คนนี้แฟนหงส์ถูกใจไหม? สื่อยันลิเวอร์พูลเดินหน้าซื้อกองหลังคนใหม่แล้ว

สื่ออังกฤษ ตีข่าว ลิเวอร์พูล เปิดฉากคุยกับทีมเมืองเบียร์แล้วเพื่อขอซื้อกองหลังมาเสริมทัพช่วงปีใหม่ หลัง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ต้องพักยาว
   
ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าเจรจากับ ชาลเก้ 04 สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เพื่อขอซื้อตัว โอซาน คาบัค ปราการหลังดาวรุ่งทีมชาติตุรกี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมนี้แล้ว ตามรายงานจาก ซันเดย์ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา

"หงส์แดง" กำลังมองหาเซนเตอร์แบ็กคนใหม่เข้ามาเสริมทัพ เพราะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนเก่งต้องพักยาวจากการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า หลังโดน จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร เอฟเวอร์ตัน เข้าสกัดหนักใส่ในเกมลีกที่เสมอกัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "หงส์แดง" เคยมีข่าวกับ คาบัค วัย 20 ปี มาแล้ว และเวลานั้น ชาลเก้ ตั้งค่าตัวไว้ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่หลังจากที่ "ราชันสีน้ำเงิน" ออกสตาร์ตฤดูกาลย่ำแย่ทำให้พร้อมลดราคานักเตะลงมาเหลืออยู่ที่ราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล พร้อมจะจ่ายค่าตัวเบื้องต้นให้ ชาลเก้ จำนวน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) พร้อมกับโบนัสอีกส่วนหนึ่งตามเงื่อนไขที่ทำได้ ส่งผลให้ทั้งสองสโมสรยังต้องคุยกันอีกเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ คาบัค มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง กล้าลุย รวดเร็ว และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี รวมทั้งมี ฟาน ไดค์ เป็นไอดอลของตัวเองด้วย

ลดให้แล้ว!ชาลเก้ตั้งค่าตัวเป้าหมายลิเวอร์พูล

สื่อเผย ชาลเก้ ยอมลดค่าตัว โอซาน คาบัค กองหลังอนาคตไกล ลงมาไม่แพงแล้ว หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้ไปเสริมแนวรับช่วงหน้าหนาว
    ชาลเก้ 04 สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ตั้งค่าตัว โอซาน คาบัค ปราการหลังดาวรุ่งทีมชาติตุรกี ไว้ที่ 27.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,084 ล้านบาท) ภายหลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตามให้ความสนใจ ตามรายงานจาก สปอร์ต มีเดีย เซต เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    "หงส์แดง" กำลังมองหาเซนเตอร์แบ็กคนใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมนี้ เพราะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนเก่งต้องพักยาวจากการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า หลังโดน จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร เอฟเวอร์ตัน เข้าสกัดหนักใส่ในเกมลีกที่เสมอกัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

    รายงานระบุว่า เป้าหมายแรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล อยากดึงมาเสริมทัพหน้าหนาวคือ เบน ไวท์ ของ ไบรท์ตัน อย่างไรก็ตาม "เจ้านกนางนวล" ต้องการค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ทำให้อาจเบนมาที่ คาบัค ที่มีค่าตัวถูกกว่าถึงเกือบครึ่งเลยทีเดียว

    ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "หงส์แดง" เคยมีข่าวกับ คาบัค มาแล้ว และเวลานั้น ชาลเก้ ตั้งค่าตัวไว้ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่หลังจากที่ "ราชันสีน้ำเงิน" ออกสตาร์ตฤดูกาลย่ำแย่ทำให้พร้อมลดราคานักเตะลงมา โดยนอกจาก ลิเวอร์พูล แล้ว ยังมี เอซี มิลาน ที่ให้ความสนใจอยู่เหมือนกัน

    สำหรับ คาบัค วัย 20 ปี มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง รวดเร็ว และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลัง เรอัล มาดริด นอกจากนั้นยังเป็นนักเตะที่มีความกล้าลุยกล้าแลก ชนไม่ถอยจนถึงกับเคยจมูกหัก หน้าแตกมาแล้ว รวมทั้งมี ฟาน ไดค์ เป็นไอดอลของตัวเองด้วย

โมราต้ากดเบิ้ล! ยูเวนตุสไม่พลาดบุกเชือดเคียฟ ประเดิมสามแต้มชปล.

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ไม่พลาดสามคะแนนหลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น ดินาโม เคียฟ ทีมดังจากยูเครน 2-0 จากสองประตูของ อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยิงคนเดียวในครึ่งหลัง ซิวสามแต้มประเดิมนัดแรก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

สนาม : เอ็นเอสซี โอลิมปิสกี้

    ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน นัดแรกของกลุ่ม จี ระหว่าง ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส (อิตาลี) โดยเกมนี้ได้เปิดให้แฟนบอลเข้าชมเกมโดยอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันโควิด-19

    เกมครึ่งแรก ทีมเยือนกดดันได้ดีกว่า นาที 13 "ม้าลาย" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง อารอน แรมซี่ย์ แทงบอลออกซ้ายมาให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า ซัดด้วยซ้ายไปทางเสาไกลแต่บอลยังไปติดมือของ จอร์จี้ บุชชาน ปัดออกไปหวุดหวิด

    อีก 3 นาทีถัดมา บอลขึ้นทาง เคียซ่า อีก ก่อนที่อดีตแข้งฟิออเรนติน่าจะเลี้ยงตัดเข้าในกรอบแล้วโยกเข้าขวาข้างถนัดปั่นหลุดเสาไกลออกไป

    นาที 17 เป็นโอกาสของ เคียฟ บ้างคราวนี้บอลออกด้านขวาให้ โทมัส เคดซิโอร่า ครอสไปในกรอบให้ วลาดิสลาฟ ซูเพรียก้า ชิงโขกแต่บอลเหินคานแบบหมดลุ้น

    นาที 19 อันเดรีย ปีร์โล่ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กัปตันทีมมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อก่อนจะเป็น เมริห์ เดมิรัล แนวรับชาวตุรกีลงไปเล่นแทน

    นาที 34 อารอน แรมซี่ย์ โชว์ทักษะเอาตัวรอดการพาบอลกระชากหนีเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนดีดไซด์ก้อยให้ เดยัน คูลูเซฟสกี้ วิ่งมาไขว้ยิงเสาแรกแต่ยังโดน จอร์จี้ บุชชาน ปัดออกหลังหวุดหวิด

    นาที 39 การ์ลอส เด เปนญ่า ตัดบอลจากแดนกลางได้ก่อนจะลักไก่ยิงกว่า 35 หลาให้ข้ามหัว เชสนี่ ทว่านายด่านม้าลายยังไหวตัวทันถอยไปรับไว้ไม่มีปัญหา

    ช่วงทดเจ็บเจ้าถิ่นกดดันได้ดี นาที 45 โรดริโก้ เบนตันกูร์ ไปเสียบใส่ มิโกล่า ชาปาเรนโก้ หน้ากรอบเขตโทษจนโดนใบเหลือง ก่อนที่  วิคตอร์ ซิกันคอฟ จะซัดฟรีคิกทะลุกำแพงแต่ยังดีไปตรงตัวเข้ามือ วอยเชียค เซสนี่

    จบครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลัง เริ่มมาได้แค่นาที 46 "ม้าลาย" ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ทันทีจากจังหวะขึ้นเกมทาง เฟเดริโก้ เคียซ่า ปาดมาเสาแรกให้ แรมซี่ย์ ไขว้คืนหลังถึง เดยัน คูลูเซฟสกี้ วิ่งมาอัดเต็มแรงเสาแรก แม้ว่า จอร์จี้ บุชชาน จะพุ่งปัดแต่ไปเข้าทางปืน อัลบาโร่ โมราต้า ที่ยืนตำแหน่งไม่ล้ำหน้าซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

    นาที 56 ยูเวนตุส เปลี่ยนคนที่สองส่ง เปาโล ดีบาล่า ลงมาเล่นแทน เดยัน คูลูเซฟสกี้
   
    โอกาสส่องหนแรกของ ดีบาล่า ต้องรอถึง นาที 72 หลัง ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลมาให้ ทว่าหัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ดันซัดเหินโด่งข้ามคานไปหมดลุ้น

    นาที 72 เจ้าถิ่นมีลุ้นตีเสมอเช่นกัน เซอร์เก ซิดอร์ชุค ตะบันเต็มแรงนอกกรอบบอลพุ่งแบบได้เสียวแต่ยังไปตรงตัว วอยเชียค เซสนี่

    นาที 83 เจ้าบ้านเมื่อทวงสกอร์คืนไม่ได้ กลายมาโดนเม็ดที่สอง หลังเจอทีเด็ดของ "ม้าลาย" สวนเกมขึ้นมา อาเดรียง ราบิโอต์ แทงออกขวาให้ ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลเร็วไปหน้ากรอบให้ อัลบาโร่ โมราต้า โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปง่ายๆ เป็นประตูที่สองในเกมนี้ ช่วยให้ ยูเวนตุส นำห่าง 2-0

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จนผู้ตัดสินชาวโรมาเนีย เป่าจบเกมเป็นอันว่า ยูเวนตุส บุกมาคว้าชัยเหนือ ดินาโม เคียฟ 2-0 ซิวสามแต้มประเดิมนัดแรก รอบแบ่งกลุ่ม ได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    ดินาโม เคียฟ (4-3-3) : จอร์จี้ บุชชาน – โทมัส เคดซิโอร่า, อิลีย่า ซาบาร์นี่, วิตาลี มิโคเลนโก้, โอเล็กซานเดอร์ คาราวาเยฟ (เดนิส โปปอฟ น.70) – วิตาลี บูยัลสกี้, เซอร์เก ซิดอร์ชุค, มิโกล่า ชาปาเรนโก้ – วิคตอร์ ซิกันคอฟ (เบนจามิน เวอร์บิช น.71), วลาดิสลาฟ ซูเพรียก้า, การ์ลอส เด เปนญ่า (เกอร์สัน โรดริเกซ น.60)

    เทรนเนอร์ : มีร์เชีย ลูเชสคู

    ยูเวนตุส (3-4-1-2) : วอยเชียค เซสนี่ – ดานีโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (เมริห์ เดมิรัล น.19) – ฮวน กวาดราโด้, โรดริโก้ เบนตันกูร์ (อาร์ตูร์ เมโล่ น.79), อาเดรียง ราบิโอต์, เฟเดริโก้ เคียซ่า – อารอน แรมซี่ย์ (เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่น.79) – เดยัน คูลูเซฟสกี้ (เปาโล ดีบาล่า น.56), อัลบาโร่ โมราต้า

    เทรนเนอร์ : อันเดรีย ปีร์โล่

    ผู้ตัดสิน : โอวิดิอู ฮาเตกัน (โรมาเนีย)

 

อยู่หรือไปเดี๋ยวได้รู้ ! 7 เกมสำคัญที่อาจชี้ชะตาอนาคต โซลชา

อนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในการนั่งกุมบังเหียนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มสั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงต้นฤดูกาล 2020/2021 โดยพวกเขาแพ้ไปแล้ว 2 เกมจาก 3 แมตช์ที่ลงสนาม ที่สำคัญยังเป็นการพ่ายยับคาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมกับฟอร์มที่ไม่ดีเอาซะเลย
    "น้าลูกอม" เหมือนโดนฟ้ากลั่นแกล้งเพราะผลงานที่ว่าย่ำแย่ในเวลานี้ แถมยังมาโดนโปรแกรมที่แสนโหดเหลือเกิน เพราะหลังจากที่หมดช่วงพักเบรกทีมชาติ ทัพ "ปีศาจแดง" มีคิวต้องลงเล่นในแมตช์ที่ต้องบอกว่าสุดหิน เนื่องจากแต่ละทีมที่จะเจอออกไปทางแกร่งเลยทีเดียว

    จากผลงานในเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 ตามด้วยการโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ต้อนยับ 1-6 ทำให้ขาเก้าอี้ของ โซลชา เริ่มออกอาการโคลงเคลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ "เร้ด เดวิลส์" เริ่มมีกระแสข่าวลือเรื่องการทาบทาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กับ มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เข้ามารับเผือกร้อนแทน

    การที่มีรายงานว่าบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามติดต่อ 2 กุนซือชั้นยอดที่ยังว่างงานในเวลานี้ เพราะพวกเขาดูเหมือนจะพยายามเตรียมแผนสำรอง เนื่องจาก "ปีศาจแดง" กำลังมีโปรแกรมที่น่าเป็นห่วงมาก 7 แมตช์ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของ โซลชา ก็ว่าได้

    สำหรับโปรแกรม 7 พิฆาตผ่าอนาคต "น้าลูกอม" ว่าจะอยู่หรือไป โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสัปดาห์นี้เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์ เจมส์ พารค์ ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ โดยการที่แมตช์นี้ยังคงต้องเล่นแบบไม่มีกองเชียร์ อาจจะทำให้นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ขาดแรงกระตุ้น และความมั่นใจไปบ้าง

     หลังจากจากนั้นก็ต้องเดินทางไปยังกรุงปารีส เพื่อปะทะกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่า "เปแอสเช" เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แมนฯ ยูฯ และคงทำให้ ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องเจอกับงานสุดหินในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม  เอช

     แม้ว่าหลังจากไปเยือนเมืองหลวงดินแดนน้ำหอมแล้ว พวกเขาจะกลับมาเฝ้า "โรงละครแห่งความฝัน" ในเกมพรีเมียร์ลีก แมตช์ต่อไปก็ตาม แต่คู่แข่งดันเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่อุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าระดับพระกาฬแถมฟอร์มกำลังดีวันดีคืน งานนี้คงทำให้ โซลชา ต้องเตรียมทีมให้ดี ไม่งั้นอาจจะเกิดโศกนาฎกรรมคาบ้านแบบย่อยยับเหมือนตอนที่รับมือ สเปอร์ส

    โปรแกรมต่อไปคือการไปพบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรที่ฟอร์มแรงมากๆ และได้เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องวางแผนมาให้รัดกุม แต่อย่างน้อยๆ การเล่นในบ้านน่าจะทำให้พวกเขาพอจะอุ่นใจได้บ้าง

    หลังจากรับมือกับ ไลป์ซิก แล้ว โซลชา ยังต้องเจอกับงานสุดหินอีกแมตช์เมื่อต้องดวลกับ อาร์เซน่อล ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอนว่าตอนนี้ "เดอะ กันเนอร์ส" ภายใต้การกุมบังเหียนของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ แถมยังได้แชมป์มาแล้ว 2 รายการ (เอฟเอ คัพ กับ คอมมิวนิตี้ ชิลด์) ทำให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ที่สำคัญผลงานในลีกช่วงต้นซีซั่นก็ดูดีมีอนาคต

     ฟอร์มของ อาร์เซน่อล ในเกมลีกค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 เกมจาก 4 แมตช์ โดยเกมที่แพ้ก็เกิดขึ้นในการปะทะกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ที่สนามแอนฟิลด์ ที่สำคัญฟอร์มในแมตช์นั้น "เดอะ กันเนอร์ส" เล่นได้ดีเยี่ยม แต่สู้ความเฉียบของเจ้าบ้านไม่ได้เท่านั้นเอง

    หลังจากจบเกมรับมือ "ไอ้ปืนใหญ่" แล้ว โซลชา แทบไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรมากนัก เนื่องจากเขาจะต้องนำลูกทีมบินทะยานฟ้าไปยังประเทศตุรกี เพื่อพบกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ซึ่งเป็นสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกดินแดนไก่งวง ซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้นนี่ไม่ใช่งานง่ายๆ สำหรับ แมนฯ ยูฯ ที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตุรกีเป็นดินแดนที่สร้างปัญหาให้กับทัพ "ผีแดง" อยู่บ่อยๆ ซะด้วย

     นอกจากนี้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ยังมีนักเตะหลายคนที่ผ่านการเล่นในพรีเมียร์ลีก อย่างเช่น เดมบา บา, นาเซอร์ ชาดลี่, มาร์ติน สเคอร์เทล และ ราฟาเอล ดา ซิลวา ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้ย่อมมีประสบการณ์ในการเจอกับ แมนฯ ยูฯ มาแล้ว และน่าจะมีประโยชน์เมื่อต้องสู้กับพวกเขาอีกครั้ง

     ตบท้ายแมตช์ที่สำคัญมากๆ ซึ่งไม่รู้ว่า โซลชา จะยังได้นั่งอยู่ในเก้าอี้กุนซือ "ปีศาจแดง" หรือไม่ แต่หากยังอยู่เกมนี้ถือว่าสุดหินจริงๆ เพราะทีมจะต้องไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเก็บชัยชนะ 4 เกมรวดในลีก รั้งตำแหน่งจ่าฝูงในเวลานี้

    เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ เล่นได้อย่างดุดันในเกมรุก และรัดกุมในเกมรับ ฉะนั้นนี่ถือเป็นงานที่เปรียบเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขาสำหรับ โซลชา จริงๆ และเขาต้องพยายามวางแผนให้ดีที่สุดในการสู้กับกึ๋นของ "คาร์เล็ตโต้"


 

    แน่นอนว่า หลังเกมพักเบรกทีมชาติ หาก โซลชา สามารถนำทีมทำผลงานได้ดีพร้อมกับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น ก็ถือว่าเหมาะสมที่จะได้อยู่ยื้ออนาคตกับต้นสังกัดต่อไป

    แต่หากเจ้าตัวทำไม่ได้ คงต้องมาลุ้นกันว่าบอร์ดบริหารจะยอมอดทนและให้โอกาสเขาอีกต่อไปไหน เพราะการที่จะปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ อาจจะไม่ใช่คำตอบ (อีกต่อไป) !!!??!! ว่าซั่น……

เต็มสิบ3ราย!สื่อดังตัดเกรด25แข้งที่”เจอร์เก้น คล็อปป์”เซ็นร่วมทัพลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดโค้ชชาวเยอรมัน ก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015… นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วม 5 ปีแล้ว ที่ คล็อปป์ เป็นกุนซือใหญ่ในถิ่น แอนฟิลด์ โดยในทัพ "หงส์แดง" ชุดปัจจุบัน มีเพียงแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดิว็อค โอริกี้ เท่านั้น ที่อยู่กับสโมสรก่อนที่ โค้ชเลือดเบียร์วัย 53 กะรัต จะเข้ามา
           ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีนักเตะ 25 รายที่ถูก คล็อปป์ คว้าตัวเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีหลายคนที่ไปได้สวยมากๆ แถมเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ก็มีบางรายเช่นกันที่ล้มเหลว และไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้ และล่าสุด เดลี่ สตาร์ สื่อดังเมืองผู้ดี ได้มีการตัดเกรด 25 ผู้เล่นที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์

 – คามิล กราบาร่า (ค่าตัว 250,000 ปอนด์, จาก รุค คอร์ซอฟ ปี 2016) : 4
  นายประตูเลือดโปล เข้ามาร่วมก๊วน ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ยังคงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ (ปัจจุบันถูก อาร์ฮุส ยืมตัวไปใช้งาน)

 – ลอริส คาริอุส (ค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์, จาก ไมนซ์ 05 ปี 2016) : 4
  นายด่านหน้าหล่อชาวเยอรมัน ถูกคาดหวังไว้สูงไม่น้อยตอนย้ายมาใหม่ๆ แต่สุดท้ายกลับมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำทั้งสำหรับ ลิเวอร์พูล และ คาริอุส ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กัน เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ เมื่อปี 2018 (ปัจจุบันถูก อูนิโอน เบอร์ลิน ยืมตัวไปใช้งาน)

 – มาร์โค กรูยิช (ค่าตัว 5.1 ล้านปอนด์, จาก เร้ดสตาร์ เบลเกรด ปี 2016) : 5
  ทรงบอลดีเลยทีเดียว แต่จนถึงตอนนี้ยังแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ไม่ได้ และถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวตลอด นับตั้งแต่ย้ายเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2016 (ปัจจุบันถูก ปอร์โต้ ยืมตัวไปใช้งาน)

 – สตีเว่น คอลเกอร์ (ยืมจาก ควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส, ปี 2016) : 5
  ถูกเซ็นเข้ามาในฐานะเซนเตอร์แบ็กสำรอง แต่ 3 จาก 4 เกมที่ลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" เขากลับถูกใช้งานเป็นกองหน้าจำเป็นซะงั้น (ปัจจุบันค้าแข้งในลีกตุรกีกับ อลันยาสปอร์)

 – อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ (ฟรี, ปี 2016) : 5
  โดนเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล แม้แต่นัดเดียว!!!

 – โดมินิค โซลันกี้ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก เชลซี ปี 2017) : 5
  เป็นกองหน้าที่มีแววดีเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแจ้งเกิดไม่ได้ และถูกขายให้กับ บอร์นมัธ เมื่อปีที่แล้ว

 – เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ค่าตัว 1.3 ล้านปอนด์, จาก ซโวลล์ ปี 2019) : 5
  ปราการหลังดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ถูกคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อปีก่อน และเพิ่งได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าแค่ 4 นัดเท่านั้น (เกมบอลถ้วยล้วนๆ) ส่วนอนาคตของเจ้าตัวก็ต้องลุ้นกันต่อไป

 – อาเดรียน (ฟรี, ปี 2019) : 5
  เปิดตัวได้สวยด้วยการช่วย ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 มาครอง แต่หลังจากนั้นมีชอตผิดพลาดง่ายๆ ให้เห็นตลอด ซึ่งก็รวมถึงเกมล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่ "หงส์แดง" บุกไปพ่ายยับต่อ แอสตัน วิลล่า 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 – ทาคุมิ มินามิโนะ (ค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์, จาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2020) : 5
  ผลงานโดยส่วนตัวของ สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปี ซึ่งถูกคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพช่วงกลางซีซั่นที่แล้ว ถือว่าดีขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาลนี้ แต่ยังคงรอคอยประตูแรกในเกม พรีเมียร์ลีก อยู่

 – ดิโอโก้ โชต้า (ค่าตัว 45 ล้านปอนด์, จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ปี 2020) : 5
  ปีกทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี เพิ่งถูกเซ็นเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และก็ทำได้แล้ว 1 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด ดูทรงแล้วคะแนนน่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต

 – คอสตาส ซิมิคาส (ค่าตัว 11.75 ล้านปอนด์, จาก โอลิมเปียกอส ปี 2020) : 5
  เป็นอีกคนที่ถูกดึงมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และเพิ่งลงเล่นไปแค่นัดเดียวเท่านั้น

 – รักนาร์ คลาวาน (ค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์, จาก เอาก์สบวร์ก ปี 2016) : 6
  ผลงานและฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่น แต่ ปราการหลังทีมชาติเอสโตเนียวัย 34 ปี ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปถึง 53 นัด ทำได้ 2 ประตู ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลในถิ่น แอนฟิลด์ (ปัจจุบันค้าแข้งกับ กายารี่)

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ (ค่าตัว 12.85 ล้านปอนด์, จาก สโต๊ค ซิตี้ ปี 2018) : 6
  ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์วัย 28 ปี มีผลงานที่ขึ้นๆ ลงๆ แม้มีโมเมนต์ที่น่าจดใจ แต่ก็มีช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาบาดเจ็บที่รุมเร้า จนลงเล่นแค่ 11 นัดเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก ฟูแล่ม ปี 2019) : 6
  เจ้าหนูวัย 17 ปี ถูกซิวตัวมาร่วมก๊วนเมื่อปีที่แล้ว แม้รวมๆ แล้วเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 9 นัด แต่ดูมีอนาคตที่ดีไม่น้อย

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก บาเยิร์น มิวนิค ปี 2020) : 6
  แม้เพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่นัดเดียวก่อนติด "โควิด-19" แต่ดูทรงบอลแล้ว น่าจะไปได้สวยทีเดียวกับ ลิเวอร์พูล

 – โฌแอล มาติป (ฟรี, ปี 2016) : 7
  อาจมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปราการหลังร่างโย่งชาวแคเมอรูนวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญไม่น้อยกับความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ค่าตัว 35 ล้านปอนด์, จาก อาร์เซน่อล ปี 2017) : 7
  คล้ายๆ กับในรายของ มาติป ที่มีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ แต่ก็มีความสำคัญต่อทีมไม่น้อย ซึ่งก็เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าตัวคงจะถูก คล็อปป์ ส่งลงเล่นสม่ำเสมอกว่านี้ หากร่างกายฟิตสมบูรณ์

 – นาบี เกอิต้า (ค่าตัว 52.75 ล้านปอนด์, จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ปี 2018) : 7
  ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานพอสมควร แถมเจอปัญหาบาดเจ็บกวนใจ แต่ก็มีหลายเกมที่ กองกลางทีมชาติกีนีวัย 25 ปี ทำผลงานได้ดี ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งแฟนบอล ลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ต่างคาดหวังผลงานที่ดีกว่านี้อีกจากเจ้าตัว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ปี 2016) : 9
  บางเกมอาจเล่นไม่โดดเด่น แต่โดยรวมแล้ว มิดฟิลด์ชาวดัตช์วัย 29 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อน และด้วยค่าตัวแค่ 25 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับ "หงส์แดง"

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (ค่าตัว 10 ล้านปอนด์, จาก ฮัลล์ ซิตี้ ปี 2017) : 9
  น้อยคนนักที่จะรู้จักเขาตอนย้ายมาใหม่ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ผลงานตลอดช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์วัย 26 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายตัวท็อปๆ ของโลกเรียบร้อย

 – ฟาบินโญ่ (ค่าตัว 39.3 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โมนาโก ปี 2018) : 9
  ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม แถมบางเกมลงไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กด้วย และแน่นอนว่า มิดฟิลด์ตัวรับเลือดแซมบ้าวัย 26 ปีคนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนที่นำความสำเร็จกลับสู่รัง แอนฟิลด์
 
 – อลีสซง เบ็คเกอร์ (ค่าตัว 65 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2018) : 9
  เขาได้นำความเยือกเย็นและความเหนียวแน่นกลับสู่หน้าประตู มีชอตเซฟยากๆ ให้เห็นเป็นประจำ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตอนนี้ อลีสซง คือหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับโลก 

 – ซาดิโอ มาเน่ (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2016) : 10
  นี่คือแข้งบิ๊กเนมรายแรกที่ ลิเวอร์พูล ดึงเข้ามาในยุค คล็อปป์ และถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สุดคุ้มค่าสำหรับสโมสรด้วย เพราะ มาเน่ เป็นกำลังหลักในแนวรุกที่ทีมขาดไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งผลงานกระทุ้ง 84 ประตู จาก 174 เกม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นอย่างดี

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2017) : 10
  อาจมีบางเกมที่เล่นขัดใจแฟนบอลไปบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสุดยอดของ ซาลาห์ เพราะผลงานทำ 99 ประตู จาก 158 เกม ได้ยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า เขาคือดาวยิงความหวังสูงสุดของทีม
 
 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ค่าตัว 75 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2018) : 10
  ตอนแรกหลายๆ คนมองว่า ดีลของ ฟาน ไดค์ เป็นการลงทุนที่ฟุ่มเฟือย แต่ผลงานตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จแบบต่อเนื่องของ ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของสโมสร ขณะที่ ปราการหลังชาวดัตช์วัย 29 ปี ก็ได้รับการซูฮกให้เป็นสุดยอดเซนเตอร์แบ็กคนหนึ่งของโลกลูกหนังยุคนี้

3ดาวดังหลุดโผแมนยูลุยแชมเปี้ยนส์ลีก

3 ดาวดัง แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้ชื่อลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ตัวใหม่ทั้ง เอดินสัน คาวานี่, อเล็กซ์ เตลลิส, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ ฟากุนโด้ เปยิสตรี ได้ไปกันหมด
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งรายชื่อนักเตะชุดที่จะลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ให้กับสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยที่ เซร์คิโอ โรเมโร่, ฟิล โจนส์ และ มาร์กอส โรโฮ พากันหลุดโผ

    "ปีศาจแดง" อยู่ในกลุ่ม เอช ร่วมกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี) และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)) โดยรอบแบ่งกลุ่มจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

รายชื่อนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ลิสต์ เอ ชุดลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา, ดีน เฮนเดอร์สัน, ลี แกรนท์

กองหลัง : เอริก ไบยี่, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, อเล็กซ์ เตลลิส, อั๊กเซล ตวนเซเบ้, อารอน วาน-บิสซาก้า

กองกลาง : บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เฟร็ด, แดเนียล เจมส์, เจสซี่ ลินการ์ด, ฆวน มาต้า, เนมานย่า มาติช, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ฟากุนโด้ เปยิสตรี, ปอล ป็อกบา, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่, โอเดียน อิกาโล่, อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ลิสต์ บี (อายุต่ำกว่า 21 ปี) : เมสัน กรีนวู้ด, เทเดน เมนจี้ และ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์

เสริมดุ!ลาซิโองาบ “มูริกี” จากเฟเนร์บาห์เช่

"อินทรีฟ้า-ขาว" ลาซิโอ เพิ่มความน่ากลัวให้กับแนวรุก โดยล่าสุดปิดดีลกระชากตัว เวดัต มูริกี หัวหอกทีมชาติโคโซโว มาจาก เฟเนร์บาห์เช่ เรียบร้อย ด้วยค่าตัวไม่แพง

ลาซิโอ สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศคว้าตัว เวดัต มูริกี กองหน้าทีมชาติโคโซโว มาจาก เฟเนร์บาห์เช่ สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 5 ปี

ตามรายงานข่าวระบุว่า ค่าตัวของ หัวหอกวัย 26 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) โดยเจ้าตัวจะได้สวมเสื้อ "อินทรีฟ้า-ขาว" หมายเลข 94

สำหรับฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา มูริกี กดไป 17 ประตู จากการลงเล่นให้ เฟเนร์บาห์เช่ รวมทุกรายการ 36 นัด

เชลซีได้โกลใหม่,ซิตี้จ่อซิวแข้งเซบีย่า!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา มีการปิดดีลเสริมทัพที่น่าสนใจหลายรายเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ลิเวอร์พูล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ต่างทำเอาแฟนๆ ของตัวเองได้นอนหลับฝันหวาน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ล่าสุดมีแววว่ากำลังจะได้แข้งใหม่มาร่วมก๊วนเพิ่มเช่นกัน ซึ่งตรงกันข้ามกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อาจจะมีนักเตะทยอยย้ายออก แต่จะมีใครบ้างนั้น เราไปหาคำตอบกัน
 
– (Official) ดิโอโก้ โชต้า ปีกทีมชาติโปรตุเกส ย้ายจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ไปร่วมก๊วน ลิเวอร์พูล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัวเบื้องต้น 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,681 ล้านบาท) และอาจจะเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขต่างๆ ไปจนถึง 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท)

 – (Official) คี-ยาน่า ฮูเฟอร์ กองหลังดาวรุ่งชาวดัตช์ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัวเบื้องต้น 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 369 ล้านบาท) + โบนัสตามเงื่อนไขอีก 4.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 184.5 ล้านบาท)

 – (Official) แกเร็ธ เบล ปีกดาวดัง เรอัล มาดริด ย้ายกลับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ภายใต้สัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล โดยดีลนี้ "ไก่เดือยทอง" ต้องจ่ายเงินค่ายืมตัว + ค่าเหนื่อยนักเตะรวม 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท)

 – (Official) เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายทีมชาติสเปน ย้ายจาก เรอัล มาดริด ไปร่วมก๊วน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 28 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,148 ล้านบาท) โดยที่ "ราชันชุดขาว" มีออปชั่นซื้อกลับในราคา 41.25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,691.25 ล้านบาท)

 – (Official) แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ กองหน้าทีมชาติบูร์กินา ฟาโซ วัย 25 ปี ย้ายจาก โอลิมปิก ลียง ไปร่วมทีม แอสตัน วิลล่า ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านปอนด์ (ประมาณ 697 ล้านบาท)

 – (Official) ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ เชลซี ย้ายไปเล่นให้ เจนัว ภายใต้สัญญายืมตัว 1 ซีซั่น

 – ลิเวอร์พูล ได้มีการสอบถามไปยัง ชาลเก้ 04 ถึงความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญาคว้าตัว โอซาน คาบัค เซนเตอร์แบ็กทีมชาติตุรกี ซึ่งคาดว่า "ราชันสีน้ำเงิน" พร้อมขายที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Transfermarkt)

 – หลังจากที่ได้ คี-ยาน่า ฮูเฟอร์ แล้ว วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ยังเล็งสอย อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มิดฟิลด์เลือดผู้ดีของ "หงส์แดง" อีกราย (Mirror)

 – เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแววที่จะอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนปิดตลาดในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ หลัง บาเลนเซีย พร้อมทุ่มเงินซื้อที่ 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 246 ล้านบาท) ขณะที่ เอซี มิลาน มีความสนใจในตัว โรเมโร่ เช่นกัน (Mirror)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องการที่จะเซ็นสัญญากับ เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์จอมลีลาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งคาดว่ามีค่าหัวอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท) (Daily Star)

 – ขณะที่ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กองกลาง "ไก่เดือยทอง" ซึ่งเคยมีข่าวกับ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมต่อไป หลังปรับความเข้าใจกับกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เรียบร้อย (L’Equipe)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะล่าตัว แดเนี่ยล เจมส์ ปีกความเร็วสูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากนักเตะกลายเป็นแข้งส่วนเกินในทัพ "ปีศาจแดง" (Daily Star)

 – เชลซี บรรลุข้อตกลงกับ แรนส์ ได้เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว เอดูอาร์ เมนดี้ ผู้รักษาประตูร่างโย่งทีมชาติเซเนกัล มาร่วมทัพ โดยคาดว่า ค่าหัวของ นายประตูวัย 28 ปี อยู่ที่ 22 ล้านปอนด์ (ประมาณ 902 ล้านบาท) (Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใกล้ที่จะได้ตัว ชูลส์ คูนเด้ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ เซบีย่า มาร่วมทีม ในราคาราว 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,850 ล้านบาท) (AS)

 – ริกี ปุช กองกลางดาวรุ่ง บาร์เซโลน่า เตรียมถูกปล่อยออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสโมสรอื่นแบบยืมตัว หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือ โรนัลด์ คูมัน ฤดูกาลนี้ (RAC1)

 – อินเตอร์ มิลาน จ่อเต็มทีที่จะได้ตัว อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลาง บาร์เซโลน่า มาร่วมทีม ในราคาเพียงแค่ 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) โดย ดาวเตะทีมชาติชิลีวัย 33 ปี จะเดินทางมาถึงเมืองมิลานในวันนี้ เพื่อปิดดีล (Fabrizio Romano)

 – ขณะที่ ดีเอโก้ โกดิน เซนเตอร์แบ็กจอมเก๋า อินเตอร์ มิลาน กำลังจะย้ายไปร่วมทีม กายารี่ ด้วยสัญญา 3 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยปีละ 2.5 ล้านยูโร (ประมาณ 92.5 ล้านบาท) ซึ่งน่าจะปิดดีลในช่วงสัปดาห์หน้า (Calciomercato)
 – ยูเวนตุส มีความสนใจที่จะยืมตัว มอยเซ่ คีน หัวหอกดาวรุ่ง เอฟเวอร์ตัน กลับมาใช้งาน 1 ซีซั่น พ่วงออปชั่นซื้อขาด (Goal)

 – เปาโล ฟอนเซก้า เฮดโค้ช อาแอส โรม่า ยืนยันชัดเจนว่า ต้องการตัว คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังเลือดผู้ดีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเสริมแนวรับ เนื่องจากในทีมตอนนี้มีเซนเตอร์แบ็กให้ใช้งานแค่ 3 ราย (Fabrizio Romano)

 – เอซี มิลาน เล็งกระชากตัว คริสตอฟเฟอร์ อาเยร์ เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์ของ เซลติก มาเสริมแนวรับ โดยเตรียมยื่นข้อเสนอไปทาบซื้ออย่างเป็นทางการช่วงสัปดาห์หน้า (Gianluca Di Marzio)

ติอาโก้โอเคซบหงส์,สตาร์ลียงมีแววไปปืน!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะตอนนี้เริ่มกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ ติอาโก อัลกันตาร่า ขณะที่ อาร์เซน่อล ดูเหมือนเอาจริงทีเดียวกับการล่าตัวมิดฟิลด์เนื้อหอมของ โอลิมปิก ลียง ส่วนทางฝั่ง เรอัล มาดริด ตอนนี้กำลังพยายามสุดฤทธิ์ที่จะเขี่ยแข้งโปรกอล์ฟพ้นทีม นอกจากนี้บรรดาสโมสรใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็มีข่าวที่น่าสนใจเช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น เรามาอัพเดตกันเลย
 
– (Official) คริสตัล พาเลซ เซ็นสัญญายืมตัว มิชี่ บาตชูอายี่ หัวหอก เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 
 – (Official) ฟูแล่ม คว้าตัว เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก โอลิมปิก ลียง โดยที่ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว ส่วนนักเตะจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คราเวน ค็อตเทจ เป็นเวลา 4 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี  

– (Official) พร้อมกันนั้น "เจ้าสัวน้อย" ได้ปล่อยตัว มาร์คัส เบตติเนลลี่ ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดี ให้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ยืมใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – (Official) ฟิออเรนติน่า คว้าตัว จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า กองกลางดีกรีทีมชาติอิตาลี มาร่วมก๊วน ด้วยสัญญา 2 ปี แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่ตัวนักเตะหมดสัญญากับ เอซี มิลาน

 – (Official) เอซี มิลาน ประกาศปล่อยตัว อันเดร ซิลวา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ให้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต แบบถาวรเรียบร้อย โดย ซิลวา จรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทัพ "อินทรีแดง-ดำ" ถึงปี 2023

 – (Official) นาเซอร์ ชาดลี่ ปีกทีมชาติเบลเยียม ได้ย้ายจาก อาแอส โมนาโก ไปร่วมทีม อิสตันบุล บาซัคเซเฮียร์ สโมสรแชมป์ลีกตุรกี เรียบร้อย ด้วยสัญญา 2 ปี 

 – ลิเวอร์พูล ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิคของ บาเยิร์น มิวนิค ได้เรียบร้อย และตอนนี้เหลือแค่ขั้นตอนตกลงเรื่องค่าตัวกับต้นสังกัดนักเตะเท่านั้น ซึ่ง "เสือใต้" ยังคงต้องการอยู่ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) (Bild)

 – นอกจากนี้ "หงส์แดง" อาจจะมีการยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ไปทาบซื้อ เฌเรมี่ โดกู กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี ของ อันเดอร์เลชท์ และพร้อมที่จะปล่อยตัวนักเตะให้ต้นสังกัดเดิมยืมใช้งาน 1 ซีซั่น หากสามารถปิดดีลได้ (Het Nieuwsblad)

 – เบน วู้ดเบิร์น กองหน้าดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล ใกล้ที่จะย้ายไปร่วมทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ภายใต้สัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล (Standard)

 – เชลซี ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงิน + มาร์เซโล่ โบรโซวิช กองกลางชาวโครแอต ที่ อินเตอร์ มิลาน ยื่นเข้ามาขอแลกกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยอดมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส (Guardian)

 – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงยืนยันที่จะไม่ขาย เจดอน ซานโช ปีกดาวดังทีมชาติอังกฤษ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในราคาที่ต่ำกว่า 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,428 ล้านบาท) หลังจากที่เห็น เชลซี กล้าๆ ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่วงเงิน 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) (Guardian)

 – หลังจากที่ได้แข้งใหม่มาร่วมก๊วนเป็นว่าเล่น ตอนนี้ถึงเวลาที่ เชลซี ต้องปล่อยนักเตะในทีมออกไปบ้าง โดยนอกจากปล่อย มิชี่ บาตชูอายี่ หัวหอกชาวเบลเยียม ให้ คริสตัล พาเลซ ยืมใช้งานอีกรอบแล้ว พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเจรจากับ เอซี มิลาน เกี่ยวกับเรื่องปล่อยตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ มิดฟิลด์เลือดน้ำหอม อีกด้วย ขณะที่สองผู้เล่นฟูลแบ็กอย่าง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า และ เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ ก็เตรียมที่จะอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนปิดตลาด (Fabrizio Romano)

 – อาร์เซน่อล พร้อมยื่นข้อเสนอไปทาบซื้อ อุสเซม อาอูอาร์ กองกลางดาวดัง โอลิมปิก ลียง อีกรอบ หลังข้อเสนอเดิม 31.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,279.2 ล้านบาท) ถูก ลียง ปฏิเสธ (ESPN)
 

 – ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ในการแย่งชิงตัว อาอูอาร์ เนื่องจากกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบในฝีเท้าของ ดาวเตะวัย 22 ปี เช่นกัน (Daily Mirror)

 – แอสตัน วิลล่า ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูฝีมือดีของ อาร์เซน่อล มาร่วมทัพให้ได้ โดยเตรียมยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมไปทาบซื้ออีกรอบ หลังจากที่ยื่นไปรอบแรก 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 615 ล้านบาท) ถูก "ไอ้ปืนใหญ่" ปัดทิ้ง (GOAL)

 – นอกจากนี้ "สิงห์ผงาด" ยังหวังสอย โจชัว คิง หัวหอก บอร์นมัธ อีกรายด้วย ทว่าตัวนักเตะอยากย้ายกลับไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่า หลังมีข่าว "ปีศาจแดง" อยากได้ตัวร่วมทัพ (Athletic)

 – เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังเล็งเสริมแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก โดยมอง เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ดาวรุ่งของ แซงต์-เอเตียน เป็นเป้าหมายหลัก และได้มีการยื่นข้อเสนอเงิน 29 ล้านยูโร (ประมาณ 1,037 ล้านบาท) ไปทาบซื้อเรียบร้อย นอกจากนี้ได้มอง โยนาธาน ทาห์ ปราการหลังร่างใหญ่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นทางเลือกสำรอง (Fabrizio Romano)

 – เรอัล มาดริด หวังที่จะเขี่ย แกเร็ธ เบล ปีกจรวดชาวเวลส์ ออกจากทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพร้อมขายในราคาสุดถูกแค่ 22 ล้านปอนด์ (ประมาณ 902 ล้านบาท) (Daily Mail)

– นอกจากนี้ ทีมแชมป์ยุโรป 13 สมัย ยินดีที่จะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งในจำนวนค่าเหนื่อยของ เบล ที่ปัจจุบันรับอยู่สัปดาห์ละ 600,000 ปอนด์ (ประมาณ 24.6 ล้านบาท) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ เบล ในการหาสโมสรใหม่ (Telegraph)

 – ขณะเดียวกัน "ราชันชุดขาว" ได้เล็ง ริยาด มาห์เรซ ปีกจอมพลิ้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแข้งเป้าหมาย หาก เบล อำลาถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยได้มีการติดต่อกับเอเจนต์ของ ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียวัย 29 ปี แล้วด้วย (Foot Mercato)

 – บาร์เซโลน่า ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ เมมฟิส เดอปาย หัวหอกจอมพลิ้ว โอลิมปิก ลียง ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนอไปให้ ลียง พิจารณาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอขายนักเตะในทีมบางคนออกไปก่อน (Fabrizio Romano)

 – นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ไม่พร้อมทุ่มเงิน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกร้อง สำหรับการล่าตัว เอริค การ์เซีย กองหลังดาวรุ่งชาวสแปนิช คืนสู่ถิ่น คัมป์ นู (Marca)

 – กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าดาวดังชาวอาร์เจนไตน์ ใกล้เต็มทีกับการย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ อินเตอร์ ไมอามี่ หลังตกลงแยกทางกับ ยูเวนตุส เรียบร้อย และตอนนี้โอเคเรื่องสัญญาส่วนตัวกับทีมของ เดวิด เบ็คแฮม ได้แล้วด้วย (Fabrizio Romano)

 – อินเตอร์ มิลาน มีความมั่นใจว่าจะสามารถคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลาง บาร์เซโลน่า มาร่วมก๊วนได้สำเร็จ และพร้อมที่จะออกล่าตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า อีกราย (Fabrizio Romano)
 
 – ขณะเดียวกัน "งูใหญ่" ได้แจ้งกับ บาร์เซโลน่า ว่า จำเป็นต้องจ่ายระดับ 90 ล้านยูโร (ประมาณ 3,330 ล้านบาท) เท่านั้น หากต้องการเซ็นสัญญากับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกจอมพลิ้วชาวอาร์เจนไตน์ (Marca)

 – กายารี่ มีแนวโน้มที่จะได้ตัว ดีเอโก้ โกดิน เซนเตอร์แบ็กจอมเก๋า อินเตอร์ มิลาน มาเสริมแนวรับ หลังจากที่การเจรจาระหว่างสองสโมสรมีความคืบหน้าไปมาก (Fabrizio Romano)

 – อตาลันต้า ได้เปิดโต๊ะเจรจากับ ชาลเก้ 04 เรียบร้อย ถึงเรื่องคว้าตัว อามีน ฮาริต กองกลางจอมพลิ้วชาวโมร็อกกัน ทว่ายังคงห่างไกลจากการได้บทสรุป โดย "ราชันสีน้ำเงิน" ตั้งค่าหัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไว้ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังจะได้ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ฟูลแบ็ก อาแอส โรม่า มาร่วมทีมแบบสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น พ่วงออปชั่นซื้อขาด หลังจากที่ล้มเหลวในการล่าตัว เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวา อาร์เซน่อล ที่ "ไอ้ปืนใหญ่" ไม่โอเคกับดีลยืมตัว (Calciomercato)

 – ลีลล์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินจำนวน 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,295 ล้านบาท) ที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยื่นเข้ามาขอซื้อตัว บูบาการี่ ซูมาเร่ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง เป็นที่เรียบร้อย (Fabrizio Romano)
 

ฝรั่งเศสไร้ “เอ็มบั๊ปเป้”! “กรีซมันน์” พร้อมตะบันโครเอเชียศึกเนชั่นส์ลีก

"ขุนพลตราไก่" ฝรั่งเศส จะไม่มี คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ล่าสุดตรวจเจอว่าติดเชื้อโควิด-19 โดย อองตวน กรีซมันน์ ยังคงพร้อมลงกระชากล่าสกอร์ เกมพบ "ตาหมากรุก" โครเอเชีย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 3) วันอังคารที่ 8 ก.ย. ศกนี้  เวลา 01.45 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก (ลีก เอ กลุ่ม 3)
วันอังคารที่ 8 กันยายน 2563
ฝรั่งเศส   –   โครเอเชีย


สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, ปารีส

 

    ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เทรนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศส พาทีมชนะสวีเดน 1-0 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

    ความพร้อมล่าสุด ”เดเด้” เรียก เบอนัวต์ กาสติล ประตูบอร์กโดซ์ เข้ามาเสริมแทน สตีฟ ม็องด็องด้า นายด่านจากโอลิมปิก มาร์กเซย ที่ติดโควิด

    ส่วน ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังดาวรุ่งไลป์ซิก 1 ใน 3 แข้งใหม่ ที่ถูกเรียกมาติดธงครั้งแรกและได้ประเดิมไปแล้วในเกมก่อน ก็น่าจะได้รับโอกาสต่อไป หลังทำผลงานได้ดี

    ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อูโก้ โยริส กัปตันทีม, ราฟาแอล วาราน, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อองตวน กรีซมันน์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

    ทั้งนี้ทัพตราไก่จะไม่มี คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ล่าสุดตรวจเจอว่าติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งน่าจะใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดยนัดล่าสุดเป็นตัวสำรองลงมาแทน เอ็มบั๊ปเป้

    ซลัตโก้ ดาลิช เทรนเนอร์ทีมชาติโครเอเชีย พาทีมแพ้โปรตุเกสยับเยิน 1-4 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ ดาลิชไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่อาจมีการปรับทัพพอสมควร พวกแข้งดังที่เป็นแค่สำรองอย่าง มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ อิวาน เปริซิช น่าจะได้สลับมาออกสตาร์ต

    ส่วนขุมกำลังหลักรายอื่นๆ อย่าง เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า, มาเตโอ โควาซิช, อันเต้ เรบิช และ อันเดรย์ ครามาริช ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ฝรั่งเศส (3-4-1-2) : อูโก้ โยริส – ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, ราฟาแอล วาราน, เพรสแนล คิมเพมเบ้ – เลโอ ดูบัวส์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อาเดรียง ราบิโอต์, ลูก้าส์ ดีญ – อองตวน กรีซมันน์ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    เทรนเนอร์ : ดีดิเย่ร์ เดส์ชองส์ 
    
    โครเอเชีย (4-2-3-1) : โดมินิค ลิวาโควิช – ทิน เยดวาย, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอย วีด้า, บอร์นา บาริซิช – มาริโอ ปาซาลิช, มาเตโอ โควาซิช – โยซิป เบรกาโล่, นิโกล่า วลาซิช, อันเต้ เรบิช – อันเดรย์ ครามาริช 
    เทรนเนอร์ : ซลัตโก้ ดาลิช
 
    ผู้ตัดสิน : โอวิดิอู ฮาเตกาน (โรมาเนีย) 

 

ผลงานการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี      รายการ              ผลการแข่งขัน
15/07/18  ฟุตบอลโลก รอบชิงชนะเลิศ    ฝรั่งเศส ชนะ โคร
เอเชีย 4-2 


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ฝรั่งเศส

05/09/20  ชนะ  สวีเดน  1-0 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก 
18/11/19 ชนะ แอลเบเนีย 2-0 (เยือน) คัดยูโร    
14/11/19   ชนะ มอลโดวา 2-1 (เหย้า) คัดยูโร
15/10/19   เสมอ ตุรกี 1-1 (เหย้า) คัดยูโร
11/10/19    ชนะ ไอซ์แลนด์  1-0 (เยือน) คัดยูโร

โครเอเชีย 
05/09/20 แพ้ โปรตุเกส 1-4 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก 
20/11/19 ชนะ จอร์เจีย 2-1 (เหย้า) อุ่นเครื่อง     
14/10/19    เสมอ เวลส์ 1-1 (เยือน) คัดยูโร 
10/10/19   ชนะ ฮังการี 3-0  (เหย้า) คัดยูโร
09/09/19    เสมอ อาเซอร์ไบจาน 1-1 (เยือน) คัดยูโร