โอบาฮีโร่-เลโน่มีเหวอ! อาร์เซน่อลรัว4นาทีสอยราปิดเปิดยูโรปาลีก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หวิดสิ้นชื่อเกมนี้ เมื่อ แบรนด์ เลโน่ ทำพลาด ก่อนเป็น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลงตัวสำรองมากระหน่ำประตูชัยบุกเชือด ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มประเดิมบอลยุโรปใบนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ สตาดิโอน

ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ฟอร์มในลีกล่าสุดแพ้ แมนซิตี้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใส่ชื่อ "ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง" เป็นสำรอง แดนกลางใช้ "โธมัส ปาร์เตย์" ประเดิมบอลยุโรปนัดแรกกับทีม บุกบ้าน ราปิด เวียนนา รองจ่าฝูงลีกออสเตรีย ของเทรนเนอร์ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ จัดผู้เล่นฟูลทัพนำโดยดาวยิงตัวทีเด็ดอย่าง "ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส" พร้อมซัดตาข่ายนำชัย

ปืนใหญ่เกือบนำนาทีที่ 15 เซดริก โซอาเรส เปิดลูกฟรีคิกทางขวาของสนามระยะเกือบ 25 หลา บอลลอยมาในเขตโทษเยื้องมาทางซ้าย ดาวิด ลุยซ์ โถมหัวโขกบอลกระดอนพื้นถูกนายทวารเจ้าบ้านทุบทิ้งออกมาได้

เจ้าบ้านหวิดทำได้นาทีที่ 19 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส โยกมาทางริมสนามด้านขวาตามดีดคืนให้ เคลวิน อราเซ่ รับบอลจ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ หัวหอกปรี่มายิงไขว้หลังไปแฉลบตัว กาเบรียล มากัลเญส ลอยเกือบข้ามตัว แบรนด์ เลโน่ ยังดีที่นายด่านทีมเยือนปัดไว้ทัน

ผ่านมานาทีที่ 31 นิโคลัส เปเป้ ลากบอลลุยมาคนเดียวทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนโชว์ลีลาสับขาโยกหลอกผู้เล่นเจ้าถิ่นตัดเข้าเหลี่ยมปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งไม่พอออกข้างเสาสองไปไกลพอควร

ราปิดสร้างโอกาสนาทีที่ 36 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ลงต่ำมารับบอล เลี้ยงกินระยะมาถึงกลางสนาม 25 หลา ตัดสินใจส่องไกล บอลทิศทางติดไซต์โป้งเล็กน้อย แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ แบรนด์ เลโน่ มือกาวปืนโตรับสบาย

เจ้าบ้านบุกอีกนาทีที่ 43 มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ ครอสบอลจากริมเส้นทางซ้าย บอลโค้งมาที่ เออร์คาน คาร่า หันหลังแตะบอลหนี ดาวิด ลุยซ์ พลิกมายิงบอลแต่เลี้ยวมากไปผ่านหน้าปากประตูออกไป จบ 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ราปิดได้เฮนาทีที่ 51 ดาวิด ลุยซ์ จ่ายบอลเล่นสั้นหน้าเขตโทษ ส่งคืนไปที่ แบรนด์ เลโน่ แปะบอลเบาไปติดตัว เออร์คาน คาร่า ที่ปรี่มาดักบอลเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ยิงสวนเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

ปืนใหญ่เกือบแย่หนักนาทีที่ 59 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ไหลคืนหลังมาที่ แบรนด์ เลโน่ ถูก เออร์คาน คาร่า ตามมากดดัน จนนายทวารปืนใหญ่เตะออกมาไม่ดีเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส เก็บบอลกระชากมาตรงเส้นเขตโทษ ก่อนซัดบอลติดเซฟมือกาวชาวเยอรมันแก้ตัวได้ดี

ทีมเยือนตีเจ๊านาทีที่ 70 นิโคลัส เปเป้ ทิ้งลูกฟรีคิกทางสนามฝั่งขวาระยะเกือบ 30 หลา บอลโด่งมากลางเขตโทษ ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาโหม่งสวนตัว ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์ มือกาวเจ้าบ้านที่ออกมาไม่เจอบอลตุงตาข่ายไป

และแล้วนาทีที่ 74 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ แทงบอลกลางสนามทะลุช่องมาให้ เอ็คตอร์ เบเยริน สอดหลุดมาในเขตโทษทางขวาปาดมาหน้าปากประตูไปที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แปเข้าตุงประตูง่ายดาย จบเกม อาร์เซน่อล บุกไล่แซง ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มเปิดหัวยูโรปาลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ราปิด เวียนนา (3-4-3): ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์,ฟิลิป สตอยโควิช,มักซิมิเลียน โฮฟมันน์,มาเตโอ บารัช,เคลวิน อราเซ่ (ธอร์สเท่น ชิค น.79),เดยัน ลูบิซิช,เซอร์ดาน กราโฮวัช,มักซิมิเลียน อูลล์มันน์,เออร์คาน คาร่า (โคยะ คิตางาวะ น.76),มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ (คริสโตเฟอร์ คลัสมุนเนอร์ น.88),ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส

อาร์เซน่อล (4-4-2): แบรนด์ เลโน่,เซดริก โซอาเรส (เอ็คตอร์ เบเยริน น.61),ดาวิด ลุยซ์,กาเบรียล มากัลเญส,เซอัด โคลาซินัช,นิโคลัส เปเป้,โธมัส ปาร์เตย์,โมฮาเหม็ด เอลเนนี่,บูกาโย ซาก้า (คีแรน เทียร์นี่ย์ น.84),เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.61),อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.84)

เคียซ่าลงประเดิม-โดนแดง! ยูเวนตุสเซ็งVARริบสกอร์แค่เจ๊าโครโตเน่

 

เฟเดริโก้ เคียซ่า ดาวเตะคนใหม่ นกอจากจ่ายให้เพื่อนทำสกอร์ ยังโดนใบแดงประเดิมลงเล่นนัดแรกอีกด้วย แถมทัพ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังถูกวีเออาร์ยึดประตูคืน ทำจบเสมอ โครโตเน่ ทีมบ๊วยไป 1-1 แบ่งคะแนนกันไป ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอ เอ็นโซ่ ซีด้า

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ก่อนเบรกทีมชาติไม่มีได้กัก เนื่องจาก นาโปลี คู่แข่งแมตช์ก่อนไม่เดินทางมาแข่ง อันเดรีย ปีร์โล่ นายใหญ่ทีมเยือน ไม่มี "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ที่ติดโควิด ส่วนดาวเตะตัวใหม่ "เฟเดริโก้ เคียซ่า" ลงตัวจริงเกมแรกบุกบ้าน โครโตเน่ น้องใหม่ที่จมบ๊วยตอนนี้ โจวานนี่  สโตปป้า กุนซือเจ้าถิ่น ขอลูกทีมแย่งคะแนนให้ได้ มีตัวความหวัง "ซิมี่" ดาวซัลโวเซเรีย บี ปีก่อนล่าสกอร์

เจ้าถิ่นมีลุ้นนาทีที่ 5 ลูกา ชิการินี่ เล่นลุกเตะมุมสั้นทางซ้ายมาที่ มิลอส วูลิซ จับบอลลองซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลไปถูกเท้าผู้เล่นยูเว่ที่ยืนบล็อก แฉลบออกข้างเสาประตูแบบมีหวังเป็นสกอร์

โครโตเน่นำก่อนนาทีที่ 11 เปโดร เปเรย์ร่า ไหลบอลกลางสนามต่อไปที่ อาร์คาดิอุซ เรก้า วิ่งตามรับในเขตโทษทางซ้ายก่อนถูก เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เข้ามาย่ำที่เท้า กรรมการเป่าเป็นจุดโทษ ซิมี่ หัวหอกเจ้าบ้านหวดเข้าไป

ม้าลายตีเจ๊านาทีที่ 21 เดยัน คูลูเซฟสกี้ จ่ายบอลกลางสนามแทงมาที่ เฟเดริโก้ เคียซ่า ลากบอลเข้าเขตโทษทางขวา ปาดมาหน้าปากประตูและเป็น อัลบาโร่ โมราต้า สไลด์ตัวจิ้มบอลระยะเผาขนเข้าซุกก้นตาข่ายสำเร็จ

ช่วงนาทีที่ 44 อาร์คาดิอุซ เรก้า เปิดบอลจากริมสนามทางซ้าย บอลกระดอนเลยดาวเตะม้าลายที่พยายามมาสกัดมาถึง เปโดร เปเรย์ร่า เก็บบอลแล้วซัดเต็มเท้า บอลเข้าหากรอบประตูแต่ จานลุยจิ บุฟฟอน นายทวารคนเก๋ายืนถูกที่รับได้ จบ 45 นาทีแรกเสมอกัน 1-1

ยูเว่เกือบพลิกนำนาทีที่ 46 โรดดีโก้ เบนตากูร์ ยืนรอเก็บตกบอลเคลียร์ของแนวรับเจ้าบ้าน ก่อนเจ้าตัววิ่งมาซัดจังหวะเดียวนอกกรอบเขตโทษ บอลเลี้ยวหนีเสาด้านซ้ายไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เจ้าบ้านหวิดทำได้นาทีที่ 55 จูเนียร์ เมสซิอาส ได้บอลหน้ากรอเบขตโทษใช้ตัวบัง ดีดต่อให้ ลูกา ชิการินี่ สอดมารับแล้วลากมายิงตรง บอลทิศทางเกือบเข้ากรอบแต่แอบไซต์ก้อยออกหลังไปเล็กน้อย

เบี่ยงโคเนรี่เซ็งหนักนาทีที่ 60 เฟเดริโก้ เคียซ่า ออกแรงวิ่งเข้าไปหวังแย่งบอลแต่กลับไปเหยียบหน้าแข้ง ลูกา ชิการินี่ เชิ้ตดำไม่รอช้าชักใบแดงตะเพิดพ้นสนามในเกมแรกของเจ้าตัวกับทีมม้าลาย

ม้าลายชวดนำนาทีที่ 63 เดยัน คูลูเซฟสกี้ วางบอลฟรีคิกริมสนามทางซ้าย บอลมาในเขตโทษ อัลบาโร่ โมราต้า สปีดมาโหม่งสะบัดไปที่เสาสอง โชคไม่ดีบอลกระแทกเสาอย่างจังกระดอนเข้าหาตัว อเล็กซ์ คอร์ดาซ นายทวารโครโตเน่ รับอยู่มือ

ถัดมานาทีที่ 76 ฮวน กวาดราโด้ เลี้ยงบอลลุยมาทางเขตโทษด้านขวา เปิดบอลเรียดกึงยิงกึ่งผ่าน อัลบาโร่ โมราต้า แหย่เท้าจิ้มเปลี่ยนทางเข้าตุงตาข่าย กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์ชี้เป็นลูกล้ำหน้าของกองหน้ากระทิงดุ จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่เสมอ โครโตเน่ 1-1 แบ่งคะแนนกันไป

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โครโตเน่ (3-5-2): อเล็กซ์ คอร์ดาซ,ลิซานโดร มิกัลลัน,ลูก้า มาร์โรเน่,เซบาสเตียโน่ ลูแปร์โต้ (วลาดิเมียร์ โกเลมิค น.83),เปโดร เปเรย์ร่า (อันเดรีย ริสโปลี น.74),ซัลวาตอเร่ โมลิน่า (จาโคโป เปตริซซิโอเน่ น.87),ลูกา ชิการินี่,มิลอส วูลิซ (ลูก้า ซิลิการ์ดี้ น.74),อาร์คาดิอุซ เรก้า,จูเนียร์ เมสซิอาส,ซิมี่

ยูเวนตุส (3-4-2-1): จานลุยจิ บุฟฟอน,ดานิโล่,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,เมริห์ เดมิรัล,เฟเดริโก้ เคียซ่า,โรดดีโก้ เบนตากูร์,อาร์ตูร์ (อาเดรียง ราบิโอต์ น.80),จานลุยก้า ฟราบอตต้า,เดยัน คูลูเซฟสกี้ (เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ น.69),มาโนโล่ ปอร์ตาโนวา (ฮวน กวาดราโด้ น.56),อัลบาโร่ โมราต้า

เปาโดนพักงาน!เซ่นเมินเช็คจังหวะสำคัญเอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล

องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพ ไม่นิ่งนอนใจจับการสั่งห้าม เดวิด คูท ท่านเปาฉาว ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากไม่สนใจเช็คจังหวะสำคัญที่อาจมีผลทำให้เกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เปลี่ยนไป
    คณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพแห่งอังกฤษ (พีจีเอ็มโอแอล) ประกาศสั่ง เดวิด คูท ห้ามทำหน้าที่ในฐานะผู้ตัดสินหลัก และผู้ตัดสินในห้องวีเออาร์ เกมพรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้ หลังเจ้าตัวเมินเฉยที่จะพิจารณาจังหวะสำคัญในแมตช์ เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา  

    คูท โดนวิจารณ์อย่างหนักในการทำหน้าที่ผู้ตัดสินวีเออาร์ ที่มัวแต่ให้ความสำคัญการเช็คล้ำหน้าในจังหวะที่  จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ปะทะกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เท่านั้น โดยไม่สนเช็คจังหวะที่ โกลทีมชาติอังกฤษ เจตนาพุ่งเสียบหนักใส่ แนวรับเลือดดัตช์ ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะทำให้ พิคฟอร์ด โดนใบแดงและเสียจุดโทษได้เลย

    อย่างไรก็ตาม องค์กรกรรมการลูกหนังอาชีพเมืองผู้ดี ไม่นิ่งนอนใจในกรณีนี้ โดยที่พวกเขาได้สั่งห้าม คูท ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินที่ 1 และกรรมการห้องวีเออาร์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ แต่ให้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้ตัดสินที่ 4 ในแมตช์ที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้เท่านั้น

    ทั้งนี้จังหวะที่ พิคฟอร์ด เสียบหนักใส่ ฟาน ไดค์ ส่งผลให้ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด โดย "หงส์แดง" ไม่สามารถระบุได้ว่านักเตะต้องพักนานแค่ไหน แต่สื่อคาดการณ์กันว่าอาจจะ 6 เดือน หรือทั้งฤดูกาล 2020/2021

เล่นดีขนาดนี้!โซลชาโวแมนยูสมควรโค่นเปแอสเช

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่น "ปีศาจแดง" คู่ควรกับชัยชนะ หลังบุกสอย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงบ้าน 2-1 พร้อมชูสองแข้งที่ฟอร์มแจ่มมากๆ ในเกมนี้
     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า ทีมตนเล่นได้ดีมากๆ และสมควรเป็นฝ่ายได้ชัยชนะแล้ว หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" บุกไปพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดทีมเมืองน้ำหอม 2-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     แม้ก่อนเกมถูกมองเป็นรอง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถทำประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส (ยิงพลาดครั้งแรก แต่ผู้ตัดสินให้ยิงรอบสอง เพราะ เกย์ลอร์ นาวาส นายทวาร เปแอสเช กระโดดออกมานอกเส้นก่อน)

     อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 55 เปแอสเช ตามตีเสมอได้จากการโหม่งเข้าประตูตัวเองของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซึ่งเกมทำท่าจะจบลงด้วยการแบ่งคะแนนกันไป แต่นาทีที่ 87 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูชัย 2-1 จากการยิงสุดเฉียบของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

     "มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากครั้งก่อนที่เรามาคว้าชัยชนะที่นี่ (แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกสอง เมื่อซีซั่น 2018/19) เพราะเกมนี้คือเกมนัดแรกของรองแบ่งกลุ่ม แต่เราก็ยังสามารถเอาชนะทีมที่ยอดเยี่ยมมากๆ ได้"

     "ครั้งก่อนเป็นเกมรอบน็อกเอาต์ และมันเป็นชัยชนะที่สะใจมาก ส่วนครั้งนี้จืดๆ ไปหน่อย เพราะไม่มีแฟนบอล แต่มันก็ยังเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเราก็คู่ควรแล้วกับชัยชนะครั้งนี้ เมื่อคุณออกมาเจอกับทีมที่มีนักเตะอย่าง เนย์มาร์ และ (คีลิยัน) เอ็มบัปเป้ คุณจำเป็นต้องเล่นเกมรับให้ดี และผู้รักษาประตูของคุณก็ต้องเซฟเยอะด้วย"

     "อักเซล ตวนเซเบ้ เป็นกองหลังที่เก่งมากๆ และนี่คือการลงเล่นครั้งแรกของเขาในรอบ 10 เดือน ซึ่งถือเป็นการทดสอบคุณภาพของเขาได้เป็นอย่างดี ส่วน บรูโน่ ยิงจุดโทษพลาดมาสองเกมติด (รวมถึงเกมลีกที่บุกต้อน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา) แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะรับหน้าที่เป็นคนยิงต่อ ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นถึงสมาธิและแคแรคเตอร์ที่สุดยอดของเขา" โซลชา เปิดใจหลังเกม

แก่กว่าเช็กก็มี! 10 แข้งอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2020-21

เชลซี เพิ่งจะทำเซอร์ไพรส์ใส่ชื่อของ ปีเตอร์ เช็ก ตำนานนายทวารชื่อดังเข้ามาอยู่ในขุนพลฟาดแข้งพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020/21 อย่างไรก็ตาม เช็ก ไม่ใช่นักเตะที่มีอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ยังมีนักเตะที่มีอายุมากกว่าเขาด้วย เราไปหาคำตอบกัน
    เชลซี มีปัญหาอย่างจริงจังในตำแหน่งผู้รักษาประตูตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าของค่าตัวแพงที่สุดในโลก 71.6 ล้านปอนด์ ทำผลงานย่ำแย่และก่อความผิดพลาดหลายหนจนโดนวิจารณ์อย่างหนัก

    ด้าน วิลลี่ กาบาเยโร่ นายด่านวัยเก๋ารับบทบาทเป็นมือสองของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มองเห็นว่าตำแหน่งนี้ยังเป็นจุดอ่อนจึงต้องมีการเสริมทัพ เอดูอาร์ เมนดี้ จากแรนส์เข้ามาในทีม และด้วยฟอร์มตอนนี้กุนซือ “สิงห์บลูส์” ยืนยันแล้วว่านายทวารชาวเซเนกัลเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมแล้ว

    อย่างไรก็ตาม เชลซี มองว่าวิกฤตโควิด-19ตอนนี้ไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ในปัจจุบัน พวกเขาจึงใส่ชื่อของ ปีเตอร์ เช็ก ตำนานผู้รักษาประตูที่ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้กับ เชลซี เข้ามาอยู่ใน 25 ขุนพล "สิงโตน้ำเงินคราม" ด้วย

    เช็ก ลงเล่นให้กับ เชลซี ทั้งหมด 494 นัดในช่วงระหว่างปี 2004-2015  คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 4 สมัย, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และแชมป์ยูโรปา ลีก

    หลังจากเดินออกจาสแตมฟอร์ด บริดจ์ เช็ก ก็ย้ายมาค้าแข้งที่ อาร์เซน่อล ระยะหนึ่งก่อนจะประกาศแขวนถุงมือเมื่อปีที่แล้ว แต่ในวัย 38 ปีเขากลับมามีชื่อลุยพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามสิ่งน่าเหลือเชื่อคือ เช็ก มีอายุน้อยกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่าง วิลลี่ กาบาเยโร่ เสียอีก โดยนายทวารอาร์เจนไตน์มีอายุ 39 ปี แก่กว่า เช็ก อยู่ 8 เดือน ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ นั่นหมายความว่า เชลซี มีสองผู้เล่นที่มีอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อยู่ในทีม

    นอกจากนี้ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังวัยเก๋าที่ย้ายมาอยู่กับ “สิงห์บลูส์” ฤดูกาลนี้ก็ติดโผนักเตะอายุมากที่สุดในวัย 36 ปี

    ขณะที่กองหลังมากประสบการณ์ ฟิล จากีลก้า (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) และ เวส มอร์แกน (เลสเตอร์ ซิตี้) รั้งอันดับ 3 และ 4 ในวัย 38 ปีทั้งคู่

    แต่หากนับเฉพาะผู้เล่นเอ๊าฟิลด์ ฟิล จากีลก้า อดีตกองหลังเอฟเวอร์ตันถือเป็นนักเตะที่มีอายุมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทว่าเขายังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลย แต่ลงเล่นใน คาราบาว คัพ ไป 1 นัด

    ด้าน บรานิสลาฟ อิวาโนวิช อดีตปราการหลังจอมแกร่ง เชลซี ที่คัมแบ็กสู่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในรอบ 3 ปี ด้วยการโยกซบ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบบไร้ค่าตัวก็มีชื่อติดโผในอันดับ 5 ด้วยวัย 36 ปี

    ส่วนอันดับที่ 7-10 เป็นนักเตะในวัย 35 ปีทั้งหมด ประกอบไปด้วย ปาโบล เอร์นานเดซ (ลีดส์ ยูไนเต็ด), ลูคัส ฟาเบียนสกี้ (เวสต์แฮม), แฟร์นานดินโญ่ (แมนฯ ซิตี้) และ ฟิล บาร์ดสลี่ย์ (เบิร์นลี่ย์)

สรุปนักเตะพรีเมียร์ลีกที่อายุมากที่สุดในฤดูกาล 2020/21

1.วิลลี่ กาบาเยโร่ (เชลซี) อายุ 39 ปี / เกิด 28 กันยายน 1981

2.ปีเตอร์ เช็ก (เชลซี) อายุ 38 ปี / เกิด 20 พฤษภาคม 1982

3.ฟิล จากีลก้า (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) อายุ 38 ปี / เกิด 17 สิงหาคม 1982

4.เวส มอร์แกน (เลสเตอร์ ซิตี้) อายุ 36 ปี / เกิด 21 มกราคม 1984

5.บรานิสลาฟ อิวาโนวิช (เวสต์บรอมฯ) อายุ 36 ปี / เกิด 22 กุมภาพันธ์ 1984

6.ติอาโก้ ซิลวา (เชลซี) อายุ 36 ปี / เกิด 22 กันยายน 1984

7.ปาโบล เอร์นานเดซ (ลีดส์ ยูไนเต็ด) อายุ 35 ปี / เกิด 11 เมษายน 1985

8.ลูคัส ฟาเบียนสกี้ (เวสต์แฮม) อายุ 35 ปี / เกิด 18 เมษายน 1985

9.แฟร์นานดินโญ่ (แมนฯ ซิตี้) อายุ 35 ปี / เกิด 4 พฤษภาคม 1985

10.ฟิล บาร์ดสลี่ย์ (เบิร์นลี่ย์) อายุ 35 ปี / เกิด 28 มิถุนายน 1985

ลิเวอร์พูลไร้ “ฟานไดค์-ติอาโก้”!มี “ซาลาห์” นำ3หน้าซัดถิ่นอาแจ็กซ์ศึก ชปล.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สองตัวจักรสำคัญที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงเป็นแกนหลักนำ 3 แผงหน้าล่าสกอร์เช่นเคย เกมบุกถิ่น อาแจ็กซ์ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี) วันพุธที่ 21 ต.ค. ศกนี้ เวลา : 02.00 น.
ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี)
วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
อาแจ็กซ์   –   ลิเวอร์พูล

สนาม :  โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า

 อาแจ็กซ์ :
     อาแจ็กซ์ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ฮีเรนวีน 5-1 ในเกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมทำให้เจ้าบ้านคว้าชัยได้ถึง 4 จาก 5 นัดล่าสุด

     เอริค เทน ฮาก กุนซือของทีม ไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บและจะได้ตัว ควินซี่ โปรเมส และ แอนโธนี่ สองนักเตะในแดนหน้ากลับมาสู่ทีมตัวจริงอีกครั้งหลังทั้งคู่ได้พักในเกมที่แล้ว

     โดยมี ดูซาน ทาดิช ดาวเตะทีมชาติเซอร์เบีย ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า หลังจากที่ อดีตแข้ง เซาธ์แฮมป์ตัน ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 18 เกม ยิงได้ 13 ประตูซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นของเจ้าถิ่น ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นหน้าที่ของ อ็องเดร โอนาน่า นายทวารฝีมือดีชาวแคเมอรูน

     ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้, ดาวี่ คลาสเซ่น และ ดาวิด เนเรส พร้อมลงสนาม

 ลิเวอร์พูล :
     ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ในศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์" ทำให้ หงส์แดง ไม่ชนะใครมา 3 นัดแล้วรวมทุกรายการ

     สภาพทีมในเกมนี้ แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะไม่สามารถใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่ต้องขึ้นเขียงผ่าเอ็นหัวเข่า หลังเซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์  มีปัญหาอาการบาดเจ็บอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดจากเกมที่แล้ว จนเล่นต่อไม่ไหวและต้องเปลี่ยนให้ โจ โกเมซ ลงสนามมาแทน

     เช่นเดียวกันกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็คงจะพลาดการลงสนามช่วยทีมด้วยเช่นกันหลังโดนโรคเดี้ยงบริเวณหัวเข่าเล่นงานจากจังหวะที่ปะทะกับ ริชาร์ลิซอน จนผู้ตัดสินต้องควักใบแดงไล่ดาวยิงเลือดแซมบ้า ออกจากสนาม

     นอกจากนี้ โฌแอล มาติป ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่า กองหลังทีมชาติแคเมอรูน จะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไรมากมาย แต่ก็ต้องลุ้นว่า อดีตแข้ง ชาลเก้ 04 จะฟิตทันลงสนามในเกมนี้หรือไม่ หากไม่ทัน นายใหญ่เลือดเบียร์ อาจจะถอย ฟาบินโญ่ ลงมายืนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแทน

     ทั้งนี้ อลีสซง เบ็คเกอร์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าในรายแรกจะกลับมาเฝ้าเสาได้ก่อนสิ้นเดือนนี้ แต่ในรายหลังยังคงต้องพักอีกนาน แต่มีข่าวดี คือ นาบี เกอิต้า กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแล้วหลังผลการเชื้อโควิด-19 รอบสองนั้นเป็นลบ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

     อาแจ็กซ์ (4-3-3) : อ็องเดร โอนาน่า – นูส์แซร์ มาซราอูย, แปร์ ชูร์ส์,  ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้ –  ดาวี่ คลาสเซ่น, โมฮัมเหม็ด คูดาส, ควินซี่ โปรเมส – ดาวิด เนเรส, ดูซาน ทาดิช, แอนโธนี่
     ผู้จัดการทีม : เอริค เทน ฮาก

     ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
     ผู้จัดการทีม :  เจอร์เก้น คล็อปป์

     ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

 

โซลชาระเบิดพลังแฝง ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู ฟอร์มหรูย้ำแค้น ปารีสฯ

    ในยามที่กดดันเก้าอี้ร้อน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มักจะระเบิดพลังแฝงออกมาซึ่งในแมตช์เยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง "น้าลูกอม" ได้โชว์กึ๋นชั้นยอดในการนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอกย้ำความแค้นใส่ "เปแอสเช" ด้วยการบุกชนะ 2-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา
    ระบบการเล่น 3-5-2 ของ โซลชา เต็มไปด้วยประสิทธิภาพในในเกมรับ และเกมรุก โดยเกมรับทั้ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อั๊กเซล ตวนเซเบ้ และ ลุค ชอว์ เล่นได้อย่างเหนียวแน่น ขณะที่ อารอน วาน-บิสซาก้า กับ อเล็กซ์ เตลลิส ช่วยเติมเกมบุกได้ยอดเยี่ยม และเกมรับเหนียวแน่น ทำให้แนวรุกเจ้าบ้านเล่นไม่ออก

    ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงเป็นหัวใจในเกมรุกของทีมเหมือนเดิม ส่วนคู่มิดฟิลด์ เฟร็ด กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระได้อย่างยอดเยี่ยม ด้านกองหน้าอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็โดดเด่น สำหรับ อองโตนี่ มาร์กซิยาล เล่นไม่ค่อยออก แถมยังทำเข้าประตูตัวเองอีกต่างหาก

    ส่วนอีกคนที่สำคัญมากๆ และมีส่วนช่วยให้ทีมชนะนั่นก็คือ ดาบิด เด เคอา เพราะเจ้าตัวโชว์ฟอร์มมหาเทพช่วยป้องกันจังหวะสำคัญๆ จากแนวรุกของ แซงต์-แชร์กแมง ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และฟอร์มของ นายด่านสแปนิช น่าจะทำให้หลายๆ คนหยุดสงสัยในตัวเขาซะที

 

 

1.  บรูโน่ นิ่งสงบไม่มีหวั่นไหว
    เกมนี้เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือนักเตะที่มีหัวใจกล้าแกร่งไม่หวั่นไหวในการรับหน้าที่สังหารจุดโทษ แม้ว่าเขาเพิ่งจะทำพลาดยิงจุดโทษไม่เข้าในแมตช์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถลุง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ตาม

    อองโตนี่ มาร์กซิยาล ช่วยทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เปรียบตั้งแต่นาทีที่ 25 เมื่อเขาโดนทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น แฟร์นันด์ส ที่ขันอาสาจัดการยิงจุดโทษ โดยการยิงครั้งแรกเจ้าตัวใช้ลีลากระโดดยิงแต่โดน เคย์เลอร์ นาบาส เซฟเอาไว้ได้ แต่ท่านเปาให้ยิงใหม่ เพราะนายด่าน "เปแอสเช" ดันขยับออกมาจากเส้นก่อน
 

    เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สอง จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ไม่ยอมพลาดอีกครั้ง และเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งภูผาหิน ด้วยการสังหารจุดโทษไปที่มุมเดิม แต่ครั้งนี้ นาบาส พุ่งผิดทาง ส่งผลให้บอลเข้าไปนอนเล่นในก้นตาข่ายอย่างสวยงาม

    สำหรับประตูขึ้นนำของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เหมือนเป็นการชดเชยจากกรณีที่พวกเขาเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ในจังหวะที่ ดาบิด เด เคอา เซฟจุดโทษเกมกับ คริสตัล พาเลซ แต่โดนจับว่าขยับตัวออกมาก่อน และต้องยิงใหม่ สุดท้าย "ผีแดง" พ่ายแพ้คาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนที่ผ่านมา

    ที่สำคัญฟอร์มของ แฟร์นันดส์ ในเกมนี้ต้องยอมรับว่าน่าประทับใจมากๆ เพราะนอกจากที่เขาจะเป็นหัวใจในการสร้างเกมบุก และรังสรรค์โอกาสในการทำประตูให้เพื่อนร่วมทีมแล้ว เจ้าตัวยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในฐานะกัปตันทีมอีกด้วย 
 
2. เตลลิส ว่าที่จอมเปิดบอลชั้นยอด
    อเล็กซ์ เตลลิส แสดงให้เห็นถึงผลงานไม่ธรรมดาในเกมเปิดตัวของเขา แถมยังเป็นแมตช์ใหญ่เยือนกรุงปารีสซะด้วย โดยเขาโชว์ความเป็นนักเตะชั้นยอดในการเล่นเกมรุก ขณะเดียวกันยังรับหน้าที่จัดการเล่นลูกตั้งเตะซึ่งเจ้าตัวเปิดบอลได้ดียิ่งกว่าผู้เล่นเท้าซ้ายคนอื่นๆ ของ "ผีแดง" ในเวลานี้

    โดยเฉพาะจังหวะการเล่นลูกเตะมุม เตลลิส โชว์ให้เห็นถึงการเตะมุมที่อันตรายมากๆ และทุกครั้งที่ได้เตะมุมทางฝั่งขวาเขาจะรับหน้าที่เปิดเองซึ่งบอลที่เปิดเลี้ยวเข้าหาประตู และเกือบที่จะช่วยให้ "ปีศาจแดง" ได้ประตูที่สองในช่วงครึ่งแรกด้วย ขณะที่การเปิดบอลจากฝั่งซ้ายก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

    ลองนึกภาพเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มี เอดินสัน คาวานี่ ลงสนามเพราะทีมจะมีหน้าเป้าชั้นยอดคอยทำหน้าที่ยิงประตู ฉะนั้นหากให้ เตลลิส ได้มีโอกาสเปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ งานนี้บอกเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสิทธิ์ได้ประตูอย่างแน่นอน

    ในส่วนของเกมรับ เตลลิส ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่มีที่ติดในการคุมพื้นที่ฝั่งซ้ายได้อยู่หมัด แม้ว่านี่จะเป็นเพียงแค่เกมแรกของเขาในสีเสื้อ "ปีศาจแดง" เท่านั้น แต่ผลงานแบบนี้น่าจะเป็นการบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ดาวเตะชาวบราซิเลียน พร้อมที่จะเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีม และเขาจะทำให้ "ผีแดง" แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 
   
3. วาน-บิสซาก้า, ตวนเซเบ้ แข็งแกร่งน่าประทับใจ
    บอกเลยว่าเกมนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ "เปแอสเช" โดยเขาสามารถจัดการหยุดความเก่งฉกาจของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กับ เนย์มาร์ ได้อย่างยอดเยี่ยมทุกครั้งที่ทั้งสองคนนี้บุกเข้ามาอยู่ในพื้นที่การดูแลของเขา

    "เอดับเบิ้ลยูบี" สามารถรับมือทักษะชั้นยอดของ เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ได้เป็นอย่างดี และยังโชว์การเสียบสกัดที่แม่นยำ รวมทั้งการปะทะ เอ็มบัปเป้ ส่งผลให้เขาพลาดโอกาสที่จะยิงประตู นอกจากนี้ "ไอ้แมงมุม" ยังแท็กเกิล มอยเซ่ คีน จนทำให้เขาเสียการครองบอล จนพลาดยิงประตู

    สถิติในแมตช์นี้ของ วาน-บิสซาก้า บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาสำคัญมากๆ เมื่อสกัดได้ 6 ครั้ง, ตัดบอลจากคู่แข่งได้ 2 ครั้ง และหยุดความร้อนแรงของ เนย์มาร์, เอ็มบัปเป้ ได้อยู่หมัด ฉะนั้นนี่เป็นอีกบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดในเวลานี้

    ขณะที่ อั๊กเซล ตวนเซเบ้  ที่ลงเล่นเกมแรกให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2020 ทำผมได้ดีมากๆ โดยเขาทำหน้าที่เป็นปราการหลังได้อย่างดีไม่มีที่ติ โดยเฉพาะการจัดการกับ เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ ที่สำคัญยังมีชอตเด็ดในจังหวะดวลตัวต่อตัวกับ สตาร์ดังทีมชาติฝรั่งเศส และสามารถจัดการนักเตะได้อยู่หมัด

    แน่นอนว่าเกมนี้ถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์สำหรับสาวก "เร้ดส์ อาร์มี่" ที่เห็น ตวนเซเบ้ เล่นด้วยความนิ่งทั้งๆ ที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์กดดันหลายครั้งก็ตาม นอกจากนี้เขายังมีจังหวะเคลียร์บอลที่สุดยอด และด้วยฟอร์มแบบนี้ โซลชา คงพร้อมที่จะให้โอกาสกับเจ้าตัวมากยิ่งขึ้น
 
 4. สามแต้มเปิดตัวที่สุดยอดเยี่ยม
    ต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในแมตช์นี้ โดยส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ โซลชา ในการวางแผนมาเป็นอย่างดีด้วยการใช้ระบบ 3-5-2 เนื่องจากทีมขาด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทำให้ "น้าลูกอม" จำเป็นต้องใช้ระบบนี้ และถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมมากๆ

    วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ตวนเซเบ้ และ ลุค ชอว์ ทำหน้าที่เป็นสามแนวรับที่สมบูรณ์แบบ โดยพวกเขาสามารถจัดการเกมบุกที่แสนดุดันของ แซงต์-แชร์กแมง ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ในแผงกองกลาง โซลชา เลือกดร็อป ปอล ป็อกบา กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และส่ง เฟร็ด ยืนคู่กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งทั้งคู่ทำหน้าที่ได้อย่างเข้าขารู้ใจ ที่สำคัญพวกเขายังช่วยให้ทีมเล่นเกมสวนกลับได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
 

    ในส่วนของแดนหน้าแม้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล จะยิงไม่ได้แต่เขาคือคนที่เรียกจุดโทษให้ทีม ฉะนั้นก็พอจะหยวนๆ ให้อภัยในจังหวะที่โหม่งเข้าประตูตัวเอง รวมทั้งอีกหลายจังหวะที่มีโอกาสทำประตูแต่ยิงไม่ดี ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ยังคงเป็นหัวหอกตัวความหวัง ความเร็ว และการยิงที่เฉียบคมของเขาช่วยให้ทีมได้ 3 คะแนนสำคัญในแมตช์นี้

    ฉะนั้นการออกมาเยือนถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ พร้อมกับคว้าชัยชนะกลับเมืองแมนเชสเตอร์ ถือเป็นฤกษ์งามยามดีสำหรับทีม และยังเป็นกำลังใจให้กับบรรดาแข้ง "ปีศาจแดง" สำหรับแมตช์ที่พวกเขาจะต้องปะทะกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เกมลีกสัปดาห์นี้ 
 
5. ยืนหนึ่งต้อง เด เคอา เท่านั้น
    แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายคนเรียกร้องดร็อป ดาบิด เด เคอา ได้แล้ว และเปิดโอกาสให้ ดีน เฮนเดอร์สัน ได้ทำหน้าที่มือ 1 ซะที เพราะเชื่อว่า นายทวารชาวอังกฤษ มีศักยภาพที่จะดีกว่า โกลเลือดกระทิงดุ ที่มักจะโดนมองว่าฟอร์มตกในช่วงที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตามในฤดูกาลนี้ เด เคอา ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าระดับฟอร์มการเล่นของเขายังคงสุดยอดเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมล่าสุดที่ปะทะกับ "เปแอสเช" เจ้าตัวโชว์ความเหนียวหนึบ และต้องบอกเลยว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะสำคัญที่นำชัยชนะมาสู่ทัพ "ผีแดง" แมตช์นี้
 

    นายด่านทีมชาติสเปน มีจังหวะเซฟสำคัญๆ หลายครั้งเริ่มตั้งแต่การปฏิเสธจังหวะยิงประตูของ อังเคล ดิ มาเรีย ในนาทีที่ 11 จากนั้นก็โชว์ความเหนียวหนึบจากการยิงของ เลย์วิน คูร์ซาว่า ในนาทีถัดมา ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะในครึ่งหลังเขายังเซฟจังหวะยิงอย่างเหนือชั้นของ เอ็มบัปเป้ ในนาทีที่ 47  จากนั้นก็หยุดการยิงของ เนย์มาร์ ในนาทีที่ 82

    แน่นอนว่าฟอร์มการเซฟประตูของ เด เคอา ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอดพ้นจากหายนะในแมตช์นี้ แถมยังนำไปสู่การได้ชัยชนะด้วย ฉะนั้นหาก เฮนเดอร์สัน อยากจะรู้ว่าตัวเองควรจะมีมาตรฐานในระดับไหนถึงจะได้เป็นมือ 1 "ปีศาจแดง" ก็ให้ดูผลงานของ นายด่านเลือดกระทิงดุ เอาไว้ และหากยังทำไม่ได้ในระดับนี้ ก็ยากจะได้เป็นตัวจริง

ดีกรีรองแชมป์โลกก็มี!5นายทวารทางเลือกที่ลิเวอร์พูลควรเซ็นมาช่วยอลีสซง

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล บุกไปพ่าย แอสตัน วิลล่า แบบยับเยินหมดสภาพด้วยสกอร์ 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ถือเป็นบทพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า อาเดรียน นายประตูสำรองชาวสแปนิช ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาของทีมยามจำเป็นได้ หากโกลมือหนึ่งอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ซึ่งนั่นทำให้ตลอดช่วงที่ผ่านมา มีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่า "หงส์แดง" อาจจะมีการดึงผู้รักษาประตูคนใหม่เข้ามา ถึงแม้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ บอกว่ายังเชื่อมั่นในตัว อาเดรียน ก็ตาม และนี่คือผู้รักษาประตูอีก 5 ทางเลือกที่น่าสนใจ นอกเหนือจาก แจ็ค บัตแลนด์ นายด่าน สโต๊ค ซิตี้ ที่มีข่าวมาตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา
 – ดานิเยล ซูบาซิช (ไร้สังกัด)

  ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนี่คือนายประตูที่สามารถเซ็นสัญญาร่วมทัพได้ทุกเมื่อ เนื่องจากตอนนี้ ซูบาซิช กำลังอยู่ในสถานะนักเตะฟรีเอเจนต์ หลังจากที่หมดสัญญากับ อาแอส โมนาโก ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนายประตูชาวโครแอตวัย 35 ปี ผ่านเกมระดับสูงมาอย่างโชกโชน เพราะนอกจากอยู่ในทีม โมนาโก ชุดคว้าแชมป์ ลีก เอิง เมื่อซีซั่น 2016/17 แล้ว เขายังเป็นมือหนึ่งทีมชาติโครเอเชีย ที่ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึก เวิลด์ คัพ 2018 ที่ประเทศรัสเซีย (แต่แพ้ ฝรั่งเศส 2-4) อีกด้วย โดยที่ผ่านมา ซูบาซิช มีข่าวเกี่ยวโยงกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, โอลิมเปียกอส และ อัล-นาสเซอร์ แต่สุดท้ายยังไม่มีสโมสรใดคว้าเขาไปร่วมทัพ

 – มิเชล ฟอร์ม (ไร้สังกัด)

  เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในตลาดฟรีเอเจนต์ โดย ฟอร์ม เพิ่งหมดสัญญากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งถ้าหากพูดถึงเรื่องฝีมือ ถือว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เพราะเจ้าตัวมีดีกรีเป็นถึงอดีตนายประตูทีมชาติฮอลแลนด์ แถมมีประสบการณ์ในเวที พรีเมียร์ลีก จากการเฝ้าเสาให้กับ สวอนซี ซิตี้ และ สเปอร์ส แต่ปัญหาคือ ตลอดช่วง 2 ซีซั่นหลังสุดกับ "ไก่เดือยทอง" นั้น นายทวารชาวดัตช์วัย 36 ปี ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสารวมกันแค่ 5 นัด!!!

 – ออร์ยาน นีลันด์ (ไร้สังกัด)

  นายด่านทีมชาตินอร์เวย์วัย 30 ปี เพิ่งตกลงยกเลิกสัญญากับ แอสตัน วิลล่า มาหมาดๆ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ดังนั้น นีลันด์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจับตามองไม่น้อยในตลาดฟรีเอเจนต์ ถึงแม้ฤดูกาลก่อนเจ้าตัวลงเฝ้าเสาให้ "สิงห์ผงาด" รวมทุกรายการแค่ 11 นัด

 – อัสเมียร์ เบโกวิช (บอร์นมัธ)

  ด้วยการที่ตลาดนักเตะภายในประเทศยังคงเปิดอยู่จนถึงวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ทำให้ ลิเวอร์พูล สามารถมองหาผู้รักษาประตูฝีมือดีจากลีกล่างได้ และ เบโกวิช ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะผ่านเกม พรีเมียร์ลีก มาอย่างมากมาย ทั้งตอนเล่นให้กับ สโต๊ค ซิตี้, เชลซี และ บอร์นมัธ ซึ่งถ้าหาก "หงส์แดง" เอาจริง และยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจไปทาบทาม ก็มีลุ้นที่จะได้ตัวเช่นกัน เพราะปัจจุบัน นายทวารร่างยักษ์ทีมชาติบอสเนียฯ วัย 33 ปี เหลือสัญญากับ "เดอะ เชอร์รี่ส์" แค่จบฤดูกาลนี้เท่านั้น

 – เบน ฟอสเตอร์ (วัตฟอร์ด)

  แม้อายุ 38 ปีแล้ว แต่ อดีตนายประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คนนี้ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแก้ปัญหาในระยะสั้น เพราะ ฟอสเตอร์ สามารถเล่นในเกมระดับ พรีเมียร์ลีก ได้สบายๆ หลังจากผ่านประสบการณ์เกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาเกือบ 300 นัด

เดอะค็อปเฮ! “อลีสซง” มีลุ้นฟิตคืนสนามปลายเดือนต.ค.

ลิเวอร์พูล เอคโค่ รายงานว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่านจอมหนึบ กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และหากไม่มีปัญหาบาดเจ็บซ้ำซ้อนนักเตะก็น่าจะกลับมาทำหน้าที่มือ 1 ให้กับต้นสังกัดได้อีกครั้งในแมตช์ปะทะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้
  
ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะโล่งใจได้บ้างเมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเฝ้าเสาให้กับต้นสังกัดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

นายทวารจอมหนึบทีมชาติบราซิล ไม่ได้ลงเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" นับตั้งแต่ที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ในช่วงฝึกซ้อมก่อนลงสนามในเกมที่ต้นสังกัดออกไปพ่ายแพ้ยับเยิน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-7 ที่สนามวิลล่า พาร์ค โดยในตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่า อลีสซง อาจจะพลาดช่วยทีม 6 สัปดาห์

ล่าสุด "ลิเวอร์พูล เอคโค่" สื่อท้องถิ่นยอดฮิต รายงานว่า อลีสซง สามารถฟื้นสภาพร่างกายได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเริ่มที่จะทำการฝึกซ้อมโปรแกรมส่วนตัวที่เมล วู้ด รวมไปถึงการซ้อมพุ่งปัดด้วย ฉะนั้น "เดอะ เร้ดส์" มั่นใจว่าหาก นายด่านเลือดแซมบ้า ไม่มีอาการแย่ลง ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาช่วยทีมในแมตช์พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะการที่ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเขาเสียไปถึง 9 ประตูจากการเล่นแค่ 2 เกมเท่านั้น และ "เดอะ เร้ดส์" อยากให้ อลีสซง กลับมาทำหน้าที่เป็นมือ 1 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

 

 

อิบราจัดสอง! มิลานของจริงอัดอินเตอร์ผงาดรั้งฝูงลีก

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลับมายินตัวจริงเกมลีก ซัดคนเดียวสองลูกพา "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน แกร่งกล้าเชือด "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน 2-1 ขึ้นรั้งจ่าฝูงลีกเวลานี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
สนาม : จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ผลงานในลีกสามเกมแรกสุดยอด ชนะมารวด อันโตนิโอ ตอนเต้ นายใหญ่เจ้าบ้านนัดนี้ ขาดผู้เล่นหลายคนทั้งติดโทษแบน บาดเจ็บ และกักตัวโควิด แนวรุกใช้ "ลูกากู-เลาตาโร่" ทะลวงตาข่าย "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ที่ทำได้ดีสามนัดแรกเช่นกัน สเตฟาโน่ ปิโอลี่ โค้ชของทีม จัดผู้เล่นแบบฟูลทีม มี "ซลาตัน อิบราฮิโมวิช" หายจากโควิดกลับมาเป็นตัวจริงเกมลีก

มิลานนำได้นาทีที่ 11 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ไล่ตามประกบตัว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แล้วไปรวบทำหัวหอกสวีดีชล้มลงไป กรรมการชี้ลูกจุดโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ขอยิงเองซัดไปจังหวะแรกติดเซฟก่อนตามซ้ำเข้าไป

ต่อมานาทีที่ 16 ราฟาเอล เลเอา กระชากบอลมาทางซ้าย หนี ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ครอสบอลข้ามเขตโทษ 6 หลา ทางขวา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช วิ่งมาตั้งหน้าเท้าแปผ่านมือ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายทวารงูใหญ่ซุกก้นตาข่าย

งูใหญ่ไล่มานาทีที่ 29 อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ลากบอกมาถึงหน้ากรอบเขตโทษไหลบอลให้ อีวาน เปริซิซ หลุดไปตบเข้ากลางบอลมาถึง โรเมลู ลูกากู ซัดตรงเขตโทษ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย

เจ้าบ้านบุกอีกนาทีที่ 32 นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลฝากไว้ที่ โรเมลู ลูกากู ก่อนเจ้าตัววิ่งมารับบอลแล้วยิงปั่นเข้าหากรอบประตูหน้ากรอบเขตโทษ แต่ว่าบอลไม่ห่างตัวมือกาวคู่แข่งรับไว้ได้ จบ 45 นาทีแรก เอซี มิลาน นำ 2-1

ผ่านมาถึงนาทีที่ 60 อีวาน เปริซิซ จ่ายบอลย้อนเข้าหน้ากอรบเขตโทษให้ อาร์ตูโร่ วิดาล หยอดบอลโด่งเข้าไปในเขตโทษประมาฯ 7 หลา อาชราฟ ฮาคิมี่ สปีดมาทิ้งตัวโหม่งบอลกนะเด้งเฉียดหน้าปากประตูออกไปแบบได้ลุ้น

อินเตอร์ยังสู้นาทีที่ 72 อีวาน เปริซิซ โยนบอลจ่กริมสนามทางซ้าย บอลลอยมาในเขตโทษ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กระโดดเบียดแนวรับมิลานโหม่งแต่บอลทิศทางออกหลังไปแทน

เกมมาถึงนาทีที่ 73 อาร์ตูโร่ วิดาล ส่งบอลขึ้นหน้ามาให้ คริสเตียน อีริคเซ่นส์ จ่ายเร็วบอลไปถูกตัว ซิม่อน เคียร์ กระดอนเข้าทาง โรเมลู ลูกากู หลุดเข้าในเขตโทษแตะบอลหลบ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายทวารมิลานแล้วล้มลง กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์แล้วเมินจุดโทษแก่งูใหญ่ เพราะมองว่ามือกาวทีมเยือนชักมือกลับก่อนหัวหอกร่างยักษ์ล้ม จบเกม เอซี มิลาน บุกชนะ อินเตอร์ มิลาน 2-1 ขึ้นรั้งจ่าฝูงลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อินเตอร์ มิลาน (3-5-2): ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช,ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ,สเตฟาน เดอ ฟราย,อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ,อาชราฟ ฮาคิมี่,นิโกโล่ บาเรลล่า,มาร์เซโล่ โบรโซวิช (คริสเตียน อีริคเซ่นส์ น.68),อาร์ตูโร่ วิดาล (อเล็กซิส ซานเชซ น.84),อีวาน เปริซิซ,โรเมลู ลูกากู ,เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

เอซี มิลาน (4-2-3-1): จานลุยจิ ดอนนารุมม่า,ดาวิเด้ คาลาเบรีย,ซิม่อน เคียร์,อเลสซิโอ โรมันโยลี่,เตโอ แอร็กน็องเดซ,อิลมาแอล เบนนาเซอร์,ฟร้องค์ เกสซีเย่ (ซานโดร โตนาลี น.87),อเล็กซิส ซาเลมัคเกอร์ (ซามูเอล กาสเตเยโฆ่ น.62),ฮาคาน ชาลาโนกลู,ราฟาเอล เลเอา (ราเด้ ครูนิช น.62),ซลาตัน อิบราฮิโมวิช