ปูด!อินเตอร์พร้อมขาย “อีริคเซ่น” หลังฟอร์มห่วย

สื่อดังในอิตาลี รายงาน อินเตอร์ มิลาน พิจารณาที่จะขาย คริสเตียน อีริคเซ่น ออกจากสโมสร หลังนักเตะไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย โดยงานนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมรับเซ้งเนื่องจากอยากได้ แข้งชาวเดนมาร์กรายนี้มานานแล้ว

คริสเตียน อีริคเซ่น กองกลางชาวเดนมาร์กของ อินเตอร์ มิลาน สามารถที่จะย้ายออกจากทัพ "งูใหญ่" ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมแค่ปีเดียวเท่านั้น จากการเปิดเผยของ กัลโช่แมร์กาโต้ดอตคอม เว็บไซต์ดังในอิตาลี

อันโตนิโอ คอมเต้ กุนซือ "เนรัซซูรี่" ยังไม่ค่อยไว้วางใจในฝีเท้าของ อีริคเซ่น ว่าเหมาะกับสโมสรแห่งนี้ และกำลังพิจารณาที่จะขายเขาออกไปในราคาที่เหมาะสมช่วงต้นปีหน้า ขณะที่ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แสดงความสนใจอยากได้ ดาวเตะวัย 28 ปีไปร่วมทีมเช่นกัน

จากรายงานของเว็บไซต์กัลโช่แมร์กาโต้ดอตคอม ระบุว่า เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬา "เปแอสเช" ได้เริ่มเปิดการเจรจากับเอเจนต์ของ อีริคเซ่น แล้ว และหากไม่มีปัญหาอะไรพวกเขาก็จะได้นักเตะที่หมายปองมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แต่ต้องพลาดคว้าตัวเพราะโดน อินเตอร์ ปาดหน้าเอาไปก่อน มาร่วมทีม

ทั้งนี้ อีริคเซ่น ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาอยู่ในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ด้วยสนนราคาเพียงแค่ 17.5 ล้านปอนด์ (ราว 665 ล้านบาท) ไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงแค่ 9 เกมในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ 29 เกมจากทุกรายการ ที่สำคัญนักเตะยิงได้แค่ 1 ประตูกับ 3 แอสซิสต์เท่านั้น ด้วยฟอร์มที่ย่ำแย่ทำให้ คอนเต้ ตัดสินใจดร็อปเขาออกจากทีม

3นักเตะลิเวอร์พูลยังมีโอกาสดึงเสริมทัพซัมเมอร์นี้

สื่ออังกฤษ เปิดชื่อ 3 นักเตะใน แชมเปี้ยนชิพ ที่ ลิเวอร์พูล ยังมีโอกาสดึงมาเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ หลังตลาดระหว่างประเทศปิดไปแล้ว
    ตลาดซื้อขายนักเตะระหว่างประเทศของลีกยุโรปได้ปิดทำการไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สโมสรใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังสามารถเสริมทัพได้อีกหากเป็นการดึงนักเตะมาจากลีกรองในแดนผู้ดีจนถึงวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. นี้

    ในช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ได้นักเตะหลักๆ มาเสริมทัพ 3 รายคือ คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ, ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางสแปนิช และ ดิโอโก้ โชต้า ปีกโปรตุกีส

     อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่ "หงส์แดง" จะไปดึงนักเตะจาก แชมเปี้ยนชิพ มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ โดยที่น่าจับตามองตามทรรศนะของ ลิเวอร์พูล เอคโค่ คือ 3 คนนี้

 1. อิสไมล่า ซาร์ (วัตฟอร์ด)

    ในช่วงเดือนกันยายน มีข่าวออกมาว่า ลิเวอร์พูล ตกลงค่าตัวของ ซาร์ กับ วัตฟอร์ด ได้แล้วที่ราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรคืบหน้า

    ปีกชาวเซเนกัล วัย 22 ปี ทำผลงานได้เยี่ยมในฤดูกาลที่แล้ว แม้ "แตนอาละวาด" ต้องตกชั้นก็ตาม โดยเฉพาะในเกมถล่ม ลิเวอร์พูล 3-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวทำได้ 2 ประตู

    กับเวลาที่เหลืออีกราว 10 วันยังมีโอกาสที่ "หงส์แดง" จะเดินหน้าคว้า ซาร์ มาเสริมทัพ แต่ก็ต้องระวัง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า ที่เล็งๆ นักเตะรายนี้อยู่เหมือนกัน

 2. เดวิด บรู๊คส์ (บอร์นมัธ)

    ปีกทีมชาติเวลส์ วัย 23 ปี เคยมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล มาแล้วเหมือนกัน หลังมีข่าวเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาว่า "หงส์แดง" พร้อมทุ่มเงิน 35 ล้านปอนด์ ดึงมาจาก บอร์นมัธ ที่ร่วงตกชั้น

    บรู๊คส์ มีฝีเท้ายอดเยี่ยมพอที่จะได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก ต่อไป และก็มีหลายทีมสนใจทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, เชฟฯ ยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี้

    อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญสำหรับ ลิเวอร์พูล ก็คือ บรู๊คส์ จะเล่นตรงไหนในแผงกองกลางของ ลิเวอร์พูล ถ้าดึงมาเสริมทัพ เพราะเวลานี้มีตัวเลือกมากมาย

 3. ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)

    กองกลางชาวอังกฤษ วัย 22 ปี เป็นนักเตะอีกรายที่ทำผลงานได้โดดเด่นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ นอริช ร่วงตกชั้นก็ตาม และก็เคยมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้มาแล้วเหมือนกัน

    อย่างไรก็ตาม เวลานี้ "หงส์แดง" คงให้ความสนใจ แคนท์เวลล์ น้อยลงไปแล้ว เพราะมี เคอร์ติส โจนส์ กองกลางดาวรุ่งที่มีสไตล์การเล่นคล้ายๆ กัน และซีซั่นนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ คงให้โอกาสมากขึ้น

    แน่นอนว่า คงมีโอกาสไม่มากที่ ลิเวอร์พูล จะเดินหน้าดึง แคนท์เวลล์ มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ แต่ถ้าสโมสรมองไปถึงอนาคตยาวๆ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน

บ่อนปรับราคาแชมป์พรีเมียร์ฯ-ยังมองข้ามแมนยูแม้เสริมหนัก,เอฟเวอร์ตันแรง

ร้านพูลเมืองผู้ดี ยังไม่เชื่อน้ำยา แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เป็นแค่เต็ง 7 คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก แม้เสริมทัพหลายรายก็ตาม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังเต็ง 1 ส่วน เอฟเวอร์ตัน มาแรงหลังเปิดซีซั่นเยี่ยม
    วิลเลี่ยม ฮิลล์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ปรับอัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่ปิดตลาดซื้อขายนักเตะระหว่างประเทศไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยยังคงมองข้าม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ปิดดีลแข้งใหม่ได้ถึง 5 คนในวันสุดท้ายก็ตาม

    ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" ได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางดัตช์ แค่คนเดียว แต่ในวันสุดท้ายของตลาดจัดการรวบทั้ง อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน, ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง, เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย, ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย และ วิลลี่ ก็อมบวาล่า เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสวัย 16 ปี

    อย่างไรก็ตาม ร้านพูลเมืองผู้ดียังให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 7 ที่อัตราต่อรอง 40/1 (แทง 1 จ่าย 40 ไม่รวมทุน) ขณะที่เต็ง 1 ยังเป็นของ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/4  (แทง 4 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย แมนฯ ซิตี้ ที่อัตราต่อรอง 6/4  (แทง 4 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์
1. ลิเวอร์พูล   5/4  (แทง 4 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ซิตี้  6/4
3. เชลซี    14/1
4. เอฟเวอร์ตัน  18/1
5. อาร์เซน่อล  22/1
5. สเปอร์ส   22/1
7. แมนฯ ยูไนเต็ด  40/1
8. เลสเตอร์  66/1
9. แอสตัน วิลล่า   125/1
10. ลีดส์   200/1
10. วูล์ฟส์   200/1
10. เซาธ์แฮมป์ตัน  200/1
13. เวสต์แฮม  500/1
13. นิวคาสเซิ่ล  500/1
15. ไบรท์ตัน  750/1
15. เบิร์นลี่ย์  750/1
15. คริสตัล พาเลซ  750/1
18. เชฟฯ ยูไนเต็ด  1,000/1
19. เวสต์บรอมวิช  1,500/1
20. ฟูแล่ม   2,000/1

แล้วแต่ใจ!คูมันไม่ปฏิเสธเดมเบเล่อำลาบาร์เซโลน่า

โรนัลด์ คูมัน กุนซือบาร์เซโลน่า แสดงออกชัดเจนไม่ปฏิเสธ อุสมาน เดมเบเล่ จะย้ายหนี "เจ้าบุญทุ่ม" เปรยหากนักเตะเลือกที่จะอยู่ต่อก็จะยังคงให้ความสำคัญ และให้โอกาสลงสนาม แต่หากเลือกอีกทางก็แล้วแต่เจ้าตัวตัดสินใจ

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกลา ลีกา สเปน ไม่ปฏิเสธโอกาสที่ อุสมาน เดมเบเล่ ปีกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส จะย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะปิดตัวในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)

เดมเบเล่ แทบไม่ได้รับโอกาสในการโชว์ศักยภาพของตัวเองมากนักโดยเฉพาะในยุคที่ คูมัน เข้ามากุมบังเหียน ทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาตลอดว่านักเตะหมดอนาคตกับทีมแน่นอน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เล็ง ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เอาไว้เป็นออปชั่นในกรณีที่พลาดได้ตัว เจดอน ซานโช่ แต่กระนั้นก็ต้องการเพียงแค่ยืมตัวก่อนเท่านั้น

แม้ว่า บาร์เซโลน่า จะออกโรงปฏิเสธเรื่องที่เปิดการเจรจากับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา กรณีของ เดมเบเล่ แต่กระนั้น นายใหญ่ชาวดัตช์ ก็ไม่ปฏิเสธเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการที่จะปล่อยนักเตะออกไป "เดมเบเล่ เป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่า (อนาคตของเขา) ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาคิด"

"ผมไม่สามารถพูดอะไรได้ชัดเจนเกี่ยวกับเขาในกรณีนี้ เราคงจะต้องรอดูกันต่อไป อีกราวๆ วันหรือสองวัน เรามีการแข่งขันในแนวรุกเยอะมาก อันซู (ฟาติ) ได้ลงตัวจริง 2 เกมแรก ถ้านักเตะไม่มีความสุข พวกเขาก็สามารถเข้ามาคุยกับผมได้ และ อุสมาน ไม่ได้พูดอะไรกับผมเลย ถ้าเขาอยู่ผมก็จะยังคงให้ความสำคัญกับเขา และเขาจะได้รับโอกาสลงเล่น" คูมัน กล่าว

 

เขาคือใคร?รู้จัก ฟากุนโด้ เปยิสตรี ปีกพรสวรรค์คนใหม่แมนยู

ทำความรู้จัก ฟากุนโด้ เปยิสตรี ปีกดาวรุ่งอุรุกวัย หลังย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์ และมีสไตล์การเล่นเหมือนกับ เปาโล ดีบาล่า
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่เสริมทัพดุเดือดสุดในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะระหว่างประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังวันเดียวได้แข้งใหม่มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถึง 5 รายเลยทีเดียว

    ในวันสุดท้ายของตลาดระหว่างประเทศนั้น "ปีศาจแดง" จัดการรวบทั้ง อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน, ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่งจาก อตาลันต้า, เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย, ฟากุนโด้ เปยิสตรี ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย และ วิลลี่ ก็อมบวาล่า เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสวัย 16 ปี

    วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ เปยิสตรี วัย 18 ปี กันให้มากขึ้น

ประวัติความเป็นมา

    เปยิสตรี เกิดที่กรุงมอนเตวิเดโอ ประเทศอุรุกวัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ปี 2001 โดยเจ้าตัวเริ่มเตะฟุตบอลตั้งแต่อายุแค่ 4 ขวบเท่านั้น

    ปีกอนาคตไกล เริ่มต้นเข้าไปอยู่กับทีมเยาวชนของ ลา พิคาดา ต่อด้วย ริเวอร์เพลท มอนเตวิเดโอ ก่อนที่จะมาอยู่กับ เปนญาร่อล เมื่อปี 2018

เส้นทางกับ เปนญาร่อล

    เปยิสตรี ทำผลงานได้ประทับใจ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตกองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไปคุมสโมสรในบ้านเกิดเวลานั้น ก่อนได้ประเดิมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่นัดแรกตอนอายุ 17 ปี เกมพบกับ ดีเฟนซอร์ สปอร์ติ้ง เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019

    เปยิสตรี มีโอกาสได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ เปนญาร่อล ทั้งหมด 37 เกม และลงเล่นในลีก 30 นัดทำได้ 1 ประตู รวมทั้งเพิ่งได้ใส่หมายเลข 10 ด้วย

    ฟอร์ลัน พูดถึงเด็กปั้นของตัวเองว่า "เปยิสตรี เป็นเด็กมีของ เพียงแต่คุณต้องขัดเกลาเท่านั้น หากเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเขาจะเป็นนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับเกมได้อย่างแน่นอน"

หลายทีมตามสนใจ

    นอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตามให้ความสนใจเขาแล้วนั้น ยังมีหลายทีมในยุโรปที่อยากได้ไปร่วมทีมทั้ง เรอัล มาดริด, แอตเลติโก มาดริด, แมนฯ ซิตี้ และ โอลิมปิก ลียง

    สุดท้าย เปยิสตรี เลือกมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี พร้อมออปชั่นขยายสัญญาได้อีก 1 ปี ด้วยค่าตัวราว 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) 

ตำแหน่งการเล่น

    นอกจากจะเล่นเป็นปีกขวาซึ่งเป็นตำแหน่งถนัดสุดแล้วนั้น เปยิสตรี ยังสามารถโยกไปเล่นทางฝั่งซ้ายได้ด้วย โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเลี้ยงบอลซึ่งสามารถฉีกแนวรับทีมคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย

    นอกจากนั้น เปยิสตรี ยังมีเทคนิค ครองบอลได้ดี และมีความเร็วด้วย โดยสไตล์การเล่นถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ ยูเวนตุส

เชลซีเตรียมแบกภาระหนักหากปล่อยเกปาไม่ได้

เชลซี พยายามดิ้นสุดตัวที่จะปล่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โกลเลือดกระทิงดุออกจากทีมก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดวันจันทร์นี้ เพราะหากไม่สามารถหาทีมไหนซื้อหรือยืมนักเตะไปได้ นั่นหมายความว่า "สิงห์บลูส์" ต้องแบกรับค่าเหนื่อยจำนวน 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องแบกภาระจ่ายค่าเหนื่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช จำนวน 5 ล้านปอนด์ (ราว 190 ล้านบาท) หากไม่มีทีมไหนยื่นข้อเสนอคว้าตัวนักเตะไปร่วมสังกัด จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อดังในเมืองผู้ดี

เกปา ทำผลงานไม่ค่อยน่าอภิรมณ์มากนักในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเจ้าตัวมักจะเล่นผิดพลาดบ่อยครั้ง ส่งต้นสังกัดจำเป็นต้องดึงตัว  เอดูอาร์ เมนดี้ โกลทีมชาติเซเนกัล มาร่วมทีม ซึ่งทำให้สถานการณ์ในการเป็นมือ 1 ของ นายด่านเลือดกระทิงดุ เริ่มสั่นคลอน

สำหรับตอนนี้ เชลซี มีแนวคิดที่จะปล่อย เกปา ออกไปแต่การตั้งราคาสูงถึง 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,280 ล้านบาท) ทำให้ไม่มีสโมสรไหนกล้าที่จะทุ่มเงินเพื่อดึง นายด่านวัย 25 ปีไปเฝ้าเสา และนั่นทำให้ "สิงห์บลูส์" มีแนวคิดที่จะส่งนักเตะไปเล่นแบบยืมตัว

ที่สำคัญหาก เชลซี ไม่สามารถหาสโมสรไหนก็ตามที่สนใจอยากใช้บริการ เกปา ไม่ว่าจะซื้อถาวรหรือยืมตัว นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องแบกรับค่าเหนื่อยของนักเตะซึ่งมีแววจะต้องนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรอง จำนวน 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ฉะนั้นหนทางเดียวที่จะช่วยเซฟเงินในบัญชีของสโมสรก็คือต้องพยายามปล่อย เกปา ออกไปให้ทันก่อนตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์จะปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ แต่หากสุดท้ายไม่สามารถปล่อยนักเตะออกไปได้ เชลซี จะต้องแบกภาระค่าเหนื่อยของเจ้าตัวในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ประมาณ 5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

 

แมนยูเลือกใครดี ! เปรียบเทียบ เอดินสัน คาวานี่ VS ลูก้า โยวิชมากกว่า

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ใกล้จะปิดตัวแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะเสริมทัพอย่างเต็มที่โดยตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังเล็งที่จะคว้าตัว เอดิสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ หรือ ลูก้า โยวิช หัวหอกอนาคตไกลเลือดเซิร์บ มาช่วยไล่ล่าตาข่ายในฤดูกาลนี้

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเซ็นสัญญานักเตะได้แค่คนเดียวนั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เท่านั้น ขณะที่เป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช่ ก็ดูเหมือนจะกินแห้วเนื่องจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการปล่อยแข้งสำคัญรายนี้ออกไป ขนาด "ผีแดง" ยื่นข้อเสนอจำนวน 91.3 ล้านปอนด์ (ราว 3,469 ล้านบาท) ก็โดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

อย่างไรก็ตาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และทีมงานยังคงทำงานหนักในการเซ็นสัญญาแข้งใหม่มาเสริมทัพให้ได้ โดยตอนนี้ทีมกำลังพยายามที่จะคว้ากองหน้าตัวใหม่ แม้จริงๆ แล้วปัญหาสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ก็คือผู้เล่นเกมรับ ซึ่ง "น้าลูกอม" มองว่าพวกเขามีเซนเตอร์แบ็กมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อใครมาเพิ่ม

สำหรับการเล็งคว้ากองหน้ามาร่วมทีมตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายหลักก็คือ คาวานี่ กับ โยวิช โดยในรายของ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ในเวลานี้อายุ 33 ปีแล้ว และเป็นผู้เล่นฟรีเอเจนต์ เมื่อนักเตะถูกปล่อยตัวออกจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

ในขณะที่ โยวิช อายุอานานถือว่าน้อยกว่า คาวานี่ หลายปี โดยเขาเพิ่งจะเขาสู่วัยรุ่นหนุ่มฉกรรจ์อายุแค่ 22 ปีเท่านั้น และมีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามที่จะขอยืมตัวนักเตะมาจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน

หาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะมองเรื่องค่าเหนื่อยแน่นอนว่า โยวิช เป็นออปชั่นที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับ คาวานี่ ซึ่งต้องการรายได้ต่อสัปดาห์ที่ค่อนข้างสูง แต่หากจะมองในแง่ของประสบการณ์ ดาวยิงชาวอุรุกวัยเหนื่อยกว่าแข้งเลือดเซิร์บหลายขุม เพราะเขาผ่านสังเวียนแข้งมาแล้ว 556 เกม

ก่อนหน้าที่ คาวานี่ จะเล่นให้ "เปแอสเช" เขาเคยผ่านการปะฉะดะกับคู่แข่งมาแล้วสมัยที่เล่นให้กับสโมสรดานูบิโอ, ปาแลร์โม่ และนาโปลี ที่สำคัญเจ้าตัวยังตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 341 ประตู พร้อมกับทำ 65 แอสซิสต์ ที่สำคัญยังคว้าแชมป์มาแล้ว 22 รายการ

เมื่อเปรียบเทียบกับ หัวหอกดีกรีทีมชาติเซอร์เบีย มีค่าเฉลี่ยนในการยิงประตูแค่ 0.3 ประตูต่อเกม หลังจากที่เขาซัดไปเพียง 55 ประตูจากการลงสนาม 173 แมตช์ ที่นับตั้งแต่ย้ายจาก ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) นักเตะก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "โลส บลังโกส" ได้เลย

โยวิช ยิงได้แค่ 2 ประตูจากการเล่น 28 เกมให้กับ เรอัล มาดริด แถมยังดวงแตกมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ ทำให้พัฒนาการในการเล่นของเขายิ่งถดถอยลงไปเลยๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้ เรอัล อยากจะปล่อยนักเตะออกไปแบบยืมตัว เพื่อให้เขาได้มีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

 จะว่าไปแล้วการเซ็นสัญญากับ โยวิช ก็เป็นทางออกที่ดีเพราะ โซลชา ชื่นชอบผู้เล่นอายุน้อย และสามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่ คาวานี่ ก็เป็นออปชั่นที่น่าสนใจเพราะนักเตะมีประสบการณ์สูง พร้อมทั้งไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าตัวด้วย ซึ่งเข้าทางบอร์ดบริหาร "ผีแดง"

 

ใครนะด่าจ่าเย็นติดทีมชาติได้ไง!?

ตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ ในช่วงที่ลีกลูกหนังไทยโดนโควิด -19 พ่นพิษไปด้วยจนทำให้ต้องพักเบรกไปราว 5 เดือนเศษ ก่อนจะคัมแบ็กกลับมาเตะอีกครั้ง ตั้งแต่ 12 ก.ย. 2563 นี้เป็นต้นไปนั้น

 ตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษ ในช่วงที่ลีกลูกหนังไทยโดนโควิด -19 พ่นพิษไปด้วยจนทำให้ต้องพักเบรกไปราว 5 เดือนเศษ ก่อนจะคัมแบ็กกลับมาเตะอีกครั้ง ตั้งแต่ 12 ก.ย. 2563 นี้เป็นต้นไปนั้น

การย้ายทีมที่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยอีกคน เห็นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก เคสของ “จ่าเย็น” มงคล ทศไกร นั่นเอง ที่ย้ายออกจาก สุโขทัยฯ ไปเป็นสมาชิกใหม่ของ “ช้างขาวเจ้าเกาะ” ตราด เอฟซี นั่นเอง

 สำหรับ ตราด เอฟซี นั้นน่าจะเป็นทีมใหม่ที่ทำให้เห็นว่า นักเตะ “จ่าเย็น” เป็นแข้งประเภทจอมพเนจร ไปซะแล้ว

อดีตนักเตะที่เคยผ่านชีวิตต้องสู้เป็นหนุ่มโรงงานมาแล้ว ก่อนจะพรรษากล้าแกร่งดั่งปัจจุบัน จนกลายเป็นแข้งอดีตทีมชาติไทย ที่ชื่อและฝีเท้าคุ้นหูและคุ้นตาแฟนบอลเป็นอย่างดี นั้น ผ่านการเป็นพ่อค้าแข้งมากับหลายสโมสร หลักๆ ที่ชินตาแฟนบอลก็คงจะเป็นอดีตทีมอู่ข้าวอู่น้ำของเขาอย่าง ทหารบก หรือ อาร์มี่ฯ ที่เหลือแค่ชื่อเป็นตำนานไปแล้ว ซึ่งปัจจุบัน “จ่าเย็น” ก็ยังรับราชการอยู่

นับถึงทีมล่าสุด คือ ตราด เอฟซี เท่ากับ ทีม “ช้างขาวเจ้าเกาะ” เป็นทีมที่ 9 ในการเป็นพ่อค้าแข้งของหนุ่มนักเตะจากเมืองหมอแคน ขอนแก่น รายนี้ไปแล้ว

   สโมสรแรกของ “จ่าเย็น” ก็คือ ธ.กรุงไทย จากนั้นเป็น ,อาร์มี่ฯ , ปตท.ระยอง , เชียงราย ยูไนเต็ด , เมืองทอง ยูไนเต็ด , พัทยา ยูไนเต็ด , โปลิศเทโรฯ , สุโขทัย ฯ มาถึงล่าสุดคือ ตราดฯ

   เรื่องหัวจิตหัวใจการทุ่มเทให้ต้นสังกัดแบบเกินร้อยนั้นเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษอย่าง “เจ้าเย็น” อยู่แล้ว ไม่รวมถึง ความฟิต ที่ทำให้เขาก้าวติดทีมชาติไทยได้

  

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า คนอย่าง “จ่าเย็น” จะโดนคำพูดของคนบางคนสบประมาทดูถูกเขา ว่า “มันเล่นฟุตบอลได้แค่นี้ไม่รู้ติดทีมชาติไทย” ได้อย่างไร

 “จ่าเย็น” จำคำพูดดังกล่าวได้อย่างดี ด้วยความเป็นที่สุภาพบุรุษพอ “จ่าเย็น” ขอเก็บคำดูถูกดูแคลนดังกล่าวไว้เป็นกำลังใจแรงบันดาลใจให้กับตัวเขาเอง แต่เขาก็อยากจะถามกลับไปยังเจ้าของคำพูดดังกล่าวด้วยว่า คุณน่ะเคยประสบความสำเร็จในการเป็นนักเตะทีมชาติบ้างหรือเปล่า!

อยากรู้ว่าใคร เจอหน้า “จ่าเย็น” ลองถามดูเองก็แล้วกัน

ต้องเอาให้ได้!โซลชาเล็ง2แข้งหวังเสริมแบ็กซ้าย

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะไล่ล่าผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาเสริมแกร่งให้ได้ก่อนที่จะปิดตลาดรอบแรกต้นเดือนต.คงนี้โดยมีเป้าหมาย 2 รายได้แก่ เซร์คิโอ เรกีลอน กับ โฟเด้ บัลโล-ตูเร่
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พยายามไล่ล่า 2 ผู้เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้ เพราะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมต้องการหาตัวเลือกที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้เกมรับของทีมเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

    ปัจจุบันแบ็กซ้ายของทีมมี ลุค ชอว์ กับ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ที่โชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัดในช่วงหลายๆ เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม โซลชา ยังมีความต้องการทางเลือกที่หลากหลายในตำแหน่งนี้ ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

    "น้าลูกอม" อยากได้ผู้เล่นตำแหน่งนี้โดยเป้าหมายแรกก็คือ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กฟอร์มแรงจาก เลสเตอร์ ซิตี้ แต่น่าเสียดายที่นักเตะเลือกย้ายไปเล่นให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เรียบร้อยแล้ว ทำให้ต้องเบนเข็มไปเล็ง เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กฟอร์มแรง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด

    เรกีลอน ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เซบีย่า เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และทำผลงานได้น่าประทับใจด้วยการช่วยต้นสังกัดชั่วคราวคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้นักเตะรายนี้มากๆ แต่ก็ต้องขับเคี่ยวกับ ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่สนใจ ดาวเตะชาวสแปนิช วัย 23 ปี เช่นกัน

    ขณะที่รายที่สองก็คือ โฟเด้ บัลโล-ตูเร่ ฟูลแบ็กอนาคตไกลจาก โมนาโก ซึ่งนักเตะมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดจนถึงปี 2023 โดย โซลชา หวังที่จะนำดาวเตะเลือดเฟร้นช์ มาคอยทำหน้าที่เป็นกำลังสำรองให้กับ ชอว์ ขณะที่ วิลเลี่ยมส์ สามารถโยกสลับไปเล่นแบ็กขวาเพื่อเป็นแบ็กอัพให้กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้

บีจีเปิดตัว “มิสึรุ มารุโอกะ” แข้งโควตาเอเชียร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดตัว มิสึรุ มารุโอกะ กองกลางชาวญี่ปุ่นวัย 24 ปี เข้ามาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ ในฐานะโควตานักเตะเอเชีย ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะรอบพิเศษจะปิดลงในวันที่ 7 กันยายน 2563 และศึกไทยลีก 1 จะกลับมาลงสนามอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
   

โดย มิสึรุ มารุโอกะ กล่าวถึงการย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" ว่า "ผมมีความสุขอย่างมากที่ได้ย้ายมาร่วมทีม บีจี ปทุมฯ นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของผมในไทยลีก ผมจะทำให้สุดความสามารถในฐานะผู้เล่นของสโมสรแห่งนี้ ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากสำหรับเกมแรกที่กำลังจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง ผมต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อโอกาสในการลงสนามให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเมื่อผมอยู่ในสนามผมหวังว่าจะได้รับแรงเชียร์จากแฟนบอล และผมจะลงเล่นในสนามอย่างเต็มที่ ขอบคุณครับ"

สำหรับ มิสึรุ มารุโอกะ ปัจจุบันอายุ 24 ปี เป็นกองกลางสารพัดประโยชน์ เล่นได้หลายตำแหน่งทั้งปีกซ้าย-ขวา มิดฟิลด์ตัวรุก เคยเป็นนักเตะดาวรุ่งของ เซเรโซ่ โอซาก้า ทีมในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อปี 2014 ด้วยวัยเพียง 18 ปี จากนั้นย้ายกลับมาเล่นให้ เซเรโซ่ โอซาก้า อีกครั้ง ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ วี-วาเรน นางาซากิ ยืมตัวไปใช้งานในปี 2017 และรีโนฟา ยามากูจิ ในปี2018 ก่อนจะย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ แรบบิท" ในที่สุด