เลี้ยงหลบ 10 กว่าครั้ง วิ่งเกือบสิบโล! บีจี เผยสถิติสุดยอดเยี่ยม สิโรจน์ เกมชนะสุโขทัย

ความเคลื่อนไหวของ บีจี  ปทุม ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงในศึกฟุตบอลไทยลีก 2020 ที่เกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ สุโขทัย ด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งเกมนี้ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าตัวเก่งดีกรีทีมชาติไทยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและมีส่วนร่วมถึงสองประตูด้วยกันให้กับ บีจี

ล่าสุดเป็นทาง บีจี ได้ออกมาเผย สถิติที่ยอดเยี่ยมของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมกับ สุโขทัย โดยเผยว่า " BG THE STATS : การกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งของ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับสุโขทัย เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ทำให้สาวก “เดอะ แรบบิท” ผิดหวัง !! ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและเป็นส่วนสำคัญให้ทีมได้รับชัยชนะ "

ผลงานของสิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับ สุโขทัย เอฟซี

1. ลงเล่น 78 นาที

2. มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม 70 ครั้ง

3. ทำ 1 ประตู

4. เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ 13 ครั้ง

5. เข้าปะทะ 9 ครั้ง

6. วิ่ง 8.1 กิโลเมตร

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ บีจี จะมีคิวบุกไปปเยือน สิงห์ เชียงราย ในวันที่ 31 ตุลาคม ที่ สิงห์ สเตเดียม

จักพันขอโทษโดนใบแดง-ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมสู้จนมีแต้ม

จักพัน ไพรสุวรรณ ขอโทษแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีม หลังโดนใบแดงเกม สมุทรปราการ บุกเสมอ บีจี ปทุม 2-2 พร้อมขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันเล่นจนสามารถเก็บแต้มออกมาได้

"เจ้านุ๊ก" จักพัน ไพรสุวรรณ ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทยของ สมุทรปราการ ซิตี้ โพสต์เฟซบุคส่วนตัว ขอโทษ เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลที่ถูกไล่ออกจากสนาม หลังจากเข้าสกัดในจังหวะที่ เจนรบ สำเภาดี กองหน้าของเจ้าถิ่น กำลังจะหลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษ ตั้งแต่นาทีที่ 56

ปราการหลังสมุทรปราการกล่าวว่า แม้ว่าทีมจะเก็บแต้มได้ แต่การที่ตนเองโดนไล่ออกทำให้รู้สึกว่าเพื่อนๆต้องเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม การเจอกับ ทีมจ่าฝูงเป็นเรื่องที่ยาก และในจังหวะตัดสินใจสกัดนั้นเป็นการเสี่ยงที่ต้องไม่ลังเล แต่ตนเองก็ยังทำพลาด

ตนเอง ขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันเล่นจนสามารถเก็บแต้มออกมาได้ และขอโทษแฟนบอลที่ตามมาเชียร์ด้วยที่ไม่สามารถเล่นจนครบ90 นาที

 

“มุ้ย”มาแน่! บีจีโอเคซิวธีรศิลป์ล่าแชมป์ ค่าตัวไม่ธรรมดา-สัญญาเกิน3ปี

“มุ้ย”​ ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกทีมชาติไทย เตรียมหวนกลับมาค้าแข้งที่บ้านเกิดอีกครั้งในสีเสื้อ บีจี ปทุมฯ หลังมีรายงานว่า “เดอะ แร็บบิต”​ บรรลุข้อตกลงกับทาง ชิมิสึ เอส-พัลส์ และตัวนักเตะเรียบร้อย งานนี้เปิดค่าตัวอยู่ที่ 24 ล้านบาท พร้อมสัญญายาว 3 ปีครึ่งหรือ 42 เดือน

กลายเป็นข่าวฮือฮาวงการลูกหนังไทย เมื่อมีรายงานจากแหล่งข่าววงในว่า บีจี ปทุมฯ​ ตกลงคว้า ธีรศิลป์ กองหน้าทีมชาติไทยกลับคืนสู่แดนสยามแล้ว ด้วยค่าตัว 24 ล้านบาทแบบซื้อขาด พร้อมสัญญาระยะเวลา 3 ปีครึ่ง โดยคาดว่า “มุ้ย” จะบินมาร่วมทัพกับจ่าฝูงไทยลีกหลังจากที่สัญญาที่เซ็นไว้กับ ชิมิสึ เมื่อ 31 ม.ค. 2020 หมดอายุในวันที่ 31 ม.ค.​ 2021 หรือหลังเดือนแรกของปีหน้านั่นเอง

ขณะที่ตัวเลขค่าแรงของดาวยิงช้างศึกที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ดังอย่าง transfermarkt ปัจจบันระบุไว้ที่ 725,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหากย้ายสู่ถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม ก็คงได้รับไม่น้อยจากเดิมอย่างแน่นอน

สำหรับ “มุ้ย”​ ธีรศิลป์ ปัจจุบัน อายุ 32 เคยมีประสบการณ์การค้าแข้งในต่างแดนกับทั้ง แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ),​ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์),​ อัลเมเรีย (สเปน) และในเจลีกกับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า รวมถึงล่าสุดกับ ชิมิสึ เอส-พัลส์

“มุ้ย” เคยได้แชมป์ไทยลีก กับ เอสซีจี เมืองทองฯ 4 สมัย, รองแชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย, แชมป์ถ้วย ก 1 สมัย, แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย,​ แชมป์ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ 1 สมัย, แชมป์ แม่โขง คลับ 1 สมัย และรองแชมป์ เจลีก ปี 2018 กับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า

ในระดับชาติ ธีรศิลป์ติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 17 ปี เป็นหนแรก ตั้งแต่ ปี 2002 จากนั้นติด ยู-19, ยู-23 และชุดใหญ่ โดยเคยได้แชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 1 สมัย, รองแชมป์อีก 2 สมัย, แชมป์ คิงส์คัพ 1 สมัย, แชมป์ซีเกมส์ 1 สมัย ขณะที่รางวัลส่วนตัว เคยเป็นดาวซัลโว เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 3 สมัย รวมถึงติดทีม 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และครองตำแหน่งดาวซัลโวไทยลีกมาแล้วเมื่อปี 2012

หาเหตุผลทีมเจลีก ไม่เลือกใช้ ‘กวินทร์’ และ ‘ธีรศิลป์’

รายแรก ‘ธีรศิลป์ แดงดา’ กองหน้าวัย 32 ปี ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง 2 เกมเจลีกหลังสุด มีกระแสข่าวอย่างหนักว่า สามารถตกลงค่าตัวที่ 24 ล้านบาท พร้อมค่าเหนื่อย 750,000 ต่อเดือน เตรียมเข้ามาเล่นให้กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในช่วงเลกสองไทยลีกฤดูกาล 2020-2021 นี้ เคสนี้ ‘มุ้ย’ ไม่ได้หมดอนาคตของ ‘ชิมิสึ เอส-พัลส์’ แต่ว่าเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเอง

สัญญาของกองหน้าทีมชาติไทยจะหมดลงกับยอดทีมแห่งถิ่นนิฮงไดระ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาล 2021 สอดคล้องกับเจลีกฤดูกาลนี้ไม่มีการตกชั้น ทำให้เราเห็นได้ว่า ‘ปีเตอร์ ชคลามอสกี้’ กุนซือใหญ่ได้ทำการทดลองทีมที่แตกต่างออกไป แม้จะดูเหมือนยังหาความลงตัวไม่ได้จากผลงานที่ย่ำแย่ นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเขายังจะได้ทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าแน่นอน จึงได้ทำการทดลงระบบการเล่นทั้งแผนการเล่น 4-2-3-1 ในช่วงต้นฤดูกาล จนเปลี่ยนมาเป็น 3-5-2 ในปัจจุบัน

กุนซือชาวออสเตรเลียวัย 41 ปี ใช้ผู้รักษาประตู 3 คน , ให้โอกาสผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ลงสนามประเดิมเจลีกฤดูกาลนี้หลายต่อหลายคน , ยกเลิกสัญญายืมตัว มาโกโตะ โอกาซากิ กองหลังวัย 22 ปี ที่ยืมมาจากเอฟซี โตเกียว กลับต้นสังกัด เพราะคงเลือกที่จะไม่ใช้งานแน่นอนในฤดูกาลหน้า เพราะถ้าหากอยากใช้ต่อจริง ก็คงมีสัญญาซื้อขาดไปแล้ว

นั่นหมายความว่าหาก ‘ปีเตอร์’ ไม่ได้มอง ‘มุ้ย’ ในแผนงานการทำทีมฤดูกาลหน้า ที่จะเข้มข้นเพราะระบบการแข่งขันปกติมีการตกชั้นจะกลับมา ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานเพื่อแผนอนาคต การย้ายออกจากทีมไปสู่ทีมไทยลีกที่ลุ้นแชมป์ไทยลีก และพื้นที่ถ้วยเอเชีย นั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

กรณีของ ‘กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์’ ก็เช่นกัน ตั้งลงเล่น 90 นาทีเต็ม 2 เกมในฟุตบอลถ้วย แต่กลับในเกมลีกไม่ได้รับโอกาสลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว ซ้ำร้ายพอ ทาคาโนริ ซูเกโนะ นายทวารตัวจริงวัย 36 ปี ฟอร์มตก ‘ตอง’ กลับไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่ ‘มิไฮโล เปโตรวิช’ เลือกใช้ ‘โคจิโร่ นากาโนะ’ นายทวารวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 2 เมตร ที่ยังเรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยลงเล่นเป็นตัวจริงไปแล้ว 3 เกม

แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของการต้องการผู้รักษาประตูใช้เท้าเพื่อให้เข้ากับสไตล์เจลีกอะไรแล้ว คำถามก็คือสัญญายืมตัวของ ‘กวินทร์’ 2 ฤดูกาล บอร์ดบริหารซัปโปโรมีท่าที่อย่างไรกับสัญญานี้ เพราะหากยังเป็นสัญญายืมตัวอยู่ มันเป็นเหตุผลได้ที่ กุนซือชาวเซอร์เบีย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผู้รักษาประตูในทีมชาติไทย เพราะว่านี่ไม่ใช่การสร้างทีมเพื่อต่อยอดในอนาคต

สถานะของนายทวารวัย 30 ปี ต้องการโอกาสการลงเล่น เพราะในตอนนี้เขาเสียสถานะมือหนึ่งทีมชาติไทยไปได้สักพัก ฉะนั้นโอกาสการลงสนามเพื่อสูจน์ตัวเอง เรียกความมั่นใจกลับมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากยังไม่ได้รับโอกาสแบบนี้ การหาทางออกกลับมาเล่นไทยลีกอีกครั้งเป็นทางออกที่เป็นไปได้และมีประโยชน์ที่สุดแล้ว

“ช้างศึก” เข้าแคมป์ฝึกซ้อม เตรียมลับแข้ง นครปฐม ยูไนเต็ด

ฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางมารายงานตัวที่โรงแรมซัมมิท วิลด์มิลล์ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563

โดยทัพ “ช้างศึก” จะลงฝึกซ้อมที่สนาม วิลด์มิลล์ ฟุตบอลคลับ ทันทีในช่วงเย็นเวลา 17.00 น. ก่อนจะลงอุ่นเครื่องกับสโมสร นครปฐม ยูไนเต็ด ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่สนามโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ถ่ายทอดสดทางFacebook และ Youtube ไทยรัฐทีวี

ทั้งนี้การแข่งขันจะเปิดให้แฟนบอลเข้าชม ตามข้อกำหนดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด (25 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

ฮือฮา! บีจีปทุมยื่นข้อเสนอให้ชิมิสึ ทาบมุ้ย-ธีรศิลป์คืนไทยลีก

"เดอะ แร็บบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยอดทีมไทยลีก ยื่นข้อเสนอให้ ชิมิสึ เอส-พัลส์ เพื่อหวังดึง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยกลับมาเล่นในไทยลีกอีกครั้ง จากการเปิดเผยของแหล่งข่าววงในเมื่อ 21 ก.ย. 63

รายงานระบุว่า บีจี ปทุมฯ รองจ่าฝูงไทยลีก ต้องการกองหน้าตัวเป้าเข้ามาเพื่อล่าความสำเร็จ หลังเสริมทัพไปหลายตำแหน่งในช่วงที่ผ่านมา และได้เล็งไปที่ ธีรศิลป์ โดยได้ทาบทามหวังให้รีเทิร์นสู่ไทยลีกในช่วงต้นปีหน้าภายใต้สัญญาซื้อขาดแบบถาวร ซึ่งตลาดซื้อขายผู้เล่นของเมืองไทย จะเปิดทำการอีกครั้งระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 63-10 ม.ค. 64

สำหรับ "มุ้ย" อดีตหัวหอก เอสซีจี เมืองทองฯ ปัจจุบันวัย 32 เพิ่งย้ายไปค้าแข้งในเจลีกรอบสองในฤดูกาลนี้ โดยผลงานล่าสุดของเขากับ ชิมิสึ เอส-พัลส์ ซัดไป 2 ประตู หลังเคยถูกยืมตัวไปที่ ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า มาแล้วในฤดูกาล 2018

“ธีราทร”โพสต์ระบายหลังจบเกม-แฟนแห่ให้กำลังใจเพียบ

 ”อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน  แบ็คซ้ายโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส โพสต์ระบายอารมณ์หลังเจ้าตัวผิดหวังที่ไม่สามารถทำประตูได้ในเกมที่ต้นสังกัดบุกไปชนะ คาชิว่า เรย์โซล ด้วยสกอร์ 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

ศึกฟุตบอล ”เมจิ ยาสึดะ เจวันลีก” ฤดูกาล 2020 แมตช์วีก 19 ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 63 ที่สนามซังเคียว ฟรอนเทียร์ คาชิว่า สเตเดี้ยม ซึ่ง คาชิว่า เรย์โซล เปิดบ้านพ่าย  โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส  1-3 โดยเกมดังกล่าว  ”อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน  แบ็คซ้ายทีมชาติไทยออกสตาร์ตเป็นตัวจริง และในนาทีที่ 60 เจ้าตัวมีโอกาสเติมเกมรุกเข้าไปในกรอบเขตโทษ และมีดึงจังหวะล็อกหลอก และยิงผ่าน คิม ซึง-กิวนายทวารคาชิว่า เรย์โซลไปได้แล้ว แต่ก่อนบอลเข้าประตู ทาอิโยะ โคงะ แนวรับเจ้าถิ่น ตามมาเคลียร์ไว้ได้

ล่าสุด หลังจบเกม "เจ้าอุ้ม" โพสต์ข้อความแสดงว่าเสียดายโดยระบุว่า "ทำไมไม่ยิงจังหวะเดียววะ โกรธตัวเองว่ะ …" แต่อย่างไรก็ตามแฟนฟุตบอลชาวไทยแห่ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม และยินดีกับชัยชนะของเจ้าตัวกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในเกมนี้ด้วย

 

ส.ฟุตบอลมาเลย์ ปฏิเสธอนุมัติใบโอนย้าย “ซูมาเร่ห์”

Astro Arena สื่อมาเลเซีย ออกมารายงานว่า สมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซีย(FAM)  ออกมาปฏิเสธรับรองการย้ายทีมระหว่างประเทศให้กับ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ กองหน้าโอนสัญชาติทีมชาติมาเลเซีย ชาวแกมเบีย แต่นักเตะคนใหม่หมายเลข 13 ของสโมสรโปลิศ เทโรฯ ในศึกฟุตบอลไทยลีก 1 จะยังคงเดินหน้าลงสนามแข่งขันได้ตามวิถีนักเตะอาชีพทั่วไปหลังจากที่มีการร้องขอให้ไอทีซี (International Transfer Certificate) ชั่วคราวจากปลายทาง ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียยังไม่สามารถจัดการใบโอนย้ายถาวรให้กับนักเตะและสโมสรปลายทางได้เนื่องจากต้องดูรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างสโมสรต้นกัดเดิมของนักเตะคือปาหังกับตัวนักเตะว่ามีข้อผูกมัดอะไรบ้าง?
  
ก่อนหน้านี้ทางด้านของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์ ดาวเตะป้ายแดงหมายเลข 13 ของโปลิศ เทโรฯ ออกมาให้เหตุผลที่ตัวเขาเองสามารถย้ายทีมได้เนื่องจากสโมสรปาหังไม่ทำตามสัญญาในเรื่องของการจ่ายเงินเดือนตรงตามข้อกำหนด 8.7 จึงสามารถย้ายทีมได้ตามอิสระ ขณะเดียวกันสโมสรปาหังก็ยืนยันว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องกรณีของ โมฮามาดู ซูมาเร่ห์  ไปยังฟ่าและเอเอฟซี

โดยทางสมาพันธ์ฟุตบอลมาเลเซียออกมาเผยถึงเรื่องนี้ว่า การปฏิเสธการโอนย้ายผู้เล่นไปเล่นยังประเทศไทยเป็นไปตามกฎระเบียบภาคผนวก 3 ข้อ 8.2 ข้อบังคับเกี่ยวกับสถานะและการโอนย้ายผู้เล่นของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) สมาพันธ์ฯมีหน้าที่ทำตามกระบวนการจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความถูกต้องทั้งสองฝ่ายโดยมีเวลา 7 วัน ในการตรวจสอบสัญญาของทั้งคู่ระหว่างผู้เล่นกับสโมสร ซึ่งเมื่อมีการฟ้องร้องของสโมสรเข้ามาสมาพันธ์ฯจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย ณ เวลานี้จึงไม่สามารถอนุมัติไอทีซีไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลไทยได้

สำหรับ โมฮามาดู ซูมาเรห์ แข้งวัย 25 ปี โอนสัญชาติมาเล่นทีมชาติมาเลเซีย เดิมทีมีสัญชาติแกมเบีย ลงรับใช้ทีมชาติมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2018 ลงเล่นแมตซ์อย่างเป็นทางการไปแล้ว 19 นัด ยิงไป 6 ประตู เกมล่าสุดที่ทำประตูได้ในนามทีมชาติลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม จี วันที่ 14 พ.ย.63 ที่สนามบูกิต จารีล ลงสนามพบกับทีมชาติไทย ช่วยยิงประตูให้ทีมเอาชนะไทย 2-1 พาทีมชาติมาเลเซียกลับมาอยู่บนเส้นทางความหวังในการลุ้นเข้ารอบต่อไป

 ที่มาของข่าว : Astro Arena

“น้าชัช&ปีกปลาร้า”ให้ผมได้เล่นไทยลีก

เขาคือใครกัน ที่ สามารถ มอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้คนที่เรียกได้ว่าสุดเฮี้ยบในการเป็นโค้ชจนได้รับฉายาว่า "โค้ชจอมฟิต" อดีตทีมชาติ,กุนซือทีมชาติไทย อย่าง "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ ให้โอกาสได้เล่นลีกสูงสุดทั้งๆที่เป็นนักเตะมาจากดินแดนที่ราบสูง ไม่ได้เคยมีโปร์ไฟล์อะไรมากมาย ให้ได้มาเล่นไทยลีกกับทีม "ห้างขายยา" โอสถสภา ในวันวาน

เขาผู้นี้คือ "เจ้าสังกะสี" นั่นเอง เมื่อราว 20 ปีที่ผ่านมาแฟนบอลไทยพันธ์แท้โดยเฉพาะที่ติดตามข่าวสารทางสยามกีฬา,ฟุตบอลสยาม มาตลอดย่อมต้องเคยได้ยินนักเตะชื่อแปลก รายนี้ แน่นอน

จริงแล้วชื่อที่เพื่อนร่วมทีมรวมถึงบรรดาโค้ชเรียกเขาว่า" สังกะสี" นั้นมาจาก นามสกุล ของเขานั่นเอง

ส่วนชื่อจริงก็คือ วุฒิกร นักเตะจากเมืองย่าโม คนนี้ใช้ความสามารถด้านกีฬาลูกหนังของตัวเองล้วนๆกรุยทางสู่การได้เป็นพ่อค้าแข้งที่เคยเล่นระดับลีกสูงสุดของไทยอย่างไทยลีกมาแล้ว รวมถึงได้มีหน้าที่การงานที่มั่นคง รับราชการทหาร เป็นรั้วของชาติได้ก็เพราะการเป็นนักฟุตบอลนี่เอง

ชื่อเล่นจริงๆของ เขาคือ "เจ้าวุฒิ" พยางค์แรกของชื่อจริงนั่นเองเขา เกิดเมื่อ 17ส.ค. 2519 เรียนระดับประถมศึกษาที่ ร.ร.บ้านสะสีเหลี่ยม ,ม.ปลายที่ ร.ร.บ้านเหลื่อมพิทยาสรรพ์ ก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่ มรภ.นครราชสีมา ปัจจุบันรับราชการทหารบก สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยศจ่าสิบเอก

ดีกรี ด้านลูกหนัง"สังกะสี" เคยติดทีมเยาวชนของ โคราช เล่นมาทั้งกีฬาเขต,กีฬาเยาวชน ,ไทยแลนด์คัพ ,ฟุตบอลถ้วย ง,ค.ข. ,โปรวินเชียลลีก เล่น ให้สกลนคร , ธ.ทหารไทย

ที่เป็นเกียรติประวัติสูงสุดก็เห็นจะเป็นการเล่นไทยลีกให้กับโอสถสภาฯ ในยุคที่มี"น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นกุนซือใหญ่ นั่นเองโดยผู้ชักนำเขาให้ได้มาเล่นกับทีม"ห้างขายยา"ไม่ใช่ใคร เป็นรุ่นพี่คนบ้านเดียวกันอย่างนักเตะเจ้าของฉายา "ปีกปลาร้า" สมาน ดีสันเที๊ยะ นักเตะดังยุคดรีมทีมรุ่นพี่สมัยมัธยมศึกษาที่มองเห็นความมุ่งมั่นรวมถึงฝีเท้าที่ไม่ธรรมเลยแนะนำให้กับ"น้าชัช"

ท้ายที่สุดด้วยสเปคของการเป็นนักเตะลูกอีสาน มีน้ำอดน้ำทน มีวินัยเยี่ยม ขยันฝึกซ้อม จากการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี จาก อ.ราเชนทร์ พรประสิทธิ์ กุนซือคนแรก จึงทำให้ "น้าชัช" ตัดสินใจอ้าแขนรับมาอยู่กับทีม "ห้างขายยา" โดยได้เล่นสีเสื้อโอสถฯ 2 ปี
 
ชีวิตวันนี้เจ้าตัวสมรสแล้วกับ ภรรยาสาว อย่าง ศนิ วิริยะพันโชติกุล นอกเหนือจากจะรับราชการทหารที่ได้เป็นรั้วแห่งชาติก็เพราะเป็นนักเตะแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นโค้ชฟุตซอลให้กับทีม กองทัพภาคที่ 2 รวมถึงเป็นโค้ชให้กับทีมเยาวชน อันอัน เอฟซี ที่มี คุณปิศนา ดวงตั้ง เป็นประธานสโมสร อะคาเดมี่ลูกหนังดังเมือง "ย่าโม" อีกด้วย

คิง เพาเวอร์สานพลังบอลไทยไป เลสเตอร์ ซิตี้

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดงานแถลงข่าว "สานพลังบอลไทย ไป เลสเตอร์ ซิตี้" เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพนักเตะไทย โดยเปิดโอกาสให้ 3 นักเตะดาวรุ่งอย่าง "เช็ค" สุภโชค สารชาติ, "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด และ "แบงค์" ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา  เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังฟุตบอลไทยลีกจบการแข่งขันฤดูกาล 2020 เป็นเวลา 1 เดือน

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และความตั้งใจแรกของเราที่เข้าบริหารสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คือเราจะสนับสนุนความสามารถของนักเตะไทย เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสำคัญกับบุคลากรและการพัฒนาศักยภาพของนักเตะรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาพัฒนาทักษะ ซึ่งเรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลงทุนด้านฟุตบอลระยะยาว ปัจจุบันเรามีศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป และมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุดเพื่อให้นักเตะทุกคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในทุกช่วงเวลา"

"การที่ 3 นักเตะดาวรุ่งได้ไปทดสอบฝีเท้าที่เลสเตอร์ ซิตี้ นับว่าเป็นโอกาสที่นักเตะจะได้โชว์ฝีเท้าและความสามารถของตัวเองในระดับยุโรป ถ้าผลการทดสอบออกมาตามเกณฑ์ จะสนับสนุนให้ไปเล่นต่อที่สโมสรในยุโรป อาทิสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ประเทศเบลเยียม ในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้ง 3 คน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากการทดสอบไม่ประสบความสาเร็จอย่างน้อยก็มีรายชื่ออยู่ในฐานระบบ Scouting ของยุโรป ที่ผ่านมาเลสเตอร์ ซิตี้ เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยในด้านกีฬามาโดยตลอด โครงการต่างๆ ที่เลสเตอร์ และคิง เพาเวอร์ ทำมาเพื่อตอบโจทย์ว่าเราอยากเห็นคนไทยไปเล่นในสโมสรในยุโรป"

ด้านนักเตะทั้ง 3 รายดังกล่าวต่างมีการให้สัมภาษณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมจะเดินทางไปทำหน้าที่และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อโอกาสที่จะได้เล่นในลีกยุโรป และเพื่อเป็นการเปิดประตูให้กับน้องๆรุ่นหลัง รวมถึงจะได้นำมาพัฒนาฝีเท้าเองเพื่อช่วยทีมชาติไทยต่อไปอีกด้วย