นอริชตอบรับข้อเสนอซื้อลูอิสจากนิวคาสเซิล 13.5 ลป.

สกาย สปอร์ต และสื่อชั้นนำอื่นๆ หลายที่ รายงานว่า นอริช ซิตี้ ที่เพิ่งตกชั้นร่วงไปเล่นลีก เดอะ แชมเปี้ยน ชิพ ตอบตกลงค่าตัว 13.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 560 ล้านบาท ของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เพื่อคว้าตัว จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี

นิวคาสเซิล ต้องการหาผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย หลัง แดนนี่ โรส ตัวหลักเมื่อซีซั่นก่อนหมดสัญญายืมตัวกลับไปยัง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซึ่งล่าสุด สื่อหลายสำนักบอกตรงกันว่า ‘นกขมิ้นเหลืองอ่อน’ ตอบตกลงเงินจำนวนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 ทั้งนี้ ลูอิส เคยได้รับความสนใจจาก ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ทว่าตอนนั้น นอริช ตั้งค่าตัวไว้สูงถึง 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 830 ล้านบาท ก่อนที่ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก จะเบนเป้าไปคว้าตัว คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ เข้ามาแทนในค่าตัวที่ถูกกว่า

เจาะผลงานและเกร็ดของ จามาล ลูอิส : แบ็กซ้ายที่ ลิเวอร์พูล คิดดึงเป็นอะไหล่ โรเบิร์ตสัน

หลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตสำหรับการเสริมทัพสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 เพราะขุมกำลังโดยรวมของพวกเขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยสิ่งที่ "หงส์แดง" ต้องทำอาจจะมีเพียงการซื้อนักเตะเข้ามาเป็นอะไหล่ของบรรดาขุมกำลังตัวหลักเท่านั้น
    ทั้งนี้ หนึ่งในนักเตะที่ตกเป็นข่าวกับการจะเป็นอะไหล่ให้กับขุมกำลังของ ลิเวอร์พูล ได้แก่ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติไอร์แลนด์เหนือของ นอริช ซิตี้ หลังจากที่ว่ากันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชื่นชอบฝีเท้าของเขามากๆ และน่าจะเป็นตัวสำรองของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้เป็นอย่างดี โดยค่าตัวของเขาไม่น่าจะแพงมากนักด้วย เพราะ นอริช เพิ่งตกชั้นไปหมาดๆ

    ถ้าเกิด ลูอิส ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จริงๆ เรื่องราวของเขาก็จะคล้ายกับ โรเบิร์ตสัน เลย เพราะก่อนที่ คล็อปป์ จะดึงดาวเตะชาวสกอตต์มาร่วมทีมนั้น โรเบิร์ตสัน ก็ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก ไปพร้อมกับ ฮัลล์ ซิตี้ เหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าผลงานในฤดูกาลล่าสุดของ ลูอิส มันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงมีเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเขามานำเสนอด้วย

    – เกมรับ
    ในด้านการตัดบอลแบบไม่ต้องเข้าสกัดนั้น ลูอิส ทำได้ในระดับที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 0.9 ครั้งต่อนัด ส่วนการช่วยดักล้ำหน้านั้นเขาก็ทำได้เพียง 0.1 ครั้งต่อเกม ก่อนที่สุดท้าย นอริช จะต้องตกชั้น แต่นั่นเป็นเพียงด้านแย่ๆ เพียงไม่กี่ด้านของเขาในเกมรับ


 

    ในส่วนของการพุ่งสกัดนั้น เขาสไลด์โดนบอลเฉลี่ยแล้วถึง 1.8 ครั้งต่อนัด หรือคิดเป็น 69 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านได้เพียง 0.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะเดียวกันเขายังเสียฟาวล์เพียงแค่ 0.5 ครั้งต่อเกมเท่านั้น และนั่นก็ทำให้ใน พรีเมียร์ลีก ตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาโดนใบเหลืองไปเพียง 4 หน

    – เกมรุก
    ลูอิส ได้รับคำชมเรื่องการเล่นเกมรุกมากกว่าเกมรับ ซึ่งถ้าดูที่การเลี้ยงบอลแล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้รับคำชม เพราะเจ้าตัวสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ถึงเฉลี่ย 1.2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับนักเตะที่อายุเพียง 22 ปี แถมยังอยู่กับทีมที่สุดท้ายแล้วต้องตกชั้นแบบ นอริช อีก นอกจากนี้ เขายังมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 1.1 ครั้งต่อเกมด้วย


 

    อย่างไรก็ตาม ในเกมรุกจุดอื่นๆ นั้นถ้าจะบอกว่าเขายังทำผลงานได้ไม่ดีพอกับการเป็นอะไหล่ของ โรเบิร์ตสัน มันก็คงจะไม่ผิดอะไรนัก เพราะเจ้าตัวครอสบอลเข้าเป้าเพียง 0.4 ครั้งเกม หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็อยู่ที่ 23 เปอร์เซ็นต์ จากการครอสบอลทั้งหมด 44 ครั้ง ทั้งที่การเปิดบอลจากด้านข้างถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญของฟูลแบ็ก


 

    นอกจากนี้ เขาก็มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญแค่ 0.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าโดยรวมของเขาอยู่ที่ 78.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในด้านการจับบอลนั้น ลูอิส ยังมีปัญหาอยู่ในระดับหนึ่ง โดยเขาทำบอลหลุดจากเท้าเองเฉลี่ยแล้ว 1.3 ครั้งต่อเกม อย่างไรก็ตาม เขาก็โดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าได้ยากพอตัว เพราะว่าค่าเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 0.8 ครั้งต่อนัดเท่านั้น

    – เกร็ดน่าสนใจ
    * แม้ว่าจะเกิดที่ประเทศอังกฤษ แต่ ลูอิส เลือกเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ จากการที่คุณแม่ของเขาเกิดที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ โดยเขาเล่นให้ ไอร์แลนด์เหนือ ทั้งในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี กับรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ก่อนที่จะได้ติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2018


 

    * ลูอิส ทำผลงานได้โดดเด่นกับ นอริช มาตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 แล้ว โดยเขาถึงขั้นได้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ อีเอฟแอล ประจำเดือนกันยายน ปี 2018 รวมถึงติดทีมยอดเยี่ยมของ อีเอฟแอล ประจำซีซั่น 2018-19 และยังช่วยให้ นอริช ได้แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จนได้ขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-20 ก่อนที่ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" จะตกชั้นกลับไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่างรวดเร็ว

    * หนึ่งในคุณสมบัติของฟูลแบ็กคือต้องมีความเร็วที่ดี และ ลูอิส ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องนั้น ที่จริงแล้วสมัยยังเป็นเพียงดาวรุ่งเขาเคยลงแข่งวิ่งระยะ 800 เมตร กับ 1,500 เมตรของสหราชอาณาจักรมาแล้ว แถมยังทำผลงานได้ดีด้วย ขณะที่ในปี 2014 เขาก็เคยลงแข่งวิ่งวิบากรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีในระดับโรงเรียนของอังกฤษ และได้ที่ 2 ในการแข่งขันเลย

อะไหล่สำรอง!ลิเวอร์พูลเตรียมยื่นซื้อแบ็กซ้ายนอริชร่วมทัพ

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ลิเวอร์พูล เตรียมยื่นซื้อ จามาล ลูอิส แบ็กซ้าย นอริช ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ โดยว่ากันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ถูกใจฝีเท้าของเขามากๆ
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเตรียมที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดาวรุ่งของ นอริช ซิตี้ มาร่วมทัพ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    แม้ว่า นอริช จะเป็นอันดับสุดท้ายในฤดูกาล 2019-20 จนต้องตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่นหน้า แต่ผลงานส่วนตัวของ ลูอิส ถือว่าน่าประทับใจพอตัว โดยเฉพาะด้านเกมรุกที่ทำได้โดดเด่น โดยเขายังทำได้ 1 ประตูด้วย นอกจากนี้ แข้งวัย 22 ปี ยังโยกไปเล่นในตำแหน่งอื่นๆ ในแนวรับได้เช่นกัน

    สื่อเจ้าเดิมบอกว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล และสตาฟฟ์ด้านการเสริมทัพส่วนหนึ่งของทีมประทับใจกับผลงานของ ลูอิส มากๆ จนมองว่าเขาจะเป็นแบ็กอัพที่ดีของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของทีม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาในดีลนี้ก็คือ ลูอิส ต้องการได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และการมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ก็อาจจะทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสแบบนั้น

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่เข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 คล็อปป์ ก็เคยดึงนักเตะจากทีมที่เพิ่งตกชั้นมาร่วมทัพหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ เซอร์ดาน ชากิรี่ ซึ่งรายของ โรเบิร์ตสัน กับ ไวจ์นัลดุม ทำผลงานได้ดีจนถึงขั้นเป็นกำลังหลักของทีม ส่วน ชากิรี่ ก็เคยเล่นได้โดดเด่นอยู่พักหนึ่ง

ลิเวอร์พูลจ่อคว้าแบ็คซ้ายโอลิมเปียกอส

หงส์แดงใกล้ได้ตัวแบ็คซ้ายชาวกรีซเข้ามาเป็นอะไหล่ของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในฤดูกาลหน้าแล้ว

BBC และ Goal ได้รับรายงานตรงกันว่า ลิเวอร์พูล เข้าใกล้กับการคว้า คอสตาส ซิมิคาส แบ็คซ้ายของโอลิมเปียกอสแล้ว ด้วยสนนราคา 11.75 ล้านปอนด์

เยอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการแบ็คซ้ายอีกคนเข้ามาเป็นกำลังเสริมของ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในฤดูกาลหน้า และเล็ง จามาล เลวิส แนวรับของนอริช ซิตี้ เป็นเป้าหมายหลัก

อย่างไรก็ดี ทัพนกขมิ้นกลับปฏิเสธข้อเสนอ 10 ล้านปอนด์ของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะต้องการค่าตัวมากกว่านั้น หงส์แดงจึงเบนเข็มไปล่ากองหลังทีมชาติกรีซแทนทันที

ล่าสุดลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับโอลิมเปียกอสได้แล้ว คาดว่าซิมิคาสจะเดินทางมาตรวจร่างกายกับทีมในสัปดาห์นี้ หลังจากมีการประกาศยืนยันดีลนี้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ แบ็คซ้ายวัย 24 เพิ่งลงเล่นในเกมพ่ายวูล์ฟส์ 1-0 ในศึกยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม รวมผลสองนัดแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2

เผื่อชวดลูอิส!ลิเวอร์พูลสนแบ็กซ้ายโอลิมเปียกอส

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ลิเวอร์พูล ติดต่อไปหา โอลิมเปียกอส เพื่อถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเอา คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซมาร่วมทัพ แต่ เลสเตอร์ ก็แอบเหล่แข้งรายนี้อยู่เช่นกัน

    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สอบถาม โอลิมเปียกอส ถึงความเป็นไปได้ที่จะขอคว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาร่วมทัพ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับการเสริมทัพนักเตะหลายรายตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่มองกันว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีอะไหล่ที่ดีกว่านี้แม้ว่าขุมกำลังตัวจริงจะแข็งแกร่งแล้วก็ตาม ซึ่งในตำแหน่งแบ็กซ้ายตัวสำรองนั้นก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล เล็งที่จะเอา จามาล ลูอิส ดาวเตะ นอริช ซิตี้ มาร่วมทัพ แต่ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" เคยปฏิเสธข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล ที่ให้ค่าตัว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) ไปแล้ว และต้องการค่าตัวถึง 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)

    เรื่องดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล มองหาอ็อปชั่นอื่นเผื่อว่าจะไม่สามารถดึง ลูอิส มาร่วมทัพได้ และพวกเขาก็หมายตาไปที่ ซิมิคาส โดยเจ้าตัวเพิ่งทำผลงานได้น่าประทับใจในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ โอลิมเปียกอส แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-1 ขณะที่ โอลิมเปียกอส ก็พร้อมขายเขาหากได้ราคาราว 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 480 ล้านบาท)

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า โอลิมเปียกอส กาหัว มิเกล ทราอูโก้ แบ็กซ้าย แซงต์-เอเตียน เป็นตัวแทนของ ซิมิคาส แล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็ต้องแข่งกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 24 ปีเหมือนกัน

ลิเวอร์พูลเอาไง!นอริชขอ20ล.ปอนด์แลกขายลูอิส

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ตีข่าว นอริช ตั้งค่าหัวของ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายที่ ลิเวอร์พูล แอบเหล่อยู่เอาไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ โดยตอนแรก "หงส์แดง" กะให้ค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์เท่านั้น
    นอริช ซิตี้ สโมสรที่เพิ่งตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ต้องการเงิน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดาวรุ่งของทีม ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ

    ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ลูอิส กำลังเป็นที่สนใจของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ "หงส์แดง" ต้องการแบ็กอัพของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของทีม ซึ่งว่ากันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ถูกใจฝีเท้าของแข้งวัย 22 ปีเป็นการส่วนตัวด้วย

    เป็นที่เชื่อกันว่า ลูอิส สนใจที่จะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เช่นกัน แม้ว่าจะต้องเป็นเพียงตัวสำรองก็ตาม ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็คิดที่จะยื่นขอซื้อเขาด้วยเงิน 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ดิ แอธเลติก เผยว่า นอริช ต้องการเงินมากกว่านั้นอีก 1 เท่า เพราะพวกเขาเอาเงินที่ได้จากการขาย เจมส์ แมดดิสัน ให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2018 มาเป็นบรรทัดฐานในการขายดาวรุ่งทุกคนของทีม โดยตอนนั้น นอริช ปล่อย แมดดิสัน ให้กับ "สุนัขจิ้งจอก" หลังได้ค่าตัวมากกว่า 20 ล้านปอนด์

20 แอสซิสต์! ‘เดอ บรอยน์’ทาบสถิติตลอดกาลอองรี

จอมทัพเรือใบสีฟ้าทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกที่ทำไว้โดย เธียร์รี อองรี หลังจ่ายให้เพื่อนทำอีกประตูในเกมลีกนัดส่งท้ายฤดูกาล
เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ของแมนฯ ซิตี้ ทาบสถิติแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกใน 1 ซีซัน ซึ่งทำไว้โดย เธียร์รี อองรี ตำนานดาวยิงอาร์เซนอล

กองกลางเบลเยียมทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมลีกนัดส่งท้าย เมื่อทำ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ช่วยเรือใบสีฟ้าเปิดบ้านไล่ถล่ม นอริช ซิตี้ ที่ตกชั้นไปแล้ว 5-0

นั่นทำให้ดาวเตะวัย 29 ทำแอสซิสต์ในลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 20 ครั้ง เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดที่อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสเคยทำไว้ในฤดูกาล 2002-03 ทันที

ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

โซลชา : เชลซีได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมงคือข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง

กุนซือปีศาจแดง ชี้ว่าทัพสิงห์บลูส์มีความได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในเกมการแข่งขัน
โอเล กุนนาร์​ โซลชา กุนซือของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด ชี้ว่าเชลซีนั้นได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของข้ออ้าง

ทัพปีศาจแดงหยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 19 นัดหลังพลาดท่าแพ้ทัพสิงห์บลูส์ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด 1-3 กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ โดยเชลซีจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม โซลชา ชี้ว่าทีมของเขาเสียเปรีบเรื่องตารางการแข่งขัน หลังเชลซีลงสนามกับนอริชตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ส่วนทีมของเขาเล่นกับคริสตัล พาเลซคืนพฤหัสบดี แต่ถึงอย่างนั้น โซลชา ไม่คิดจะยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างที่ทำให้ทีมของเขาอดเข้าชิงฯแต่อย่างใด

"แน่นอนการจบครึ่งแรกด้วยการเสียประตูหลังเกมพักไปนานมันเป็นหายนะสำหรับเรา เราเสียสมาธิและมันน่าผิดหวัง" โซลชา เผย

"เชลซีมีเวลามากกว่า 48 ชั่วโมง มันเป็นแค่ข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช้ข้ออ้าง ผมไม่สามารถใช้ข้ออ้างใด ๆ ได้ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เราเลือกที่จะเล่นรอบรองชนะเลิศดีกว่าไม่เล่น และผมไม่สามารถบ่นอะไรได้เลย"

 

มีลุ้นทำลาย!อิกาโล่ทาบสถิติ95ปีแมนยู

โอเดียน อิกาโล่ ทาบสถิติการที่ทำประตูได้ครบทุกนัดใน 4 เกมแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้แบบเขา

    โอเดียน อิกาโล่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทาบสถิติของ "ปีศาจแดง" ในด้านที่สามารถทำประตูได้ครบทั้ง 4 นัดแรกที่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมในเกมที่มีความหมาย (ไม่นับรวมเกมอุ่นเครื่อง) หลังจากที่ล่าสุดทำประตูได้ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    หลังย้ายมาจกา เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ของฤดูกาลนี้ อิกาโล่ ก็ได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 11 นัด แต่มีเพียงแค่ 4 นัดที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง นั่นคือ เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ถล่ม คลับ บรูช 5-0 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา, เกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 นัดชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 3-0 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา, เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา และเกมกับ นอริช

    ถึงกระนั้น อิกาโล่ ก็มีชื่อทำประตูในทั้ง 4 นัดดังกล่าว และมันก็เป็นเพียง 4 เกมที่เขาทำประตูได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ทำให้ตอนนี้เขาทำประตูไปแล้ว 5 ลูก จากการลงเล่นในทุกรายการ ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น ก่อนหน้าเขามันมีแค่คนเดียวที่ทำประตูได้จากการลงเล่นตัวจริงทั้ง 4 นัดแรก นั่นคือ จิมมี่ แฮนสัน ที่ทำเอาไว้เมื่อปี 1925 หลังจาก แฮนสัน ทำประตูได้ในเกมที่เจอกับ ฮัลล์ ซิตี้, แบล็คพูล, ดาร์บี้ และ แอสตัน วิลล่า โดย แฮนสัน เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูนเต็ด เมื่อปี 1924 แต่ในอีก 5 ปีหลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บแบบร้ายแรงจนจำเป็นต้องแขวนสตั๊ด

    ทั้งนี้ อิกาโล่ มีโอกาสที่จะทำได้เหนือกว่า แฮนสัน ด้วย ซึ่งเกมต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือเกมลีกที่ต้องไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยที่จริงเมื่อปี 2016 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยเกือบจะทาบสถิตินี้ได้เช่นกัน หลังจากทำประตูได้ทั้ง 3 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไปเท้าบอดในเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้