พระเจ้าก็ไม่รอด!เอซีมิลานยันซลาตันติดโควิด

พระเจ้าติดโควิด! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์รายล่าสุดที่ติดโควิด ทั้งๆ ที่กำลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่
    เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อิตาลี ประกาศยืนยันว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสวีดิช มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกก่อนที่จะลงเตะกับ โบโด กลิมท์ ในถ้วย ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบสาม คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้

    หัวหอกวัย 38 ปี กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดของ "ปีศาจแดง-ดำ" ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อจาก ลีโอ ดูอาร์ต กองหลังชาวบราซิเลียน ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องแยกไปกักตัว หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเจอ โบโด กลิมท์ และยังจะพลาดเกม เซเรีย อา นัดที่สองของฤดูกาล ที่จะบุกไปเยือน โครโตเน่ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้ ด้วย

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน หลังย้ายกลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" ด้วยสัญญาระยะสั้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป10 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 18 นัด จนช่วย เอซี มิลาน จบอันดับหกในลีก
 
    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ยังได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 21 มาเป็น 11 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นเบอร์เดิมที่เจ้าตัวเคยใช้สมัยเล่นให้ มิลาน ช่วงแรกระหว่างปี 2010-2012 และในเกมเปิดซีซั่นก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา

เบนจามิน ซลาตัน! 3 เกร็ดผลงานน่าสนใจของยอดแข้งยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง “อิบราฮิโมวิช”

"ผมน่ะก็เหมือน เบนจามิน บัตตัน นั่นแหละ ผมแก่มาตั้งแต่เกิดและตายในสภาพที่เป็นคนอายุน้อย" คือสิ่งที่พักหลังมานี้ อิบราฮิโมวิช จะพูดถึงอยู่บ่อยๆ โดยมันเป็นการสื่อว่าถึงแม้เขาจะอายุ 38 ปีเข้าไปแล้ว แต่เขาก็ยังมีฝีเท้าที่เก่งกาจเหมือนเดิม โดยเฉพาะด้านการทำประตู อย่างเช่นล่าสุดที่เหมา 2 ลูกจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา
    สำหรับ เบนจามิน บัตตัน นั้น เป็นตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ กล่าวคือตัวเอกนั้นเกิดมามีสภาพเหมือนคนแก่ และพอผ่านไปเรื่อยๆ เขากลับดูเหมือนคนที่มีอายุน้อยลง ซึ่งมันก็ต้องยอมรับว่า อิบราฮิโมวิช เป็นนักเตะที่ยังมีฝีเท้าดีแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้วจริงๆ โดยตลอดอาชีพของเขานั้นเจ้าตัวสามารถทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้หลายอย่าง และ 3 กรณีนี้ก็เป็นตัวอย่างของเรื่องนั้น

    – ประตูเป็นกอบเป็นกำตลอดอาชีพการเล่น
    อิบราฮิโมวิช สามารถทำประตูในลีกสูงสุเได้แล้ว 23 ซีซั่นติดต่อกัน หลังจากที่ประเดิมสนามในเกมระดับทีมชุดใหญากับ มัลโม่ เมื่อปี 1999 ซึ่งบางคนอาจจะมองว่ามันไม่ใช่ผลงานที่น่าทึ่งอะไรนัก เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเจ้าตัวเป็นกองหน้าอยู่แล้ว และนักเตะในตำแหน่งนี้ก็ควรจะต้องทำประตูได้เป็นธรรมดา

    อย่างไรก็ตาม ถ้านับเป็นค่าเฉลี่ยแล้วนั้นมันก็ต้องบอกเลยว่าผลงานการทำประตูของเขาน่าทึ่งสุดๆ เพราะตลอดอาชีพการเล่นของเขานั้นดาวเตะชาวสวีดิชจะทำได้ 1 ประตูในทุกๆ 127.7 นาที หลังจากเขาทำไปแล้วถึง 470 ลูก จากการลงเล่น 763 นัดในทุกรายการ ส่วนถ้านับเฉพาะผลงานกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งนั้น ตอนที่อยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถือเป็นตอนที่เขามีค่าเฉลี่ยการใช้เวลาต่อการทำ 1 ประตูดีที่สุด เพราะอยู่ที่ 1 ลูกต่อทุกๆ 91 นาที

    นอกจากนี้ ถ้านับระหว่างปี 2006-2017 เขาก็มีค่าเฉลี่ยการทำประตูในลีกได้ 10 ลูกต่อ 1 ฤดูกาลเลยทีเดียว ส่วนถ้าไม่นับแบบค่าเฉลี่ยแล้วนั้น ช่วงที่เขาจบสกอร์ได้เฉียบคมที่สุดคือตอนอยู่กับ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ เพราะทำได้ถึง 52 ประตู จากการลงเล่น 56 นัด

    – ยอดกองหน้าแห่ง เซเรีย อา
    ปกติแล้วลีกอิตาลีจะขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรับจนทำให้กองหน้าของคู่แข่งทำประตูได้ยาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ อิบราฮิโมวิช ที่ในอิตาลีผ่านการเล่นให้ทั้ง เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน โดย 2 ประตูที่ทำได้ในนัดล่าสุดทำให้ตอนนี้เขายิงใน เซเรีย อา ไปแล้ว 132 ประตู สูงเป็นอันดับ 39 ของชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เซเรีย อา


 

    ถึงกระนั้น แม้ว่าถ้านับจำนวนระตูแล้วเขาจะเป็นอันดับ 39 แต่ในด้านค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดนั้น อิบราฮิโมวิช อยู่ในอันดับที่ 11 หากนับเฉพาะพวกที่ทำประตูใน เซเรีย อา อย่างน้อย 100 ลูก หลังมีค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดหากนับเฉพาะใน เซเรีย อา อยู่ที่ 0.56 ลูกต่อ 1 เกม


 

    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นอันดับ 16 ร่วม ในชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ มิลาน แล้วด้วย หลังจากทำไป 70 ประตู จากการลงเล่น 107 นัดในทุกรายการ โดยเขาตามหลัง มาร์โก ซิโมเน่ ที่อยู่อันดับ 15 อยู่เพียง 5 ประตูเท่านั้น และถ้ายิงได้อีก 20 ลูกเขาก็จะเป็นอันดับ 10 ร่วมกับ อัลแบร์โต้ บิกอน ได้ทันที

    – ยิงได้ทุกเมื่อ
    ในบรรดานักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในปัจจุบัน มีเพียงแค่ 2 คนที่สามารถทำประตูได้ "ทุกนาที" หรือก็คือตั้งแต่นาทีที่ 1 จนถึงนาทีที่ 90 และ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนอีกคนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส

    ทั้งนี้ ถ้าเกิดไม่นับช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่เขาทำได้ 17 ประตูแล้วนั้น ช่วงเวลาในแต่ละนาทีที่ อิบราฮิโมวิช ทำประตูได้มากที่สุดคือนาทีที่ 90 เพราะเขาทำได้ถึง 13 ประตูด้วยกัน ส่วนถ้านับแบบแบ่งช่วงละ 15 นาทีแล้วล่ะก็ ช่วงนาทีที่ 61-75 ก็คือช่วงที่เขาผลิตสกอร์โดยรวมได้เยอะที่สุด ที่จำนวน 96 ประตู

ซลาตันเจ๋งกดเบิ้ล! มิลาน ประเดิมหรูถลุงโบโลญญ่า เปิดหัวกัลโช่

 38 ปี แล้วไง! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงชาวสวีเดนโชว์ความร้ายกาจตะบันคนเดียวสองเม็ด พา เอซี มิลาน เปิดบ้านเอาชนะโบโลญญ่า ที่เหลือ 10 คนท้ายเกม ไปอย่างสนุก 2-0 ประเดิมสามคะแนน ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : ซาน ซิโร่

    ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเกมเปิดสนามระหว่างเจ้าบ้าน เอซี มิลาน รับการมาเยือนของ โบโลญญ่า

    เกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ วาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นหน้าเป้า โดยมี ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และอันเต้ เรบิช สนับสนุน ขณะที่ บราฮิม ดิอาซ และซานโดร โตนาลี่ แข้งตัวใหม่ที่ย้ายมามีชื่อเป็นสำรอง ส่วนทางฝั่ง โบโลญญ่า ของ ซินิซ่า มิไฮโลวิช แมตช์นี้ใช้ โรแบร์โต้ โซเรียโน่ ยืนหน้าต่ำโดยมี โรดริโก้ ปาลาซิโอ ยืนค้ำอยู่แดนหน้า

    เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 12 มิลาน ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบไปติดบล็อค ดานิโล่ แนวรับโบโลญญ่าได้เตะมุม

    ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาบ้าง นาที 22 ได้ส่องเข้ากรอบหนแรกจากจังหวะที่ มูซ่า บาร์โรว์ ไหลบอลให้ นิโคลาส โดมิงเกวซ กดด้วยขวาเน้นๆบอลพุ่งแรงแต่ยังไปตรงตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า รับไว้ได้

    อีก 6 นาทีถัดมา ซลาตัน โชว์สเต็ปพลิกบอลครอสเข้าไปในกรอบ 6 หลา บอลโดนปลายมือ สโครุปสกี้ ปัดออกมาเข้าทาง อิสมาแอล เบนนาแซร์ ยิงหลุดกรอบออกไปแบบน่าเสียดาย

    นาที 38 เอซี มิลาน มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ แบ็กซ้ายเปิดบอลมาหน้าประตูให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เทกตัวเอาชนะแนวรับทีมเยือนสองคนก่อนสะบัดบอลตกพื้นเบียดเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    เกมรุกของ "ปีศาจแดง-ดำ" ยังเหนือกว่าชัดเจน นาที 44 ฮาคาน ชาลาโนกลู ได้โอกาสส่องนอกกรอบแต่จังหวะกดด้วยขวาบอลพุ่งเหินคานออกไป จบครึ่งแรก มิลาน ขึ้นนำ โบโลญญ่า 1-0

    ครึ่งหลัง มิลาน ส่ง อเล็กซิส ซาเลอมาแกร์ส ห้องเครื่องดาวรุ่งลงไปเล่นแทน ซามู กาสเตเยโฆ

    นาที 47 เจ้าถิ่นพลาดได้ลูกที่สองหลัง ซาเลอมาแกร์ส ผ่านบอลเข้ากลางให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หวดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งแรงจนนายด่านโบโลญญ่าต้องปัดออกไป

    นาที 52 "ปีศาจแดงดำ" มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดนริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ทำฟาวลด์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ แล้วชี้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะซัดด้วยขวาเสยมุมบนเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูที่สองของดาวยิงวัย 38 ปี ในเกมนี้

    นาที 63 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พลาดโอกาสทำแฮตทริกอย่างน่าเสียดาย หลังรับบอลจาก ฮาคาน ชาลาโนกลู ก่อนจะแตะหลบ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ไปได้แล้วแต่ยิงไม่ดีหลุดกรอบอย่างเสียดาย

    นาที 84 โบโลญญ่า พลาดโอกาสตีไข่แตกหลัง นิโคล่า ซานโซเน่ ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า อีก 3 นาทีถัดมา ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี แบ็กขวาเติมขึ้นมาซัดบอลหลุดกรอบออกไป

    นาที 88 มิตเชลล์ ไดจ์ส แนวรับทีมเยือนมาโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม กระนั้นนาทีสุดท้าย ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ แนวรับทีมเยือนได้โขกกลางประตูแต่บอลก็ไม่พ้นมือของ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ –

    จบเกม เอซี มิลาน คว้าชัยเหนือ โบโลญญ่าที่ เหลือ 10 คน ท้ายเกม 2-0 คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอซี มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – ดาวิเด้ คาลาเบรีย, ซิมอน เคียร์, มัตเตโอ แก็บเบีย, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์ – ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู, อันเต้ เรบิช- ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

        เทรนเนอร์ : สเตฟาโน่ ปิโอลี่

        โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ – ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี, ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, มิตเชลล์ ไดจ์ส – นิโคลาส โดมินเกวซ, เยอร์ดี้ เชาเท่น – ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, มูซ่า บาร์โรว์ – โรดริโก้ ปาลาซิโอ

        เทรนเนอร์ : ซินิซ่า มิไฮโลวิช

 

ซลาตันเผยโควิดกล้ามากที่มาท้าสู้กับตน!

หลังจากมีการตรวจพบว่าเขาติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนั้น ล่าสุด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็บอกเองว่าไม่ได้ตั้งตัวกับเรื่องนี้ เพราะ 1 วันก่อนที่จะถูกตรวจพบว่าติดเชื้อนั้นผลตรวจยังเป็นลบอยู่เลย แต่ก็ระบุเช่นกันว่า โควิด-19 คิดผิดที่ท้าสู้กับตน พร้อมบอกเช่นกันว่าที่จริงตอนนี้ยังไม่มีอาการที่แสดงถึงการติดเชื้อเลย
    ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกคนดังของ เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่าตนถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบกะทันหัน เพราะ 1 วันก่อนผลตรวจยังแสดงให้เห็นว่าไม่ติดเชื้ออยู่เลย พร้อมกับบอกว่า โควิด-19 คิดผิดแล้วที่มาหาเรื่องกับตน

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งเปิดฉากการเล่นเกมลีกในฤดูกาล 2020-21 ได้อย่างสวยหรูด้วยการเหมา 2 ประตูจนช่วยให้ทีมเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา แต่เขาก็มาติดเชื้อร้ายแบบกะทันหัน โดยที่จริงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เลโอ ดูอาร์ต เซนเตอร์แบ็ก "รอสโซเนรี่" ก็ติดเชื้อนี้เหมือนกัน

    ดาวเตะชาวสวีดิชเผยผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ที่จริงเมื่อวานนี้ผมมีผลตรวจเชื้อโควิดเป็นลบ (หมายถึงไม่ติดเชื้อ) แต่วันนี้ผลตรวจกลับเป็นบวก (หมายถึงติดเชื้อ) ถึงกระนั้นผมก็ไม่มีอาการของโรคเลยนะ ผมบอกเลยว่า โควิด กล้ามากที่มาท้าสู้กับผม พวกมันคิดผิดแล้ว"

อิบรา-เรบิชลงคู่! มิลานกระทุ้งโบโลญญ่าเก็บชัยรับศึกกัลโช่

"ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เพิ่งลุยเกมคัดยูโรปาลีกด้วยฟอร์มสุดยอด นัดนี้แนวรุกใช้คู่หูอย่าง "เรบิช-อิบราฮิโมวิช" ยิงรับทีมเยือน โบโลญญ่า ที่หมายตามคะแนนติดมือออกไปเช่นกัน ในการแข่งขันฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020/21 นัดแรก

ปรีวิวฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020/21 นัดแรก
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
เอซี มิลาน – โบโลญญ่า
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม ”รอสโซเนรี่” ฤดูกาลที่แล้วในลีกจบอันดับ 6 ทำให้ต้องมาเล่นยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก ซึ่งล่าสุดก็บุกไปชนะ แชมร็อก 2-0 ผ่านเข้ารอบ 3 ต่อไป
    การเสริมทัพน่าสนใจเลยเมื่อได้ยืมตัว 2 ดาวรุ่งอย่าง บราฮิม ดิอาซ และ ซานโดร โตนาลี่ มาจาก เรอัล มาดริด และ เบรสชา ตามลำดับ แต่ก็ปล่อย จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ไปให้ฟิออเรนติน่าเช่นกัน

 สภาพทีมในเกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เทรนเนอร์ เอซี มิลาน จะไม่มี มาเตโอ มูซัคคิโอ, อันเดรีย คอนติ, ราฟาเอล เลเอา และ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด

    อย่างไรก็ตามเจ้าถิ่นจะได้ อันเต้ เรบิช ที่เพิ่งซื้อขาดมาจาก แฟร้งค์เฟิร์ต พ้นโทษแบนกลับมา แนวรับเกมนี้ใช้ ซิมอน เคียร์ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ มัตเตโอ แก็บเบีย กองหลังดาวรุ่ง 

    ฟร้องค์ เกสซีเย่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดยวาง ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และ อันเต้ เรบิช ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่งที่เพิ่งประเดิมลูกแรกในยูโรปา ลีก นัดล่าสุด

 ทีม ”รอสโซ่บลู” ฤดูกาลที่แล้วในลีกจบอันดับ 12 เกมล่าสุดพวกเขาอุ่นเครื่องเสมอ เอนเตลล่า 0-0 การเสริมทัพยังไม่น่าสนใจเมื่อได้แค่ ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี แบ็กขวามาจากโตริโน่รายเดียว

    สภาพทีมในเกมนี้ ซินิซ่า มิไฮโลวิช กุนซือโบโลญญ่าจะไม่มี แกรี่ เมเดล มิดฟิลด์พันธุ์ดุทีมชาติชิลีที่ติดโทษแบนเพียงรายเดียวนอกนั้นถือว่าสมบูรณ์

    ทั้งนี้แนวรับวาง ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ กองหลังทีมชาติญี่ปุ่นจับคู่กับ ดานิโล่ ขนาบข้างด้วย ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี และ มิตเชลล์ ไดจ์ส

    นิโคลาส โดมินเกวซ ถอยลงต่ำช่วยแดนกลาง อันเดรีย โปลี สามแนวรุกวาง ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ และ มูซ่า บาร์โรว์ สนับสนุนหน้าเป้า โรดริโก้ ปาลาซิโอ หอกอาร์เจนไตน์

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า-ดาวิเด้ คาลาเบรีย, ซิมอน เคียร์, มัตเตโอ แก็บเบีย, เตโอ แอร์กน็องเดซ-ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์-ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู, อันเต้ เรบิช-ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    เทรนเนอร์ : สเตฟาโน่ ปิโอลี่

    โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้-ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี, ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, มิตเชลล์ ไดจ์ส-นิโคลาส โดมินเกวซ, อันเดรีย โปลี-ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, มูซ่า บาร์โรว์-โรดริโก้ ปาลาซิโอ

    เทรนเนอร์ : ซินิซ่า มิไฮโลวิช

ซลาตันโวลั่นถ้าอายุ20คงซัดไป4ลูกแล้ว

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอก เอซี มิลาน ระบุ วันนี้ตนคงจะยิงได้ถึง 4 ประตูถ้าหากมีอายุ 20 ปี หลังล่าสุดทำ 2 ลูกในเกมที่ "รอสโซเนรี่" ทุบ โบโลญญ่า 2-0 พร้อมบอกว่าเกมนี้ฟอร์มของ มิลาน ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนดังของ เอซี มิลาน กล่าวว่าถ้าตนอายุสัก 20 ปีแล้วนั้น ตนก็น่าจะทำประตูได้ถึง 4 ลูกด้วยซ้ำ หลังจากล่าสุดเหมาคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

อิบราฮิโมวิช ทำประตูแรกให้มิลานในนาทีที่ 35 ก่อนที่ดาวยิงวัย 38 ปีจะมายิงลูกจุดโทษตอกฝาโลงฝังทีมเยือนในนาทีที่ 51 โดยในช่วง 2 นาทีสุดท้าย โบโลญญ่า เหลือผู้เล่น 10 คนด้วยจากการที่ มิตเชลล์ ไดจ์ส โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

อิบราฮิโมวิช เผยว่า "ผมสบายดี ผมกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง นี่เป็นเพียงการลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการนัดที่ 2 เท่านั้น วันนี้เราชนะ แต่ที่จริงผมมีโอกาสทำประตูได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าวันนี้ผมอายุสัก 20 ปีแล้วล่ะก็ ผมก็น่าจะยิงเพิ่มได้อีก 2 ลูกไปแล้ว ผมก็เหมือน เบนจามิน บัตตัน (ตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ) นั่นแหละ ผมแก่มาตั้งแต่เกิดและตายในสภาพที่เป็นคนอายุน้อย"

 "ฟอร์มของเรายังไม่ถึงขั้นว่าดีแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม เรายังทำพลาดในบางครั้งทั้งที่ถ้าเป็นปกติแล้วเราจะไม่พลาดแบบนั้น วันนี้สิ่งที่สำคัญคือการเก็บชัยชนะให้ได้ตั้งแต่นัดแรก (ในลีก) และการออกสตาร์ตให้ดี เป้าหมายของเราคือการทำผลงานให้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน บรรดานักเตะเยาวชนทำผลงานกันได้ดี พวกเขาทำงานอย่างหนัก, ฟังคนอื่น, มีวินัย, รู้ว่าคุณต้องยอมเจ็บปวด ต้องทำงานอย่างหนักและมีสมาธิกับการทำงานทุกวัน"

"ฤดูกาลนี่เราต้องคิดกันไปแบบเกมต่อเกมและทำผลงานให้ได้ดี, เล่นอย่างมั่นใจ, เล่นให้เหมือนกับว่าทุกนัดมันเป็นนัดชิงชนะเลิษ เป้าหมายของเราคือการจบฤดูกาลด้วยการได้อันดับสูงๆ ในตารางคะแนน ผมชื่นชอบกับการที่ตัวเองมีหน้าที่ที่ต้องทำ ความกดดันที่หนักหนาสาหัสที่สุดมันมาจากตัวผมเอง ผมไม่อยากให้คนมาพูดเรื่องอายุของผม ผมอยากให้ทุกคนตัดสินผมด้วยเกณฑ์ระดับเดียวกัน ผมไม่อยากให้คนมาเห็นใจหรือชมผมเพียงเพราะผมอายุ 38 ปีหรอก"

แฟนมิลานเฮ!เหยี่ยวข่าวคนดังยัน “อิบรา” ตกลงต่อสัญญาเรียบร้อย

สาวก "รอสโซเนรี่" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุดเหยี่ยวข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงขยายสัญญากับ เอซี มิลาน ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเรียบร้อย

 

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวกีฬาคนดังแห่ง สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่า ซลาตัน อิบราอิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวสวีดิช ได้ตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 เรียบร้อย

ถึงแม้เมื่อเร็วๆ นี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ อิบราฮิโมวิช ได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องตัวนักเตะต่อสัญญา ทว่าล่าสุด โรมาโน่ แจงว่า หัวหอกร่างใหญ่วัย 38 ปี ตอบตกลงแล้วที่จะขยายสัญญากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ออกไปจนจบฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่เพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ เมื่อช่วงเดือนมกราคม

 "ยังไม่เลิกเล่นง่ายๆ สำหรับ ซลาตัน… คอนเฟิร์ม! อิบราอิโมวิช บรรลุข้อตกลงกับ เอซี มิลาน ได้เรียบร้อย โดยเขาจะขยายสัญญาออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 ดีลนี้ได้บทสรุปแล้ว ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อ และเล่นใน เซเรีย อา อีกหนึ่งปี" โรมาโน่ แจ้งข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า อิบราฮิโมวิช จะได้รับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช กระทุ้ง 10 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ มิลาน กระโดดขึ้นมาจบซีซั่นที่อันดับหก พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020/21

 

มิลานลุ้นขึ้นที่5จัด “อิบรา” ลั่นไก-ยูเวนตุสสถิติข่ม “โด้” พร้อมลงตะบัน

ฟอร์มล่าสุดยอดเยี่ยมมาด้วยกันทั้งคู่ เอซี มิลาน คืนนี้พร้อมจับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า พร้อมวัดคมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงของ "ม้าลาย" สามแต้มจะเป็นของทีมใดในศึก เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม นี้
ปรีวิว กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
เอซี มิลาน (7) – ยูเวนตุส (1)
วันอังคารที่ 7 กรกฏาคม 2563 เวลา : 02.45 น.

สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    สภาพทีมในเกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เทรนเนอร์ เอซี มิลาน จะไม่มี มาเตโอ มูซัคคิโอ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และ ซามู กาสตีเยโฆ ที่บาดเจ็บทั้งหมด นอกนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

    แนวรับยังใช้ ซิม่อน เคียร์ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ขนาบข้างด้วย อันเดรีย คอนติ และ เตโอ แอร์กน็องเดซ

    ฟร้องค์ เกสซีเย่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดยวาง ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า และ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ดาวรุ่งวัย 21ปีชาวเบลเยียม ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าที่กลับมายึดตัวจริงตั้งแต่เกมที่แล้ว
   
    ทีม "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    สภาพทีมในเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส ยังมีตัวเจ็บเดิมๆโดยเฉพาะแนวรับ เมื่อ อเล็กซ์ ซานโดร และ มัตเตีย เด ชีโย่ เจ็บ ส่วนรายของ ซามี เคดิร่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันเกมนี้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ และ เปาโล ดิบาล่า 2 ตัวหลักติดโทษแบนด้วย

    ทั้งนี้คาดว่าเกมนี้ ดานิโล่ จะลงมายืนแบ็กซ้าย ฝั่งขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้ ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟปรับมาใช้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ ดานิเอเล่ รูกานี่

    ขยับมาแดนกลาง มิราเล็ม ปานิช ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ โดยสามแนวรุกอาจปรับให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ลงมายืนเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ล่าสุดเพิ่งยิงฟรีคิกให้ ยูเวนตุส เป็นลูกแรกได้สำเร็จนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม

    รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์-ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน
13/06/20  โคปปา อิตาเลีย ยูเวนตุส  0 – 0 เอซี มิลาน  
14/02/20  โคปปา อิตาเลีย เอซี มิลาน  1 – 1 ยูเวนตุส 
11/11/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน 
06/04/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  2 – 1 เอซี มิลาน 
17/01/19  ซูเปอร์คัพ  ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เอซี มิลาน
05/07/20 ชนะ ลาซิโอ 3-0 (เยือน) เซเรีย อา
02/07/20 เสมอ สปาล 2-2 (เยือน) เซเรีย อา
28/06/20 ชนะ โรม่า 2-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-1 (เยือน) เซเรีย อา
13/06/20 เสมอ ยูเวนตุส 0-0 (เยือน) โคปปา อิตาเลีย

ยูเวนตุส
04/07/20 ชนะ โตริโน่ 4-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/07/20 ชนะ เจนัว 3-1 (เยือน) เซเรีย อา
27/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ โบโลญญ่า 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
18/06/20 เสมอ นาโปลี  0-0 (สนามกลาง) โคปปา อิตาเลีย
(นาโปลี ชนะจุดโทษ 4-2)

จ่าฝูงแล้วไง! มิลานโกงตายรัว4เม็ดพลิกนรกแซงยูเวนตุสสุดมันส์

ใจสู้เหลือเชื่อสำหรับขุนพล "รอสโซเนรี่" ที่แม้โดน จ่าฝูง นำไปก่อนถึง 2 ประตูแต่ไม่ยอมแพ้รัว 4 ตุงพลิกนรกแซง ยูเวนตุส 4-2 เก็บ 3 แต้มสำคัญขยับขึ้นที่ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" พลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่าง ลาซิโอ ยังนำอยู่ 7 คะแนนเท่าเดิม ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    ส่วนทาง "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    8 นาทีผ่านเป็น "รอสโซเนรี่" ทักทายก่อนจากจังหวะ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนลองซัดด้วยขวาบอลตรงกรอบแต่เบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่

    นาทีต่อมา ยูเวนตุส ตอบโต้ทันทีจากฟรีคิกทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ตักโค้งไปเสาไกลให้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ สอดมาโขกแต่ไม่โดนบอลเลยเฉี่ยวเสาออกหลังไป

    นาทีที่ 13 "ม้าลาย" เกือบได้เฮเป็น เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ พาแหวกเข้าในก่อนป้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลในเขตโทษแต่งหาช่องปั่นโค้งด้วยขวาแฉลบ อันเดรีย คอนติ ออกไปนิดเดียว

    ครึ่งทางผ่าน เจ้าถิ่น ดูดีกว่าในการจบสกอร์  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย 2 ครั้งภายใน 2 นาทีแต่บอลยังเบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่ รับไว้ได้ไม่ยาก

    ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือน ทิ้งทวนจากจังหวะพลิกตัวของ กอนซาโล่ อิกวาอิน หมุนตัวหลบ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ก่อนทิ้งตัวยิงแต่บอลเบาไปเข้ามือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า

    นาทีต่อมา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลุดเข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายสำเร็จแต่น่าเสียดายเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
 
    หมดครึ่งเวลาแรก เอซี มิลาน 0 ยูเวนตุส 0

    เปิดฉากครึ่งหลังเพียง 2 นาที "ม้าลาย" ทะยานออกนำเป็นความสุดยอดของ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัดบอลได้โชว์โซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามก่อนได้ช่องตะบันด้วยซ้ายตุงตาข่ายงามหยด

    ยังไม่หนำใจนาที 53 ยูเวนตุส ทิ้งห่างออกไปจากบอลยาวของ ฮวน กวาดราโด้ ครอสข้ามแนวรับ เอซี มิลาน ที่ผิดพลาดปล่อยบอลตกมาถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เก็บส้มหล่นซัดด้วยซ้ายไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 60 มิลาน ตามตีไข่แตกจนได้เป็น อันเต้ เรบิช ใช้อกพักบอลไปโดนแขน เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ผู้ตัดสินขอดู วีเออาร์ ก่อนเป่าย้อนให้เป็นจุดโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

    ยังไม่จบ 6 นาทีต่อมา มิลาน เร่งเครื่องตามตีเสมอเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ ฟร้องค์ เกสซีเย่ รับบอลชิ่งจาก อิบราฮิโมวิช ก่อนแหวกแนวรับ ยูเวนตุส เข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ สุดสวย

    นาทีต่อมากลายเป็น "รอสโซเนรี่" แซงขึ้นนำเหลือเชื่อจากตัวสำรองอย่าง ราฟาเอล เลเอา เล่นต่อจังหวะได้เปรียบพาบอลเข้าเขตโทษก่อนเอียงตัวซัด บอลแฉลบขา รูกานี่ มุดเข้าเสาแรกตุงตาข่าย

    นาทีที่ 75 เอซี มิลาน เกือบปิดกล่องเป็น จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า จ่ายบอลให้ อันเต้ เรบิช ใช้ความเร็วเอาชนะแนวรับ ยูเวนตุส หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดปลายเท้า วอยเชียค เชสนี่ ช่วยเอาไว้ได้

    3 นาทีต่อมา "ม้าลาย" ลุยหนักคราวนี้เป็นลูกเตะมุมทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ โยนโค้งมาเข้าหัว ดานิเอเล่ รูกานี่ โขกเต็มหัวไปติดมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ควักออกมาจากบนเส้น

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เจ้าถิ่น ปิดกล่องสำเร็จจากจังหวะตวามผิดพลาดของ อเล็กซ์ ซานโดร จ่ายขวางสนามไม่ดีไปเข้าทาง โบนาเวนตูร่า ถวายพานทองต่อให้ อันเต้ เรบิช ตวัดเต็มข้อด้วยซ้ายเข้าไป

    ท้ายเกมแลกกันคนละหมัด เจ้าถิ่น ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกของ ฮาคาน คัลฮาโนกลู ปั่นไปติดเซฟ เชสนี่ ช่วงทดเจ็บ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายแต่ก็ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    จบเกม เอซี มิลาน 4 ยูเวนตุส 2 ขุนพล "รอสโซเนรี่" คว้า 3 คะแนนแซงขึ้นอันดับ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" ยังนำจ่าฝูงทื้งห่าง ลาซิโอ 7 แต้ม

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    เอซี มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์ – ลูคัส ปาเกต้า, อันเต้ เรบิช, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

ดีใจสุดๆ!โคลเผยฉี่แทบราดตอนเจอ1แข้งตำนานตัวเป็นๆ

แอนดี้ โคล อดีตหัวหอกคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ตนถึงขั้นแทบปัสสาวะราดตอนที่ได้เห็น โรนัลโด้ ตัวเป็นๆ ในตอนที่ "ปีศาจแดง" เจอกับ อินเตอร์ มิลาน พร้อมบอกว่ารู้สึกดีที่เคยได้ลงเล่นในสนามเดียวกับนักเตะระดับนั้น
    แอนดี้ โคล ตำนานกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตอนที่ได้เจอ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนนั้น ตนดีใจมากๆ จนแทบปัสสาวะราดเลย

    โคล เล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 1995-2001 ซึ่งมันก็ทำให้เขามีโอกาสได้ดวลกับทีมใหญ่หลายทีมในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และหนึ่งในนั้นคือ อินเตอร์ มิลาน โดยมันเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาล 1998-99

    อดีตหัวหอกชาวอังกฤษเผยว่า "ผมจำตอนที่เราเจอกับ อินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาลเดียวกันนั้นได้ดี ตอนแรกผมกำลังยืนตั้งแถวอยู่ในอุโมงค์เพื่อรอลงเล่น แล้วผมก็ได้เห็น โรนัลโด้ ผมจะไม่โกหกหรอกนะ ตอนนั้นผมเกือบฉี่ราดเลย! ผมได้ดูการเล่นของเขาเป็นเวลาหลายปี ผมกำลังพูดถึงคนที่ดังมากๆ คนที่เจ๋งสุดๆ"

    "ตอนนั้นเขากำลังจัดของต่างๆ ในห้องแต่งตัว ส่วนผมยืนอยู่ในอุโมงค์ของ ซาน ซิโร่ ผมพูดกับตัวเองเลยว่า -นี่มันบ้าไปแล้ว!- แต่เมื่อคุณอยู่ในระดับนั้นแล้วน่ะ คุณก็จะคิดว่า -ให้ตายเถอะ นี่ฉันอยู่ในระดับเดียวกับคนแบบนี้จริงๆ แล้วนะเนี่ย ฉันจะได้ลงเล่นในสนามเดียวกับนักเตะเหล่านี้ ฉันอยู่ในระดับนั้นแล้ว- มันเหมือนกับเป็นความฝันเลย"

    "ผมน่ะพูดความจริงอยู่เสมอ และผมก็เปิดใจแบบตรงไปตรงมาเมื่อต้องพูดถึงเรื่องแบบนี้ การได้ดวลกับนักเตะเหล่านี้มันยอดเยี่ยมสุดๆ พอผมมีโอกาสได้ย้อนนึกถึงมันน่ะ ผมก็จะพูดกับลูกๆ ของผมเลยว่า -พ่อทำได้ดีพอประมาณ พ่อได้มีส่วนร่วมกับมัน!-"