มาแน่!ลิเวอร์พูลรอต้อนรับแข้งใหม่รายที่2ได้เลย

บรรดา "เดอะ ค็อป" เตรียมรอรับแข้งใหม่ได้เลย หลังโกลอนาคตไกลแดนกาแฟ อำลาสโมสรต้นสังกัดและเพื่อนๆ เพื่อมาเมืองผู้ดีแล้ว

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังจะได้นักเตะใหม่รายที่ 2 มาเสริมทัพอย่างเป็นทางการในซัมเมอร์นี้ หลัง มาร์เซโล่ ปิตาลูก้า ผู้รักษาประตูดาวรุ่ง ฟลูมิเนนเซ่ ทีมดังในลีกประเทศบราซิล ประกาศอำลาและขอบคุณต้นสังกัดแล้ว ก่อนที่จะย้ายมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์

ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล กับ ฟลูมิเนนเซ่ ตกลงค่าตัวรวมโบนัสของนายด่านวัย 17 ปีเรียบร้อย โดยอยู่ที่ราว 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 73.8 ล้านปอนด์) และจะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้จะเป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ

ปิตาลูก้า เผยผ่านเว็บไซต์สโมสร ฟลูมิเนนเซ่ ว่า "ผมซาบซึ้ง ฟลูมิเนนเซ่ เป็นเวลา 10 ปีที่ผมอยู่กับสโมสรตั้งแต่ระดับฟุตซอลจนมาถึงฟุตบอลอาชีพ ผมได้รับการปฎิบัติอย่างดีมาตลอด และได้รับการช่วยเหลือทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาทั้งส่วนตัวและในฐานะนักกีฬา โอกาสนี้เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับตัวผมเนื่องจากผมมีพาสปอร์ตยุโรปอยู่แล้ว"

ทั้งนี้ ปิตาลูก้า เป็นโกลมือ 4 ของ ฟลูมิเนนเซ่ โดยมือ 1 ของทีมคือ มูเรียล เบ็คเกอร์ พี่ชายของ อลีสซง นายทวารคนเก่งของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง

 

 

ดีลใกล้จบ!แรนส์โอเคขายเมนดี้ให้เชลซีแล้ว

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ระบุ แรนส์ ตอบรับข้อเสนอของ เชลซี ที่ขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ เรียบร้อย โดยจำนวนเงินที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องเสียไปในดีลนี้อยู่ที่สูงสุด 25 ล้านปอนด์ และ เมนดี้ ก็เตรียมจะเดินทางไปตรวจร่างกายกับทีมในเร็วๆ

เชลซี สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ แรนส์ เรื่องการขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัลมาร่วมทัพได้แล้ว โดยที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวของเขาเป็นจำนวนสูงสุด 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

ตำแหน่งนายทวารคือหนึ่งในตำแหน่งที่หลายคนมองว่า เชลซี จำเป็นต้องทำการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า มือ 1 คนปัจจุบันของทีมทำผลงานได้น่าผิดหวัง ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถึงขั้นเคยมีข่าวกับ ยาน โอบลัค นายด่านจอมหนึบของ แอตเลติโก มาดริด ด้วย แต่เป็นที่เชื่อกันว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินมากพอสำหรับการซื้อนายทวารระดับท็อปของทวีปยุโรปแล้ว เพราะที่ผ่านมาใช้เงินเสริมทัพไปแล้วถึงเกือบ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) ในการดึงแข้งอย่าง ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาเสริมแกร่ง

ด้วยเหตุนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เชลซี จึงเบนเป้ามาที่ เมนดี้ และการเจรจาก็คืบหน้าไปได้ด้วยดีมากๆ จนล่าสุด แรนส์ ถึงขั้นยอมรับข้อเสนอของพวกเขาแล้ว ทำให้ทุกอย่างใกล้จบลงด้วยดี โดยนายทวารวัย 28 ปีเตรียมที่จะเดินทางไปรับการตรวจร่างกายที่ประเทศอังกฤษในเร็วๆ นี้เพื่อดำเนินขั้นตอนการย้ายทีมให้เสร็จสิ้น

ถ้าหาก เมนดี้ ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัวระดับนั้นจริง มันก็จะทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูจากลีกฝรั่งเศสที่มีค่าตัวสูงที่สุดในการย้ายมาเล่นที่ อังกฤษ โดยเจ้าของสถิติคนปัจจุบันคือ ปีเตอร์ เช็ก ที่เคยบอกลา แรนส์ เพื่อมาซบ เชลซี เหมือนกัน เมื่อปี 2004 ซึ่งตอนนั้น เช็ก มีค่าตัว 12.3 ล้านปอนด์ (เทียบเป็นค่าเงินปัจจุบันคือ 16.85 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 690.85 ล้านบาท)

ด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือสูงก็บอกเหมือนกันว่า แรนส์ ตอบรับข้อเสนอของ เชลซี แล้ว แต่ไม่ได้ระบุเรื่องค่าตัว "แรนส์ ตอบรับข้อเสนออันใหม่จาก เชลซี ที่ขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ แล้ว เรียบร้อย! ดีลจะเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ โดยตัวผู้รักษาประตูจะบินไปยังกรุงลอนดอนและจะรับการตรวจร่างกายในเร็วๆ นี้ มันมีการบรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกันไปตั้งแต่หลายวันก่อน แลมพาร์ด จะได้ผู้รักษาประตูคนใหม่" โรมาโน่ ระบุ

ท็อป10นักเตะพรีเมียร์ฯรับค่าเหนื่อยเยอะสุด

ไร้ ลิเวอร์พูล! เปิด 10 อันดับนักเตะที่ฟันค่าเหนื่อยเยอะสุดใน พรีเมียร์ลีก หลัง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล ส่งผลให้พุ่งพรวดขึ้นมาอยู่หัวแถวทันที

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้ากัปตันทีม อาร์เซน่อล กลายเป็นนักเตะใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่รับค่าเหนื่อยมากสุด หลังจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ออกไปจนถึงปี 2023 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายงานระบุว่า โอบาเมยอง ได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละเกินกว่า 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่อันดับ 2 มีสองคนคือ เมซุต โอซิล กองกลางเพื่อนร่วมทีม "ปืนใหญ่" และ ดาบิด เด เคอา นายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ 350,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์

ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ไม่มีนักเตะที่รับค่าเหนื่อยมากสุดใน 10 อันดับแรก โดยแข้ง "หงส์แดง" ที่รับมากสุดในเวลานี้คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ ที่ได้ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

10 อันดับนักเตะ พรีเมียร์ลีก ที่รับค่าเหนื่อยมากสุด (ต่อสัปดาห์)

1.  ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมยอง (อาร์เซน่อล)         มากกว่า 350,000 ปอนด์
2. เมซุต โอซิล (อาร์เซน่อล)            350,000 ปอนด์
2. ดาบิด เด เคอา (แมนฯ ยูไนเต็ด)            350,000 ปอนด์
4. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)            320,000 ปอนด์
5. ไค ฮาแวร์ทซ์ (เชลซี)            310,000 ปอนด์
6. ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้)            300,000 ปอนด์
7. ปอล ป็อกบา (แมนฯ ยูไนเต็ด)            290,000 ปอนด์
8. อองโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนฯ ยูไนเต็ด)        250,000 ปอนด์
9. เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้)            230,000 ปอนด์
10. วิลเลี่ยน (อาร์เซน่อล)             220,000 ปอนด์

ลุ้นเฮ2นัดติด! “อี กังอิน” นำทัพบาเลนเซียบุกปราบ เซลต้า บีโก้

"ค้างคาว" เกมแรกออกสตาร์ทซีซั่นใหม่ด้วยสามคะแนนเหนือ เลบันเต้ 4-2 เกมนี้ต้องบุกไปเยือน เซลต้ บีโก้ เจองานหนักแน่ โดย บาเลนเซีย ต้องเช็กฟิตของ เควิน กาเมโร่ หัวหอกตัวเก่ง ซึ่งหากลงไม่ได้พร้อมดัน มักซี่ โกเมซ เป็นหน้าเป้าโดยมี อี กังอิน ดาวรุ่งโสมขาวปั้นเกม ในศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน นี้

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน 
เซลต้า บีโก้ (9) – บาเลนเซีย (1)     
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา : 02.00 น.

สนาม : อาบานก้า-ไบไลโดส

  เซลต้า บีโก้

    ออสการ์ การ์เซีย ยังขาด เซร์คิโอ อัลบาเรซ กับ รูเบน บลังโก้ สองนายทวารที่บาดเจ็บ ทำให้ อีบัน บียาร์ จะได้ลงเฝ้าเสาตามเดิม เช่นเดียวกับตำแหน่งอื่นๆก็จะเป็นชุดเดิมจากเกมก่อนทั้งหมด ส่วนแนวรุก ใช้ ยาโก้ อาสปาส ยืนคู่หน้าเป้า มี โนลีโต้ 


    บราอิส เมนเดส และ เอ็มเร่ มอร์ เป็นแผงรุกอยู่ด้านหลัง ,ตรงกลาง โอกาย โยกูสลู ทำเกมร่วมกับ เรนาโต้ ตาเปีย  ส่วนแผงหลังประกอบด้วย  อูโก้ มาโย่ กับ ลูกัส โอลาซ่า เดินเกมในตำแหน่งวิงแบ็กขวา-ซ้าย มี เนสตอร์ อาเราโฮ ยืนเซนเตอร์กับ โจเซป ไอดู

    บาเลนเซีย

    ฆาบี การ์เซีย มีปัญกาในการจัดทีมนัดนี้อยู่พอสมควรเมื่อ อูรอส ราซิช มิดฟิลด์เซอร์เบียไม่สมบูรณ์เช่นเดียวกับ เควิน กาเมโร่ ที่ยังต้องรอเช็กความฟิต ทำให้แดนหน้า มักซี่ โกเมซ จะยืนหัวหอกเดี่ยว ตัวรุกประกอบด้วย ยูนูส มูซาห์,อี กังอิน และ

        กอนซาโล่ เกเดส แดนกลาง อูรอส ราซิช น่าจะผ่านความฟิตลงเล่นได้ แต่ถ้าไม่ไหว บิเซนเต้ เอสเกร์โด้ ดาวรุ่งจากชุดเล็กจะลงทำหน้าที่แทน โดยปั้นเกมร่วมกับ จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย แนวรับ โฆเซ่ กาย่า ยืนแบ็กซ้าย แบ็กขวาเป็น ดาเนี่ยล วาส, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟใช้ กาเบรียล เปาลิสต้า ยืนกับ มูคตาร์ เดียกาบี้ เนื่องจาก เอเลียควิม มองกาล่า ไม่สมบูรณ์ เช่นเดียวกับ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารดัตช์,การ์ลอส โซเลร์ 

11 นักเตะตามคาด

    เซลต้า บีโก้ (4-2-3-1) อีบัน บียาร์-อูโก้ มาโย่,โจเซป ไอดู,เนสตอร์ อาเราโฮ,ลูกัส โอลาซ่า-เรนาโต้ ตาเปีย,โอกาย โยกูสลู-เอ็มเร่ มอร์,บราอิส เมนเดส,โนลีโต้-ยาโก้ อาสปาส

    บาเลนเซีย (4-2-3-1) เยาเม่ โดเมเน็ค-ดาเนี่ยล วาส,กาเบรียล เปาลิสต้า,มูคตาร์ เดียกาบี้,โฆเซ่ กาย่า-อูโรส ราซิช(บิเซนเต้ เอสเกร์โด้),จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย-,ยูนูส มูซาห์,อี กังอิน,กอนซาโล่ เกเดส-มักซี่ โกเมซ

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี    รายการ         ผลการแข่งขัน 
02/02/20        ลาลีกา   บาเลนเซีย 1-0 เซลต้า บีโก้
25/08/19        ลาลีกา  เซลต้า บีโก้ 1-0 บาเลนเซีย
20/01/19        ลาลีกา  เซลต้า บีโก้ 1-2 บาเลนเซีย
27/09/18        ลาลีกา   บาเลนเซีย 1-1 เซลต้า บีโก้
21/04/18        ลาลีกา  เซลต้า บีโก้ 1-1 บาเลนเซีย

ผลงาน 5 นัดหลังสุด 
เซลต้า บีโก้

12/09/20 เสมอ เออิบาร์ 0-0 (เยือน) ลาลีกา 
05/09/20 เสมอ สปอร์ติ้ง กิฆอน 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
02/09/20 ชนะ ลูโก้ 2-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/08/20 เสมอ เรอัล โอเบียโด้ 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
20/07/20 เสมอ เอสปันญ่อล 0-0 (เยือน) ลาลีกา 

บาเลนเซีย
14/09/20 ชนะ เลบันเต้ 4-2 (เหย้า) ลาลีกา 
06/09/20 ชนะ คาร์ทาเกน่า 3-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
30/08/20 เสมอ เลบันเต้ 0-0 (เยือน) กระชับมิตร 
29/08/20 ชนะ บียาร์เรอัล 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
23/08/20 ชนะ คาสเตลล่อน 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร 

 

วิกฤติแล้ว!ปารีสพบแข้งติดเชื้อโควิดเพิ่มอีก3คน

 

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เจอวิกฤติหนักเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากการตรวจล่าสุดพบว่ามีพ่อค้าแข้งติดเชื้อเพิ่มอีก 3 รายทำให้ตอนนี้ยอดสะสมนักเตะภายในทีมติดไวรัสมรณะไปแล้วถึง 6 รายเลยทีเดียว

ปารีส แซงต์-แชร์แมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส แถลงการณ์ยืนยันว่ามีนักเตะทัพ "เปแอสเช" อีก 3 รายมีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้พวกเขามีนักเตะที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวจากโรคนี้รวมเบ็ดเสร็จ 6 รายเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ แซงต์-แชร์กแมง มีนักเตะติดเชื้อไวรัสมรณะ 3 รายได้แก่ เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล, อังเคล ดิ มาเรีย ปีกทีมชาติอาร์เจนตินา และ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางเลือดฟ้า-ขาว โดยทั้ง 3 คน ต่างเพิ่งกลับมาจากการไปพักร้อนในเกาะอิบิซ่า ประเทศสเปน

ล่าสุด "เปแอสเช" ยังคงต้องพบกับวิกฤติเพิ่มขึ้นเมื่อมีการยืนยันว่านักเตะของพวกเขาอีก 3 รายถูกตรวจพบว่าติดเชื้อร้ายด้วย โดยแถลงการณ์ของรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นล่าสุด ระบุว่า "จากการตรวจหาเชื้อโควิดครั้งล่าสุดของเจ้าหน้าที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยืนยันว่า มีอีก 3 รายที่มีผลการตรวจเป็นบวก"

แม้ว่า แซงต์-แชร์กแมง จะได้ได้ระบุว่านักเตะที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นใคร แต่ เลกิ๊ป สื่อดังในดินแดนน้ำหอม รายงานว่าทั้ง 3 คนได้แก่ มาร์กินญอส กองหลังเลือดแซมบ้า, เมาโร่ อิการ์ดี้ หัวหอกอาร์เจนไตน์ และ เคย์เลอร์ นาบาส นายทวารมากประสบการณ์ชาวคอสตาริกา

เร่เข้ามา!แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)

นอกจากนั้น "ปีศาจแดง" ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้วย

แน่นอนว่า เมื่อมีนักเตะเข้ามาก็ต้องมีคนย้ายออกไป โดยที่อยู่ในข่ายโดนโละมี 9 คน และตั้งราคาเอาไว้ดังนี้

1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

 ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก 

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์  

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ "ปีศาจแดง" อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

"ปีศาจแดง" พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ "ปีศาจแดง-ดำ" ไม่สนใจ

7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ "ปีศาจแดง" ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

"ปีศาจแดง" พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

ขาดลอยเหลือเชื่อ!เปิดผลโหวตใครควรเป็นมือ1แมนยู

เปิดผลโหวตแฟนบอลอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งใครเฝ้าเสาในซีซั่นหน้า โดยคะแนนที่ออกมาชนะกันอย่างถล่มทลายเกินคาด
    สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดังของอังกฤษ จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลว่า ระหว่าง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน กับ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารชาวเมืองผู้ดี ใครควรเป็นมือ 1 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/21

    "ปีศาจแดง" เพิ่งจับ เฮนเดอร์สัน วัย 23 ปี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 หลังฤดูกาลที่ผ่านมาไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวใช้งาน

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ จะยังคงไว้วางใจให้ เด เคอา ได้เป็นมือ 1 ต่อไป แต่ เฮนเดอร์สัน ไม่หวาดหวั่นและเจ้าตัวพร้อมที่จะรับความท้าทายในครั้งนี้ ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะกลับสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    จากผลโหวตที่มีแฟนบอล 116,833 เข้ามาแสดงความเห็นออกมาว่า เฮนเดอร์สัน ควรได้เป็นมือ 1 มากถึง 71.3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ เด เคอา ได้ไปแค่ 28.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @chineduanaz ให้ความเห็นว่า "เด เคอา ทำพลาดมาหลายครั้ง ลองดูคนอื่นบ้างดีกว่า เราสามารถกลับมาใช้ เด เคอา หาก ดีน เกิดทำผิดพลาดเหมือนกัน"

    ส่วนแฟนบอลที่มอง เด เคอา เหนือกว่าอย่าง @infamousmofo เผยว่า "คุณจะเลือกนายทวารระดับโลกมานับ 10 ปี หรือคนที่เพิ่งมาทำผลงานดีแค่ฤดูกาลเดียวล่ะ?"

ยังมีไฟ!ลาซิโอประกาศคว้า “เรน่า” เฝ้าเสา

เปเป้ เรน่า อดีตนายทวาร ลิเวอร์พูล ยังคงอยู่โลดแล่นในเวที เซเรีย อา โดยล่าสุดเซ็นสัญญาร่วมก๊วน ลาซิโอ เรียบร้อย หลังแยกทางกับ เอซี มิลาน

ลาซิโอ สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการคว้าตัว เปเป้ เรน่า ผู้รักษาประตูประสบการณ์สูงชาวสแปนิช มาร่วมทีมด้วยสัญญา 2 ปี เรียบร้อย

อดีตนายทวาร ลิเวอร์พูล และ นาโปลี ที่กำลังจะอายุครบ 38 ปี ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ย้ายมายังถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิก แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ เอซี มิลาน ที่เหลืออีก 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ เรน่า ได้รับความสนใจจาก บาเลนเซีย สโมสรดังในลีกบ้านเกิด ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เล่นที่อิตาลีต่อไป 

ทั้งนี้ เรน่า ลงเฝ้าเสาให้ เอซี มิลาน ไปทั้งสิ้น 13 นัด โดยช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้ แอสตัน วิลล่า ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบสัญญายืมตัว และสามารถช่วยทัพ "สิงห์ผงาด" รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ 

พิคฟอร์ดระวัง!อันเช่เล็ง “โรเมโร่” ร่วมทัพเอฟเวอร์ตัน

 

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน สนใจดึง เซร์คิโอ โรเมโร่ โกลสำรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยหวังจะนำนายด่านชาวอาร์เจนไตน์มากดดัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ให้รักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ เพราะหากทำพลาดมีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งมือ 1 เอาได้ง่ายๆ 
   
คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน แสดงความสนใจอยากได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเฝ้าเสาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค จากการปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ

   
"คาร์เล็ตโต้" พยายามที่จะพัฒนาผู้เล่นในทุกตำแหน่งด้วยการหานักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะในตำแหน่งนายทวารที่ปัจจุบัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ครองมือ 1 สบายๆ ฉะนั้นการเล็งกระชากตัว โรเมโร่ มาร่วมทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็เพื่อหวังที่จะกดดัน นายด่านทีมชาติอังกฤษ ให้รักษาฟอร์มการเล่นที่เหนียวหนึบต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมา พิคฟอร์ด มักจะทำผิดพลาดอย่างหนักหลายครั้ง และ อันเชลอตติ รู้สึกว่าหากมีการแข่งขันในการแย่งชิงมือ 1 ภายในทีม จะช่วยกระตุ้นให้ โกลเลือดผู้ดีวัย 26 ปี พยายามโชว์ฟอร์มให้คงเส้นคงวา เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะหลุดจากตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

ขณะที่ โรเมโร่ ซึ่งเป็นมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนตินา และเฝ้าเสาให้ทัพ "ฟ้าขาว" ไปแล้ว 96 เกม ที่ต้องพบกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวังกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี เมื่อเขาได้รับโอกาสเฝ้าเสาในฐานะตัวจริง แค่เฉพาะเกมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น แถมการที่ "ผีแดง" ได้ ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาร่วมทีมหลังถูกส่งไปเล่นยืมตัว 2 ซีซั่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เขาอาจกระเด็นไปเป็นมือ 3

เวมบลีย์พี่ปืนถนัด! 7 ประเด็นเด็ดหลังอาร์เซน่อลดวลเป้าชนะลิเวอร์พูลเกมชิงโล่

อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ "หงส์แดง" คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน
1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

    ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

    ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

    ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

    ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

    ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

    นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

    ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

    มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

    การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

    เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

    เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

    ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

    ช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

    ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม