มีลุ้นทำลาย!อิกาโล่ทาบสถิติ95ปีแมนยู

โอเดียน อิกาโล่ ทาบสถิติการที่ทำประตูได้ครบทุกนัดใน 4 เกมแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้แบบเขา

    โอเดียน อิกาโล่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทาบสถิติของ "ปีศาจแดง" ในด้านที่สามารถทำประตูได้ครบทั้ง 4 นัดแรกที่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมในเกมที่มีความหมาย (ไม่นับรวมเกมอุ่นเครื่อง) หลังจากที่ล่าสุดทำประตูได้ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    หลังย้ายมาจกา เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ของฤดูกาลนี้ อิกาโล่ ก็ได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 11 นัด แต่มีเพียงแค่ 4 นัดที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง นั่นคือ เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ถล่ม คลับ บรูช 5-0 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา, เกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 นัดชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 3-0 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา, เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา และเกมกับ นอริช

    ถึงกระนั้น อิกาโล่ ก็มีชื่อทำประตูในทั้ง 4 นัดดังกล่าว และมันก็เป็นเพียง 4 เกมที่เขาทำประตูได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ทำให้ตอนนี้เขาทำประตูไปแล้ว 5 ลูก จากการลงเล่นในทุกรายการ ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น ก่อนหน้าเขามันมีแค่คนเดียวที่ทำประตูได้จากการลงเล่นตัวจริงทั้ง 4 นัดแรก นั่นคือ จิมมี่ แฮนสัน ที่ทำเอาไว้เมื่อปี 1925 หลังจาก แฮนสัน ทำประตูได้ในเกมที่เจอกับ ฮัลล์ ซิตี้, แบล็คพูล, ดาร์บี้ และ แอสตัน วิลล่า โดย แฮนสัน เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูนเต็ด เมื่อปี 1924 แต่ในอีก 5 ปีหลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บแบบร้ายแรงจนจำเป็นต้องแขวนสตั๊ด

    ทั้งนี้ อิกาโล่ มีโอกาสที่จะทำได้เหนือกว่า แฮนสัน ด้วย ซึ่งเกมต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือเกมลีกที่ต้องไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยที่จริงเมื่อปี 2016 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยเกือบจะทาบสถิตินี้ได้เช่นกัน หลังจากทำประตูได้ทั้ง 3 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไปเท้าบอดในเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้

มิลานลุ้นขึ้นที่5จัด “อิบรา” ลั่นไก-ยูเวนตุสสถิติข่ม “โด้” พร้อมลงตะบัน

ฟอร์มล่าสุดยอดเยี่ยมมาด้วยกันทั้งคู่ เอซี มิลาน คืนนี้พร้อมจับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า พร้อมวัดคมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงของ "ม้าลาย" สามแต้มจะเป็นของทีมใดในศึก เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม นี้
ปรีวิว กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
เอซี มิลาน (7) – ยูเวนตุส (1)
วันอังคารที่ 7 กรกฏาคม 2563 เวลา : 02.45 น.

สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    สภาพทีมในเกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เทรนเนอร์ เอซี มิลาน จะไม่มี มาเตโอ มูซัคคิโอ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และ ซามู กาสตีเยโฆ ที่บาดเจ็บทั้งหมด นอกนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

    แนวรับยังใช้ ซิม่อน เคียร์ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ขนาบข้างด้วย อันเดรีย คอนติ และ เตโอ แอร์กน็องเดซ

    ฟร้องค์ เกสซีเย่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดยวาง ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า และ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ดาวรุ่งวัย 21ปีชาวเบลเยียม ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าที่กลับมายึดตัวจริงตั้งแต่เกมที่แล้ว
   
    ทีม "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    สภาพทีมในเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส ยังมีตัวเจ็บเดิมๆโดยเฉพาะแนวรับ เมื่อ อเล็กซ์ ซานโดร และ มัตเตีย เด ชีโย่ เจ็บ ส่วนรายของ ซามี เคดิร่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันเกมนี้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ และ เปาโล ดิบาล่า 2 ตัวหลักติดโทษแบนด้วย

    ทั้งนี้คาดว่าเกมนี้ ดานิโล่ จะลงมายืนแบ็กซ้าย ฝั่งขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้ ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟปรับมาใช้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ ดานิเอเล่ รูกานี่

    ขยับมาแดนกลาง มิราเล็ม ปานิช ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ โดยสามแนวรุกอาจปรับให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ลงมายืนเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ล่าสุดเพิ่งยิงฟรีคิกให้ ยูเวนตุส เป็นลูกแรกได้สำเร็จนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม

    รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์-ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน
13/06/20  โคปปา อิตาเลีย ยูเวนตุส  0 – 0 เอซี มิลาน  
14/02/20  โคปปา อิตาเลีย เอซี มิลาน  1 – 1 ยูเวนตุส 
11/11/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน 
06/04/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  2 – 1 เอซี มิลาน 
17/01/19  ซูเปอร์คัพ  ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เอซี มิลาน
05/07/20 ชนะ ลาซิโอ 3-0 (เยือน) เซเรีย อา
02/07/20 เสมอ สปาล 2-2 (เยือน) เซเรีย อา
28/06/20 ชนะ โรม่า 2-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-1 (เยือน) เซเรีย อา
13/06/20 เสมอ ยูเวนตุส 0-0 (เยือน) โคปปา อิตาเลีย

ยูเวนตุส
04/07/20 ชนะ โตริโน่ 4-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/07/20 ชนะ เจนัว 3-1 (เยือน) เซเรีย อา
27/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ โบโลญญ่า 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
18/06/20 เสมอ นาโปลี  0-0 (สนามกลาง) โคปปา อิตาเลีย
(นาโปลี ชนะจุดโทษ 4-2)

จ่าฝูงแล้วไง! มิลานโกงตายรัว4เม็ดพลิกนรกแซงยูเวนตุสสุดมันส์

ใจสู้เหลือเชื่อสำหรับขุนพล "รอสโซเนรี่" ที่แม้โดน จ่าฝูง นำไปก่อนถึง 2 ประตูแต่ไม่ยอมแพ้รัว 4 ตุงพลิกนรกแซง ยูเวนตุส 4-2 เก็บ 3 แต้มสำคัญขยับขึ้นที่ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" พลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่าง ลาซิโอ ยังนำอยู่ 7 คะแนนเท่าเดิม ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    ส่วนทาง "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    8 นาทีผ่านเป็น "รอสโซเนรี่" ทักทายก่อนจากจังหวะ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนลองซัดด้วยขวาบอลตรงกรอบแต่เบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่

    นาทีต่อมา ยูเวนตุส ตอบโต้ทันทีจากฟรีคิกทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ตักโค้งไปเสาไกลให้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ สอดมาโขกแต่ไม่โดนบอลเลยเฉี่ยวเสาออกหลังไป

    นาทีที่ 13 "ม้าลาย" เกือบได้เฮเป็น เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ พาแหวกเข้าในก่อนป้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลในเขตโทษแต่งหาช่องปั่นโค้งด้วยขวาแฉลบ อันเดรีย คอนติ ออกไปนิดเดียว

    ครึ่งทางผ่าน เจ้าถิ่น ดูดีกว่าในการจบสกอร์  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย 2 ครั้งภายใน 2 นาทีแต่บอลยังเบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่ รับไว้ได้ไม่ยาก

    ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือน ทิ้งทวนจากจังหวะพลิกตัวของ กอนซาโล่ อิกวาอิน หมุนตัวหลบ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ก่อนทิ้งตัวยิงแต่บอลเบาไปเข้ามือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า

    นาทีต่อมา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลุดเข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายสำเร็จแต่น่าเสียดายเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
 
    หมดครึ่งเวลาแรก เอซี มิลาน 0 ยูเวนตุส 0

    เปิดฉากครึ่งหลังเพียง 2 นาที "ม้าลาย" ทะยานออกนำเป็นความสุดยอดของ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัดบอลได้โชว์โซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามก่อนได้ช่องตะบันด้วยซ้ายตุงตาข่ายงามหยด

    ยังไม่หนำใจนาที 53 ยูเวนตุส ทิ้งห่างออกไปจากบอลยาวของ ฮวน กวาดราโด้ ครอสข้ามแนวรับ เอซี มิลาน ที่ผิดพลาดปล่อยบอลตกมาถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เก็บส้มหล่นซัดด้วยซ้ายไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 60 มิลาน ตามตีไข่แตกจนได้เป็น อันเต้ เรบิช ใช้อกพักบอลไปโดนแขน เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ผู้ตัดสินขอดู วีเออาร์ ก่อนเป่าย้อนให้เป็นจุดโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

    ยังไม่จบ 6 นาทีต่อมา มิลาน เร่งเครื่องตามตีเสมอเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ ฟร้องค์ เกสซีเย่ รับบอลชิ่งจาก อิบราฮิโมวิช ก่อนแหวกแนวรับ ยูเวนตุส เข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ สุดสวย

    นาทีต่อมากลายเป็น "รอสโซเนรี่" แซงขึ้นนำเหลือเชื่อจากตัวสำรองอย่าง ราฟาเอล เลเอา เล่นต่อจังหวะได้เปรียบพาบอลเข้าเขตโทษก่อนเอียงตัวซัด บอลแฉลบขา รูกานี่ มุดเข้าเสาแรกตุงตาข่าย

    นาทีที่ 75 เอซี มิลาน เกือบปิดกล่องเป็น จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า จ่ายบอลให้ อันเต้ เรบิช ใช้ความเร็วเอาชนะแนวรับ ยูเวนตุส หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดปลายเท้า วอยเชียค เชสนี่ ช่วยเอาไว้ได้

    3 นาทีต่อมา "ม้าลาย" ลุยหนักคราวนี้เป็นลูกเตะมุมทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ โยนโค้งมาเข้าหัว ดานิเอเล่ รูกานี่ โขกเต็มหัวไปติดมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ควักออกมาจากบนเส้น

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เจ้าถิ่น ปิดกล่องสำเร็จจากจังหวะตวามผิดพลาดของ อเล็กซ์ ซานโดร จ่ายขวางสนามไม่ดีไปเข้าทาง โบนาเวนตูร่า ถวายพานทองต่อให้ อันเต้ เรบิช ตวัดเต็มข้อด้วยซ้ายเข้าไป

    ท้ายเกมแลกกันคนละหมัด เจ้าถิ่น ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกของ ฮาคาน คัลฮาโนกลู ปั่นไปติดเซฟ เชสนี่ ช่วงทดเจ็บ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายแต่ก็ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    จบเกม เอซี มิลาน 4 ยูเวนตุส 2 ขุนพล "รอสโซเนรี่" คว้า 3 คะแนนแซงขึ้นอันดับ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" ยังนำจ่าฝูงทื้งห่าง ลาซิโอ 7 แต้ม

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    เอซี มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์ – ลูคัส ปาเกต้า, อันเต้ เรบิช, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

ล็อกดาวน์ไม่หยุดรวย! โรนัลโด้ ยืน 1 รายได้ “ไอจี” ช่วงกักตัวหนีโควิด-19

สตาร์ดังในวงการกีฬาหลายคนกำลังต้องเจอกับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อรายได้ของพวกเขา แต่ก็มีคนดังในวงการกีฬาอีกหลายรายที่สามารถสร้างรายได้มหาศาลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเวลาล็อกดาวน์
 ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ ทำให้ทุกอย่างทั่วโลกต้องหยุดชะงัก เนื่องจากรัฐบาลทุกประเทศต้องออกมาตรการฉุกเฉินด้วยการให้ผู้คนอยู่เหย้าเฝ้าเรือน เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งการทำแบบนั่นยอมส่งผลกระทบกับรายได้ของทุกๆ คน

 อย่างในวงการกีฬาทั่วโลกจำเป็นต้องหยุดพักการแข่งขันชั่วคราว แต่กระนั้นเหล่าสตาร์สามารถที่จะทำเงินจากช่วงล็อกดาวน์ ด้วยการอัพเดทข้อความหรือภาพลงในเว็บไซต์อินสตาแกรม เพื่อให้แฟนคลับได้ทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนักเตะที่พวกเขาชื่นชอบ

 ที่สำคัญความเคลื่อนไหวใน "ไอจี" ของเหล่าสตาร์ดังสามารถทำให้สมุดบัญชีของพวกเขามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ไปจนถึง 14 พฤษภาคม นักกีฬาเหล่านี้รับทรัพย์แบบไม่ทันตั้งตัว อย่างในกรณีของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงยืนหนึ่งในการทำเงินจากการโพสต์ "ไอจี"

 พวกเขาประเมินว่านักกีฬาได้เงินเท่าไหร่ด้วยการคำนวณรายได้เฉลี่ยของโพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์ และการสำรวจนี้ยังประเมินด้วยว่าทุกๆ​ 1​ การฟอลโลว์ จะมีมูลค่า​ 0.00313 ปอนด์​ (ราว 0.11894 บาท) ทำให้พบว่า​ อินสตาแกรม  สามารถกลายเป็นแหล่งทำเงินชั้นยอดสำหรับคนดังทั่วโลกได้​ โดยถ้ามีคนฟอลโลว์ 1​ ล้านคนมันก็จะทำให้พวกเขาได้เงินประมาณ​ 3,130 ปอนด์​ (ราว 118,940 บาท) สำหรับโพสต์เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ แต่การคำนวณก็ไม่ได้มีสูตรตายตัวเสมอไป

 "ซีอาร์ 7"สามารถทำเงินได้มหาศาลเกือบ 1.9 ล้านปอนด์ (ราว 72.2 ล้านบาท) ตลอดช่วงระยะเวลากว่า 2 เดือนที่กักตัวอยู่บ้าน โดยดาวเตะเจ้าของบัลลงก์ดอร์ 5 สมัย มีผู้คนกดติดตาม "ไอจี" กว่า 219 ล้านฟอลโลว์ และทำให้เขารับทรัพย์กว่า 470,584 ปอนด์ (ราว 17.44 ล้านบาท) ต่อการโพสต์กับสปอนเซอร์ 1 โพสต์

 ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่  กองหน้าอัจฉริยะ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ตามหายใจรต้นคอ ดาวยิงชาวโปรตุกีสจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส โดยรั้งอันดับ 2 ด้วยการสร้างรายได้รวมช่วงล็อกดาวน์ประมาณ 1,299,373 ล้าน (ราว 49.37 ล้านบาท) ต่อการโพสต์กับสปอนเซอร์ทั้งหมด 4 โพสต์ของเขา

 ในส่วนของอันดับ 3 ได้แก่ เนย์มาร์ หัวหอกชาวบราซิเลียน "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ทำรายได้ประมาณ 1.19 ล้านปอนด์ (ราว 45.22 ล้านบาท) สำหรับนักฟุตบอลอีก 3 รายทั้งที่ยังค้าแข้งอยู่และแขวนสตั๊ดไปแล้ว ก็มีชื่อติดอันดับท็อปเทน โดยรวมไปถึง เดวิด เบ็คแฮม ตำนานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำเงินในช่วงล็อกดาวน์จากการโพสต์ร่วมกับสปอนเซอร์ผ่าน "ไอจี" เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 405,359 ปอนด์ (ราว 15.40 ล้านบาท)

 ตามด้วย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกมากประสบการณ์ชาวสวีดิช รับทรัพย์รวม  184,413 ปอนด์ (ราว 70.07 ล้านบาท)  และ ดานี่ อัลเวส ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติบราซิล สามารถสร้างรายได้จากการโพสต์ร่วมกับสปอนเซอร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ถึง 133,694 ปอนด์ (ราว 5.08 ล้านบาท) 

  ในส่วนของวงการกีฬาอื่นๆ อย่าง ชาคีล โอนีล ตำนานนักบาสเกตบอสเอ็นบีเอ แม้จะเลิกเล่นกีฬายัดห่วงไปแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นที่สนใจของแฟนๆ ทำให้เขาสามารถทำเงินในช่วงกักตัวหนีโควิด-19 ถึง  583,628 ปอนด์ (ราว 22.17 ล้านบาท) ขณะที่ วิรัต โคห์ลี นักคริกเกตระดับซูเปอร์สตาร์ชาวอินเดีย ทำเงินได้ประมาณ  379,294 ปอนด์ (ราว 14.41 ล้านบาท)

 สำหรับ  ดเวย์น เวด  อดีตนักยัดห่วงชื่อก้องโลกชาวอเมริกัน รายได้รวม 143,146 ปอนด์ (ราว 5.43 ล้านบาท) ด้าน แอนโธนี่ย์ โจชัว นักมวยชาวเมืองผู้ดีเจ้าของแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่ เวท ได้รับเงินจำนวน 121,500 ปอนด์ (ราว 4.61 ล้านบาท) รั้งอันดับ 10
 
10 อันดับนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดในช่วงล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.-14 พ.ค.

1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้  รายได้รวม 1,882,336 ปอนด์ (ราว 71.52 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 219,000,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ 470,584 ปอนด์ (ราว 17.88 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​  : 4 โพสต์

2. ลิโอเนล เมสซี่ รายได้รวม 1,299,373 ล้าน (ราว 49.37 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 151,000,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ย์ต่อโพสต์ 324,843 ปอนด์ (ราว 12.34 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 4 โพสต์
 
3. เนย์มาร์ รายได้รวม 1,192,211 ปอนด์ (ราว 45.30 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม :  138,000,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ 298,053 ปอนด์ (ราว 11.32 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 4 โพสต์
 
4. ชาคีล โอนี รายได้รวม 583,628 ปอนด์ (ราว 22.17 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม :  17,000,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ 36,477 ปอนด์ (ราว 1.38 ล้านบาท) , โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 16 โพสต์
 
5. เดวิด เบ็คแฮม รายได้รวม 405,359 ปอนด์ (ราว 15.40 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 62,900,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ 135,120ปอนด์ (ราว 5.13 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​: 3 โพสต์
 
6. วิรัต โคห์ลี รายได้รวม 379,294 ปอนด์ (ราว 14.41 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 59,000,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ : 126,431 ปอนด์ (ราว 4.8 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 3 โพสต์

7. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รายได้รวม  184,413 ปอนด์ (ราว 70.07 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 42,900,000 ฟอลโลว์,  รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ : 92,206 ปอนด์ (ราว 3.5 ล้านบาท),  โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 2 โพสต์

8. ดเวย์น เวด รายได้รวม 143,146 ปอนด์ (ราว 5.43 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม : 16,600,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ : 35,787 ปอนด์ (ราว 1.35 ล้านบาท) ,โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 2 โพสต์

9. ดานี่ อัลเวส รายได้รวม 133,694 ปอนด์ (ราว 5.08 ล้านบาท) 
ผู้ติดตาม : 31,100,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ : 66,847 ปอนด์ (ราว 2.54 ล้านบาท), โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ : 2 โพสต์

10.  แอนโธนี่ย์ โจชัว รายได้รวม  121,500 ปอนด์ (ราว 4.61 ล้านบาท)
ผู้ติดตาม :  11,300,000 ฟอลโลว์, รายได้เฉลี่ยต่อโพสต์ : 24,300 ปอนด์ (ราว 923,400 บาท) , โพสต์ที่เกี่ยวกับสปอนเซอร์​ :  5 โพสต์

เกิดอะไรบ้างกับ5นักเตะที่มูรินโญ่ปล่อยจากแมนยู

โชเซ่ มูรินโญ่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่ยอดเยี่ยมสุดในโลก หลังประสบความสำเร็จ และคว้าแชมป์มากมาย จากการคุม ปอร์โต้, เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนมาทำงานให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเวลานี้
    กุนซือชาวโปรตุกีส คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2016-2018 โดยพา "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ปี 2017, ลีก คัพ 2016/17 และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2016

    มูรินโญ่ ดึงนักเตะมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" หลายราย และก็มีปล่อยออกไปบ้าง โดยเราจะไปดูกันว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้างหลังเดินออกจากรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด

1. บิคตอร์ บัลเดส

มูรินโญ่ ไม่เสียเวลาเลยในการโละ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารชาวสแปนิช ออกจากทีม หลังเข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไม่นานเมื่อปี 2016

บัลเดส ต้องย้ายไปเล่นให้ สตองดาร์ ลีแอช แบบยืมตัว และไปเฝ้าเสาให้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในฤดูกาล 2016/17 ก่อนแขวนถุงมือในปี 2018 หลังไร้สังกัดมานานหลายเดือน

จากนั้น บัลเดส ไปเป็นโค้ชให้กับทีมเยาวชนของ โมราตาลาซ สโมสรสมัครเล่น และ บาร์เซโลน่า อดีตต้นสังกัด แต่แค่ 3 เดือนก็โดนไล่ออก ก่อนมาทำงานให้กับสโมสร ฮอร์ต้า

2. นิค พาวล์

นิค พาวล์ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา เป็นที่หมายปองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ หลังโด่งดังเร็วตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี ก่อนย้ายจาก ครูว์ อเล็กซานดรา มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2012

อย่างไรก็ตาม พาวล์ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "ปีศาจแดง" ก่อนโดนส่งไปให้หลายสโมสรยืมทั้ง วีแกน แอธเลติก, เลสเตอร์ ซิตี้ และ ฮัลล์ ซิตี้

จากนั้น พาวล์ ก็โดนปล่อยขาดให้ วีแกน เมื่อปี 2016 และย้ายมาอยู่กับ สโต๊ค ซิตี้ เมื่อปี 2019

3. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

กองกลางดีกรีทีมชาติเยอรมัน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 แต่หลัง มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีม เขาก็แทบไม่ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเลย

ชไวน์สไตเกอร์ อำลา "ปีศาจแดง" ไปอยู่กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ใน เมเจอร์ ลีก  สหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 และแขวนสตั๊ดไปเมื่อปีที่แล้ว

4. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

หนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่ มูรินโญ่ ยอมรับว่าอยากที่จะเก็บให้อยู่กับทีมต่อไป แต่ไม่อาจรั้งไว้ได้ หลังเจ้าตัวบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 และต้องพักยาวถึง 8 เดือน

หลังกลับมาจากอาการบาดเจ็บ ซลาตัน ตกลงเซ็นสัญญากับ "ปีศาจแดง" อีก 1 ปี แต่สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม และไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก จนนำไปสู่การยกเลิกสัญญาในที่สุด

ดาวยิงสวีดิช วัย 38 ปี ทำผลงานดีในปีแรกที่มาอยู่ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ฤดูกาล 2016/17 ด้วยการยิงไป 28 ประตู จาก 46 นัด

อิบราฮิโมวิช ไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อปี 2018 ก่อนที่ล่าสุดจะย้ายมาอยู่กับ เอซี มิลาน เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

5. เวย์น รูนี่ย์

รูนี่ย์ ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2004 ก่อนย้ายกลับไปเล่นให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อีกครั้งในปี 2017 หลังค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นานถึง 13 ปี

จากนั้น รูนี่ย์ ก็ไปอยู่กับ ดีซี ยูไนเต็ด ใน เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ เมื่อปี 2018 และเพิ่งกลับอังกฤษ มาเล่นให้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ใน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ไม่ทนแล้ว!มัลโม่เตรียมย้ายรูปปั้น “อิบรา” หลังโดนทำลายจนอ่วม

 ไม่ไหวจะทน… สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแผนการที่จะย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น หลังโดนทำลายอยู่หลายครั้ง เผยมีเสียงเชียร์ให้ย้ายไปตั้งที่กรุงสต็อคโฮล์ม

    สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ ประเทศสวีเดน เตรียมย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ประจำชาติ ไปตั้งที่อื่น หลังจากที่โดนแฟนบอลป่าเถื่อนสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    รูปปั้นเสมือนจริงของ "อิบรา" ที่สูงเฉียด 2.7 เมตร และหนัก 500 กิโลกรัม ตรงบริเวณข้างนอกสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ มัลโม่ ได้รับการเปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว แต่กลับกลายเป็นเป้าโจมตีมาตลอด นับตั้งแต่ อิบราฮิโมวิช ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเจ้าของทีม ฮัมมาร์บี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก

 

    ตัวรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ถูกกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ทำลายอยู่เรื่อยๆ ทั้งโดนพ่นสี, ตัดจมูก, เลื่อยข้อเท้าจนตัวรูปปั้นพังลง จนต้องถูกนำออกไปซ่อมแซมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และถูกเก็บไว้ในที่ลับมาตลอดนับจากวันนั้น

    ล่าสุด สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแนวคิดที่จะย้ายรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น และกำลังพิจารณาว่าจะไปตั้งที่ไหน แต่ก็คาดกันว่า น่าจะยังอยู่ในตัวเมืองมัลโม่ เพียงแค่อยู่ห่างจากสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม แม้บางคนเรียกร้องให้ย้ายไปอยู่กรุงสต็อคโฮล์มก็ตาม

    ทั้งนี้ อิบราฮิโมวิช เกิดที่เมืองมัลโม่ และเป็นเด็กปั้นของสโมสร มัลโม่ ก่อนย้ายออกไปโด่งดังกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญในยุโรปอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึงการย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ ลอส แองเจลีส แกแล็กซี่ และปัจจุบันเจ้าตัวได้กลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" อีกครั้ง 

 

ใครจะเอาอยู่! “เมสซินัลโด้” ยอดนักเตะร่างฟิวชั่นจากเมสซี่+โรนัลโด้



ตลอดช่วง 10 กว่าปีหลังมานี้ ถึงแม้มีการถกเถียงกันบ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าใครเจ๋งกว่ากัน แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธหรอกว่า ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นสองนักฟุตบอลที่เก่งสุดในโลกยุคปัจจุบัน ทว่าทั้งสองต่างก็มีจุดเด่นและความสามารถอันยอดเยี่ยมเป็นของตัวเอง ซึ่งล่าสุด "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ได้มีการสรุปความเจ๋งในแต่ละด้านของทั้งสอง และสร้างสุดยอดนักเตะรายใหม่ขึ้นมา นามว่า "เมสซินัลโด้" (อันนี้ผู้เขียนขออนุญาตตั้งเอง)

 – เท้าขวา : โรนัลโด้
  64% จาก 725 ประตูที่ โรนัลโด้ ทำได้ตลอดการเล่นฟุตบอลอาชีพ มาจากการยิงด้วยเท้าขวา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย  ปี นักเตะเท้าขวาที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในโลก ซึ่งเรื่องนี้ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ เพื่อนร่วมทีม ยูเวนตุส รู้ซึ้งเป็นอย่างดี

"วิธีที่จะรับมือกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ น่ะเหรอ? ก็อย่าเปิดพื้นที่ให้เขาเล่น และพยายามอย่าให้เขาเล่นบอลด้วยเท้าขวา" คิเอลลินี่ กล่าว

 – เท้าซ้าย : เมสซี่
  ทุกคนรู้ดีว่า เมสซี่ คือเทพเท้าซ้ายคนหนึ่งของวงการ เพราะ 83% จาก 697 ประตูที่เขาทำได้ตลอดอาชีพ มาจากเท้าซ้าย ขนาด ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังยอมรับเลยว่า เมสซี่ แค่มีเท้าซ้ายข้างเดียว ก็เล่นฟุตบอลได้แล้ว

"ลิโอเนล เมสซี่ ไม่จำเป็นต้องมีเท้าขวาก็ได้ ที่เขาใช้เท้าซ้ายข้างเดียวเล่นฟุตบอลอยู่ทุกวันนี้ เขาก็เก่งที่สุดในโลกแล้ว ลองจินตนาการดูสิ ถ้าเขาเล่นเท้าขวาได้ด้วย เราคงจะต้องเจอปัญหาหนักกว่านี้แน่" อิบราฮิโมวิช กล่าว

 – ความเร็ว : โรนัลโด้
  เมสซี่ ถือเป็นนักเตะที่เร็วมากๆ คนหนึ่ง แต่ โรนัลโด้ เร็วกว่า แม้ตอนนี้เขาอายุ 35 ปีแล้ว และอาจจะสูญเสียความจัดจ้านไปบ้าง แต่ โรนัลโด้ ก็ยังคงเป็นนักฟุตบอลที่วิ่งเร็วมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่สับแบบเต็มสปีด ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการการันตีโดย ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตเพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

  

"ตอนที่เราดวลกับ สปอร์ติ้ง เมื่อปี 2003 ในช่วงพักครึ่ง จอห์น โอเช ถึงขนาดต้องมีแทงค์อ็อกซิเจนอยู่ข้างๆ เลยทีเดียว เขาหอบหนักมาก ขณะที่เราก็เร่งเร้าให้เขาพยายามเข้าใกล้ โรนัลโด้ ให้มากกว่านี้ ซึ่งเขาก็พูดไม่ออก ตอบเราไม่ได้" เฟอร์ดินานด์ กล่าว 

 – เลี้ยงบอล : เมสซี่
  โรนัลโด้ สปีดไปกับบอลได้ดี แต่ถ้าเป็นเรื่องการลากเลื้อย ต้องยกให้ เมสซี่ ซึ่งความสามารถด้านนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยัง ทึ่งเลย

  "เมสซี่ เป็นนักฟุตบอลที่เก่งมากๆ เขาเหมือนกับสวมรองเท้าแตะเล่น ตอนที่คอนโทรลลูกบอล " เฟอร์กูสัน เคยกล่าวไว้ในปี 2006

 – พลังการยิง : โรนัลโด้
  ทุกคนรู้ดีว่า โรนัลโด้ เป็นนักเตะที่ยิงบอลได้โหดและหนักมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะเราได้เห็นมาบ่อยๆ กับลูกยิงอันทรงพลังของเจ้าตัว และเรื่องนี้ รอย แคร์โรลล์ อดีตนายประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทราบดี

  "ตอนที่เขาซ้อมยิงประตู ลูกบอลที่เขายิงมันพุ่งเร็วกว่าของคนอื่นๆ เขามีเทคนิคในการยิง, ใช้ตรงบริเวณเชือกผู้รองเท้าหวดบอล ซึ่งมันทำให้บอลมันสามารถส่ายไปได้ทุกที่ในอากาศ " แคร์โรลล์ กล่าว 

 – ผ่านบอล : เมสซี่
  นอกจากพาบอลแหวกเข้าไปทำประตูด้วยตัวเองได้แล้ว เมสซี่ ยังเก่งมากๆ ในเรื่องการผ่านบอลทะลุตามช่องให้เพื่อนจบสกอร์ ซึ่งเรื่องนี้ขนาด ซีเนดีน ซีดาน อดีตเจ้านายของ โรนัลโด้ ที่ เรอัล มาดริด ยังต้องคารวะในความยอดเยี่ยมของ แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี 
    
  "เมสซี่ เป็นนักเตะที่สร้างความแตกต่างให้เห็นบ่อยมาก โดยเฉพาะการที่เขาเป็นนักเตะที่มุ่งไปข้างหน้าตลอด เขาไม่เคยผ่านบอลกลับหลัง หรือผ่านบอลไปด้านข้าง เขามุ่งเข้าหาประตูท่าเดียว"

– ลูกโหม่ง : โรนัลโด้
  โรนัลโด้ เป็นตัวจบสกอร์ที่สมบูรณ์แบบ เขาทำประตูได้ทุกรูปแบบ และลูกโหม่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของเจ้าตัว เพราะ 128 จาก 725 ประตูที่เขาทำได้ มาจากลูกโหม่ง ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเรื่องนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยอมรับแบบตรงๆ เลยว่า โรนัลโด้ เจ๋งกว่า เมสซี่ ในเรื่องนี้

"โรนัลโด้ ดีกว่าในเรื่องลูกกลางอากาศ จุดนี้เขาแข็งแกร่งกว่า (เมสซี่)" เวนเกอร์ กล่าว

 – สมอง : เมสซี่
  โรนัลโด้ ใช้พลังภายนอกในการเล่นฟุตบอล แต่ เมสซี่ ใช้สิ่งที่มาจากภายใน ซึ่ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ ตำนานโค้ชชาวอิตาเลียน ก็ชูให้ เมสซี่ เหนือกว่า โรนัลโด้ ในเรื่องของจินตนาการ

 

"คนนึงเล่นบอลจากพลังภายนอก อีกคนเล่นจากพรสวรค์ตัวเอง มันมีความแตกต่างให้เห็นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่เด็กอัจฉริยะคนนี้ (เมสซี่) ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด  โรนัลโด้ เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมากๆ แต่ เมสซี่ คืออัจฉริยะ"

 – สร้างแรงบันดาลใจ : โรนัลโด้
  บนโลกใบนี้มีนักกีฬาเพียงไม่กี่คน ที่สามารถเป็นคนสร้างแรงบัลดาลใจได้ดีไปกว่า โรนัลโด้ เพราะกว่าจะเป็นสุดยอดนักฟุตบอลได้อย่างทุกวันนี้ เขาทุ่มเทและฝึกซ้อมหนักมาก แถมมีระเบียบวินัยสูง ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการการันตีคุณภาพโดย คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือผู้ที่เคยร่วมงานกับ โรนัลโด้ สมัยคุม เรอัล มาดริด
 
  "คริสเตียโน่ ไม่เคยแฮปปี้กับอะไรง่ายๆ เขาพยายามอย่างหนักเสมอ เพื่อให้ดีกว่าเดิม" อันเชลอตติ กล่าว

 – ความเป็นผู้นำ : เมสซี่
  โรนัลโด้ มีความเป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่หากมองความเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจสำคัญของทีม ต้องยกให้ เมสซี่ เพราะเขาไม่ได้มีดีแค่การทำประตู แต่ยังเป็นนักเตะที่สามารถช่วยให้เพื่อนๆ รอบข้าง ทำประตูได้อย่างมหาศาลด้วย
 
  "เมสซี่ เป็นทีมเพลเยอร์ของจริง ตลอดช่วง 10 ปีหลังมานี้ เขาทำแอสซิสต์ได้ปีๆ นึง 30-40 ครั้ง และทำประตูได้เองอีกราวๆ 50 ลูก" โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี กล่าว

 – ร่ายกาย : โรนัลโด้
  เรื่องนี้ต้องยกให้ โรนัลโด้ แบบไร้ข้อโต้แย้ง เพราะด้วยการที่มีระเบียบวินัยสูง ทำให้เขารักษาสภาพร่างกายและความฟิตได้อย่างยอดเยี่ยม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากเราเห็น โรนัลโด้ เล่นฟุตบอลจนถึงอายุ 40 ปี ซึ่ง ดั๊กลาส คอสต้า ปีกเพื่อนร่วมทีม "ม้าลาย" ก็รู้สึกประทับใจในความเฟิร์มของร่างกาย โรนัลโด้

"คุณคงได้เห็นกันมาบ่อยแล้วกับภาพ โรนัลโด้ ถอดเสื้อ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ร่างกายของเขาสุดยอดมาก นับตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับสโมสรเรา เปอร์เซนต์ไขมันโดยรวมของนักเตะทุกคนภายในสโมสรลดลง ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก" คอสต้า กล่าว

 – ความคิดสร้างสรรค์ : เมสซี่
  โรนัลโด้ เน้นพลัง ส่วน เมสซี่ เด่นที่ความคิดสร้างสรรค์ และการเล่นที่สวยงามพลิ้วไหวในสนาม ซึ่งจุดนี้ เวนเกอร์ เปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจน
 
  "เมสซี่ เป็นนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์มากกว่า โรนัลโด้ โรนัลโด้ ดีกว่าในการเป็นตัวจบสกอร์, ดีกว่าในลูกกลางอากาศ, มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า แต่ เมสซี่  มีการเล่นที่เป็นศิลปะมากกว่า ดังนั้นโดยพื้่นฐานแล้ว คุณจะเพลินกับการเล่นของนักเตะแบบ เมสซี่ มากกว่า" อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล ระบุ

ยานแม่ดูดไม่ขึ้น! 8 สตาร์ผู้เคยป่าวประกาศว่าปฏิเสธบาร์ซ่ามาแล้ว

การได้ไปอยู่สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลก คงเป็นจุดหมายของนักฟุตบอลหลายๆคน ขณะเดียวกันตัวสโมสรเองก็พยายามโน้มน้าวใจให้ผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาสู่ทีมด้วย ทีมที่ประสบความสำเร็จมากมายอย่าง บาร์เซโลน่า ก็เรียกได้ยากที่ใครจะปฏิเสธลงเมื่อยื่นข้อเสนอมา ทว่ายังมีนักเตะที่เลือกจะไม่เดินตามทางเลือกนี้ด้วยเหตุผลบางประการ เราจึงมาดูตัวอย่างของนักเตะในกลุ่มนี้ที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปัดข้อเสนอของทีม "เจ้าบุญทุ่ม" มาแล้ว
1.เควิน กาไมโร่

    หลังจากคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก กับเซบีย่าได้สำเร็จ เควิน กาไมโร่ ตกเป็นที่ต้องการตัวจากทีมยักษ์ใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ซึ่งหนึ่งทีมที่มีโอกาสคว้าตัวมากที่สุดนั่นก็คือ บาร์เซโลน่า

    อย่างไรก็ตามเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ในปีถัดมาว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอจากทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่อยากเป็นลงเอยแบบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าซึ่งเจ้าตัวเคารพเป็นอย่างมากแต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

    “เมื่อช่วงซัมเมอร์ มีทางเลือกระหว่างไป บาร์เซโลน่า หรือ แอตเลติโก มาดริด แต่จะให้ผมไปทำอะไรที่บาร์เซโลน่าในเมื่อมีผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์, เมสซี่ และซัวเรซ  อยู่แล้ว พวกเขามีนักเตะที่ต้องการลงเล่นทุกแมตช์ แถมยังปฏิเสธที่จะออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้ายอีก นั่นเป็นสิ่งที่เกิดกับ อิบราฮิโมวิช” กาไมโร่ กล่าว

    แน่นอนว่า กาไมโร่ เลือกเซ็นสัญญากับ แอต.มาดริด ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ ทำให้บาร์ซ่าหันไปคว้าตัว ปาโก้ อัลกาเซร์ แทนแต่สุดท้าย อัลกาแซร์ เองก็แทบไม่ได้ลงสนามจนต้องย้ายทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม กาไมโร่ เลือกปฏิเสธบาร์ซ่า แม้ว่าสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องลาจากทัพ “ตราหมี” เหมือนกันและไปอยู่กับ บาเลนเซีย ในปี 2018 แถมยังเรียกฟอร์มเก่งไม่ได้หลังซัดแค่ 19 ประตูจาก 84 นัดที่ลงเล่นในทุกรายการ

2.โกเก้

 

    แอตเลติโก มาดริด ขึ้นไปสู่จุดพีคด้วยการคว้าแชมป์ลาลีกาพร้อมกับเข้าชิงชนะเลิศ ชปล. ปี 2014 แต่หลังจากนั้นสตาร์ของทีมก็เริ่มแยกย้ายไปหาความท้าทายใหม่ๆไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ ลุยซ์, ดีเอโก คอสต้า หรือติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่ย้ายไปอยู่เชลซ๊กันหมด ขณะที่ เจา มิรานด้า ออกไปอยู่ดับ อินเตอร์ มิลาน

    แน่นอนว่า โกเก้ ก็มีข่าวย้ายทีมด้วย โดย บาร์ซ่าต้องการเขามาเป็นตัวแทนของ ชาบี เอร์นานเดซ แต่ทว่า โกเก้ ยังคงรักทีม “ตราหมี” และปฏิเสธทุกข้อเสนอ

    “ความจริง ส่วนหนึ่งในตัวผมบอกว่ามันยากเหลือเกินที่จะปฏิเสธบาร์ซ่า แต่ผมอยากอยู่กับ แอต.มาดริด ต่อไปอีกหลายปี มันไม่ใช่เวลาที่จะจากทีม นี่เป็นบ้านของผม ที่ที่ผมรู้สึกเป็นที่ต้องการและสโมสรก็ไม่ได้จำเป็นต้องขายผมด้วย ผมจะไปบาร์ซ่าได้อย่างไรในเมื่อผมกำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดกับ แอต.มาดริด”

    “มันไม่ง่ายเลยที่จะปฏิเสธบาร์ซ่า และผมก็ขอบคุณสำหรับความสนใจของพวกเขา สิ่งนี้มันหมายความว่าสิ่งที่ผมทำไปมันมีความหมายแล้ว แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว” โกเก้ ผู้ซึ่งต่อมาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีกและยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ กล่าว

3.มาร์โก อเซนซิโอ

    หนึ่งในลูกรักของ ซีเนดีน ซีดาน ที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังเอ็นเข่าฉีกขาดหมดสิทธิ์ลงเล่นในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามความจริงก่อนจะมาซบ "ราชันชุดขาว" เขาเกือบจะได้ย้ายไปร่วมทัพคู่อริอย่าง บาร์เซโลน่า ด้วย

    สองยักษ์ใหญ่ของสเปนเคยแข่งขันกันแย่งตัว อเซนซิโอ สมัยที่เขาอยู่กับ เรอัล มายอร์ก้า โดยบาร์ซ่ายื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินแค่ 2.2 ล้านปอนด์ซึ่งต้นสังกัดของเขาต้องการเม็ดเงิน 4 ล้านปอนด์ ส่งผลให้พลาดคว้าตัว ก่อนที่แข้งทีมชาติสเปน จะโยกซบ "ราชันชุดขาว" ในท้ายที่สุด

    “ผมมีโอกาสที่จะไปบาร์เซโลน่าและทีมอื่นๆ แต่ผมเลือกที่จะมาเรอัล มาดริด นั่นทำให้ผมไม่สามารถสวมเสื้อบาร์ซ่าได้ในตอนนี้ จุดหมายของผมคือต้องการเป็นตัวจริง แต่ที่บาร์ซ่ามีผู้เล่นคนสำคัญที่ลงสนามหลายปีให้กับสโมสรอยู่แล้ว” อเซนซิโอ กล่าว

4.ราฟาเอล เกร์เรยโร่

    หลังจากเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ฟุตบอลยูโรปี 2016 ทำให้ ราฟาเอล เกร์เรยโร่ มีทางเลือกมากมายหากย้ายออกจากทีม ลอริยองต์ ในลีกเอิง

    “มันเป็นตัดสินใจที่ยากมากในการปฏิเสธบาร์เซโลน่า แต่มีช่วงเวลาที่ผมต้องตัดสินใจและข้อเสนอของดอร์ทมุนด์โน้มน้าวใจผมมากที่สุด” เกร์เรยโร่ กล่าว

    เกร์เรยโร่ ปฏิเสธการย้ายไปอยู่ที่ คัมป์ นู เหตุผลคล้ายๆกับเควิน กาไมโร่ นั่นเป็นเพราะเขาต้องลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งสึดท้ายเจ้าตัวกลายเป็นแข้งคนสำคัญของทีม “เสือเหลือง” หลังลงเล่น 29 นัดในทุกรายการ ซัด 5 ประตู และช่วยดอร์ทมุนด์ ลุ้นแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค

5.เมาริซิโอ เลมอส

    เมาริซิโอ เลมอส เป็นข่าววมีโอกาสที่จะย้ายไปบาร์เซโลน่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ 4 ปีที่แล้ว แต่เหตุผลที่สำคัญที่เจ้าตัวต้องการอยู่ ลาส พัลมาส ต่อไปเป็นเพราะต้องพัฒนาตัวเองมากกว่านี้จึงต้องลงเล่นในสนามมากขึ้น

    “เรากำลังพูดถึงหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก (บาร์เซโลน่า) แต่ในวัยแค่ 20 ปีผมคงไม่ได้ลงเล่นที่นั่นมากนัก ผมคิดว่าทางเลือกที่ดี่สุดคือการอยู่กับ ลาส พัลมาส ต่อไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ในฟุตบอล คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณมีเวลามากแค่ไหนที่จะพัฒนาตัวเอง” เลมอส  กล่าว

    เจ้าตัวได้รับโอกาสขึ้นไปติดทีมชาติอุรุกวัยชุดใหญ่ด้วย หลังจากลงเล่นให้ ลาส พัลมาส 54 นัด เลมอส ก็ถูกส่งไปยืมตัวที่ ซาสซูโอโล่ แต่ก็ลงเล่นได้แค่ 12 นัดก่อนจะกลับมายังต้นสังกัดเดิม

6.ติอาโก้ ซิลวา

    ซิลวา สร้างชื่อสมัยอยู่กับ เอซี มิลาน จนหลายคนคาดว่าสถานีต่อไปของเจ้าตัวคงหนีไม่พ้นทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าแน่นอนเพราะเป็นทีมในฝันของเขา แต่สุดท้าย ซิลวา ย้ายไปคว้าความนสำเร็จกับ เปแอสเช แทน

    “ตอนที่ผมอยู่กับ มิลาน ผมมีการพูดคุยกับ บาร์ซ่า และผมได้ขอบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ แต่พวกเขาไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน ผมจึงเห็นแล้วว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีสำหรับผม ด้วยความเคารพนะคุณ ซานโดร โรเซลล์ ประธานสโมสรของบาร์ซ่า แต่ข้อเสนอนั้นไม่ผ่าน“ ซิลวา กล่าวกับสื่อชื่อดัง อีเอสพีเอ็น

7.ดาริโอ เซอร์น่า

    กรณีด้านบนที่กล่าวมาส่วนใหญ่จะเป็นแข้งดาวรุ่งที่ปฏิเสธย้ายร่วมทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” เนื่องจากพวกเขาต้องการพัฒนาและลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นยังมีโอกาสที่ในอนาคตจะเก็บข้าวไปอยู่ที่คัมป์ นู แต่ไม่ใช่กับกรณีนี้

    ปกติแล้วถ้าบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอให้กับสตาร์ที่เริ่มอายุเยอะพวกเขาคงตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่กับ ดาริโอ เซอร์น่า ตำนานปราการหลังชาวโครเอเชีย ไม่ใช่อย่างที่คิด ตอนนั้นเขาอยู่ในวัย 35 ปีและมีโอกาสที่จะย้ายไปบาร์ซ่าเดือนมกราคมปี 2017 แต่เจ้าตัวกลับเลือกอยู่ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สโมสรอันเป็นที่รักของเขาต่อไป โดยเจ้าตัวค้าแข้งมากับทีมตั้งแต่ปี 2013

    “ผมต้องการแขวนสตั๊ดที่ ชัคตาร์ และเมื่อประธานสโมสรบอกกับผมว่าจะเสนอสัญญาใหม่ให้ ผมก็ได้แต่ขอบคุณเขาเป็นการตอบแทน ผมยอมตกลงทุกข้อเสนอที่เขาให้ พวกคุณคงรู้เรื่องผมกับบาร์เซโลน่าแล้วสินะ แต่เหมือนกับที่ผมบอก หัวใจของผมอยู่ที่นี่ ผมแฮปปี้ที่ชัคตาร์” เซอร์น่า กล่าว

    อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเจ้าตัวโดนตรวจพบการใช้สารกระตุ้นทำให้โดนแบนจากการแข่งขันหนึ่งปี ก่อนจะเซ็นสัญญากับ กายารี่ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และกลับมายังชัคตาร์ฤดูกาลนี้ในฐานะผู้ช่วยโค้ช

8.ดาวิด ลุยซ์

    ก่อนที่ ดาวิด ลุยซ์ จะย้ายไป เปแอสเช ด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ในปี 2011 ความจริงแล้วไม่ได้มีแค่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่สนใจแค่ทีมเดียว แต่ยังมี บาร์เซโลน่า อีกหนึ่งทีมซึ่งเกือบจะคว้าตัวเขาได้ด้วยซ้ำ

    “มันเป็นเรื่องจริงที่พวกเขา (บาร์ซ่า) พยายามคว้าตัวผมสองสามครั้ง และทุกๆอย่างมันก็เหมือนไปได้ดี แต่สุดท้ายผมตระหนักว่าทีมที่ต้องการผมจริงๆคือ เปแอสเช” ลุยซ์ กล่าว

    อย่างที่ทุกคนทราบดี ลุยซ์​ ย้ายกลับมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครึ่งและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ก่อนจะย้ายไปอยู่กับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง อาร์เซน่อล ในปี 2019

 

ใครเอ่ย?ลูกากูเผยนักเตะที่เก่งสุดที่ตนเคยร่วมงานด้วย

โรเมลู ลูกากู ห้วหอก อินเตอร์ ระบุ ในอาชีพการค้าแข้งของตนนั้น นักเตะที่เก่งที่สุดที่ตนเคยร่วมงานด้วยคือ เอแด็น อาซาร์ แม้ว่าเขาจะได้เล่นร่วมกับแข้งชื่อดังคนอื่นๆ อย่างเช่น เควิน เดอ บรอยน์, ปอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เหมือนกันก็ตาม

    โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียมของ อินเตอร์ มิลาน ยอดสโมสรของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่า เอแด็น อาซาร์ ปีกเพื่อนร่วมชาติ ถือเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่ตนเคยร่วมงานด้วย

    ลูกากู ถือเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมชาติเบลเยียมในตอนนี้ หลังจากทำไปแล้ว 52 ประตู จากการลงเล่น 84 นัด ขณะที่กับ อินเตอร์ เขาก็กำลังทำผลงานได้สุดยอด ด้วยการซัดไป 23 ประตู จากการลงเล่น 35 เกมในทุกรายการ ซึ่งจนถึงตอนนี้เขาก็ได้ร่วมงานกับนักเตะชื่อดังหลายราย อย่างเช่น อาซาร์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ ในนามทีมชาติเบลเยียม และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ ปอล ป็อกบา ในตอนที่เขาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น โดยที่ ลูกากู ยังสนิทกับ ป็อกบา มากๆ ด้วย

    ทั้งนี้ ล่าสุด ลูกากู เปิดโอกาสให้แฟนๆ ถามคำถามกับเขาทาง ทวิตเตอร์ เพื่อฆ่าเวลาในช่วงที่ลีกฟุตบอลอิตาลีต้องพักการแข่งขันจากปัญหาของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีคนหนึ่งถามว่าใครคือคนที่เก่งที่สุดเท่าที่เขาได้ร่วมงานด้วย และเจ้าตัวก็ตอบแบบสั้นๆ ด้วยการพิมพ์ชื่อแอคเคาท์ของ อาซาร์ โดยมีคนกด "ถูกใจ" โพสต์นี้เกิน 9,000 ครั้งแล้ว

ฮาแลนด์ยก2อดีตแข้งแมนยูเป็นไอดอลในสมัยเด็ก

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ดาวยิง ดอร์ทมุนด์ ระบุ ในสมัยเด็กคนที่ตนยกให้เป็นไอดอลมากที่สุดคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจากซีซั่นนี้เจ้าตัวทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนได้รับการจับตามองว่าอาจจะเป็นยอดดาวยิงในอนาคต
    เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน กล่าวว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถือเป็นไอดอลที่ตนชอบมากที่สุดในสมัยที่ยังเป็นเด็ก

    ฮาแลนด์ สร้างชื่อได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หลังจากทำไป 28 ประตู จากการลงเล่น 22 นัดของทุกรายการตอนอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ก่อนที่จะมาทำ 12 ประตูจากการลงสนามในทุกรายการ 11 นัดกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

    ดาวเตะวัย 19 ปีเผยว่า "ผมมีนักเตะหลายคนที่ผมยกให้เป็นไอดอลมากที่สุดในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ตั้งแต่ ซลาตัน ไปจนถึง โรนัลโด้ และไปจนถึงคนอื่นๆ ผมไม่สามารถเลือกนักเตะเพียงคนเดียวที่จะเป็นไอดอลของผมได้ ดังนั้นผมก็ขอตอบ 2 คนแล้วกัน นั่นคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช"