“จันจิ” จัดให้อีกชุด อวดหุ่นสวยกลางชายหาด ทั้งแซ่บ ทั้งสดใส ทำเอาสะดุดตา

หลังจากที่ทำแฟนๆ ฮือฮาไปเมื่อไม่กี่วันก่อน สำหรับนักแสดงสาว จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย กับการใส่ชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ ขณะไปเที่ยวพักผ่อนรับลมชิลๆ ที่ทะเลกับแก๊งเพื่อนสนิท จนยอดกดไลก์และคอมเมนต์พุ่งกระฉูด

ล่าสุด จันจิ จันจิรา ก็ทำอินสตาแกรม @junji_junp ร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากเจ้าตัวได้หยิบชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว สีสันสดใส มาสวมใส่อวดหุ่นเพรียวบางและส่วนเว้าโค้งเข้ากับรูปร่าง สมกับที่ซุ่มฟิตและดูแลมาอย่างดีโดยตลอด

งานนี้นอกจาก จันจิ จะแจกความสดใสด้วยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจแล้ว แต่เมื่อเธอได้ยืนโพสท่านิ่งๆ ดาเมจความแซ่บก็พลุ่งพล่าน กระชากหัวใจคนดูให้ จนแฟนคลับอดแซวไม่ได้เลยว่า ทำทะเลเดือดขนาดนี้ หวานใจหนุ่ม มาริโอ้ เมาเร่อ ให้ไฟเขียวแล้วใช่ไหมจ๊ะ

เซ็กซี่ต่อเนื่อง “เอื้อย” หวานใจ “อาร์ เดอะสตาร์” เผยความแซ่บอีกครั้ง

พอกันทีกับลุคใสๆ แบ๊วๆ เอื้อย พรสวรรค์ อดีตเน็ตไอดอลสายหวาน เพิ่มดีกรีความเซ็กซี่อีกแล้ว ล่าสุดกลับมาด้วยชุดว่ายน้ำ พร้อมโพสต์ข้อความ “เบาๆ หล่ะ เดี๋ยวคุณแม่ดุ”

ต้องบอกว่าเราคุ้นหน้าคุ้นตา น้องเอื้อย พรสวรรค์ มานานแล้ว เพราะในอดีตเธอเป็นเน็ตไอดอลที่โด่งดังมาก ก่อนที่ภายหลังเธอจะโตขึ้นและเพิ่มความเซ็กซี่ขึ้น จนเมื่อช่วงต้นปี เอื้อย ประเดิมผลงานเซ็กซี่ ด้วยการขึ้นปกนิตยสาร RUSH จากนั้นก็มีผลงานเซ็กซี่ตามมาอีกปะปราย ขณะที่ล่าสุด เอื้อย หยิบชุดว่ายน้ำมาใส่ถ่ายภาพสวยๆ พร้อมข้อความว่า "จะขึ้นจากสระก็ต้องมีท่านิดนุง"

ด้านความฮอตที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่แปลกใจที่ปัจจุบันในอินสตาแรกมส่วนตัวของเอื้อย มีแฟนๆ เข้าไปกดติดตามแล้วกว่า 1.4 ล้านคน ซึ่งหากเข้าไปส่องอินสตาแกรมจะเห็นได้เลยว่า เอื้อยเผยความเซ็กซี่บ่อยครั้ง จนหนุ่มๆ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หากน้องเอื้อยจะพลิกลุคมาสายแซ่บก็ไม่มีปัญหา เพราะปัจจุบันเธอสวยและแซ่บมากจริงๆ ด้านสถานะหัวใจก็ไม่ว่างแล้ว เพราะปัจจุบัน เอื้อย มีหนุ่ม อาร์ เดอะสตาร์ ดูแลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สวย แซ่บ แบบนี้ ยังคงถ้ามาสายแซ่บแฟนคลับหลายคนก็พร้อมติดตามผลงานแน่นอน

เปิดมุมเซ็กซี่ “ชิปปี้” นางเอกลุคใสแซ่บกระชากใจในชุดว่ายน้ำ

ทั้งน่ารัก ทั้งเซ็กซี่ สำหรับ ชิปปี้-ศิรินทร์ ปรีดียานนท์ นางเอกลุคใสที่ปีนี้เผยความเซ็กซี่มากขึ้น ไม่แปลกใจที่ตอนนี้ขึ้นเป็นขวัญใจของหนุ่มๆ หลายต่อหลายคน

ชิปปี้ ศิรินทร์ ถือได้ว่าเป็นนางเอกสาวเจ้าเสน่ห์อีกคนในวงการ แถมยังเป็นอีกหนึ่งสาวที่ดูแลรูปร่างได้ดีมากๆ เข้าฟิตเนสเป็นประจำ งานนี้ไม่ต้องสงสัยว่าหุ่นสวยๆ แบบนี้ก็เป็นเพราะการกินอาหารที่ครบทั้ง 5 หมู่ พร้อมกับออกกำลังกาย นั่นเอง

 

 

ล่าสุด ชิปปี้ โพสต์ภาพสวมบิกินี ในระหว่างเที่ยวพักผ่อน ซึ่งด้วยความน่ารักสดใสกับความเซ็กซี่ ทำให้มีแฟนคลับรวมถึงหนุ่มๆ เข้าไปกดไลก์ให้กับความเซ็กซี่ไม่เว้นแม่แต่ บอย ปกรณ์

ชิปปี้ จะสวยแซ่บขนาดไหนต้องไปติดตามกัน

น้ำตาล เผยมุมน่ารักของ ไผ่ รัก 8 ปี แง้มสเต็ปชีวิตคู่ รอแฟนบวชทดแทนคุณพ่อแม่

น้ำตาล เผยมุมน่ารักของ ไผ่ รัก 8 ปี แง้มสเต็ปชีวิตคู่ รอแฟนบวชทดแทนคุณพ่อแม่

ผ่านอาถรรพ์รัก 7 ปี มาได้แล้ว ย่างเข้าสู่ปีที่ 8 แบบสวยๆ สำหรับคู่รักนางเอก น้ำตาล พิจักขณา กับแฟนหนุ่ม ไผ่ พาทิศ เรียกว่าเป็นความรักไม่หวือหวาแต่มั่นคง ล่าสุด น้ำตาล เปิดใจในงานบวงสรวง ละคร สายลับลิปกลอส ถึงสเต็ปชีวิตคู่

วันเกิดปีนี้วางแผนว่ายังไงบ้าง ?
"ตอนนี้น่าจะต้องให้คิวละครเป็นหลักก่อนค่ะ แต่หลังจบละครก็คงได้ไปเที่ยวกัน อีกอย่างปีนี้น้ำตาลก็ไม่น่าจะจัดงานอะไรด้วย น่าจะเป็นการไปเที่ยวมากกว่า เพราะว่าตั้งแต่หลัง โควิด-19 เรายังไม่ได้ไปเที่ยยวเลย"

นานๆ ทีจะได้ออกไปเที่ยวแบบนี้ ต้องเป็นทริปสวีตเลยไหม ?
"ไม่สวีตค่ะ ไปกันหลายคน แถมตอนนี้พี่ไผ่เขาก็ติดน้องหมามากเลยด้วย เขามีสาวใหม่ ติดสาวค่ะ สาวน้อย เวลาไปไหนมาไหนก็จะต้องขอให้เอาน้องหมาไปด้วยตลอด"

น้อยใจไหมอยู่ดีๆ แฟนเราก็ปันใจให้กับน้องหมา ?
"ไม่สิ น้องน่ารัก (ยิ้ม) แต่จริงๆ ก็ดีนะคะเหมือนเราได้เห็นอีกมุมของเขา ได้เห็นว่าผู้ชายแมนๆ แบบเขาพอมีน้องหมาเข้ามาในชีวิต เขาถึงกับเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้ขนาดนี้เลย"

เขายังมีเวลาให้เราเท่าเดิมไหม ตั้งแต่ได้น้องมาดูแล ?
"เป็นตัวน้ำตาลมากกว่าค่ะที่มีเวลาให้เขาน้อยลง เพราะตั้งแต่เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง น้ำตาลก็ต้องไปถ่ายงานในต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ เลย แถมพอกลับมาถึงกรุงเทพปุ๊บละครก็เปิดกล้องอีก นี่เดี๋ยวก็ต้องถ่ายกันอีกยาวเลยค่ะ"

แต่ก่อนหน้านี้เห็นว่าเราสองคนก็เพิ่งจะไปเที่ยวปราณบุรีด้วยใช่ไหม ?
"ใช่ค่ะ ไปถ่ายรายการ ไปทำช่องนู่นนั่นนี่ ยังมีบ้างกรุบๆ (หัวเราะ)"

เพราะไปเที่ยวทะเลบ่อยจนถูกแซวว่าเป็น คู่รักภาคพื้นที่ทะเล เราพอจะทราบไหม ?
"พี่ไผ่เขาชอบค่ะ เขาชอบกิจกรรมทางน้ำ ส่วนน้ำตาลเองก็ไปได้บ้างตามโอกาส เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ผิวไวต่อแสง ผิวคล้ำง่าย ก็คือเขาชอบทะเล ส่วนเราชอบภูเขา"

แสดงว่าหลายๆ ทริปที่ผ่านมาเป็นทริปตามใจเขา ?

คบกันมานานแค่ไหนแล้วสำหรับเราสองคน ?
"เข้าปีที่ 8 แล้วค่ะ แต่ถามว่าได้คิดถึงอนาคตบ้างมั้ย เอ่อ…มีบ้างค่ะ มีคุยกันคร่าวๆ ว่าแต่ละขั้นตอนจะเป็นยังไงต่อไป แต่ไม่ใช่ใกล้ๆ นี้แน่นอนค่ะ"

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายทราบไหมว่าเราได้มีการพูดคุยกันไว้บ้างแล้ว ?
"ยังไม่ถึงขั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยกันค่ะ แต่ด้วยความที่เราสองคนคบกันมาค่อนข้างนาน สเต็ปชีวิตต่อไปมันก็จะต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ที่เราคุยกันมันเป็นแค่การคุยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปเฉยๆ อย่างเช่นน้ำตาลก็ยังแฮปปี้กับการทำธุรกิจ การถ่ายละคร ส่วนพี่ไผ่เขาก็ยังมีความต้องการที่จะบวชให้คุณพ่อคุณแม่ ยังอยากทำงานก่อน คือมันเป็นการพูดคุยกันปกติทั่วไปค่ะ"

มีกำหนดเวลาคร่าวๆ ไหมว่าเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะสม ?
"ไม่น่าจะใช่ช่วงเวลาใกล้ๆ นี้หรอกค่ะ น่าจะต้องอายุเลย 30 ไปอีก เราอยากทำชีวิตของเราให้มั่นคงกว่านี้ก่อนค่ะ"

คู่เราผ่าน 7 ปีอาถรรพ์ มาได้อย่างไร มีปัญหาเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า ?
"ง่ายมากเลยค่ะ คือก่อนหน้านี้ที่เราเคยมีปัญหากันและห่างกันไปสักระยะ ช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่เรารู้สึกว่าเราเองก็ปรับจูนกันค่อนข้างเยอะแล้ว ดังนั้นถ้ามันไม่ได้มีปัญหาอะไรนอกเหนือจากที่เคยเกิดขึ้น เราก็คิดว่าเราน่าจะไปต่อด้วยกันได้ อีกอย่างตอนนี้พอเรามีเรื่องธุรกิจ มีเรื่องของน้องหมาเข้ามา คือมันมีเรื่องให้เราพูดคุยกันมากกว่าแค่เรื่องของเราสองคน เราก็เลยยิ่งไม่ทะเลาะกันค่ะ"

แต่ตอนแรกก็ดูเรากังวลเรื่องอาถรรพ์ 7 ปีอยู่นะ ?
"กังวลค่ะ เพราะตอนแรกที่รู้จักกันเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ อย่างที่คนบอกว่า ‘คนที่ติสต์ เขาจะติสต์จริงๆ’ ตอนนั้นหนูก็ยังสงสัยนะคะว่ามันจะขนาดไหน แต่อย่างที่ทราบเนอะเขาเองก็เคยหายเข้าป่าไปเป็นเดือนๆ จนสุดท้ายเราทั้งคู่ต้องมานั่งปรับจูนความคิดกัน และต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจได้ว่ามันควรจะต้องประมาณไหนค่ะ"

เห็นว่าตัวเราเองก็แอบใช้วิธีมูเตลูช่วยด้วยจริงไหม ?
"ยอมรับค่ะว่าเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อเรื่องอะไรแบบนี้ เพราะตอนอายุ 25 ช่วงนั้นก็โดนหนักมากเหมือนกัน คือถ้าทำแล้วมันสบายใจก็อยากจะทำเนอะ แต่ส่วนใหญ่จะโดนดุค่ะเพราะไปหลายสายเหลือเกิน ตรงไหนดีเราก็ไป ใครบอกว่าดีเราก็ไป (หัวเราะ)"

ใกล้วันเกิดแล้วเห็นพี่ไผ่เขาโพสต์ว่า อยากได้อะไรก็บอกจะพาไปซื้อ ?
"แต่เขามีประโยคสุดท้ายไงคะว่าเขาจะรออยู่ที่รถ คือถ้าเขาให้บัตรมาอันนี้แฮปปี้ ให้เขารออยู่ที่รถได้เลย เอาบัตรกับรหัสมาก็พอ (หัวเราะ)"

ปกติเวลาเขาให้ของขวัญวันเกิด เขาจะให้ยังไง มีเซอร์ไพรส์หรือเปล่า ?
"เขาเคยเซอร์ไพรส์เยอะมากค่ะ แต่ก็อย่างที่บอก มัน 8 ปีแล้ว ตัวเขาเองก็น่าจะหมดมุขแล้วเหมือนกัน ดังนั้นมันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่เขาบอกว่าอะไรที่อยากได้จริงๆ เขาก็จะพาไปซื้อ ส่วนเราก็ได้แต่ถามเขาว่าไหวหรือเปล่า (ยิ้ม) แซวค่ะ แซว เก็บเงินไว้ดีกว่าค่ะ ยุคนี้ต้องประหยัด"

ตั้งใจเก็บเงินไ

ว้เพื่องานแต่งเลยใช่ไหม ?
"ยังค่ะ ยังไม่แต่ง"

หลังจากที่โพสต์ข้อความแล้ว ไผ่เขาได้บอกไหมว่าเขาจะให้วงเงินเราเท่าไหร่ ?
"ยังไม่เห็นมีงบอะไรมานะคะ เขาน่าจะแซวมากกว่า อารมณ์ประมาณโยนหินถามทาง เขาคงอยากรู้แหละว่าเราอยากได้อะไร"

จริงๆ เป็นเพราะเขาอยากอ้อนเราผ่านโซเชียล ด้วยหรือเปล่า ?
"อาจจะมีบ้างค่ะ เพราะช่วงหลังมานี้ น้ำตาลก็บ่นบ่อยเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้เขาถ่ายแต่รูปน้องหมา ไม่ถ่ายรูปเราบ้างเลย แต่ไม่ได้อิจฉาน้องหมานะคะ (หัวเราะ)"

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

18 ส.ค. 2563-19:11 น.
แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ / วันที่ 18 ส.ค. แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมงาน เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์แฟร์ 2020 ที่ เซ็นทรัลชิดลม พร้อมให้สัมภาษณ์อัพเดตชีวิตหลังสูญเสียคุณพ่อ และเรื่องความรักกับ ไฮโซประณัย

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?
"ค่อยๆ รับรู้ความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แต้วได้คำสอนจากคุณพ่อมาเยอะ เรื่องการมองโลกในความเป็นจริง ถือว่าคำสอนนี้ทำให้เรามีสติ ยิ่งเวลาที่เราเศร้าเรานึกถึงคำสอน นึกถึงคุณพ่อมันช่วยได้จริงๆ กับคุณแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ตระเวนทำบุญกันเยอะมาก เพราะว่าพรุ่งนี้ก็จะครบ 50 วันพ่อเสีย"

ตั้งใจจะทำอะไรในวันครบรอบ 50 วัน การจากไปของคุณพ่อ ?
"ในวันครบรอบก็ทำบุญค่ะมีถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน"

หลายคนชื่นชมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เราเข้มแข็งมาก ?
"ก็อย่างที่บอกคุณพ่อสอนมาเยอะ สอนไม่ให้เราประมาทกับการใช้ชีวิต ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราสามารถ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตเราเองที่มันไม่แน่นอน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ามันช่วยได้มากจริงๆ"

ลุกขึ้นมาทำงานได้เร็วมาก ?
"กองให้ไปถ่าย (หัวเราะ) จริงๆก็ช่วยได้มาก ให้เรามาโฟกัสอยู่กับงาน ไม่ไปจมอยู่กับความเศร้า แต่ก็ยังเศร้าอยู่"

เราต้องเป็นหลักให้กับครอบครัวมาขึ้นไหม เพราะว่าดูพี่สาวเราก็สภาพจิตใจแย่มากเช่นกัน ?
"ไม่ค่ะ เป็นทั้งแต้วและพี่เต๋า คือคิดว่าถ้าขาดพี่เต๋าไป แต่วคงเซเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็จับมือกันทั้งคุณแม่ พี่เต๋า แต้ว ก็มีพี่โน้ตสามีพี่เต๋าอีกคน มาช่วยพยุงกันให้กลับมาใช้ชีวิต ไม่ปกติแหละ แต่ก็พยุงกันไปได้ในช่วงชีวิตที่เรารู้สึกว่าเรายังอ่อนแอ"

คุณพ่อมาเข้าฝันบ้างไหม ?
"ไม่มีเลย ตอนแรกยังบอกว่า มาเลยนะ จริงๆเป็นคนที่กลัวเรื่องนี้มาก แต่ก็อยากเจอเนอะ คิดถึง"

แต่พี่เต๋าบอกว่าคุณพ่อมาหา ?
"ใช่ค่ะ คือเขาคิดถึงมากจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาก็จะนั่งสมาธิ เชื่อว่าน่าจะเป็นผลบุญให้คุณพ่อด้วย ก็จะชวนกันนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกคืน"

ช่วงนี้ก็จะแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านอยู่บ่อยๆ ?
"มีคุณแม่มอบหมายหน้าที่ให้ โดยการให้ดูแลหลาน แม่ก็กลายเป็นคุณยายที่ทำหน้าที่คุณยายเต็มตัว ปกติพี่สาวก็จะดูแลลูกเอง"

ล่าสุดเห็นพากันไปทานอาหารญี่ปุ่น ?
"ใช่ค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยออกข้างนอกเท่าไหร่ ก็ชวนกันไปทานข้าว จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง"

ว้าวเลย

มีประณัยไปด้วย ?
"ใช่ค่ะ ได้มาเจอกันหลายๆคน"

หลายคนมองว่าเป็นการเปิดตัวแบบเป็นทางการหรือเปล่า ?
"ไม่นะคะ ถ้าเป็นวันนั้น เป็นการผ่านไอจีสตอรี่ของคนอื่น ถ้าเป็นทางการไม่น่าจะเผลอขนาดนั้น"

ตัวเราเองยังไม่พร้อมด้วยใช่ไหม ที่จะเปิดตัวแบบเป็นทางการ ?
"อุ้ย แต้วว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ค่ะ มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัวหรือแกรนด์โอเพนนิ่งอะไร"

คนแซวมากๆ เขินไหม ?
"ไม่เรียกว่าเขินอ่ะ แต่แค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องนี้ด้วย"

เวลาไปทานข้าวกับเขา แล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายติดเขาไปด้วย มีแอบพะวงไหมว่าจะลงหรือไม่ลงไอจีดีไหม ?
"เอ่อ ไม่นะคะ แต้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องพะวงว่าจะติดไม่ติด เพราะเรารู้สึกโอเคค่ะ"

ผลัดกันถ่าย

ช่วงที่แต้วเศร้ามากๆ เรื่องงานคุณพ่อ เขาก็อยู่ข้างกายเราตลอด ?
"มีหลายคนค่ะที่อยู่รอบๆ มีทั้งพี่ๆ ในวงการ ช่างแต่งหน้า มาช่วยกัน มาเป็นกำลังใจให้เราทุกคน รวมถึงพี่ต้นด้วย เจมส์ด้วย หลายคนเพื่อนๆ นักแสดงมาเป็นกำลังใจให้ เราก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ ที่เขาช่วยเราตั้งแต่วันแรก"

การพาไปทานข้าวกับคุณแม่วันนั้น เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอไฮโซประณัยด้วยไหม ?
"ไม่ค่ะ เคยไปทานกันหลายรอบค่ะ"

หลายคนก็ชื่นชมต้น ที่ในวันงานดูแลแต้วและครอบครัวดีมาก ?
"ค่ะ คือเราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ อย่างพี่เต๋าเองเวลามีงานอะไรก็จะชวนพี่ต้นมาด้วย เราก็รู้สึกว่าอยากให้เขามา อีกอย่างเขาเองก็ผูกพันกับคุณพ่อมาก คุณพ่อเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกัน และเขาก็มาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ เขาอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณพ่อด้วย"

แสดงว่าพี่ต้นก็เปรียบเสมือนอีกคนในครอบครัวไปแล้ว ?
"มันรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หวังดีกับเราคนหนึ่ง และเราก็หวังดีกับเขา"

เหมือนเป็นพี่ชายคอยช่วยดูแลทุกคนในงานเลย ?
"ใช่ค่ะ"

ฟนเก่า

ความสัมพันธ์กับประณัยเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ก็ดีค่ะ เหมือนเราค่อยๆ รู้จักกันไปนะคะ ทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาเนอะ ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ"

ตัวประณัยเขินไหม ที่ถูกจับตามองแบบนี้ ?
"เอ่อ… คงไม่เป็นเชิงเขินมั้งคะ ไม่รู้เหมือนกันต้องไปถามเขาดู (หัวเราะ) เวลามีภาพตามโซเชียลถามว่าเขาซีเรียสไหม ไม่นะคะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรค่ะ"

ถ้าให้สถานะตอนนี้ เราจะเรียกว่าอะไร ?
"เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้ค่ะ"

เหมือนทางครอบครัว คุณแม่ รวมไปถึงแก๊งเฟอร์บี้ก็ไฟเขียวแล้ว ?
"ก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียวถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ก็ไม่ได้ แต้วรู้สึกว่าอย่างตอนที่เราเป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อคุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เราเลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆ อย่างในชีวิตเรา เราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดงไฟเขียวอะไร"

แก๊งเฟอร์บี้มีคอมเมนต์ไหม ?
"ไม่ได้มีนะคะ เราก็เจอกันคุยกันปกติ ไม่ได้มีนอกรอบ"

เหมือนก่อนหน้านี้ก็เจอกระแสเยอะเหมือนกัน อย่างดราม่าเรามูฟออน เป็นช่วงโควิดพอดี ไม่มีโอกาสได้พูด เราอยากพูดอะไรไหม ?
"ใช่ค่ะ คือแต้วก็เห็นนะคะ แต่ไม่ได้เอามาคิดอะไรมาก แต้วเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆ เรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งตอนที่มีปัญหา ใช้เวลาในการแก้ไขมาประมาณหนึ่ง จนถึงวันนี้ ถามว่าเสียใจมั้ย เราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาให้ได้ ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต ที่เรากลัวมากๆ คือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลาเรามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดกับมันมาก พยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไรแต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆ เพราะไม่สามารถห้ามใครได้ และก็ไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเราที่เราจะรับผลกระทบเอง"

เรามูฟออนแต่เขาไม่ยอมมูฟออน ยังเมนต์แต่เรื่องเดิม ๆ หงุดหงิดใจไหม ?
"ไม่เลยค่ะ เรารู้สึกว่าพูดได้เต็มที่ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบๆ ข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้วค่ะ"

คนเม้าธ์สุดท้ายเราก็คบไฮโซตามเพื่อน ?
"ก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้นๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็น 10 ปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไข และไม่แก้ไขมาเยอะมาก การที่ไปตัดสินใจแบบนั้นก็ตื้นไป เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบแต้วก็ไม่แตะอะไร"

ประณัยทำใจแล้วใช่ไหมถ้าเป็นแฟนกับแต้ว ต้องถูกจับตามอง ?
"ไม่รู้ค่ะ(ยิ้มเขิน) แต้วก็ใช้ชีวิตของแต้วค่ะ แต้วก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะแต้วรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ"

 

 

ไปต่อไม่ไหวแล้ว มารี ร่ำไห้ เปิดใจเลิกรา กัน นภัทร ได้บทเรียนรักอย่ารีบร้อน

ไปต่อไม่ไหวแล้ว มารี ร่ำไห้ เปิดใจเลิกรา กัน นภัทร ได้บทเรียนรักอย่ารีบร้อน

จากกรณีที่คู่รักนักแสดงสาว มารี เบรินเนอร์ กับนักร้องหนุ่ม กัน นภัทร ได้เลิกลากัน และก่อนหน้านี้ด้านฝ่ายชายออกมายอมรับผิด พร้อมทั้งเผยว่าครั้งนี้ไม่มีรีเทิร์น ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ล่าสุด (21 ส.ค.63) สาวมารี มาร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง เลดี้บานฉ่ำ ที่แอ็กซ์ สตูดิโอ ปทุมธานี ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ในมุมของเธอ

ความรู้สึกในมุมของเราหลังจากที่กันออกมาให้สัมภาษณ์

“ถ้าฝั่งของเราก็คือเป็นความสัมพันธ์ที่เราก็เต็มที่ เรารู้สึกว่าเราก็ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว”

หลังจากที่ได้ฟังเขาออกมาให้สัมภาษณ์แล้วเรารู้สึกอย่างไรบ้าง

“ก็โอเค ตามนั้นค่ะ”

เขาบอกว่าผิดที่เขาสู้ไม่พอหลายคนสงสัยว่าสู้ไม่พอคือสู้เรื่องอะไร

“หนูว่าความรักมันก็ต้องสู้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ว่าปัจจัยรอบตัวของแต่ละคนหรือว่าเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ไม่สำคัญหรอกว่าเหตุผลคืออะไร แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าคนใดคนหนึ่งไปต่อไม่ไหว ทั้งคู่ไม่พร้อมที่จะสู้ให้สุดก็ทำให้เป็นไปได้”

เราเห็นความพยายามที่จะสู้ไปด้วยกันของเขาก่อนหน้านี้ไหม

“ก็มี คือเห็น จริงๆแล้ว ถ้าไม่ได้รักกันมากก็คงไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร หนูเชื่อว่ามันก็คือชีวิตแหละ มีสมหวัง มีผิดหวัง”

ในเมื่อรักกันมากแล้วอะไรคือจุดที่เราไปต่อไม่ได้ ยื้อต่อไม่ไหว

“หนูว่านอกเหนือจากความรักมันก็มีความรู้สึกอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”

ที่ผ่านมาเคยพูดคุยหรือทบทวนเรื่องนี้กันบ้างไหม

“คุยค่ะ มันก็เป็น กว่าจะมาถึงจุดนี้มันก็ยากเหมือนกันค่ะ”

ปัญหาหลักๆคือการไม่เข้าใจกัน

“เอ่อ… ถ้าในมุมของหนู หนูมองว่าเข้าใจกันนะคะ แต่มันก็มีเหตุผลที่ไม่สามารถยอมกันได้ในบางเรื่อง”

จับมือกันแล้วใช่ไหมว่าเราจะสู้หรือไม่สู้ด้วยกันต่อไป?

“หนูว่ามันก็สู้มาตั้งแต่แรก เต็มที่มาตั้งแต่แรก แต่ว่าถึงวันหนึ่งมันก็คือมีคนใดคนหนึ่งที่สู้กว่า(น้ำตาคลอเสียงสั่น)หรือคนที่สามารถสู้กว่าได้ด้วยสถานการณ์ของตัวเอง”

ซึ่งมารีสู้กว่า

“มันก็ (นิ่งแล้วน้ำตาคลอก่อนจะตอบด้วยเสียงสะอื้น) คือเขาก็สู้เต็มที่แล้ว ในมุมของเขา”

เรารู้สึกเสียใจมากไหม กับความรักครั้งนี้

“ค่ะ แต่ก็โอเค ดีขึ้นแล้วจริงๆ ตื่นเต้น (ยิ้มพร้อมน้ำตาคลอ)

วันนั้นใครเป็นคนตัดสินใจพูดคำว่าจบกัน

“(น้ำตาคลอ) มันไม่สำคัญหรอกจริงๆ แต่ก็ยอมรับว่าโอเค มันก็เป็นแบบนี้แหละ เราก็ทำใจ”

ณ วันนี้เรามูฟออนแล้วใช่ไหม

“ก็เท่าที่ทำได้”

 

เหตุผลเกี่ยวกับการรักๆ เลิกๆ ที่ผ่านมาไหม

“สำหรับหนูไม่เกี่ยว คือหนูรักคือรัก สู้คือสู้ (เสียงสั่น น้ำตาคลอ) ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย หนูก็เต็มที่ที่สุดแล้ว”

เรื่องบุคคลที่สาม เรื่องคนรอบข้าง คนในครอบครัวเขาบอกว่าไม่มีเกี่ยวข้องแน่นอน จริงไหม

“คือแบบถ้ามือที่สาม ผู้หญิงคนอื่นอะไรแบบนี้ ไม่มีแน่นอน เราเชื่อว่าระหว่างที่คบเรา คือแบบเขาทำตัวดีมาก คือมันไม่มีใครผิดหรอก แต่คือแค่คนเราโตมาไม่เหมือนกัน ความคิด มุมมอง ความรับผิดชอบที่ต้องดูแล ก็ไม่เหมือนกัน”

เรากำลังจะบอกว่าพื้นฐานครอบครัวเรามาต่างกัน มุมมองความคิดก็เลยต่างกันทำให้ไปกันไม่ได้

“คือมัน…(เสียงสั่น น้ำตาคลอ) คืออย่างที่หนูบอก มันไม่สำคัญว่าเหตุผลคืออะไร แต่แค่สุดท้าย คือถ้าเราสลับกัน เราต่างคนก็อาจจะเป็นแบบที่เราเป็นอยู่ก็ได้ คือมันก็คือวิธีการเติบโตของแต่ละคน หรือว่าเป็นมุมมองชีวิต หรือหน้าที่ หรือความต้องการของแต่ละคน ว่าเป้าหมายในชีวิต ณ จุดนี้มันอาจจะไม่ได้ตรงกัน ก็เลยทำให้เอาชนะทุกอย่างไม่ได้

คุยกันยากไหม กับการตัดสินใจจบความสัมพันธ์

“ก็ไม่ยากค่ะ ก็กะทันหันอยู่”

ตอนนี้เรามูฟออนไปได้ไกลหรือยัง

“บางวันก็เหมือนจะดี บางวันก็…”

เราก็มีหากิจกรรมทำบ้างใช่ไหม

“ก็ทำไปเรื่อยๆ ค่ะ พยายามตั้งใจทำงาน หากิจกรรมทำ ออกกำลังกาย”

ถือเป็นบทเรียนความรักของเราเลยไหม

“ก็…คือเราก็มองว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่ หรือเป็นบทเรียนที่โห…เราต้องแบบอะไรขนาดนั้น แต่ก็แค่รู้สึกว่าในส่วนที่เราทุ่มเท บางทีวิธีการทุ่มเทของเรามันอาจจะมากเกิน หรือเร็วเกิน แม้กระทั่งก็รู้สึกว่าอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการรักของตัวเองด้วยในอนาคต”

ที่ผ่านมาเราเป็นคนไปหาครอบครัวเขาบ่อยมากที่บ้าน ความสัมพันธ์เรากับครอบครัวเขาเป็นยังไงบ้าง

“ก็… ไม่ได้เจอแล้ว”

กับกันไม่ได้คุยกันแล้วใช่ไหม

“ไม่ได้คุยค่ะ”

ไม่สามารถกลับมาเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักแบบที่เป็นก่อนหน้านี้ได้แล้วใช่ไหม

“คือ… (เสียงสั่น) สำหรับหนูอนาคตอาจจะได้ แต่ตอนนี้ก็ยังค่ะ”

เราอยู่ช่องเดียวกัน จากนี้การทำงานร่วมกันจะยากขึ้นไหม

“จริงๆ ก็คิดว่าเราอยู่กันในคนละโซน ไม่น่าจะเจอกันค่ะ”

ครั้งนี้เป็นความรักที่เราเจ็บที่สุดในชีวิตเลยไหม

“(หัวเราะ) มันวัดกันไม่ได้หรอก”

ผิดหวังไหมเพราะเราดูค่อนข้างที่จะทุ่มเทให้กับความรักมาก

“คาดหวังมากก็ผิดหวังมากค่ะ”

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เรายังเลือกที่จะคบกับเขาอีกไหม

“(น้ำตาคลอ) ไม่รู้สิ แต่ถ้า ณ จุดนั้นก็คงต้องเลือก เพราะมันก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เราต้องเลือก”

แสดงว่าเราไม่เสียดายเวลาที่ผ่านมา

“ไม่หรอก ทุกอย่างมันมีเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดขึ้น”

ความรักครั้งนี้มันสอนอะไรให้เราบ้าง

“ก็สอนให้อย่ารีบร้อนค่ะ (ยิ้ม)”

แสดงว่าการออกตัวแรงในช่วงแรกๆ ก็ส่งผลอยู่เหมือนกัน

“คือสำหรับหนู คำว่าออกตัวแรงถ้าหมายถึงกับสื่อ หนูว่าไม่นะ หนูรู้สึกว่ารักจะแสดงออกยังไง หนูไม่ได้เก็บมุมมองความรักของคนอื่นมาคิดเท่ากับความรู้สึกที่มี แต่ที่หนูหมายถึงว่าเร็วนี่คือในแง่ของความรู้สึกมากกว่า”

ที่ผ่านมาคนก็โจมตีทางกันหนักเหมือนกัน

“ไม่รู้จะพูดยังไงเลย (เสียงสั่น) คือหนูยิ่งพูด เขาก็ยิ่งโดนด่า (ร้องไห้)”

มีอะไรจะบอกกับคนที่ให้กำลังใจเรามาตลอดไหม

“ก็ขอบคุณที่คอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ ก็มูฟออนไปพร้อมๆ กัน ปล่อยวางเรื่องนี้ไปเถอะ”

ถ้ากันดูอยู่ อยากจะบอกอะไรเขาไหม

“ไม่มีค่ะ (ยิ้ม)”

ตอนนี้ก็ปิดพักหัวใจไปก่อน

“ค่ะ”

 

เปิดเบื้องลึกรอยร้าว หนุ่ม กรรชัย VS. ช่อง 3 อะไรคือปมจริงๆ ที่แตกหัก

ระส่ำไปทั้งตึกมาลีนนท์ เมื่อมีข่าวหลุดเล็ดลอดออกมาว่าฝ่ายข่าวช่องหนึ่งมีความเห็นไม่ตรงกับผู้ประกาศคุณพ่อจอมโหน จนถึงขั้นต้องแยกทางกันเดิน

ซึ่งก็คงไม่ต้องสืบเสาะกันให้ยุ่งยากเพราะผู้ประกาศข่าวคนที่ว่าก็ชี้เป้าอยู่แล้ว “คุณพ่อจอมโหน” ก็คงเป็นใครไม่ได้นอกจาก “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ที่ยืนหนึ่งกับรายการโหนกระแส

น้ำ รพีภัทร ไม่หมิ่นเงินน้อย เก็บขยะขายได้เงินมาเกือบสองร้อยบาท
สามี น้ำหวาน เดอะเฟซ เปิดใจ “มีคนผิด 2 คน” มีข้อมูลแน่นมั่นใจไม่โง่
“ช่องวัน31” บวงสรวงละคร 4 เรื่อง 4 รส ขนนักแสดงนับร้อยชีวิตเข้าร่วมพิธี
งานนี้เกิดอะไรขึ้นกับ หนุ่ม กรรชัย และช่อง 3 งานนี้เบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ช่อง 3 ถึงได้มีข่าวแบบนี้กับ กรรชัย กำเนิดพลอย หลุดออกมา ทั้งที่ความเป็นจริงชื่อนี้ น่าจะเป็นชื่อขายของข่าวช่อง 3 ตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

งานนี้ล้วงลึกเข้าไปถึงปัญหา ว่ากันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเกิดจากรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ไม่ได้เกี่ยวกับรายการ “โหนกระแส” อย่างที่หลายคนคาดเดากันไปแต่อย่างได้

ปัญหาเกิดขึ้นเกิดกับรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ที่อุดมคติในการทำข่าวของ หนุ่ม กรรชัย กับผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ไม่ตรงกัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแต่ทำ หนุ่ม กรรชัย สับสน แม้แต่ทีมข่าวของช่อง 3 ก็ยังออกอาการเซโรงังกับนโยบายที่ปรับเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือของผู้บริหารช่อง

เพราะอยู่ๆ ช่อง 3 มีนโยบายปรับเนื้อหาข่าวใหม่ ไม่เอาข่าวเข้าถึงชาวบ้าน ไม่เน้นข่าวกระแส ตั้งเป้ากลยุทธ์ใหม่ ช่อง 3 ข่าวจะต้องมี value อยากให้ภาพของข่าวช่อง 3 คือ CNN ของเมืองไทย

ขณะที่ทีมข่าวช่อง 3 ตั้งคำถามว่าการที่มี หนุ่ม กรรชัย เข้ามาทำข่าวกระแส เข้าถึงชาวบ้าน เป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่ถูกทางแล้ว เพราะที่ผ่านมาหลังการมาของ กรรชัย สามารถทำให้เรตติ้งขึ้นมาถึงแตะตัวเลข 1 ได้หลังข่าวช่อง 3 ฟุบไปนาน

โดยในยุคก่อนหน้าโน้นนนน ช่อง 3 ก็เคยใช้นโยบายทำข่าวแบบมี value มาแล้ว แต่สิ่งที่เจอคือไม่ประสบความสำเร็จจนต้องเบนหัวรถจักรกลับมาเจาะตลาด mass ตามเดิม ซึ่งแนวทางช่วงที่ หนุ่ม กรรชัย เข้ามาก็ไปได้ด้วยดี และในเมื่อทุกอย่างกำลังดีๆ เหตุใด?? จึงเปลี่ยนกะทันหันอยากกลับมาปรับเป็นแนวข่าวมี value ที่ไม่ประสบความสำเร็จอีก

แถมล่าสุดว่ากันว่าเรื่องราว go so big ไปกันใหญ่มีการตั้งคณะทำงานดูแลโครงสร้างข่าวเที่ยง รายการที่ หนุ่ม กรรชัย นั่งแท่นผู้ประกาศข่าว งานนี้ก็ต้องจับตาดูว่าการเข้าไปล้วงปรับโครงสร้างข่าวเที่ยงครั้งนี้ ผู้บริหารต้องการเพียงแค่ขยับปรับรูปแบบการทำงาน หรือมีจุดประสงค์แฝงอื่น?

โดยหากลงรายละเอียดกันลงไปอีก ที่ผ่านมาการทำงานข่าวในช่วงรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ หนุ่ม กรรชัย ไม่ใช่คนเดียวที่เป็นคนกำหนดประเด็นข่าวในการนำเสนอแต่ละวัน ทุกอย่างเกิดจากการหารือกันกับทีม และคนที่เป็นหลักในการกำหนดประเด็นข่าวก็ยังคงเป็นบรรณาธิการข่าว

ส่วนในประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า หนุ่ม กรรชัย ไม่เป็นที่ถูกตาต้องใจผู้บริหารใหม่ช่อง 3 เพราะเข้ามาทำงานผู้ประกาศข่าวในยุค บี๋ อริยะ พนมยงค์ ผู้บริหารคนก่อนที่ลาออกไปหรือเปล่า เรื่องนี้ได้รับการยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน หนุ่ม กรรชัย เพียงเข้ามาในยุค บี๋ อริยะ แต่ไม่ได้เป็นคนของอดีตบอสใหญ่ช่องแต่อย่างใด

สำหรับบทสรุปตอนนี้ หลังจากเกิดความตึงเครียดในที่ประชุมข่าว หลังผู้บริหารชุดใหม่ของช่อง 3 ต้องการแนวทางการทำข่าวแบบใหม่ ที่ไม่ตรงกับแนวทางของ หนุ่ม กรรชัย ตอนนี้ทุกอย่างยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ บทสรุปยังไม่แน่ชัด ทุกฝ่ายยังรอดูทิศทางคลื่นลมว่าจะเป็นอย่างไรต่อ จะมีแรงกระเพื่อมอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่า กระแสที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เป้าหมายในการทำงานที่ต่างกัน หรือจริงๆ ลึกลงไปมันอาจมีอะไรมากกว่านั้น บางครั้งอาจไม่ใช่เก่าไปใหม่มาเสมอไป เพราะบางทีเมื่อเก่ากลับมาใหม่อาจจะต้องไป

“ทิพย์” แก้วกัลยา นักวอลเล่ย์สาวไทยคนแรกได้แชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่น

    เห็นสวยๆ อย่างนี้ "น้องทิพย์" แก้วกัลยา กมุลทะลา นักวอลเลย์บอลทีมชาติ ตำแหน่งบอลเร็ว จากอำเภอกมลาไสย เมืองน้ำดำจังหวัดกาฬสินธุ์ ตบระเบิดและเปิดประวัติศาสตร์ เป็นสาวไทยคนแรก ร่วมทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่นกับสโมสร เจที มาร์เวลลัส  เมื่อปีที่ผ่านมา ตอนนี้กลับเมืองไทยและแฟนลูกยางคงมีโอกาส ได้เห็นเชิงตบของสาววัยเบญจเพศคนนี้ในเร็ววัน
    ประวัติส่วนตัว
    ชื่อ : แก้วกัลยา กมุลทะลา
    ชื่อเล่น : ทิพย์
    พื้นเพบ้านเกิด : จ.กาฬสินธุ์
    อายุ : 25 ปี
    ส่วนสูง : 178 ซ.ม.
    น้ำหนัก : 67 ก.ก.
    สัดส่วน : 34-29-40
    จบปริญญาตรี : คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    ปัจจุบัน : เป็นนักวอลเลย์บอลอาชีพ
    กีฬาที่ชอบเล่น : วอลเลย์บอล
    ดีกรีล่าสุด : นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สโมสร เจที มาร์เวลลัส ของญี่ปุ่น แชมป์วอลเลย์บอล วีลีก 2019
    นักกีฬาที่ชื่นชอบ : ลิโอเนล เมสซี
    คติประจำใจ : อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ยังไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
    ชายในสเปก : ชอบคนอบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลเราได้
    สถานภาพ : มีแฟนแล้ว

หยามกันแบบนี้! “เพจ สปิราแนค” ก้านเหล็กสาวถูกแฟนๆ ถามทำหน้าอกหรือไม่



เพจ สปิราแนค อดีตโปรกอล์ฟสาว สร้างเรื่องฮือฮาอีกครั้ง หลังจัดรายการ ถาม & ตอบ แบบหมดเปลือกในช่อง YouTube ของเธอในช่วงกักตัวจากการประกาศของทางรัฐบาลอเมริกาที่มีคำสั่งให้เก็บตัวในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

โดยหนึ่งในคำถามที่แฟนๆ ถามเข้ามามากที่สุดก็คือเรื่องขนาดของหน้าอกหน้าใจขนาด 34DD ของเธอว่ามันเป็นของแท้แม่ให้มา หรือว่าแอบไปเสริมอึ๋มให้มันใหญ่ขึ้น งานนี้ทำเอาก้านเหล็กสาววัย 27 ปี ออกมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับหน้าอกของเธอแบบไม่มีกั๊ก

"ฉันรู้สึกมั่นใจ และรู้สึกว่าตัวเองเซ็กซี่ ฉันคิดว่าฉันมีหน้าอกที่สวย และฉันไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องผิดอะไร ฉันไม่เคยคิดว่ามันเป็นปัญหา ฉันไม่โกรธนะที่มีหลายคนถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้"

"ฉันให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลตัวเอง ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงในยิม และควบคุมอาหาร แน่นอนฉันภูมิใจกับรูปร่างของฉัน ส่วนหน้าอกของฉันเป็นของจริงที่แม่ให้มา"

"ฉันไม่เคยทำหน้าอก มันเป็นของจริง ขนาดมันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง หน้าอกของฉันจะใหญ่ที่สุดตอนที่มีประจำเดือน พวกมันจะใหญ่ขึ้นไปอีก 2 คัพ แถมถ้าฉันน้ำหนักขึ้นมันก็จะใหญ่ขึ้นด้วย" อดีตโปรสาว กล่าว

สำหรับ เพจ สปิราแนค ลงเล่นรายการอาชีพครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2016 ทำให้อันดับโลกหลุดไปเกิน 1,000 เป็นที่เรียบร้อย แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สะดุดตาของเธอ ต้องบอกว่ากลับทำเงินให้เธอมากกว่าอาชีพนักกอล์ฟเสียอีก ปัจจุบันเธอถือเป็นนางแบบสุดฮอตที่มีงานโฆษณาเข้ามามากมาย

ด้วยความดังของเธอยังทำให้ได้รับการจ้างให้เป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์สินค้าเกี่้ยวกับการตีกอล์ฟมากมาย แถมในโลกออนไลน์ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ติดตามในอินสตาแกรม มากกว่า 2.3 ล้านคนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเธอยังมีเว็บไซต์ส่วนตัว และแชนแนลทาง Youtube ให้แฟนคลับได้ติดตามอย่างเป็นเรื่องเป็นราวอีกด้วย ส่วนจะโดนใจใครหลายคนหรือไม่ ลองไปดูภาพเหล่านี้กันเอง

หุ่นขยี้ใจชาย! “โรสเมล” ริงเกิร์ลสาวสังเวียนมวยปล้ำแดนปลาดิบ



ยังคงดูแลรูปร่างได้ดีเหลือเกินสำหรับ โรสเมล ริงเกิร์ลสาวสุดเซ็กซี่ในการแข่งขันมวยปล้ำ Mania ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรตติ้งของเธอต้องบอกว่าเกินหน้าเกินตานักมวยปล้ำบางรายเสียอีก

สำหรับนางแบบสาวสุดเอ็กซ์รายนี้เธอคลั่งไคล้การออกกำลังกายมากๆ โดยเป้าหมายของเธอก็เพื่อรักษาหุ่นให้ออกมาดูดีอยู่เสมอ ซึ่งก็อย่างที่เห็นว่ารูปร่างของเธอมันช่างเพอร์เฟคเสียจริงๆ

ส่วนในวงการมวยปล้ำเธอเริ่มจากการเป็นสาวชูป้ายข้างสังเวียน แต่ด้วยรูปร่างและหน้าตาชวนฝันของเธอ ทำให้ช่วงหลังก้าวมามีบทบาทบนสังเวียนมากขึ้น จนแทบจะไม่ต่างจากมวยปล้ำดังๆ เพราะมีแฟนคลับเพียบ

ซึ่งนอกเหนือจากบทบาทในสังเวียนแล้ว เธอยังถือเป็นเจ้าแม่ในวงการถ่ายแบบกราเวียร์ (ชุดว่ายน้ำ) ด้วยการมีโฟโต้บุ๊คออกมาให้แฟนๆ ได้สะสมเรื่อยมา ด้วยรูปร่างที่สมส่วน และไม่ได้ศัลยกรรมใดๆ ทำให้เธอครองใจชายที่พบเห็นยิ่งนัก ถ้าไม่เชื่อลองไปชมภาพกัน