ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชื่อก้องแฉผ่านหนังสือของตัวเองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย
  
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ "แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้" (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจกับรัฐบาลของแดนกระทิงดุมากๆ จนต้องการไปใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน แถมเขายังสนใจที่จะไปเล่นให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในตอนนั้นด้วย

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง "เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย"

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กับ มูรินโญ่ มุ่งมั่นกับการทำดีลนี้ให้ได้มากๆ แต่การเจรจาทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่ ฮอร์เก้ คุณพ่อกับเอเยนต์ของ เมสซี่ ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมบอกว่า เดโก้ ฝากมาบอกถึงเรื่องนี้กับ มูรินโญ่ เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสไม่ได้รับสายของ เดโก้ เลย แต่ มูรินโญ่ ตอบไปว่า "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว วันก่อนฉันถึงขั้นได้คุยกับ เมสซี่ ด้วยซ้ำ"

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า "ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย" และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

 

ปูด!แมนยูสนดึงดาวรุ่ง “นิวฟิโก้” เสริมแกร่ง

สื่อผู้ดี ตีข่าว "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจอยากได้ หลุยส์ โกเมส ดาวเตะความหวังใหม่วงการลูกหนังแดนฝอยทอง จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเสริมทัพ
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คาดว่ากำลังจะได้นักเตะจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน อีกราย โดยตอนนี้มีรายงานว่า "ปีศาจแดง" สนใจอยากได้ตัว หลุยส์ โกเมส แข้งดาวรุ่งพุ่งแรง จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

ดาวเตะวัย 16 ปี ซึ่งเพิ่งจะเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจาก แมนฯ ยูไนเต็ด โดย โกเมส ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะวันเดอร์คิดของวงการลูกหนังแดนฝอยทอง ถึงขนาดได้รับสมญานามว่า "นิว หลุยส์ ฟิโก้" เลยทีเดียว

แม้ว่า โกเมส จะเซ็นสัญญา 5 ปีกับ สปอร์ติ้ง ก็ตาม แต่ "เดอะ มิร์เรอร์" รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะคว้าดาวรุ่งแห่งอนาคตรายนี้มาร่วมทีม โดยคาดว่าค่าตัวของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านปอนด์ (ราว 532 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย มีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดย "ปีศาจแดง" ดึงนักเตะจากยอดทีมแดนฝอยทองมาแล้วหลายคนทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มาร์กอส โรโฮ, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ หลุยส์ นานี่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

มีคนพูดโกหก!โรนัลโด้ยันชัดทำตามกฎเดินทางเข้าอิตาลี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ประกาศชัด ไม่ได้ทำผิดกฎของอิตาลีแม้แต่นิดเดียวในการเดินทางกลับมาที่ประเทศอิตาลี พร้อมบอกว่าตอนนี้ต้องอยู่ห่างกับครอบครัว และมันก็ทำให้ตนเจ็บปวดสุดๆ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่าตนไม่ได้ละเมิดกฎของประเทศอิตาลีในกรณีที่เดินทางกลับมายังแดนมะกะโรนีแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ ตกเป็นข่าวดังจากการที่เขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตอนไปอยู่กับทีมชาติโปรตุเกส โดยเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งเดินทางกลับไปที่ อิตาลี เพื่อรอช่วยต้นสังกัดในตอนที่หายแล้ว แต่ วินเชนโซ่ สปาดาโฟร่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิตาลีตั้งประเด็นว่าแข้งวัย 35 ปี อาจจะละเมิดกฎถ้าหากเดินทางเข้าประเทศโดยที่ไม่ได้รับการรับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรณีพิเศษ

"ผมไม่ได้ละเมิดกฎใดๆ ทั้งนั้น พวกเขาบอกว่าผมละเมิดกฎของอิตาลี แต่มันเป็นการโกหกทั้งเพ ผมได้คุยกับทีมของผม และเราก็มีความรับผิดชอบที่จะทำเรื่องต่างๆ ในทางที่ถูกต้อง ทุกอย่างถูกปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือคนอิตาลีคนหนึ่งพูดโกหก แต่ผมก็ไม่ขอบอกหรอกนะว่าเขาชื่อว่าอะไร ผมทำตามมาตรการทุกขั้นตอน" โรนัลโด้ ระบุ

อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เสริมว่าตอนนี้ต้องอยู่คนละห้องกับครอบครัว และมันก็ทำให้ตนปวดใจสุดๆ "ผมอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนลูกๆ ของผมก็อยูกอีกชั้น ผมจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีก 10 วันต่อจากนี้ มันทำใจยอมรับได้ยากมากๆ ที่จะไม่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้ แต่เราก็ต้องทำตามกฎ"

ไร้เงาแม็กไกวร์-คาวานี่!แมนยูเดินทางสู่ปารีสเตรียมบู๊ชปล.

"ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด เดินทางไปประเทศฝรั่งเศสแล้ว เพื่อเตรียมตัวทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบแบ่งกลุ่ม กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในวันอังคารนี้ โดย แฮร์รี แม็กไกวร์ และ เอดินสัน คาวานี ไม่ได้ร่วมเดินทางไปด้วย
   
ขุนพล "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด ทีมดัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บินลัดฟ้าสู่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัวทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบแบ่งกลุ่ม กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในวันอังคารนี้ โดยไม่มีดาวเตะอดีตต้นสังกัดเดิมอย่าง เอดินสัน คาวานี ดาวเตะอุรุกวัยที่เพิ่งย้ายข้ามฟากมาพรีเมียร์ลีก รวมถึง แฮร์รี แม็กไกวร์ กัปตันทีม ร่วมเดินทางไปด้วย

ในส่วนของ แฮร์รี แม็กไกวร์ คาดว่ามีปัญหาบาดเจ็บจากเกมชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วน เอดินสัน คาวานี เพิ่งซ้อมกับทีมได้ไม่นาน นอกจากนี้ แมนฯยูฯ ยังไม่มี เมสัน กรีนวู้ด ขณะที่ ฟากุนโด้ เปเยสตรี มีชื่อเดินทางไปปารีสกับทีมด้วย
   
สำหรับเกมคู่นี้จะลงเล่นคืนวันอังคารนี้ ที่ สนามปาร์ค เดอ แปร็ง ต่อไป

อัดอั้นมานาน!ชไนเดอร์ลินจวกฟานกัลยับเยิน

หลังจากกลั้นความรู้สึกมานานหลายปี ล่าสุด มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ก็ออกมาจวก หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือที่ร่วมงานกันตอนอยู่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบยับเยิน โดยบอกว่าอีกฝ่ายจำกัดกรอบการเล่นมากเกินไปจนทำให้นักเตะไม่มีอิสระในการเล่น แถมยังเข้มงวดเกินกว่าเหตุ พร้อมรับ ตอนนั้นน่าจะไปอยู่กับ สเปอร์ส น่าจะเหมาะกว่า
   
มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน มิดฟิลด์ นีซ สโมสรในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ตำหนิ หลุยส์ ฟาน กัล ว่าทำทีมโดยที่ใช้มาตรการเข้มงวดกับเรื่องต่างๆ มากเกินไป อย่างเช่นการจำกัดรูปแบบการเล่น จนส่งผลให้ตนกับคนอื่นๆ ในทีมไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ตามไปด้วย

ตอนช่วงซัมเมอร์ ปี 2015 ชไนเดอร์ลิน ตกเป็นข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นต้น หลังจากช่วงนั้นเขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวจะเลือก "ปีศาจแดง" แต่เขาก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับที่นั่นได้จนโดนปล่อยไปให้ เอฟเวอร์ตัน ในเดือนมกราคม ปี 2017

ดาวเตะชาวฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังว่า "เราโดนสั่งว่า -เมื่อไหร่ก็ตามที่แกได้จับบอลน่ะ แกต้องทำอย่างนี้นะ- ทั้งที่ผมควรจะได้เล่นด้วยความกล้าของผมเหมือนอย่างที่ทำได้ตอนเล่นให้ (เมาริซิโอ) โปเช็ตติโน่ และ (โรนัลด์) คูมัน (ชไนเดอร์ลิน เคยร่วมงานกับทั้งคู่ที่ เซาธ์แฮมป์ตัน) สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของนักฟุตบอลก็คือเมื่อมันเกิดเวลาที่คุณคิดมากเกินไป ผมเริ่มคิดว่า -อา ผู้จัดการทีมอยากให้ฉันทำอย่างนี้- ซั่งนั่นทำให้คุณเสียสัญชาตญาณของตัวเอง คุณจะเริ่มถูกบีบให้ต้องทำบางอย่างจนสุดท้ายก็จ่ายพลาด, เข้าสกัดช้าเกินไป ฯลฯ มันทำให้ความมั่นใจของคุณหายไป"

"มันทำให้ผมมีทั้งเกมที่เล่นได้ดีมากๆ แล้วก็เกมที่เล่นได้ห่วยแตกสุดๆ ตอนนั้นผมไม่มีความมั่นใจมากนัก ผมถึงขั้นเริ่มบ่นกับภรรยาของผมด้วยซ้ำ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถเล่นอย่างมีอิสระที่ ยูไนเต็ด ได้ ไอ้เรื่องความกดดันจากสถานะของสโมสรน่ะมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมเลย ผมชอบรับมือกับความกดดันอยู่แล้ว ผมอยากเจอกับความกดดันและอยากมีอะดรีนาลีนที่ดี ส่วนแฟนบอลก็ปฏิบัติกับผมดีมากๆ ตอนที่เจอกันบนท้องถนน"

"ปัญหามันมาจากตัวผมเอง เพราะผมรู้ว่าผมสามารถทำหลายอย่างให้กับทีมได้ แต่กลับทำไม่สำเร็จเพราะผมรู้สึกว่าตัวเองโดนจำกัดให้อยู่ในกรอบมากเกินไป ตอนนี้ผมอาจจะไม่ได้รู้สึกโมโหมากนัก แต่สมัยนั้นผมโกรธสุดๆ คุณไม่สามารถกินข้าวได้เลยจนกว่าผู้จัดการทีมจะอนุญาตให้คุณทำอย่างนั้นได้ จริงอยู่ว่าแนวทางแบบนี้มันได้ผลดีกับนักเตะทีอายุ 19 และ 20 ปี แต่ไม่ใช่กับนักเตะที่อายุเยอะกว่านั้น แน่นอนว่า ฟาน กัล พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นกุนซือชั้นยอด แต่ผมไม่คิดว่าเราควรจะต้องมีไอเดียแบบนั้นในตอนนั้น"

ชไนเดอร์ลิน ยอมรับด้วยว่าที่จริงตอนนั้นตนน่าจะย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส ดีกว่า โดยตอนนั้น โปเช็ตติโน่ ที่เคยร่วมงานกับเขาที่ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เป็นกุนซือของ "ไก่เดือยทอง" อยู่พอดีด้วย "มี 2 ทีมที่ติดต่อหาเอเยนต์ของผม แต่พอ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัวคุณแล้วน่ะ คุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นหรอก เพราะว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เรอัล มาดริด คือ 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก คุณไม่สามารถปฏิเสธ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ แต่ถ้าผมทำตามหัวใจของตัวเองแล้วล่ะก็ ผมก็น่าจะเซ็นสัญญากับ สเปอร์ส ดีกว่า"

"ผมรู้จักผู้จัดการทีม (โปเช็ตติโน่) เป็นอย่างดี ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากผม และรู้ว่าสไตล์การนำซ้อมของเขาเป็นยังไง เขาติดต่อมาขอให้ผมไปเล่นที่ สเปอร์ส เขาอยากได้ผมไปร่วมทีมแบบจริงจังระดับ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม จริงอยู่ว่าเขา (ฟาน กัล) อยากได้ผมเหมือนกัน แต่เราแค่คุยทางโทรศัพท์กันนิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าผมเซ็นสัญญาเพื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะสโมสรฟุตบอลมากกว่าการเซ็นสัญญาเพื่อผู้จัดการทีม"

 

เหมาะสมแล้ว!เฮนโด้เผยโหวตเดอบรอยน์ยอดเยี่ยมพีเอฟเอ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ระบุ ตนเลือกให้ เควิน เดอ บรอยนต์ เป็นเจ้าของรางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ซีซั่นก่อน พร้อมบอกว่า เดอ บรอยน์ สมควรได้รับรางวัลนั้น

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าตนโหวตให้ เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาล 2019-20 ไปครอง แม้ว่ามันจะส่งผลกับโอกาสการได้รางวัลของตัวเองก็ตาม

ซีซั่นก่อน เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากจนมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ซึ่งมันก็ทำให้บางคนเชื่อว่าเขาสมควรได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ แต่ฤดูกาลที่แล้ว เดอ บรอยน์ ก็โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมสุดๆ เช่นกัน และสุดท้ายก็เป็นดาวเตะชาวเบลเยียมที่ได้รางวัลนั้นไปครอง

เฮนเดอร์สัน เผยว่า "ผมโหวตให้ เควิน ได้รางวัล พีเอฟเอ ต่อให้ผมจะพูดชมเขาในฐานะนักเตะมากแค่ไหนมันก็พูดไม่หมดหรอก เขาสมควรได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ ผมคิดว่าฤดูกาลที่แล้วเขาทำผลงานได้ยอดเดยี่ยม แต่ที่จริงเขาก็เล่นได้โดดเด่นมานานแล้วล่ะนะ เขาเป็นนักเตะระดับโลก เขาอาจจะเป็นกองกลางที่เก่งที่สุดในโลกด้วยซ้ำ ผมรู้สึกว่าเขาทำได้ดีมากทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม ผมเป็นแฟนตัวยงของเขาเลยล่ะ"

ทั้งนี้ กฎการโหวตของ พีเอฟเอ ก็คือห้ามนักเตะคนใดคนหนึ่งโหวตให้ตัวเอง และห้ามทำการโหวตให้เพื่อนร่วมทีมด้วย

 

    

แรชฟอร์ดสุดปลื้มได้รับเครื่องราชฯชั้นเอ็มบีอี

มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นเอ็มบีอีจากการที่ช่วยให้เด็กๆ ยังมีอาหารกินในช่วงที่ผ่านมา เจ้าตัวเปิดอก สุดปลื้มที่ได้รับเกียรตินี้ พร้อมบอกว่าจะสู้เพื่อเหล่าหนูน้อยต่อไป

มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติชชั้นเอ็มบีอี จากการที่เขาช่วยเหลือเด็กๆ ในสหราชอาณาจักรในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ตลอดช่วงที่ผ่านมา แรชฟอร์ด ช่วยระดมทุนเพื่อนำอาหารไปบริจาคให้กับเด็กๆ ตามพื้นที่ต่างๆ แถมเขายังเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนใจเรื่องยกเลิกการแจกคูปองสำหรับการแลกอาหารฟรีด้วย เพราะไม่อย่างนั้นเด็กๆ หลายคนก็อาจจะต้องหิวโหย ซึ่งการเรียกร้องของเขาก็กลายเป็นกระแสดังในสหราชอาณาจักรจนสุดท้ายรัฐบาลก็ยอมเปลี่ยนใจ

การกระทำของ แรชฟอร์ด ทำให้หลายคนชื่นชมเขาอย่างมาก และล่าสุดแข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษก็ถึงขั้นได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น เอ็มบีอี ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่ารู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่แบบนี้

ดาวเตะวัย 22 ปีกล่าวว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งอย่างมกา ในฐานะเด็กหนุ่มผิวสีจากย่านไวเธ่นชอว์แล้วนั้น ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะได้รับราชอิสริยาภรณ์ชั้น เอ็มบีอี ยิ่งการได้อย่างนั้นในวัยเพียง 22 ปียิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย นี่เป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากๆ ทั้งสำหรับผมและสำหรับครอบครัวของผม แต่ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วมันถือเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับคุณแม่ของผมมากที่สุด เพราะที่จริงท่านคือคนที่สมควรได้รับเกียรตินี้"

"การต่อสู้เพื่อปกป้องเด็กๆ ที่มีค่ามากที่สุดของเรายังไม่จบ มันคงเหมือนกับว่าผมทรยศสังคมของผมและบรรดาครอบครัวที่ผมเคยได้คุยด้วยถ้าหากผมไม่ใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนเสนอให้ผมได้รับยศนี้นั้น ให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ของเราด้วยการยืดระยะเวลาการแจกคูปองในช่วงครึ่งเดือนตุลาคม เพราะมาตรการของการพักงานมันสิ้นสุดลงแล้ว และตอนนี้มันก็มีคนว่างงานเพิ่มขึ้น แน่นอนว่ามันจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบชั่วคราวอีกครั้ง แต่มันก็จะทำให้ผู้ปกครองของเด็กหลายล้านคนในสหราชอาณาจักรมีเรื่องกังวลน้อยลง 1 เรื่อง"

"มารวมพลังกันเพื่อทำให้เด็กๆ ไม่ต้องเข้านอนโดยที่หิวโหยกันดีกว่า อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่หลายครั้งก่อนหน้านี้นั่นแหละว่าไม่ว่าคุณจะรู้สึกยังไงหรือคิดแบบไหน แต่การไม่ได้สิทธิ์ด้านอาหารก็ไม่เคยเป็นความผิดของเด็กเลย"

เปยิสตรี้โชว์ภาพชุดซ้อมแมนยู ลั่นงานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ

ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกจอมพลิ้วดาวรุ่งชาวอุรุกวัย โพสต์ภาพตัวเองสวมเสื้อซ้อม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงไอจี พร้อมประกาศอย่างมุ่งมั่นขอยึดตัวจริงในทีมให้เร็วที่สุดก่อนลงซ้อมกับ "ปีศาจแดง"
     เปยิสตรี้ ที่ย้ายซบ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนตลาดปิดเมื่อสัปดาห์ก่อน เปิดใจกับสื่อบ้านเกิดว่า ชีวิตของตัวเองเหมือนฝัน เพราะปีที่แล้ว เพิ่งลงประเดิมสนามให้ชุดใหญ่ เพนารอล แต่วันนี้ ได้เป็นผู้เล่นของสโมสรใหญ่อย่าง "ปีศาจแดง"

     "ผมไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะเป็นแบบนี้ มันช่างเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ สำหรับผมและครอบครัว" ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 28 กล่าว โดยเขาได้ประกาศกร้าวว่า จะพยายามซ้อมหนัก และทำทุกอย่างเพื่อก้าวขึ้นไปเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อสร้างอิมแพ็กต์ให้ได้ทันที

 

โปรตุเกสแถลงโรนัลโด้ติดเชื้อโควิด-19

ซีอาร์เซเว่นต้องถอนตัวออกจากทีมชาติโปรตุเกส หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19
สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเปิดเผยเรื่องที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

ดาวเตะวัย 35 ปี มีผลตรวจโควิด-19 ครั้งล่าสุดออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องถอนตัวจากทีมชาติโปรตุเกสชุดเตรียมลงเล่นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พบกับสวีเดนในคืนวันพุธนี้ทันที

ขณะที่ผลตรวจของนักเตะโปรตุเกสรายอื่น ๆ นั้นออกมาเป็นลบทั้งหมด ทำให้สามารถลงฝึกซ้อมในวันนี้ (อังคารที่ 13 ตุลาคม) ได้ตามปกติ ส่วนทาง โรนัลโด้ ก็ถูกแยกไปกักตัวแล้ว ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ โปรตุเกส จะสามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ 4 ของลีก A กลุ่ม 3 ด้วยการเปิดสนามโชเซ อัลวาลาด ในเมืองหลวงกรุงลิสบอน ต้อนรับการมาเยือนของ สวีเดน คืนวันพุธที่ 14 ตุลาคม คิกออฟ 1.45 น. ตามเวลาไทย

7 แข้งลิเวอร์พูลอาจโดนปล่อยยืมก่อนเดดไลน์

ถึงแม้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะทั่วไป จะปิดลงไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ตลาดในประเทศยังสามารถทำการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนกันได้อยู่จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าผู้เล่นของ ลิเวอร์พูล อาจมีโอกาสได้ย้ายออกไปแบบยืมตัวก่อนที่จะถึงวันเดดไลน์
    สำหรับคนแรกที่มีโอกาส นั่นคือ แฮร์รี่ วิลสัน จริงๆ ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังสุดๆ เมื่อสโมสรปฏิเสธข้อเสนอจาก เบิร์นลี่ย์ เมื่อเดือนก่อน

 

    ถึงตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยว่า ดาวเตะวัย 23 ปีจะเบียดขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของ ‘หงส์แดง’ เนื่องจากในตอนนี้ผู้เล่นคนอื่นที่เล่นตำแหน่งเดียวกัน มีอยู่เต็มทีมไปหมด

    ซึ่งการลงไปเล่นในทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ แบบยืมตัวก็ยังเป็นไปได้ จริงๆ มีหลายทีมที่สนใจคว้าตัว วิลสัน ไปครอบครอง แต่ติดตรงที่ราคาค่าตัวไม่ตรงความต้องการของ ลิเวอร์พูล ฉะนั้น การปล่อยยืม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

    รายที่สอง เบน วู้ดเบิร์น… เอาเข้าจริงแข้งวัย 20 ปีรายนี้ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้สักที

    เมื่อซีซั่นที่แล้ว เขาถูกปล่อยให้ อ๊อกซ์ฟอร์ด ยืมตัวไปใช้งาน และทีมที่มีข่าวตอนนี้คือ ฮัลล์ ซิตี้ ซึ่งเป็นที่ที่ทำให้ วู้ดเบิร์น มีโอกาสยึดทีมตัวจริงในชุดใหญ่ได้ไม่ยาก

    รายต่อมา นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ หรือ แนต ฟิลลิปส์ ถึงตอนนี้เขาแทบไม่มีอนาคตกับ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดันสองดาวเตะดาวรุ่งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กขึ้นชุดใหญ่เต็มตัวอย่าง บิลลี่ คูเมติโอ กับ รีห์ส วิลเลี่ยมส์

    ฟิลลิปส์ มีข่าวย้ายออกแบบถาวรกับ บริสตอล ซิตี้ รวมถึง เรดดิ้ง, สวอนซี และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ด้วยเช่นเดียวกัน

    คนที่ 4 เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก แข้งวัย 18 ปีตกเป็นเป้าหมายของทีมในลีก ฮอลแลนด์ และ ทีมระดับลีกา 2 เยอรมนี เช่นเดียวกันหลายๆ ทีมในลีกล่างของอังกฤษ

    ฟาน เดน เบิร์ก ทำผลงานน่าประทับใจกับ ลิเวอร์พูล ยู21 ในศึก อีเอฟแอล โทรฟี่ ที่เจอกับ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส ซึ่งเกมนั้นก็มีแมวมองจากหลายทีมติดตามฟอร์มการเล่นของเขา

    การปล่อยยืมในทีมลีกล่างของ อังกฤษ ก็ยังเป็นไปได้ก่อนวันที่ 16 ตุลาคม

    ต่อที่รายที่ 5 เฮอร์บี้ เคน มิดฟิลด์วัย 21 ปี มีโอกาสที่จะถูกขายออกไปในวันก่อนปิดตลาดนี้ ซึ่งมี ฮัลล์ ให้ความสนใจอยู่ โดยในอดีตเขาก็เคยไปเล่นในถิ่น KCOM มาแล้ว

    รายที่ 65 ยาสเซอร์ ลารูซี่ แบ็กซ้ายดาวรุ่งที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสขึ้นชุดใหญ่เนื่องจากมีทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ คอสตาส ซิมิกาส

    แข้งวัย 19 ปีรายนี้กำลังจะหมดสัญญาในปีหน้า แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการต่อสัญญาใหม่ การปล่อยยืมออกไปเป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม กับสัญญาที่กำลังจะหมดลง อาจทำให้ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะขายขาดออกไปเพื่อจะได้ไม่เสียฟรีตอนปีหน้า

    คนสุดท้าย เลียม มิลลาร์ มีหลายทีมใน แชมเปี้ยนชิพ ให้ความสนใจทั้ง สโต๊ค, ควีนส์ พาร์ค เรนเจอร์ส, แบล็คเบิร์น และ ร็อตเธอร์แฮม

    กองหน้าวัย 21 ปี เคยถูกปล่อยยืมไปเล่นใน สกอตแลนด์ กับ คิลมาร์น็อค 2 ปี แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาตั้งใจจะกลับมาเล่นในอังกฤษในซีซั่นนี้