บีจีเปิดตัว “มิสึรุ มารุโอกะ” แข้งโควตาเอเชียร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดตัว มิสึรุ มารุโอกะ กองกลางชาวญี่ปุ่นวัย 24 ปี เข้ามาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ ในฐานะโควตานักเตะเอเชีย ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษจะปิดลงในวันที่ 7 กันยายน 2563 และศึกไทยลีก 1 จะกลับมาลงสนามอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
   

โดย มิสึรุ มารุโอกะ กล่าวถึงการย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" ว่า "ผมมีความสุขอย่างมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีม บีจี ปทุมฯ นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของผมในไทยลีก ผมจะทำให้สุดความสามารถในฐานะผู้เล่นของสโมสรแห่งนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากสำหรับเกมแรกที่กำลังจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อโอกาสในการลงสนามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเมื่อผมอยู่ในสนามผมหวังว่าจะได้รับแรงเชียร์จากแฟนบอล และผมจะลงเล่นในสนามอย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ"

สำหรับ มิสึรุ มารุโอกะ ปัจจุบันอายุ 24 ปี เป็นกองกลางสารพัดประโยชน์ เล่นได้หลายตำแหน่งทั้งปีกซ้าย-ขวา มิดฟิลด์ตัวรุก เคยเป็นนักเตะดาวรุ่งของ เซเรโซ่ โอซาก้า ทีมในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อปี 2014 ด้วยวัยเพียง 18 ปี จากนั้นย้ายกลับมาเล่นให้ เซเรโซ่ โอซาก้า อีกครั้ง ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ วี-วาเรน นางาซากิ ยืมตัวไปใช้งานในปี 2017 และรีโนฟา ยามากูจิ ในปี2018 ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" ในที่สุด

เพื่อทีม!คูมัน-เมสซี่เปิดใจหวานชื่นในสนามซ้อม

สื่อสเปน ตีข่าว โรนัลด์ คูมัน กุนซือหุ่นบึ้กกับ ลิโอเนล เมสซี่ มีโอกาสได้พูดคุยกันที่สนามซ้อมเป็นครั้งแรก หลังจากที่นักเตะตัดสินใจกลับมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ โดยการสนทนาในครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรไมตรีจิต และ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ให้คำมั่นว่าจะเล่นให้ดีที่สุดสำหรับซีซั่นสุดท้ายกับสโมสรแห่งนี้

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ ที่สนามซ้อม หลังจากนักเตะตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับ "เจ้าบุญทุ่ม" จากการเปิดเผยของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ

 เมสซี่ เดินทางมายัง ซิวตาต เอสปอร์ติบา โจอัน กัมเปร์ สนามฝึกซ้อมของสโมสรเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่นักเตะเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจอยากอำลาถิ่นคัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมี "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะได้ตัวไปร่วมสังกัด

สตาร์ลูกหนังวัย 33 ปี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอำลา บาร์ซ่า ให้ได้ หลังจากที่ผิดหวังกับการบริหารงานของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร และต้องการใช้เงื่อนไขในสัญญาเพื่อย้ายทีมแบบฟรีเอเจนต์ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จทำให้ทีมที่ต้องการตัว เมสซี่ ไปเล่นจะต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

สุดท้าย เมสซี่ ต้องจำใจกลับไปเล่นให้ บาร์ซ่า โดยเมื่อเขาเดินทางมายังสนามซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นักเตะเลือกที่จะมาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง เพราะเขาต้องการเป็นตัวอย่าง และแสดงให้ทุกๆ คนเห็นว่าเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือต้นสังกัดต่อไป

นอกจากนี้ มุนโด้ เดปอร์ติโบ รายงานเพิ่มว่า คูมัน ได้เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ เมสซี่ ซึ่งเป็นการสนทนากันครั้งแรกของทั้งคู่ นับตั้งแต่ที่นักเตะเคยเปิดใจกับ นายใหญ่หุ่นบึกว่าต้องการย้ายทีม โดยการพูดคุยในครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพ และ คูมัน ยอมรับว่าสุดมีความสุขที่เห็นเขาอยู่กับสโมสรต่อไป

ขณะเดียวกัน คูมัน ยืนยันว่า เมสซี่ จะยังคงได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมในฐานะที่เขาเป็นนักเตะสำคัญของทีม ด้าน สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ก็พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับกุนซือคนใหม่ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทเต็มที่เพื่องัดฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในการเล่นให้ทีมเป็นซีซั่นสุดท้าย

ชอบตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว! ฮาแวร์ตซ์ยกแลมพาร์ดมีส่วนเลือกซบเชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ป้ายแดง เชลซี ชี้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีส่วนไม่น้อย กับการเลือกซบ "สิงห์บลูส์" มั่นใจตนจะเก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ภายใต้การทำทีมของ "แลมพ์ส"

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเลือดผู้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเลือกมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งนี้  "สิงห์บลูส์" เพิ่งประกาศคว้าตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันแบบยาวๆ ถึงปี 2025

"เขามีส่วนอย่างมากเลยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมชอบเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักเตะแล้ว และผมก็ดูเขาเล่นบ่อยมาก ผมคิดว่า ตอนนี้ผมสามารถเรียนรู้จากเขาในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างมากมาย เขาเป็นคนถ่อมตัวและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขาและได้เรียนรู้จากเขา"

 "เขาเป็นคนที่ชอบเกมรุกและทำประตูมากๆ เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า เขาจะช่วยผมได้อย่างมหาศาลแน่นอน กับการเล่นในตำแหน่งของผม และก็อาจจะรวมถึงการเล่นในด้านอื่นๆ ที่ผมสามารถพัฒนาได้อีกด้วย" ฮาแวร์ตซ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"

โอเว่นฟันฉับอาร์เซน่อลหรือลิเวอร์พูล ใครครองโล่การกุศล

ไมเคิล โอเว่น ฟันธงเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ คู่ระหว่าง อาร์เซน่อล พบ ลิเวอร์พูล ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวหวังว่าจะได้เห็นเกมที่สนุกและมีประตูเกิดขึ้นหลายลูก

    ไมเคิล โอเว่น อดีตกองหน้าคนดังของ ลิเวอร์พูล แสดงทรรศนะพร้อมฟันธงผลการแข่งขัน เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ อาร์เซน่อล จะพบกับ ลิเวอร์พูล ที่สนามเวมบลี่ย์ ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้

    อาร์เซน่อล ในฐานะแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปีก่อน จะทำศึกชิงโล่การกุศล เจอกับ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 โดยทาง โอเว่น ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นกูรูให้กับ เบ็ทวิคเตอร์ เว็บไซต์ฟุตบอลต่างประเทศ ฟันธงว่าต้นสังกัดเก่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้

    "แม้จะมีการพูดกันว่าเกมนี้เป็นเหมือนเกมกระชับมิตร แต่ทั้งสองทีมอยากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะ และผมหวังว่าจะได้เห็นเกมที่สนุกและมีประตูเกิดขึ้นมากมาย"

    "ให้เทียบเรื่องความเตรียมพร้อมและความเฉียบคมของทั้งสองทีมแล้ว ผมยังชอบฝั่งลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่จะแสดงออกมาว่าอยู่ในระดับสูง และจะคว้าอีกหนึ่งโทรฟี่ได้ในช่วงเย็นของวันเสาร์ ผมให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 3-1 ละกัน" โอเว่น เผยผ่านบล็อกของ เบ็ท วิคเตอร์

แฟนอาร์เจนฯรวมตัว หวังเห็นเมสซี่กลับบ้านเกิด

เหล่ากองเชียร์ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องให้ ลิโอเนล เมสซี่ กลับมาเล่นกับสโมสร ขณะที่รองประธานสโมสรก็พร้อมต้อนรับ เมสซี่ กลับมา

    กองเชียร์ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ สโมสรในลีกประเทศอาร์เจนติน่า เดินขบวนภายใต้สโลแกนว่า "ความฝันของคุณ ความปรารถนาของพวกเรา" กลางเมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อจูงใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดแข้งซูเปอร์สตาร์ กลับมาเล่นให้กับทีม

    เมสซี่ คือผลผลิตจากชุดเยาวชนของ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2001 และก้าวขึ้นเป็นยอดนักเตะของโลก คว้าเกียรติยศส่วนตัวมากมาย อาทิ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ ได้ถึง 6 สมัย ทว่าชีวิตในถิ่นคัมป์ นู เกือบๆ 20 ปี ของ เมสซี่ กำลังจะจบลง หลังเจ้าตัวยื่นเรื่องต่อต้นสังกัดเพื่อขอย้ายทีมหลังมีปัญหาภายใน ซึ่งคาดว่าทีมที่จะได้ตัว เมสซี่ ไปครองคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    อย่างไรก็ตาม นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ก็ยังไม่หมดหวังที่จะคว้าตัวแข้งคนโปรดเข้ามาสู่ทีมอีกครั้ง โดยแฟนบอลหลายคนต่างโบกธงสีแดง-ดำ ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร รวมถึงอุปกรณ์แต่งกายที่มีรูป เมสซี่ ติดอยู่ ซึ่งการแสดงออกครั้งนี้พวกเขาหวังว่าจะทำให้ เมสซี่ ได้รับรู้ถึงความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนที่มีต่อเจ้าตัว

    ขณะเดียวกัน คริสเตียน ดามิโก รองประธานสโมสร นีเวลล์ โอลด์ บอยส์  ก็กล่าวพร้อมเปิดประตูให้ เมสซี่ กลับมาเล่นที่นี่อีกครั้ง "ผมไม่รู้หรอกว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเขาและครอบครัว "

    "ในฐานะที่เป็นบอร์ดของสโมสร เราก็จะจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อช่วยให้เขาตัดสินใจ"

    "ตอนที่ มาราโดน่า ย้ายมาอยู่ นีเวลล์ส ไม่มีใครคิดหรอกว่าเขาจะย้ายมาที่นี่ ผมก็หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นคล้ายๆ กันกับ ลีโอ"

    ทั้งนี้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะฟ้า-ขาว ย้ายจาก เซบีย่า ในศึก ลาลีกา มาเล่นที่ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ เมื่อปี 1993 ในวัย 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุใกล้เคียงกับ เมสซี่ ในตอนนี้

พิคฟอร์ดระวัง!อันเช่เล็ง “โรเมโร่” ร่วมทัพเอฟเวอร์ตัน

 

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน สนใจดึง เซร์คิโอ โรเมโร่ โกลสำรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยหวังจะนำนายด่านชาวอาร์เจนไตน์มากดดัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ให้รักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ เพราะหากทำพลาดมีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งมือ 1 เอาได้ง่ายๆ 
   
คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน แสดงความสนใจอยากได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเฝ้าเสาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค จากการปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ

   
"คาร์เล็ตโต้" พยายามที่จะพัฒนาผู้เล่นในทุกตำแหน่งด้วยการหานักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะในตำแหน่งนายทวารที่ปัจจุบัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ครองมือ 1 สบายๆ ฉะนั้นการเล็งกระชากตัว โรเมโร่ มาร่วมทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็เพื่อหวังที่จะกดดัน นายด่านทีมชาติอังกฤษ ให้รักษาฟอร์มการเล่นที่เหนียวหนึบต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมา พิคฟอร์ด มักจะทำผิดพลาดอย่างหนักหลายครั้ง และ อันเชลอตติ รู้สึกว่าหากมีการแข่งขันในการแย่งชิงมือ 1 ภายในทีม จะช่วยกระตุ้นให้ โกลเลือดผู้ดีวัย 26 ปี พยายามโชว์ฟอร์มให้คงเส้นคงวา เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะหลุดจากตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

ขณะที่ โรเมโร่ ซึ่งเป็นมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนตินา และเฝ้าเสาให้ทัพ "ฟ้าขาว" ไปแล้ว 96 เกม ที่ต้องพบกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวังกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี เมื่อเขาได้รับโอกาสเฝ้าเสาในฐานะตัวจริง แค่เฉพาะเกมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น แถมการที่ "ผีแดง" ได้ ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาร่วมทีมหลังถูกส่งไปเล่นยืมตัว 2 ซีซั่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เขาอาจกระเด็นไปเป็นมือ 3

เดือดก่อนเปิดลีก!ลิเวอร์พูลฟัดอาร์เซน่อลจัด “ซาลาห์” วัด “โอบา” ศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัดหนักโดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำปิดสกอร์ เกมพบ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

     อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาชิงโล่ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ซีซั่นล่าสุด หลังเบียดชนะเชลซี 2-1 ก่อนเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้และซีซั่นใหม่ ด้วยการถล่มเอ็มเค ดอนส์ 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังอดใช้งานพวกที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บค้างมาจากซีซั่นก่อน ไม่ว่าจะเป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ (เข่า), ปาโบล มารี (ข้อเท้า) และ คาลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า)

    ส่วน แบร์นด์ เลโน่ ประตูเยอรมันฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว พร้อมกลับมายึดมือ 1 ตามปกติ ขณะที่ วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลังฝรั่งเศสตัวใหม่ แม้จะเซ็นล่วงหน้าไว้นานแล้วก็พร้อมประเดิมเกมอย่างเป็นทางการ หลังออกสตาร์ตในเกมลับแข้งล่าสุด

    สำหรับอีก 1 แข้งใหม่อย่าง วิลเลี่ยน แนวรุกแซมบ้า ที่เซ็นฟรีมาจากเชลซี ก็พร้อมประเดิมสนามเช่นกัน แต่อาจต้องนั่งสำรองไปก่อน

    แต่ที่แน่ๆ เกมนี้จะไม่มี ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์สแปนิชตัวเก่งที่กลับเรอัล มาดริดไปแล้ว หลังหมดสัญญายืมตัว แต่ก็ได้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ กองกลางอียิปต์ ซึ่งกลับมาจากการยืมตัวที่เบซิคตัสเป็นตัวเลือกแทน แถมผลงานดีเสียด้วย โดยเป็นคนทำประตูแรกในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด
 
    ส่วน เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ก็น่าจะยังมีส่วนร่วมกับทีมต่อไป แม้จะมีข่าวกับวูล์ฟแฮมป์ตันอย่างหนาหูก็ตาม

    การจัดทัพก็เชื่อว่าอาร์เตต้าน่าจะเน้นพอสมควร นำโดยบรรดาแกนหลักขาประจำ ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมมาลุ้นชิงโล่ในฐานะแชมป์ลีก โดยเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ ด้วยการลงลับแข้งไป 2 นัด ในการไปเก็บตัวที่ออสเตรีย เริ่มจากถล่มสตุ๊ตการ์ท 3-0 และเสมอซัลซ์บวร์ก 2-2  

    ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ต้องลุ้นความพร้อมของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์แมนคนสำคัญ ที่มีแผลแตกบริเวณศีรษะมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด แต่กุนซือเยอรมันก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

    รวมไปถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาตัวเก่งที่ไม่ได้ร่วมเดินทางๆปแดนดานูบด้วย ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมจริงๆ ก็จะเป็นโอกาสของดาวรุ่งเวลส์อย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์

    ส่วนไอ้หนู รีอาน บรูว์สเตอร์ แม้ฟอร์มจะฮอตเป็นยอดซูเปอร์ซับลงมาทำ 2 ประตูช่วยทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมลับแข้งล่าสุด ก็ยังต้องรอโอกาสบนม้านั่งต่อไป

    เช่นเดียวกับพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เข่า), โฌแอล มาติป (นิ้วเท้า) และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เข่า) ก็ยังชวดเหมือนเดิม

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ จากเกมล่าสุด ทั้ง โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

ริโอชูเอ็มบั๊ปเป้พัฒนาการโดดเด่นเหมือน1ตำนาน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนคล้ายกับตอนที่ โรนัลโด้ แจ้งเกิดได้ไม่มีผิด พร้อมบอกว่า เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ทันเตะบอลด้วย

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังชาวอังกฤษ กล่าวยกย่อง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยทำได้ในสมัยที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อใหม่ๆ

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับคำชมมาโดยตลอดว่าเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนทำให้ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ลงเล่นเป็นเพียงตัวสำรอง และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ทีมชนะไป 3-0 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

    "ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่เราเคยได้เห็นจากนักเตะระดับ โรนัลโด้ แล้วนั้น เขา (เอ็มบั๊ปเป้) ก็คือคนที่ใกล้เคียงกับการทำเรื่องแบบเดียวกันได้มากที่สุด ถ้ามองเฉพาะผลกระทบที่มีต่อโลกฟุตบอลในฐานะดาวรุ่งแล้วน่ะเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น เลย เวลาดูเขาเล่นมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่นั่งดูฟุตบอลอีกครั้ง เขาทำให้คุณตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เตะบอลด้วยซ้ำไป" เฟอร์ดินานด์ ระบุ

ชากิรี่เผยแล้วคิดลาลิเวอร์พูลหรือขอสู้ต่อ

หลังจากตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีก ลิเวอร์พูล ก็บอกว่าตอนนี้ต้องการช่วยทีมในซีซั่น 2020-21 เพื่อที่จะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนฤดูกาล 2018-19 พร้อมบอกว่า "หงส์แดง" ตื่นเต้นกับการได้ป้องกันแชมป์ลีกสุดๆ
    เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกชาวสวิสของ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด แสดงเจตนารมณ์ว่าต้องการอยู่กับทีมต่อไป ด้วยการบอกว่าตั้งตารอที่จะได้ช่วยทีมในฤดูกาล 2020-21 อย่างใจจดใจจ่อ

    หลังจากได้ลงเล่น 30 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่น 2018-19 ชากิรี่ ก็ได้ลงเล่นในทุกรายการเพียง 11 นัดในซีซั่น 2019-20 โดยถึงแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเขาเคยเจ็บตรงน่อง แต่พอหายเดี้ยงแล้วแข้งวัย 28 ปีก็ไม่ค่อยโดน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันใช้งานเลย จนทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว

    ชากิรี่ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล ว่า "ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บหรือไม่ได้เล่นแล้วน่ะคุณก็จะรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา แต่ผมตั้งตารอที่จะได้เล่นในซีซั่นนี้ และตั้งตารอที่จะได้พยายามช่วยทีม เพื่อที่ผมจะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนอย่างในฤดูกาลแรก (ของตัวเองกับ ลิเวอร์พูล)"

    "ในฐานะทีมแล้วนั้นผมอยากประสบความสำเร็จหลายอย่าง ผมคิดว่าเรามีนักเตะเก่งๆ หลายคนอยู่ในทีม ทุกคนมีดีพอที่จะได้ลงเล่น และเราก็พยายามทำให้โค้ชต้องหนักใจมากๆ อยู่เสมอ (หมายถึงทุกคนพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ คล็อปป์ เลือกยากว่าจะใช้งานใครดี) ผมเองก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้, ช่วยให้ทีมชนะ และได้แชมป์มาครองเหมือนกัน นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผม"

    "ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลงเล่นอีกครั้ง และเพื่อป้องกันแชมป์ที่คว้ามาครองได้เมื่อฤดูกาลก่อน แน่นอนว่ามันเป็นงานยากมากๆ แต่เราก็พยายามที่จะทำหลายอย่างให้ได้อีกครั้ง และอยากชนะหลายต่อหลายเกมด้วย เรามีความสามารถดีพอที่จะทำอย่างนั้นได้ เรามีทีมที่ยังกระหายความสำเร็จ และอยากได้แชมป์อีกหลายรายการ"

    "มันรู้สึกยอดเยี่ยมมากๆ ที่ฤดูกาลก่อนเราได้แชมป์ลีก มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปทั้งสำหรับแฟนบอลและสำหรับเราหลังจากที่ทีมไม่ได้แชมป์ลีกมานาน 30 ปี เราตื่นเต้นกันมากๆ และอยากชนะให้ได้ทุกนัด แต่เราก็รู้ดีว่ามันจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสุดๆ เช่นกัน ทีมอื่นๆ ต่างก็อยากจะชนะให้ได้เหมือนกัน ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น"