี้ เอ็นริช น.57)

 

ราชันห้ามพลาด! “อาซาร์” คัมแบ็กนำมาดริดฟัดเออิบาร์ รีสตาร์ทลาลีกา

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" รองจ่าฝูง จะพาทีมรีสตาร์ทลาลีกา ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ เออิบาร์ ทีมอันดับ 16 ความพร้อมได้ เอแด็น อาซาร์ หายเจ็บบัญชาทัพคู่ คาริม เบนเซม่า โดยต้องเก็บ 3 แต้มเท่านั้นหลัง บาร์ซ่าคว้าชัยทิ้งห่างออกไป 5 คะแนนแล้ว ในศึกรีสตาร์ทฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอลลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563    
เรอัล มาดริด (2) – เออิบาร์ (16)       
เวลา : 00.30 น. 

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว    

     ซีเนดีน ซีดาน กุนซือชุดขาว จะไม่มี นาโช่ เฟร์นานเดซ กับ ลูก้า โยวิช ที่บาดเจ็บ ส่วนที่เหลือไม่มีปัญหา ทุกคนพร้อมลงสนาม โดยจะยึดระบบ 4-4-2 ไดมอนด์

    แผงหลัง มาร์เซโล่ ลงยืนแบ็กซ้าย แบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตามเดิม ใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน

    แดนกลาง อีสโก้ คุมเกมรุกตรงกลาง ร่วมกับ เฟเด บัลเบร์เด้,โครส และ คาเซมีโร่ โดยมี ลูก้า โมดริช เป็นตัวสอดแทรก คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ด้าน โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ กุนซือทีมเยือนจะชวดใช้งาน กอนซาโล่ เอสกาลันเต้ มิดฟิลด์ตัวกลางที่ติดโทษแบน ทำให้ ปาเป้ ดิย็อป จะลงตัดเกมร่วมกับ เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่

    ส่วนริมเส้น มี เปโดร เลออน ลงทำเกมฝั่งขวา, ฟาเบียน โอเรยาน่า ยืนด้านซ้าย คู่หัวหอกวาง ชาร์เลส ดิอาซ กองหน้าบราซิลยืนกับ เซร์จี้ เอ็นริช

    แผงหลัง เปโดร บีกัส จะยืนเซนเตอร์คู่กับ เปาโล โอลิเวยร่า แบ็กขวาใช้ อานาอิตซ์ อาร์บีย่า ส่วนแบ็กซ้ายเป็น โฆเซ่ อังเคล ‘โกเต้’ ตามปกติ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้,เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่,อีสโก้,โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์,คาริม เบนเซม่า

    เออิบาร์ (4-4-2) มาร์โก ดมิโตรวิช-อานาอิตซ์ อาร์บีย่า,เปาโล โอลิเวร่า,เปโดร บีกัส,โฆเซ่ อังเคล ‘โกเต้’-เปโดร เลออน,เซบาสเตียน กริสโตโฟโร่,ปาเป้ ดิย็อป,ฟาเบียน โอเรยาน่า-ชาร์เลส ดิอาซ,เซร์จี้ เอ็นริช

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
10/11/19    ลา ลีกา    เออิบาร์    0-4    เรอัล มาดริด
06/04/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    2-1    เออิบาร์
24/11/18    ลา ลีกา    เออิบาร์    3-0    เรอัล มาดริด
10/03/18    ลา ลีกา    เออิบาร์    1-2    เรอัล มาดริด
23/10/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-0    เออิบาร์
 
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล มาดริด

09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.
23/02/20    แพ้ เลบันเต้ 0-1 (เยือน)        ลา ลีกา
17/02/20    เสมอ เซลต้า บีโก้ 2-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
   
เออิบาร์

11/03/20    แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
07/03/20    แพ้ เรอัล มายอร์ก้า 1-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
29/02/20    ชนะ เลบันเต้ 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
22/02/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-5 (เยือน)    ลา  ลีกา
08/02/20    แพ้ อลาเบส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา

แมนยู หน้ามืด พร้อมทุ่ม 100 ล้านยูโร คว้าสตาร์ บาร์เซโลนา หากพลาด เจดอน ซานโช่

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมแผนสำรองหากพลาดคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยพร้อมยื่นข้อเสนอ 100 ล้านยูโร เพื่อเป็นค่าตัวของ อัสซู ฟาติ ให้ บาร์เซโลนา พิจารณา จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563

        ดาวรุ่งวัย 17 ปี เป็นแข้งอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรจากศูนย์ฝึก ลามาเซีย ที่ได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลนา ฤดูกาลนี้ ก่อนที่ ลา ลีกา สเปน จะเลื่อนการแข่งขันตาม โปรแกรมบอล อันซู ฟาติ ลงเล่นให้กับทีมเจ้าบุญทุ่มไปแล้ว 24 นัด โดยกุนซือคนก่อนอย่าง เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เป็นผู้หยิบยื่นโอกาสให้กับ ฟาติ ได้มีส่วนร่วมในทีมชุดใหญ่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

        ล่าสุดสื่อในประเทศสเปนได้รายงานข่าวว่า จอร์จ เมนเดส ซูเปอร์เอเย่นต์มือทอง ได้มีการติดต่อพูดคุยกับ บาร์เซโลนา เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมาเกี่ยวกับราคาของ ฟาติ หากมีสโมสรไหนอยากได้ตัวนักเตะไปร่วมทีม แต่ทางทีมดังสเปนยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยดาวรุ่งวัย 17 ปี ออกจากทีม แต่ถ้าทีมไหนอยากได้ตัวก็ต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาที่ 150 ล้านยูโร

        แต่จากรายงานล่าสุดระบุว่า จอร์จ เมนเดส ได้ติดต่อกับทางทีมดัง ลา ลีกา สเปน อีกครั้ง โดยแจ้งว่ามีสโมสรจาก พรีเมียร์ลีก ที่พร้อมจ่ายเงินจำนวน 100 ล้านยูโร หรือราว 89 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัวของ อันซู ฟาติ ซึ่งทีมนั้นก็คือ แมนยู ที่ได้เล็ง ฟาติ ไว้เป็นทางเลือกหากพวกเขาพลาดได้ตัว เจดอน ซานโช่ จาก ดอร์ทมุนด์

       อย่างไรก็ตาม โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร บาร์เซโลนา ได้ออกมาปฏิเสธว่าจะไม่ปล่อยวันเดอร์คิดส์จากลามาเซียออกจากทีมแน่นอน เพราะเขาเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดใหญ่ในอนาคต และเราพร้อมจะปรับปรุงสัญญาฉบับใหม่ของเขาให้ดีขึ้น

 

พังมากกว่าปัง!ตัดเกรด 10 แข้งแพงระยับตลาดซัมเมอร์ 2019

ย้อนไปเมื่อตลาดช่วงซัมเมอร์ เมื่อปีที่แล้ว มีนักเตะหลายต่อหลายคนย้ายทีมด้วยมูลค่ามหาศาล บางคนก็ทำผลงานได้ดีจนน่าประทับใจ แต่บางรายก็ยังไม่สามารถแสดงผลงานออกมาให้คุ้มค่าตัวได้เท่าไหร่นัก

    ในสกู๊ปนี้เรามาดู 10 แข้งราคาแพงที่สุดประจำตลาดซัมเมอร์ 2019 แต่ละคนทำผลงานเป็นอย่างไร และสอบผ่านกันมากน้อยแค่ไหน

    1. ชูเอา เฟลิกซ์ : จาก เบนฟิก้า ไป แอต.มาดริด (126 ล้านยูโร)
    หลังย้ายเข้าสู่อ้อมออก แอตเลติโก มาดริด ช่วงเกมปรี-ซีซั่น เจ้าของรางวัลโกลเดนบอย ก็ซัดประตูใส่ได้ทั้ง ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด จนทำให้แฟนๆ "ตราหมี" เชื่อว่าเด็กคนนี้จะทดแทน อ็องตวน กรีซมันน์ ได้และมีอนาคตที่สดใสรออยู่

    อย่างไรก็ตาม พอเอาเข้าจริง เฟลิกซ์ ทำประตูได้เพียง 6 ลูกจากการลงสนาม 28 เกมเท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กองหน้าโปรตุกีสวัย 20 ปี จะเหมาะสมกับระบบการเล่นของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ หรือไม่

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    2. อ็องตวน กรีซมันน์ : จาก แอต.มาดริด ไป บาร์เซโลน่า (120 ล้านยูโร)
    กรีซมันน์ เคยออกมายืนยันว่าจะขออยู่กับ แอต.มาดริด ต่อไปในปี 2018 แต่ปีต่อมาเขาก็เปลี่ยนใจย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปีต่อมา

 

    สำหรับฟอร์มกับ บาร์ซ่า ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่นัก แม้ว่าผลงานที่ออกมา มันฟ้องว่ามีแค่ ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีส่วนร่วมกับประตูให้กับทีมมากกว่าเขา (8 ประตู 4 แอสซิสต์) รวมถึง มีแค่ซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ ที่สร้างโอกาสได้มากกว่า(26 ครั้ง) แต่แฟนๆ "เจ้าบุญทุ่ม" ก็ยังหวังอะไรในตัว กรีซมันน์ มากกว่านี้ เพื่อให้สมกับเงินมหาศาลที่ บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้าตัวเข้ามา

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    3. เอแด็น อาซาร์ : จาก เชลซี ไป เรอัล มาดริด (100 ล้านยูโร)
    แฟนบอลเชลซี รู้สึกแย่มากๆ ตอนที่สตาร์คนสำคัญของทีม ย้ายออกไปตอนที่สโมสรกำลังโดนแบนเรื่องซื้อนักเตะ แต่สิ่งร้ายๆ กลับไปเกิดขึ้นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เสียมากกว่า


 
    ปัญหาอาการบาดเจ็บ จำกัดให้ อาซาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่ 9 นัดเท่านั้น ทำประตูได้เพียง 1 ลูก กับแอสซิสต์อีกนิดหน่อยใน ลาลีกา แถมสร้างโอกาสเพียง 14 ครั้ง เท่ากับ ฮาเมส โรดริเกซ ที่ลงตัวจริง 4 นัด และ ลูกัส บาซเกซ ที่ลงตัวจริง 6 นัด เสียอีก

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    4. แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : จาก เลสเตอร์ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (87 ล้านยูโร)
    มีการตั้งคำถามถึง การเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกแต่ไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเรื่องนี้เองก็ไม่ได้ทำให้ แม็กไกวร์ ดูด้อยค่าลงเลยกับผลงานที่เขาทำให้กับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

    แม็กไกวร์ เป็นผู้นำในแนวรับ "ปีศาจแดง" ทั้งเรื่องการดวลลูกกลางอากาศ, การเข้าปะทะ, การบล็อค และการตัดบอล รวมถึงช่วยพาทีมเก็บคลีนชีต 8 นัด และตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมแมนยู เต็มตัวแล้ว

    ตัดเกรด : ผ่าน

    5. มัตไตจ์ส เดอ ลิกต์ : จาก อาแจ็กซ์ ไป ยูเวนตุส (85 ล้านยูโร)
    แนวรับที่เนื้อหอมมากที่สุดประจำซัมเมอร์ 2019 หลังจากพา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิส แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยหลังจากย้ายมาอยู่ ยูเวนตุส เกมที่ เดอ ลิกต์ เปล่งประกายมากสุดคือนัดที่เอาชนะ นาโปลี 4-3

 

    เดอ ลิกต์ ดวลลูกลางอากาศและผ่านบอลสำเร็จมากสุดเหนือกว่าใครบนแผงแนวรับ "เจ้าม้าลาย" แต่ก็ยังมีข้อสงสัยในตัวของ ดัตช์แมนรายนี้ ว่าในระยะยาวจะเหมาะสมกับระบบของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ หรือไม่

    ตัดเกรด : ยังไม่ผ่าน

    6. ลูก้าส์ เอร์นานเดซ : จาก แอต.มาดริด ไป บาเยิร์น มิวนิค (80 ล้านยูโร)
    บาเยิร์น มิวนิค ทุบกระปุกซื้อนักเตะแพงสุดของสโมสร ด้วยการคว้า เอร์นานเดซ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ยังไม่สามารถประเมินผลงานได้เลยว่าคุ้มค่ากับเม็ดงานที่ "พี่เสือ" จ่ายไปหรือไม่

 

    ปัญหาตรงหัวเข่า ตั้งแต่เดือนกันยายน ตามด้วยบาดเจ็บที่ข้อเท้าขั้นรุนแรง ทำให้ เอร์นานเดซ หายไปกว่า 4 เดือน นั่นหมายความว่าในซีซั่นนี้เขาลงเป็นตัวจริงแค่ 9 นัดจากทุกรายการเท่านั้น

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    7. นิโกล่าส์ เปเป้ : จาก ลีลล์ ไป อาร์เซน่อล (80 ล้านยูโร)
    เปเป้ กลายเป็นตัวปัญหาในระบบการเล่นในช่วงท้ายๆ ของ อูไน เอเมรี่  แม่ทัพ อาร์เซน่อล คนก่อน ซึ่งปีกทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ เจอปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นอย่างหนักกับต้นสังกัดใหม่

 

 

    อย่าไรก็ตาม เปเป้ เพิ่งจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาตอนเข้าสู่ปฏิทินปี 2020 ซึ่งมีแค่ เมซุต โอซิล (38) ที่สร้างโอกาสได้มากกว่าเขา (34) ถึงกระนั้น แฟนๆ เดอะ กันเนอร์ส ก็ยังหวังเห็นอะไรๆ มากกว่านี้กับดาวเตะค่าตัวแพงสุดของสโมสร

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    8. แฟรงกี้ เดอ ยอง : จาก อาแจ็กซ์ ไป บาร์เซโลน่า (75 ล้านยูโร)
    อีกหนึ่งสตาร์ อาแจ็กซ์ ที่เมื่อปีก่อนเนื้อหอมสุดๆ ไปทั่วทั้งยุโรป ซึ่งสุดท้าย เดอ ยอง ตกลงปลงใจย้ายไปกลายร่างเป็นผู้เล่น บาร์เซโลน่า และเป็นมิดฟิลด์ตัวหลักของทัพอาซูลกราน่า ได้ทันที

 

    เดอ ยอง แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยกับชีวิตใน ลาลีกา แม้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์คนเก่าจากไป แล้วพอ กีเก้ เซเตียน กุนซือคนใหม่เข้ามา ก็ไม่ได้ทำให้เขาเกิดผลกระทบแต่อย่างใด เดอ ยอง เป็นหัวใจของ บาร์ซ่า มาตลอดตั้งแต่ย้ายเข้ามา

    มิดฟิลด์ดัตช์แมน สร้างสรรค์โอกาส 24 ครั้งเหนือกว่าผู้เล่นกองกลางคืนอื่นๆ ในทีม และมีแค่ เซร์คิโอ บุสเก็ต มิดฟิลด์ตัวรับที่ตัดบอลและแย่งบอลคืนกลับมาได้มากกว่าเขาเท่านั้น

    ตัดเกรด : ผ่าน

    9. โรดรี้ : จาก แอต.มาดริด ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (70 ล้านยูโร)
    เจ้าของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดในการหาผู้เล่นเข้ามาทดแทนกองกลางตัวรับอย่าง แฟร์นันดินโญ่ ที่ในซีซั่นนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ถอยลงไปเล่นตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง

 

    โรดรี้ ผ่านบอลไปทั้งสิ้น 1,996 ครั้ง โดยมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จถึง 92% แถมยังแย่งบอลกลับคืนมาได้อีก 181 หน เหนือกว่าผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันในทีม"เรือใบสีฟ้า" ฟอร์มแบบนี้ แน่นอนล่ะว่าเขาจะเป็นกำลังหลักกับระบบการเล่นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปอีกนาน

    ตัดเกรด : ผ่าน

    10. โรเมลู ลูกากู : จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป อินเตอร์ มิลาน (65 ล้านยูโร)
    การย้ายของทีม ลูกากู ไปสู่ อินเตอร์ มิลาน ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องหาได้ยากในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ นั่นคือเป็นการย้ายทีมที่ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการความลื่นไหลบนแนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด และ อันโตนิโอ คอนเต้ เองก็อยากได้คนที่เขาเคยต้องการสมัยคุม ยูเวนตุส  และ เชลซี อย่าง ลูกากู มาเป็นลูกทีม ซึ่ง ดาวยิงเบลเจี้ยน ก็กลับมาเป็นยอดดาวยิงอีกครั้ง เมื่อทำไป 17 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในเซเรีย อา และเป็นดูโอระดับต้นๆ ของยุโรป เคียงข้าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ